ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

หลอกจัดแฟนมีต! แบรนด์อาหารเสริมสูญ 100 ล้านบาท

เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมปี 2024 โลกโซเชียลมีเดียถูกตื่นเต้นด้วยกรณีที่เจ้าของแบรนด์อาหารเสริมรายหนึ่งออกมาเปิดเผยประสบการณ์ตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงที่มีมูลค่าสูงถึงเกือบ 100 ล้านบาท โดยอ้างจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้งศิลปินเกาหลีในประเทศไทย ซึ่งกลายเป็นเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวและสร้างความตื่นตัวในวงการธุรกิจออนไลน์อย่างมาก

หลอกจัดแฟนมีต! แบรนด์อาหารเสริมสูญ 100 ล้านบาท

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์อาหารเสริม มีความตั้งใจที่จะขยายยอดขาย โดยเล็งเห็นโอกาสจากการจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้ง ซึ่งเป็นเทรนด์ที่สามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างรวดเร็ว และถือเป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมในวงการ K-pop โดยเฉพาะ

ในขณะนั้น ผู้เสียหายได้เกิดความรู้จักกับหญิงรายหนึ่ง (ใช้นามสมมติว่า A) ที่อ้างว่ามีช่องทางและสามารถจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้งกับไอดอลเกาหลีระดับดังได้ ด้วยความไว้วางใจ ทั้งสองจึงได้ทำข้อตกลงกันไว้ว่า หากทำการตลาดไม่สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ต้องจ่ายค่าเสียหายในจำนวนเงินเท่ากัน

โอนเงินรวมเกือบ 100 ล้านบาท

จากนั้น ‘A’ ได้ส่งแผนการที่ดูสมเหตุสมผลมาให้ ซึ่งมีการแจ้งว่า ต้องชำระค่าใช้จ่ายผ่านบริษัทของไอดอลเกาหลี บริษัทในเกาหลี และบริษัทของตนเอง รวมเป็นจำนวนเงินกว่า 97 ล้านบาท ผู้เสียหายจึงได้ดำเนินการโอนเงินไปตามที่ระบุไว้ทั้งหมด

แต่เมื่อถึงวันจัดงาน กลับไม่มีไอดอลเกาหลีใดมายังประเทศไทย และยังไม่มีการจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้งเกิดขึ้นเลย เจ้าของแบรนด์จึงเริ่มรู้ตัวว่าตนอาจถูกหลอก โดยพยายามติดต่อตามข้อตกลง ทวงถามเงินคืน และตรวจสอบความถูกต้องของรายละเอียดที่เคยให้ไว้

อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายไม่ให้ความร่วมมือใดๆ จึงทำให้ผู้เสียหายต้องเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ปัจจุบันคดียังอยู่ในสถานะชั้นพนักงานสอบสวน ทว่าทางผู้กล่าวหาเชื่อว่าพวกเขา “ดำเนินคดีไม่ได้”

ภายหลังจากการเปิดเผย ผู้เสียหายแจ้งว่าตนทราบจากข้อมูลของเพจโหนกระแสว่า ‘A’ รายดังกล่าวเคยสร้างความเสียหายในลักษณะเดียวกันกับผู้อื่นอีกหลายราย โดยมีผู้เสียหายหลายคนที่ขาดทุนนับสิบหรือร้อยล้านบาท ขณะที่ผู้เสียหายรายนี้ถือว่าเสียหายหนักที่สุด

ด้วยความอยากรู้ ผู้เสียหายจึงตัดสินใจออกมาเปิดเผยข้อมูล เพื่อเตือนภัยและเป็นบทเรียน ไม่ให้ใครพลาดตกเป็นเหยื่อเช่นเดียวกัน

สิ่งที่เห็นได้ชัดจากกรณีนี้คือ การที่ธุรกิจสนใจใช้แนวทางการจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้ง เป็นเครื่องมือทางการตลาด มีความเสี่ยงสูงหากไม่ตรวจสอบข้อมูลอย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะเมื่อต้องลงทุนจำนวนมหาศาลเช่นนี้

มีวิธีป้องกันอย่างไร?

