ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

จัดตลาดนัดชุมชน SPRC ครั้งที่ 4 ส่งเสริมเศรษฐกิจจังหวัดระยอง

บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ได้จัดกิจกรรม จัดตลาดนัดชุมชน SPRC ครั้งที่ 4/2568 ขึ้นที่โรงอาหารของบริษัท เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และเปิดโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดระยอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการค้าของชุมชน สร้างรายได้ให้แก่ผู้ผลิต และเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าท้องถิ่นให้บุคลากรภายในบริษัทได้มีโอกาสสัมผัสและสนับสนุน

จัดตลาดนัดชุมชน SPRC ครั้งที่ 4 ส่งเสริมเศรษฐกิจจังหวัดระยอง

กิจกรรมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 150 คน ซึ่งสร้างรายได้รวมกว่า 106,237 บาท ถือเป็นการยืนยันถึงความสำเร็จของโครงการในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น ภายในงานมีร้านค้าจากชุมชนระยองเข้าร่วมทั้งหมด 18 ร้าน นำเสนอสินค้าหลากหลายประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชนในภาคเกษตรกรรมและประมง รวมไปถึงของฝาก ของกิน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น เช่น ส้มโอ และขนมพื้นเมือง

สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

กิจกรรมตลาดนัดชุมชนของบริษัท SPRC ไม่ได้มีแค่เป้าหมายในเชิงการค้า แต่ยังสนับสนุนแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 1 ที่มุ่งยุติความยากจนทุกรูปแบบ และเป้าหมายที่ 2 เรื่องความมั่นคงทางอาหารและส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน เพื่อให้ชุมชนมีรายได้ที่สม่ำเสมอและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

  • ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน
  • สร้างโอกาสทางการค้า
  • สนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น
  • สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs

โครงการนี้เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างผู้ผลิตในท้องถิ่นกับผู้บริโภค โดยไม่ต้องพึ่งพาตลาดกลางหรือแพลตฟอร์มออนไลน์มากเกินไป ช่วยลดต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์และทำให้ชุมชนมีรายได้โดยตรงจากผู้บริโภคภายในบริษัท SPRC ทำให้การหมุนเวียนของเศรษฐกิจชุมชนมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

โครงการตลาดนัดชุมชน SPRC เป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญที่ช่วยให้ชุมชนมีรายได้และพัฒนาไปพร้อมกับองค์กร การจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องในทุกไตรมาสแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม อยากให้ภาคเอกชนอื่นๆ เรียนรู้และร่วมพัฒนาชุมชนไปพร้อมกันด้วย

ที่มา – จัดตลาดนัดชุมชน SPRC ครั้งที่ 4 ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนจังหวัดระยอง

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี คว้าธงขาว–ดาวทอง พร้อมจัดงาน Beyond Partnership 2025

บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด หรือที่รู้จักในชื่อ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) เพิ่งได้รับรางวัล “ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย” ระดับสูงสุด “ธงขาว–ดาวทอง” ประจำปี พ.ศ. 2567 จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ซึ่งเป็นการยอมรับในด้านการปฏิบัติตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และอาชีวอนามัยอย่างต่อเนื่อง

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี คว้าธงขาว–ดาวทอง

รางวัลธงขาว–ดาวทองที่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีได้รับนี้ ถือเป็นเกียรติอย่างสูง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยเฉพาะในด้านการลดผลกระทบจากมลภาวะ การใช้เทคโนโลยีสะอาด และการดูแลสุขภาพพนักงานอย่างเข้มงวด ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ในการรับมอบรางวัล คุณกัญชลิกา อินทรีย์ ผู้จัดการฝ่ายรัฐสัมพันธ์ ได้เป็นผู้แทนรับรางวัลจาก คุณฉกาจ พัฒนศรี ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ณ โรงแรมโนโวเทล ระยอง สตาร์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นงานที่มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วนในวงการอุตสาหกรรม

สร้างความสำเร็จร่วมกับพันธมิตร

นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ยังจัดงาน “Beyond Partnership 2025” อย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ ระยอง เพื่อฉลองความร่วมมืออันยาวนานกับคู่ค้าและพันธมิตรกว่า 100 ราย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้องค์กรเติบโตและประสบความสำเร็จมาตลอด 11 ปีที่ผ่านมา

นายยุทธนา เจริญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ได้กล่าวเปิดงานว่า “ความสำเร็จของ BLCP ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากขาดความร่วมมือจากพันธมิตรที่เชื่อมั่นและร่วมเดินทางกับเราอย่างต่อเนื่อง” งานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Beyond Partnership” ซึ่งก้าวเลยบทบาทของคู่ค้าไปสู่การเป็นผู้ร่วมเดินทางที่มุ่งสร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน

  • แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ
  • เสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย (Safety Culture)
  • มุ่งเน้นพัฒนาความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ในอนาคต

ภายในงานมีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสื่อสารประเด็นด้านความปลอดภัยอย่างจริงจัง โดยมีการสร้างการรับรู้ร่วมกันว่า “ความปลอดภัย” ต้องเป็นวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกในทุกระดับขององค์กรและพันธมิตร เพื่อให้อุตสาหกรรมพลังงานในประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

