ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

บุกจับ 2 หมอเถื่อนคลินิกดังย่านธัญบุรี สุดยี้! ศัลยกรรมสวย-ฉีดเพิ่มขนาด

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บัญชาการกองปราบปราม ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผู้กำกับกองกำกับที่ 4 พร้อมด้วย พ.ต.ท.รุตินันท์ สัตยาชัย รองผู้กำกับกองกำกับที่ 4 สนธิกำลังกับนพ.นนท์ จินดาเวช เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี เข้าตรวจสอบคลินิกที่ให้บริการ ศัลยกรรมสวย-ฉีดเพิ่มขนาด โดยไม่มีใบอนุญาตในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี

บุกจับ 2 หมอเถื่อนคลินิกดังย่านธัญบุรี สุดยี้! ศัลยกรรมสวย-ฉีดเพิ่มขนาด

จากการตรวจสอบพบว่า ทั้งสองคลินิกเปิดให้บริการโดยอ้างว่ามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมความงาม รวมถึงการฉีดเพิ่มขนาดและขลิบอวัยวะเพศชาย ผ่านโฆษณาในโซเชียลมีเดีย แต่ความเป็นจริงคือผู้ดำเนินการไม่มีใบอนุญาตก่อตั้งสถานพยาบาล และบุคลากรที่ปฏิบัติงานก็ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ

สภาพคลินิกไม่ได้มาตรฐาน สุขอนามัยต่ำ

คลินิกแห่งแรกตั้งอยู่ในย่านธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี มีโฆษณาให้บริการศัลยกรรมความงาม ยกคิ้ว ตัดถุงใต้ตา และบริการ ฉีดเพิ่มขนาด จากการสอบสวน ผู้ดำเนินการคือนายเคนโซ อายุ 28 ปี ซึ่งพบว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพใด ๆ เลย แต่กลับทำหัตถการรักษาผู้ป่วย

ภายในคลินิกมีสภาพสุขอนามัยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางการแพทย์ ขยะติดเชื้อและอุปกรณ์ทางการแพทย์ใช้แล้ววางรวมกัน โดยไม่มีการจัดการแยกประเภทอย่างเหมาะสม จนทำให้พนักงานสอบสวนตรวจยึดเครื่องมือและยาที่ใช้ผิดกฎหมายรวมกว่า 625 ชิ้น

เจ้าของกิจการใช้ชื่อแพทย์ปลอม โฆษณาหลอกลวง

จากข้อมูลสอบถามผู้ดำเนินการ นายเคนโซสารภาพว่าจบจากหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลเท่านั้น และเข้ามาทำงานที่คลินิกมาแล้ว 4 เดือน เงินเดือนรวม 27,000 บาท โดยทำหน้าที่แทนแพทย์ในวันที่แพทย์ประจำคลินิกไม่อยู่

ทั้งนี้ยังมีรายงานว่าคลินิกดังกล่าวเปิดสาขาทั่วประเทศ โดยใช้บุคคลเดียวกันเป็นแพทย์ในโฆษณาหลายแห่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ยอมรับว่าจะขยายผลสอบสวนเพิ่มเติมและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด

อีกหนึ่งคลินิกที่ถูกตรวจสอบนั้นอยู่ในย่านเดียวกัน โดยพบน.ส.อริยา อายุ 37 ปี กำลังทำหัตถการฉีดวิตามินให้ผู้ป่วย แม้คลินิกจะมีใบขออนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลแต่มีข้อผิดพลาดสำคัญ คือไม่มีแพทย์ประจำคลินิก

น.ส.อริยา ซึ่งจบการศึกษาเพียงระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ไม่มีใบประกอบวิชาชีพของแพทย์ และทำงานที่นี่แล้ว 1 ปี เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวพร้อมยึดของกลางและดำเนินคดีตามกฎหมาย

ระวัง! การรักษาเน้นความปลอดภัยมากกว่าความสวยงาม

เหตุการณ์ บุกจับ 2 หมอเถื่อนคลินิกดังย่านธัญบุรี เป็นบทเรียนสำคัญกับประชาชนทั่วไปที่นิยมใช้บริการศัลยกรรมความงาม การเลือกสถานพยาบาลควรคำนึงถึงความปลอดภัยมากกว่าราคา และตรวจสอบความน่าเชื่อถือ เช่น ใบอนุญาต ข้อมูลแพทย์ รวมถึงมาตรฐานทางสุขอนามัยอย่างรอบคอบ

หากคุณกำลังมองหาทางเลือกในการปรับรูปลักษณ์ภายนอก การศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ และความระมัดระวังจึงสำคัญที่สุด

ที่มา – บุกจับ 2 หมอเถื่อนคลินิกดังย่านธัญบุรี สุดยี้! ศัลยกรรมสวย-ฉีดเพิ่มขนาด

ครูโพสต์คลิปพระมาบิณฑบาตตกใจเสียงระเบิด ถูกตำหนิ

เมื่อเร็ว ๆ นี้โลกออนไลน์ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากมีการแชร์คลิปที่มีพระสองรูปมาบิณฑบาต แล้วมีเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างไม่คาดฝัน ส่งผลให้เกิดความตกใจจนวิ่งกระเจิง ซึ่งในเหตุการณ์นี้มีหนึ่งในพระทั้งสองคนวิ่งชนต้นกล้วยจนล้มลง

