ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

หดหู่! แก๊งวัยรุ่นเผาสุนัขพิการ ส่อโดนข้อหา ‘วางเพลิงเผาทรัพย์’

เมื่อเร็ว ๆ นี้ โลกออนไลน์ถูกสะเทือนด้วยคลิปที่เผยให้เห็น หดหู่! แก๊งวัยรุ่นเผาสุนัขพิการ ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ลานจอดรถของวัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง โดยกลุ่มวัยรุ่นชายอายุประมาณ 14–15 ปี ถูกกล้องจับภาพขณะจุดไฟเผาสุนัขที่มีความพิการทั้งเป็นภายในห้องน้ำร้าง ก่อนจะวิ่งหลบหนี ทิ้งไว้ซึ่งสุนัขตัวนั้นเลือดเลือดที่ไม่สามารถหลบหนีได้

หดหู่! แก๊งวัยรุ่นเผาสุนัขพิการ ส่อโดนข้อหา ‘วางเพลิงเผาทรัพย์’

จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา ได้ดำเนินการสอบสวนกับเด็กชายอายุ 14 ปี ซึ่งเป็นผู้กระทำผิด พร้อมทั้งผู้ปกครอง สามารถทราบว่า เด็กชายกลุ่มนี้มีจำนวนรวม 3 คน เป็นผู้ร่วมลงมือหรือถ่ายคลิปไว้ โดยหนึ่งในนั้นบอกว่าพวกเขาราดของเหลวซึ่งเชื่อว่าเป็นน้ำมันลงบนตัวสุนัข เพราะสุนัขพยายามจะกัดเพื่อน ก่อนที่จะจุดไฟเผาทรัพย์โดยไม่คิดถึงความเจ็บปวดของสิ่งมีชีวิต

สถานะคดีล่าสุด

ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานวอชด็อกลำปาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาลตำบลลำปางหลวง และตำรวจ สภ.เกาะคา ได้เข้าพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบสถานที่และออกตามหาสุนัขที่ถูกเผา ตามคำให้การของเด็กชายว่าตัวสุนัขสามารถคลานหนีออกมาได้ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่พบสุนัขตัวดังกล่าว คาดว่าอาจได้รับบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เปิดเผยว่า สุนัขที่ถูกเผานั้นเป็นสุนัขตัวหนึ่งซึ่งมีขาหลังพิการทั้งสองข้าง และมีผู้คนในพื้นที่คอยให้อาหารและดูแลเขาอย่างสม่ำเสมอ ทว่าละครเรื่องนี้กลับแปรเปลี่ยนกลายเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัว สิ้นซึ่งความเมตตาและความสามารถในการคิดแยกแยะ

ด้านตำรวจได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม โดยจะนำเด็กทั้ง 3 คนเข้าสอบสวนเพิ่มเติม โดยมีพนักงานอัยการและสหวิชาชีพร่วมรับฟัง เพื่อประเมินข้อหาที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงหมายเหตุเชิงอาญาอื่น ๆ เช่น ทำร้ายสัตว์หรือ วางเพลิงเผาทรัพย์ ซึ่งอาจมีบทลงโทษรุนแรง

  • เด็กชาย 3 คน承认มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์
  • หนึ่งในนั้นเป็นผู้ถ่ายคลิปไว้
  • ภาพที่แพร่ให้เห็นสะเทือนใจและถูกวิพากษ์วิจารณ์
  • ยังไม่พบตัวสุนัข คาดว่าได้รับบาดเจ็บสาหัส
  • เจ้าหน้าที่ปรับปรุงพื้นที่จุดเกิดเหตุหลังเหตุการณ์

เช่นนี้แล้ว ความรุนแรงที่มีต่อสัตว์อาจมองข้ามได้ง่ายในหลายกรณี แต่เมื่อเกิดขึ้นจริงก็กลายเป็นเรื่องที่สังคมไม่อาจมองผ่านได้ ยิ่งในกรณีนี้ เรื่องเกี่ยวข้องกับเด็กซึ่ง须อยู่ภายใต้ระบบยุติธรรมที่เน้นการช่วยเหลือและการปรับพฤติกรรมมากกว่าการลงโทษ แต่ทั้งนี้ ต้องมีผลทางกฎหมายแน่นอนที่ตามมา ทั้งในด้านการกระทำและผลกระทบที่ส่งต่อสังคม

สุดท้าย หากใครมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ หรือมีความประสงค์จะเข้าแจ้งความเพื่อให้มีการลงโทษตามกฏหมาย สามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้

ที่มา – หดหู่! แก๊งวัยรุ่นเผาสุนัขพิการ ส่อโดนข้อหา ‘วางเพลิงเผาทรัพย์’