สิ่งที่เห็นได้จาก โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี คว้าธงขาว–ดาวทอง ไม่ใช่เพียงการผลิตไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ แต่คือการเป็นองค์กรที่ใส่ใจต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และคนในองค์กรอย่างแท้จริง

นี่คือจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่ลึกซึ้งกว่าคำว่า “พันธมิตร” และสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนในอนาคต

ที่มา – โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี คว้าธงขาว–ดาวทอง พร้อมจัดงาน “Beyond Partnership 2025”

ครม.ไฟเขียว‘Defence Offset‘ยุทโธปกรณ์‘กริพเพน’ เพิ่มขีดความสามารถกองทัพ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา พล.อ.ท.ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ ได้เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีมติเห็นชอบให้โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทนกองทัพอากาศดำเนินการต่อไป โดยจะมีการ “ชดเชยการนำเข้ายุทโธปกรณ์” หรือที่เรียกว่า Defence Offset จากบริษัท Saab AB ซึ่งไม่ใช่แค่การเพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกที่จะทำให้ประเทศก้าวหน้าในหลายๆ ด้าน เช่น เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และเทคโนโลยี

ครม.ไฟเขียว‘Defence Offset‘ยุทโธปกรณ์‘กริพเพน’ เพิ่มขีดความสามารถกองทัพ

สำหรับเครื่องบินรุ่นใหม่ที่กองทัพอากาศจะจัดหานั้นคือ เครื่องบิน Gripen ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่สมัยใหม่ที่มีคุณสมบัติด้านการโจมตีและป้องกันอย่างครบครัน ซึ่งเป็นความต้องการที่สำคัญเพื่อรักษาความพร้อมในการรักษาความมั่นคงของประเทศ

Defence Offset คืออะไร

Defence Offset ซึ่งเป็นข้อตกลงร่วมกับคู่สัญญาในการจัดหาอาวุธ คือกระบวนการที่บริษัทผู้ผลิตอาวุธ หรือยุทโธปกรณ์ จะลงทุนตอบแทนในประเทศผู้ซื้อ โดยนำเทคโนโลยีหรือทรัพยากรมาพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในประเทศนั้น ซึ่งในครั้งนี้ สวีเดนผ่านบริษัท Saab AB จะลงทุนกลับเข้ามาในไทยภายใต้กรอบการช่วยเหลือแบบ Defence Offset

ประเด็นสำคัญจากการประชุมครม.ครั้งนี้มีดังนี้:

  • 1. รอบคอบตามกฎหมาย: รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกฎ ระเบียบ และขั้นตอนการดำเนินการอย่างละเอียด เพื่อให้การดำเนินการมีความโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมาย
  • 2. ประโยชน์หลายมิติ: ตัวชดเชยจากบริษัท Saab AB จะมีประโยชน์มากกว่าแค่ในด้านความมั่นคง เพราะยังส่งเสริมอุตสาหกรรม ยกระดับเทคโนโลยี และการศึกษาในบ้านเรา
  • 3. ทำงานร่วมกัน: กองทัพอากาศจะร่วมมือกับองค์กรภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • 4. ประชาชนเป็นศูนย์กลาง: การลงทุนด้านความมั่นคงนี้ถือเป็นการลงทุนที่มีประโยชน์โดยตรงต่อการพัฒนาประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชน

การตัดสินใจของครม.ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางทหารของประเทศไทย โดยเฉพาะกองทัพอากาศ ซึ่งเป็นหน่วยที่ต้องใช้เทคโนโลยีและความพร้อมสูง อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ไม่เพียงแค่เพื่อความมั่นคง แต่ยังมีผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว

ด้วยการเซ็นสัญญาและข้อตกลงที่เข้มงวดและโปร่งใส ทำให้เชื่อได้ว่า ทั้งกองทัพอากาศและประชาชนจะได้ประโยชน์จากการลงทุนในรอบนี้ มองข้ามไม่ได้ว่า การลงทุนนี้เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของคนไทยทุกคน

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้สนใจในด้านความมั่นคง การพัฒนาเทคโนโลยี หรืออนาคตของชาติ การติดตามข่าวสารและรายละเอียดเกี่ยวกับ ครม.ไฟเขียว‘Defence Offset‘ยุทโธปกรณ์‘กริพเพน’ เพิ่มขีดความสามารถกองทัพ ถือเป็นเรื่องสำคัญเลยทีเดียว

ที่มา – ครม.ไฟเขียว‘Defence Offset‘ยุทโธปกรณ์‘กริพเพน’ เพิ่มขีดความสามารถกองทัพ

สำนักงานสลากฯ ส่งมอบ “สนามสุขสร้างสรรค์ ปั้นพลังอนาคต”

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) ได้จัดพิธีส่งมอบเครื่องเล่นสนามแก่โรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ ภายใต้โครงการประจำปี 2568 ที่มีแนวคิดว่า “สนามสุขสร้างสรรค์ ปั้นพลังอนาคต” เพื่อเป็นการสนับสนุนและพัฒนาพื้นที่เล่นที่ปลอดภัยและมีคุณภาพสำหรับนักเรียนเยาวชน