ครูโพสต์คลิปพระมาบิณฑบาตตกใจเสียงระเบิด ถูกตำหนิ

คลิปวิดีโอนี้มีความยาวเพียง 9 วินาที แต่สามารถสร้างความฮือฮาและแบ่งแยกความคิดเห็นของประชาชนได้อย่างมาก โดยเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กของนายทิชากร เจ้าหน้าที่ราชการวัย 43 ปี ซึ่งเป็นครูอยู่ในอำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์

ผู้ใช้สื่อสังคมจำนวนมากต่างรู้สึกไม่พอใจและเริ่มตำหนิเนื้อหาในรูปแบบนี้ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของพระภิกษุ และอาจส่งผลเสียต่อมนุษย์จำนวนมากโดยตรง จึงทำให้นายทิชากรตัดสินใจลบคลิปดังกล่าวออกไปในเวลาต่อมา

นายทิชากรเปิดเผยว่า

เนื้อหาคลิปที่แชร์ออกไปดังกล่าวนั้น ไม่ใช่ภาพถ่ายจริง หรือ downloadable material เป็นเพียงวิดีโอที่นำมาจากแอปพลิเคชันต่าง ๆ และผสมผสานเสียงที่มาจากแหล่งอื่น แต่กลับถูกตีความและถูกวิจารณ์ทางด้านลบอย่างหนัก

เนื่องจากกระทบน้ำใจของผู้ชมจำนวนมาก และบางส่วนก็เชื่อว่ามันจริง จึงทำให้เจ้าของโพสต์ยอมรับว่าตนเองมีความผิดในการเผยแพร่เนื้อหาประเภทนี้ และต้องขอโทษต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือรับชมคลิปดังกล่าวทั้งหมด

  • ไม่เกิดจากแผลงหรือการกระทำมั่งคั่งของจริง
  • ครอบคุมด้วยสิ่งแวดล้อมที่ถูกออกแบบมา
  • มีคลิปชนิดเดียวกันในโซเชียลที่รุนแรงกว่ามาก
  • แต่ยังอยู่เลยในวงการออนไลน์

แม้ว่าเนื้อหาจริงในกรณีนี้จะเป็นการจำลอง หรือ “ผิดไม่ได้ตั้งใจ” แต่กระแสต่อต้านจากผู้คนจำนวนมากแสดงให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวเพื่อรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมและความเคารพต่อพระพุทธศาสนา

สำหรับใครหลายคนที่แสวงหาหนทางสร้างสรรค์ เพื่อเป็นจุดสนใจในช่วงเวลาว่าง ควรนำความคิดเห็นของผู้ชมต่ำแหน่งของเขาไว้เป็นหลักในการตัดสินใจโพสต์ใด ๆ บนโซเชียลมีเดีย อย่าปล่อยให้สิ่งแฝงความไร้สาระกลายเป็นจุดบ่อนทำลายคุณค่าทางจริยธรรม

ไม่ว่าเราจะสร้างสรรค์อะไรบนโลกออนไลน์ การพิจารณาความรู้สึกของผู้คนที่เมตตาและเคารพต่อกัน จะสร้างพื้นที่แห่งการเติบโตแทนการปลุกภาวะความเกลียดชัง

ที่มา – กระแสเดือด! ครูโพสต์คลิปพระมาบิณฑบาตตกใจเสียงระเบิด ถูกชาวเน็ตตำหนิ

เพชรบุรี ยกของดีจากสวนบุกเมือง เปิดงาน “ฟรุ๊ต เฟส อร่อยทุกคำ ฉ่ำยกสวน”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ จังหวัดเพชรบุรีได้จัดงาน “เพชรบุรี ฟรุ๊ต เฟส อร่อยทุกคำ ฉ่ำยกสวน” อย่างเป็นทางการ ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยมีนางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ

งานนี้จัดขึ้นภายใต้ “โครงการพัฒนาภาคเกษตรสู่ความมั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี” โดยมีนายวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ เกษตรกร และแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน จำนวนมาก

เพชรบุรี ฟรุ๊ต เฟส อร่อยทุกคำ ฉ่ำยกสวน

นายวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า งานเพชรบุรี ฟรุ๊ต เฟส อร่อยทุกคำ ฉ่ำยกสวน นี้ เป็นการรวบรวมสุดยอดผลไม้ตามฤดูกาล และผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปคุณภาพจากเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และองค์กรเกษตรกรจังหวัดเพชรบุรี จำนวนกว่า 30 ร้านค้า

สินค้าที่ได้รับการรับรองคุณภาพและสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ถูกนำมานำเสนออย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นผลไม้เด่นประจำถิ่น สินค้าแปรรูป และของดีขึ้นชื่อที่สะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะตัวของจังหวัดเพชรบุรีอย่างแท้จริง

