ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ห้ามพลาด Phuket Parkland & Music Fest 2025

เตรียมพบกับเทศกาลดนตรีครั้งยิ่งใหญ่ที่จะระเบิดความมันส์กลางเมืองภูเก็ต “Phuket Parkland & Music Fest 2025” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคม 2568 ที่ประตูเมืองภูเก็ต (Phuket Gateway) ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต งานนี้เป็นโครงการร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต องค์การบริหารส่วนตำบลไม้ขาว และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อขับเคลื่อนภูเก็ตให้ก้าวทันยุคดิจิทัล เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างเต็มตัว โดยเฉพาะเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มเยาวชนในช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว

Phuket Parkland & Music Fest 2025 เทศกาลดนตรีระดับโลก

งาน Phuket Parkland & Music Fest 2025 จะนำเสนอคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำของเมืองไทย เช่น สิงโต นำโชค, ไมยราพ, วสันต์ 17, MEAN, เทียนไขและวานิช ซึ่งจะมาสร้างความมันส์ให้กับแฟนดนตรีทั่วทั้งประเทศ พร้อมกับการจัดโซนงานศิลปะ งานคราฟต์ ไลฟ์สไตล์ และร้านอาหารจากท้องถิ่นที่จะมาร่วมแสดงศักยภาพ กิจกรรมภายในงานจัดให้เข้าชมฟรีตลอดทั้ง 3 วัน ใครพลาดไม่ได้แน่นอน!

กิจกรรมน่าสนใจภายในงาน

  • คอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำของไทย
  • ตลาดสร้างสรรค์สำหรับร้านค้าท้องถิ่น
  • งานคราฟต์และผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดจากชุมชน
  • กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจสำหรับเยาวชน
  • การแสดงพลุและประกวด Cover Dance

_Callback: งานดังกล่าวเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการภูเก็ตในการเปิดแสดงศักยภาพ และดึงดูดนักท่องเที่ยวใหม่ๆ หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์ที่หลากหลายในช่วงปลายฤดูฝน อย่าลืมจัดแจงเวลานั่งรถมาร่วมงานกับพวกเรา!

ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเดินทางยุคใหม่

ในการขับเคลื่อนมหานครภูเก็ตไปสู่เป้าหมาย “เมืองท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” การจัดงาน Phuket Parkland & Music Fest 2025 นี้ถือเป็นคัมภีร์สำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ และส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านกิจกรรมเชิงศิลปะ ดนตรี และโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของเยาวชนในประเทศและต่างประเทศ

นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การกำหนดจัดงานในพื้นที่ที่มีแหล่งท่องเที่ยวชายหาดใกล้เคียงอย่างประตูเมืองภูเก็ต (Phuket Gateway) ถือเป็นการลงทุนระยะยาวในการกระจายรายได้สู่ประชาชนในจังหวัด และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของเมืองยิ่งขึ้น สุทธิแล้ว “Phuket Parkland & Music Fest 2025” นี้ ไม่ใช่แค่งานเทศกาลธรรมดา แต่คือจุดเปลี่ยนของภูเก็ตสู่เป้าหมายระยะยาวของเมืองที่มีชีวิตชีวา

ที่สำคัญ การเข้าร่วมงานทั้งหมดนี้ ไม่มีค่าใช้จ่าย ใครสนใจสามารถชวนเพื่อน ชวนครอบครัวมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนคนรักดนตรีและศิลปะด้วยกัน ใกล้จบปีแล้ว อย่าให้ชีวิตไร้สีสัน!

ที่มา – ห้ามพลาด “PHUKET PARKLAND & MUSIC FEST 2025” เทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ ดันภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

“รอนนี” เทพจริง! กด 2 แม็กซิมัมเบรกในแมตช์เดียวเข้าชิงชนะเลิศ

ในโลกของวงการสนุ้กเกอร์ ชื่อของ “เดอะ รอคเกตส์” รอนนี โอซัลลิแวน นั้นเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะยอดนักสอยคิวเจ้าของแชมป์โลก 7 สมัย ล่าสุดเขากลับมาโชว์ฟอร์มสุดยอดอีกครั้งในการแข่งขัน รอนนี เทพจริง! กด 2 แม็กซิมัมเบรกในแมตช์เดียวเข้าชิงชนะเลิศ ในการแข่งขันศึก รอนนี เทพจริง! กด 2 แม็กซิมัมเบรกในแมตช์เดียวเข้าชิงชนะเลิศ รอบรองชนะเลิศของศึกสนุ้กเกอร์ ซาอุดีอาระเบีย มาสเตอร์ส ที่เขาโชว์ฝีมือทำแม็กซิมัมเบรก หรือไม้เดียว 147 แต้ม ถึง 2 ครั้งในแมตช์เดียวเต็ม

