ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

‘แพรว MUT กรุงเทพฯ’ คว้ารางวัลรอบชุดว่ายน้ำ

การประกวด Miss Universe Thailand 2025 รอบชุดว่ายน้ำ ถือเป็นเวทีที่ดึงดูดสายตาแฟนนางงามได้อย่างสุดลูกหูลูกตา โดยเฉพาะรางวัลพิเศษ Glow The Universe by Glass Skin ที่จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก ณ โรงแรมแอนกษณา คอนเวนชันแอนด์เอ็กซิบิชันสเปซ ภูเก็ต ซึ่งมีผู้เข้าประกวดทั้งหมด 77 คนจากทั่วประเทศ ต่างเดินทางมาร่วมชิงรางวัลอย่างเต็มรูปแบบ

‘แพรว MUT กรุงเทพฯ’ คว้ารางวัลรอบชุดว่ายน้ำ

การประกวดในรอบนี้เป็นการมองหาความพร้อมของผู้เข้าแข่งขันทั้งในเรื่องของรูปร่าง บุคลิกภาพ และการแสดงออกที่น่าประทับใจ ผู้เข้าแข่งขันทุกคนล้วนสวมชุดว่ายน้ำสุดพิเศษสีเขียวแบรนด์ Glass Skin ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจ พร้อมบอกใบ้ถึงความฟิตเป๊ะของแต่ละคนอย่างชัดเจน

ความตื่นเต้นของเวที

จากบรรยากาศในคืนนั้น พิธีกรรับเชิญอย่าง “เฌอเอม-ชญาธนุส ศรทัตต์” ได้เผยว่า ทุกคนต่างสวยงามและมีออร่าที่โดดเด่นไม่ซ้ำกัน ทำให้การตัดสินในค่ำคืนนี้เป็นเรื่องที่ยากมาก คณะกรรมการ不得不พิจารณาองค์ประกอบหลายด้าน เช่น การเดิน การโพสต์ และความมั่นใจในตนเอง

ผลการคัดเลือกในรอบนี้ทำให้เหลือผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเพียง 17 คน ได้แก่ อุดรธานี, สมุทรสงคราม, สงขลา, สมุทรปราการ, พังงา, ลพบุรี, ภูเก็ต, เพชรบุรี, ปทุมธานี, นครปฐม, ราชบุรี, สระบุรี, นครศรีธรรมราช, กรุงเทพมหานคร, ตราด, นครนายก, และขอนแก่น

  • และสุดท้าย เมื่อตัดสินกันจนเหลือเพียง 7 คนสุดท้าย ได้แก่
  • MUT สระบุรี กรุงเทพมหานคร
  • ภูเก็ต
  • ขอนแก่น
  • สงขลา
  • นครศรีธรรมราช
  • สมุทรปราการ

แต่ใครจะคิดว่า ก่อนที่สุดแล้วรางวัลพิเศษ “Glow The Universe by Glass Skin” จะตกเป็นของ “แพรว-แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง” ในฐานะ ‘แพรว MUT กรุงเทพฯ’ ผู้ได้รับเงินรางวัลไปครอง 30,000 บาทพร้อมชื่อเสียงและเกียรติยศในเวทีระดับประเทศ!

การคว้ารางวัลไปครองในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องใช้ทักษะการแสดงออก การเดิน และความมั่นใจระดับพรีเมียม ซึ่งแพรวทำได้อย่างยอดเยี่ยม จนหลายคนถึงกับชื่นชม

เวทีอย่าง Miss Universe Thailand ไม่ใช่แค่ประกวดความงาม แต่มันเป็นเวทีแห่งโอกาสและการเติบโต หากคุณรักในเวทีนางงาม ต้องตามติดข่าวและเชียร์เหล่าสาวงามในแต่ละเวทีอย่างใกล้ชิด เพราะทุกขั้นตอนของพวกเธอล้วนน่าประทับใจ

ที่มา – ‘แพราง MUT กรุงเทพฯ’ โชว์สเต็ปเซ็กซี่รอบชุดว่ายน้ำ สาดออร่าออใจคว้ารางวัลไปครองเพียงหนึ่งเดียว!

ผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน ดูงานศูนย์วิจัยระบบรางกว่างโจว พร้อมเยี่ยมชม GAC Aion

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา คณะผู้เข้าร่วมอบรมในหลักสูตร ผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน รุ่นที่ 2 (บทจ. Young Executive Program 2) ได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่มณฑลกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้มีโอกาสเรียนรู้นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีขั้นสูง และสร้างมุมมองใหม่ในอุตสาหกรรมการขนส่งและยานยนต์ไฟฟ้า

ผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน ชมศูนย์วิจัยระบบราง

หนึ่งในไฮไลท์ของการเดินทางคือการเข้าเยี่ยมชม ศูนย์วิจัยวิศวกรรมแห่งชาติเพื่อความปลอดภัยและการประกันการปฏิบัติงานของระบบขนส่งทางรางในเขตเมือง ซึ่งถือเป็นหน่วยงานสำคัญในการกำหนดมาตรฐานระบบรางของจีน โดยมีนายเหอ จื้อซิน รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ ให้การต้อนรับและพาคณะเยี่ยมชมศูนย์ฯ พร้อมทั้ง分享ภาพรวมวิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนานวัตกรรมระบบราง

ในระหว่างการเข้าชม คณะได้รับฟังรายละเอียดเกี่ยวกับระบบ Swifton OS 2.0 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการรางอัจฉริยะที่พัฒนามาจากการผสานเทคโนโลยีหลายด้าน เช่น อินเทอร์เน็ต, IoT และคลาวด์คอมพิวติ้ง เพื่อเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆ และสามารถควบคุมระบบรางทั้งในด้านความปลอดภัยและการตรวจสอบอัตโนมัติ

แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีกับ GAC Aion

นอกจากนี้ คณะยังได้มีโอกาสเดินทางต่อเพื่อศึกษาดูงานที่โรงงานของ GAC Aion New Energy Automobile บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอันดับต้นๆ ของจีน ภายใต้การบริหารของ GAC Group ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของโลก

กิจกรรมในโรงงานประกอบด้วยการเยี่ยมชม สายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Aion ที่ใช้หุ่นยนต์อัตโนมัติขั้นสูง และชมรถยนต์ EV ที่ใช้แพลตฟอร์ม AEP 3.0 และเทคโนโลยี Magazine Battery ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับพรีเมียม พร้อมการแสดงสายการผลิตของ Hyper SSR ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าที่มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.3 วินาที

บทเรียนความสำเร็จของ GAC Aion ทั้งในด้านเทคโนโลยีและตลาดโลก ได้เปิดรับผู้บริหารไทยเข้าถึงแนวคิดและแนวทางการขับเคลื่อน innovation อย่างยั่งยืน ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้กับอุตสาหกรรมยานยนต์และโครงสร้างพื้นฐานของไทย

โครงการผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน ในปีนี้เป็นความร่วมมือจากหลายองค์กรชั้นนำ ทั้งสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย–จีน, สมาคมผู้สื่อข่าวไทย–จีน และหอการค้าไทย–จีน อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และ China Media Group

การศึกษาดูงานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มพูนความรู้ แต่ยังช่วยเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างเยาวชนผู้บริหารไทยและจีนในหลากหลายด้าน ทั้งเทคโนโลยี อุตสาหกรรม และวิสัยทัศน์เพื่ออนาคต

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้นำรุ่นใหม่ที่สนใจเชื่อมโยงโลกไทย-จีนด้วยนวัตกรรม การเดินทางครั้งนี้คือแรงผลักสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเต็มไปด้วยโอกาส

ที่มา – ผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน ดูงานศูนย์วิจัยระบบรางกว่างโจว พร้อมเยี่ยมชม GAC Aion New Energy Automobile

’จ๊ะจ๋า-จิ๊บ‘ ซาบซึ้ง คุณยายบริจาคร่างกาย ภูมิใจไม่เคยเรียนหนังสือ ได้เป็นอาจารย์ใหญ่ให้ว่าที่คุณหมอ