กิจกรรมสนุกโดยรอบ

ภายในงานเพชรบุรี ฟรุ๊ต เฟส อร่อยทุกคำ ฉ่ำยกสวน ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ มากมาย เช่น การแข่งขันกินของเด่นเพชรบุรี “เพชรบุรี ฟรุ๊ตชาเลนจ์” การสาธิตการทำอาหารจากผลไม้พื้นถิ่น เคล็ดลับการทำอาหารเมือง 3 รส และกิจกรรมหิ้วถุงผ้าแลกสินค้าเด่น นอกจากนี้ ยังมีมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง “ต้นข้าว อาร์ สยาม” ที่จะมาให้ความบันเทิงแก่ผู้ร่วมงานอีกด้วย

  • แข่งขันกินผลไม้เพชรบุรี “เพชรบุรี ฟรุ๊ตชาเลนจ์”
  • สาธิตการทำอาหารจากส่วนผสมท้องถิ่น
  • แสดงสินค้า GI และผลิตภัณฑ์แปรรูปคุณภาพ
  • คอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง

นางวันเพ็ญ มังศรี กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพของจังหวัด เพื่อสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นให้สามารถเข้าถึงตลาดและผู้บริโภคในวงกว้างยิ่งขึ้น พร้อมเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยจากผลไม้เพชรบุรี และสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดไว้อย่างจุใจอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2568 นี้

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักผลไม้สด ชอบของอร่อย ๆ จากท้องถิ่น หรือเพียงแค่ต้องการพักผ่อนสุดสัปดาห์อย่างคุ้มค่า งานเพชรบุรี ฟรุ๊ต เฟส อร่อยทุกคำ ฉ่ำยกสวน ถือเป็นโอกาสที่คุณไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

ที่มา – เพชรบุรี ยกของดีจากสวนบุกเมือง เปิดงาน “ฟรุ๊ต เฟส อร่อยทุกคำ ฉ่ำยกสวน”

กองทัพบกเผยพลทหารยิงตัวเองเสียชีวิตหลังก่อเหตุยิงชาวบ้านกาบเชิง

เมื่อเช้าวันที่ 15 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์ข่าวรายงานว่า กองบัญชาการกองทัพบกได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่พลทหารรายหนึ่งได้ออกจากที่พักหน่วยโดยไม่แจ้งสาเหตุ และได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงชาวบ้านในพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ก่อนจะพบว่าเสียชีวิตจากการ ยิงตัวเอง ภายหลัง

พ.ต.หญิงกัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเช้ามืดของวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยพลทหารรัฐภูมิ เทพศิริ สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 1623 ได้ออกจากที่พักหน่วยพร้อมอาวุธปืนแต่ไม่แจ้งสาเหตุใด ๆ หน่วยงานเกี่ยวข้องจึงได้เร่งติดตามตัว และทำการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่อย่างเป็นระบบ

กองทัพบกเผยพลทหารยิงตัวเองเสียชีวิตหลังก่อเหตุยิงชาวบ้านกาบเชิง

อย่างไรก็ตาม เหตุกลายเป็นประเด็นที่น่าตกใจ เมื่อพลทหารรายนี้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนในพื้นที่อำเภอกาบเชิง ส่งผลให้มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปให้การรักษาอย่างรวดเร็ว

การสืบสวนยังอยู่ระหว่างดำเนินการ

ภายหลังจากเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ได้พบศพของพลทหารรายนี้ในบริเวณใกล้กับจุดเกิดเหตุ เบื้องต้นคาดการณ์ว่าเป็นการยิงตัวเอง เนื่องจากพบหมวกเหล็กและอาวุธยังวางอยู่กับศพ แต่อย่างไรก็ตามนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยกองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับตำรวจและหน่วยนิติเวช

พ.ต.หญิงกัญญ์ณณัฐ กล่าวว่าขณะนี้กองทัพบกได้แสดงความเสียใจอย่างสูงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลทางด้านการแพทย์หรือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะกับผู้บาดเจ็บ 2 รายที่ได้รับการรักษาอาการปอดแตกจากการถูกกระสุนปืน

  • เหตุเกิด 15 ส.ค. 2568 ตอนเช้ามืด
  • ทหารสังกัดกองร้อยทหารราบที่ 1623 ออกจากหน่วยโดยไม่แจ้งเหตุ
  • ผู้บาดเจ็บจากเหตุยิง 2 ราย ได้รับการรักษาแล้ว
  • ปรากฏศพพลทหารในบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ คาดว่า ยิงตัวเอง
  • สอบสวนโดยกองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับตำรวจและนิติเวช

ด้านหัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 ร.อ.มานพ สีสัมพันธ์ ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บซึ่งอาการปลอดภัยแล้วพร้อมให้การเยียวยา และให้กำลังใจกับครอบครัวของผู้ได้รับบาดเจ็บตลอดจนให้คำชี้แจงเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือในระยะต่อไป