  • ตรวจสอบข้อมูลผู้จัดงานอย่างละเอียด
  • หลีกเลี่ยงการโอนเงินล่วงหน้าจำนวนมาก
  • ควรลงนามในสัญญาอย่างเป็นทางการ
  • ขอหลักฐานยืนยันตัวตนของศิลปินและการสนับสนุนจากบริษัทอย่างชัดเจน

การตลาดกับ K-pop และไอดอลเกาหลีอาจให้ผลตอบแทนสูง แต่หากไม่ใส่ใจขั้นตอนหรือใคร่ครวญรายละเอียด ก็อาจกลายเป็นฝันร้ายได้ง่ายๆ หากคุณกำลังวางแผนราวกับกรณีเรื่องนี้ ควรเรียนรู้และใช้ความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เงินล้านของคุณสูญเปล่า

ที่มา – หลอกจัดแฟนมีต! แบรนด์อาหารเสริมสูญ 100 ล้าน ศิลปินเกาหลีไม่มา ตามเงินไม่ได้

สภาผู้บริโภค-ซัมซุงเปิด 3 ทางเลือกเยียวยาผู้ใช้มือถือ 11 รุ่นที่เจอปัญหาหน้าจอเส้นสีเขียว

จากกรณีที่ผู้ใช้มือถือซัมซุงจำนวน 11 รุ่นประสบปัญหาหน้าจอแสดงผลเกิดเส้นสีเขียว หรือเส้นสีชมพู ปรากฏขึ้นมาอย่างผิดปกติ สภาผู้บริโภคร่วมกับกลุ่มผู้บริโภคได้ร่วมมือกันฟ้องร้องต่อศาลเพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค การดำเนินการดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ซึ่งได้ออกมาแถลงแนวทางการเยียวยาเบื้องต้นอย่างเป็นทางการ โดยเสนอทางเลือกที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ

สภาผู้บริโภค-ซัมซุงเปิด 3 ทางเลือกเยียวยา

สำหรับ在中国,สภาผู้บริโภค-ซัมซุงเปิด 3 ทางเลือกเยียวยา ประกอบด้วยทางเลือกที่ผู้ใช้สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม โดยมีการกำหนดระยะเวลาสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์จนถึงเดือนกันยายนนี้

ทางเลือกที่ 1: ซ่อมแซมฟรี

บริษัทซัมซุงจะทำการซ่อมแซมหน้าจอให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งค่าอะไหล่และค่าแรง เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจในคุณภาพหากเลือกทางเลือกนี้ หลังจากซ่อมเสร็จจะมีการให้ประกัน 6 เดือนสำหรับอาการที่เกิดขึ้น

ทางเลือกที่ 2: แลกคูปองส่วนลดซื้อมือถือใหม่

ทางเลือกที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนเครื่องใหม่ โดยสามารถนำเครื่องเดิมมายื่นเพื่อรับคูปองส่วนลดซื้อโทรศัพท์ซัมซุงรุ่นใหม่ มูลค่าคูปองจะแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น ผู้ใช้จะต้องโอนกรรมสิทธิ์เครื่องเดิมให้กับบริษัท

ทางเลือกที่ 3: รับซื้อคืนในราคา 20% จากราคาขาย

สำหรับผู้ต้องการขายเครื่องเดิม บริษัทจะทำการรับซื้อคืนในราคา 20% จากราคาที่ขายในประเทศไทยในครั้งแรก และนำเงินคืนสู่ผู้ใช้อย่างโปร่งใส

สภาผู้บริโภค-ซัมซุงเปิด 3 ทางเลือกเยียวยา ถือเป็นข่าวดีที่สะท้อนถึงความใส่ใจต่อปัญหาความไม่พอใจของผู้บริโภคและสามารถแก้ไขได้อย่างแสดงออกอย่างชัดเจน

หากคุณเป็นเจ้าของ มือถือ 11 รุ่นที่มีปัญหา ดังต่อไปนี้: Samsung Galaxy Note 20, Note 20 5G, Note 20 Ultra, Note 20 Ultra 5G, S20 Plus, S20 Ultra, S21 FE, S21 Ultra, S22, S22 Plus และ S22 Ultra คุณสามารถเลือกใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม ถึง 21 กันยายน 2568

สามารถลงทะเบียนเพื่อเลือกใช้สิทธิ์ได้ที่ https://www.samsung.com/…/care-offers-registration.html

ทางเลือกทั้ง 3 นี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละราย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใส่ใจของบริษัทธ้านมือถือรายใหญ่ต่อผู้บริโภค อย่างแท้จริง

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ใช้มือถือที่ประสบปัญหานี้ อย่าล้าที่จะตรวจสอบสิทธิ์เพื่อเลือกทางแก้ไขที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณ

ที่มา – “สภาผู้บริโภค- ซัมซุง”เปิด 3 ทางเลือกเยียวยาคนใช้มือถือ 11 รุ่น พบปัญหาเส้นสีเขียวบนหน้าจอ

