ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

กรมปภ. เตือน 45 จังหวัดระวังน้ำท่วมฉับพลัน 24-28 ส.ค.

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการให้ประชาชนใน 45 จังหวัด ระมัดระวังอันตรายจาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 24-28 สิงหาคม 2568 เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

กรมปภ. เตือน 45 จังหวัดระวังน้ำท่วมฉับพลัน 24-28 ส.ค.

นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ได้ติดตามสถานการณ์ฝนฟ้าอากาศอย่างใกล้ชิด ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ซึ่งมีการพิจารณาถึงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจนำไปสู่สถานการณ์เกิดอุทกภัยได้

สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในประเทศไทย

สภาวะการเปลี่ยนแปลงของอากาศในช่วงฤดูมรสุมมีแนวโน้มจะก่อให้เกิดฝนตกหนักเป็นระยะ ตามด้วยน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม หรือน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้ทันที โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีลักษณะทางภูมิประเทศเป็นพื้นที่ลาดชัน หรือใกล้ทางลำน้ำลำธาร

สำหรับพื้นที่ใน ภาคเหนือ ที่ถูกเตือน ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ โดยมีหลายอำเภอตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร ชัยภูมิ ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา และอุบลราชธานี

ภาคกลาง ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ส่วนภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

แนวทางปฏิบัติสำหรับประชาชน

เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

  • ไม่ควรเพิกเฉยต่อคำเตือน
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อน้ำท่วม
  • เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟฉาย อาหารสำรอง และยาพารา
  • ปิดไฟฟ้า เมื่อต้องอพยพออกจากบ้าน

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้แจ้งเตือนให้ผู้คนหลีกเลี่ยงกิจกรรมใช้แรงงานทางน้ำ พร้อมเฝ้าระวังแม่น้ำหลัก เช่น แม่น้ำยม แม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีปริมาณน้ำสูงกว่า 80% ของความจุ

ความร่วมมือของทุกภาคส่วนเป็นสิ่งสำคัญในการรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ดังนั้น ขอให้ท่านมีความตระหนักรู้ และเตรียมพร้อมรับมือได้ทุกสถานการณ์

หากท่านมีเพื่อนหรือญาติที่อาศัยใน พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน อย่าลืมแชร์ข้อมูลนี้ไปให้พวกเขาได้รับทราบด้วยนะครับ

ที่มา – ‘กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย’ เตือน 45 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก 24-28 ส.ค.

“เอ็ตด้า” จัดแข่ง Craft Idea ปี5 ทีม BangSare Digital คว้าแชมป์

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ เอ็ตด้า ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ได้จัดการแข่งขัน Craft Idea ปีที่ 5 โดยมีทีม BangSare Digital จากจังหวัดชลบุรีคว้าแชมป์ในงานนี้ ภายใต้แนวคิด “Unleash Creativity, Lead the Change” จุดพลังสร้างสรรค์ ผลักดันการขายด้วยคอนเทนต์

“เอ็ตด้า” จัดแข่ง Craft Idea ปี5 ทีม BangSare Digital คว้าแชมป์

การแข่งขัน Craft Idea ของ เอ็ตด้า ปีนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพ Digital Workforce ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ นักศึกษา และชุมชน ให้สามารถสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน โดยมีการอบรมและให้คำแนะนำแบบเข้มข้นแก่โค้ชดิจิทัลกว่า 384 คน และชุมชนเข้าร่วมจำนวน 97 แห่งทั่วประเทศ

ทีมชนะเลิศ Craft Idea ปีนี้คือ BangSare Digital

ทีม BangSare Digital ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันกิจกรรมภายใต้แนวคิด Craft Idea ปีที่ 5 ด้วยการนำเสนอแผนธุรกิจที่เน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวของชุมชนบางเสร่ พร้อมยุทธศาสตร์การตลาดผ่านคอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพ บุกตลาดออนไลน์ และใช้กลยุทธ์ดิจิทัลอย่างมีประสิทธิผล

นอกจากทีมชนะเลิศแล้ว ยังมีทีมอื่นๆ ที่ได้รับรางวัล ได้แก่ สาวน้อยหน้านวลอยากับเรือด่วนสายบ้านแพน รองชนะเลิศอันดับ 1 และทีม NEXT STEP CACAO ซึ่งกวาดเงินรางวัลรวม 30,000 บาท

เป้าหมายของการจัด Craft Idea โดย “เอ็ตด้า”

เอ็ตด้า ยังคงเดินหน้าส่งเสริมให้ประชาชนทั่วประเทศได้เตรียมตัวสำหรับ Digital Transformation และ AI ผ่านโครงการ ETDA Local Digital Coach (ELDC) ที่มุ่งพัฒนา “โค้ชดิจิทัลชุมชน” ด้วยทักษะการตลาดออนไลน์ เนื้อหาดิจิทัล และการวางแผนธุรกิจแบบยั่งยืน