อินเดีย-จีน เล็งฟื้นฟูการค้าข้ามชายแดนหลังระงับ 5 ปี

หลังจากที่ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่าง อินเดีย-จีน ถูกระงับเป็นเวลา 5 ปี การกลับมาดำเนินการค้าขายข้ามพรมแดนอีกครั้งถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างยิ่ง แม้ว่าปริมาณการค้าขายในอดีตจะมีน้อย แต่ขบวนการฟื้นฟูนี้สื่อถึงความพยายามในการปรับปรุงความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างมหาอำนาจสองประเทศในเอเชีย

อินเดีย-จีน ฟื้นฟูความร่วมมือทางการค้า

รายงานจากสำนักข่าวเอเอฟพีระบุว่า การเจรจาเพื่อฟื้นฟูการค้าข้ามชายแดนระหว่างอินเดียกับจีนกำลังเป็นที่จับตามอง โดยเฉพาะหลังจากที่ อินเดีย-จีน แสดงความประสงค์ร่วมกันอย่างจริงจังในการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางการค้าตามแนวชายแดนอีกครั้ง ซึ่งถูกชะลอตั้งแต่ปี 2019

อินเดีย-จีน เจรจาเพื่อเปิดชายแดนค้าขาย

การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ทั่วโลกโดยเฉพาะในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาเริ่มใช้นโยบายทางภาษีที่กระทบต่อการค้าโลก ทำให้ อินเดีย-จีน ต้องปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจและสร้างความร่วมมือเพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันภายนอก

ตามรายงานจากกระทรวงต่างประเทศจีน การค้าข้ามชายแดนมีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนทั้งสองฝั่ง ทั้งยังเป็นกลไกหนึ่งในการเสริมสร้างเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น ประกอบกับทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงร่วมเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือข้ามพรมแดนอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้

ด้านอินเดีย รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ นายกีรติ วารธาน ซิงห์ ได้แจ้งต่อสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า อินเดียเตรียมร่วมมือกับฝั่งจีนเพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าขายข้ามชายแดน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการประกาศวันเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของการดำเนินงานในครั้งนี้

  • การพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศภายใต้แรงกดดันจากสหรัฐฯ
  • การค้าข้ามชายแดนเป็นเครื่องมือเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น
  • ข้อตกลงร่วมที่สนับสนุนการแลกเปลี่ยนและค้าขายระหว่างกัน

ด้วยความต้องการด้านเศรษฐกิจและความตั้งใจที่จะลดแรงตึงเครียด อินเดียกับจีนกำลังรวมมือกันเพื่อคืนชีวิตให้กับการค้าในพื้นที่ชายแดน เส้นทางการค้าที่เคยเงียบงันนานปี อาจช่วยสร้างมิตรภาพใหม่ในพื้นที่ที่เคยถูกขัดจังหวะ

การฟื้นคืนชีพของเส้นทางค้าขายข้ามพรมแดนนี้ อาจเติมเต็มบทบาทสำคัญในยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ หากทั้งสองฝ่ายร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – “อินเดีย-จีน” เล็งฟื้นฟูการค้าข้ามชายแดน หลังระงับนาน 5 ปี

แก้หนี้ธุรกิจซูเปอร์ไมโคร แนะพักทรัพย์พักหนี้

ปัจจุบันสถานการณ์หนี้ธุรกิจในประเทศไทยมีความน่ากังวล โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กอย่างซูเปอร์ไมโคร ซึ่งมีอัตราหนี้เสีย (NPL) สูงถึง 14.81% ของสินเชื่อรวม แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นถึงภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลังเปิดประเทศหลังโควิด-19 และส่งผลต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อย

แก้หนี้ธุรกิจซูเปอร์ไมโครอย่างไรให้ได้ผล

จากการวิเคราะห์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่าแม้ภาพรวมหนี้เสียในระบบธนาคารพาณิชย์จะทรงตัว แต่กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กยังคงเผชิญกับปัญหาการชำระหนี้ที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับกำลังซื้อในและต่างประเทศ เช่น ภาคการผลิตและที่พักแรม ซึ่งสัดส่วนหนี้ค้างชำระเกิน 30 วันในธุรกิจขนาดใหญ่สูงที่สุด ส่งผลให้หนี้ที่เสี่ยงจะกลายเป็น NPL เพิ่มขึ้น

แนวทางแก้ปัญหาหนี้โดยเฉพาะกลุ่มซูเปอร์ไมโคร

หนึ่งในแนวทางสำคัญที่ถูกยกมาอภิปรายคือการพักหนี้พักทรัพย์ ซึ่งเป็นมาตรการเชิงรุกที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการได้ฟื้นตัวก่อนที่หนี้จะกลายเป็นหนี้เสียอย่างแท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่ยังไม่ถึงขั้นผิดนัดชำระหนี้แต่มีสัญญาณเตือนชัดเจน ซึ่งควรมีการปรับโครงสร้างหนี้และการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเหมาะสม

  • ลดค่าธรรมเนียมโอนทรัพย์
  • ส่งเสริมกระบวนการพักหนี้นอกศาล
  • เร่งกระบวนการฟื้นฟูกิจการ
  • สนับสนุนกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพ

นอกจากนี้ การเร่งกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อให้ลูกหนี้สามารถเข้าถึงหน่วยงานฟื้นฟูกิจการ หรือการโอนทรัพย์ได้อย่างรวดเร็ว ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยลดภาระของระบบและทำให้ธุรกิจฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

แก้หนี้ธุรกิจซูเปอร์ไมโครอย่างยั่งยืนคืออะไร

อย่างไรก็ตาม แนวทางการแก้หนี้เพียงระยะสั้นอาจไม่เพียงพอ หากไม่มีการพัฒนาพื้นฐานเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย ที่ส่งเสริมให้ธุรกิจมีความสามารถในการทำกำไรและความแข่งขันในระยะยาว โดยการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี การตลาด และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างยั่งยืน จะส่งผลให้กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กสามารถดำรงอยู่ได้ในระยะยาว

ดังนั้น การมีนโยบายการเงินและการพัฒนาธุรกิจที่สอดคล้องกัน ถือเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้ธุรกิจอย่างรอบด้าน ไม่ใช่แค่การพักหนี้แต่เพียงผู้เดียว

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กหรือซูเปอร์ไมโคร ควรรีบตรวจสอบสถานะหนี้ของตนเอง และเลือกใช้มาตรการฟื้นฟูที่เหมาะสมเพื่อพร้อมรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจในอนาคต อย่าปล่อยให้หนี้กลายเป็นภาระจนเกินรับไหว

ที่มา – แก้หนี้ธุรกิจ แนะฟื้นพักทรัพย์พักหนี้ เปิดข้อมูลเอ็นพีแอลกลุ่มซูเปอร์ไมโครปัญหาชัด

เปิดงานมหกรรมสินค้าเกษตรแปรรูปฯ กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวัชระ กระแสร์ฉัตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “งานมหกรรมสินค้าเกษตรแปรรูปอาหารเพื่อสุขภาพและสมุนไพรไทย กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน” ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมสินค้าเกษตรแปรรูปที่ได้มาตรฐาน และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่

เปิดงานมหกรรมสินค้าเกษตรแปรรูปอาหารเพื่อสุขภาพและสมุนไพรไทย กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน

งานในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 18 สิงหาคม 2568 ณ บริเวณชั้น 1 หน้าโลตัส ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางการเกษตร ภายใต้แนวคิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน

ผลิตภัณฑ์โดดเด่นจากเกษตรแปรรูปในงาน

ภายในงานมีการนำเสนอสินค้าเกษตรแปรรูปคุณภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ และสมุนไพรไทยที่ได้รับการมาตรฐาน ผลิตโดยผู้ประกอบการและเกษตรกรในกลุ่มจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี และชัยนาท ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้าเกษตรเกษตรแปรรูปจำนวนมาก และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในด้านวัตถุดิบและการแปรรูป

นอกจากนี้ งานยังเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมประกอบกับการตลาด ซึ่งช่วยให้สินค้าเกษตรแปรรูปสามารถเข้าถึงตลาดได้กว้างขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการสร้างระบบโลจิสติกส์ทางน้ำและการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนสำคัญของการพัฒนา โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

  • ส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรแปรรูปอย่างมีมาตรฐาน
  • สนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตและการแปรรูป
  • เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่
  • สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน

ด้วยการสนับสนุนและการร่วมมืออย่างแข็งขันจากทุกภาคส่วน เหตุการณ์นี้จึงเปิดโอกาสให้เกษตรกร และผู้ประกอบการได้เชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อขยายตลาดของสินค้าให้ไปไกลยิ่งขึ้น โครงการเช่นนี้จึงถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะหนุนสมรรถนะและศักยภาพของภาคการเกษตรในประเทศไทยในระดับภูมิภาค

หากคุณเป็นผู้รักสินค้าเกษตรท้องถิ่น หรือพันธมิตรทางธุรกิจในภูมิภาคอยุธยา อย่าพลาดโอกาสเข้ามาเยี่ยมชมและสนับสนุนกันได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 18 สิงหาคมนี้

ที่มา – เปิดกิจกรรม “งานมหกรรมสินค้าเกษตรแปรรูปอาหารเพื่อสุขภาพและสมุนไพรไทย กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน”

สภาทนายฯ ฟ้องผู้นำกัมพูชา ปกป้องสิทธิประชาชน

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นายวีรศักดิ์ โชติวานิช รองเลขาธิการสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะรองโฆษกสภาทนายความ เปิดเผยถึงสถานการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเกิดจากคำสั่งของฮุน เซนและฮุน มาเนตที่ลุยเปิดศึกกับทางทหารไทย ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและเข้าข่ายอาชญากรสงคราม

สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์เห็นว่า กิจการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาระหว่างประเทศ แต่เป็นประเด็นเร่งด่วนที่กระทบโดยตรงกับประชาชนผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ชายแดน ทั้งการสูญเสียชีวิต บาดเจ็บ และความเสียหายทั้งทางร่างกายและทรัพย์สิน ซึ่งย่อมเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง

สภาทนายฯ ฟ้องผู้นำกัมพูชา เรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง

เพื่อปกป้องสิทธิประชาชนอย่างเป็นธรรม สภาทนายความจึงได้ประกาศเข้ามาดำเนินการทางกฎหมายในชั้นศาล เพื่อยื่นฟ้องฮุน เซนและฮุน มาเนตในคดีแพ่ง เพื่อขอร้องให้ศาลพิพากษาให้ค่าเสียหายแก่ผู้ได้รับผลกระทบ โดยยื่นในรูปแบบเป็นคดีกลุ่ม เพื่อให้ครอบคลุมทุกกรณีความเสียหายในกระบวนการเดียว

ขั้นตอนการดำเนินคดีดังกล่าวจะใช้แนวทางตามกฎหมายแพ่งของไทยซึ่งอนุญาตให้ยื่นฟ้องบุคคลต่างประเทศได้ เมื่อก่อให้เกิดความเสียหายต่อพลเมืองไทย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการยื่นคำร้องขอศาลยกเว้นค่าธรรมเนียมจากการฟ้องร้อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ในการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในระดับประชาชน

สานต่อฟ้องอาญา ล่าอาชญากรสงคราม

สภาทนายฯ ฟ้องผู้นำกัมพูชาไม่ได้หยุดอยู่แค่คดีแพ่ง เพื่อความเป็นธรรมในระดับสากล สภาทนายความยังได้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษากรอบกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องของอาชญากรสงคราม เพื่อชูประเด็นไปสู่เวทีระหว่างประเทศ และสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลไทยสามารถดำเนินการในเชิงนโยบายและการทูตได้พร้อมกัน

แม้สมรภูมิกฎหมายจะมีความซับซ้อน แต่สิ่งที่สำคัญคือ “สิทธิของประชาชน” ซึ่งสภาทนายฯ มุ่งมั่นจะปกป้องอย่างเต็มกำลัง ทั้งผ่านการฟ้องร้องเชิงแพ่งเพื่อค่าเสียหาย และการใช้กฎหมายระหว่างประเทศในการจับตาอาชญากรสงครามที่หลบหนีความรับผิดชอบ

หากคุณหรือคนในครอบครัวได้รับผลกระทบจากสถานการณ์รุนแรงในบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา กรุณาติดต่อสภาทนายความ เพื่อให้เราได้ร่วมกันสร้างความยุติธรรมผ่านทางกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: หลายหน่วยงานเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อฟ้องดิวทีผู้นำกัมพูชา

ที่มา – สภาทนายฯ ตั้งทีมลุยคดีผู้นำกัมพูชา ฟ้อง ‘แพ่ง-อาญา’ ปกป้องสิทธิประชาชน

ชัชวาล ย้อน วิสุทธิ์ คลิปเสียง ‘นายกอิ๊งค์’

ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ส.ส.ขอนแก่น พรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์บนเฟซบุ๊ก หลังจากมีกรณีที่ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้ให้สัมภาษณ์ว่า คลิปเสียง ที่ว่า นายกฯ แจกเงิน 10 ล้านบาท เพื่อจูงใจให้ผู้แทนราษฎรโหวต ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 นั้น เป็นเรื่อง ‘ปัญญาอ่อน’ ที่ไม่มีความเหมาะสมในการบริหาร

ชัชวาล โต้ วิสุทธิ์ เรื่องคลิปเสียงนายกฯ

นายชัชวาล ได้ตอบโต้กลับไปว่า หากดูตามคลิปเสียงจริงๆ แล้ว นายกฯ ไม่มีท่าทีใดๆ เลยที่จะออกมาปฏิเสธหรือกล้าบอกกับสื่อมวลชนว่า เป็นเรื่องของ ‘ปัญญาอ่อน’ ตรงข้ามกับคำกล่าวอ้างของ นายวิสุทธิ์ โดยนายนี้ ยืนยันว่ามีการเลือกใช้คำพูดอย่างรอบคอบตามบทบาทหน้าที่ และเป็นการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับรัฐบาลอย่างเหมาะสม

ประเด็นทางการเมืองที่ถูกจับตา

มุมมองนี้ทำให้เกิดประเด็นต่อว่า ระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน อีกครั้งนับตั้งแต่เริ่มมีข่าว คลิปเสียง ดังกล่าว เมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดเสียงตอบรับจากสังคมและสื่อมวลชนอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะความเห็นที่มองว่า การปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายบริหารมีลักษณะไม่โปร่งใส และอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย

  • การนำเสนอบทสรุปต่อสภาผู้แทนราษฎร
  • การใช้มาตรการโพลิติคัลในการผลักดันกฎหมาย
  • พฤติกรรมของสภาผู้แทนราษฎรที่อาจได้รับอิทธิพล

อีกทั้งยังมีความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองหลายรายชี้ว่า การกำหนดว่าเรื่องใดเป็น ‘ปัญญาอ่อน’ หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องมีการวิจัยและตรวจสอบเชิงลึก เพราะคำถามที่เกิดคือ ถ้ามีการกระทำเพื่อให้กฎหมายผ่านโดยใช้แนวคิดหรือวิธีการบางอย่าง จะถือว่าเป็นปัญญาอ่อน หรือเป็นกลยุทธ์ทางการเมืองที่ถูกต้องตามบริบทของสถานการณ์เมืองไทยในเวลานั้น

บทสรุป: การโต้แย้งระหว่าง ชัชวาล และ วิสุทธิ์ เกี่ยวกับเรื่อง คลิปเสียง ที่เกี่ยวข้องกับ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 นี้ สะท้อนถึงความตึงเครียดทางการเมือง และการตีความจริยธรรมในการบริหารของผู้บริหาร ซึ่งน่าจับตามองในระยะยาวว่า ผลกระทบของการสร้างแถลงข่าวและคำกล่าวอ้างดังกล่าวจะนำพาอากาศการเมืองไทยไปหัวไหน

ทัศนคติท้ายบทความ: สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือความโปร่งใส ที่ต้องถูกสร้างขึ้นในทุกภาคส่วน หากอยากให้สังคมเชื่อมั่น ผู้นำต้องกล้าแสดงความคิดเห็น และสร้างแนวทางที่ชัดเจน มากกว่าจะใช้การกล่าวอ้างแบบไม่มีมูลเหตุผล

ที่มา – ‘ชัชวาล’ย้อน‘วิสุทธิ์’ทีคลิปเสียง‘นายกอิ๊งค์’ไม่เห็นกล้าบอกสื่อว่าเป็นเรื่อง‘ปัญญาอ่อน’

สีกาน้ำหวานรับเงินทิดสฤษฎ์ แต่ปัดไม่รู้เป็นเงินวัด

ล่าสุดมีความคืบหน้าสำคัญในคดียักยอกเงินวัดนครสวรรค์กว่า 4 ล้านบาท โดย สีกาน้ำหวาน ยอมรับว่ารับเงินโอนจาก ทิดสฤษฎ์ จริง แต่ยืนยันว่าไม่รู้ว่าเป็นเงินวัด พร้อมให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างชัดเจน

สีกาน้ำหวานรับเงิน “ทิดสฤษฎ์” แต่ปัดไม่รู้เป็นเงินวัด

จากกรณีที่พนักงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งสืบสวนคดียักยอกทรัพย์วัดนครสวรรค์ มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท โดยมีผู้ต้องหาสองราย ได้แก่ นายสฤษฎ์ จันท์ประธาตุ หรือที่รู้จักในนาม “ทิดสฤษฎ์” อดีตเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ และ นางสาวภูธินี กวินพิศาล หรือสีกาน้ำหวาน ซึ่งเพิ่งถูกควบคุมตัวและสอบสวนในข้อหาเป็นผู้รับผลประโยชน์

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ต.อ.สุมรภูมิ ไทยเขียว รองผบก.ปปป. เปิดเผยว่าจากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองฝ่าย สีกาน้ำหวานยอมรับว่ามีการรับเงินโอนจากทิดสฤษฎ์อย่างแท้จริง แต่ยืนยันว่าตนเอง ไม่รู้ว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินวัด และไม่มีเจตนาในการร่วมมือยักยอกทรัพย์

รู้จักกันมากกว่า 10 ปี ยอมรับมีความสัมพันธ์

พร้อมกันนี้ สีกาน้ำหวานยังเผยว่า เริ่มต้นรู้จักกับ ทิดสฤษฎ์ ตั้งแต่สมัยเข้าไปทำบุญที่วัดนครสวรรค์ โดยรู้จักมานานกว่า 10 ปี และต่อมาได้พัฒนาความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนประเด็นเรื่องความสัมพันธ์แบบชู้สาวนั้น สีกาไม่ปฏิเสธอย่างชัดเจน

ส่วนเจ้าตัว “ทิดสฤษฎ์” ก็ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างสิ้นเชิง พร้อมบอกว่าเงินที่โอนให้สีกาเป็นเงินส่วนตัวของเขา และไม่ได้ใช้ในทางที่ผิดแต่อย่างใด

