ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

มาเรสกา ยอมรับ เชลซี ต้องการเซนเตอร์แบ็กใหม่

เอ็นโซ มาเรสกา ผู้จัดการทีม “สิงห์สำอาง” เชลซี ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ทีมต้องการเซนเตอร์แบ็กตัวใหม่ เข้ามาเสริมแนวรับหลังจากที่ ลีวาย โคลวิลล์ ดาวเตะวัย 22 ปี ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงบริเวณเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีก คาดว่าจะต้องพักยาวเกือบทั้งฤดูกาล 2025/26 ทำให้แนวรับของทีมเหลือแค่ผู้เล่นไม่มากนัก

โคลวิลล์ เจ้าของตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กฝั่งซ้ายผู้ทรงคุณภาพ โชคร้ายบาดเจ็บระหว่างเซสชั่นฝึกซ้อมเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา และด้วยแนวทางการเล่นของ เชลซี ภายใต้การนำทีมของ มาเรสกา นั้นเน้นการขึ้นเกมรุกผ่านแบ็กซ้าย จึงทำให้การขาด โคลวิลล์ ถือเป็นความเสียหายอย่างมาก

มาเรสกา ยอมรับ เชลซี ต้องการเซนเตอร์แบ๊กใหม่

“คุณก็รู้ว่า ลีวาย สำคัญกับเราขนาดไหนในฤดูกาลที่แล้ว เมื่อพูดถึงวิธีการเล่นของทีมของเรา เขามีบทบาทสำคัญในการขึ้นเกม เราต้องการผู้เล่นที่สามารถทำหน้าที่ได้ใกล้เคียงกับเขา ทั้งด้านการเปิดเกมรุกและการเล่นที่ขาซ้าย” มาเรสกา เปิดเผยว่า

ตอนนี้ เชลซี มีแค่ โทซิน อดาราบิโอโย เป็นเซนเตอร์แบ็กฝั่งซ้ายเพียงคนเดียวที่ถูกจับให้เป็นตัวเลือกหลัก ซึ่งแม้จะมีฟอร์มที่ดีแต่ประสบการณ์ยังถือว่าน้อย และยังมีข้อจำกัดในแง่ของการพัฒนาเกมรุก จึงกลางใจที่จะเสริมทัพในเดือนมกราคมหรือซัมเมอร์นี้

ความต้องการของสิงห์สำอางในตลาดซื้อขายนักเตะ

มาเรสกา กล่าวต่อว่า “ตอนนี้ลีวายต้องพักยาว เราต้องมองหาตัวเลือกใหม่ๆ ตอนนี้เรากำลังดูประสิทธิภาพของผู้เล่นภายในทีม แต่สโมสรเข้าใจเป็นอย่างดีว่าผมคิดอะไรอยู่ และเรารู้ว่าความต้องการคืออะไร”

นอกจากผลจากการบาดเจ็บของ โคลวิลล์ แล้ว มาเรสกา ยังเผชิญกับความท้าทายจากกองหลังตัวอื่นๆ ที่มีปัญหาด้านฟิตเนส ทำให้แนวรับทีมต้องเผชิญกับสถานการณ์จำเป็นสูง และการค้นหาผู้เล่นแนวรับคุณภาพในซีซั่นนี้จึงเป็นจุดสำคัญต่อการสร้างผลงานที่ดีขึ้นในฤดูกาลหน้า

  • โคลวิลล์ อาจพลาดทั้งฤดูกาล 2025/26 จากอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้ฉีก
  • เชลซี เหลือเซนเตอร์แบ็กฝั่งซ้ายเพียงโทซิน อดาราบิโอโย คนเดียว
  • มาเรสกา ยืนยันแผนการเสริมแนวรับในตลาดซื้อขายนักเตะที่จะเกิดขึ้น

ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลียนสรุปว่า “เราต้องการเซนเตอร์แบ็กที่สามารถเปิดแกร่งและเล่นเกมรุกร่วมกับทีมได้ดี เพราะนั่นคือสิ่งที่เราจะสร้างขึ้นในอนาคต หากเราได้ผู้เล่นที่ใช่ ทีมจะกลับมาแข็งแกร่งได้เหมือนเดิม”

ทั้งนี้ เชลซี ถือว่ามีเป้าหมายอยู่หลายรายในตลาดซื้อขายนักเตะทั้งในยุโรปและอังกฤษ โดยเชื่อว่าการได้อดีตเซนเตอร์แบ็กที่ถูกใจมาเสริมทัพอาจเปลี่ยนแปลงเกมของทีมในปีหน้าได้เป็นอย่างดี

สุดท้าย หากคุณเป็นแฟนบอล เชลซี อย่าลืมติดตามข่าวการเสริมทัพผู้เล่นตำแหน่งเซนเตอร์แบ๊กอย่างใกล้ชิด เพราะนี่อาจเป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปของทีมอย่างแท้จริง

ที่มา – “มาเรสกา” รับ “สิงห์สำอาง” ต้องการเซนเตอร์แบ๊กตัวใหม่

‘กัมพูชา’ ปั้นเฟกนิวส์ ‘นักข่าวทำเนียบขาว’ ดูลวดหนาม ทั้งที่ความจริงเป็นเพียง ‘ล็อบบี้ยิสต์’