เรื่องราวของ “จ๊ะจ๋า พริมรตา” และสามีหนุ่ม “จิ๊บ วสุ” ที่มาพร้อมกับความทouched และยกระดับความภาคภูมิใจอย่างลึกซึ้ง เมื่อจ๊ะจ๋าได้เปิดใจผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวถึงความภาคภูมิใจในตัวคุณยายแท้ๆ ที่แม้จะไม่ได้เรียนหนังสือเลย แต่ได้อุทิศร่างกายเพื่อเป็นวิทยาทาน เป็น “อาจารย์ใหญ่” ให้แก่นักศึกษาแพทย์ในวาระสุดท้ายของชีวิต

’จ๊ะจ๋า-จิ๊บ‘ ซาบซึ้ง คุณยายบริจาคร่างกาย

จ๊ะจ๋าเล่าให้ฟังว่า คุณยายอายุ 86 ปีได้บริจาคร่างกายไว้ จึงเมื่อล่วงลับไป ร่างกายเลยถูกโรงพยาบาลรับไปดูแล และถูกใช้เป็นต้นแบบการเรียนรู้ให้กับนักศึกษาแพทย์และทันตแพทย์มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์เป็นอย่างดี

“พอทราบว่าร่างของคุณยายถูกนำมาใช้ประโยชน์ นิสิตมาราชิกมากราบขอบคุณ ก็บอกว่าคุณยายของเราเป็นอาจารย์ใหญ่ของพวกเขาเลยค่ะ ซึ่งเป็นเกียรติสูงสุดเลยสำหรับคุณยายที่ไม่เคยได้เข้าโรงเรียนหนังสือเลย” จ๊ะจ๋าเปิดใจอย่างน้ำตาซึม

การให้คือคุณค่าสุดท้ายของชีวิต

ย้อนกลับไป หากแต่จ๊ะจ๋าเองก็เป็นผู้บริจาคอวัยวะดวงตาและอวัยวะต่าง ๆ ไว้ก่อนหน้านี้ ครอบครัวทั้งฝ่ายของเธอและจิ๊บ ก็ได้ครอบคลุมในแนวคิดของการบริจาค ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ น้องสาว ทุกคนต่างได้แสดงเจตจำนงว่าจะส่งต่อความมีประโยชน์แม้หมดลมหายใจแล้ว

“จริงๆ เราไม่รู้เลยว่าบริจาคไว้แล้วเขาจะเอามาทำอะไรกับเรา จนกระทั่งรู้ว่าใช้ได้จริง และมันกลายเป็นความภาคภูมิใจสูงสุด” จ๊ะจ๋าเผย

  • คุณยายอายุ 86 ปีบริจาคร่างกาย
  • นิสิตมาราชิกขอบคุณ – ถือว่าเป็น “อาจารย์ใหญ่” ตัวจริง
  • ครอบครัวจ๊ะจ๋าและจิ๊บเป็นสายบริจาคทั้งคู่

ทั้งคู่ส่งเสริมกันและกันในเรื่องนี้ เพราะจิ๊บเล่าถึงช่วงเด็กที่คุณพ่อพาไปดูร่างกายของผู้มีจิตความศรัทธาที่บริจาคร่างกายเป็นวิทยาทาน “เราเลี่ยมใสตั้งแต่เด็ก ยิ่งโตขึ้นก็เข้าใจว่าการให้มันดีจริงๆ” จิ๊บบอก

ทำไมถึงควรบริจาคร่างกาย?

การบริจาคร่างกายไม่ใช่แค่สิ่งที่ดีสำหรับผู้รับ แต่มันยังเป็นภูมิปัญญาทางศีลธรรมที่ขับเคลื่อนความโชคดีให้กับคนรุ่นหลัง ทั้งในด้านวิชาการ การศึกษา รวมทั้งการฝึกฝนวิชาชีพแพทย์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

จ๊ะจ๋าและจิ๊บทั้งคู่เปรียบเหมือนเป็นต้นแบบของการสนับสนุนงานศพสันติธรรม ความเชื่อที่ว่าการให้คือความสุขที่ยั่งยืน นั่นคือสิ่งที่พวกเขาอยากฝากเอาไว้กับทุกคน

หากคุณกำลังมองหาวิธีที่จะใช้ชีวิตให้คุ้มค่า แม้ตอนจบของชีวิตก็ยังมีความหมายยิ่งนัก “죽แล้วก็ยังให้ความรู้ได้อีก นั่นแหละสุดยอด” จ๊ะจ๋าบอก

ลองถามตัวเองดูสักหน่อย สิ่งที่เรามีตอนจบของชีวิต คือกระท่อมว่างเปล่า หรือจะให้มันเต็มไปด้วยคุณค่าของความให้?