  • เจาะลึกการตลาดดิจิทัล
  • อบรมติวเข้มฝีมือคอนเทนต์
  • พัฒนาสินค้าชุมชนอย่างสร้างสรรค์
  • ส่งเสริมบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

โดยแผนงานที่พัฒนาขึ้นใน Craft Idea ปีที่ 5 จะถูกส่งต่อให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (สวส.) เพื่อดำเนินการต่อยอดจริงในพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ

สำหรับผู้สนใจที่อยากจะเริ่มต้นกับการเปลี่ยนแปลงด้วยดิจิทัลในชุมชน หรือแม้แต่ในธุรกิจของตนเอง หากได้เรียนรู้จากโครงสร้างที่ เอ็ตด้า สร้างขึ้นผ่าน Craft Idea ปีที่ 5 ก็ย่อมเป็นโอกาสเปิดโลกใหม่ที่สร้างรายได้ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

ที่มา – “เอ็ตด้า” จัดแข่ง Craft Idea ปี5 ทีม BangSare Digital คว้าแชมป์

ยูเอ็นประกาศภาวะอดอยากในฉนวนกาซา

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่านายทอม เฟลตเชอร์ รองเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ด้านกิจการมนุษยธรรม และผู้ประสานงานด้านความช่วยเหลือฉุกเฉิน ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่า ภาวะอดอยากในฉนวนกาซา ได้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ยูเอ็นต้องประกาศสถานการณ์เช่นนี้ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ยูเอ็นประกาศภาวะอดอยากในฉนวนกาซา

ในรายงานระบุว่า สถานการณ์ในพื้นที่ ฉนวนกาซา ได้เลวร้ายลงอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารและความช่วยเหลือมนุษยธรรม การเข้าถึงอาหารที่เพียงพอไม่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่ได้รับสารอาหารที่จำเป็น ทั้งนี้ ทอม เฟลตเชอร์ ได้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าเกิดจาก “การขัดขวางโดยอิสราเอล” ที่ส่งผลให้ความช่วยเหลือไม่สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างเต็มที่

สถานการณ์จากมุมมองโครงการไอพีซี

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้น หลังจากที่โครงการจำแนกภาวะความมั่นคงทางอาหารแบบบูรณาการ (IPC) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ประจำอยู่ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับอาหารในพื้นที่ ฉนวนกาซา รายงานของไอพีซีสรุปจากองค์ประกอบ 3 ประการ ซึ่งรวมถึง:

  • อย่างน้อย 1 ใน 5 (20%) ของครัวเรือนในฉนวนกาซา ไม่มีอาหารเพียงพอ
  • ประมาณ 1 ใน 3 (30%) ของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ไม่ได้รับอาหารที่มีคุณภาพเหมาะสม
  • มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 คนจากทุกๆ 10,000 คน จากภาวะทุพโภชนาการและโรคภัยไข้เจ็บ

ข้อมูลเหล่านี้ยืนยันว่า ประชาชนในพื้นที่กำลังเผชิญกับภาวะ ภาวะอดอยากในฉนวนกาซา อย่างรุนแรงมาก ซึ่งหากไม่มีการเข้าไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน อาจนำไปสู่อันตรายที่ร้ายแรงได้

ผลกระทบทางมนุษยธรรมในระยะยาว

สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงความซับซ้อนด้วยความไม่มั่นคงทางการเมืองและความตึงเครียดระหว่างประเทศ การเข้าถึงความช่วยเหลือใน ฉนวนกาซา นั้นขึ้นอยู่กับการขยายความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งรัฐบาล สภาความมั่นคงระหว่างประเทศ และองค์กรด้านมนุษยธรรม

โครงการไอพีซีได้จัดให้มีการระดมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ สุขภาพ และเศรษฐกิจ เพื่อประเมินระดับความรุนแรงจริงๆ ของสถานการณ์ ตัวเลขที่ออกมาทำให้หลายฝ่ายต้องตื่นตัว และเรียกร้องให้มีการปิดช่องว่างในการให้ความช่วยเหลือโดยทันที

จากที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน การตั้งคำถามว่าใครเป็นผู้มีบทบาทหลักในการยับยั้งความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่จากยูเอ็น ก็กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกในเวทีนานาชาติ การยืนยันอย่างชัดเจนจากทอม เฟลตเชอร์ ที่สอนว่า “ภาวะอดอยากสามารถป้องกันหรือแก้ไขได้ หากมีความร่วมมือ” ก็ถือเป็นเสียงเตือนอย่างชัดเจนเกี่ยวกับโอกาสที่แม้จะพบเจอ ยูเอ็นประกาศภาวะอดอยากในฉนวนกาซา แต่ก็ยังมีทางรอดให้ประชาชนในพื้นที่หากทุกฝ่ายได้ร่วมมือ

ความรุนแรงของ ภาวะอดอยากในฉนวนกาซา ไม่ใช่เพียงตัวเลขทางสถิติ แต่เป็นภาพสะท้อนของความทุกข์ทรมานของคนทั้งผู้ใหญ่ เด็ก และครอบครัวที่ต้องทนอยู่ในความยากลำบาก การเรียกร้องให้เปิดทางให้ความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นทันที