จากกรณีที่สำนักข่าวในประเทศกัมพูชาได้รายงานข่าวเกี่ยวกับการเดินทางของ นายไมเคิล อัลฟาโร (Michael Alfaro) ไปยังพื้นที่ชายแดนบริเวณบ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ซึ่งตรงข้ามกับจังหวัดบันทายมีชัยของกัมพูชา โดยอ้างว่าเขาเป็น “นักข่าวและผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองและความมั่นคง ประจำทำเนียบขาวของสหรัฐฯ” พร้อมทั้งไลฟ์สดผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อโจมตีประเทศไทย

การกระทำดังกล่าวถูกตั้งคำถามอย่างมาก เนื่องจากภายหลังพบว่า นายไมเคิล อัลฟาโร ไม่ได้เป็นพนักงานหรือนักข่าวประจำทำเนียบขาวแต่อย่างใด ในความเป็นจริงเขาเป็นเพียง ล็อบบี้ยิสต์ และเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Capitol Hill & Friends ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์ให้กับลูกค้า

‘กัมพูชา’ ปั้นเฟกนิวส์ ‘นักข่าวทำเนียบขาว’ ดูลวดหนาม ทั้งที่ความจริงเป็นเพียง ‘ล็อบบี้ยิสต์’

เพจ Drama-addict ได้ออกมาเตือนประชาชนและสื่อมวลชนเกี่ยวกับข่าวดังกล่าว โดยระบุว่า นายไมเคิล อัลฟาโร ไม่เคยมีตำแหน่งใด ๆ ในรัฐบาลสหรัฐฯ แม้ภาพที่เขาได้ถ่ายร่วมกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นั้นเป็นเพียงเพื่อนร่วมสนับสนุนการเงินในการหาเสียงของทรัมพ์ในรัฐอิลินอยด์เท่านั้น ไม่ได้มีผลเชิงนโยบายหรือความสัมพันธ์เชิงราชการแต่อย่างใด

ภาพลักษณ์บิดเบือนของล็อบบี้ยิสต์รายนี้ถูกเป่าพานให้เป็นข่าวจริง

อย่างไรก็ตาม เพจอื่นอย่าง Royal Thai Army : Update ก็ได้ยืนยันอีกครั้งว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ข้าราชการหรือนักข่าวของสหรัฐฯ แต่เป็น ล็อบบี้ยิสต์ ที่ทำงานเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว และยังมีรายงานว่าเขารับจ้างเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนเพื่อทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทย โดยเฉพาะในประเด็นชายแดน

วิธีการนำเสนอข่าวเช่นนี้เป็นการใช้กลยุทธ์ทางการเมืองและข่าวสารอย่างผิดจริยธรรม ที่ทำให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจผิดว่าเขาเป็นบุคคลสำคัญจากสหรัฐฯ มีความน่าเชื่อถือสูงในการนำเสนอข่าว

  • วิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การใช้บุคคลภายนอกที่ไม่มีบทบาทจริงในการเมืองสหรัฐฯ มาเป็นตัวแทนเผยแพร่ข่าวถือว่าเป็นการวางแผนไว้ล่วงหน้า
  • งานวิจัยบางส่วนชี้ให้เห็นว่า มีหลายกรณีที่กลุ่มผลประโยชน์ในต่างประเทศจ้าง ล็อบบี้ยิสต์ เพื่อช่วยสร้างแรงกดดันทางการเมืองและสื่อต่อรัฐบาลต่าง ๆ
  • การป้องกันการถูกหลอกลวงด้วย ‘กัมพูชา’ ปั้นเฟกนิวส์ ‘นักข่าวทำเนียบขาว’ ดูลวดหนาม ทั้งที่ความจริงเป็นเพียง ‘ล็อบบี้ยิสต์’ ควรเริ่มจากการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว

ดังนั้น การรายงานข่าวที่มีเจตนาทางการเมืองหรือผลประโยชน์ควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้ความจริงถูกบิดเบือน และส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างไม่เป็นธรรม

เราควรตั้งสติและไม่หลงเชื่อกับภาพลักษณ์ของบุคคลที่อาจมีเจตนาแอบแฝงไว้เสมอ เพราะความจริงอาจอยู่ห่างไกลจากสิ่งที่เราได้ยิน

ที่มา – ‘กัมพูชา’ ปั้นเฟกนิวส์ ‘นักข่าวทำเนียบขาว’ ดูลวดหนาม ทั้งที่ความจริงเป็นเพียง ‘ล็อบบี้ยิสต์’

ไก่เดือยทอง คอตก เรือใบ ปัดข้อเสนอซื้อ ซาวินโญ

ทอตแนม ฮอตสเปอร์ สโมสรดังจากศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ที่เรามักเรียกกันสั้น ๆ ว่า ไก่เดือยทอง ต้องเจอข่าวร้ายหลังจากถูก เรือใบสีฟ้า อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี ปัดข้อเสนอซื้อ ซาวินโญ มูลค่า 60 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,640 ล้านบาทไปแบบไม่เหลียวกลับ