หลักฐานสำคัญคือเส้นทางการเงิน

สำหรับพยานหลักฐานสำคัญที่พนักงานสอบสวนใช้ในการดำเนินคดีคือ “เส้นทางการเงิน” ซึ่งจะต้องสืบสวนย้อนรอยจากบัญชีธนาคาร วิเคราะห์พฤติกรรมการโอน และขอข้อมูลเกี่ยวกับพยานแวดล้อมที่มีความเกี่ยวข้องกับวัดนครสวรรค์

  • ธนาคารที่ใช้ในการทำธุรกรรม
  • พระลูกวัดที่เกี่ยวข้องกับบัญชีวัด
  • หลักฐานการสั่งการใช้เงินในเชิงบริหาร

เจ้าหน้าที่เชื่อว่า ทิดสฤษฎ์ ไม่ได้ดำเนินการเดี่ยว แต่มี ผู้สนับสนุน และอาจมีเครือข่ายที่ซับซ้อนกว่าที่ตีพิมพ์ออกมา

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนยังคงเร่งสืบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากยังมี “เส้นเงิน” อื่นๆ ที่อาจเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ซึ่งทิดสฤษฎ์เคยดำรงตำแหน่งในมหาวิทยาลัยด้วย

คดีมีความรุนแรงทางอาญา อาจควบคุมตัวต่อ

ด้วยเหตุที่คดีนี้มีอัตราโทษสูง และกลัวว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ทางพนักงานสอบสวนจึงได้ คัดค้านการประกันตัว อย่างเด็ดขาด เพื่อความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ คาดว่าอีกไม่ช้าจะมีการ เพิ่มข้อกล่าวหา หากพบว่ามีผู้มีส่วนร่วมเพิ่มเติม หรือเส้นเงินอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับการฉ้อโกงทรัพย์วัด

การออกมาให้การของ สีกาน้ำหวานรับเงิน “ทิดสฤษฎ์” แต่ปัดไม่รู้เป็นเงินวัด ทำให้คดีหมุนผันกลับมามีความชัดเจนมากขึ้น ว่าที่ผ่านมา “ทิดสฤษฎ์” ใช้อำนาจในตำแหน่งอย่างไร และร่วมกับใครในการยักยอกเงินวัด

หากใครติดตามคดีนี้ดีๆ จะเห็นว่า ฐานความผิดอาจไม่จบแค่สองคน ยังมีอีกหลายเส้นทางที่รอการไขค้น ทั้งในด้านการเงิน หน่วยงานราชการ และความผูกพันทางอารมณ์ที่ซ้อนอยู่เบื้องหลัง

กรณีนี้ยังไม่จบ และน่าจับตามองว่าใครจะเป็นคนต่อไปที่จะต้องเข้ารับการสอบสวน

หากคุณมีข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้ หรือเป็นพยานแวดล้อม กรุณาประสานหน่วยงานพนักงานสอบสวนทันที เพราะทุกหลักฐานล้วนมีความสำคัญต่อการป้องกันการทุจริตในวงการศาสนา

ที่มา – สีกาน้ำหวานรับเงิน “ทิดสฤษฎ์” แต่ปัดไม่รู้เป็นเงินวัด ยอมรับรู้จักกว่า 10 ปี ส่วนชู้สาวไม่ปฏิเสธ!

พาณิชย์เปิดงาน IP Fair 2025 โชว์ศักยภาพทรัพย์สินทางปัญญาไทย

กระทรวงพาณิชย์ผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้จัดงาน IP Fair 2025 ขึ้นในวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ณ ชั้น 5 และชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เพื่อแสดงศักยภาพของทรัพย์สินทางปัญญาไทยในเวทีนานาชาติ โดยมีแนวคิดหลักคือ “Vibrant Ideas Unleashed : จุดพลังทางความคิด สร้างเศรษฐกิจด้วยทรัพย์สินทางปัญญา”

พาณิชย์เปิดงาน IP Fair 2025 โชว์ศักยภาพทรัพย์สินทางปัญญาไทย

งานนี้เป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในการนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ที่มีคุณค่า ภายใต้นโยบาย “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย” ซึ่งมีเป้าหมายในการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แรงบันดาลใจจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงเป็นแบบอย่างนักออกแบบและผู้นำด้านศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะการใช้ลายพระราชทานในการส่งเสริมผ้าท้องถิ่นให้ก้าวสู่ตลาดโลก เป็นการสร้างงานและรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่าน IP Fair 2025 ว่า เป็นแพลตฟอร์มที่สนับสนุนนวัตกรรม และสร้างการเชื่อมโยงธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ

  • งานแสดงผลงานด้านนวัตกรรมจากบริษัทชั้นนำ เช่น ปตท. และปูนซีเมนต์ไทย
  • มีพาวิลเลี่ยนจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ พร้อมนวัตกรรมจาก TISC
  • นิทรรศการซอฟต์พาวเวอร์ไทย อาทิ “หมูเด้ง” และผลงานศิลปะ “Art Toy”