รอนนี เทพจริง! กด 2 แม็กซิมัมเบรกในแมตช์เดียวเข้าชิงชนะเลิศ

รอนนี่ที่อายุ 49 ปี 253 วัน สามารถกดลูกสีแดงทั้งหมด 15 ลูก และตามด้วยลูกสีดำ 15 ลูก จากนั้นเก็บลูกสีทุกสีได้รวดเดียวในเฟรมแรก โดยทำเป็นแม็กซิมัมเบรกหนที่ 16 ของตัวเอง และเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี นอกจากนี้ เขาต้องกลับมาโชว์อีกครั้งในเฟรมที่ 7 โดยกดแม็กซิมัมเบรกได้อีกหนึ่งครั้ง สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมอย่างสุดขั้ว

สถิติที่น่าทึ่งจาก รอนนี เทพจริง! กด 2 แม็กซิมัมเบรกในแมตช์เดียวเข้าชิงชนะเลิศ

ด้วยวัยเกือบ 50 ปี รอนนี่กลายเป็นผู้เล่นที่อายุมากที่สุดที่ทำแม็กซิมัมเบรกได้สำเร็จ โดยเขาไม่เคยทำแม็กซิมัมเบรกมาตั้งแต่การแข่งขันอิงลิช โอเพ่น ปี 2018 และตอนนี้ยอดรวมทำไปแล้วทั้งสิ้น 17 ครั้ง สูงสุดในวงการเหนือกว่า จอห์น ฮิกกินส์ ที่ทำไว้ทั้งหมด 13 ครั้ง

  • เป็นแม็กซิมัมเบรกครั้งที่ 16 และ 17 ของรอนนี่
  • เป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดที่ทำได้
  • ไม่เคยทำแม็กซิมัมเบรกมาตั้งแต่ปี 2018

หลังจากไม่ได้คว้าแชมป์รายการระดับท็อปมาแล้วถึง 19 เดือน และแทบจะไม่ลงแข่งเลยตั้งแต่เดือนมกราคม รอนนี่กลับมาสร้างผลงานประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ด้วยการโชว์ฝีมือที่ยังคงเฉียบคม หลังจบแมตช์เขาก็ได้เปิดใจว่าเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมาก และภูมิใจในตนเองอย่างเต็มที่

ด้วยผลงานที่น่าทึ่งนี้ ทำให้รอนนี่สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับ นีล โรเบิร์ตสัน นักสนุ้กเกอร์อีกหนึ่งยอดฝีมือที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเช่นกัน

หากคุณเป็นแฟนตัวยงของรอนนี่ ขอให้ตามเชียร์เพื่อให้เจ้าตัวยังคงมีฟอร์มโหดแบบนี้ตลอดฤดูกาล เพราะศึกชิงแชมป์โลกครั้งนี้น่าจะเป็นสนามที่น่าจับตามองมากที่สุดในรอบหลายปี

ที่มา – “รอนนี” เทพจริง! กด 2 แม็กซิมัมเบรกในแมตช์เดียวเข้าชิงชนะเลิศ

รัสเซียปลื้ม ทรัมป์ปูพรมแดงต้อนรับปูติน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ว่าน.ส.มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวถึงบรรยากาศการพบหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่ฐานทัพร่วมเอลเมนดอร์ฟ-ริชาร์ดสัน ในเมืองแองคอราจ รัฐอะแลสกา ว่า “ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา สหรัฐเอาแต่พูดถึงการกีดกันและโดดเดี่ยวรัสเซีย แต่วันนี้ สหรัฐปูพรมแดงต้อนรับผู้นำรัสเซีย”

รัสเซียปลื้ม ทรัมป์ปูพรมแดงต้อนรับปูติน

การพบกันครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเมืองโลก โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา สถานการณ์ย่ำแย่จากการคว่ำบาตรและการต่อต้านระหว่างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ปัจจุบันปรากฏการณ์นี้เริ่มเปลี่ยนแปลงไป

บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

บรรยากาศในห้องประชุมดูเป็นมิตรมากขึ้น มีการยิ้มแย้มสวัสดีทักทาย และสนทนากันอย่างลึกซึ้ง แม้ทั้งสองยังไม่เปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับประเด็นที่พูดคุยกัน แต่บรรยากาศโดยรวมสื่อถึงความหวังในการคลี่คลายความตึงเครียด

ทั้งนี้ ปูตินกล่าวว่า การบรรลุข้อตลงใดก็ตาม “ต้องพิจารณาจากความกังวลที่ถูกต้องตามกฎหมายของรัสเซียทั้งหมด และฟื้นฟูความสมดุลที่เป็นธรรมด้านความมั่นคงในยุโรปและทั่วโลกโดยรวม”

ตราบใดที่เรื่องนี้ยังอยู่ในเส้นทางของการเจรจา บรรยากาศเชิงบวกนี้จะส่งผลดีไปทั้งต่อประชาชนในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามและการลงโทษเศรษฐกิจ

  • การพบกันนี้เป็นครั้งสำคัญในระดับผู้นำ
  • เปิดโอกาสใหม่สำหรับสงครามเย็นที่จบลง
  • ยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีความขัดแย้งมายาวนาน

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับการเมืองโลกถือเป็นสัญญาณที่ดีของสันติภาพ แม้ว่ารายละเอียดที่แท้จริงยังต้องรอการเปิดเผยอีกครั้งในระยะต่อไป โดยเฉพาะในแง่ของข้อเสนอและการแก้ไขตามข้อเรียกร้องของรัสเซีย

