ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เยี่ยม ชรบ.-ชาวบ้าน กำชับตรวจสอบข่าว

เมื่อคืนวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เดินทางลงพื้นที่หลายแห่งในจังหวัด เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ ชรบ. และชาวบ้าน อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเคลื่อนไหวรุนแรงใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา เช่น บริเวณหน้า สภ.บึงมะลู ต.บึงมะลู อ.กันทรลักษ์ รวมถึงบ้านหนองเม็ก บ้านภูมิซรอล และบ้านโศกขามป้อม

ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เน้นย้ำให้ตรวจสอบข้อมูล ไม่เชื่อข่าวเท็จ

ในโอกาสนี้ นายอนุพงศ์ ได้กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ ชรบ. ที่ทำงานอย่างขยันและมีจิตอาสาในการรักษาความปลอดภัยให้กับชุมชน ในช่วงที่มีความตึงเครียดทางการเมืองและปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูล อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะข่าวที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ภูมิภาค ไม่ควรเชื่อข่าวลือหรือข่าวเท็จที่อาจนำไปสู่ความตื่นตระหนกกับผลกระทบในวงกว้าง

นายอนุพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเยี่ยมให้กำลังใจ ชรบ.-ชาวบ้าน ในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนในพื้นที่ และกระตุ้นให้ทุกฝ่ายร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในการเฝ้าระวังเหตุการณ์ร่วมกัน ส่วนกรณีที่มีประชาชนบางส่วนอพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากความกังวล ผู้ว่าฯ ได้ประสานงานให้มีการเปิดศูนย์พักพิงรองรับผู้อพยพ เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกและความปลอดภัย

ตั้งเป้าสร้างหลุมหลบภัยในทุกชุมชน

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยังได้แจ้งถึงแผนการพัฒนาพื้นที่ในระยะต่อไป โดยเฉพาะการสร้างหลุมหลบภัยในพื้นที่ที่ยังไม่มี ซึ่งจากสถานการณ์ที่ผ่านมา พื้นที่บางแห่ง เช่น ต.บึงมะลู และต.เมือง มีความเสี่ยงสูงแต่ไม่มีศูนย์หลบภัยเพียงพอ จึงได้มีการเร่งรัดทบทวนแผนการจัดสรรงบประมาณ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและลดความเสี่ยงของประชาชน

  • เน้นการตรวจสอบข่าวสารจากหน่วยงานทางการเท่านั้น
  • จัดตั้งศูนย์พักพิงเพื่อรับรองประชาชน
  • จัดสรรงบประมาณสร้างหลุมหลบภัยให้ครอบคลุม
  • ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ชรบ. และประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ ได้ยืนยันว่า การหยิบยกข้อมูลจำนวนบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ยังเป็นเพียงตัวเลขเบื้องต้น ซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบและการอนุมัติงบประมาณจากรัฐบาลอีกครั้ง จึงจะมีการเยียวยาอย่างเป็นทางการต่อไป

ในสถานการณ์เช่นนี้ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อสร้างความเข้าใจและลดความวิตกกังวล ตลอดจนป้องกันผลกระทบจากข่าวลือที่อาจทำลายความสงบเรียบร้อยได้

ที่มา – ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เยี่ยมให้กำลังใจ ชรบ.-ชาวบ้าน เน้นย้ำตรวจสอบข้อมูล ไม่เชื่อข่าวเท็จ

หุ่นยนต์สี่ขา “แรดขาว” ของจีน ทุบสถิติโลกวิ่ง 100 เมตร

หุ่นยนต์สี่ขา “แรดขาว” หรือ “White Rhino” จากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ประเทศจีน ได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในโลกของหุ่นยนต์โดยทำสถิติโลกในการวิ่ง 100 เมตรในเวลาเพียง 16.33 วินาที ถือเป็นสถิติที่เร็วที่สุดของหุ่นยนต์ประเภทนี้ในปัจจุบัน

หุ่นยนต์สี่ขา “แรดขาว” ของจีน ทุบสถิติโลกวิ่ง 100 เมตร

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าความสำเร็จนี้บันทึกไว้ในกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในวงการหุ่นยนต์ที่ออกแบบเพื่อเดินและวิ่งได้คล่องแคล่ว

หากเทียบกับมนุษย์ สถิติโลกการวิ่ง 100 เมตรที่เร็วที่สุดของมนุษย์คือ 9.58 วินาที โดย ยูเซน โบลต์ นักวิ่งชาวจาเมกัน แต่หุ่นยนต์สี่ขา “แรดขาว” ก็ทำได้อย่างน่าทึ่งด้วยเวลาเพียง 16.33 วินาที ถือว่าเป็นความสำเร็จอย่างมหาศาล

เทคโนโลยีที่ใช้ใน “แรดขาว”

หุ่นยนต์สี่ขา “แรดขาว” ถูกพัฒนาโดยศูนย์เอ็กซ์-เมคานิกส์ (X-Mechanics) ร่วมกับศูนย์นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งหางโจว โดยใช้การออกแบบที่เน้น “สมรรถนะ” (Performance-based Design)

