ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ ICONCRAFT (ไอคอนคราฟต์) จัดนิทรรศการ “Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025” ระหว่างวันที่ 19 – 23 สิงหาคม 2568 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม เพื่อนำเสนอผลงานผ้าทอจากเส้นใยธรรมชาติที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ผสานแนวคิดการออกแบบร่วมสมัยสู่เวทีแฟชั่นในอนาคต

Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025

งานนิทรรศการ Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมแฟชั่นที่สร้างสรรค์จากเส้นใยธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยนำเสนองานผ้าจากวัสดุธรรมชาติหลากหลายประเภท เช่น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าขนแกะ และเส้นใยจากแหล่งท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งผ่านกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

แบรนด์ดังร่วมสร้างสรรค์สู่อนาคต

นิทรรศการนี้ยังเป็นเวทีสำหรับดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่และแบรนด์ชั้นนำของไทย เช่น แบรนด์ TANDT, WISHARAWISH, Chai Gold Label, Irada, Theathe, Panya.me, Vickteerut, Fah chak และ Vatit itthi ที่มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นโดยเฉพาะจากวัตถุดิบธรรมชาติ เน้นการสานต่อภูมิปัญญาไทยผ่านการออกแบบที่ทันสมัย ตอบโจทย์เทรนด์ “Sustainable Fashion” หรือแฟชั่นอย่างยั่งยืน

งานนี้ไม่เพียงแค่ส่งเสริมให้ผู้ชมเห็นคุณค่าของวัตถุดิบธรรมชาติที่ใช้ในแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ชุมชนผู้ผลิตได้เข้าถึงตลาดมากขึ้น พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าต่อทั้งผู้สวมใส่ สังคม และสิ่งแวดล้อม

  • วันที่จัดงาน: 19 – 23 สิงหาคม 2568
  • สถานที่: ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม
  • แนวคิดหลัก: Sustainable Fashion
  • แบรนด์ร่วมแสดง: TANDT, WISHARAWISH, Chai Gold Label, Irada, Theathe, Panya.me, Vickteerut, Fah chak, Vatit itthi

การใช้ เส้นใยธรรมชาติ ในการผลิตเสื้อผ้าหรือสิ่งทอต่าง ๆ กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในยุคที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การเลือกใช้วัตถุดิบที่ลดผลกระทบต่อโลกใบนี้ จึงเป็นเรื่องที่ทั้งแบรนด์ใหญ่และผู้ผลิตรายย่อยต้องให้ความสำคัญ

หากคุณสนใจร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งเส้นใยธรรมชาติในงาน Future Fashion และเห็นศักยภาพของแฟชั่นที่ยั่งยืน ก็อย่าพลาดเยือนงานนิทรรศการที่สายใยดิจิทัลเชื่อมโยงกับสายใยธรรมชาติของชาติไทยได้อย่างลงตัว

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official Account : https://lin.ee/LDYuwsY

ที่มา – Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025

รัสเซียดึงเชิงเจรจายูเครน สวิตเซอร์แลนด์พร้อมเป็นเวที-ให้สิทธิคุ้มกันปูติน

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนยังคงดำเนินต่อไป ล่าสุดรายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีแหล่งข่าวระดับสูงอย่างน้อย 3 คน ซึ่งได้ฟังการสนทนาทางโทรศัพท์ของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า ปูตินได้เสนอให้จัดการเจรจาโดยตรงกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ที่กรุงมอสโก แต่ถูกเซเลนสกีปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวทันที

รัสเซียดึงเชิงเจรจายูเครน สวิตเซอร์แลนด์พร้อมเป็นเวที-ให้สิทธิคุ้มกันปูติน

ทั้งนี้ ทางด้านนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ได้ออกมาชี้แจงว่า การจะจัดการเจรจาสูงสุดระหว่างผู้นำรัสเซียและยูเครน จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากระดับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ และหลังจากนั้นจึงดำเนินตามขั้นตอนที่จำเป็นอย่างครบถ้วน

โอกาสในการเจรจาแบบเปิดกว้าง

น่าสนใจว่านายดมิทรี โปลิอันสกี รองหัวหน้าคณะผู้แทนถาวรรัสเซียประจำสหประชาชาติ เผยว่า ยังไม่มีใครในรัสเซียปฏิเสธความเป็นไปได้ในการเจรจาโดยตรง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป “ไม่ควรเป็นแค่การประชุมธรรมดา” ต้องเป็นการเจรจาเชิงลึกเพื่อผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ได้เสนอให้เจรจาในเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นประเทศที่เป็นกลาง และได้รับการตอบรับอย่างดีจากฝ่ายสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งพร้อมจะมอบสิทธิคุ้มกันพิเศษให้แก่ประธานาธิบดีปูตินจากหมายจับของศาลอาญาความนานาชาติ (ไอซีซี) ที่ออกโดยรัสเซีย ส่วนออสเตรียซึ่งเป็นประเทศนอกนาโต ก็แสดงเจตนารมณ์ว่าจะเป็นสถานที่เจรจาอีกแห่งหนึ่ง และสามารถมอบสถานะคุ้มกันพิเศษให้กับผู้นำรัสเซียได้เช่นกัน