เปิดฟาร์มอินทผลัมอินทรีย์ มมส. ส่งเสริมเกษตรปลอดภัย

ฟาร์มมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตั้งอยู่ในตำบลนาสีนวน อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ได้เปิดโครงการ เปิดฟาร์มอินทผลัมอินทรีย์ มมส. เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเป็นกิจกรรมที่ให้นักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ได้ลงมือปลูกอินทผลัมแบบอินทรีย์มาตั้งแต่ปีที่ 3 ซึ่งตอนนี้ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ รสชาติหวานกรอบ อร่อย ไม่ติดฝาด และราคาเข้าถึงได้ง่าย

เปิดฟาร์มอินทผลัมอินทรีย์ มมส. ส่งเสริมเกษตรปลอดภัย

รศ.ไพโรจน์ ประมวล รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนานวัตกรรม กล่าวว่า ฟาร์มมหาวิทยาลัย เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนทั้งการเรียนการสอน การวิจัย และบริการวิชาการด้านเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน โดยเปิดพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรม สร้างความรู้ด้านทรัพยากร และถ่ายทอดสู่ชุมชน การเปิดฟาร์มในครั้งนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายกับชุมชน และส่งเสริมการจำหน่าย ผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดภัย เพื่อเพิ่มรายได้ทั้งในมหาวิทยาลัยและชุมชนโดยรอบ

แลกเปลี่ยนด้านเกษตรกับต่างประเทศ

คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้เปิดโอกาสให้นิสิตแลกเปลี่ยนจากประเทศอินโดนีเซีย เข้าศึกษาดูงานด้านเกษตรกรและสัตวศาสตร์ โดยมีนิสิตทั้ง 7 คนจากมหาวิทยาลัย Jember เข้าร่วมกิจกรรมในงานเปิดฟาร์ม เปิดฟาร์มอินทผลัมอินทรีย์ มมส. ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและแลกเปลี่ยนประสบการณ์นานาชาติ

อีกหนึ่ง亮点ของกิจกรรมมีการแสดงตลาดสีเขียว การแปรรูปผลผลิต เช่น อินทผลัม ไข่ผำ รวมถึงการจัดแสดงนวัตกรรมด้านดินปลูกและประมง ยังมีกิจกรรมสร้างความรู้ในเกษตรสมัยใหม่ เช่น การใช้ระบบรั้วไฟฟ้า เป็นแนวทางให้กับเกษตรกรรุ่นใหม่

  • เรียนรู้เทคนิคการปลูกอินทผลัมแบบอินทรีย์
  • แลกเปลี่ยนกับนิสิตต่างประเทศ
  • ร่วมแสดงนิทรรศการตลาดสีเขียว
  • สัมผัสประสบการณ์จริงด้านเกษตรยั่งยืน

รองศาสตราจารย์ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดี กล่าวว่า ฟาร์มมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ที่มุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้หลายสาขา และสอดคล้องกับนโยบายพัฒนาอย่างยั่งยืนของมหาวิทยาลัย การเปิด ฟาร์มอินทผลัมอินทรีย์ มมส. ครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถน้อมนำองค์ความรู้ที่ได้ไปต่อยอดในชีวิตจริง รวมถึงสร้างการรับรู้ในความสำคัญของเกษตรปลอดภัย

ณ วันนี้ยังมีการเปิดโอกาสให้สั่งจองต้นอินทผลัมไว้ล่วงหน้าในราคาเพียงต้นละ 500 บาท โดยผลผลิตจะมีการคำนวณตามน้ำหนักที่ได้จริงในอัตราส่วนกิโลกรัมละ 120 บาท ติดต่อได้ที่ นริศรา ปัจฉิม เบอร์ 0635154663

การออกแบบฟาร์มที่ยั่งยืน ทั้งนี้ยังเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่เยี่ยมยอดในการเปิดโอกาสให้ชุมชนร่วมมือกับมหาวิทยาลัย สร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระบบเกษตรไทย การเลือกใช้ปุ๋ยชีวภาพ การปลูกพืชหมุนเวียน และการดูแลดินอย่างรอบคอบ เป็นต้นแบบให้เกษตรกรทั่วประเทศได้ศึกษาและพัฒนาหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ที่มีความยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต

หากคุณสนใจพัฒนาตัวเองในแนวทางเกษตรสัญจร หรือมองหาที่จัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดภัย ที่มีคุณภาพจริง ลองเริ่มจากมาที่ฟาร์มมหาวิทยาลัยมหาสารคามดูสิ คุณจะได้หากินคุยกับผู้เชี่ยวชาญแบบใกล้ชิด พร้อมเพลิดเพลินกับผลผลิตรสชาติเยี่ยมที่คุณอาจรีวิวต่อเพื่อนได้เลย!