การประชุมระหว่างทรัมป์กับปูตินสามารถสร้างแรงผลักดันให้ความร่วมมือระหว่างประเทศกลับมาอยู่บนเส้นทางเดียวกันอีกครั้ง ถือเป็นน้ำหอมช่วยละลายความเย็นชาและสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันได้จริง

หากดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ก็มีโอกาสที่การแบ่งขั้วโลกจะค่อย ๆ ลดลง และประชาธิปไตยรวมถึงสันติภาพในบางพื้นที่จะได้กลับมาอย่างแท้จริง

ในท้ายที่สุด หลายคนมองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มจากความกล้าหาญของผู้นำสองชาติที่กล้าหาทางสายสัมพันธ์กลับมาหาหนทางร่วมกัน ไม่ว่าอาจเผชิญอุปสรรคหรือความตึงเครียดมากเพียงใด

หากคุณอยากรู้ว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศจะพัฒนาไปในทิศทางใดต่อจากนี้ ลองติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเปิดใจต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เพราะมันอาจเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ๆ ที่โลกต่างหวังไว้

ที่มา – รัสเซียปลื้ม ทรัมป์ปูพรมแดงต้อนรับปูติน ชี้เป็นสัญญาณของการยอมรับ

Glass Skin พาสาวงาม MUT 2025 เปิดประสบการณ์ผิวสวยระดับจักรวาล

คุณฤทธิชัย ศรีวิจารย์ ประธานกรรมการ และ คุณนทพร บุญบุบผา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็มพี กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทในเครือ นำทีม Glass Skin พร้อมด้วย คุณสุพัตรา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักนโยบายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ต้อนรับเหล่าสาวงาม Miss Universe Thailand 2025 ในกิจกรรม เปิดประสบการณ์ผิวสวยระดับจักรวาล ณ Tops สาขาเปอร์โตเดอ จังหวัดภูเก็ต

Glass Skin พาสาวงาม MUT 2025 สัมผัสไอเท็มดูแลผิวระดับจักรวาล

ในโอกาสนี้ เหล่าสาวงามได้สัมผัสและเลือกใช้ไอเท็มดูแลผิวระดับตัวแม่อย่าง Luminous Serum เซรั่มเนื้อเข้มข้น โมเลกุลเล็ก เนื้อใสบางเบา ด้วยคุณค่าจากสารสกัดเมือหอยทากแห่งความสุข Snail Mantle Mucin เสริมประสิทธิภาพด้วย Pico Peptide เข้มข้นถึง 30 เท่า ช่วยฟื้นบำรุงผิวล้ำลึก พร้อมผลวิจัยยืนยันว่าเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวได้ชัดภายใน 7 วัน ให้ผิวกระจ่างใส เปล่งประกาย และดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

กันแดดเนื้อบางเบา พร้อมบำรุงผิวแบบล้ำลึก

อีกหนึ่งตัวช่วยที่หลายคนยกให้เป็น Must-have คือ Niacinamide Glow Sunscreen SPF50+ PA++++ กันแดดที่ผสานการบำรุง ด้วย Niacinamide ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส และ Camellia Oil เติมความชุ่มชื้น พร้อมฟื้นฟูผิวจากมลภาวะ ปกป้องจากรังสี UVA และ UVB ให้ผิวโกลว์มั่นใจแม้อยู่กลางแดดจัด

นอกจากนี้ Glass Skin ยังนำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลผิวครบขั้นตอนในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็น:

  • Glass Skin Luminous Serum: เซรั่มฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึก ด้วยสารสกัดจากหอยทากและเปปไทด์เข้มข้น
  • Niacinamide Glow Sunscreen SPF50+ PA++++: กันแดดที่ผสานการบำรุง ปกป้องสูงสุดจาก UVA และ UVB
  • Glass Skin Glow Mist: สเปรย์แต่งหน้าที่ทำให้ผิวดูมีออร่าเปล่งประกายแบบธรรมชาติ

กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงสร้างแรงบันดาลใจด้านความงามให้กับสาวงาม MUT 2025 แต่ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสเคล็ดลับผิวสวยเปล่งประกายระดับจักรวาล เพราะ “ผิวสวยระดับจักรวาล…ใครๆ ก็เป็นเจ้าของได้”

เพราะความสวยไม่มีที่สิ้นสุด ผิวใสระดับจักรวาลพร้อมแล้วที่ Glass Skin ร่วมกับ Tops เพื่อเผยโฉมผิวกระจ่างใสให้ใครๆ ก็เป็นเจ้าของได้

ที่มา – Glass Skin พาสาวงาม MUT 2025 เปิดประสบการณ์ความงามระดับจักรวาลที่ Tops สาขาเปอร์โตเดอ ภูเก็ต

ทำไม ‘พรรค ปชน.’ ไม่แจ้งดำเนินคดี สายปริศนาโทรฯมาขอซื้อเสียงโหวต 10 ล้าน

เหตุการณ์การเมืองล่าสุดในประเทศไทยเกิดความเคลื่อนไหวอย่างมากในกรณีที่มี สายปริศนาโทรเข้าหา สส.พรรคประชาชน (ปชน.) เพื่อขอจ่ายเงิน 10 ล้านบาทเพื่อแลกกับการโหวตผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 และร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