จากกรณีที่เกิดขึ้น จึงแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเรื่องสุขภาพจิตของกำลังพลทหาร และความจำเป็นในการดูแลความปลอดภัยทั้งในหน่วยงานทหารและชุมชนอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันเหตุลักษณะนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก

ที่มา – ‘กองทัพบก’เผยพลทหารยิงตัวเองเสียชีวิต หลังก่อเหตุยิงชาวบ้านกาบเชิง

พ่อเมืองสุพรรณบุรี เปิดเทศกาลน้องเหน่อ 2025

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก อำเภอเมืองสุพรรณบุรี นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “น้องเหน่อ” Music Festival Award 2025 ซึ่งเป็นการประกวดวงดนตรีสากลชิงแชมป์จังหวัดสุพรรณบุรี ประจำปี 2568 ในรอบคัดเลือก

พ่อเมืองสุพรรณบุรี เปิดเทศกาลน้องเหน่อ 2025

กิจกรรมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งจากหน่วยงานราชการ สถานศึกษา ภาคเอกชน และวงการดนตรีท้องถิ่น โดยมีนายเดชะ สิทธิสุทธิ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนจากหอการค้าจังหวัด ร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดงาน

การแสดงแบ่งออกเป็นสองช่วง เวลาเช้าเป็นการประกวดวงดนตรีสำหรับนักดนตรีที่มีอายุไม่เกิน 19 ปี ส่วนช่วงบ่ายเป็นการประกวดวงดนตรีรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี โดยผู้เข้าประกวดต่างเตรียมโชว์ความสามารถด้านดนตรีหลากหลายแนว เพื่อชิงตำแหน่งแชมป์วงดนตรีแห่งจังหวัดสุพรรณบุรี

วัตถุประสงค์ของเทศกาล “น้องเหน่อ” Music Festival Award

จังหวัดสุพรรณบุรีได้วางยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างแบรนด์ “น้องเหน่อ” เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดภายใต้แนวคิด Soft Power of Suphanburi โดยมีจุดประสงค์เพื่อผลักดันให้สุพรรณบุรีเป็น “เมืองดนตรีสู่สากล” ซึ่งจะไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรมแสดงศิลปะท้องถิ่น แต่ยังเป็นช่องทางในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างภาพลักษณ์ด้านวัฒนธรรมในระดับภูมิภาคและประเทศ

นอกจากนี้ การจัดงาน “น้องเหน่อ” Music Festival Award 2025 ยังมุ่งเน้นให้โอกาสแก่เยาวชนที่มีความสนใจทางด้านดนตรีให้ฝึกฝนและพัฒนาทักษะของตนเองในเวทีระดับจังหวัด โดยยึดถือแนวคิด “เรียนรู้ผ่านดนตรี เติบโตผ่านศิลปะ” เพื่อสร้างพลังบวกให้กับคนรุ่นใหม่

  • มุ่งส่งเสริมเยาวชนให้มีทักษะดนตรี
  • เป็นเวทีแสดงศิลปะสำหรับวงดนตรีรุ่นใหม่
  • เพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
  • ส่งเสริม “น้องเหน่อ” เป็นไอคอนของจังหวัด

งานเทศกาลจะเป็นเวทีสำคัญสำหรับวงการดนตรีในพื้นที่และยังเป็นการปลุกเร้าพลังสร้างสรรค์ของนักดนตรีรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

หากคุณเป็นผู้ชื่นชอบดนตรีและอยากสนับสนุนศิลปะจากท้องถิ่น อย่าพลาดติดตามกิจกรรม “พ่อเมืองสุพรรณบุรี เปิดเทศกาลน้องเหน่อ 2025” เพราะถือเป็นกิจกรรมที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในปีนี้

ที่มา – พ่อเมืองสุพรรณบุรี เปิดกิจกรรม “น้องเหน่อ” Music Festival Award 2025 ประกวดวงดนตรีสากลชิงแชมป์จังหวัดฯ

เวบบ์เผยอาจใช้ VAR เช็กใบเหลืองในอนาคต

ในวงการฟุตบอลโลก การตัดสินด้วย VAR (Video Assistant Referee) ถือเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงเสมอ โดยเฉพาะเมื่อเกิดข้อผิดพลาดในการตัดสินที่ส่งผลต่อผลการแข่งขัน ล่าสุด ฮาเวิร์ด เวบบ์ หัวหน้าทีมผู้ตัดสินของฟุตบอลอังกฤษ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลน่าสนใจว่า อาจมีการขยายขอบเขตการใช้งานระบบ VAR ให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการให้ใบเหลืองในอนาคต

เวบบ์ระบุว่า คณะกรรมการสมาคมฟุตบอลนานาชาติ (IFAB) กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้ VAR เช็กใบเหลือง ที่นักเตะได้รับอย่างไม่ถูกต้อง เนื่องจากปัจจุบันระบบ VAR มีหน้าที่หลักเพียงแค่ในการตรวจสอบการทำประตู ลูกจุดโทษ ใบแดง และกรณีแจกใบผิดคน อย่างไรก็ตาม หากมีการเปิดทางให้ VAR เช็กใบเหลืองได้ จะทำให้การตัดสินแม่นยำขึ้นเป็นอย่างมาก

VAR เช็กใบเหลืองได้ในอนาคตจริงหรือ?