ไก่เดือยทอง ลั่นไม่ยอมแพ้ จะกลับมาขอตัว ซาวินโญ อีกครั้ง

แม้ข่าวจะฟังดูน่าผิดหวังสำหรับแฟนบอล “ไก่เดือยทอง” แต่ก็ยังมีกระแสข่าวที่เอื้ออำนวยออกมาอีกครั้ง โดย เดอะ ซัน สื่อชื่อดังจากอังกฤษ รายงานว่า สเปอร์สไม่ได้ถอดใจ และอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมข้อเสนอใหม่ที่น่าสนใจกว่าเดิม เพื่อหวนกลับมายื่นให้ “เรือใบ” อีกครั้งในเร็ววันนี้

ซาวินโญ ดาวรุ่งเลือดแซมบ้า มีใจให้ ไก่เดือยทอง

น่าสนใจกว่านั้นคือ ซาวินโญ วัย 21 ปี ดูเหมือนจะให้ความสนใจในโอกาสย้ายไปเล่นให้กับทีมจากลอนดอนมากขึ้น ด้วยบรรยากาศในทีมที่มีแนวโน้มว่าจะได้รับโอกาสในการลงสนามอย่างต่อเนื่อง และการเดินเกมรุกที่สอดคล้องกับสไตล์การเล่นของดาวเตะวัยนี้

ทั้งนี้ ซาวินโญ ถูกคัดเลือกเข้ามาร่วมทีม “เรือใบ” เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว ด้วยค่าตัวราว 21 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 924 ล้านบาท จากสโมสรในเครืออย่าง ทรัวส์ โดยทันทีที่ย้ายมาร่วมทีมก็สามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ จนปัจจุบันเขาได้ลงเล่นไปแล้วทั้งสิ้น 48 นัด ยิงไปแล้ว 3 ประตู และทำแอสซิสต์ไปอีก 13 ครั้ง ถือเป็นหนึ่งในขุมพลังสำคัญของทีมในแนวรุก

  • เป็นนักเตะที่มีความเร็วสูง และการควบบอลที่ยอดเยี่ยม
  • มีความอึดในการเล่นแบบแอนด์รัน และสามารถทำชิ่งได้อย่างแม่นยำ
  • สร้างความกดดันให้แนวรับคู่แข่งได้อย่างดีเยี่ยม

สำหรับแฟนบอล “ไก่เดือยทอง” ที่รอคอยความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในตลาดซื้อขายนักเตะ นับว่า “เรื่อง ซาวินโญ” เป็นประเด็นที่น่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะหากย้ายมาร่วมทีมได้จริง ไม่เพียงแต่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวรุก แต่ยังช่วยดึงดูดแฟนบอลใหม่ ๆ เข้ามาเชียร์ทีมได้อย่างมากด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ “เรือใบ” จะมีสิทธิ์ในการตัดสินใจสุดท้ายเกี่ยวกับอนาคตของนักเตะ แต่หากมีข้อเสนอที่หนักแน่นและสอดคล้องกับทิศทางของทีม ไม่แน่อาจจะมีวันที่เราได้เห็น “ซาวินโญ” เดินทางมาร่วมทีม “ไก่เดือยทอง” จริง ๆ ก็ได้เช่นกัน

หากคุณเป็นแฟนบอล “ไก่เดือยทอง” รับรองว่าความเคลื่อนไหวนี้คุณห้ามพลาดเด็ดขาด!

ที่มา – “ไก่เดือยทอง” คอตก “เรือใบ” ปัดข้อเสนอซื้อ “ซาวินโญ”

‘กรีน อัษฎาพร‘ เผยหัวใจสดใสอีกครั้ง คุยกับหนุ่มนอกวงการ

แฟนคลับของนักแสดงสาว กรีน-อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล ต้องดีใจกันแน่นอนหลังจากได้ยินข่าวดีเกี่ยวกับความรักของเธอ หลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่ในโสดมานานหลายปี ล่าสุดนางเอกสาวเปิดใจ承认有新恋情,但还不急着公开男友身份。

‘กรีน อัษฎาพร‘ เผยหัวใจสดใสอีกครั้ง คุยกับหนุ่มนอกวงการ

ในงานเปิดตัวละครทายาทหมายเลข 1 สาวกรีนได้ออกมาอัปเดตสถานะหัวใจ ซึ่งงานนี้ กรีน อัษฎาพร เผยว่า “สำหรับข่าวลือว่าซุ่มคบใครอยู่ คือเอาจริงๆ เคยสัมภาษณ์ไปแค่ครั้งเดียวเอง เพราะโสดมานานแหละเนอะ ก็มีคนคุยค่ะ คุยแบบศึกษากันก่อน ซึ่งเป็นคนนอกวงการ”

คุยกันมาก่อนเปิดตัวให้ดี!