ในฐานะผู้ติดตามเหตุการณ์ในระดับโลก การมีข่าวจาก ยูเอ็นประกาศภาวะอดอยากในฉนวนกาซา เป็นการเตือนอย่างลึกซึ้งว่า ในยุคที่วิวัฒนาการของมนุษย์ดูเหมือนจะก้าวหน้า แต่ปัญหาความทุกข์ของมนุษย์ในบางพื้นที่กลับกลับมาอีกครั้ง เป็นความรับผิดชอบของทุกฝ่ายทั้งในระดับภายในประเทศและนานาชาติที่ควรมีบทบาทตรวจสอบและส่งเสริมให้มีความยุติ

ที่มา – ยูเอ็นประกาศภาวะอดอยากในฉนวนกาซา ซัดอิสราเอลเป็นต้นเหตุ

ไทยปรับโครงสร้างสู่อุตสาหกรรมใหม่ เตรียมเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลก

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะจากมาตรการภาษีของสหรัฐที่ตั้งระดับไว้ที่ 19% ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังคงพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก เมื่อมีปัจจัยความไม่แน่นอนจากต่างประเทศเข้ามา ก็เป็นผลให้เราเผชิญกับความเสี่ยงมากขึ้น

ไทยปรับโครงสร้างครั้งใหญ่

เพื่อแก้ไขปัญหาหลักนี้ ประเทศไทยได้เริ่มดำเนินการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ โดยมุ่งเน้นพัฒนาเศรษฐกิจจากภายในประเทศมากขึ้น และลดการพึ่งพาตลาดต่างประเทศ ทางการไทยได้ผลักดันการสร้าง อุตสาหกรรมใหม่ เพื่อมาทดแทนอุตสาหกรรมเดิมที่มีมาอย่างยาวนาน ตามการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน

เทียบสิงคโปร์ ต่างชาติแห่ลงทุนไทย

“ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล” กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ และประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) ได้กล่าวว่า ประเทศไทยต้องยอมรับว่าค่อนข้างมีข้อจำกัดในการสร้าง อุตสาหกรรมใหม่ ด้วยตนเอง จึงทำให้อัตราการเติบโตของ GDP ยังคงอยู่ในระดับ 2-3% เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่าไทยมีศักยภาพสูงในการพลิกโฉมเศรษฐกิจ เนื่องจากทำเลทางภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบและทรัพยากรที่เหมาะสม

  • การสนับสนุนจากรัฐบาลไทยอย่างต่อเนื่อง
  • ตลาดแรงงานที่มีคุณภาพและเหมาะกับอุตสาหกรรมหลากหลาย
  • โครงสร้างพื้นฐานที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ดร.กอบศักดิ์ ยังระบุว่าในอดีต ไทยมักจะส่งออกไปยังประเทศหลัก 3 แห่ง ได้แก่ สหรัฐ อียู และญี่ปุ่น หรือที่เรียกอีกอย่างว่า G3 แต่ในอีก 10 ปีข้างหน้า ตลาดหลักของโลกจะเปลี่ยนไปเป็น 4 ประเทศ ได้แก่ จีน สหรัฐ อินเดีย และอาเซียน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ใกล้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นี่คือข่าวดีสำหรับประเทศไทย เพราะการที่มีประเทศศักยภาพสูงเหล่านี้ล้อมรอบ เราจะทำให้ไทยกลายเป็นพื้นที่ที่ต่างประเทศให้ความสนใจมาลงทุนมากขึ้น ซึ่งทำให้วงการธุรกิจมั่นใจว่า “ไทยจะสร้างเศรษฐกิจใหม่ได้อีกครั้ง”

จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของโลกที่เปลี่ยนไป ทำให้ประเทศไทยได้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการปรับโครงสร้างทั้งระบบจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้มีประสิทธิภาพ และโอกาสในการเติบโตครั้งใหม่ของประเทศไทย ยังคงเปิดกว้างอยู่เสมอ

ที่มา – ข่าวดี! ไทยกำลังปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ สู่อุตสาหกรรมใหม่ เป็นศูนย์กลางในอนาคต

มาริโอ้ไม่กังวลจันจิได้ดอกแต่งงานอีกเป็นโหล

พระเอกหนุ่มหน้าหวาน มาริโอ้ เมาเร่อ และแฟนสาวสวย จันจิ-จันจิรา ถือเป็นคู่รักในวงการบันเทิงที่ได้รับความสนใจอย่างสูงจากแฟนคลับ ล่าสุดบรรยากาศความรักของทั้งคู่ยิ่งชัดเจนขึ้น เมื่อ จันจิ ได้รับดอกไม้งานแต่งงานไปแล้วหลายช่อ ทำเอาเหล่าแฟนคลับแอบแซวว่านี่คืออาถรรพณ์รอขอแต่งงานจริงๆ