เทคโนโลยีหลักนั้นใช้การจำลองพลวัตแบบมัลติวัตถุประสงค์ ทำให้สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของส่วนประกอบต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ ทั้งในส่วนข้อต่อ แอคชูเอเตอร์ และระบบมอเตอร์ ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความคงทนและสามารถเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำในความเร็วสูง

  • ออกแบบเพื่อสมรรถนะ
  • ระบบกล้ามเนื้อจำลอง “ระดับนักแข่ง”
  • โครงสร้างที่แข็งแรงแต่เบา
  • กลยุทธ์ควบคุมแบบเสริมแรงด้วย AI

หวังหงเทา ผู้นำโครงการระบุว่าการวิ่ง 100 เมตรไม่ได้วัดเพียงความเร็ว แต่ยังวัดความมั่นคงและความแม่นยำในการเคลื่อนไหวอีกด้วย สิ่งนี้ช่วยให้ทีมสามารถประเมินได้ว่ากลยุทธ์ในแง่การออกแบบและควบคุมนั้นถูกต้องหรือไม่

ดร.เฉิงเซ่าเหวินหนึ่งในสมาชิกทีมวิจัย กล่าวถึงความสามารถพิเศษนี้ว่า “หุ่นยนต์สี่ขา “แรดขาว” มีความสามารถในการบรรทุกสูงสุดถึง 100 กิโลกรัม ทำให้มันไม่ใช่แค่หุ่นยนต์ที่วิ่งได้เร็ว แต่ยังใช้งานจริงในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นับว่าการพัฒนานี้ไม่ใช่แค่ความสำเร็จทางด้านเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่เป็นรากฐานสำคัญในการนำหุ่นยนต์ไปใช้งานในด้านต่างๆ เช่น การกู้ภัย การสำรวจพื้นที่อันตราย หรือแม้แต่การขนส่งของในพื้นที่ลำบาก

ในอนาคต เรากำลังจะเห็นหุ่นยนต์ที่ไม่เพียง “วิ่งเร็ว” แต่ “วิ่งแล้วมีประโยชน์” อย่างแท้จริง พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานในหลากหลายอุตสาหกรรม

ที่มา – หุ่นยนต์สี่ขา “แรดขาว” ของจีน ทุบสถิติโลก วิ่งเร็ว 100 เมตรใน 16.33 วินาที

แม่น้องชมพู่ โพสต์ขอบคุณศาลยุติธรรม มั่นใจมีความยุติธรรมจริง

จากกรณีที่ศาลฎีกาไม่รับคำร้องขอประกันตัวของ “ลุงพล” จำเลยคดีน้องชมพู่ ทำให้ต้องเข้าเรือนจำจังหวัดมุกดาหารทันที ล่าสุด “แม่น้องชมพู่” ได้ออกมาโพสต์ความรู้สึกผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยขอขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรมในคดีที่ลูกสาวเสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน

แม่น้องชมพู่ โพสต์ขอบคุณศาลยุติธรรม

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568 นางพชรมน พชรภัสส์ หรือ “แม่น้องชมพู่” ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พชรมน พัชรภัสส์ โดยแสดงความรู้สึกซาบซึ้งต่อกระบวนการยุติธรรมของศาล เนื่องจากได้รับคำตัดสินที่เป็นธรรมในคดีลูกสาวที่เสียชีวิตอย่างน่าสงสารเมื่อหลายปีก่อน

ในโพสต์ แม่น้องชมพู่ ระบุว่า “กราบขอบคุณศาลมุกดาหาร ศาลและอุทธรณ์ภาค 4 ที่เมตตาน้องชมพู่และครอบครัวเรานะคะ ความรู้สึกข้างในมันมากมายที่พูดออกมาเป็นประโยคไม่ได้ ได้แต่ขอบคุณความยุติธรรมที่มีอยู่จริง” สะท้อนถึงความปลดปล่อยทางจิตใจแม้จะยังเจ็บปวดและผ่านกระบวนการยุติธรรมมายาวนานหลายปี

ความยุติธรรมที่รอคอย

ข้อความดังกล่าวไม่ใช่แค่คำขอบคุณธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ของความหวังและศรัทธาในระบบยุติธรรมในสังคมไทย โดยเฉพาะกับคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก การที่ศาลมีคำตัดสินที่เป็นธรรม ถือเป็นการยืนยันว่าไม่มีความลำเอียง และระบบกฎหมายสามารถปกป้องความถูกต้องได้

  • กลับมาสู่ความยุติธรรม: แม้น้องชมพู่คาดหวังเพียงความจริง
  • ความพยายามมายาวนาน: เผชิญกับความเจ็บปวดหลายปี
  • กระบวนการที่โปร่งใส: ความเชื่อมั่นในศาลที่เกิดขึ้นอีกครั้ง

อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่า คุณแม่ไม่ได้เพียงต้องการความล้างแค้น แต่ต้องการให้เกิดความยุติธรรมอย่างแท้จริง แม้ความเจ็บปวดจะยังอยู่ แต่ก็เป็นการเริ่มต้นใหม่ของครอบครัวที่หวังการเปิดเผยความจริง

การที่ แม่น้องชมพู่ ได้เผยความรู้สึกแบบนี้ แสดงให้เห็นว่าความยุติธรรมไม่เพียงแค่คือคำพิพากษา แต่มันเป็นความรู้สึกที่ใครหลายคนรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับครอบครัวของเธอ

บทสรุปของความยุติธรรม

สุดท้ายแล้ว คดีของน้องชมพู่ไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนตัวของครอบครัว แต่กลายเป็นเรื่องของความยุติธรรมในระบอบประชาธิปไตย การตัดสินในศาลไม่ใช่เพียงเพื่อให้ใครต้องรับโทษ แต่เพื่อยืนยันว่าความจริงยังคงอยู่ และความยุติธรรมก็ยังมีในสังคมไทยของเรา

หากคุณยังมีความสนใจติดตามข่าวสารคดีนี้ หรือต้องการเห็นความเป็นธรรมในคดีอื่น ๆ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวของเราเพื่อติดตามการพัฒนาอย่างใกล้ชิด

ที่มา – ‘แม่น้องชมพู่’ โพสต์ซึ้งขอบคุณศาล เผยความยุติธรรมที่มีอยู่จริง

‘ธนกร’ตอก‘โรม’ แซะกองทัพ อย่าใจคับแคบมีอคติ

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้ติการเปิดรับบริจาคลวดหนามหีบเพลงของกองทัพภาคที่ 2 ว่าไม่เหมาะสม

‘ธนกร’ตอก‘โรม’ แซะกองทัพ อย่าใจคับแคบมีอคติ

นายธนกรกล่าวว่า กองทัพภาคที่ 2 มีความจำเป็นเร่งด่วนในการเปิดรับบริจาคลวดหนามหีบเพลงเพื่อใช้งานในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่อธิปไตยของไทย และมีสถานการณ์ไม่สงบ การใช้ระบบราชการจัดซื้อแบบปกติอาจใช้เวลานานถึงหนึ่งเดือน ทำให้ความช่วยเหลือไม่ทันสถานการณ์

ทำไมต้องมีการบริจาคโดยด่วน?

การเปิดรับบริจาคลวดหนามหีบเพลงเป็นการดำเนินการเฉพาะหน้า ตามสถานการณ์ที่ต้องป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชน การดำเนินการด้วยการบริจาคจากภาคประชาชนจึงถือเป็นทางเลือกที่เร่งด่วน ตรงจุด และเป็นการร่วมแรงร่วมใจระหว่างภาครัฐและประชาชน

อย่างไรก็ตาม นายรังสิมันต์ โรม กลับออกมาติอย่างรุนแรง ว่าไม่เหมาะสม ซึ่งนายธนกรมองว่า ท่าทีของ“โรม”แสดงให้เห็นถึงการคิดด้วยใจคับแคบและมีอคติ ทั้งที่จะต้องเร่งจัดการเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประเทศชาติ

  • กองทัพเปิดรับบริจาคเพราะมีความเร่งด่วน
  • ระบบราชการใช้เวลาจัดซื้อถึง 1 เดือน
  • การบริจาคประชาชนเป็นทางเลือกที่ช่วยสนับสนุนฝ่ายความมั่นคง
  • ความคิดของ โรม อาจมีอคติและไม่สร้างสรรค์

นอกจากนี้ นายธนกรยังเปรียบเทียบกับพรรคประชาชนของนายรังสิมันต์ ที่มีการเปิดรับเงินบริจาคลงระบบรายเดือนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการทำกิจกรรมพรรคตลอดระยะเวลานาน ทั้งที่พรรคประชาชนก็รับเงินสนับสนุนจาก กกต. อยู่แล้ว จึงมองว่าไม่ต่างกันเท่าไร หากจะวิพากษ์วิจารณ์กองทัพ ที่แท้จริงแล้วพรรคของนายรังสิมันต์ก็มีการขับเคลื่อนในทิศทางเดียวกัน

“ผมขอขอบคุณพี่น้องคนไทยทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่ให้การสนับสนุนกองทัพภาคที่ 2 ในการป้องกันอธิปไตยของไทยมาโดยตลอด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและเหมาะสมอย่างยิ่งที่คนไทยเราทุกคนจะลุกขึ้นร่วมแรงร่วมใจสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกับกองทัพ สิ่งไหนที่สามารถร่วมด้วยช่วยกันได้ เราก็พร้อมยินดีสนับสนุน ส่งเสริมให้กองทัพได้ปฎิบัติหน้าที่ปกป้องพื้นแผ่นดินไทยอย่างเต็มกำลัง” นายธนกร กล่าวเสริม