สำนักงานสลากฯ ส่งมอบ “สนามสุขสร้างสรรค์ ปั้นพลังอนาคต”

พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานฯ ได้เป็นผู้ส่งมอบอุปกรณ์สนามกลางแจ้งให้กับโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์จำนวน 22 แห่ง ในพิธีที่จัดขึ้น ณ โรงเรียนบ้านหนองเพรางาย (สลากกินแบ่งสงเคราะห์ที่ 364 หอม-บุญนาค อนุเคราะห์) จังหวัดนนทบุรี

“สนามสุขสร้างสรรค์ ปั้นพลังอนาคต” เป็นโครงการที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในการพัฒนาเยาวชนไทยให้เติบโตอย่างรอบด้าน ทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ โดยมีการสนับสนุนเครื่องเล่นกลางแจ้งที่มีคุณภาพ ให้กับโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์มากกว่า 73 แห่งทั่วประเทศ ด้วยงบประมาณกว่า 30 ล้านบาท

อุปกรณ์สนับสนุนเพื่อการเรียนรู้และการเติบโต

ในปีนี้ สำนักงานฯ ได้จัดวางอุปกรณ์เล่นกลางแจ้งที่หลากหลาย เช่น ชุดสไลด์เดอร์เดี่ยว สไลด์เดอร์วน และสไลด์เดอร์คู่ รวมถึงเครื่องโหนบาร์ ชิงช้า ปีนป่าย สร้างพื้นที่เล่นที่เหมาะสมกับเด็กในทุกช่วงวัย ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านร่างกาย และฝึกทักษะการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข

การส่งมอบในครั้งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการดำเนินงานทั้งหมด โดยสำนักงานฯ จะดำเนินการส่งมอบอีกทั้งสิ้น 4 รอบทั่วประเทศ เพื่อให้นักเรียนมากกว่า 73 แห่งได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมกลางแจ้ง และมีโอกาสเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์

  • ชุดสไลด์เดอร์ที่ปลอดภัยและใช้งานง่าย
  • เครื่องเล่นปีนป่ายช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง
  • ชิงช้า และอุปกรณ์เล่นอื่นๆ ที่สนับสนุนพัฒนาการ

นอกเหนือจากการส่งมอบสนามสุขสร้างสรรค์ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลยังได้ดำเนินการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในปี 2567 เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับโรงเรียน รวมถึงปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์พลังงานให้กับเยาวชน ทำให้โครงการดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นโอกาสในการพัฒนาร่างกาย แต่ยังเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า

การริเริ่มส่งเสริมเด็กและเยาวชนผ่านโครงการ สนามสุขสร้างสรรค์ ปั้นพลังอนาคต แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างแท้จริง ที่ไม่เพียงพูดแล้วจบ แต่ลงมือสร้างพื้นที่แห่งโอกาสให้กับนักเรียนไทยไปอย่างต่อเนื่อง

หากคุณเป็นผู้ปกครองหรือบุคลากรทางการศึกษา อย่าลืมติดตามข่าวสารโครงการดีๆ แบบนี้ได้ที่เว็บไซต์ www.glo.or.th รวมถึง Facebook Fanpage สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และ Line Official : GLO Lottery

โครงการเช่นนี้สร้างแรงบันดาลใจให้เมืองไทยเป็นสถานที่ที่เยาวชนเติบโตได้อย่างมีพลัง สนุก และมีคุณค่าในทุกแง่มุม

ที่มา – สำนักงานสลากฯ ส่งมอบ “สนามสุขสร้างสรรค์ ปั้นพลังอนาคต” สร้างพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อเยาวชน

เปิดฉากที่ปักกิ่ง! ศึกหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โชว์พลัง AI

เมืองปักกิ่งได้เปิดฉากการแข่งขันระดับโลกในครั้งสำคัญ กับงาน “World Humanoid Robot Games 2025” ซึ่งเป็นเวทีสำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากทั่วโลก จัดขึ้น ณ สนาม National Speed Skating Oval หรือที่เรียกกันว่า “Ice Ribbon” ระหว่างวันที่ 14-17 สิงหาคม 2568 โดยมีหุ่นยนต์เข้าร่วมประชันฝีมือกว่า 500 ตัว จากทั้งหมด 16 ประเทศ

เปิดฉากที่ปักกิ่ง! ศึกหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โชว์พลัง AI

งานนี้เปิดฉากอย่างอลังการด้วยการแสดงสุดพิเศษที่เวิ้ลยุคระหว่างศิลปินจริงกับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ซึ่งมีการแสดงสตรีทแดนซ์ไปจนถึงศิลปะการต่อสู้กังฟู แสดงให้เห็นถึงความสามารถของเทคโนโลยีที่พัฒนาฝีมือได้สูงมาก