ที่มา – ’จ๊ะจ๋า-จิ๊บ‘ ซาบซึ้ง คุณยายบริจาคร่างกาย ภูมิใจไม่เคยเรียนหนังสือ ได้เป็นอาจารย์ใหญ่ให้ว่าที่คุณหมอ!

สภาฯ ผ่านวาระ 2 งบฯ กระทรวงท่องเที่ยวฯ และพัฒนาสังคมฯ แล้ว

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568 บรรยากาศในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรค่อนข้างเข้มข้นแต่ราบรื่น โดยเฉพาะในวาระที่ 2 ของการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจและสังคม เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

สภาผ่านฉลุย วาระ 2 งบ ‘ก.ท่องเที่ยวฯ-พัฒนาสังคมฯ’

ในวาระนี้ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านลุกขึ้นให้ความเห็นเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณในมาตรา 11 ซึ่งเป็นของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และมาตรา 12 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานมีบทบาทสำคัญต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

กระทรวงท่องเที่ยวฯ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณที่เพิ่มขึ้น

ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปรายคือ งบประมาณที่เพิ่มขึ้นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โครงการส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยว และการตลาดท่องเที่ยวภายในและต่างประเทศ เพื่อกระตุ้นรายได้จากการท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งเศรษฐกิจหลักของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนทางด้านกีฬา ด้วยการจัดสรรงบประมาณเพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปมีสุขภาพที่ดี และส่งเสริมการจัดการแข่งขันกีฬาระดับชาติและนานาชาติในประเทศไทย

กระทรวงพัฒนาสังคมฯ เน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคม

ในส่วนของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจะนำไปใช้ในการพัฒนาสวัสดิการสังคม ระบบรับมือกับวิกฤติเด็กและเยาวชน รวมถึงการส่งเสริมและคุ้มครองคนพิการ ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ

  • การให้ความช่วยเหลือทางสังคมแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
  • การพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมและส่งเสริมคุณภาพชีวิต
  • การสนับสนุนเงินอุดหนุนเด็กและเยาวชน
  • การพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการปัญหาตนเอง

ภายหลังจากการอภิปรายอย่างเป็นระบบในวันนี้ สภาผู้แทนราษฎรก็ได้ลงมติเห็นชอบร่างงบประมาณรายจ่ายตามวาระที่ 2 ของทั้งสองกระทรวงดังกล่าว ด้วยเสียงข้างมาก ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อพัฒนาประเทศในทุกด้าน

การผ่านวาระ 2 นี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกระบวนการจัดทำงบประมาณประจำปี ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินการในขั้นตอนถัดไป ได้แก่ วาระที่ 3 และวาระสุดท้าย ซึ่งจะต้องใช้อภิปรายอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณของประชาชน

นี่ไม่เพียงแค่การพิจารณาเรื่องงบประมาณเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงแนวทางในการบูรณาการนโยบายเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาพรวม อย่างยั่งยืน

หากคุณเป็นผู้ที่ให้ความสนใจในเรื่องการเมือง การเงิน หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณการพัฒนาประเทศอย่างใกล้ชิด การติดตามประเด็นเช่นนี้อย่างต่อเนื่องนี้จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลเชิงลึกและสามารถประเมินผลรัฐบาลและนโยบายของประเทศได้เป็นอย่างดี

ที่มา – สภาผ่านฉลุย วาระ 2 งบ ‘ก.ท่องเที่ยวฯ-พัฒนาสังคมฯ’

วิทัย ว่าที่ ผู้ว่าการ ธปท. ขอบคุณ ธ.กรุงเทพ ลดดอกเบี้ย

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และมีมติเอกฉันท์ให้ ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1.50% จากเดิมที่ 1.75% ต่อปี โดยให้มีผลทันที

การปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้ถือเป็นข่าว利好สำหรับทั้งภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไป เพราะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการกู้ยืม ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถหมุนเวียนเงินทุนและลงทุนได้มากขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนทั่วไปก็จะได้รับประโยชน์จากการผ่อนคลายภาระหนี้