ทั้งนี้ นายธนกร ยังมองว่าควรปรับยุทธวิธีและใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย แทนการใช้กำลังพลเดินลาดตระเวน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อชีวิตเจ้าหน้าที่ทหาร และขอเป็นเสียงสนับสนุนให้มีการบริจาคเพื่อพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

ในแง่ของความมั่นคง หน้าที่ของภาคประชาชนร่วมกับกองทัพ จึงไม่ใช่เรื่องไร้สาระ แต่เป็นการปูพรมความร่วมมือที่สร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศชาติ อย่างไรก็ตาม การพูดตัดพ้อหรือมีอคติ ไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมเลย สิ่งที่ควรใส่ใจคือการเพิ่มประสิทธิภาพหน้าที่ และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทหาร

มองไปในระยะยาว ความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เป็นสิ่งที่ต้องส่งเสริมมากกว่าการวิจารณ์ด้วยอารมณ์

หากคุณเห็นด้วยกับการร่วมแรงร่วมใจเพื่อประเทศไทย อย่าลังเลที่จะสนับสนุนหรือเปิดใจรับฟังกรณีต่างๆ อย่างเป็นกลาง แล้วคุณจะเห็นว่าสังคมไทยสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและสันติ

ที่มา – ‘ธนกร’ตอก‘โรม’ แซะกองทัพ อย่าใจคับแคบมีอคติไม่เลิก

ทีมปราบอสรพิษ-สงขลา ลุยจับงูจงอางตัวเขื่อง! คอหวยไม่พลาดตามส่องเลขเด็ด

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากทีมปราบอสรพิษของจังหวัดสงขลา ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อำเภอนาทวี หลังจากได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีงูขนาดใหญ่เข้ามานิ่งอยู่ในบ้าน บริเวณใต้ตู้กับข้าว

ผู้แจ้งเหตุคือนายชม ยอดแก้ว อายุ 65 ปี เป็นชาวบ้านในตำบลคลองกวาง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ซึ่งขณะที่กำลังจุดไฟอยู่ก็พบว่ามี งูจงอางตัวเขื่อง เข้ามานิ่งอยู่ใกล้บ้าน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทีมปราบอสรพิษเข้ามาจัดการ

ทีมปราบอสรพิษ-สงขลา เร่งลงพื้นที่ช่วยจับงูจงอางตัวเขื่อง

หลังจากได้รับแจ้ง ทีมปราบอสรพิษจังหวัดสงขลา นำโดย นายทวีศักดิ์ บุญเศษ เจ้าหน้าที่อาสาพิทักษ์งู ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ในกรณีนี้ ทันทีที่มาถึงเจ้าหน้าที่ก็พบกับ งูจงอางตัวเขื่อง ที่มีขนาดความยาวมากกว่า 3.5 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นขนาดที่ใหญ่มาก

ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ในการจัดการงู อีกทั้งมีอุปกรณ์พร้อม ทำให้สามารถจับ งูจงอางตัวเขื่อง ตัวนี้ได้อย่างปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลภายนอก หลังจากจับได้เจ้าหน้าที่ก็นำงูสัตว์ป่าตัวนี้ไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในป่าที่ห่างไกลจากชุมชน

ชาวบ้านแห่ตามส่องบ้านเลขเด็ด “15 หมู่ 5” หวังโชคหวย

ทว่าเหตุการณ์นี้กลับกลายเป็นข่าวลือลั่นทั่วทั้งพื้นที่ จนชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างพากันมารวมตัวกันตามส่องเลขเด็ดจากบ้านเลขที่นั่น โดยทราบว่าเป็นบ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 5 ซึ่งหลายคนถึงกับนำไปเสี่ยงโชคในรูปแบบตัวเลขต่าง ๆ อาทิ 15, 155, 551 และ 515 เพื่อใช้เป็นแนวทางในการซื้อหวยในงวดประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2568

เหตุการณ์ครั้งนี้นอกจากจะเป็นเพียงเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ต้องลงมาจัดการสัตว์ป่าแล้วยังกลายเป็นปรากฏการณ์ของคอหวยท้องถิ่นอีกด้วย

  • งูจงอางเข้าบ้านชาวสวนในต.คลองกวาง อ.นาทวี
  • เจ้าหน้าที่อาสาพิทักษ์งู ปลอดภัยยุติเหตุการณ์
  • ชาวบ้านแห่รับเลขเด็ด 15 หมู่ 5 จากเลขที่บ้าน
  • คอหวยรอซื้อหวยงวด 16 ส.ค.68 ด้วยตัวเลขจากบ้านแห่งโชคลาภ

จากเหตุการณ์นี้ไม่ว่าจะเป็นไปได้แค่ไหนที่เลขจากบ้านจะนำมาเป็นแนวทางในการเสี่ยงโชคแต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการที่เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มศักยภาพในการจัดการกับสัตว์ป่า เพื่อรักษาความปลอดภัยของชุมชน หากคุณเป็นแฟนหวยตัวยง อย่าพลาดที่จะจับตาเลขเด็ดจากบ้าน ‘15 หมู่ 5’ เป็นแนวทางในการเสี่ยงโชคในงวดต่อไป