คุณภาพความสัมพันธ์มากกว่าความเร็วในการเปิดตัว ‘กรีน อัษฎาพร’ เผยว่า คุณต้องใช้เวลาศึกษาเขามากหลากหลายมุม ไม่ใช่การตัดสินจากความรู้สึกเบื้องต้นเท่านั้น เพราะความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนต้องการความเข้าใจที่ลึกซึ้ง

  • คุยกันเรื่อยมาประมาณ 2-3 เดือน
  • กำลังศึกษาเรียนรู้กันไปทีละขั้น
  • ยังไม่ได้แน่ใจว่าจะไปต่อหรือไม่

“ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าเป็นการเตาะหรืออะไร ไม่รู้ ไม่เข้าใจ แต่ก็เริ่มเอ๊ะๆ คุยแล้วน่ารักดี สบายใจ ถามว่าโมเมนต์ไหนที่ทำให้เรายิ้มได้ ก็น่ารักดี ง่ายๆ”

ในขณะที่แฟนคลับหลายคนตั้งตารอคอยเหตุการณ์การเปิดตัวแฟนหนุ่มอย่างเต็มตัว แต่ ‘กรีน อัษฎาพร‘ ยังยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่ได้มีกำหนดการที่จะ “เปิดตัว” อย่างเป็นทางการ แม้จะมีแค่ตัวอย่างเบาๆ ของความสนิทสนมปรากฏบนโซเชียลมีเดียแล้วก็ตาม

ระหว่างรักกับความเป็นส่วนตัว

“ จะบอกว่าไม่โสดแล้วก็ไม่ใช่ มันก็ยังแบบกึ่งๆ ซึ่งนิยามสถานะตอนนี้ว่าอะไร ก็ยังไม่ได้นิยามอะไรเลย แต่ว่าตอนนี้จะคุยก็คงมีแค่เขาคนเดียว”

สิ่งที่น่าประทับใจของ ‘กรีน อัษฎาพร’ คือการที่เธอเลือกใช้เวลาในการสร้างความเข้าใจก่อนลงเอย ไม่วิ่งไล่ตามอารมณ์หรือความคาดหวังของผู้อื่น ความจริงจังและความพร้อมในการใช้ชีวิตร่วมกับอีกคนคือเรื่องสำคัญสำหรับเธอ

ทั้งที่มีกระแสความตื่นเต้นที่หลายคนจับตามองสถานะความรักของ ‘กรีน อัษฎาพร’ แต่เธอเลือกที่จะใช้หัวใจใส ใจเย็น และความรอบคอบในการดูแลความสัมพันธ์ครั้งใหม่นี้ ไม่รีบเร่ง พูดง่ายๆว่า “ค่อยๆเป็นไปตามธรรมชาติของมัน”

ในโลกที่ความรักผูกพันกับภาพลักษณ์และตัวตนในวงการบันเทิง การเลือกใช้ชีวิตร่วมกับคนที่ใช่โดยไม่ดูแลแต่ชื่อเสียงหรือเทคโนโลยี >= ต้องขอบคุณ ‘กรีน อัษฎาพร’ ที่เลือก ‘การรักอย่างมีเหตุผล’

มาลุ้นไปด้วยกันเถอะว่าเค้าจะเป็นคู่ควรกับความใสสะอาดใจของเธอไหม

ที่มา – ‘กรีน อัษฎาพร‘ เผยหัวใจสดใสอีกครั้ง รับตรงๆคุยกับหนุ่มนอกวงการ ไม่รีบเปิดตัว!

“หงส์แดง” ยืนยันคว้า “เลโอนี” เสริมแนวรุก

ลิเวอร์พูล หรือที่แฟนบอลรู้จักในชื่อ “หงส์แดง” ยอดทีมแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันคว้าตัว โจวานนี เลโอนี ปราการหลังดาวรุ่งของ ปาร์ม่า มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการแล้ว ข่าวดีนี้ทำให้กองหลังของทีมมีความแข็งแกร่งมากขึ้น และเตรียมพร้อมลุยทุกรายการในฤดูกาลใหม่

“หงส์แดง” ยืนยันคว้า “เลโอนี” เสริมแนวรุก

สโมสรเปิดเผยผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการว่า เลโอนี วัย 18 ปี ผ่านการตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหาที่ควรกังวล และได้เซ็นสัญญาเป็นระยะยาวกับถิ่นแอนฟิลด์ เป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการหลังจากมีข่าวลืออย่างต่อเนื่องมานานว่าจะมายังทีม

ค่าตัวสูงถึง 35 ล้านยูโร

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ เหยี่ยวข่าวชาวอิตาเลียน รายงานว่า เลโอนี ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลด้วยค่าตัวสูงถึง 35 ล้านยูโร (ราว 1,330 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่สำคัญของ “หงส์แดง” ด้วยสัญญาระยะยาวเป็นเวลา 6 ปี สะท้อนให้เห็นว่าสโมสรมีแผนระยะยาวในตัวดาวเตะหนุ่มรายนี้

ศักยภาพของเลโอนีไม่ธรรมดา

เลโอนี นักเตะวัยรุ่นที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในแนวรับที่มีอนาคตไกลในวงการฟุตบอลยุโรป ด้วยจังหวะการเล่นที่ฉลาด ความสูงเหมาะสม สไตล์การเล่นที่เรียบร้อย และยังอายุน้อยมาก ทำให้ “หงส์แดง” มองเห็นศักยภาพในตัวเขาอย่างชัดเจน หลายคนจึงคาดหวังว่าในไม่ช้าเขาจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบหลักของทีม

  • ชื่อ – โจวานนี เลโอนี
  • ตำแหน่ง – ปราการหลัง
  • สัญชาติ – อิตาลี
  • วัย – 18 ปี
  • ค่าตัว – 35 ล้านยูโร
  • สัญญากับลิเวอร์พูล – 6 ปี

ด้วยความสามารถที่หลากหลายและทักษะที่ถูกพัฒนาอย่างดี เลโอนี ถือเป็นการป้องกันยุคใหม่ที่สามารถลงเล่นได้หลากหลายระบบ และเหมาะกับสไตล์การเล่นของลิเวอร์พูลในปัจจุบันเป็นอย่างดี ทั้งกองหลังที่มีทักษะการเล่นบอลเท้า และสามารถเคลื่อนที่ขึ้นเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การซื้อตัวครั้งนี้ ถือเป็นการวางแผนที่ชาญฉลาดของเจ้าหน้าที่บริหารทีม “หงส์แดง” ที่ต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวรับก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลกฟุตบอลกำลังต้องรับมือกับการบาดเจ็บของผู้เล่นและโปรแกรมการแข่งขันที่แน่นขนัด ทำให้ต้องมีความลึกในทุกตำแหน่งมากขึ้น

เพื่อนร่วมทีมจำนวนมากต่างก็ยินดีต้อนรับนักเตะรายใหม่ และมองว่าเขาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การเสริมทัพครั้งนี้จึงถือเป็นการวางรากฐานเพื่ออนาคตของสโมสรได้อย่างแท้จริง

การคว้าตัว “เลโอนี” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ “หงส์แดง” ที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ และอาจกลายเป็นหนึ่งในดีลที่สร้างผลกระทบต่อความทรงจำในถิ่นแอนฟิลด์ได้ในอนาคต ติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดของทีมก่อนฤดูกาลใหม่ได้ที่นี่

ที่มา – “หงส์แดง” ยืนยันคว้า “เลโอนี” เสริมแนวรุก

จับยาไอซ์ล็อตใหญ่ 900 กิโลกรัม ซุกรถขนผักในนราธิวาส

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม เวลาที่ผ่านมา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดเผยว่ามีการรายงานจากจังหวัดนราธิวาสเกี่ยวกับการจับกุมยาเสพติดประเภทไอซ์จำนวนมหาศาล ซึ่งซ่อนอยู่ในรถขนผัก โดยมีน้ำหนักรวมประมาณ 900 กิโลกรัม ถือเป็นหนึ่งในล็อตใหญ่ที่ถูกยึดในพื้นที่ภาคใต้ไทย

จับยาไอซ์ล็อตใหญ่ 900 กิโลกรัม ซุกรถขนผักในนราธิวาส

จากการดำเนินการอย่างเข้มแข็งตามนโยบายของรัฐบาลที่เน้นการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง จังหวัดนราธิวาสได้ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมดำเนินการแกะรอยติดตามข้อมูล โดยสามารถตรวจค้นรถกระบะลำเลียงผักในเขตอำเภอตากใบ พบร่องรอยการลักลอบขนส่งไอซ์ และสามารถยึดยาเสพติดได้ทั้งหมด 30 กระสอบ โดยมีน้ำหนักประมาณ 900 กิโลกรัม พร้อมควบคุมผู้ต้องหาได้เรียบร้อยแล้ว

ภูมิธรรมกำชับเจ้าหน้าที่ขยายผลการทำงานต่อ

รองนายกรัฐมนตรีให้คำชมเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานอย่างตั้งใจ ภายใต้คำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัด และย้ำเตือนว่าความสำเร็จครั้งนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความร่วมมือประสานงานระหว่างหลายหน่วยงาน รวมถึงการใช้กลยุทธ์ในการทำงานที่แม่นยำ ภายใต้เป้าหมายร่วมในการต่อต้านภัยยาเสพติดในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

ด้านสถานการณ์โดยรวม ปรากฏว่าการลักลอบขนยาเสพติดในรูปแบบนี้ยังคงมีความซับซ้อน โดยกลุ่มผู้กระทำมักแสวงหาช่องโหว่จากกิจกรรมที่ดูปกติ เช่น รถขนส่งสินค้าทั่วไปเพื่อลบเลือนความแปลกแยก ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ หวังแอบนำไอซ์เข้าสู่พื้นที่เสี่ยง

สำนักข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 16 สิงหาคม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสจะแถลงผลการจับกุมอย่างเป็นทางการ และคาดว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลผู้ถูกควบคุมตัว ความเชื่อมโยงกับเครือข่ายเสพติดภายนอก ตลอดจนข้อมูลระบบโลจิสติกส์ที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายไอซ์

จากการล่าสุด หน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องยังคงขยายผลดำเนินการเพื่อสืบสวนหาเบาะแสหรือเจ้ามือใหญ่ที่อาจอยู่เบื้องหลัง โดยใช้หลักฐานจากล็อตไอซ์ที่ถูกยึดมาในการแสวงหาเครือข่ายการค้ายาเสพติดในวงกว้าง

จากการประเมินผลกระทบระยะสั้นในพื้นที่ คาดว่าจะช่วยลดอุบัติการณ์การใช้และเสพยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ทั้งยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นของประชาชนต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่ต้องเร่งรีบแต่ครบวงจรพร้อมประสิทธิภาพ

การสู้รบกับยาเสพติดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อหน่วยงานทุกระดับเอ่ยปากเสียงเดียว “ไม่ทนยาเสพติด” ก็เชื่อได้ว่าเราจะสามารถขจัดความร้ายนี้ออกไปจากสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน.