วิทัย ว่าที่ ผู้ว่าการ ธปท. ขอบคุณ ธ.กรุงเทพ ลดดอกเบี้ย

ทันทีหลังจากที่ ธปท. ประกาศเรื่องดอกเบี้ยนโยบาย ธนาคารกรุงเทพ หนึ่งในสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศ ก็ได้ประกาศตาม suit อย่างรวดเร็ว โดยลดดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ MLR (Minimum Lending Rate), MRR (Minimum Retail Rate) และ MOR (Minimum Corporate Rate) ลง 0.25% ต่อปี

การดำเนินการของธนาคารกรุงเทพได้รับการตอบรับเชิงบวก ไม่เว้นแม้แต่จาก นายวิทัย รัตนากร ว่าที่ ผู้ว่าการธปท. ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นี้ โดย วิทัย ว่าที่ ผู้ว่าการ ธปท. ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Vitai Ratanakorn” ขอบคุณธนาคารกรุงเทพอย่างเป็นทางการ

เนื้อหาโพสต์ของวิทัย ว่าที่ ผู้ว่าการ ธปท.

โดยระบุข้อความว่า “ขอขอบคุณ ธ กรุงเทพ ที่ดูแลภาคธุรกิจและประชาชนครับ ลดดอกเบี้ย 0.25% ทั้ง MLR MRR และ MOR ครับ” ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจว่าการดำเนินการของธนาคารพาณิชย์เริ่มปรับตัวตามนโยบายการเงินของประเทศแล้ว

การที่ธนาคารกรุงเทพรีบดำเนินการลดดอกเบี้ยตามนโยบายของ กนง. อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นว่าธนาคารมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของประชาชนรวมถึงการเติบโตของภาคธุรกิจอย่างจริงจัง

ผลกระทบจากการลดดอกเบี้ยของ ธ.กรุงเทพ

การลดดอกเบี้ยในครั้งนี้มีผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจหลายด้าน

  • ลดภาระหนี้ในครัวเรือน ครัวเรือนที่มีภาระผ่อนสินเชื่อบ้าน รถยนต์ หรือสินเชื่อส่วนบุคคล จะได้รับการลดภาระหนี้รายเดือนอย่างชัดเจน
  • สนับสนุนภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ต้องพึ่งพาการกู้เงินเพื่อลงทุนและดำเนินงาน
  • กระตุ้นการบริโภค ด้วยการที่ประชาชนมีเงินเหลือใช้มากขึ้น อาจช่วยเพิ่มการใช้จ่ายในตลาดภายในประเทศ

สำหรับ วิทัย ว่าที่ ผู้ว่าการ ธปท. นั้น ถือว่าเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบสูงต่อหน้าที่ และมีวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนนโยบายการเงินที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การแสดงความชื่นชมและยอมรับต่อนโยบายของธนาคารพาณิชย์ล่าสุดก็แสดงให้เห็นถึงบทบาทของผู้นำอย่างแท้จริง

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการหรือผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากแนวโน้มดอกเบี้ยในทิศทางนี้ นี่อาจเป็นโอกาสที่ควรใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในเรื่องของการบริหารจัดการหนี้และการลงทุนในระยะสั้น

สรุป ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลการเงิน เช่น ธปท. และธนาคารพาณิชย์ชั้นนำอย่างธนาคารกรุงเทพ ถือเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ การ ลดดอกเบี้ย ครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นมาตรการทางเทคนิคเท่านั้น แต่เป็นการยืนยันว่า “ทุกบาทที่คุณหยอดทิ้งไป ยังสามารถหมุนเวียนกลับมาได้” หากเราบริหารจัดการอย่างชาญฉลาด

ที่มา – ‘วิทัย’ ว่าที่ ผู้ว่าการ ธปท. ขอบคุณ ธ.กรุงเทพ ลดดอกเบี้ย ดูแลภาคธุรกิจ-ประชาชน

กรมราชเลขานุการในพระองค์ ร่วมหน่วยงานช่วย ตชด.แนวหน้า

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่หอประชุมวชิรานุสรณ์ หอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพฯ ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองอธิบดีกรมราชเลขานุการในพระองค์ และประธานกรรมการมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ร่วมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้ กรมราชเลขานุการในพระองค์ และหลายหน่วยงาน รวมน้ำใจช่วย ตชด.แนวหน้า เพื่อสนับสนุนภารกิจของกำลังพลตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) โดยมี พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รับมอบในฐานะรอง ผบช.ตชด.