ที่มา – ทีมปราบอสรพิษ-สงขลา ลุยจับงูจงอางตัวเขื่อง! คอหวยไม่พลาดตามส่องเลขเด็ด

เกาหลีเหนือปัดข่าวย้ายลำโพง ไม่ฟื้นสัมพันธ์กับเกาหลีใต้

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สื่อต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ว่า สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ได้ออกแถลงการณ์โดยน.ส.คิม โย-จอง น้องสาวของผู้นำเกาหลีเหนือ นายคิม จอง-อึน ซึ่งระบุชัดเจนว่า เกาหลีเหนือไม่เคยมีแผนจะถอดลำโพงที่ติดตั้งอยู่ตามแนวชายแดนกับเกาหลีใต้ และยืนยันว่านโยบาบนี้จะยังคงอยู่ต่อไป

เกาหลีเหนือปัดข่าวย้ายลำโพง ไม่ฟื้นสัมพันธ์กับเกาหลีใต้

แถลงการณ์ของคิม โย-จอง ระบุเพิ่มเติมว่า เกาหลีใต้พยายามสร้างภาพลักษณ์ผิดให้สาธารณชนเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีทิศทางดีขึ้น โดยอ้างว่านโยบายแสดงไมตรีจิตของเกาหลีใต้ได้ผลแล้ว แต่ทางเกาหลีเหนือชี้แจงไปแล้วว่าไม่ได้ต้องการปรับปรุงความสัมพันธ์กับอีกฝ่าย และยืนยันว่านโยบายดังกล่าวจะยังคงเหมือนเดิมต่อไป รวมถึงจะบันทึกจุดยืนนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ คิม โย-จอง ยังระบุอย่างชัดเจนว่า แม้ว่าเกาหลีใต้จะเปลี่ยนแปลงเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนย้ายลำโพง ลดการกระจายเสียง หรือแม้แต่การเลื่อนหรือลดขนาดการซ้อมรบกับสหรัฐ แต่ เกาหลีเหนือไม่ได้สนใจ เพราะเชื่อว่านโยบายของเกาหลีใต้ที่มีต่อเกาหลีเหนือไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน

เข้มแข็งยืนยันไม่ปรับปรุงความสัมพันธ์

ตอกย้ำความมั่นคงในท่าทีของเกาหลีเหนือ พ.อ.โน กวาง-ชอล รัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีเหนือ กล่าวว่า ในช่วงที่สหรัฐและเกาหลีใต้จะร่วมซ้อมรบภายใต้ชื่อโครงการ “อุลชิ ฟรีดอม ชิลด์” ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 18 สิงหาคม เป็นเวลา 11 วัน เกาหลีเหนือยืนยันอย่างเต็มที่ว่าจะ ตอบโต้ด้วยมาตรการทางทหารที่เด็ดขาด โดยใช้ “สิทธิทางทหาร” เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศอย่างเคร่งครัด

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เกาหลีเหนือไม่มีท่าทีจะเปิดโอกาสให้ความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ปรับปรุง การเลือกใช้คำพูดที่เป็นทางการและการกำชับผ่านสื่อของรัฐ แสดงให้เห็นเจตจำนงที่ชัดเจนในการยืนยันว่า ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีจะยังคงอยู่ต่อไป

ในทางกลับกัน เกาหลีใต้ยังคงใช้นโยบายการรับมืออย่างระมัดระวัง ท่ามกลางแรงกดดันทั้งจากภายในประเทศและสังคมโลก ความพยายามหลายครั้งในการบำรุงดูแลความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านรายนี้ กลับถูกพบว่าเป็นเพียงการตกอยู่ในความหวังมากกว่าความเป็นจริง

การไม่สนใจของเกาหลีเหนือ ยังคงเป็นเชิง “ป้องกันตัว” มากกว่า “เตรียมความร่วมมือ” และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจากฝ่ายเกาหลีเหนือ เราก็คงต้องติดตามสถานการณ์เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ในอนาคตอย่างใกล้ชิด

หากคุณกำลังติดตามประเด็นบนเวทีโลก การขับเคลื่อนทางการทูตและความเป็นมิตรของประเทศเหล่านี้บอกเราอะไรเกี่ยวกับความบริสุทธิ์ของเจตนารมณ์? คุณมีความคิดเห็นอย่างไร? อย่าลืมแสดงความคิดเห็นให้เราทราบได้เลย!

ที่มา – เกาหลีเหนือปัดข่าวย้ายลำโพง ลั่นไม่ฟื้นสัมพันธ์กับเกาหลีใต้

กรุงไทยลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% ตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.