เวบบ์กล่าวว่า “เราพยายามปรับปรุงการใช้ VAR ให้สอดคล้องกับความคาดหวังของทุกฝ่ายในวงการฟุตบอลอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นแฟนบอล โค้ช และนักเตะ ซึ่งพอดี VAR มีมาแล้ว 7 ปี และเราก็ยังคงปรับปรุงมันต่อไป”

ปัญหาใบเหลืองที่ผิดพลาด

เขาอธิบายต่อว่า ปัจจุบันใบเหลืองที่แจกผิดบางครั้งก็ส่งผลต่อจังหวะการเล่นของทีมอย่างชัดเจน ซึ่งในทางกลับกัน หากไม่แจกใบเหลืองที่ควรแจกก็อาจส่งผลเช่นกัน “ถ้าคุณพูดถึงผลกระทบจากการแจกใบเหลืองที่ไม่ถูกต้อง ก็ต้องพูดถึงผลกระทบจากการไม่แจกที่ไม่ถูกต้องเช่นกัน”

การตัดสินที่ต้องอาศัยภาพช้าหลายแง่มุม ย่อมมีความเสี่ยงสูงหากพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจ “เราตระหนักถึงผลกระทบจากการเป่าลูกเตะมุมที่เห็นได้ชัดผ่าน replays แล้วก็มองว่าเนื่องจากมี VAR อยู่แล้ว น่าจะมีการพิจารณาเรื่องการตรวจสอบผลงานในสถานการณ์สำคัญที่ชัดเจนมากขึ้น” เวบบ์กล่าว

ถ้ามองในภาพรวม การขยายขอบเขต VAR เช็กใบเหลือง อาจเป็นก้าวสำคัญในทิศทางของการผลักดันให้การตัดสินฟุตบอลมีความยุติธรรมสูงสุด ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องใช้เวลาในการศึกษาและปรับปรุงระบบก่อนจะนำมาใช้จริง

การพัฒนาฟุตบอลในทุกด้านควรมีความสมดุลระหว่างความสนุกของเกมและการตัดสินที่เป็นธรรม การนำ VAR มาช่วยตรวจสอบใบเหลืองนั้นจึงเป็นแนวทางเชิงบวกที่ทุกคนในวงการควรพิจารณาอย่างรอบคอบ

ที่มา – “เวบบ์” แย้ม อาจจะใช้ “VAR” เช็กใบเหลืองได้ในอนาคต

ตัดงบสร้างอาคารศธ.15 จ.เปลี่ยนเป็นเช่าแทน

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระที่ 2 นั้น สภาได้ให้ความสนใจกับประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะในส่วนของการก่อสร้างอาคารสำนักงานของ ศึกษาธิการ 15 จังหวัด ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 375 ล้านบาท

ตัดงบสร้างอาคารศธ.15 จ.เปลี่ยนเป็นเช่าแทน

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้เสนอความเห็นว่า งบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับก่อสร้างอาคารสำนักงานของศึกษาธิการ 15 จังหวัด ไม่ควรถูกนำไปใช้กับการสร้างอาคารใหม่ แต่ควรเปลี่ยนวิธีการมาเป็นการเช่าสถานที่แทน เนื่องจากเหตุผลที่ว่า โครงสร้างและบทบาทของศึกษาธิการจังหวัดอาจมีการปรับเปลี่ยนในอนาคตภายใต้ร่างกฎหมายการศึกษาฉบับใหม่ที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา

เหตุผลทางเศรษฐกิจและการบริหารงบประมาณ

ประเด็นสำคัญที่นายพริษฐ์นำเสนอคือความคุ้มค่าของงบประมาณ โดยอธิบายว่า การสร้างอาคาร 1 แห่งต้องใช้งบประมาณเฉลี่ย 25 ล้านบาท ซึ่งหากใช้ในการเช่าสถานที่ที่เหมาะสม ค่าเช่าประมาณ 50,000 ถึง 100,000 บาทต่อเดือน ก็สามารถเช่าสถานที่ใช้งานได้นานกว่า 20-40 ปี ซึ่งถือว่าคุ้มค่ากว่ามากเมื่อเปรียบเทียบกับการเสียเงินสร้างอาคารใหม่ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างและย้ายเข้าใช้เป็นเวลานาน

นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลด้านความปลอดภัย สถานที่ทำงานปัจจุบันของศึกษาธิการหลายจังหวัดมีสภาพทรุดโทรม อาจส่งความเสี่ยงต่อเจ้าหน้าที่ ดังนั้นการ ตัดงบสร้างอาคารศธ.15 จ.เปลี่ยนเป็นเช่าแทน จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถย้ายเข้าไปทำงานในสถานที่ใหม่ได้รวดเร็วกว่า และมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