ที่มา – เปิดแล้วฟาร์มอินทผลัมอินทรีย์ มมส. ส่งเสริมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดภัย

วุฒิสภาภาคเหนือ(ตอนล่าง) ลงพื้นที่อำเภอลานกระบือ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคเหนือ (ตอนล่าง) ได้เดินทางลงพื้นที่อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ โดยมี พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา เป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯ นำคณะฯ เข้าพบ นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร และนายศราวุธ ทังดิน นายอำเภอลานกระบือ ณ ห้องประชุมอำเภอลานกระบือ เพื่อหารือเกี่ยวกับการลงพื้นที่พบปะกับประชาชนในครั้งนี้

วุฒิสภาภาคเหนือ(ตอนล่าง) ลงพื้นที่อำเภอลานกระบือ

ในการประชุมครั้งนี้ ได้มีการชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เช่น การรับฟังความคิดเห็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นด้านการบริหารจัดการน้ำ ปัญหาน้ำท่วม และปัญหาภัยแล้ง

เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน

หลังจากการประชุมเชิงนโยบาย กิจกรรมสำคัญที่เกิดขึ้นนั่นคือ “เวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน” ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอลานกระบือ ซึ่งประชาชนจำนวนมากได้เข้าร่วมเสนอแนะปัญหาที่พบในพื้นที่ ปัญหาสำคัญที่ได้รับความสนใจมีดังนี้:

  • ปัญหาการคมนาคมและขนส่ง รวมถึงการจราจรแออัดในเขตชุมชนลานกระบือ โดยเฉพาะรถบรรทุกที่ต้องวิ่งผ่านใจกลางเมืองเนื่องจากไม่มีถนนเลี่ยงเมือง
  • ปัญหาเกี่ยวกับน้ำชลประทานในหมู่ 1 และหมู่ 2 เทศบาลตำบลบ่อยครั้งเกิดน้ำท่วมซ้ำซากจากการปล่อยน้ำจากโครงการชลประทาน
  • ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าว ราคาตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการผลิตกลับสูง โดยเฉพาะราคาปุ๋ยที่พุ่งสูง

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อนำไปใช้วางแผนการดำเนินการในพื้นที่ และ วุฒิสภาพบประชาชน ให้แนวทางและข้อเสนอแนะแก่หน่วยงานที่รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหา

ทั้งนี้ วุฒิสภาจะนำประเด็นที่รับฟังมาไปพิจารณาภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ของสภา เพื่อสร้างแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น

กิจกรรมนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการใกล้ชิดประชาชนและสร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพราะการทำงานเพื่อประชาชนควรเริ่มจากการรับฟังเสียงของพวกเขา

ที่มา – สมาชิกวุฒิสภากลุ่มภาคเหนือ(ตอนล่าง)ลงพื้นที่พบประชาชนในพื้นที่อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร

เรื่องราวอบอุ่นใจกลางถนน ‘กู้ภัย’ ใจดีช่วยหญิงใกล้คลอดส่งโรงพยาบาล

เรื่องราวอบอุ่นใจกลางถนนที่เกิดขึ้นในประเทศไทย กลายเป็นเรื่องราวที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ ความน่าประทับใจไม่ได้เกิดจากคำพูดที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นจากการกระทำเล็กๆ ที่มีน้ำใจและแสดงถึงความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง

เรื่องราวอบอุ่นใจกลางถนน ‘กู้ภัย’ ใจดีช่วยหญิงใกล้คลอดส่งโรงพยาบาล

เหตุการณ์ที่สร้างกระแสในโลกโซเชียลเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อ “คำนวน เกตุแก้ว” ได้แบ่งปันเรื่องราวการช่วยเหลือหญิงที่ใกล้คลอดท่ามกลางรถติดบนถนน โดยเปิดใจผ่านข้อความว่า “สวัสดีครับ กลางทางเราก็ให้บริการครับผม หญิงใกล้คลอดโทรขอความช่วยเหลือระหว่างทาง”

ความเอื้ออาทรในยามฉุกเฉิน

เมื่อคลิปถูกโพสต์ไป ทำให้หลายคนรู้สึกประทับใจ เพราะปรากฏว่าในขณะที่กำลังพาผู้ป่วยรายอื่นไปโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับโทรศัพท์จากหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด รถยนต์ติดบนถนนอย่างหนัก เธอขอความช่วยเหลือเพื่อไปโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

เจ้าหน้าที่จึงโทรหาญาติของผู้ป่วยเป้าหมายเดิมเพื่อขออนุญาต ได้รับคำตอบว่า “ขึ้นได้” จากนั้นจึงรีบพาหญิงท้องแก่ขึ้นรถและเดินทางไปโรงพยาบาลโดยด่วน ซึ่งเป็นภาพที่สะท้อนถึงน้ำใจและความร่วมมือบนท้องถนนของคนไทยอย่างแท้จริง