ไฮไลต์การแข่งขัน

ตลอดระยะเวลาการแข่งขัน 3 วัน มีทีมมากกว่า 280 ทีมเข้าร่วมเปิดใจฝีมือผ่านรายการต่างๆ หลากหลายรูปแบบ ทั้งการแข่งแบบตัวต่อตัว การแสดงทักษะเฉพาะทาง และสถานการณ์จำลอง เหตุการณ์ไฮไลท์คือรายการฟุตบอลหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นมาก

จากการให้สัมภาษณ์ของนาย Rico Tilgner หัวหน้าทีม Htwk Robots จากเยอรมนี ระบุว่า หุ่นยนต์รุ่นใหม่มีความเร็วและความเสถียรสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้การแข่งขันครั้งนี้มีความน่าตื่นเต้นสูงเป็นพิเศษ

ความแตกต่างที่โดดเด่นที่สุดของเกมครั้งนี้คือ นวัตกรรม AI บนตัวหุ่นยนต์อย่างสมบูรณ์ ซึ่งหุ่นยนต์สามารถวางแผนด้วยตนเองโดยไม่มีการควบคุมจากระยะไกล ตัวอย่างเช่น หุ่นยนต์ทีม Booster Robotics ของจีน สามารถมองเห็นลูกบอล เดินตาม วิเคราะห์ทิศทางของประตู และตัดสินใจเตะลูกเอง นี่คือหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า หุ่นยนต์ในปัจจุบันมีความสามารถในการคิดและมีเหตุผลได้

งานนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในก้าวที่สำคัญในวงการนวัตกรรมเทคโนโลยี ที่ทำให้รู้ว่า ความซับซ้อนของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สามารถประยุกต์ใช้งานได้ในหลากหลายแง่มุม และยังสามารถลงมือทำได้อย่างคล่องแคล่ว

งานแข่งนี้อาจบอกใบ้ถึงอนาคตที่ในไม่ช้า หุ่นยนต์อาจสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นผู้ช่วยส่วนตัว หรือแม้กระทั่งเพื่อนเล่นเกมที่ฉลาด นั่นหมายความว่าอาจใกล้ถึงยุคที่อุปกรณ์เหล่านี้팖𝙸𝙻𝙻เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทั่วไปของเรา

ที่มา – เปิดฉากที่ปักกิ่ง! ศึกหุ่นยนต์ 500 ตัวจากทั่วโลกโชว์พลัง AI แข่งขันครั้งยิ่งใหญ่ (ชมคลิป)

อีเทอร์นิตี้เอ็กซ์เผย ‘ผู้ใช้สื่อจีน’ กำลังซื้อสูง

ในยุคที่ตลาดผู้บริโภคกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของธุรกิจ บริษัท อีเทอร์นิตี้เอ็กซ์ (EternityX) ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับกลุ่ม “ผู้ใช้สื่อจีน” ในประเทศไทย ที่ถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคใหม่ที่มีอิทธิพลและความสามารถในการใช้จ่ายสูงอย่างมาก รายงาน “S.E.A of Change | Thailand Edition” ที่ร่วมมือกับ iResearch ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของกลุ่มนี้ต่อเศรษฐกิจและการตลาดในไทย

ผู้ใช้สื่อจีน กับพลังการซื้อที่ไม่ควรมองข้าม

จากข้อมูลพบว่า ผู้ใช้สื่อจีนในประเทศไทยใช้จ่ายกว่า 7,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 231,000 บาทต่อปี กับสินค้าพรีเมียม ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นกลุ่มที่ “เจาะลึก” ถึงขั้น Aspiration Trailblazers ซึ่งในภาษาไทยหมายถึง “ผู้บุกเบิกไลฟ์สไตล์” ที่นำเทรนด์ใหม่และมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมเชิงเศรษฐกิจ

ความแตกต่างที่สร้างความได้เปรียบให้แบรนด์

แม้แต่เวลาในการใช้งานแพลตฟอร์มจีนก็สูงที่สุดในภูมิภาค โดย 78% ของกลุ่มนี้ใช้งานแอปพลิเคชันจีนอย่าง WeChat, Douyin และ Xiaohongshu เป็นประจำ ซึ่งสะท้อนว่าในการโปรโมทแบรนด์กับกลุ่มนี้จะต้องเข้าใจข้อมูลเชิงลึกจากแพลตฟอร์มเหล่านี้ พร้อมประเมินแนวโน้มพฤติกรรมการซื้อที่ได้รับอิทธิพลจาก KOLs และการมีส่วนร่วมของแคมเปญการตลาด

นางสาวชาร์ลีน รี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง EternityX กล่าวว่า “ด้วยภูมิปัญญาและประสบการณ์ของเราที่เน้นด้านวัฒนธรรมและกลยุทธ์เฉพาะของตลาดจีน ทำให้เราพร้อมช่วยเหลือแบรนด์ไทยในแนวทางใหม่ที่ตอบโจทย์ Please Wake Up ของตลาดที่กลับมา ‘ร้อนแรงอีกครั้ง’ กับผู้ใช้สื่อจีน”