มาริโอ้ไม่กังวล “จันจิ” ได้ดอกแต่งงานอีกเป็นโหล

ล่าสุดในงาน ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 75 รวมถึงกิจกรรมพิเศษอย่าง ไทยเที่ยวนอก Exclusive มาริโอ้ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความรักและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะเดินทางไปร่วมงานแต่งของรุ่นพี่ในวงการ โดยเฉพาะการที่รถคันโปรดเสียกลางทางด่วน

“รถมันดื้อนิดนึง อยู่ๆ ก็ดับกลางทางด่วน อยู่กลางแดดร้อนๆ คนเต็มไปหมดเลย” มาริโอ้เล่าถึงความวุ่นวายในวันนั้นว่า “น้องจันจิไม่อยู่ มันเลยดูแลยาก แต่โชคดีที่รถกลับมาติดอีกครั้ง แล้วจันจิก็เดินทางมานั่งให้กำลังใจและซื้อกาแฟมาให้”

ความรักเต็มเปี่ยมถึงแม้รถจะดื้อ

แม้ว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน แต่มาริโอ้ยังบอกว่า “ความรักที่แท้จริงควรผูกพันด้วยความเข้าใจ เดี๋ยวรถเสียเมื่อไรก็มีเราอยู่ตรงนี้ไม่ใช่เหรอ” นิยามความห่วงใยของคนรักที่สอนให้ทุกอุปสรรคกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปได้

  • รถดับกลางทางด่วนในชุดสูท
  • รอซ่อมจนเขินมือ
  • คนแปลกหน้าเสนอความช่วยเหลือแบบน่ารัก
  • จันจิเดินทางมาให้กำลังใจ

ทั้งหมดนี้คือความพฤติกรรมของความรักที่ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของอารมณ์ แต่เป็นภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ในการดูแลและสนับสนุนกัน

นอกจากเรื่องราวความรักสดใสแล้ว มาริโอ้ ยังเปิดใจถึงเรื่องของ จันจิ ที่ชอบได้รับดอกไม้ในงานแต่ง ไม่ว่าจะโดยวิธีใดก็ตาม โดยมาริโอ้กล่าวอย่างมีอารมณ์ขันว่า “ถามว่าเป็นอาถรรพณ์ไหม เพราะปกติ 3 ช่อต้องแต่งแล้ว เขายังรับได้อีก เขาโอเค เขาแฮปปี้ แต่มันก็เป็นกิมมิคสนุกๆ”

ซีเรียสไหม? คำตอบของคนที่รัก

หลายคนมักพูดล้อเล่นถึงความสัมพันธ์ของมาริโอ้และจันจิว่า “เคยแต่ให้เขาได้ก่อนแต่ตอนนี้ก็คนอื่นรวมตัวกันสวยกว่า” ถึงอย่างนั้น มาริโอ้ ยังยืนยันว่าสองคนเข้าใจกันดี และไม่มีความซีเรียสกับเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ “คือเราก็แฮปปี้ เราก็รู้สึกว่าก็สนุก น้องก็เป็นคนที่ไปงาน เขาก็อยากให้งานสนุก เขาก็เต็มที่”

มาริโอ้ยังเปิดใจถึงเหตุการณ์ที่จันจิโพสต์ข้อความตัดพ้อผ่านโซเชียล โดยกล่าวว่า “เขาเจอประจำ เขาก็คงมีการตัดพ้ออะไรอย่างนี้บ้าง กำลังใจก็คือไปซื้อกระเป๋าเขาแล้วก็ไปอุดหนุนเสื้อเขา อันนี้จะดีมาก”

สุดท้าย มาริโอ้อยากฝากถึงคนที่มักมีการแสดงความคิดเห็นในเชิงลบผ่านโซเชียลมีเดียว่า “บางทีก็เบาๆ หน่อย คิดถึงใจเขาใจเราบ้าง เขาก็เครียดนะครับ ก็มีเศร้าจริงๆ”

ยังไงก็ตาม ความรักของ “มาริโอ้ – จันจิ” ยังคงเติบโตไปทุกวันไม่น้อยไปกว่าดอกไม้ที่เธอเลือกเก็บไว้จากงานแต่งงาน งานที่จะเป็นที่สุดแห่งความล้ำค่าในความทรงจำของทั้งคู่

หากคุณเป็นแฟนคลับคู่นี้ อย่าลืมให้กำลังใจพวกเขาเช่นกัน เพราะคู่รักที่มีความรักจริงมากกว่าคำพูด คือคู่ที่ควรค่ากับการเดินไปด้วยกันต่อไป

ที่มา – ‘มาริโอ้’ ไม่กังวลอาถรรพณ์ ‘จันจิ’ รับดอกในงานแต่ง ได้อีกเป็นโหลยังไหว!