เหตุการณ์เช่นนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่เพียงแค่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย แต่พวกเขายังมีหัวใจที่เอื้ออาทรและพร้อม伸出 มือช่วยเหลือทุกชีวิตที่ต้องการให้ความช่วยเหลือ

ในฐานะผู้ใช้สื่อสังคม ความประทับใจในเหตุการณ์นี้จึงแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว มีผู้คนๆ หนึ่งเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า

“นี่แหละคือแบบอย่างของคนดีบนท้องถนน จำเป็นต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่เหล่านี้จริงๆ”

การใส่ใจและการช่วยเหลือผู้อื่นในยามฉุกเฉินเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นและความอบอุ่นให้กับสังคมของเรามากมาย การมีจิตสำนึกและน้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คือสิ่งที่ช่วยให้ประเทศไทยเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ดังนั้นควรสนับสนุนและชื่นชมเจ้าหน้าที่เหล่านี้ที่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แม้ในยามปกติก็ยังไม่เคยคาดคั้นว่าจะเกิดเหตุการณ์ประเภทใดขึ้น ก็ยังยืนหยัดทำงานเพื่อประชาชนอย่างไม่หวาดเสีย

ด้วยความขอบคุณอย่างลึกซึ้ง เราขอเชิญชวนทุกคนให้ช่วยกันแชร์เรื่องราวเหล่านี้ เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่กลางอากาศร้อนและสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย

ที่มา – เรื่องราวอบอุ่นใจกลางถนน ‘กู้ภัย’ ใจดีช่วยหญิงใกล้คลอดส่งโรงพยาบาล

สโคป พร้อมศรี แคมเปญจองวันไหน ได้ค่าเช่าทันที เอาใจนักลงทุนไฮเอนด์

โครงการ สโคป พร้อมศรี (SCOPE Promsri) คอนโด Low-rise Residence ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ระดับโลก ตั้งอยู่บนทำเลคุณภาพสูงในซอยสุขุมวิท 49 หนึ่งใน “ทำเลทองคำ” ที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน โดยรอบโครงการคือสิ่งอำนวยความสะดวกระดับไฮเอนด์ เช่น โรงพยาบาลสมิติเวช, EM District และแหล่งไลฟ์สไตล์ลักซ์ชัวรีย่านทองหล่อ-พร้อมพงษ์ ทำเลที่ยังมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว จึงเป็นที่จับตามองของนักลงทุนจำนวนมาก

สโคป พร้อมศรี แคมเปญจองวันไหน ได้ค่าเช่าทันที เอาใจนักลงทุนไฮเอนด์

ตอกย้ำความนิยมในการลงทุน โครงการ สโคป พร้อมศรี สามารถทำยอดขายได้กว่า 75% และอัตราผู้ซื้อเพื่อปล่อยเช่าสูงถึง 65% สะท้อนศักยภาพในรายได้จากเช่าระยะยาวล่าสุดโครงการเปิดแคมเปญ “จองเมื่อไหร่ ได้ค่าเช่าเมื่อนั้น” ที่มอบโอกาสให้นักลงทุนเริ่มรับผลตอบแทนทันทีหลังจอง เพียง 14 วัน และรับค่าเช่าต่อเนื่องนาน 1 ปีเต็ม

สิทธิพิเศษกว่า 460,000 บาท พร้อมการันตีรายได้เดือนละ 29,000 บาท

แคมเปญ สโคป พร้อมศรี แคมเปญจองวันไหน ได้ค่าเช่าทันที ยังมอบสิทธิประโยชน์รวมสูงสุดกว่า 460,000 บาท โดยผู้ลงทุนจะได้รับค่าเช่าเริ่มต้นเดือนละ 29,000 บาท ถัดจากนั้นโครงการยังมีบริการดูแลแบบโรงแรม ตั้งแต่การจัดการห้องพักไปจนถึงการหาผู้เช่าที่เหมาะสม อีกทั้งยังตกแต่งห้องพักอย่างครบครันด้วยเฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Ligne Roset และเครื่องใช้ไฟฟ้า Miele มูลค่ากว่า 890,000 บาท ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับนักลงทุนที่ต้องการปล่อยเช่าทันที

ทำเลของสโคป พร้อมศรี คือจุดแข็งที่ทำให้โครงการเป็นแหล่งลงทุนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะผู้ที่มองหาทำเลฟรีพรีเมียม ที่มีกลุ่มผู้เช่าต่างชาติและความต้องการสูงอย่างต่อเนื่องในย่านทองหล่อและพร้อมพงษ์ นอกจากนี้ โครงการยังใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS เสริมความสะดวกในการเดินทาง อย่างแน่นอน