กลยุทธ์เข้าถึง: ช่องทางที่ต้องลงทุน

หากแบรนด์ไทยอยากเจาะกลุ่มผู้ใช้สื่อจีน ควรเริ่มต้นจากการวางกลยุทธ์ที่ยกระดับไลฟ์สไตล์ ขยายอิทธิพลผ่าน KOLs และสร้างโฆษณาที่ใช้ภาษาจีนตัวย่อ ซึ่งสามารถกระตุ้นความตั้งใจซื้อได้มากถึง 43% นอกจากนี้ ความพร้อมในการจ่ายผ่านวิธีการชำระเงินของจีนอย่าง WeChat Pay ก็เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากมีผู้บริโภคถึง 54% ที่ตัดสินใจใช้บริการกับแบรนด์ที่รองรับระบบจ่ายเงินจีน

EternityX ยังเปิดเผยว่ากลุ่มนี้ให้ความสนใจสินค้ากลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องสำอางเป็นหลัก พร้อมให้คำแนะนำว่าหากต้องการประสบความสำเร็จกับกลุ่มนี้ควรลงทุนในคอนเทนต์ที่ “ตอบโจทย์วิถี” และใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มชั้นนำของจีนเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภค

ด้าน นายสันติพงศ์ พิมลแสงสุริยา ตัวแทน EternityX ประเทศไทย ระบุว่า “การเปิดสำนักงานในประเทศไทยเป็นพื้นฐานสำคัญของเราวิสัยกลางวันที่จะเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้สื่อจีนได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว นักศึกษา หรือผู้ที่อาศัยประจำในไทย โดยอาศัยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีความซึ้งในทั้งตลาดจีนและไทย”

ภาพรวมจาก EternityX ชี้ให้เห็นว่า ตลาดผู้ใช้สื่อจีนในไทยไม่ได้แค่เติบโต หากแต่กำลัง เปลี่ยนโฉมเกมการตลาด ให้มีความเข้าถึงและมีผลตอบสนองที่เน้นความสัมพันธ์อันเป็นรากฐานของวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย การไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในตอนนี้ อาจหมายถึงโอกาสที่แบรนด์ไทยจะ พ่ายแพ้ต่อรุ่นใหม่ ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อแบบไร้พรมแดน

ที่มา – ‘อีเทอร์นิตี้เอ็กซ์’ ชี้ ‘ผู้ใช้สื่อจีน’ พลังผู้บริโภคกลุ่มใหม่ของไทยกำลังซื้อสูง กำลังเปลี่ยนโฉมเกมการตลาด

SKECHERS FRIENDSHIP WALK 2025 พิชิต 10 กม. ท้าทายใจกลาง กทม.

“SKECHERS FRIENDSHIP WALK 2025” เสร็จสิ้นลงอย่างยิ่งใหญ่ในวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม ณ สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สนามจุ๊บ” ซึ่งมีบรรยากาศคึกคักอบอุ่นไปด้วยผู้เข้าร่วมกว่า 6,300 คน เป็นจำนวนที่มากที่สุดเท่าที่เคยจัดมาในรอบปี ทุกคนมารวมตัวกันเพื่อพิชิตเส้นทาง 10 กิโลเมตร ในงานวิ่งที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และพลังบวกที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์เลี้ยง

SKECHERS FRIENDSHIP WALK 2025 พิชิต 10 กม. ท้าทายใจกลาง กทม.

งานนี้แบ่งเส้นทางออกเป็น 3 ระยะ ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ แรกคือระยะ 1 กิโลเมตร สำหรับผู้ที่รักสัตว์เลี้ยง พร้อมพาน้องหมา-น้องแมวเดินร่วมเส้นทางอย่างสุขสันต์ ต่อด้วยระยะ 3 กิโลเมตร ที่เหมาะสำหรับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงที่ต้องการเดินเล่นเบาๆ และเส้นทางท้าทายระยะ 10 กิโลเมตร สำหรับนักวิ่งตัวยงที่มุ่งสู่เป้าหมาย

ความตื่นเต้นของการแข่งขันระดับท็อป

ในกลุ่มผู้ชาย ผู้ที่เข้าเส้นชัยอันดับหนึ่งคือ อิวาร์น วลาเชนโก้ จากประเทศรัสเซีย ทำเวลาได้เพียง 37.06 นาที เร็วกว่าใครๆ ส่วนอันดับสองและสามเป็นของนักวิ่งชาวไทย คือ ปัญจาภรณ์ สุขใจ และธนากร พวงดอกไม้

ด้านผู้หญิงไม่แพ้กัน โดยศรัญญา บัวไพร คว้าอันดับหนึ่งไปครองด้วยระยะเวลา 47.01 นาที ตามด้วยวิมาลา บัวไพร น้องสาวอันดับที่สอง และพรทิมา พรพิมลวัฒน์ อันดับที่สามในอันดับที่มีเวลาต่างกันเพียงไม่กี่วินาที

นอกจากนี้ ผู้ที่เข้าเส้นชัย 100 อันดับแรกยังได้รับหมอนผ้าห่มจาก SKECHERS เพื่อความอบอุ่น และอันดับ 1-3 ของเส้นทาง 10 กิโลเมตร ได้รับรองเท้า SKECHERS AERO SERIES รุ่นพิเศษ ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่งระยะไกล