นอกจากนี้ พื้นที่ “IP Local Market” มอบโอกาสให้สินค้า GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จากทั่วประเทศได้ขึ้นแสดง สร้างความตระหนักรู้และเพิ่มยอดขาย ส่งผลให้เกิดการเจรจาทางธุรกิจที่คาดว่ามีมูลค่ากว่า 150 ล้านบาท

งานนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงxECOsystem ของ IP ตั้งแต่การผลิต การคุ้มครอง ไปจนถึงการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน และเป็นต้นแบบธุรกิจใหม่ที่สอดคล้องกับนโยบาย “SMEs ต้องรอด” และ “พาณิชย์พึ่งได้ ประชาชนไว้วางใจ”

งาน IP Fair 2025 จึงไม่เพียงเป็นงานแสดงสินค้า แต่เป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยปลุกแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการไทยสามารถสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” ให้กับผลิตภัณฑ์ และผนวกรวมกับแนวโน้มโลกไปสู่ “ธุรกิจแห่งอนาคต” ได้อย่างมั่นคง

หากคุณเป็นผู้ประกอบการหรือผู้สนใจด้านนวัตกรรม อย่าพลาดโอกาสเยือนงาน IP Fair 2025 และจับตาแนวโน้มอนาคตของทรัพย์สินทางปัญญาไทยที่กำลังพุ่งสู่เวทีโลก

ที่มา – พาณิชย์ เปิดงาน IP Fair 2025 โชว์ศักยภาพทรัพย์สินทางปัญญาไทย โกอินเตอร์

“ชล็อต” แอบหวั่น “เชลซี” แย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก

ในวงการฟุตบอลโลกนั้น การแข่งขันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกถือเป็นฉากที่ดุเดือดที่สุด และหนึ่งในทีมที่ถูกจับตาดูอย่างใกล้ชิดในฤดูกาลนี้คือ “สิงห์สำอาง” เชลซี โดยเฉพาะหลังจากที่พวกเขาได้ทุ่มทุนไปมากกว่า 250 ล้านปอนด์เพื่อเสริมทัพ และยังคว้าแชมป์สโมสรโลกมาเพิ่มความมั่นใจให้กับทัพทั้งหมด

“ชล็อต” แอบหวั่น “เชลซี” แย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก

อย่างไรก็ตาม ใครจะคิดว่าจะมีเสียงแฝงความกังวลจากฝ่ายตรงข้ามถึงขนาดนี้ แอร์เน สล็อต กุนซือชาวเยอรมันของทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เชลซีจะกลายเป็นหนึ่งในทีมชั้นนำที่รุนแรงและน่ากลัวไม่น้อยสำหรับการแย่งชิงตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้

รู้จักผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของทีม

เคยอยู่ในช่วงเวลาที่สูญเสียแรงจูงใจเก่า ชล็อตเข้าใจดีถึงแรงกดดันทั้งจากภายในและภายนอก โดยเฉพาะในฐานะทีมแชมป์เก่าที่จำเป็นต้องปรับตัวกับผู้เล่นชุดใหม่ล่าสุดของพวกเขา “เราไม่ใช่ทีมเดียวก็ซื้อนักเตะใหม่เช่นกัน ความแตกต่างอยู่ที่เราขายผู้เล่นตัวจริงออกด้วย” การบริหารมีประสิทธิภาพแต่มีการหมุนเวียนทั้งเข้าออกเป็นเรื่องท้าทาย ซึ่งชล็อตต้องพิสูจน์ว่าตัวเองสามารถนำพาทีมเดินหน้าได้ในสภาพแวดล้อมนี้

  • เปรี้ยงเปรียบกับผู้เล่นดาวรุ่งแปลกหน้า
  • การควบคุมและสร้างกลิ่นอาย leak-free ยากขึ้น
  • จำเป็นต้องประสานงานทีมให้คล้องเคลียร์

ช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมานั้น ชล็อตเผชิญกับหลายคำถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพการใช้งานนักเตะใหม่โดยเฉพาะ เมื่อเขาต้องพูดถึงการเปรียบเทียบระหว่างผู้เล่นคนใหม่อย่างโฟลเรียน เวีร์ตซ์ กับหัวใจสำคัญของทีมอย่าง เจเรมี ฟริมปง หรือ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แต่จริง ๆ แล้วผลลัพธ์ต้องใช้เวลานานถึงจะเห็นผล เพราะสิ่งที่เขาทำตอนนี้คือสร้างเสาหลักของทีมในระยะยาว

เชลซีตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา – เตรียมตัวแข่งขันต่อเนื่อง

เกี่ยวกับแรงกดดันจาก “สิงห์สำอาง” นั้น ชล็อตตอบคำถามด้วยท่าทีประมาทไม่ได้ กล่าวว่า “ผมคาดว่าพวกเขาจะเป็นแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว พวกเขามีศักยภาพสูงมาก และอยู่ในการแย่งแชมป์หลังจากผ่านไป 10 เกมและยังอยู่ตรงนั้นในเดือนธ.ค.” คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความตื่นตัวที่สูงมากของยอดโค้ชลาตินอเมริกัน