ทำไม ‘พรรค ปชน.’ ไม่แจ้งดำเนินคดี

จากกรณีที่ สส.พรรคประชาชน ได้เปิดเผยถึงการได้รับโทรศัพท์ที่พยายามโน้มน้าวให้โหวตผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว โดยมีการพูดคุยผ่านโทรศัพท์โดยไม่มีการเปิดเผยชื่อจริงของผู้ติดต่อ ซึ่งเป็นบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้แทนฝ่ายหนึ่งในวงการการเมือง

เนื้อหาคลิปเสียง

คลิปเสียงดังกล่าวมีเนื้อหาระบุว่า การโหวตเป็นเพียงการ “ยกมือ” ตามเอกสารที่มีให้ และจะไม่มีความจำเป็นต้องย้ายพรรค หากแสดงความเห็นชอบในร่างกฎหมาย ซึ่งเงิน 10 ล้านบาทจะแบ่งจ่ายเป็น 3 งวด

สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ ทำไมพรรค ปชน. จึงไม่เดินตามแจ้งความดำเนินคดีอย่างเป็นทางการ แทนที่จะเปิดเผยเพียงบางส่วนของเนื้อหาผ่านสื่อและโซเชียลมีเดีย การไม่ดำเนินการในลักษณะเป็นทางการ ทำให้หลายคนเริ่มเข้าใจผิดว่า พรรค ปชน. อาจมีการปกปิดเรื่องราว หรือแม้กระทั่งการมีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้

ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและนักวิชาการหลายรายตั้งข้อสังเกตว่า คดีเช่นนี้หากไม่มีการเข้าไปตรวจสอบอย่างจริงจัง อาจส่งผลให้ตลาดการเมืองในประเทศไทยแผ่วเฉาลง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเสียง ส.ส. หรือหน่วยงานกลางเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

  • พรรคประชาชนเตรียมขยายผลสอบวงจรทุจริต
  • รัฐบาลเสี่ยงสูญเสียความน่าเชื่อถือในเวทีสภา
  • ประชาชนกำลังจับตามองว่า umpire อยู่ที่ใคร

จากกรณีการโทรมาขอซื้อเสียง ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า เหตุใดจากหลายวันที่ผ่านมาพรรค ปชน. ไม่มีการประกาศชัดเจน ทั้งที่สามารถเป็นประเด็นส่งเสริมภาพลักษณ์การเป็นพรรคสุจริตได้อย่างยิ่ง

การแจ้งความดำเนินคดีไม่ใช่แค่การแสดงออกทางความโปร่งใสเท่านั้น แต่สามารถช่วยยืนยันคุณธรรมของผู้แทนฯ ที่ได้รับการให้สัมภาษณ์ และยังสามารถสืบสวนเจอถึงที่มาของข้อมูลนี้ได้อย่างลึกซึ้ง

ขณะเดียวกันก็มีมติย้อนแย้งว่า การไม่แจ้งความปฏิบัติเช่นนี้อาจเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกใช้เป็นเครื่องมือให้ใครบางคนฉวยโอกาสสร้างความยุ่งยากให้พรรค

เขียนบทสรุป

อย่างไรก็ตาม ข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ยังไม่ถูกปิดบัญชี มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นหน้าที่ของพรรค ปชน. ต้องออกมาชี้แจงอย่างเปิดเผย และหากไม่ต้องการถูกสังเกตว่ามีเรื่องต้อง “ปกปิด” ก็ควรเร่งดำเนินการตรวจสอบให้ถึงที่แท้ พร้อมทั้งแจ้งความเพื่อเปิดทางสอบสวนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจัดการตามกฎหมายที่กำหนด

เชื่อว่าประชาชนผู้เลือกตั้งกำลังเรียกร้องสิ่งเดียวกันนั่นคือความเป็นธรรมและความจริงที่ชอบธรรม ทางพรรค ปชน. ควรเร่งดำเนินการโดยไม่ล่าช้าเพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นในสถาบันพรรคการเมืองของตนเอง

ที่มา – ทำไม ‘พรรค ปชน.’ ไม่แจ้งดำเนินคดี สายปริศนาโทรฯมาขอซื้อเสียงโหวต 10 ล้าน

ทรัมป์ยืนยันหารือกับปูติน “เป็นไปด้วยดี” แต่ “ยังไม่มีข้อตกลง”

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่เมืองแองคอราจ รัฐอะแลสกา ประเทศสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้จัดการประชุมสุดยอดเพื่อหารือประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามในยูเครน ภายหลังจากการพบกันครั้งล่าสุดที่เมืองเฮลซิงกิ เมื่อปี 2018

ภายหลังการหารือกันอย่างเป็นทางการภายในห้องรับรองที่ฐานทัพร่วมเอลเมนดอร์ฟ-ริชาร์ดสัน เป็นเวลาเกิน 3 ชั่วโมง ทั้งสองผู้นำได้แถลงข่าวร่วมกัน โดย ทรัมป์ ระบุว่า ผลการประชุม “เป็นไปอย่างสร้างสรรค์” และมีความคืบหน้าบางอย่าง แต่ย้ำว่ายัง “ไม่มีการบรรลุข้อตกลง” ในขณะนี้