มิตรภาพ สุขภาพ และความมีน้ำใจ

SKECHERS FRIENDSHIP WALK 2025” ยังไม่ใช่แค่งานวิ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ในการใช้บุญกุศล โดยบริจาครายได้กว่า 100,000 บาท ให้กับ “มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย” เพื่อเสริมสร้างโอกาสและความสุขให้กับเด็กๆ ที่ด้อยโอกาส

ภายในงานยังเปิดโอกาสให้ได้ชมเทคโนโลยีรองเท้าวิ่ง AERO SERIES ที่โดดเด่นด้วย Hyper Burst Ice™ แผ่นคาร์บอน และ Arch Fit® ที่ช่วยเสริมพลังก้าวของผู้วิ่งทุกคน

“SKECHERS FRIENDSHIP WALK 2025” สร้างเครือข่ายแห่งความสัมพันธ์ แรงบันดาลใจ และพลังบวกจากคนหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่ครอบครัวจนถึงนักวิ่งมืออาชีพ พร้อมสัตว์เลี้ยงที่เป็น “มิตร” ที่ดีของเจ้าของ

หากคุณพลาดงานในครั้งนี้ อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะ SKECHERS มีกิจกรรมแข่งขันและกิจกรรมเพื่อสุขภาพให้คุณได้ร่วมสนุกตลอดทั้งปี ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่
Facebook: SKECHERSThailand
Instagram: @SKECHERSTH
LINE: @SKECHERSTH

เข้าร่วมเดิน–วิ่งกับเราในครั้งหน้า เพราะทุกก้าวของคุณ คือแรงบันดาลใจให้กับหลาย ๆ คน

ที่มา – “SKECHERS FRIENDSHIP WALK 2025” งานเดิน–วิ่งประจำปี พิชิตเส้นทาง 10 กิโลเมตร ท้าทายใจกลางกรุงเทพฯ

พล.ท.บุญสินยันเคยเตือนภูมิธรรมไม่ไว้ใจกัมพูชา

เมื่อเร็ว ๆ นี้ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเคยได้รับคำเตือนจาก พล.ท.บุญสิน ว่า “อย่าไว้ใจกัมพูชา” ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจและสร้างกระแสในวงการการเมืองและกองทัพ ในช่วงเวลานี้ การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจากการสัมภาษณ์ที่มีผู้สังเกตการณ์จำนวนมาก ทำให้หลายคนจับตาดูท่าทีของฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

พล.ท.บุญสินยันเคยเตือนภูมิธรรมจริง

เมื่อถูกสื่อมวลชนถามถึงข้อความที่ว่านายภูมิธรรมเคยได้รับคำเตือนจาก พล.ท.บุญสินว่า อย่าไว้ใจกัมพูชา พล.ท.บุญสินได้ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ท่านภูมิธรรมถามจริงหรือ” ก่อนที่จะยอมรับว่าคำพูดนี้เป็นความจริง โดยเปิดเผยว่าเป็นการพูดคุยส่วนตัวกับนายภูมิธรรมที่เคยมีจากกันมาก่อน และเป็นการให้คำแนะนำอย่างจริงใจจากประสบการณ์ตรงในภูมิภาค

เนื้อหาที่เปิดเผยในครั้งนี้นับว่ามีน้ำหนักทางการเมืองและการทูตอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีภูมิศาสตร์ทางยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ละเอียดอ่อน พล.ท.บุญสินในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง(region security) จึงมีบทบาทสำคัญในการประเมินภัยคุกคามและความเสี่ยงจากประเทศเพื่อนบ้าน

การเตือนภูมิธรรมสะท้อนมุมมองเชิงกลยุทธ์

คำเตือนที่ว่า “ไม่ไว้ใจกัมพูชา” โดย พล.ท.บุญสิน สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ของกัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศที่มีความซับซ้อนทั้งในเรื่องระบบการเมือง การเคลื่อนไหวของฝ่ายทหาร และการจัดการกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมหาอำนาจต่างประเทศ ดังนั้น การคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศไทยในการตั้งรับ การเตือนนายภูมิธรรมจึงมีนัยเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ

สิ่งที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่งคือ พล.ท.บุญสินไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าใครเป็นผู้พูดก่อน หรือในลักษณะของการโจมตี แต่ให้คำแนะนำในทางปฏิบัติ และมุมมองด้านความมั่นคง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่ตนเคยดำรงตำแหน่งต่าง ๆ มาตลอด ทั้งในและนอกกองทัพ ทำให้ผู้ที่ได้ยินคำเตือนนี้ต้องคำนึงถึงทรัพยากรหลักและบทบาททางยุทธศาสตร์ของกัมพูชาในภาพรวมเรื่องความปลอดภัยในภูมิภาค

  • ไม่ไว้ใจกัมพูชา เป็นคำเตือนเชิงกลยุทธ์
  • สะท้อนการรับรู้ของผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง
  • ข้อความระหว่าง พล.ท.บุญสิน กับ ภูมิธรรม เป็นการสื่อสารระดับสูง
  • การเมืองและโครงสร้างต่างๆ ของกัมพูชายังมีความซับซ้อน