ธนาคารกรุงไทย ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% มีผลตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2568 เพื่อช่วย减轻ภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินของลูกค้า ทั้งในส่วนของครัวเรือน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยการลดดอกเบี้ยเงินกู้ในครั้งนี้สอดคล้องกับการประกาศของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งเป็นมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจช่วงที่เผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

กรุงไทยลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% เพื่อสนับสนุนลูกค้า

ธนาคารกรุงไทยตระหนักถึงความเสี่ยงและความท้าทายที่เพิ่มมากขึ้นของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโลกทั้งในด้านห่วงโซ่อุปทานและการค้าโลก จึงมีมติร่วมกับกนง. ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อให้ลูกค้าได้รับความช่วยเหลือและสามารถปรับตัวในระดับหนึ่งได้ แม้จะยังต้องเผชิญหนี้ครัวเรือนและการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น

ธนาคารเปิดเผยว่า…

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การดำเนินมาตรการลดดอกเบี้ยในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการลดภาระต้นทุนทางการเงินของประชาชนทั่วไปเท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังที่จะสนับสนุนให้ SMEs และผู้ประกอบอาชีพอิสระสามารถบริหารหนี้ได้อย่างยั่งยืน และช่วยให้ยกระดับเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

  • ลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25%
  • สอดคล้องมติกนง.
  • ผลวันที่ 15 สิงหาคม 2568
  • ไม่มีการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยเงินฝาก

สรุป: การลดดอกเบี้ยเงินกู้ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีกับการเคลื่อนไหวของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ในประเทศไทยที่รับมือกับผลกระทบของโครงสร้างเศรษฐกิจและสถานการณ์โลก เพื่อร่วมผลักดันเศรษฐกิจไทยให้ก้าวผ่านวิกฤติและเติบโตอย่างยั่งยืน

หากคุณกำลังมองหาเงินกู้หรือบริหารหนี้อยู่ ต้องติดตามอัตราดอกเบี้ยและการเปลี่ยนแปลงจากธนาคารต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่ธนาคารหลัก ๆ เช่นกรุงไทยมีมาตรการที่มีผลต่อคุณโดยตรง

ที่มา – กรุงไทย ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% มีผล 15 ส.ค. เงินฝากไม่เปลี่ยนแปลง

ลุ้นคำวินิจฉัยศาลปมคลิปเสียง ชี้ชะตา ‘นายกฯอิ๊งค์’ 29 ส.ค.

สถานการณ์ทางการเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงตัดสิน เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) จะวินิจฉัยคดีคลิปเสียงของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ ‘นายกฯอิ๊งค์’ โดยวันที่ 29 ส.ค. ที่กำลังจะมาถึงนี้ อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะมีผลต่อชะตาของรัฐบาลและเสถียรภาพการเมืองโดยรวม

ลุ้นคำวินิจฉัยศาล ชี้ชะตา ‘นายกฯอิ๊งค์’

ตั้งแต่คลิปเสียงที่เกี่ยวข้องกับการสนทนาของ น.ส.แพทองธาร กับอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา สมเด็จฮุน เซน เผยแพร่ออกไป ก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง โดย surtoutเน้นประเด็นในเรื่องการสื่อสารที่อาจมีลักษณะพาดพิงถึงแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งทำให้เกิดข้อตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นกลางและจริยธรรมในการดำรงตำแหน่ง

หลายฝ่ายคาดว่าหากศาลตัดสินว่ามีความผิดจากคำกล่าวอ้างในคลิปเสียง น.ส.แพทองธาร อาจต้องเผชิญกับบทลงโทษสูงสุดซึ่งรวมถึงการถูกถอดถอนจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ กระทั่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ในโครงสร้างบริหารราชการแผ่นดิน และการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลหลัก

พรรคเพื่อไทยอยู่ในจุดนี้อย่างไร?

แม้กระแสข่าวจะพุ่งเป้าไปที่ความเป็นไปได้ของการลาออกของน.ส.แพทองธารก่อนศาลวินิจฉัย แต่ “นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ได้ชัดเจนว่า น.ส.แพทองธารจะไม่ลาออก และยืนยันความพร้อมที่จะบริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังมีผู้สนับสนุนภายในพรรคอย่าง “นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ที่เสนอให้ศาลชะลอการตัดสินเพื่อให้นายกฯ กลับมาปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มอำนาจในช่วงวิกฤติหลายประการ

สถานการณ์การเมืองจึงยังคงอยู่ในความเคลื่อนไหวและการลุ้นว่า คำวินิจฉัยของศาลในวันที่ 29 ส.ค. จะออกมาในทิศทางใด และจะมีผลกระทบทันทีต่อภาพรวมของรัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือไม่

ประเด็นงบประมาณที่รอการลงมติ

ขณะเดียวกัน สภาผู้แทนราษฎรกำลังดำเนินการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ซึ่งหลังจากการพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 ได้มีการปรับลดงบประมาณกว่า 8,900 ล้านบาท ถือเป็นการสะท้อนความกังวลในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรรงบอันสิ้นเปลือง หรือการใช้อาสาสมัครโดยขาดความโปร่งใส

หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจ คือการเสนอให้ยุบแผนบูรณาการด้านต่อต้านทุจริตที่ไร้การวัดผล รวมถึงขอให้ปรับรูปแบบการใช้อาสาสมัครในหน่วยงานต่างๆ ให้มีความมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นปัญหาที่ประชาชนได้จับตามองอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังมีการอภิปรายในประเด็นการใช้งบประมาณก่อสร้างที่ว่ามีความไม่จำเป็น อย่างการขอสร้างบ้านพักข้าราชการระดับสูง ทั้งที่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการจริง หรือใช้งบเกินความจำเป็นในการตกแต่งอาคารโรงพยาบาล สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการบริหารจัดสรรงบประมาณที่ยังคงมีช่องโหว่

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเร็ววันนี้ อาจไม่ใช่แค่เรื่องของบุคคล แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่มีผลกระทบต่อการขับเคลื่อนนโยบาย งบประมาณ และเสถียรภาพของประเทศ การรอดูผลการตัดสินจากศาล คือการติดตาม ‘หนึ่งคำสั่ง’ ที่เปลี่ยนอนาคตการเมืองไทยได้อย่างลุ้นทุกนาที

ที่มา – ลุ้นคำวินิจฉัยศาลปมคลิปเสียง ชี้ชะตา ‘นายกฯอิ๊งค์’ 29 ส.ค. ส่อมีผลต่อรัฐบาล

หนี้สาธารณะสหรัฐพุ่งทะยานไม่หยุด สูงทะลุ 1,200 ล้านล้านบาทแล้ว

สถานการณ์ทางการเงินของสหรัฐอเมริกาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาถือเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อหนี้สาธารณะสหรัฐพุ่งทะยานไม่หยุด สูงทะลุ 1,200 ล้านล้านบาทแล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่สมดุลของงบประมาณของรัฐบาลกลางอย่างชัดเจน

หนี้สาธารณะสหรัฐพุ่งทะยานไม่หยุด สูงทะลุ 1,200 ล้านล้านบาทแล้ว

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงวอชิงตันว่า ณ วันที่ 14 สิงหาคม หนี้สาธารณะทั้งหมดของสหรัฐฯ มีมูลค่าสูงถึง 37 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,200 ล้านล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นหนี้ที่ถือโดยสาธารณชนจำนวน 29.64 ล้านล้านดอลลาร์ และหนี้ที่เกิดจากการกู้ยืมระหว่างหน่วยงานรัฐบาลอีก 7.36 ล้านล้านดอลลาร์

สถานะหนี้ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ

ในช่วงต้นปีงบประมาณ 2568-2569 (นับจากวันที่ 1 ตุลาคม 2567) หนี้สาธารณะของสหรัฐมีมูลค่าอยู่ที่ 35.46 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,150 ล้านล้านบาท และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนแตะระดับปัจจุบัน

นางมายา แม็กกิเนียส ประธานคณะกรรมาธิการดูแลงบประมาณกลางของสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์หนี้ดังกล่าว เธอกล่าวว่า หนี้สาธารณะสหรัฐพุ่งทะยานไม่หยุด สูงทะลุ 1,200 ล้านล้านบาทแล้ว นั่นเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญเกี่ยวกับสถานะการคลังที่ย่ำแย่ โดยรายจ่ายของรัฐบาลมีแนวโน้มสูงกว่ารายรับถึงเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

แม็กกิเนียสยังเผยอีกว่า หนี้สาธารณะสหรัฐฯ เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มสูงขึ้นจาก 34 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมกราคม 2567 และแตะ 35 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนกรกฎาคม 2567 ก่อนจะพุ่งขึ้นอีกครั้งเป็น 36 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกัน

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น

การที่หนี้สาธารณะสหรัฐพุ่งทะยานไม่หยุด สูงทะลุ 1,200 ล้านล้านบาทแล้ว อาจก่อให้เกิดผลกระทบในหลายด้าน เช่น ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจในระยะยาว ยิ่งกว่านั้นผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐฯ ในปี 2567 มีมูลค่าเพียง 29.18 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 942.53 ล้านล้านบาท ซึ่งยังต่ำกว่ามูลค่าหนี้โดยรวมอยู่พอสมควร

ข้อมูลดังกล่าวทำให้ผู้เชี่ยวชาญต่างเรียกร้องให้มีการทบทวนนโยบายทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เพื่อลดภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้โครงสร้างการคลังกลับเข้าสู่เส้นทางที่มั่นคงอีกครั้ง

ในมุมมองของผู้เขียน หากสหรัฐฯ ยังไม่สามารถควบคุมการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่หนักหน่วงในอนาคต อย่างไรก็ตามหากมีการวางกลยุทธ์ที่ชัดเจนและเหมาะสม หนี้สาธารณะก็สามารถลดลงได้ในระยะยาว