  • งบประมาณรายจ่ายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในระยะยาว
  • ความยืดหยุ่นในการบริหารสถานที่สำนักงาน

ในอีกด้านหนึ่ง การเลือกเช่าสถานที่ยังสอดคล้องกับความไม่แน่นอนในอนาคต หากหน่วยงานศึกษาธิการจังหวัดมีการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรภายใต้กฎหมายการศึกษาฉบับใหม่ การลงทุนสร้างอาคารแบบถาวรอาจกลายเป็นความสูญเปล่าเมื่อโครงสร้างเปลี่ยนแปลง

การเปรียบเทียบเชิงเปรียบเทียบ

นายนพริษฐ์กล่าวเปรียบเป็นคำถามกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า หากคุณมีธุรกิจและมีพนักงาน 50 คน ต้องหาที่ทำงานในต่างจังหวัด โดยไม่รู้ว่าธุรกิจจะอยู่ต่ออีก 3 ปีหรือไม่ คุณจะเลือกเช่าหรือสร้างอาคาร?

แน่นอนว่าคำตอบคือการเช่า เพราะมันตอบโจทย์ทั้งด้านความคล่องตัว ความปลอดภัย และงบประมาณ ซึ่ง การตัดงบสร้างอาคารศธ.15 จ.เปลี่ยนเป็นเช่าแทน เป็นตัวอย่างของความรับผิดชอบต่องบประมาณและประชาชน

ดังนั้น การพิจารณาใช้งบประมาณอย่างรอบคอบ คือการรักษาทรัพยากรของแผ่นดินไว้ใช้ประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น การบริหารแบบยืดหยุ่น ก้าวทันสถานการณ์ คือสิ่งที่ควรเห็นผลในงบประมาณของทุกกระทรวง รวมถึงกระทรวงศึกษาธิการด้วย

ที่มา – ‘ไอติม’ ชงตัดงบก่อสร้างอาคารสำนักงาน ศธ.15 จ.เปลี่ยนเป็นให้เช่าเเทน

ซีพีแลนด์เล่าเรื่องแบรนด์ผ่าน AI เปิดตัว MV ฉบับเต็ม ‘Shine Like LUXRIVA’

หลังจากก่อเกิดกระแสความนิยมอย่างล้นหลามจากการปล่อยทีเซอร์เพลง Shine Like LUXRIVA เมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุด บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทย ได้เปิดตัวมิวสิกวิดีโอพร้อมซิงเกิลฉบับเต็มของเพลง Shine Like LUXRIVA อย่างเป็นทางการ โดยเพลงนี้ขับร้องโดย CICI และ NEWS VOICE – AI Presenter แห่ง CP LAND ถือเป็นการเปิดตัวผลงานที่ผสมผสานระหว่างดนตรีที่มีเอกลักษณ์เข้มข้นและเทคโนโลยี AI อย่างเต็มรูปแบบ จากการสร้างเนื้อร้อง ทำนอง ทำเสียง และขับร้องผ่านการจำลองด้วยปัญญาประดิษฐ์

ซีพีแลนด์เล่าเรื่องแบรนด์ผ่าน AI เปิดตัว MV ฉบับเต็ม ‘Shine Like LUXRIVA’

แนวทางนี้ของ CP LAND ถือว่าเป็นการสร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการใช้เสียงเป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่อง และบูรณาการให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของโครงการ LUXRIVA RESIDENCES ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เน้นเรื่องการออกแบบอย่างล้ำค่า ความเป็นธรรมชาติ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งทุกองค์ประกอบถูกนำมาใช้สร้างเป็นเมโลดี้ ธีม และโทนเสียงของเพลงอย่างไร้ที่ติ

ประสบการณ์เสียงที่ไม่เหมือนใคร

ผู้บริหารของ CP LAND อย่างนางศศินันท์ ออลแมนด์ ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มงานการตลาด กล่าวว่า การเลือกใช้เสียงในการสื่อสารแบรนด์ผ่านเพลงเป็นการต่อยอดกลยุทธ์ใหม่ในการสร้างความผูกพันกับลูกค้า ซึ่งไม่ได้หยุดอยู่แค่ในรูปแบบดั้งเดิมอย่างข้อมูลหรือภาพถ่าย แต่นำเสนอผ่านประสบการณ์เสียงที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกอยู่ในขณะเดียวกัน แนวทางนี้จะสานต่อไปในกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในโลกดิจิทัลและประสบการณ์จริง เพื่อให้ “คุณภาพเพื่อทุกชีวิต” ของ CP LAND สะท้อนออกมาในทุกการสื่อสาร

นอกจากนี้ การใช้ AI ในการสร้างเสียงและเนื้อหาเพลงถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด Emotional AI Branding ซึ่ง CP LAND ใช้เป็นกลยุทธ์หลักในการออกสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกัน พร้อมกับสร้าง Sound Identity พิเศษให้กับทุกโครงการในอนาคต