ปัจจุบัน นายภูมิธรรม เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งในรัฐบาลไทย ซึ่งอยู่ในเส้นทางการเมืองต่อไป และท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย การได้ยินคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญเช่น พล.ท.บุญสิน ก็ถือเป็นการช่วยกระตุ้นทัศนคติและมองการณ์์ถึงผลลัพธ์ในระยะยาว มากกว่าการแสดงตัวตนหรือผลประโยชน์ระยะสั้น

ทั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ พล.ท.บุญสิน เคยให้มุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขาเคยกล่าวว่าความมั่นคงในภูมิภาคต้องดูจากหลายมิติ ทั้งการทูต การทหาร และเศรษฐกิจ ซึ่งหากมองกันในภาพรวม ไม่ไว้ใจกัมพูชา ถือเป็นหนึ่งในคำเตือนเชิงกลยุทธ์ที่ควรคำนึงถึงในระยะยาว

สำหรับผู้ที่ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การได้รู้ข่าวเช่นนี้ถือเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะช่วยให้เข้าใจถึงบริบทที่มีอยู่เบื้องหลังนโยบายหรือมุมมองของผู้กำหนดนโยบายระดับสูงในประเทศไทย

หากคุณสนใจเรื่องราวข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเมือง ความมั่นคง และสถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ติดตามและอัปเดตข่าวได้ที่นี่

ที่มา – ‘พล.ท.บุญสิน’รับเคยเตือน ‘ภูมิธรรม’จริง ‘เขมร‘ไว้ใจไม่ได้

แซ่บแบบเชฟระดับอาจารย์ที่ตำมั้ย by เชฟมุ้ย

ใครกำลังมองหาร้านส้มตำอร่อยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บอกเลยว่า “ตำมั้ย by เชฟมุ้ย” คือคำตอบที่ขาดไม่ได้! ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ย่านศรีสมาน จังหวัดนนทบุรี ใกล้กับตลาดเซฟวันโก และโรบินสัน ศรีสมาน บรรยากาศในร้านเย็นสบาย มีภาพวาดลายเส้นของ เชฟประชัน วงศ์อุทัยพันธ์ มาเป็นการตกแต่งให้ร้านดูมีสไตล์และมีเอกลักษณ์มากขึ้น

ที่สำคัญ อาหารในร้านแต่ละจานผ่านการคิดค้นโดย “เชฟมุ้ย” จุรีรัตน์ บัวบาล หรือที่หลายคนรู้จักในนาม “อาจารย์มุ้ย” ที่มีผลงานด้านอาหารเชฟไทยและขนมไทยมากมาย โดยเฉพาะในวงการอาหารระดับสถาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัย งานด้านอาหารของเชฟมุ้ยมีชื่อเสียงในวงการอย่างมาก และร้าน “ตำมั้ย by เชฟมุ้ย” ยังมีเมนู_SIGNATURE_ ที่เป็นจานเด็ดที่ทุกคนต้องลอง

แซ่บแบบเชฟระดับอาจารย์ที่ตำมั้ย by เชฟมุ้ย

มาพูดถึงเมนูที่โดดเด่นกันก่อน “ตำหลวงพระบาง” จัดมาอย่างอลังการ ทั้งในด้านการจัดจานและความอร่อย รสชาติกลมกล่อมครบเครื่องแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม ขณะที่ “ตำถาดโคตรแซ่บ” เป็นเมนูจานใหญ่ที่ตอบโจทย์ใครที่มาเป็นกลุ่ม ทั้งความแซ่บและความจุ ขอบอกว่าห้ามพลาด

เมนูอร่อยต้องลอง

  • ตำหลวงพระบาง
  • ตำถาดโคตรแซ่บ
  • ยำกุ้งสุกยอดมะพร้าว
  • หมูสามชั้นคลุกฝุ่น
  • คอหมูย่างน้ำผึ้ง
  • ผัดหมี่กระเฉดกุ้ง

ส่วนใครที่ชอบเมนูต้ม เชฟมุ้ยก็มีเมนู “ต้มแซ่บกระดูกอ่อน” ที่ต้องบอกว่าซุปเข้มข้นไม่แพ้ที่โรงเบียร์เลย และถ้าใครชอบชิ้นเนื้อชุ่มฉ่ำ ก็ต้อง “ยำปลาดุกฟู” ที่แต่งเติมความอร่อยด้วยการทอดกรอบและรดน้ำยำรสจัดจ้านจากตำมั้ย

อย่าลืมชมเมนูพิเศษอีกหนึ่งอย่าง “แกงอ่อมไข่มดแดง” ที่จัดมาให้ประสบการณ์ในการกินไข่มดแดงแบบอลังการแท้ๆ อร่อยโดดเด่น ส่วนช่วงท้ายของมื้ออาหารกับ ลอดช่องไทย และ เฉาก๊วย คือจุดสุดท้ายของความอร่อยที่ไม่มีที่สิ้นสุด

ไม่ว่าคุณจะชอบส้มตำแบบไหน คุณภาพวัตถุดิบหรือรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของร้าน “ตำมั้ย by เชฟมุ้ย” จะทำให้คุณกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน บอกเลยว่า เป็นอีกร้านที่ถือว่าเป็นบุญปากของใครหลาย ๆ คนที่ชอบอาหารอีสาน

ถ้ามีโอกาสไปแถวปากเกร็ด นนทบุรี อย่าลืมแวะไปลอง แซ่บแบบเชฟระดับอาจารย์ที่ตำมั้ย by เชฟมุ้ย แล้วมาแชร์ประสบการณ์กันได้เลย!