ในขณะเดียวกัน นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ระบุอย่างชัดเจนว่า สหรัฐจะไม่ส่งทหารภาคพื้นดินเข้าไปในยูเครน อย่างไรก็ตาม ทางเลือกในการสนับสนุนทางอากาศยังถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่จะใช้เพื่อเสริมเสถียรภาพและความปลอดภัยให้กับยูเครนในอนาคต

สถานการณ์นี้แสดงถึงความซับซ้อนทางการเมืองที่ไม่อาจคลี่คลายได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ถ้าหากยูเครนและรัสเซียมีความพร้อมจริง ๆ การใช้พื้นที่เป็นกลางเช่นสวิตเซอร์แลนด์หรือออสเตรีย อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสันติภาพในภูมิภาค

หากคุณติดตามสถานการณ์ครบรอบวันต่อวัน เราขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์นี้มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ และมีผลต่อภาพรวมระดับโลก

ที่มา – รัสเซียดึงเชิงเจรจายูเครน สวิตเซอร์แลนด์พร้อมเป็นเวที-ให้สิทธิคุ้มกันปูติน

เลขาบอยโอดข่าวปลอมเพียบ การเมืองอึมครึม

สถานการณ์การเมืองไทยช่วงนี้กำลังเป็น焦点 ท่ามกลางข่าวลือและความไม่แน่นอนมากมาย โดยเฉพาะหลังจากศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยกรณีคลิปเสียงระหว่างนายกฯ อิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร กับฮุน เซน ประธานองคมนตรีกัมพูชา ที่ถูกตั้งข้อหาว่าขาดคุณธรรมจริยธรรม ส่งผลให้อาจต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี

เลขาบอยโอดข่าวปลอมเพียบ การเมืองอึมครึม

“เลขาบอย” สรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมทั้งเป็นเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนเกี่ยวกับข่าวลือที่ว่าพรรคเพื่อไทยจะกลับไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ “บิ๊กตู่” ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ถึงแม้จะมีกระแสข่าวเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย แต่เลขาบอยยืนยันว่าทั้งหมดเป็นข่าวปลอม

“เราไม่มีแผนใดในการสนับสนุนบิ๊กตู่ หรือการจับมือกับพรรคภูมิใจไทยแน่นอน ขอร้องให้ทุกคนอย่าเชื่อข่าวลือ พรรคเราจะมั่นใจว่านายกฯ แพยังสามารถทำงานต่อได้” เลขาบอยกล่าว

สถานการณ์การเมืองไม่แน่นอน

ท่าทีของ “เลขาบอย” นี้ชัดเจน เพราะสถานการณ์ปัจจุบันเต็มไปด้วยความหม่นหมอง งานราชการก็ชะงัก เพราะไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลจะอยู่หรือไป “ผลักดันอะไรต่อไม่ไหวแล้ว เพราะข่าวลือเยอะเหลือเกิน ทั้งโหวกย้ายตำแหน่ง หรือกระทั่งงบประมาณที่สภาถกกันมานาน” เขาเผยว่า

“ขอฝากให้ข้าราชการทุกคนยังคงทำงานเต็มที่ อย่ามึน อย่าลังเล ไม่ว่าจะมีนักการเมืองอยู่-ไป ต้องยึดมั่นมาตรฐานในการบริการประชาชน”

  • พรรคประชาชนเรียกร้องให้นายกฯ ลาออกหากยังต้องผิดจริยธรรม
  • พรรคภูมิใจไทยจัดการนักการเมืองที่โหวตสวนพรรคอย่างเด็ดขาด
  • ครม.มีมติโยกย้ายข้าราชการของหลายกระทรวง

ด้านพรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งมี “สส.เอิร์ธ” ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล เป็นตัวแทน ยังยืนยันว่าเราไม่เห็นด้วยกับการที่องค์กรอิสระเข้ามาตัดสินคดีนามธรรมเช่นนี้ “หากนายกฯ ไม่ลาออก ก็ต้องมีการสืบสวนให้ถึงที่สุด”