  • เปิดประสบการณ์เสียงใหม่ กับเพลงที่สร้างขึ้นเฉพาะจาก AI และ CICI
  • ควบคู่ไปกับประสบการณ์จริง ในหลากหลายกิจกรรมของโครงการ LUXRIVA RESIDENCES
  • สร้างความแตกต่าง บนตลาดอสังหาริมทรัพย์ผ่านกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีเอกลักษณ์

หากคุณยังไม่ได้ชมหรือฟังเพลง Shine Like LUXRIVA ฉบับเต็ม ก็สามารถเข้าชมผ่านช่องทางออนไลน์ของ CP LAND ได้แล้ววันนี้ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, TikTok, YouTube หรือ X ทำงานศิลปะอันโดดเด่นนี้เพื่อให้ทุกคนได้รับฟังและสัมผัส ความหรูหราในแบบที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

ไม่ใช่แค่การเล่าเรื่องผ่านเนื้อหาทางเทคนิคต่าง ๆ แต่เป็นการเปิดประสบการณ์ที่ทั้งวิจิตรและล้ำค่าผ่านพลังของเสียง จะมีเทคนิคใดที่โดดเด่นยิ่งกว่าเมื่อเจ้าของโครงการก้าวไปข้างหน้าในโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI และประสบการณ์ทางอารมณ์?

ที่มา – CP LAND เล่าเรื่องแบรนด์ผ่าน AI เปิดตัว MV ฉบับเต็ม ‘Shine Like LUXRIVA’

สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ จัดประชุมใหญ่ประจำปี มอบเกียรติบัตรสมาชิกดีเด่น

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ จำกัด ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ณ ห้องประชุมสหกรณ์ ซึ่งมี นายพีระศักดิ์ พอจิต อดีตรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และร่วมมอบเกียรติบัตรแก่สมาชิกดีเด่น จำนวน 30 ท่าน ที่มีผลงานโดดเด่นในการทำธุรกรรมกับ สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ ครบวงจร

สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ เครื่องขวัญเกษตรกร

ในงานประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ และผู้แทนสมาชิก รวมกว่า 370 คน นำโดย นายประพันธ์ มายรรยงค์ ผู้จัดการสหกรณ์ และ นายเฉลา ทองเณร ประธานกรรมการสหกรณ์ฯ สรุปแนวทางการทำงานร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนสหกรณ์ไปสู่ความมั่นคงยั่งยืน

อุดมการณ์สหกรณ์ พัฒนาอย่างยั่งยืน

สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ มีประวัติการจดทะเบียนยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 และดำเนินงานมาแล้วกว่า 51 ปี โดยเน้นหลัก “เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย สร้างคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน” ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 9,572 ครอบครัว สหกรณ์แห่งนี้ไม่เพียงให้บริการแค่ในเรื่องการเงิน เช่น รับฝากเงินหรือสินเชื่อ แต่ยังสนับสนุนเกษตรกรด้านการเกษตร การแปรรูปผลผลิต รวมถึงการจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภค

สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ จัดประชุมใหญ่ประจำปี
บรรยากาศในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี ของ สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์

นอกจากงานบริการหลัก สหกรณ์ฯ ยังปฏิบัติตามนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการสนับสนุนเกษตรกรหลายโครงการ เช่น โครงการแปลงใหญ่ข้าว-ข้าวโพด โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมถึงโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ซึ่งดำเนินมาต่อเนื่องเป็นเวลา 9 ปี

ผลประกอบการและแผนพัฒนาสหกรณ์

สำหรับปีบัญชี 2567/68 สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์มียอดกำไรสุทธิ합สิ้นปีรวม 22,158,336.39 บาท ซึ่งจะถูกนำไปจัดสรรเป็นเงินปันผล เฉลี่ยคืน และจัดตั้งเป็นกองทุนพัฒนางานสหกรณ์ พร้อมทั้งเสนอแผนงานและงบประมาณปีบัญชี 2568/69 เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณาและใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนสหกรณ์ในปีถัดไป

  • ดำเนินงานมาต่อเนื่องกว่า 51 ปี
  • มีสมาชิกกว่า 9,572 ครอบครัว
  • มุ่งเสริมสร้างรายได้เกษตรกรผ่านบริการครบวงจร
  • ได้รับการตอบรับจากสมาชิกอย่างดี

การทำงานของ สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ ถือเป็นต้นแบบที่น่าสนใจ ไม่ใช่เพียงเรื่องการเงิน แต่ควรเป็นแนวทางสำหรับชุมชนทั่วประเทศในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง คุณภาพชีวิตดีขึ้น และเป็นมั่นคงยั่งยืน

ที่มา – สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี พร้อมมอบเกียรติบัตรสมาชิกดีเด่น