สำหรับผู้ที่มองหาโอกาสสร้างรายได้ผ่านอสังหาริมทรัพย์ หรือนักลงทุนที่ต้องการห้องพักสไตล์ลักซ์ชัวรี สโคป พร้อมศรี ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ ทั้งในแง่ของทำเล สิ่งอำนวยความสะดวก และศักยภาพในการปล่อยเช่าแบบยาว-term

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และชมห้องตัวอย่างได้ที่
โทร. 02 028 9788
เว็บไซต์: https://scopecollection.com/residences/scope-promsri

ที่มา – “สโคป พร้อมศรี” ส่งแคมเปญ “จองเมื่อไหร่ ได้ค่าเช่าเมื่อนั้น” เอาใจนักลงทุนไฮเอนด์

แม่ทัพภาค 2 จัดพาคณะทูตฯ ดูจุดทหารไทยเหยียบกับระเบิด

สำหรับสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษ ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งภาครัฐและสาธารณชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่มีผู้แทนจากประเทศภาคีของ Ottawa Convention จะเดินทางมาเยือนพื้นที่เพื่อศึกษาและรับฟังสรุปการทำงานของหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 2

แม่ทัพภาค 2 จัดพาคณะทูตฯ ดูจุดทหารไทยเหยียบกับระเบิด

ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ทางการทหารได้เตรียมพร้อมอย่างเต็มรูปแบบในการต้อนรับคณะทูตจากต่างประเทศ เพื่ออธิบายเหตุการณ์และแสดงให้เห็นถึงพยานหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับเหตุการณ์ทหารไทยถูกทุ่นระเบิดซึ่งพบว่ามีลักษณะเป็นการวางเพื่อก่อการร้ายโดยกองกำลังจากกัมพูชาภายในพื้นที่ไทย

การเตรียมความพร้อม และระบบเฝ้าระวัง

พลเอก บุญสิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในพื้นที่บางส่วนที่ยังอยู่ในภาวะเสี่ยง ทางทหารได้มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อเฝ้าระวัง เช่น การใช้โดรนในการตรวจจับล่วงหน้า แทนการส่งกำลังพลเข้าไปลาดตระเวนโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ในการค้นหาทุ่นระเบิด

นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งรั้วหนามและอุปกรณ์ป้องกันตามแนวเขตแดน ร่วมกับใช้กล้องวงจรปิดเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว ขณะเดียวกันก็มีการหารือและติดต่ออย่างใกล้ชิดกับทางการกัมพูชาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับข้อตกลงร่วมกันในการจัดการพื้นที่ร่วมกันอย่างปลอดภัย

แนวทางการแก้ไขปัญหาในอนาคต

แม่ทัพภาค 2 ได้เปิดเผยว่า แนวทางในอนาคตจะมุ่งไปที่การลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางพรมแดน โดยเฉพาะในส่วนของเขตแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีความยาวถึง 1,000 กิโลเมตร ซึ่งการใช้เทคโนโลยีร่วมกับความร่วมมือจากชุมชนในพื้นที่ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันภัยคุกคามทุกประเภทในอนาคต

เป็นที่น่าสนใจว่า รัฐบาลในระดับสูงจะพิจารณาขยายแนวทางนี้ไปยังพื้นที่อื่นๆ อย่างไร รวมถึงการพัฒนาระบบเฝ้าระวังแบบบูรณาการในพื้นที่อ่อนไหวต่างๆ ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้ทหารไทยมีความพร้อมมากขึ้นในการป้องกันภัยและช่วยรักษาความสงบสุขในภูมิภาค

แม่ทัพภาค 2 ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นคือภัยคุกคามที่มีการวางแผนและจงใจวางระเบิดจากฝ่ายอื่น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และประเทศไทยไม่ควรปล่อยให้เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำได้อีก อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านสามารถเดินหน้าต่อยอดในแนวทางการร่วมมืออย่างเป็นมิตรเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันได้

การที่คณะทูตจากนานาชาติลงพื้นที่ศึกษาเรื่องนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการแสดงให้โลกเห็นถึงความตั้งใจของไทยในการรักษาความเป็นกลางและการรักษาความปลอดภัยของประชาชน

เราหวังว่าผลการระดมความคิดเห็นในครั้งนี้จะนำไปสู่แนวทางการบริหารพื้นที่อย่างยั่งยืน และลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติการทางทหารในอนาคต จะเป็นแนวทางอย่างไร ลองติดตามกันต่อไปในรายงานและรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หากคุณเป็นผู้ที่ติดตามเหตุการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือสนใจเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่เสี่ยงทุ่นระเบิด อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดทุกรายละเอียดที่สำคัญในการรักษาความสงบสุขในภูมิภาค