ทรัมป์ยืนยันหารือกับปูติน “เป็นไปด้วยดี” แต่ “ยังไม่มีข้อตกลง”

ในการแถลงข่าว ทรัมป์ กล่าวว่า แม้การเจรจาจะก้าวหน้าไปในทิศทางที่ดี แต่ยังมีประเด็นที่ต้องพูดคุยอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะในส่วนของผลประโยชน์ของยูเครน ซึ่งจะต้องได้รับการยอมรับจากทางรัฐบาลของโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี อีกด้วย

การประชุมที่ใช้เวลาและความคาดหวัง

ในการแถลงของทั้งสองฝ่าย ทรัมป์ ใช้เวลาเพียง 4 นาที ในขณะที่ ปูติน ใช้เวลามากกว่าสองเท่า คือ 8 นาที. ทว่าผู้นำทั้งสองไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนซักถามคำถามใดๆ หลังการแถลง ซึ่งนับเป็นจุดที่น่าสังเกต เพราะการประชุมเช่นนี้โดยทั่วไปมักเปิดโอกาสให้มีการถาม-ตอบเพื่อความโปร่งใส

หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม ปูติน ได้เดินทางกลับทันที แต่ยังแวะวางพวงมาลัยไว้ที่สุสานทหารสหภาพโซเวียตในเมืองแองคอราจ ซึ่งดูเหมือนจะมีจุดหมายทางจิตวิทยาและโฆษณาชวนเชิญให้มองกลับไปยังบทบาทของรัสเซียในสงครามโลกครั้งที่สอง

จากการเจรจานี้ ทรัมป์ ยังระบุว่าจะมีการโทรศัพท์หารือกับพันธมิตรหลายราย รวมถึงเลขาธิการนาโต และผู้นำยูเครน เพื่อแจ้งรายละเอียดก่อนหน้านี้เกี่ยวกับข้อเสนอที่ถูกหารือระหว่างทีมผู้แทนของรัสเซียและสหรัฐฯ

ผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์จากผลการหารือ

  • ความคาดหวังในข้อตกลงเพื่อจบสงคราม – แม้ยังไม่มีข้อตกลงอย่างเป็นทางการ แต่ประชาชนโลกยังคงจับตามองผลจากผลการเจรจาครั้งนี้ว่าจะนำไปสู่การหยุดยิงในยูเครนได้หรือไม่
  • ความดันภายในสหรัฐ – ทั้งในฝ่ายพรรครีพับลิกันและเดโมแครต มีความกังวลเกี่ยวกับการใช้ความสามารถในการเจรจาของทรัมป์ ว่าอาจผูกมัดผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ไว้กับรัสเซียมากเกินไป
  • มุมมองอินเทอร์เนชั่นแนล – โลกมองว่าในช่วงสั้นๆ ที่เหลือของรัฐบาลทรัมป์ หากมีข้อตกลงใดๆ จะส่งผลต่อแผนการทางทหารและเศรษฐกิจของยุโรปและอเมริกาอย่างลึกซึ้ง

อีกทั้งการตัดสินใจของทรัมป์ที่ไม่อนุญาตให้สื่อซักถาม หรือการที่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด อาจเป็นสัญญาณว่ามีประเด็นไวต่อสัญญาณที่ยังไม่สามารถนำออกมาประกาศได้เลยในขั้นนี้

อย่างไรก็ตาม การพบกันระหว่างทรัมป์และปูตินในครั้งนี้ถือเป็นการเลื่อนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและรัสเซียเพิ่มขึ้นอีกขั้น ซึ่งหากนำไปสู่ข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม เหมือนกับที่ทรัมป์กล่าวว่าเป็นไปด้วยดี อาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางการเมืองโลกในปี 2025 ได้แน่นอน

ความมุ่งมั่นในการสร้างสันติภาพระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังคงอยู่ตรงหน้า ทว่าความเชื่อใจระหว่างทั้งสองฝ่ายยังคงเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาไปพร้อมกัน หากไม่ก้าวผิดพลาด อาจมีข้อตกลงจริงในเร็ววัน

ที่มา – ทรัมป์ยืนยันหารือกับปูติน “เป็นไปด้วยดี” แต่ “ยังไม่มีข้อตกลง”

ปูตินเตือนยูเครน-ยุโรป “อย่าทำลาย” ความคืบหน้าจากการหารือกับทรัมป์

ล่าสุด ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำประเทศรัสเซีย ได้ออกมาเตือนให้ยูเครนและประเทศในยุโรปไม่ควร “ทำลาย” ความคืบหน้าจากการหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นการประชุมระดับสูงที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากวงการการเมืองโลก

ปูตินเตือนยูเครน-ยุโรป “อย่าทำลาย” ความคืบหน้าจากการหารือกับทรัมป์

ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดี ปูติน และประธานาธิบดี ทรัมป์ มีการหารือกันอย่างเป็นทางการภายในฐานทัพร่วมเอลเมนดอร์ฟ-ริชาร์ดสัน ที่เมืองแองคอราจ รัฐอะแลสกา สหรัฐอเมริกา เป็นครั้งแรกนับจากเหตุการณ์การพบกันครั้งก่อนหน้าที่กรุงเฮลซิงกิ เมื่อปี 2018 ซึ่งการพบกันในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของความสัมพันธ์ในระดับโลกในอนาคต

ประเด็นสำคัญจากการประชุม

ในการแถลงหลังการประชุมร่วมกันภายใต้บรรยากาศที่เอื้ออาทร ประธานาธิบดี ปูติน ได้กล่าวถึงหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โลก โดยเฉพาะในเรื่องของความขัดแย้งในยูเครน ปูตินกล่าวว่า “การยุติข้อพิพาทอย่างยั่งยืนและระยะยาวจำเป็นต้องขจัดสาเหตุหลักของความขัดแย้ง” และเขายืนยันว่า สถานการณ์ในยูเครนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศรัสเซีย ดังนั้นการที่มีความคืบหน้าจากการหารือกับผู้นำสหรัฐถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรถูกละเลย

ปูตินย้ำอย่างเด็ดขาดว่า “ยูเครนและประเทศยุโรปอย่าทำลายความคืบหน้าจากการหารือกับทรัมป์” ซึ่งเป็นข้อความเตือนที่สะท้อนถึงความมุ่งหวังให้โลกได้สันติภาพอย่างถาวร และในจุดนี้เองทำให้หลายคนมองว่ามีความกังวลอยู่เบื้องหลังว่าหากไม่มีการสนับสนุนกระบวนการสันติภาพอย่างจริงจัง จะเกิดผลเสียระยะยาวต่อเสถียรภาพของภูมิภาค

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีรัสเซียได้โน้มน้าวความเห็นอกเห็นใจถึงความต้องการของสหรัฐ โดยกล่าวว่า “ทราบดีว่าทรัมป์มองหาความรุ่งเรืองภายในประเทศสหรัฐเป็นอันดับแรก และเราเข้าใจว่ารัสเซียก็มีความต้องการเช่นเดียวกัน”

  • การหารือผู้นำทั้งสองนานกว่า 3 ชั่วโมง
  • เน้นไปที่ประเด็นความสัมพันธ์ต่ำระหว่างสหรัฐและรัสเซีย
  • ข้อเสนอจากการหารือ[table check 1] “อย่าวาดกรอบใหลด้วยว่าจะยืดเยื้อ ให้จัดทำเหตุผลดีๆ ที่ช่วยให้มีข้อสรุปจริงซึ่งแตกต่างจากเดิม”
  • เกิดจากการตั้งคำถาม “ถ้าทรัมป์เป็นประธานาธิบดีแล้ว สงครามยูเครนปี 2022 ก็คงจะไม่เกิดขึ้น”

ท่ามกลางการประชุมและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเข้มข้นนี้ ประธานาธิบดี ปูติน ได้เชิญชวนให้ประธานาธิบดี ทรัมป์ เดินทางไปเยือนกรุงมอสโกในโอกาสต่อไป เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างรัสเซียและสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจมีบทบาทสำคัญในการดำเนินการวางรากฐานสันติภาพในยุคหน้าสำหรับยูเครนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และที่สำคัญที่สุดคือการ “อย่าทำลาย” ความคืบหน้าจากการหารือกับทรัมป์ ที่เริ่มมีแสงสว่างขึ้นมากขึ้น

หากคุณให้ความสำคัญกับข่าวการเมืองระดับโลก เราขอแนะนำให้ติดตามข่าวเหตุการณ์ใต้จมูกผู้นำโลกเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพราะสถานการณ์เช่นนี้อาจมีผลโดยตรงต่ออนาคตของความเป็นสันติของโลก โดยเฉพาะเรื่องของความมั่นคงของยุโรปและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ที่มา – ปูตินเตือนยูเครน-ยุโรป “อย่าทำลาย” ความคืบหน้าจากการหารือกับทรัมป์

‘ผู้ชาย’ก็เป็น‘มะเร็งเต้านม’ได้ เช็คอาการเหมือนผู้หญิงไหม

หลายคนอาจคิดว่า “มะเร็งเต้านม” เป็นโรคที่พบได้เฉพาะในผู้หญิง แต่จริง ๆ แล้ว ผู้ชายก็เป็นมะเร็งเต้านมได้เช่นกัน ถึงแม้โอกาสจะน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับผู้หญิง แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ โดยประมาณ 0.5-1% จากจำนวนผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทั้งหมด

ทั้งนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของมะเร็งเต้านมในผู้ชายยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่พบนั้นน้อยมาก ทำให้การศึกษาเกี่ยวกับโรคนี้ยากลำบาก อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่พบมากที่สุด เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมนไม่สมดุล และอายุที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้มะเร็งเต้านมเกิดขึ้นได้ในผู้ชายเช่นกัน

วิธีสังเกตมะเร็งเต้านมในผู้ชาย

ผู้ชายควรเริ่มต้นจากการสังเกตอาการผิดปกติที่เต้านม เช่น การสัมผัสแล้วพบก้อนแข็ง หรือเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนัง เช่น หายเว้า หรือผิวบุ๋ม การตรวจวันละไม่กี่นาทีสามารถช่วยให้คุณระบุความเสี่ยงเบื้องต้นได้

ควรตรวจบ่อยแค่ไหน?