ที่มา – แซ่บแบบเชฟระดับอาจารย์มาตำให้กินที่ “ตำมั้ย by เชฟมุ้ย”

ทาเครุขอพิชิตเดนิสเปิดทางรีแมตช์รถถัง

“ทาเครุ เซกาวา” นักชกคิกบ็อกซิ่งสุดแกร่งจากญี่ปุ่น ตั้งเป้าหมายชัดเจนว่าจะเอาชนะ “เดนิส พูริช” อย่างสุดมัน ในศึก ONE 173 ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ณ สนามอาริยาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แมตช์นี้สำคัญมากสำหรับทาเครุ เพราะเขาต้องการล้างแค้นจากการถูก “รถถัง จิตรเมืองนนท์” น็อกเอาต์ภายในเวลาเพียง 80 วินาทีในไฟต์ก่อนหน้านี้ และยังต้องการพิสูจน์ว่าเขายังมีศักยภาพพอที่จะได้กลับไปผสมกับรถถังอีกครั้ง

ทาเครุขอพิชิตเดนิสเปิดทางรีแมตช์รถถัง

“มันเป็นโอกาสสุดท้ายที่ผมจะได้ลุ้นกับการรีแมตช์กับ รถถัง ถ้าผมสามารถจบไฟต์นี้อย่างสวยงาม ผมเชื่อว่ามันคงจะช่วยเปิดประตูโอกาสใหม่ ๆ ให้ผมได้กลับไปเจอกับเขาอีกครั้ง ผมจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด” ทาเครุกล่าวอย่างมั่นใจ

กลับมาล้างแค้นอย่างมืออาชีพ

ถอยกลับไปในศึก ONE 172 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ณ สังเวียนไซตามะ ซูเปอร์ อารีนา “ทาเครุ” เจอกับฟอร์มที่ไม่ค่อยเป็นใจ การกลับมาครั้งนี้จึงถือเป็นไฟต์ที่ 3 ในเวที ONE Championship และเขาพร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนเรื่องราวของตัวเองภายในเวทีครั้งนี้

ทางด้านอีกฝ่าย “เดนิส พูริช” อยู่ในสถานการณ์ลำบากเช่นกัน เขาแพ้มา 2 จาก 3 ไฟต์หลังสุด การได้ประเดิมชัยชนะในไฟต์ที่ตรงหน้าถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่งเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา โดยเฉพาะการร่วมเวทีกับทาเครุในครั้งนี้ ถือเป็นเกมชนชิงอันดับต้น ๆ ของการปะทะที่เรียกได้ว่าเดือดระอุแน่นอน

ทั้งคู่พร้อมชกเต็มที่ และมั่นใจว่าจะมีผู้ชนะหลับกลางเวทีอย่างแน่นอน หัวใจของเกมนี้ไม่ใช่แค่การเอาชนะกัน แต่เป็นการตั้งรากฐานเพื่อเดินหน้าสู่การเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่สำคัญอีกครั้ง

  • วันที่เตะมวย: วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2568
  • สถานที่: อาริยาเกะ อารีนา, กรุงโตเกียว, ประเทศญี่ปุ่น
  • ศึกการันตีความเดือด: ทาเครุ เซกาวา vs เดนิส พูริช

“ผมเปิดใจ รับว่า เดนิส มีสไตล์เล่นบ้า ชอบแลกชกแบบไม่ยั้ง ผมกำลังซ้อมเต็มที่เพื่อเผชิญหน้ากับเขาอย่างเต็มที่ คุณทุกคนสามารถเป็นกำลังใจให้ผมได้เลยครับ”

แฟนกีฬาสามารถเข้าชมการแข่งขันได้แล้ววันนี้ผ่านเว็บไซต์ ONEFC.com/one173 และติดตามข่าวสารและสรุปผลได้ทางโซเชียลมีเดียของ ONE Championship Thailand ที่ Facebook, Instagram และ TikTok

การปะทะนี้มีความหมายไม่ใช่แค่เพียงการชิงชัย แต่มันคือก้าวสำคัญที่จะทำให้ทาเครุก้าวไปถึงจุดที่เขาตั้งใจไว้ ไฟต์ครั้งนี้คือกุญแจเปิดทางให้เขากลับไปปะทะกับรถถังอีกครั้งได้จริง

ที่มา – “ทาเครุ” ขอพิชิต “เดนิส” เปิดทางรีแมตช์ “รถถัง”