ขณะที่พรรคภูมิใจไทยก็เผชิญกับปัญหาภายใน จากกรณีที่ ส.ส.บางคนคอย “งูเห่า” เหตุผลในการออกนอกพรรค หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล เปิดเผยว่าพวกเราไม่ต้องรอสอบสวนแล้ว เพราะพฤติกรรมชัดเจน

วุ่น! วาระของ ครม. กับการแต่งตั้ง-โยกย้าย

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังมีมติแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำแหน่งบริหารระดับสูงเป็นจำนวนมาก รวมทั้งหมด 25 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตามยังมีพรรคฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจล่าสุด เช่น กรณีผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีความสำคัญต่อพรมแดนไทย-กัมพูชา

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเรื่องการแต่งตั้งและงบประมาณ อาจส่งผลให้บรรยากาศทางการเมืองไม่แน่นอนต่อเนิ่ง โดยเฉพาะหากสภาไม่ผ่าน ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปีงบประมาณ 2569 ที่กำลังเป็นประเด็นเข้มข้น

ความวุ่นวายของสถานการณ์การเมืองในช่วงนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของพรรคการเมือง ผู้บริหารราชการแผ่นดิน หรือแม้แต่ประชาชนทั่วไปต่างต้องเห็นภาพรวมในท่าทีการบริหารประเทศในช่วงเวลาที่ยังเต็มไปด้วยคำถาม“เลขาบอยโอดข่าวปลอมเพียบ การเมืองอึมครึม” สะท้อนว่าทุกฝ่ายต้องกลับมามองปัญหาในเชิงสร้างสรรค์ ไม่ใช่ปล่อยให้ข่าวปลอมสับสนต่อมูลเหตุและผล

ทิศทางของประเทศในช่วงนี้ขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของประชาชนไปจนถึงการที่รัฐบาลยังสามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ผ่านขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย นับเป็นภารกิจที่ท้าทาย แม้จะต้อง “ไขว้เขวอยู่ตรงนี้”

ที่มา – ‘เลขาบอย’ โอดข่าวปลอมเพียบ การเมืองอึมครึม! ปัดดีลลับหนุน ‘บิ๊กตู่’

ไข่สุก-ไข่ดิบ ควรกินอย่างไรให้ประโยชน์สูงสุด

ไข่ เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่หลายคนนิยมบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่การเลือกกินไข่สุกหรือไข่ดิบ ต่างก็มีผลต่อการดูดซึมสารอาหารและสุขภาพของร่างกาย โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่าง “ไข่ขาว” และ “ไข่แดง” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

ไข่สุก-ไข่ดิบ ความแตกต่างที่ต้องรู้

ไข่ 1 ฟองประกอบด้วยไข่แดงและไข่ขาว ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยไข่ขาวจะให้โปรตีนบริสุทธิ์แทบทั้งหมด ส่วนไข่แดงจะมีไขมันและสารอาหารอื่น ๆ เช่น วิตามิน และแร่ธาตุ

ในการบริโภคไข่สุกๆ หรือไข่ดิบ มีความเสี่ยงต่อการย่อยยาก เนื่องจากไข่ขาวดิบมีโปรตีนชนิด “อัลบูลมิน” ซึ่งหากไม่ผ่านการปรุงสุกจะย่อยได้ยาก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือคนที่ระบบย่อยต่ำ

ไข่แดง กับ ไข่ขาว ควรกินอย่างไร

หากผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับคอเลสเตอรอลในไข่แดง และเลือกกินแต่ไข่ขาว อาจเสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร โดยเฉพาะ “ไบโอติน” ที่ถูก “อะวิดิน” ในไข่ขาวจับตัว ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพผิวและเส้นผม

ดังนั้น ควรรับประทานทั้งไข่แดงและไข่ขาว พร้อมปรุงสุก เช่น ไข่ต้ม ไข่ยัดไส้ ไข่ลวก หรือไข่ดาว ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์อย่างครบถ้วน และปลอดภัยจากเชื้อโรค เช่น ซาโมเนลลา

ใครควรกินไข่เท่าไร

การเลือกกินไข่ควรพิจารณาจากสภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล หากไม่มีปัญหาเรื่องไขมันในเลือด ความดันโลหิต หรือเบาหวาน ผู้ใหญ่สามารถกินไข่ได้สัปดาห์ละ 3-4 ฟอง ส่วนคนไขมันในเลือดสูง ควรปรึกษาแพทย์ และแนะนำให้กินเฉพาะไข่ขาว ซึ่งไม่มีคอเลสเตอรอล

  • เด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไป: กินไข่ได้วันละ 1 ฟอง สัปดาห์ละ 7 ฟอง
  • ผู้ใหญ่สุขภาพดี: 3-4 ฟองต่อสัปดาห์
  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ: แนะนำให้กิน 1 ฟองต่อสัปดาห์ หรือเลือกเฉพาะไข่ขาว