ที่มา – ‘แม่ทัพภาค 2’จัดให้พา‘คณะทูตฯ’ดูจุดทหารไทยเหยียบกับระเบิดพรุ่งนี้

คอหวยตาลุก! “มนต์สิทธิ์ คำสร้อย” โพสต์เลขเด็ดจาก “อาจารย์พ่อหล่อที่สุด”

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “มนต์สิทธิ์ คำสร้อย” ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุถึงการได้รับเลขเด็ดจาก “อาจารย์พ่อหล่อที่สุด” ซึ่งเป็นที่รู้จักในแวดวงสายหวยของเมืองไทย ทันทีที่ข้อความถูกเผยแพร่ออกไป ก็กลายเป็นกระแสทันทีในโลกโซเชียล โดยเฉพาะในกลุ่มคอหวยที่ต่างตามมากันเป็นจำนวนมาก

คอหวยตาลุก! “มนต์สิทธิ์ คำสร้อย” โพสต์เลขเด็ดจาก “อาจารย์พ่อหล่อที่สุด”

สำหรับเลขที่ “มนต์สิทธิ์ คำสร้อย” ได้เผยให้เห็นในโพสต์ดังกล่าว มีทั้งเลขท้ายสองตัวและเลขเต็มสามตัว ซึ่งคอกิจกรรมลุ้นโชคชะตาอย่างคอหวยต่างพากันนำไปตีความและเลือกซื้อหวยรัฐบาลกันอย่างคึกคัก ตัวเลขที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโพสต์ครั้งนี้ ได้แก่ 872, 827, 728 และ 287 ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีความน่าเชื่อถือตามประสบการณ์ของเหล่าเซียนหวยจอมลุ้น

เหตุผลที่คอหวยให้ความเชื่อถือ “มนต์สิทธิ์ คำสร้อย”

มนต์สิทธิ์ คำสร้อย” เป็นศิลปินลูกทุ่งที่มีฐานแฟนคลับหนาแน่น พร้อมกับมีประวัติการให้เลขเด็ดที่ถูกหวยในงวดก่อน ๆ อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้แฟน ๆ ไม่เพียงแค่ชื่นชอบในเสียงเพลงของเขา แต่ยังให้ความเชื่อถือในเรื่องลอตเตอรี่เช่นกัน ซึ่งในครั้งนี้ การที่ได้รับเลขจาก “อาจารย์พ่อหล่อที่สุด” เข้ามาเสริมความมั่นใจให้กับคอหวยทั่วประเทศ เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ข่าวดังกล่าวกลายเป็นที่พูดถึงในทันที

  • เลขเด็ดในโพสต์: 872
  • เลขเด็ดในโพสต์: 827
  • เลขเด็ดในโพสต์: 728
  • เลขเด็ดในโพสต์: 287

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเพลงของ “มนต์สิทธิ์ คำสร้อย” หรือเป็นคอหวยตัวยง โพสต์ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสทองที่ нельзяมองข้าม เพราะตัวเลขเหล่านี้อาจเป็นกุญแจสู่รางวัลใหญ่ในงวดนี้ก็ได้ อย่างไรก็ตาม การซื้อหวยยังคงเป็นความเสี่ยงที่ทุกคนควรตั้งสติก่อนลงทุนเสมอ

ติดตามข่าวสารวงการหวยและศิลปินแนวหน้าของเมืองไทยได้ที่เว็บไซต์ของเรา พร้อมรับข้อมูลเลขเด็ดจากดาราดังทุกสัปดาห์

ที่มา – คอหวยตาลุก! “มนต์สิทธิ์ คำสร้อย” โพสต์เลขเด็ดจาก “อาจารย์พ่อหล่อที่สุด”

น้ำท่วมฉับพลันที่หมู่บ้านในแคชเมียร์ฝั่งอินเดีย ผู้เสียชีวิตเกินครึ่งร้อย

น้ำท่วมฉับพลันที่หมู่บ้านในแคชเมียร์ฝั่งอินเดีย กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ภัยพิบัติที่สร้างความสูญเสียอย่างหนักในพื้นที่ เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ที่หมู่บ้านโชสิติในเขตคิชต์วาร์ รัฐชัมมูร์และกัศมีร์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 56 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกประมาณ 50 คน

น้ำท่วมฉับพลันที่หมู่บ้านในแคชเมียร์ฝั่งอินเดีย

รายงานจากสำนักงานมุขมนตรีรัฐชัมมูร์และกัศมีร์ระบุว่า เหตุเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ประชาชนไม่ทันตั้งตัว แม้เจ้าหน้าที่จะเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง แต่ผลกระทบจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ยังคงรุนแรง โดยมีข้อมูลว่าอาจมีผู้สูญหายเพิ่มเติมอีกถึง 80 คน