สองล้อไทยคึกคัก! NEXZTER BRIC Superbike กระหึ่มสนามช้างฯ

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึง นักบิดมืออาชีพและมือใหม่จะ齐聚กันที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เพื่อร่วมการแข่งขัน NEXZTER BRIC Superbike Championship ซึ่งถือเป็นการแข่งขันโมโตไซค์ติวเรียบระดับประเทศมวลชนรอบคอบและตื่นเต้นที่สุดในไทยในปีนี้

สองล้อไทยคึกคัก! NEXZTER BRIC Superbike กระหึ่มสนามช้างฯ

กิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคมนี้ ด้วยการซ้อมอย่างเป็นทางการ และจะมีการแข่งขันจริงในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 23-24 สิงหาคม ซึ่ง NEXZTER BRIC Superbike” กระหึ่มสนามช้างฯ จะเป็นเวทีอันน่าตื่นเต้นที่ต้องห้ามพลาด

ไม่ว่าจะเป็นนักบิดจากประเทศไทย หรือต่างประเทศรวมทั้งอังกฤษ อเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย อิตาลี รัสเซีย อินเดีย และญี่ปุ่น ต่างก็มารวมตัวกันเพื่อชิงความเร็วและแรงบิดระดับแชมป์ในแต่ละรุ่นการแข่งขัน

ไฮไลท์ของการแข่งขัน NEXZTER BRIC Superbike

รุ่น Superbike 1,000cc (SB1 Pro) เป็นหนึ่งในรุ่นที่ได้รับความสนใจสูงสุด โดยมีการบิดอันดับต้น ๆ จากนักบิดมากฝีมืออย่าง “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จากอีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม ทำเวลาแรกสุด 1 นาที 36.813 นาที ตามด้วย “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว และ “บอล” จักรกฤษณ์ แสวงสวาท ตามลำดับ

ในรุ่น Superstock 1,000cc (ST1) นั้น นทีธาร ทองโคตร จากยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส เก็บเวลาดีที่สุดไว้ด้วยการจับเวลา 1 นาที 39.859 วินาที ส่วน Supersport 600cc (SS1Pro) เกิดพบกับเรซซิ่งที่ตึงเครียดของ “โกยุ นาคากาวะ” ชาวยี่ปุ่น และ “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร ที่อยู่ห่างกันเพียงร้อยส่วนของวินาทีเท่านั้น

  • การสนับสนุนแรงบิดจากฮอนด้าและยามาฮ่า
  • ตื่นเต้นกับการแข่งขันรุ่นชั้นนำมากมาย
  • บัตรชมที่ราคาประหยัด แต่บรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

ร่วมเชียร์และเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน! บัตรชมการแข่งขันเปิดจำหน่ายที่ราคาแกรนด์แสตนด์เพียง 100 บาท และบัตรวีไอพี 500 บาทต่อวัน (ขายเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ที่หน้าทางขึ้น Grandstand)

พิเศษ! ผู้ที่มาร่วมสนุกและถ่ายรูปพร้อมผลิตภัณฑ์ของช้าง สามารถลุ้นรับรางวัลใหญ่เช่น VIP Pass สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ส่วนใครอยากสัมผัสบรรยากาศสุดพิเศษของ Garage ก็สามารถร่วมกิจกรรม “Pit Lane Walk” ได้อีกด้วย

ติดตามถ่ายทอดสดได้ทาง True Sports 1 หรือชมออนไลน์ผ่านเพจ Chang Circuit Buriram หรือ BRIC Superbike 2025 ได้ตลอดทั้งวัน เริ่มต้นเวลา 9.00 น.

ใครที่หลงรักความเร็วและแรงบิดต้องรีบจองบัตรก่อนที่Stock จะหมด! เพราะการแข่งขันครั้งนี้จะเต็มไปด้วยแรงบิด สีสัน และฮีโร่แห่งเส้นทางทุกความคาดหวังของสายสองล้อ

ที่มา – สองล้อไทยคึกคัก! NEXZTER BRIC Superbike” กระหึ่มสนามช้างฯ

นครแหลมฉบัง-สมาคมเทเบิลเทนนิสฯ-ไทยออยล์ สานต่อโครงการปั้นฝันเยาวชนสู่ความเป็นหนึ่ง

กลุ่มไทยออยล์ ร่วมกับสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย และเทศบาลนครแหลมฉบัง จัดโครงการ “ไทยออยล์ปั้นฝันเยาวชนสู่ความเป็นหนึ่ง เพื่อพัฒนาทักษะด้านกีฬาเทเบิลเทนนิส” ปีที่ 2 ณ ศาลาประชาคมทุ่งกราด อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยได้รับเกียรติจากคุณสันติ ศิริตันหยง รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหารกลุ่มไทยออยล์ และสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย รวมทั้งครูและเยาวชนในพื้นที่แหลมฉบัง เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้อย่างคึกคัก