ในทางการแพทย์ ผู้ชายไม่จำเป็นต้องตรวจเต้านมบ่อย ๆ เหมือนผู้หญิง แต่หากคุณมีปัจจัยเสี่ยงสูง เช่น มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม ควรตรวจตัวเองอย่างสม่ำเสมอ และพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลเพิ่มเติม

นอกจากนี้ หากพบก้อนหรือความผิดปกติ อย่าปล่อยไว้ รีบพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด เพราะคุณอาจมีโอกาสเข้ารับการรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการรักษาให้หายขาด

สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดูแล ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย หากคุณรู้เท่าทันสัญญาณเตือนของร่างกาย คุณก็จะเป็นผู้ดูแลชีวิตของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – ‘ผู้ชาย’…ก็เป็น‘มะเร็งเต้านม’ได้…มีวิธีสังเกตอย่างไร เช็คเหมือนกับเต้านมผู้หญิงหรือไม่

“ทรัมป์-ปูติน” พบกันครั้งแรกในรอบ 7 ปี ถกกว่า 3 ชั่วโมง เพื่อ “แสวงหาสันติภาพ”

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ฐานทัพร่วมเอลเมนดอร์ฟ-ริชาร์ดสัน ในเมืองแองคอราจ รัฐอะแลสกา ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เกิดการประชุมสุดยอดอย่างเป็นทางการระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ซึ่งถือเป็นการพบกันครั้งแรกในรอบ 7 ปี นับตั้งแต่การเดินทางไปพบกันที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เมื่อปี 2018

“ทรัมป์-ปูติน” เปิดฉากประชุมอย่างเป็นทางการ

บรรยากาศในการพบกันครั้งนี้เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ทางการเมืองอย่างชัดเจน จากการแสดงต้อนรับจากสหรัฐฯ ที่นำ เครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 บินผ่านเป็นฉากเปิด และความพร้อมของเครื่องบินขับไล่ F-22 แรปเตอร์ ที่จอดเรียงรายอยู่ข้างพรมแดง เพื่อแสดงถึงความพร้อมด้านกำลังทหารอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่ฉากหลังของการประชุมก็ไม่มีอะไรนอกจากข้อความภาษาอังกฤษว่า “Pursuing Peace” หรือ “แสวงหาสันติภาพ”

ในขณะที่ผู้นำรัสเซียชื่นชมบรรยากาศของการต้อนรับอย่างเปิดเผย ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตลอดระยะเวลาในการเข้าร่วมประชุม ท่ามกลางการจับตามองจากทั่วโลก โดยแรงจูงใจในการเดินทางมาเยือนสหรัฐฯ นี้ มองว่าเป็น “ความสำเร็จทางการทูต” ครั้งสำคัญของรัสเซียในช่วงเวลาที่กำลังเผชิญกับหมายจับอาชญากรรมสงครามจากศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) แม้ว่าสหรัฐฯ จะไม่ได้เป็นภาคีของกฎหมายที่ก่อตั้งศาลก็ตาม

การพูดคุยในรูปแบบ “สามต่อสาม”

การประชุมระหว่าง “ทรัมป์-ปูติน” ในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดแค่ในรูปแบบ “ตัวต่อตัว” อย่างที่เคยเกิดขึ้น แต่ได้ขยายผลเป็นการพูดคุย “สามต่อสาม” เมื่อทรัมป์นำทีมของสหรัฐฯ ให้ความสำคัญ โดยมีผู้ร่วมทีมอย่าง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษ ส่วนฝ่ายรัสเซีย นำโดย เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศ และ ยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของทำเนียคเครมลิน ซึ่งใช้เวลาการหารือกันกว่า 3 ชั่วโมงเต็ม

ความคาดหวังจากทั้งสองฝ่ายคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นผ่านบทสนทนาที่เปิดกว้างและตรงประเด็น โดยเฉพาะประเด็นสำคัญที่ต้องร่วมมือกันในสังเวียนโลกยุคใหม่

  • เป้าหมายในการประชุม: การร่วมมือทางการทหาร การค้า และการสำหรับภัยร่วมกัน
  • ความปลอดภัยระดับโลก: ความมั่นคงในภูมิภาคยุโรปและเอเชีย
  • ความท้าทายร่วมสมัย: วิกฤตอาหาร น้ำมัน และภูมิอากาศ

แม้อีกฝ่ายหนึ่งกำลังเผชิญกับข้อกล่าวหาจำนวนมาก แต่การประชุมนี้ถือเป็นก้าวใหม่ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการสร้างเสถียรภาพในระดับโลก แม้ว่าผลระยะยาวยังคงต้องสังเกตในอนาคตอันใกล้