กรมราชเลขานุการในพระองค์ และหลายหน่วยงาน รวมน้ำใจช่วย ตชด.แนวหน้า

หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมแสดงน้ำใจผ่านการบริจาคสิ่งของและอุปกรณ์จำเป็น เพื่อขวัญใจ ตชด. ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ไม่สงบที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง สิ่งของที่ได้รับมอบจะถูกนำไปส่งถึงมือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ 100% เพื่อการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศชาติ

ขวัญกำลังใจสำคัญยามท้าทาย

โครงการสนับสนุนครั้งนี้ สื่อถึงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการสืบสานพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รวมถึงสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ทรงพระราชูปถัมภ์ กรมราชเลขานุการในพระองค์ และหลายหน่วยงาน รวมน้ำใจช่วย ตชด.แนวหน้า มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบอุปกรณ์การแพทย์พื้นฐาน หรือการสนับสนุนทางงบประมาณ

จากนั้นในช่วงบ่ายที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม กรุงเทพฯ ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม ก็ได้นำคณะผู้บริหารฯ และครอบครัวพุคยาภรณ์ ร่วมมอบ IFAK (Individual First Aid Kit) และเงินสมทบทุนรวม 700,000 บาท เพื่อสนับสนุนภารกิจของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

ขณะเดียวกัน ที่ทำการบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา นายอเนก วีระพจน์นานันท์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการตำรวจ ก็ได้นำคณะอนุกรรมาธิการมามอบสิ่งของอุปโภค-บริโภคให้กับตำรวจชายแดนในพื้นที่อีกด้วย

  • สนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของ ตชด.
  • ส่งมอบสิ่งของจำเป็นที่ช่วยให้การทำงานคล่องตัว
  • แสดงเจตนารมณ์ในการสืบทอดพระราชดำริ
  • รวมพลังจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นรูปธรรม

การมารวมตัวของทุกภาคส่วนนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของบทบาทตำรวจตระเวนชายแดน ที่เป็นแนวหน้าของความมั่นคงชาติ ในสถานการณ์ปัจจุบัน ความร่วมมือจากทุกหน่วยงานจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องการส่งกำลังใจต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่ชายแดน ลองเริ่มจากแชร์ประสบการณ์ดี ๆ หรือการสนับสนุนเล็ก ๆ น้อย ๆ ดูแล้วคุณจะพบว่าการมีส่วนร่วมเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิด และน่าทำมากกว่าที่คาด

ที่มา – กรมราชเลขานุการในพระองค์ และหลายหน่วยงาน รวมน้ำใจช่วย ตชด.แนวหน้า

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนกเซ็กซี่แซ่บ โดนใจแฟนๆทั่วโซเชียล

สำหรับดาราสาวหน้าหวานอย่าง ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ถือเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทั้งในแง่ความสวยความงามและผลงานการแสดง ล่าสุดเธอกลับมาเป็นกระแสดราม่าอีกครั้ง เมื่อเผยภาพเซ็กซี่ใส่ชุดแนววินเทจสุดแซ่บ จนแฟนคลับต้องหลั่งไหลคอมเมนต์ชมล้นจอ

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนกเซ็กซี่แซ่บ ทำเอาแฟนๆใจสั่นระทึก

ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้เห็นสาว ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก อวดเสน่ห์ผ่านโซเชียลมีเดีย แต่รูปล่าสุดนี้เธอถือโอกาสพิเศษออกมาอวดความแซ่บแบบเต็มสูบมากกว่าเดิม ด้วยการใส่เสื้อแขนกุดสีขาวตัดกับกางเกงขาสั้นสีเทา ที่โชว์หน้าท้องเล็กน้อย และให้บรรยากาศของเสื้อผ้าที่ลงตัวทั้งในด้านสไตล์และการเลือกใช้อุปกรณ์เสริม

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนกยังคงเป็นแรงบันดาลใจด้านสไตล์