นครแหลมฉบัง-สมาคมเทเบิลเทนนิสฯ-ไทยออยล์ ขับเคลื่อนความฝันของเยาวชน

โครงการดังกล่าวถูกออกแบบมาอย่างครอบคลุม เพื่อเสริมสร้างทักษะการเล่นเทเบิลเทนนิสให้กับเยาวชนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 3 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนในพื้นที่แหลมฉบัง รวม 9 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนเทศบาลนครแหลมฉบังทั้ง 3 แห่ง โรงเรียนวัดใหม่เนินพะยอม โรงเรียนวัดมโนรม โรงเรียนบ้านชากยายจีน โรงเรียนวัดแหลมฉบัง โรงเรียนวัดบ้านนา (ฟินวิทยาคม) และโรงเรียนบุญจิตวิทยา ซึ่งมีเยาวชนให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 120 คน

ฝึกสอนโดยผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ

หนึ่งในจุดเด่นของปีนี้คือ การยกระดับระบบการฝึกสอน โดยมีผู้ฝึกสอนทีมชาติและนักกีฬาเยาวชนทีมชาติกว่า 20 คน เข้ามามีส่วนร่วมในการถ่ายทอดประสบการณ์ เทคนิคการเล่น และมอบแรงบันดาลใจแก่เยาวชนให้ก้าวสู่เส้นทางนักกีฬาอาชีพอย่างมั่นใจ

กิจกรรมตลอดวันเริ่มจากการประเมินศักยภาพเบื้องต้น จากนั้นจึงแบ่งกลุ่มฝึกตามระดับทักษะ

  • กลุ่ม A (Beginner): ฝึกทักษะพื้นฐาน เช่น การจับไม้ การเคลื่อนไหว การโต้พื้นฐาน การเดาะลูก และการส่งลูกเป็นจังหวะ
  • กลุ่ม B (Advance): ฝึกเทคนิคเข้มข้น จำลองสถานการณ์การแข่งขัน และวางแผนกลยุทธ์การเล่น

กิจกรรมจบทิ้งท้ายด้วยพิธีมอบประกาศนียบัตร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้เยาวชน โดยถือว่าเป็นก้าวแรกสู่การพัฒนาศักยภาพทางกีฬาของพวกเขา

การแข่งขันระดับประเทศ

นอกจากกิจกรรมอบรมแล้ว กลุ่มไทยออยล์ยังได้จัดการแข่งขัน “Thaioil Table Tennis Cup 2025” ขึ้นเพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนในพื้นที่และนักกีฬาจากทั่วประเทศกว่า 130 คน ร่วมประชันฝีมือ และรับรางวัลจากรองผู้บริหารกลุ่มไทยออยล์และภาครัฐ ณ ศาลาประชาคมทุ่งกราด

โครงการของกลุ่มไทยออยล์สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อน Soft Power และแผนพัฒนากีฬาไทยระยะ 4 ปี (2567–2570) โครงการนี้ไม่เพียงสนับสนุนด้านกีฬา แต่ยังสนับสนุนด้านการศึกษา สุขภาวะ และคุณภาพชีวิตของเยาวชน ให้พวกเขาเข้าสู่เวทีระดับสากลได้อย่างเต็มตัว

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่สนใจเยาวชน หรือเป็นผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกได้ฝึกฝนทักษะกีฬาอย่างมืออาชีพ การเข้าร่วมกิจกรรมเช่นนี้คือโอกาสที่คุณไม่ควรพลาด

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่มไทยออยล์สามารถติดต่องานประชาสัมพันธ์ได้ที่เว็บไซต์หลักขององค์กร

ที่มา – ‘นครแหลมฉบัง-สมาคมเทเบิลเทนนิสฯ-ไทยออยล์’ สานต่อโครงการปั้นฝันเยาวชนสู่ความเป็นหนึ่ง

ผลงานสุดปัง! คู่นักหวดไทยปงาดชิงดำ ลุ้นแชมป์ชายคู่-หญิงคู่ จี เอช แบงก์

ในรายการ “G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 (1)” ที่จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 นี้ ถือเป็นเวทีสำคัญของวงการเทนนิสอาชีพนานาชาติ ทั้งในประเภทชายและหญิงทั้งเดี่ยวและคู่ โดยมีเงินรางวัลรวมสูงถึง 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,017,300 บาทต่อรายการ

ผลงานสุดปัง! คู่นักหวดไทยปงาดชิงดำ ลุ้นแชมป์ชายคู่-หญิงคู่ จี เอช แบงก์

ในประเภทหญิงคู่ รอบรองชนะเลิศ มีการปะทะกันอย่างโดดเด่นระหว่างนักเทนนิสสาวไทย โดย ‘ออมสิน’ อัญชิสา ฉันทะ กับ ‘อีฟ’ พัชรินทร์ ชีพชาญเดช ที่เป็นคู่มือวางอันดับ 4 ของรายการ ได้พบกับ ‘แต้ว’ ทรรศพร นาคหล่อ กับ ‘เอิร์ธ’ เพียงธาร ผลิพืช คู่หนึ่งของรายการ ซึ่งผลปรากฏว่า “ออมสิน-อีฟ” สามารถเอาชนะไปได้อย่างสุดมันส์ 2-1 เซต โดยมี比分 6-4, 6-7 (ไทเบรก 3-7) และจบในซูเปอร์ไทเบรก 11-9 ทำให้ได้ลุ้นเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอย่างเต็มตัว