หากคุณกำลังสนใจความเคลื่อนไหวระดับโลกอย่างใกล้ชิดและไม่อยากพลาดข่าวสำคัญอีกเช่นนี้ อย่าลืมติดตามเว็บไซต์ของเรา ที่พร้อมเอาใจคุณด้วยการอัปเดตข่าวสารอย่างครบถ้วนและน่าเชื่อถือที่สุดในเมืองไทย

ที่มา – “ทรัมป์-ปูติน” พบกันครั้งแรกในรอบ 7 ปี ถกกว่า 3 ชั่วโมง เพื่อ “แสวงหาสันติภาพ”

เฮอร์เซเลอร์มั่นใจบาเลบาไม่ย้าย แม้ถูกจับตามอง

ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีม ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผยความมั่นใจอย่างเต็มที่ว่า คาร์ลอส บาเลบา กองกลางดาวรุ่งวัยใส จะไม่ย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้อย่างแน่นอน

บาเลบา นักเตะที่มีค่าตัวคาดการณ์สูงถึง 100 ล้านปอนด์ (ราว 4,400 ล้านบาท) กำลังเป็นข่าวว่าได้รับความสนใจจากหลายทีมใหญ่ โดยเฉพาะ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ต้องการเสริมความแข็งแกร่งในแนวรุกกลาง หลังจากที่ บาเลบา โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นนับตั้งแต่ย้ายมาจากทีมลีลล์ ในประเทศฝรั่งเศส เมื่อสองฤดูกาลก่อน

เฮอร์เซเลอร์มั่นใจบาเลบาไม่ย้าย

อย่างไรก็ตาม เฮอร์เซเลอร์ ยืนยันว่า บาเลบา ยังคงมีบทบาทสำคัญกับทีม และมีอนาคตที่สว่างในถิ่น แอมซเตอร์ สเตเดี้ยม ด้วยความสามารถอันเป็นที่ยอมรับของนักเตะวัย 21 ปี

“เขาเป็นหนึ่งในตัวเลือกตัวจริงของทีมในเกมที่จะมาถึง (พบกับ ฟูแลม ในวันเสาร์) ผมมั่นใจมากว่า บาเลบา จะอยู่กับเราต่อไป ผมมองไม่เห็นอะไรที่จะเปลี่ยนแปลง ผมคิดว่าเขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับเขา และเขากำลังมีความสุขกับเพื่อนร่วมทีม” เฮอร์เซเลอร์ กล่าวอย่างชัดเจน

ทำไมบาเลบาถึงไม่ย้าย?

ปัจจุบัน บาเลบา เป็นหัวใจสำคัญในระบบการเล่นของไบรท์ตัน ด้วยสไตล์การเล่นที่ครอบคลุมทั้งการครองบอล การสกัด และการเปิดเกมรุกที่เฉียบคม นักเตะวันโตยังได้รับโอกาสในการลงสนามและแสดงความสามารถอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ทำให้เขามีความผูกพันกับสโมสรอังกฤษนี้

  • บาเลบา ทำผลงานอย่างสม่ำเสมอในฤดูกาลนี้
  • ได้รับโอกาสให้ลงสนามในเกมสำคัญตลอด
  • มีสไตล์การเล่นที่เหมาะกับฟุตบอลสมัยใหม่
  • ยังมีสัญญาจนถึงปี 2028 โดยมีตัวเลือกต่ออายุ

อีกทั้ง การได้อยู่ในทีมที่ให้โอกาสพัฒนาอย่างไบรท์ตัน ทำให้นักเตะสามารถพัฒนาฝีเท้าได้อย่างเต็มที่ก่อนจะก้าวไปเล่นในเวทีระดับชาติหรือย้ายไปค้าแข้งในลีกยุโรป

สำหรับแฟนบอลหลายคน ช่วงซัมเมอร์นี้เป็นช่วงที่มีข่าวโหวกเหิมในการย้ายทีมของนักเตะดัง ๆ หลายคน แต่เมื่อมีต้นสังกัดอย่างไบรท์ตันยืนยันความมุ่งมั่นในการรักษาอดีตเด็กฝึกฝนจาก ลีลล์ ไว้กับทีม ก็ถือเป็นข่าวดีที่ทำให้ความคึกคักของทัพ “ไก่ทะเล” ยังคงอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในสนาม ความสามารถของบาเลบา รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต เรียกได้ว่า นี่คือจุดที่เขา “อยู่ดี กินดี และเล่นดี” อย่างแท้จริง ดังนั้น โอกาสที่เขาจะย้ายทีมในช่วงนี้ หาได้ยากจริง ๆ

ข้อคิด: บาเลบา มีอนาคตที่สดใส และเขายังไม่พร้อมที่จะเดินจากทีมที่กำลังพาเขาไปไกลที่สุดในตอนนี้ เหตุผลเหล่านี้อาจเป็นคำตอบว่าทำไม เฮอร์เซเลอร์ ถึงมั่นใจเกินร้อยว่า “บาเลบา ไม่ทิ้งนางนวล”

ที่มา – “เฮอร์เซเลอร์” มั่นใจเกินร้อย “บาเลบา” ไม่ทิ้งนางนวล