ที่มา – ‘ภูมิธรรม’ เผย จ.นราธิวาส จับยาไอซ์ล็อตใหญ่ 900 กิโลกรัม พบซุกรถขนผัก

ผีแดงล้มแผนล่าบาเลบา นางนวลยืนยันไม่ขาย

แผนการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือที่แฟน ๆ ชื่นชอบเรียกกันว่า “ผีแดง” ดูเหมือนจะต้องพับเก็บก่อน เมื่อผลงานการเจรจาคว้าตัว คาร์ลอส บาเลบา ห้องเครื่องดาวรุ่งจากทีม ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน ล้มเหlงอย่างน่าผิดหวัง โดยรายงานล่าสุดระบุว่า ทีมจากชายฝั่งใต้ของอังกฤษยืนยันจะไม่ปล่อยตัวดาวเตะวัย 21 ปีรายนี้ในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้แน่นอน

รายงานจากสื่อดังอย่าง “ดิ แอธเลติก” เผยว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผีแดง ได้ส่งตัวแทนไปเจรจากับสโมสร ไบรท์ตัน เพื่อหวังเซ็นสัญญากับ บาเลบา อย่างเป็นทางการ แต่ได้รับคำตอบที่ว่า ทีมเรือใบสีฟ้าไม่มีความตั้งใจจะขายตัวนักเตะรายนี้ และไม่มีการวางราคาขายไว้อย่างชัดเจนแต่อย่างใด ทำให้โอกาสย้ายทีมของ บาเลบา หลุดลอยออกไปอย่างสิ้นเชิง

ผีแดงล้มแผนล่าบาเลบา นางนวลยืนยันไม่ขาย

อย่างไรก็ตาม เหยี่ยวข่าวชาวอิตาเลียนอย่าง ฟาบริซิโอ โรมาโน ได้ออกมายืนยันข่าวดังกล่าวอีกครั้ง โดยระบุว่า ไบรท์ตัน มีความประสงค์ที่จะเก็บ บาเลบา ไว้ใช้งานในทีมต่ออีกอย่างน้อยหนึ่งฤดูกาล เพื่อให้เขาเติบโตและสามารถเติมเต็มบทบาทในแนวรุกได้อย่างเต็มตัว ทำให้ ผีแดง ต้องปรับแผนการเสริมทัพ และหันไปจับตาดูเป้าหมายรายอื่น ๆ ที่อยู่ในตลาดแทน

อนาคตของบาเลบาในทีมไบรท์ตัน

คาร์ลอส บาเลบา ถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรใหญ่ ๆ ในศึกพรีเมียร์ลีก เนื่องจากผลงานของเขาในฤดูกาลที่ผ่านมานั้นโดดเด่นอย่างมาก ด้วยความคล่องตัว ความสามารถในการจบสกอร์ และการเล่นที่ฉลาด ทำให้หลายทีมต่างจับตาดูอย่างใกล้ชิด แต่ล่าสุดดูเหมือนแผนการย้ายทีมของเขาจะต้องชะลอออกไปเสียก่อน

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ บาเลบา แสดงให้เห็นถึงยุทธวิธีของทีมในฤดูกาลใหม่ที่ต้องการสร้างฐานทัพให้แข็งแกร่งหลังจากผลงานของฤดูกาลที่ผ่านมาที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งหาก ผีแดง ยังไม่สามารถเซ็นสัญญากับนักเตะที่ต้องการได้ ก็อาจจำเป็นต้องมองหาทางเลือกใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับแผนผังการเล่นของโค้ชคนใหม่อย่าง เอริค เทนฮัก

การที่ ไบรท์ตัน ปฏิเสธคำขอของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในตัวนักเตะ และอาจเป็นสัญญาณว่าพวกเขากำลังวางแผนสร้างทีมที่แข็งแกร่งในระดับสูงขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นข่าวที่น่ายินดีกับแฟน ๆ สโมสร “นางนวล” อย่างแน่นอน

ติดตามข่าวการตลาดซื้อขายนักเตะในตลาดซัมเมอร์นี้ได้ที่นี่ และอย่าลืมรับชมผลงานของ บาเลบา กับ ไบรท์ตัน ในฤดูกาลหน้าว่าจะมีผลงานที่โดดเด่นขนาดไหนเพื่อยืนยันว่าความเชื่อมั่นของสโมสรนั้นมีเหตุผล

ที่มา – “ผีแดง” ล้มแผนล่า “บาเลบา” หลังนางนวลยืนกรานยังไม่ขาย

งบ 69 ฉลุยมติสภา 257 ต่อ 240 เห็นชอบวาระ2-3

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภาเกิดเหตุการณ์สำคัญในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายไชยา พรหมา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 เป็นประธานในการประชุมวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว โดยตั้งวงเงินงบประมาณไว้ที่ 3.78 ล้านล้านบาท