ไม่ว่าอย่างไร การแข่งขันในพรีเมียร์ลีกยังคงต้องวัดกันยาว ๆ “ทุกทีมต่างมีเป้าหมายแค่หนึ่งเดียว…แชมป์ลีก” และเป็นเรื่อง natural ที่ต้องเผชิญทั้งความท้าทายจากทีมเยี่ยงเชลซี ด้วยความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่น และผู้จัดการทีมที่ดีเยี่ยมเช่นเดียวกัน

สุดท้ายนี้ แม้จะยังเป็นแค่ครึ่งฤดูกาลแรกอย่างไรก็ตาม อยากให้แฟนบอลติดตามกันต่อ เพราะเส้นทางสู่แชมป์พรีเมียร์ลีกจะมีเพียงหนึ่งทีมเท่านั้นที่จะยืนได้จนถึงเส้นชัย

ที่มา – “ชล็อต” แอบหวั่น “เชลซี” แย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก

ช็อก! ผู้ชายก็เป็นมะเร็งเต้านมได้! รู้สัญญาณและวิธีป้องกัน

หลายคนอาจคิดว่า “มะเร็งเต้านม” เป็นโรคที่พบได้เฉพาะในผู้หญิง แต่ความจริงแล้ว ผู้ชายก็มีโอกาสเป็น มะเร็งเต้านม ได้เช่นกัน แม้อาการจะพบได้น้อย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรละเลย การรับรู้และรู้จักสังเกตสัญญาณเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจ

ผู้ชายก็เป็นมะเร็งเต้านมได้ เช่นเดียวกับผู้หญิง

นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เคยเล่าว่าเคยมีผู้ป่วยเพศชายจำนวนน้อยมากที่เป็นโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งแม้จะเป็นได้เพียง 1 รายในล้านคนต่อปี แต่หากเกิดขึ้นก็สามารถรักษาได้หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

อาการที่ต้องระวังในผู้ชาย

สัญญาณของ มะเร็งเต้านมในผู้ชาย แทบไม่แตกต่างจากในผู้หญิงเลย ได้แก่:

  • มีก้อนแข็ง ๆ ใต้หัวนม
  • ผิวหนังรอบหัวนมหนาขึ้นหรือบุ๋ม
  • หัวนมเปลี่ยนรูปร่าง ยุบ หรือมีน้ำ / เลือดซึมออกมา
  • เจ็บหรือบวมที่บริเวณเต้านม

หากคุณเป็นผู้ชายและพบความผิดปกติเหล่านี้ อย่าคิดว่า “คงไม่เป็นอะไร” เพราะความระมัดระวังอาจช่วยชีวิตได้

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม?

แม้ผู้ชายจะมีโอกาสเป็นน้อยกว่า แต่นี่คือปัจจัยเสี่ยงที่ควรสำรวจ:

  • ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงจากโรคตับ เนื้อเกิน หรือยาระงับความอยาก
  • เคยได้รับรังสีที่หน้าอกมาแล้ว
  • มีประวัติพันธุกรรม เช่น มียีน BRCA1 หรือ BRCA2 กลายพันธุ์

การตรวจสุขภาพเบื้องต้นและดูแลตัวเองย่อมมีคุณค่าเสมอ

วิธีการรักษาที่ใช้ได้กับผู้ชาย

หากตรวจพบ มะเร็งเต้านมในผู้ชาย การรักษาจะคล้ายกับผู้หญิง ได้แก่

  • ผ่าตัดเอาเนื้อที่เป็นมะเร็งออก
  • การให้เคมีบำบัด
  • การฉายแสง
  • การใช้ยาฮอร์โมนหากก้อนตอบสนองต่อฮอร์โมน
  • ยาเฉพาะเป้าหมายในกรณีจำเป็น

จำไว้ว่าการรักษาจะได้ผลดีหากตรวจพบตั้งแต่เริ่มต้น

ตนเองก็ตรวจได้ง่าย ๆ

เพียงใช้นิ้วคลำที่หัวนมและบริเวณรอบ ๆ สังเกตว่ามีก้อนแข็ง ผิวเปลี่ยนรูป หรือหัวนมผิดปกติหรือไม่ ถ้ามีความผิดปกติให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด

อย่าปล่อยให้โอกาสเป็นน้อยกลายเป็นความเสียใจ ถึงแม้ผู้ชายจะมี ความเสี่ยงต่ำ แต่การสังเกตตัวเองอย่างสม่ำเสมอคือเส้นทางแรกในการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุด

ที่มา – ช็อก! ผู้ชายก็เป็นมะเร็งเต้านมได้! สัญญาณเตือนที่ต้องรู้และวิธีป้องกัน อ่านเลยก่อนสายเกินไป