ไข่เป็นอาหารราคาถูก ใช้ง่าย และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ไม่ใช่แค่แหล่งโปรตีนเท่านั้น แต่ยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของเด็ก และการบำรุงร่างกายผู้ใหญ่ ดังนั้น การเลือกกินไข่สุกในรูปแบบที่เหมาะสม คือทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ

สรุปแล้ว ไข่สุก-ไข่ดิบ หากต้องกิน ควรเลือกแบบไข่สุกทั้งฟอง และกินวันละ 1 ฟองเพื่อประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงสภาวะร่างกายของเราด้วย

ที่มา – ‘ไข่สุก-ไข่ดิบ’…ควรกินเลือกกินอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

อิซัคตัดสัมพันธ์สาลิกาดงหลังสโมสรผิดสัญญา

อเล็กซานเดอร์ อิซัค หัวหอกชาวสวีเดนของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับต้นสังกัดในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างเป็นทางการ โดยระบุชัดเจนว่า ไม่สามารถร่วมงานกับสโมสรได้อีกต่อไป หลังจากที่มีการผิดสัญญาระหว่างฝ่ายบริหารสโมสรกับตัวนักเตะเอง

อิซัคตัดสัมพันธ์สาลิกาดงหลังสโมสรผิดสัญญา

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก อิซัค พยายามย้ายทีมตลอดช่วงซัมเมอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ “ดิ้นรน” เพื่อ加盟กับ ลิเวอร์พูล อย่างต่อเนื่อง นิวคาสเซิลได้สั่งให้อิซัคมานั่งหัวหอแยกฝึกอย่างเป็นทางการ ซึ่งก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างมากในตัวนักเตะ

สุดท้าย อิซัค ได้ออกมาเปิดใจผ่านอินสตาแกรม โดยกล่าวว่า “ผมเงียบมานานแล้ว ขณะที่ที่คนอื่นพูดมาตลอด การเงียบอยู่อย่างนั้นทำให้คนอื่นได้ออกมาเล่าเรื่องในเวอร์ชันของตัวเอง ถึงแม้พวกเขาจะรู้ดีว่า มันไม่ใช่เรื่องที่พูดกันจริง ๆ และมีการตกลงกันเอาไว้หลังไมค์”

ความขัดแย้งหลังผิดสัญญา

อิซัค เผยว่า สโมสรเคยให้คำมั่นเกี่ยวกับอนาคตของเขา ทั้งในเชิงการเล่นและการวางแผนทางทีม แต่กลับไม่ระบุชัดเจนเมื่อเกิดปัญหา หรือเมื่อถึงจุดวิกฤต ส่งผลให้นักเตะเริ่ม “สูญเสียความไว้วางใจ” และไม่อาจกลับมาทำงานร่วมกันได้อีกต่อไป

“ความจริงก็คือมีการให้สัญญา และสโมสรก็รู้ถึงจุดยืนของผมมานานแล้ว แต่ทำเหมือนกับว่า ปัญหาเหล่านี้มันเป็นการเข้าใจผิด เมื่อมีการผิดสัญญาเกิดขึ้น และเมื่อเราสูญเสียความไว้เนื้อเชื่อใจ ความสัมพันธ์มันก็ไปต่อไม่ได้ สำหรับผมเรื่องมันก็เป็นอย่างนั้น และเป็นเหตุผลที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่สำหรับผมเท่านั้น” หัวหอกวัย 24 ปี กล่าว

เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ นิวคาสเซิล ที่เพิ่งเคยประสบความสำเร็จในฤดูกาลที่ผ่านมา และอาจกระทบแผนการเสริมทัพของทีมในอนาคตอย่างมาก

  • สาเหตุหลัก: สโมสรผิดสัญญาและทำให้นักเตะเสียความไว้วางใจ
  • สถานการณ์: อิซัคแยกซ้อมและยื่นใบตัดสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ
  • ผลลัพธ์: โอกาสโยกย้ายทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะปีนี้เพิ่มสูงขึ้น

ในขณะนี้มีข่าวลือจำนวนมากว่าทีมใหญ่ในยุโรปโดยเฉพาะ ลิเวอร์พูล ยังคงตาม อิซัค อย่างต่อเนื่อง และโครงการย้ายทีมอาจเกิดขึ้นจริงหากทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงภายในระยะเวลาที่กำหนด

อิซัคตัดสัมพันธ์สาลิกาดงหลังสโมสรผิดสัญญา ถือเป็นประเด็นที่จับตาได้จากวงการฟุตบอลทั้งในนิวคาสเซิลและอบจักรยานใหญ่อื่น ๆ ต่อไป