สภาพอากาศและคำชี้แนะจากรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ได้สั่งการอย่างเร่งด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังมีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับแนวโน้มว่าฝนจะตกหนักเพิ่มเติมในช่วงอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบไปแล้ว

เหตุการณ์ล่าสุดนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่พื้นที่ใกล้เคียงในรัฐอุตตราขัณฑ์ประสบน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในช่วงต้นเดือน มีรายงานว่าผู้เสียชีวิตอาจสูงถึง 70 ราย แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นผลจากภัยธรรมชาติครั้งดังกล่าวเพียงอย่างเดียว

  • จำนวนผู้เสียชีวิต: อย่างน้อย 56 ราย
  • ผู้บาดเจ็บ: ประมาณ 50 คน
  • ผู้สูญหาย: ประมาณ 80 คน
  • พื้นที่ประสบภัย: หมู่บ้านโชสิติ เขตคิชต์วาร์ รัฐชัมมูร์และกัศมีร์

เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันที่หมู่บ้านในแคชเมียร์ฝั่งอินเดีย สะท้อนให้เห็นว่าความพร้อมในสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่อาจเข้าถึงความช่วยเหลือได้ยาก ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือชุมชนท้องถิ่น จะเป็นกุญแจสำคัญในการลดความรุนแรงของเหตุการณ์ภัยพิบัติในอนาคต

หากคุณมีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ลองแบ่งปันบทความนี้เพื่อสร้างความตระหนัก และสนับสนุนข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณะ

ที่มา – น้ำท่วมฉับพลันที่หมู่บ้านในแคชเมียร์ฝั่งอินเดีย ผู้เสียชีวิตเกินครึ่งร้อย

ม.นครพนม คัดเลือกทีมฟุตบอล ‘สุภาพบุรุษกันเกรา’ ลุยศึกกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม ได้เดินทางมาให้กำลังใจนักกีฬาฟุตบอลจากมหาวิทยาลัยนครพนม ในการคัดเลือกทีมฟุตบอลเป็นวันแรก เพื่อเตรียมลุยศึกแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 ที่จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ม.นครพนม คัดเลือกทีมฟุตบอล ‘สุภาพบุรุษกันเกรา’ ลุยศึกกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51

การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 จะแบ่งเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบคัดเลือกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น และรอบมหกรรม ‘อินทนิลเกมส์’ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 19 มกราคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเวทีระดับประเทศที่นักกีฬามหาวิทยาลัยทั่วประเทศต่างตั้งตารอ

การคัดเลือกครั้งนี้มีนักศึกษาสมัครร่วมกว่า 80 คน

ภายใต้ชื่อทีม ‘สุภาพบุรุษกันเกรา’ การคัดเลือกในครั้งนี้มีนักศึกษาจากทุกชั้นปีสมัครเข้าร่วมกันอย่างคึกคัก โดยมีเป้าหมายเพื่อเฟ้นหาตัวแทนที่ดีที่สุดของมหาวิทยาลัยเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในระดับภาคและระดับประเทศ

นอกจากนี้ โครงการยังมีเป้าหมายที่จะพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศในด้านกีฬา และสามารถต่อยอดไปสู่อาชีพในวงการฟุตบอลได้ เช่น การเข้าร่วมสโมสรฟุตบอลอาชีพ ‘NPU นครพนม ยูไนเต็ด’ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญ

โครงการดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายหลักของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมให้นักศึกษาเลือกทำกิจกรรมที่ตนเองรัก เพื่อเสริมสร้างทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ลดความเสี่ยงจากปัญหาสังคม เช่น การออกกลางคัน ปัญหาสุขภาพจิต หรือแม้แต่ปัญหายาเสพติด

นักศึกษาจะได้เรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการเรียนหนังสือ เพื่อสร้างความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย จิตใจ หรือความรู้ทางวิชาการ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะสังคมของนักศึกษาอีกด้วย

ด้วยความตั้งใจที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาในทุกด้าน การเข้าร่วมกีฬาอย่างฟุตบอลจึงไม่ใช่เพียงการเล่นเพื่อความสนุก แต่เป็นโอกาสในการฝึกฝน พัฒนา และเติบโตในแนวทางที่มีคุณภาพ

หากคุณเป็นนักศึกษาที่หลงใหลในฟุตบอลหรือกีฬาใด ๆ อย่าลืมเข้าร่วมกิจกรรมในมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาตนเองในทุกด้าน ทั้งร่างกาย จิตใจ และทักษะสังคม

ที่มา – ม.นครพนม คัดเลือกทีมฟุตบอล “สุภาพบุรุษกันเกรา” เตรียมลุยศึกกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51