ประเภทหญิงเดี่ยวมีคู่ไทยตัดเชือกอีกสองคู่

ไม่แพ้กันในสนามหญิงเดี่ยว รอบก่อนรองชนะเลิศ ‘อีฟ’ พัชรินทร์ ชีพชาญเดช เปิดตัวแซง ชิโฮะ อาคิตะ จากญี่ปุ่น ไปอย่างรวดเร็ว 6-1 และ 1-0 ด้วยการ Ret. จากอาการบาดเจ็บ ส่วน ‘ออมสิน’ อัญชิสา ฉันทะ ก็ทำผลงานได้อย่างน่าทึ่งเมื่อเอาชนะ รินะ ไซโกะ มือวางอันดับ 1 จากญี่ปุ่น 2-1 เซต 6-3, 0-6, 6-4 เข้าสู่รอบตัดเชือกได้ทั้งสองคน

สำหรับประเภทชายคู่ ทางด้าน ศิวณัฎฐ์ อุ้ยตยะกุล และ มาร์คุส มาลาซแชค-วูยือ (ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน) ก็ชนะ ฐานทัพ สุขสำราญ กับ ซาย คาร์ทีก เรดดี้ กันตา จากอินเดีย 2-0 เซต 6-4, 6-4 และผ่านเข้าสู่รอบชิงได้สำเร็จ

นอกจากนี้ มาร์คุสยังมีผลงานโดดเด่นในประเภทชายเดี่ยว โดยเอาชนะ คิม ดง จู จากเกาหลีใต้ในรอบก่อนรองชนะเลิศ 2-0 เซต 7-5, 6-2 และจะได้ตัดเชือกับ ฐานทัพ สุขสำราญ ที่เอาชนะ ยุทธนา เจริญผล ไปอย่างสุดมัน 7-6 และจบด้วย 4-2 Ret. เวลานี้ชาวไทยมีลุ้นหลายคู่เต็มตา!

นักเทนนิสหริงมือวางสูงลุ้นชนกันเอง

ย้ำอีกครั้งว่า รายการ “จี เอช แบงก์ ITF World Tennis Tour 2025” มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะในประเภทหญิงคู่และชายคู่ มีนักเทนนิสหริงมือวางสูงจากหลายประเทศรวมถึงไทย เข้าร่วมแข่งขันอย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นนักหวดสาว ‘อิฟ’ พัชรินทร์ และ ‘ออมสิน’ อัญชิสา ที่เพิ่งให้ความฮือฮาในการเปิดตัวด้วยการเอาชนะอันดับ 1 ในรายการไปอย่างดุเดือด เพราะฉะนั้นทิ้งท้ายให้ได้ลุ้นกันต่อถึงเส้นชัยในรอบชิง

หากคุณเป็นแฟนเทนนิสตัวยง ห้ามพลาดติดตามแมตช์ไฟนอลทั้งสองตารางนี้ เพราะทีมชาติไทยเรามีโอกาสได้คว้าแชมป์กลับมาได้แน่นอน อย่าลืมเชียร์ถึงสนาม และติดตามผลต่อได้ที่เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะจะเห็นฟอร์มของเหล่า “นักหวดไทยปงาดชิงดำ” ว่าจะเข้าชิงหรือคว้าแชมป์ได้สมหวังเพียงใด

ที่มา – ผลงานสุดปัง! คู่นักหวดไทยปงาดชิงดำ ลุ้นแชมป์ชายคู่-หญิงคู่ ศึกเทนนิส “จี เอช แบงก์”

ดัชนีหุ้นปิดบวก 8.60 จุด ตอบรับศาลยกฟ้องทักษิณ

บรรยากาศตลาดหุ้นไทยในเช้าวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เริ่มมีการเคลื่อนไหวในแดนบวก หลังมีข่าวสำคัญว่าศาลอาญาได้มีคำพิพากษายกฟ้องกรณี ดัชนีหุ้นปิดบวก 8.60 จุด ตอบรับศาลยกฟ้องทักษิณ ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ปิดตลาดที่ระดับ 1,253.39 จุด เพิ่มขึ้น 8.60 จุด หรือ 0.69% มูลค่าซื้อขายรวมอยู่ที่ 37,999.28 ล้านบาท

ดัชนีหุ้นปิดบวก 8.60 จุด ตอบรับศาลยกฟ้องทักษิณ

ข่าวดีนี้ได้สร้างแรงเชิงบวกให้กับตลาดหุ้นโดยรวม โดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงสุดท้ายของการซื้อขาย ขณะที่ตลาด MAI ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน ปิดที่ 251.47 จุด เพิ่มขึ้น 1.73 จุด หรือ 0.69% บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เริ่มกลับมาอีกครั้ง หลังสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น