ที่มา – หนี้สาธารณะสหรัฐพุ่งทะยานไม่หยุด สูงทะลุ 1,200 ล้านล้านบาทแล้ว

ใครนอนไม่หลับ เคล็ดลับ 16 วิธีช่วยได้

ใครนอนไม่หลับเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัย แต่เมื่ออาการนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ ก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งกายและใจได้ วันนี้ “เดลินิวส์” เล่าให้ฟังถึง 16 เคล็ดลับช่วยแก้ปัญหาการนอนไม่หลับ จากความรู้ของผศ. นพ.คมสันต์ เกียรติรุ่งฤทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์จากรพ.รามาธิบดี

ใครนอนไม่หลับ ลองปรับพฤติกรรมตามวิธีนี้

มีหลายสาเหตุที่ทำให้คนเราไม่สามารถหลับได้ ทั้งจากพันธุกรรม ความเครียด และพฤติกรรมใช้ชีวิต การนอนไม่หลับเรื้อรังหากปล่อยทิ้งไว้นาน อาจเป็นผลให้สมองทำงานไม่เต็มที่ อารมณ์แปรปรวน และมีความเสี่ยงต่อโรคทางจิตเวชได้

ดังนั้น ทุกคนควรปรับพฤติกรรมการนอนให้เป็นระบบ และใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพมากขึ้น ด้วยแนวทาง16 วิธีนี้

แนวทางแก้ไขปัญหาการนอนไม่หลับ

  • 1. จัดเวลานอนสม่ำเสมอ การนอนและตื่นในเวลาเดิมทุกวัน ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเข้าสู่วงจรการหลับที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
  • 2. เลิกบุหรี่และเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ สารกระตุ้นในบุหรี่และแอลกอฮอล์รบกวนคุณภาพการนอนโดยตรง
  • 3. ปรับสภาพแวดล้อมห้องนอน อากาศเย็นสบาย ไม่มีเสียงดัง และเตียงที่นุ่มพอดี ช่วยให้หลับได้ดีขึ้น
  • 4. เปลี่ยนท่านอนที่เหมาะสม ลดแรงกดทับต่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
  • 5. รับประทานอาหารเบา ๆ ก่อนนอน กล้วยหรือโยเกิร์ตเป็นตัวเลือกที่ดี
  • 6. อ่านหนังสือเบา ๆ ช่วยลดความเครียดภายในสมองให้กลับมาผ่อนคลายก่อนนอน
  • 7. งดใช้หน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์ แสงสีฟ้าส่งผลต่อฮอร์โมนเมลาโทนินที่ควบคุมวงจรการนอนหลับ
  • 8. ใช้เตียงนอนเฉพาะนอน ฝึกสมองให้รู้ว่าเตียงคือสถานที่สำหรับพักผ่อนเท่านั้น
  • 9. ปิดเสียงรบกวนและแสงไฟ ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนให้ลึกและยาวนานขึ้น
  • 10. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กระตุ้นกระบวนการเผาผลาญและลดความเครียดได้ผลดี
  • 11. นอนให้พอดีกับความต้องการร่างกาย โดยเฉลี่ยควรนอนใช้เวลา 7-9 ชั่วโมงต่อคืน
  • 12. อย่าพยายามบังคับให้ตัวเองหลับ ทำให้เครียดและแย่งความสบายใจไปจากช่วงเวลาพักผ่อน
  • 13. บริหารจิตใจให้ว่างจากการกังวลเกี่ยวกับการนอน ลองทำสมาธิหรือหายใจลึก ๆ เพื่อให้สงบลง
  • 14. ทำกิจกรรมที่สนุกสนานก่อนนอน เช่น วาดรูป ทำ Handmade ช่วยให้สมองปล่อยความวิตกกังวลออก
  • 15. ปรับเวลาเข้านอนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภายใน 1-2 สัปดาห์ คุณจะเห็นผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง
  • 16. ฝึกสมาธิหรือกรรมฐาน เทคนิคนี้ช่วยให้คุณสังเกตความคิดได้ดีขึ้น และจัดการกับความกังวลได้ดีกว่าเดิม

หากคุณต้องเผชิญกับปัญหาใครนอนไม่หลับ โดยใช้วิธีด้านบนแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีอาการรุนแรง เช่น เครียด ซึมเศร้า จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม และอย่าลืมว่าคุณไม่ได้เผชิญเรื่องนี้คนเดียว

สุดท้าย หากคุณเคยเคยนอนไม่หลับบ่อยครั้ง ลองเริ่มต้นด้วยการปรับใช้ชีวิตตามคำแนะนำง่าย ๆ ด้านบนเลย เพราะสุขภาพที่ดีกับการนอนหลับมีผลอย่างยิ่งต่อทุกมิติของชีวิต อย่าปล่อยให้ปัญหานี้เหี่ยวยล และหันกลับมายิ้มได้อีกครั้งด้วยการพักผ่อนที่มีคุณภาพ

ที่มา – ใครนอนไม่หลับ มีเคล็ดลับ 16 วิธีช่วยได้…!