ทั้งหมดนี้อาจสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความโปร่งใสและความซื่อสัตย์ภายในสโมสรฟุตบอล และว่า หากขาดองค์ประกอบเหล่านี้ สิ่งที่ตามมาอาจเป็นความเสียหายทั้งในเชิงผู้เล่น สโมสร และแฟนบอล

ที่มา – “อิซัค” ประกาศตัดสัมพันธ์ “สาลิกาดง” หลังสโมสรผิดสัญญา

เดลินิวส์ 20 ส.ค. ถวายรักษาพระองค์ภา ใช้อุปกรณ์แทนพระวักกะ

หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ฉบับวันพุธที่ 20 ส.ค.2568 นำเสนอข่าวเด่นเกี่ยวกับการแพทย์ธิดาในพระองค์ โดยระบุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงถวายพระโอสถแก่พระองค์ภาอย่างต่อเนื่อง

เดลินิวส์ 20 ส.ค. ถวายรักษาพระองค์ภา ใช้อุปกรณ์แทนพระวักกะ

ต่างจากเดิม ครั้งนี้พระองค์ทรงใช้ ‘อุปกรณ์ทางการแพทย์’ แทนพระวักกะในการรักษา เนื่องจากสถานการณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในขณะปฏิบัติงาน

แพทย์เฝ้าใกล้ชิด

ทั้งนี้ มีแพทย์จำนวนหนึ่งเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งกระตุ้นความดันโลหิตและช่วยให้พระทัยทรงคลายกังวล ยืนยันว่าทุกมาตรการทางการแพทย์มีความเหมาะสม

ในส่วนของรายงานฉบับล่วงหน้าประจำวันที่ 21 ส.ค.2568 ข่าวสำคัญยังคงเน้นการดำเนินงานของรัฐบาลภายใต้สถานการณ์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาย้ายผู้บริหารระดับสูงกว่า 26 รายรวมถึงต่ออายุผู้ว่าราชการ

ขณะเดียวกัน ประเด็นความตึงเครียดทางการเมืองในภูมิภาคก็ยังคงเป็นห่วง โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เขมรแสดงอาการไม่พอใจต่อคณะสังเกตการณ์อาเซียนซึ่งไปปฏิบัติงานที่พรมแดนใกล้ช่องอานม้า

อีกทั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดรายงานสถานการณ์ติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทยที่เพิ่มสูงถึง 550,000 คนแล้ว แพทย์เร่ง呼吁ให้ประชาชนเข้ารับการตรวจและการรักษาอย่างรวดเร็ว เพราะรัฐบาลมีระบบบริการรักษาฟรีให้บริการ

สุดท้าย ราคาสินค้าเกษตรโดยเฉพาะ ‘ราคาหมู’ ที่ราคาตกต่ำเหลือเพียง 50-55 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้หลายฟาร์มประสบความยากลำบาก วอนให้รัฐบาลเร่งเข้าช่วยเหลือด่วน

ดังนั้น การติดตามข่าวสารทั้งหมดในฉบับเต็มของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ทุกคนได้รับข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาและแม่นยำ

อย่าลืมอ่านข่าวด่วนในเดลินิวส์ฉบับวันพุธและฉบับล่วงหน้าเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญที่อาจกระทบกับชีวิตของคุณ!

ที่มา – เดลินิวส์ 20 ส.ค.ถวายรักษาพระองค์ภา กระตุ้นความดัน ใช้อุปกรณ์แทนพระวักกะ

“ราชันชุดขาว” เชือด “โอซาซูนา” เก็บ 3 แต้มประเดิมซีซั่นใหม่

ศึกฟุตบอลลา ลีกา สเปน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เป็นฉากเปิดฉากใหม่ของฤดูกาล 2025-26 ที่สนามซานติอาโก เบร์นาเบว ซึ่ง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ภายใต้การคุมทีมของ ชาบี อลอนโซ่ คุมบังคับนัดแรกในลา ลีกา ได้เปิดรังเจ๊า “โอซาซูนา” ด้วยสกอร์ 1-0

“ราชันชุดขาว” เชือด “โอซาซูนา” เก็บ 3 แต้มประเดิมซีซั่นใหม่

แมตช์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของทีมแชมป์เก่า ซึ่งพวกเขาครองเกมได้อย่างมั่นใจ และสร้างโอกาสอันตรายหลายครั้ง แต่ก็ต้องรอจนถึงนาทีที่ 51 เท่านั้นจึงได้ประตูชัยจากจุดโทษอันทรงพลังของ คีลิยัน เอ็มบัปเป หัวหอกทีมชาติฝรั่งเศส ที่ช่วยพาทีมชนะไปแบบไร้ขาดเหลี่ยม