ปัจจัยหนุนและรั้งตลาดหุ้นไทย

อย่างไรก็ตาม บล.ไอร่า ระบุว่า แม้ว่าตลาดจะได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของความเชื่อมั่น แต่ยังคงมีปัจจัยหลายประการที่อาจส่งผลต่อทิศทางในระยะสั้น เช่น การนัดไต่สวนกรณีคลิปเสียงของนายกฯ แพทองธาน ชินวัตร ซึ่งยังอยู่ในระดับความไม่แน่นอน และอาจกระตุ้นแรงขายทำกำไรในช่วงสั้นๆ ได้

นอกจากนี้ การปรับน้ำหนักดัชนี MSC ที่ตลาดหุ้นไทยอาจถูกลดน้ำหนักลงราว 6 พันล้านบาท ก็เป็นอีกหนึ่งแรงกดดันที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ตลาดยังคงต้องเฝ้าระวังข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ตัวเลขส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม ซึ่งคาดว่าจะชะลอตัวลง เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน

หุ้นกลุ่มไหนที่น่าจับตา?

ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา มีหุ้นหลายตัวที่มีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างหนาแน่น โดยเฉพาะในกลุ่ม blue chip ที่ถูกนักลงทุนเล็งเห็นถึงศักยภาพในการเติบโต ดัชนีหุ้นปิดบวก 8.60 จุด ตอบรับศาลยกฟ้องทักษิณ ต่อยอดได้จากหุ้นกลุ่มนี้อย่างชัดเจน

  • การบินไทย ปิดที่ 12.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.90 บาท
  • ธนาคารกสิกรไทย ปิดที่ 167.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง
  • ฮานา ปิดที่ 24.80 บาท เพิ่มขึ้น 1.60 บาท
  • ปตท. ปิดที่ 32.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง
  • ทรู ปิดที่ 11.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท

หุ้นกลุ่มดังกล่าวไม่เพียงแค่มีมูลค่าการซื้อขายสูง แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เริ่มกลับคืนตลาด ภายใต้บรรยากาศที่เริ่มมีสัญญาณบวกชัดเจน

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในช่วงนี้ การติดตามข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของตลาด และปัจจัยชี้นำเศรษฐกิจ ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนการลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว

ที่มา – ดัชนีหุ้นปิดบวก 8.60 จุด ตอบรับศาลยกฟ้องทักษิณ

IIFSA เตรียมประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัล Astar Award 2025

สถาบันนานาชาติวิทยาศาสตร์และศิลปะภาพยนตร์ (IIFSA) เตรียมประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัล Astar Award 2025 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการบูรณาการศิลปะภาพยนตร์และเทคโนโลยีระดับนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการยกย่องผู้ที่สร้างผลงานโดดเด่นด้านภาพยนตร์ นวัตกรรม งานวิจัย การศึกษา และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

IIFSA เตรียมประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัล Astar Award 2025

ในปีนี้ ผู้เข้าชิง Astar Award 2025 ครอบคลุมกว่า 20 สาขา จากผู้สมัครมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและศักยภาพของวงการภาพยนตร์โลก ไม่ว่าจะเป็นด้านความคิดสร้างสรรค์ การผสมผสานเทคโนโลยี และการเล่าเรื่องที่สะท้อนมิติของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับโลก

คณะกรรมการตัดสินของ Astar Award 2025 ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติ นำโดยศาสตราจารย์ Karl Bardosh จาก NYU Tisch School ผู้เคยได้รับรางวัล Tony Award และเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกแนวคิดภาพยนตร์บนมือถือ ร่วมด้วยผู้เชี่ยวชาญจากเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลก เช่น ปูซาน อัมสเตอร์ดัม มุมไบ และเมลเบิร์น

  • คณะกรรมการระดับนานาชาติ
  • หลากหลายสาขาให้ลุ้นรางวัล
  • เกียรติแก่ผลงานสร้างสรรค์ที่โดดเด่น
  • สะท้อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีในภาพยนตร์

หนังที่เข้าร่วมได้รับการเสนอชื่อทั้งจากสมาชิก IIFSA และผู้สมัครโดยตรง จากนั้นคณะกรรมการจะดำเนินการโหวตเพื่อคัดเลือกผู้ชนะ และจะประกาศผลอย่างเป็นทางการในการพิธีมอบรางวัล

กิจกรรมมอบรางวัล Astar Award 2025 จะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 27 สิงหาคม 2025 ซึ่งจะมีศิลปิน นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และคนรุ่นใหม่จากทั่วโลกมาร่วมเป็นสักขีพยานต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก

หากคุณเป็นคนรักภาพยนตร์ หรือสนใจในเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก การติดตามงาน Astar Award 2025 ถือเป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาด สำหรับการรับชมผลงานเยี่ยมที่จะเปลี่ยนแปลงมุมมองของวงการบันเทิง

ที่มา – IIFSA เตรียมประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัล “Astar Award 2025” พร้อมจัดพิธีมอบรางวัล 27 ส.ค.นี้