การประชุมในครั้งนี้ใช้ระยะเวลาในการอภิปรายรวม 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-15 สิงหาคม 2568 รวมเวลาอภิปรายทั้งสิ้น 45 ชั่วโมง ก่อนจะมีการลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายนี้ในเวลา 22.50 น. โดยผลการลงคะแนนคือ เห็นด้วย 257 เสียง ไม่เห็นชอบ 230 เสียง และงดออกเสียง 1 เสียง

งบ 69 ฉลุยมติสภา 257 ต่อ 240 เห็นชอบวาระ2-3

ตามคำกล่าวของนายพิชัย ในฐานะผู้แทนรัฐบาล ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 ที่ถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

ความเห็นของสมาชิกสภา ที่ถูกนำเสนออย่างต่อเนื่องตลอดการประชุมนั้น ถือเป็นข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนางบประมาณของรัฐบาลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยคำนึงถึงความต้องการของประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ และแผนพัฒนาตามนโยบายที่วางไว้

งบ 69: การตรวจสอบและการใช้จ่ายงบประมาณ

รัฐบาลได้ให้ความมั่นใจว่า งบประมาณที่ผ่านการพิจารณาในครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการกำกับดูแลให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และบรรลุตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้

  • ใช้จ่ายแนบแผนยุทธศาสตร์ชาติ
  • คำนึงถึงความต้องการพื้นที่
  • ตรวจสอบความมีประสิทธิภาพ
  • ลดความเหลื่อมล้ำ

รัฐบาลจะนำข้อสังเกตต่าง ๆ จากคณะกรรมาธิการวิสามัญไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการทำงาน เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณมีคุณค่าสูงสุด ทั้งต่อประเทศและประชาชน พร้อมย้ำว่าการใช้จ่ายงบปี 69 นี้จะเป็นการพัฒนาประเทศภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ภายหลังการลงมติ เวทีสภาผู้แทนราษฎรก็ปิดการประชุมลงในเวลา 22.57 น. และขั้นตอนถัดไปคือการส่งร่างพระราชบัญญัติฯ ให้วุฒิสภาพิจารณาตามลำดับ

สรุป การอนุมัติ งบ 69 อย่างฉลุยในสภาผู้แทนราษฎรถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเสริมเสถียรภาพในการบริหารประเทศ พร้อมวางรากฐานสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในปีงบประมาณใหม่

หากคุณเป็นผู้สนใจเรื่องงบประมาณและนโยบายภาครัฐ อย่าลืมติดตามการพิจารณาในวุฒิสภา ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนบางประเด็นตามข้อเสนอแนะของวุฒิสภาอีกเช่นกัน

ที่มา – งบ 69 ฉลุยมติสภา 257ต่อ 240 เห็นชอบวาระ2-3

สาวพนักงานถูกแทงกว่า 10 แผล พบศพในป่า ตร.เร่งไล่ล่าผู้กระทำ

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ศูนย์วิทยุ 191 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีศพหญิงลอยอยู่ในน้ำ ณ บริเวณบ้านทนง-โคกปลัด ตำบลนอกเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เหตุการณ์นี้เป็นประเด็นร้อนที่ว่าด้วยเรื่อง สาวพนักงานถูกแทงกว่า 10 แผล พบศพในป่า ทำให้ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ต่างพากันเข้าไปติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด

เจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.ท.คมสันต์ กองโฮม รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ร่วมกับแพทย์นิติเวช และหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด บริเวณที่เกิดเหตุเป็นทุ่งหญ้ากว้างขวาง มีน้ำขังลึก พบศพ สาวพนักงานถูกแทงกว่า 10 แผล นอนหงายหน้าจมน้ำ ห่างจากถนนประมาณ 30 เมตร มีบาดแผลขนาดใหญ่บนต้นคอ ปาก และหน้าอก หลายจุด โดยเบื้องต้นตำรวจคาดว่าเธอเสียชีวิตมาแล้วอย่างน้อย 2 วัน

สาวพนักงานถูกแทงกว่า 10 แผล พบศพในป่า

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ และดำเนินการค้นหาโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต ด้วยความร่วมมือของหน่วยกู้ภัย ล่าช้าเพียงไม่กี่ชั่วโมง ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของเหยื่อได้ เพื่อนคนนี้บอกว่าพวกเขางานเดียวกัน และนำตัวชายอายุประมาณ 40 กว่าปีมานำส่งพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองสุรินทร์

หญิงสาวถูกแทงเสียชีวิตในป่าหญ้า

ขณะนี้ผู้ต้องสงสัยให้การปฏิเสธการเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ สาวพนักงานถูกแทงกว่า 10 แผล อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงรวบรวมพยานหลักฐานหลากหลายรูปแบบเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง ทีมงานแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลสุรินทร์ยังคงดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเหยื่อ

เหตุการณ์นี้ตอกย้ำปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิง ท่ามกลางสังคมที่ยังไม่สามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ ความรุนแรงภายในความสัมพันธ์ หรือเหตุจากบุคคลใกล้ชิดนั้นเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ความปลอดภัยของผู้หญิงไม่เพียงขึ้นอยู่กับการป้องกันของแต่ละคน แต่จำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนจากระบบสังคม กฎหมาย และความตระหนักของคนทั่วไปร่วมด้วย