ผลงานเล่นแนวรุกแกร่ง

ในเกมนี้ ราชันชุดขาว ถือบอลบุกเป็นเวลาเกือบทั้งแมตช์ และแทบไม่ให้โอกาสฝั่งตรงข้ามได้สัมผัสบอลในแดนกลาง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกที่เกมเป็นของ รีล มาดริด เต็มๆ

อย่างไรก็ตาม โอซาซูนา ก็ยังจัดการตอบโต้ได้บ้าง และยังทิ้งเกมรุกไว้อย่างไม่หวาดเสียว แต่ความผิดพลาดของพวกเขาในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+4 ถือเป็นจุดเปลี่ยน กับใบแดงที่ได้รับของ อาเบล เบราโตเนส แบ็คซ้าย ส่งผลให้ทีมต้องเล่นเหลือแค่ 10 คน และโดนควบคุมเกมอย่างสิ้นเชิง

  • รีล มาดริด ครองเกมได้ดีกว่า
  • เอ็มบัปเป ซัดจุดโทษผ่าน keeper ได้ไม่ต้องสงสัย
  • โอซาซูนา เหลือผู้เล่น 10 คน

ภายใต้การคุมทีมของ ชาบี อลอนโซ่ ผู้จัดการทีมวัยหนุ่งเตรียมแผนทัพให้ลงตัว เริ่มต้นฤดูกาลด้วยชัยชนะที่กำชับความมั่นคงภายในทีมอย่างชัดเจน และถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการพาทีมลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้

матчนี้ไม่เพียงแค่ชัยชนะครั้งแรกของทัพราชันชุดขาวในฤดูกาล แต่ยังเปิดฉากสร้างความเชื่อมั่นให้กับแฟนบอลได้เป็นอย่างดี หากสามารถรักษารูปเกมในลักษณะนี้ไว้ในเกมถัดๆ ไป ทีมมีสิทธิ์ลุ้นท็อปโฟร์อีกครั้งอย่างแน่นอน

ที่มา – “ราชันชุดขาว” เชือด “โอซาซูนา” เก็บ 3 แต้มประเดิมซีซั่นใหม่

หัวหน้าอุทยานฯภูสอยดาว เปิดใจ ภารกิจท้าทาย ช่วยนักท่องเที่ยวบนยอดเขา

เมื่อเร็วๆ นี้ เพจ “สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)” ได้โพสต์เรื่องราวจาก หัวหน้าอุทยานฯภูสอยดาว ที่เปิดเผยถึงภารกิจท้าทายในการดูแลนักท่องเที่ยวที่มาพิชิตยอดเขาสูงตระหง่าน ความท้าทายในการรักษาความปลอดภัยบนยอดเขาที่สูงถึง 1,633 เมตรจากระดับน้ำทะเลนั้น ถือเป็นงานที่ต้องอาศัยทั้งฝีมือ ความรับผิดชอบ และหัวใจที่เต็มไปด้วยความใส่ใจ

หัวหน้าอุทยานฯภูสอยดาว เปิดใจ ภารกิจท้าทาย ช่วยนักท่องเที่ยวบนยอดเขา

นายฟารุต ใจทัศน์กุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว กล่าวว่า ภารกิจหลักของเจ้าหน้าที่ในอุทยานคือ “การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในสถานการณ์ฉุกเฉิน” ซึ่งเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การป่วยกะทันหัน หรือแม้แต่ความเหนื่อยล้าที่เกินขีดจำกัด ซึ่งอาจนำไปสู่อันตรายต่อชีวิตได้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที

การทำงานหนักเพื่อความปลอดภัย

การลำเลียงผู้ป่วยจากยอดเขาลงมายังจุดที่ปลอดภัยถือเป็นภารกิจที่ต้องใช้ทั้งพลังกายและทักษะเฉพาะทางอย่างมาก โดยเจ้าหน้าที่ต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและมีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ใดๆ ทุกเวลา

ไม่เพียงแต่ช่วยเหลือเท่านั้น เจ้าหน้าที่ยังอยู่ประจำตามจุดสำคัญต่างๆ เพื่อบอกเล่าความรู้ด้านเส้นทาง ให้คำแนะนำ และเตือนภัยที่อาจเกิดขึ้นแก่นักท่องเที่ยว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุใดๆ ที่ไม่พึงประสงค์

หนึ่งในเรื่องที่ หัวหน้าอุทยานฯภูสอยดาว เน้นย้ำ คือ ความสำคัญของการเตรียมตัวก่อนเดินทางขึ้นภู โดยให้คำแนะนำดังนี้:

  • เตรียมร่างกายให้พร้อม ก่อนออกเดินทาง โดยควรออกกำลังกายล่วงหน้าเพื่อความฟิต
  • ประเมินสมรรถภาพตนเอง หากเหนื่อยง่ายหรือมีโรคประจำตัว ควรพิจารณางดเดินทาง
  • แจ้งโรคประจำตัว ให้เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า เพื่อประเมินความเหมาะสม
  • พกพายุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น รองเท้าลุยเขา เสื้อกันหนาว และยาประจำตัว
  • ใช้เบอร์ฉุกเฉิน ที่อุทยานฯ จัดเตรียมไว้ หากเกิดเหตุจำเป็นในระหว่างเดินทาง

ทีมงานอุทยานฯ ทุ่มเททำงานอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนที่มาเยือนสามารถผจญภัยได้อย่างปลอดภัยและยังคงความสวยงามของธรรมชาติไว้ให้กับคนรุ่นต่อไป

หากคุณมีแผนจะมา พิชิตภูสอยดาว อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมทั้งกายและใจ เพราะการเดินทางไปยังยอดเขานั้นเต็มไปด้วยความท้าทายที่ไม่ควรมองข้าม อย่าลืมติดตามข้อมูลจากอุทยานฯ และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและผู้อื่น

ที่มา – หัวหน้าอุทยานฯภูสอยดาว เปิดใจ ภารกิจท้าทาย ช่วยนักท่องเที่ยวบนยอดเขา

ซาลาห์คว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมพีเอฟเอ 3 สมัย

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หัวหอกตัวเก่งของ ลิเวอร์พูล สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ประจำปี 2025 เป็นสมัยที่ 3 ภายใต้ผลงานอันยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา

ซาลาห์คว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมพีเอฟอา 3 สมัย

ผลงานอันแรงกล้าของ “ซาลาห์” ทำให้เขาโดดเด่นอย่างชัดเจนในฤดูกาลที่แล้ว โดยสามารถกดไป 34 ประตูรวมทุกรายการ และทำไป 29 ประตูกับ 19 แอสซิสต์เฉพาะในพรีเมียร์ลีก ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2024/25 ได้สำเร็จอย่างน่าประทับใจ

สถิติที่บ่งบอกความยิ่งใหญ่ของซาลาห์

ลูกหนังรายนี้กลายเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมพีเอฟเอได้ถึง 3 สมัย โดยก่อนหน้านี้เขาเคยได้รับรางวัลนี้แล้วในฤดูกาล 2017/18 และ 2021/22 ทำให้เขากลายเป็นตำนานในวงการฟุตบอลอังกฤษอย่างแท้จริง

ในรอบโหวต ซาลาห์ สามารถแซงหน้าคู่แข่งที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในปีนี้ ได้แก่ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ เพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล, บรูโน แฟร์นันด์ส กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อเล็กซานเดอร์ อิซัค ดาวยิง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด, โคล พาลเมอร์ จอมทัพของ เชลซี และ เดแคลน ไรซ์ ห้องเครื่องของ อาร์เซนอล

ทีมยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ ฤดูกาล 2024/25

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าจับตามองจากพิธีมอบรางวัลนี้คือการประกาศทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2024/25 ที่มี “ซาลาห์” ติดโผในตำแหน่งกองหน้า

  • ผู้รักษาประตู: แม็ตซ์ เซลส์ (ฟอเรสต์)
  • กองหลัง: วิลเลียม ซาลีบา (อาร์เซนอล), กาเบรียล มากัลเญส (อาร์เซนอล), เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (ลิเวอร์พูล), มิลอส เคอร์เคซ (บอร์นมัธ)
  • กองกลาง: เดแคลน ไรซ์ (อาร์เซนอล), ไรอัน กราเฟนแบร์ก (ลิเวอร์พูล), อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ (ลิเวอร์พูล)
  • กองหน้า: โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล), อเล็กซานเดอร์ อิซัค (นิวคาสเซิล), คริส วูด (ฟอเรสต์)

ด้านรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมตกเป็นของ มอร์แกน โรเจอร์ส มิดฟิลด์ฟอร์มฮอตของ แอสตัน วิลลา ส่วน เซอร์ แกเรธ เซาธ์เกต อดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ หรือ พีเอฟเอ เมริต อวอร์ด ไปครองในฐานะผู้สร้างคุณประโยชน์ให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษ

ไม่ว่าใครจะเป็นแฟนบอลรายตัวหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่า “ซาลาห์” เป็นตัวอย่างที่ดีของความมุ่งมั่น ความเสียสละ และพรสวรรค์ที่ทำให้เขาร่วงหน้าในวงการฟุตบอลของโลก