รวมเลขเด็ด 3 เจ้าแม่! แม่น้ำหนึ่ง-เจ๊ฟองเบียร์-เจ๊นุ๊ก

ใครที่เป็นคอหวยตัวยง ต้องรู้จักกับ รวมเลขเด็ด 3 เจ้าแม่ อย่างแน่นอน เพราะทั้ง “แม่น้ำหนึ่ง”, “เจ๊ฟองเบียร์888” และ “เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง” ต่างก็เป็นที่รู้จักจากความแม่นของเลขเด็ดที่ให้มาแต่ละงวด ไม่ว่าจะเป็นเลข 2 ตัว หรือเลข 3 ตัวที่น่าแทงเป็นพิเศษ

รวมเลขเด็ด 3 เจ้าแม่! แม่น้ำหนึ่ง-เจ๊ฟองเบียร์-เจ๊นุ๊ก

งวดนี้ เราจะมาดูกันว่าแต่ละเจ้าแม่ได้ปล่อยเลขเด่นอะไรออกมาบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าคอหวยหลายคนต้องลุ้นกันเป็นพิเศษ ว่าเลขไหนจะเข้าตรงแบบเต็ม ๆ

แม่น้ำหนึ่ง เจ้าแม่เลขเด็ดชื่อดัง

เริ่มกันที่ แม่น้ำหนึ่ง ภริดา ธนโชติจินดา ผู้ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในวงการหวย เนื่องจากเคยให้เลขเด็ดที่เข้าจริงมาแล้วหลายงวด งวดนี้ “แม่น้ำหนึ่ง” ได้เน้นเลขเด่นในหลักหน่วยเป็นเลข “2” โดยเน้นเลขสองตัว ได้แก่ 24, 28 และ 48 ส่วนสถิติสามตัวแนะนำคือ 248

อย่างไรก็ตาม แม่น้ำหนึ่งยังคงย้ำเตือนผู้เล่นเสมอว่าให้เสี่ยงโชคอย่างมีสติ และควรใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจในทุกการเล่น อย่าหลงเชื่อจนลืมดูแลตัวเองและครอบครัว

เจ๊ฟองเบียร์888 เจ้าแม่วิ่งเลขแม่น ๆ

ถัดมาคือ เจ๊ฟองเบียร์888 เจ้าแม่จากภาคเหนือที่ได้รับความนิยมจากแนวทางที่ลุ้นได้จริง งวดนี้เจ๊ฟองเบียร์มาพร้อมกับเลขเด่นหลัก “0” พร้อมแนะนำให้ “วิ่งรูดเลข 0-7” นอกจากนี้ยังแนะนำเลขสองตัวเด่น ๆ ได้แก่ 07, 06, 09, 04 และ 02

  • เลขเด่น: 0
  • วิ่งรูด: 0-7
  • เลข 2 ตัว: 07, 06, 09, 04, 02
  • เลข 3 ตัวที่น่าจับตามอง: 470, 902, 603

ใครชอบแนววิ่งเลข เจ๊ฟองเบียร์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่าและแม่นจริง ๆ อย่าลืมติดตามศาลของเธอเพื่อเปรียบเทียบแนวทางตัวเลขก่อนลงสนาม

เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง เจ้าแม่ดังจากภาคกลาง

ปิดท้ายกับ เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเจ้าแม่หวยที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมากในโซเชียลมีเดีย งวดนี้เจ๊นุ๊กเน้นเลขเด่นที่หลัก “0” เช่นเดียวกัน พร้อมแจกเลข 2 ตัวเด็ด ๆ แก่คอหวย ได้แก่ 03, 07, 08, 23, 28 และ 20

ตัวเลขที่เจ๊นุ๊กปล่อยออกมานั้นมักจะถูกใจคอหวยที่ชอบเล่นเลขแบบง่าย ๆ แต่แม่นแบบสบายใจ ถ้าชอบเลขแนวนี้ อย่าลืมเช็กตารางหวยของเจ๊นุ๊กก่อนลุ้นโชคในงวดนี้

ทั้งนี้ แม้เลขเด็ดจากทั้ง 3 เจ้าแม่จะมีประโยชน์ แต่ก็ขอเตือนอีกครั้งว่า ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงแนวทางเพื่อความบันเทิงเท่านั้น การตัดสินใจลงทุนและเสี่ยงโชคควรคำนึงถึงความรับผิดชอบของตนเองเป็นหลัก

อย่าลืมเตรียมพร้อมก่อนลุ้นหวยงวดนี้ ด้วยการวิเคราะห์แบบละเอียดและติดตามข่าวสารวงการหวยอย่างใกล้ชิด เพราะดวงเงินทองนั้นอยู่ที่เพียงเลขตัวเดียว! ลองนำเลขจากเจ้าแม่ทั้ง 3 คนนี้ไปเสี่ยงโชคอย่างมีสติดูนะครับ

ที่มา – รวมเลขเด็ด 3 เจ้าแม่! “แม่น้ำหนึ่ง-เจ๊ฟองเบียร์-เจ๊นุ๊ก” ปล่อยเลขเด่นงวดนี้ ใครจะเข้าเต็ม ๆ ต้องลุ้น