หากคุณรู้จักเหยื่อ หรือมีข้อมูลเพิ่มเติมที่สามารถช่วยคลี่คลายคดีนี้ กรุณาประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที การเปิดเผยความจริงอาจทำให้สังคมปลอดภัยขึ้นในวันพรุ่งนี้

ที่มา – สาวพนักงานบริษัทถูกแทงกว่า 10 แผล หมกศพในป่าหญ้า ตร.เร่งล่ามือสังหารคลี่ปมตาย

วุ่นกลางดึก! กดโหวตคะแนนไม่ขึ้น ‘สส.เพื่อไทย’ขอบันทึก

เมื่อเร็วๆ นี้สภาผู้แทนราษฎรได้เกิดเหตุการณ์ที่น่าจับตามอง ระหว่างการประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางการลงมติงบประมาณรายจ่าย ซึ่งเกิดความปั่นป่วนเมื่อมี ‘สส.เพื่อไทย’ หลายคนออกมาแจ้งว่าได้กดลงมติแล้วแต่คะแนนไม่ขึ้น ทำให้เกิดการร้องขอให้บันทึกการลงคะแนนเสียงไว้เพื่อใช้เป็นหลักฐาน

วุ่นกลางดึก! กดโหวตคะแนนไม่ขึ้น ‘สส.เพื่อไทย’ขอบันทึก

ในช่วงเวลาประมาณ 21.45 น. นางฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นกล่าวว่า มาตรา 32 ตนได้กดเห็นด้วยแต่ระบบคะแนนไม่ขึ้น จึงแสดงความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบการลงคะแนนในสภาผู้แทนราษฎร เพราะไม่เพียงตนเท่านั้น แต่มีหลายคนที่พบปัญหาเช่นเดียวกัน ทำให้เธอขอให้บันทึกการลงมติไว้เพื่อความถูกต้อง

ต่อมา สส.เพื่อไทยอีกหลายท่านได้ลุกขึ้นยืนยันว่าตนเองได้ลงคะแนนจริง แต่ผลโหวตในระบบไม่แสดงผล จึงร่วมกันขอบันทึกการลงมติเพื่อถือเป็นหลักฐานในการประชุมครั้งนี้

ฝ่ายค้านลุกสวนตอบโต้

ท่ามกลางความเคลื่อนไหวดังกล่าว ‘ฝ่ายค้าน’ โดยนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็ได้แสดงความเห็นว่าระบบที่มีการบันทึกว่าใครอยู่หรือไม่อยู่นั้นไม่สามารถเป็นหลักฐานได้ว่าสมาชิกนั้นอยู่จริง ทำให้ต้องมีการตรวจสอบย้อนกลับในระบบเพื่อยืนยัน

อย่างไรก็ตาม นางฐิติมา ได้ออกมาโต้ตอบว่าการพูดในลักษณะดังกล่าวไม่ค่อยเหมาะสม และควรจะมีความเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้นในเรื่องการบันทึกข้อมูล โดยจำเป็นต้องมีการตรวจสอบระบบอย่างจริงจัง เพราะในการทำงานร่วมกันควรคำนึงถึงความโปร่งใสและความถูกต้องเป็นสำคัญ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม ได้กล่าวว่า ระบบอาจมีข้อผิดพลาด และเข้าใจในความต้องการของสมาชิกทุกฝ่ายในการบันทึกข้อมูลไว้เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา และยืนยันความถูกต้องในผลการลงมติครั้งนี้

หลังจากนั้น ที่ประชุมได้ผ่านเข้าสู่การพิจารณา มาตรา 38 ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบุคลากรภาครัฐ โดยมีการถกเถียงและถกต่อเนื่องทั้งจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เรื่องความถูกต้องตามข้อบังคับในการลงมติ และอาจส่งผลต่อการปรับลดงบประมาณในบางประเด็น

การประชุมยังดำเนินต่อไปในความตึงเครียด จนสุดท้ายคณะกรรมการได้มีมติเสียงข้างมากมอบอำนาจให้กรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาต่อ เพื่อให้สามารถดำเนินการพิจารณางบประมาณได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนมาตราที่ 39 ซึ่งเกี่ยวข้องกับทุนหมุนเวียน ก็จะพิจารณาต่อในลำดับถัดไป

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและอุปสรรคของระบบงานสภาผู้แทนราษฎรที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หากไม่ได้มีการปรับปรุงและตรวจสอบระบบให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การแสดงความคิดเห็นของประชาชนผ่านตัวแทนต้องมีความน่าเชื่อถือและโปร่งใส 100%

หากคุณเป็นผู้ติดตามการเมืองไทย ขอให้จับตาเหตุการณ์ในสภา ติดตามการลงมติ และการบันทึกผลคะแนนอย่างใกล้ชิด เพราะทุกเสียงของ สส.มีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศ

ที่มา – วุ่นกลางดึก! กดโหวตคะแนนไม่ขึ้น ‘สส.เพื่อไทย’ขอบันทึก ‘ฝ่ายค้าน’ลุกสวนทำของขึ้น