ที่มา – “ซาลาห์” สร้างประวัติศาสตร์คว้าแข้งยอดเยี่ยมพีเอฟเอ 3 สมัย

เปิดวาร์ป ‘ผู้กองอะตอม’ ทหารหญิง ดุดันไม่เกรง ‘ทหารเขมร’

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กระแสความนิยมของ “ผู้กองอะตอม” หรือ ร้อยเอกหญิง ปวิชญา วลีสุขสันต์ ทหารหญิงไทยผู้กล้าหาญ ได้กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะภาพที่เธออยู่ในสถานการณ์ปะทะกับทหารกัมพูชา ณ บริเวณช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี

เปิดวาร์ป ‘ผู้กองอะตอม’ ทหารหญิง ดุดันไม่เกรง ‘ทหารเขมร’

ภาพเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งทหารหญิงไทยแสดงความมั่นใจและเด็ดขาดในการออกคำสั่งให้ทหารกัมพูชาย้อนกลับ มีคนจำนวนมากเห็นคลิปและภาพที่ถูกเผยแพร่จนกลายเป็นไวรัล หลายคนชื่นชมความกล้าหาญและน้ำเสียงเสียของเธอ ไปพร้อมกับเสียงเหน็บแนมว่า “เอ็งถอยออกไป” (อาแอง ถอย เจ่ง โตว) ที่มีเจ้าหน้าที่เขมรต้องถอยกลับหลังจากพยายามบุกรุกเขตแดนไทย

ใครคือ ‘ผู้กองอะตอม’ ที่กลายเป็นขวัญใจประชาชน?

รู้จักเธอได้มากขึ้นกับตำแหน่งจริงของเธอ ร้อยเอกหญิง ปวิชญา หรือที่รู้จักในชื่อ “ผู้กองอะตอม” เป็นนายทหารล่ามกับกองการภาษาต่างประเทศ กรมข่าวทหาร และทำหน้าที่เป็น ผู้ช่วยโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย อีกด้วย เธอสำเร็จการศึกษาจากคณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผ่านการอบรมหลักสูตรนายทหารชั้นต้นและนายทหารการข่าวอย่างเต็มรูปแบบ

  • จบการศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษ
  • สำเร็จหลักสูตรนายทหารชั้นต้น และการข่าว
  • ปัจจุบันทำหน้าที่ล่าม-ผู้ช่วยโฆษก กก.ทท.
  • ชื่นชอบงานอดิเรกเป็นติวเตอร์-พิธีกร

ซึ่งในวันเกิดเหตุ เธอกำลังทำหน้าที่เป็นล่ามพาคณะผู้ช่วยทูตอาเซียน 8 ประเทศและสื่อมวลชนเข้าไปสังเกตการณ์สถานการณ์ที่บริเวณช่องอานม้า ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีความขัดแย้งระดับสูงระหว่างทหารไทยและทหารเขมร จึงแสดงความสำคัญของบทบาทเธอได้เป็นอย่างดี

ภาพที่ปรากฏบนโลกโซเชียล ทำให้หลายคนกล่าวชื่นชมในความกล้าหาญ ตลอดจนความสามารถในการสื่อสารที่แม่นยำ ซึ่งแสดงออกผ่านการสั่งการอย่างชัดเจนและเต็มอำนาจ จนมีผู้หลายต่อหลายคนเรียกเธอว่า “ตัวแมวอริสยาม” พร้อมแซวๆ ชื่นชมถึงบทบาททหารหญิงในเหล่าทหารไทยอย่างเต็มรูปแบบ

ทั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์ถึงความเป็นมืออาชีพและความสามารถในการทำงานของ “ผู้กองอะตอม” ที่หากรู้เท่าทัน อาจพบว่าเธอไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานในกองทัพ แต่ยังมีงานอดิเรกอย่างให้ความรู้แก่เยาวชนผ่านการเป็นติวเตอร์วิชาภาษาอังกฤษ รวมไปถึงการเป็นพิธีกรในกิจกรรมต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม การเผยแพร่ภาพหรือคลิปในกรณีนี้ควรถูกต้องตามหลักสากล โดยวงการทหารไทยมีการย้ำเตือนถึงความสำคัญของข้อมูลอันอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงวินัยทางทหารที่ย้ำว่า “เพื่อประโยชน์สูงสุดของชาติ” ควรใช้ความระมัดระวังในการสื่อสาร

ใครได้เป็นต้นแบบสำคัญสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงพลังของผู้หญิงในเหล่า ใครพร้อมเป็น “ผู้กองอะตอม” ของไทยคนต่อไปไหม?

ที่มา – เปิดวาร์ป ‘ผู้กองอะตอม’ ทหารหญิง ดุดันไม่เกรง ‘ทหารเขมร’