ภายใต้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เต็มไปด้วยภาพจากดาราและเซเลบมากมาย แต่ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ก็ยังคงมีจุดเด่นและสามารถสร้างปรากฏการณ์ความฮือฮาได้ทุกครั้งที่ลงภาพ ทั้งในเรื่องของความสวยที่ฉ่ำซีนออกไปจนเกินหน้า และยังตอกย้ำอีกครั้งว่าเธอยังคงเป็นหนึ่งในไอคอนความงามที่ไม่มีวันจบสิ้น

  • ชุดสีขาวตัดกับสีเทาให้ความรู้สึกสดใสและใสๆ
  • หน้าตายิ้มหวานแต่เต็มไปด้วยความเซ็กซี่
  • เสื้อผ้าบางเบาโชว์หุ่นเป๊ะแบบได้เอฟเฟกต์
  • การถ่ายทำให้เงาและแสงที่เข้ากันได้อย่างลงตัว

งานนี้สาวๆที่ชื่นชอบความเรียบง่ายแต่ดูมีสไตล์ ก็อาจได้แรงบันดาลใจในการเลือกแต่งตัวได้จากเธอ เพราะนอกจากจะดูน่ารัก ยังสามารถสร้างความแซ่บได้ในแบบฉบับของตัวเองมากที่สุด เพราะแปลกที่เธอไม่จำเป็นต้องโชว์ออกหน่อยแค่ไหนก็ยังสามารถทำสายตาค้างคาบน้ำลายของแฟนๆไว้ได้

สุดท้ายแล้ว ความสำเร็จทั้งในหน้าที่การแสดงและการเป็นสตาร์โซเชียลมีเดีย ของใบเฟิร์นพิมพ์ชนก ก็ยังคงเติบโตและเป็นที่จับตามองของคนทั้งประเทศ ดังนั้นใครที่แอบชื่นชมความเซ็กซี่ของเธอ อย่าลืมกดไลค์กดฟอลโลว์ไว้ก่อนจะสายล่ะจ้า

ที่มา – “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก” เผลอทำความแซ่บตกใส่โซเชียล แฟนๆตะลึงความสวยเซ็กซี่ทำละสายตาไม่ได้!

‘กอ.รมน.-สน.บางรัก-DSI-กรมทรัพย์สินทางปัญญา’ รณรงค์ต้านสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พลโท ชนินทร์ สิงหนาทนิติรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.3 กอ.รมน.) ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) องค์การบริหารส่วนจังหวัดกรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.) และสถานีตำรวจนครบาลบางรัก จัดกิจกรรมเดินรณรงค์ ต้านสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ณ ถนนพัฒน์พงษ์ กรุงเทพมหานคร

‘กอ.รมน.-สน.บางรัก-DSI-กรมทรัพย์สินทางปัญญา’ รณรงค์ต้านสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับผลกระทบและความเสี่ยงจาก สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและสังคม พร้อมกันนี้ยังสร้างแรงผลักดันให้ผู้คนเลือกใช้สินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัยตามกฎหมาย

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ประเทศ

กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ระบุอย่างชัดเจนว่า การผลิตหรือจำหน่ายสินค้าลอกเลียนแบบถือเป็นความผิดตามกฎหมายที่มีบทลงโทษ ทั้งยังส่งผลกระทบในเชิงลบต่อผู้สร้างสรรค์ผลงานจริงและเศรษฐกิจของประเทศ เพราะประเทศไทยยังคงอยู่ในบัญชี Watch List (ประเทศที่ต้องจับตามอง) ด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

จากการรณรงค์ครั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันเดินตลาดตามพื้นที่เสี่ยง เพื่อตรวจเช็คสินค้าต้องสงสัยว่าละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ และให้ความรู้แก่ผู้ค้ารายย่อยเกี่ยวกับกฎหมายเกี่ยวกับ การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งหากตรวจพบสินค้าผิดกฎหมายจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนกฏหมายอย่างเคร่งครัด

  • ป้องกันสินค้าปลอมในท้องตลาด
  • ปกป้องผู้ผลิตที่มีลิขสิทธิ์
  • สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างประเทศ
  • ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศในระบบเศรษฐกิจโลก

หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการ ได้แก่ พลโท ชนินทร์ สิงหนาทนิติรักษ์ (ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กอ.รมน.), พ.ต.อ.ธรรมศักดิ์ สารบุญ (ผู้กำกับตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางรัก), นางสาวศรีรัตน์ เถื่อนชัย (ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการคดีกองทรัพย์สินคดีทางปัญญา DSI) และทีมเจ้าหน้าที่จาก กก.1 ปอศ. สน.บางรัก

มุ่งเน้นให้ประชาชนตระหนักว่า การเลือกใช้สินค้าแท้ไม่ใช่แค่การสนับสนุนผู้ผลิต แต่ยังเป็นการปกป้องตัวเองจากการเสี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สินค้าปลอมที่ไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องสำอาง น้ำหอม หรือกระเป๋าแบรนด์เนมที่ถูกดัดแปลงลอกเลียนแบบ

การร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขจัดปัญหา สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นสังคมที่เคารพกฎหมายและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

หากคุณเป็นผู้บริโภคที่มีความรับผิดชอบ หรือเป็นผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในวงการธุรกิจ เราเชิญคุณมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยการใช้สินค้าถูกต้องตามกฎหมายและแจ้งเบาะแสเมื่อพบสินค้าผิดกฎหมาย

สรุป: การรณรงค์ “‘กอ.รมน.-สน.บางรัก-DSI-กรมทรัพย์สินทางปัญญา’ รณรงค์ต้านสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” ถือเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้สังคมเริ่มให้ความสำคัญกับทรัพย์สินทางปัญญาอย่างถูกต้อง การยอมรับสินค้าปลอมไม่ใช่เพียงการเสียหายแก่แบรนด์ แต่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่อาจส่งผลถึงความปลอดภัยและสุขภาพของผู้บริโภคในวงกว้าง

ที่มา – ‘กอ.รมน.-สน.บางรัก-DSI-กรมทรัพย์สินทางปัญญา’ รณรงค์ต้านสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

“ยูงทอง” ยิ้มหวานคว้า “คัลเวิร์ต-ลูวิน” เสริมแนวรุกฟรี

เมื่อเวลาเพิ่งผ่านพ้นไปไม่นาน สโมสร ลีดส์ ยูไนเต็ด หรือที่แฟน ๆ ชาวไทยนิยมเรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า “ยูงทอง” ก็ได้ประกาศข่าวสำคัญที่น่าตื่นเต้นไม่น้อย หลังจากสามารถบรรลุข้อตกลงกับ โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน ได้อย่างเป็นทางการ เพื่อเข้ามาร่วมทีมในถิ่น เอแลนด์ โร้ด เสริมแกร่งในตำแหน่งกองหน้าแบบไร้ค่าตัว

ข่าวนี้มาภายหลังจากที่ คัลเวิร์ต-ลูวิน ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับ เอฟเวอร์ตัน หลังหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยมีรายงานจากสื่อดังอย่าง ดิ แอธเลติก ระบุว่า อดีตดาวยิงวัย 27 ปีเตรียมเดินทางมาเข้ารับการตรวจร่างกายอย่างเป็นทางการ เพื่อปิดดีลกับ ยูงทอง ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

“ยูงทอง” ยิ้มหวานคว้า “คัลเวิร์ต-ลูวิน” เสริมแนวรุกฟรี

โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน เป็นนักเตะที่มีความรู้จักกันดีในศึกพรีเมียร์ลีก โดยเริ่มต้นต้น职业生涯 ของเขาที่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ก่อนจะย้ายมารวมทีม เอฟเวอร์ตัน ในปี 2016 และกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของทีมมาจนถึงวันนี้ ตลอดช่วงเก้าปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เข้ามาร่วมทีม สุทธิเขาได้ลงสนามไปแล้วทั้งสิ้น 274 นัด โดยสามารถซัดประตูได้ถึง 71 ลูก

วิเคราะห์จุดแข็งของคัลเวิร์ต-ลูวิน

  • ความเร็วและความชัดเจนในการเลื่อนขึ้น ช่วยให้เขาเข้าพื้นที่ทำประตูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความสามารถในการเล่นกับหลัง เกมรับไม่ใช่จุดแข็งเพียงอย่างเดียว เขายังสามารถครีเอตโอกาสยิงได้เองอีกด้วย
  • จิตใจนักสู้ ความตั้งใจมั่นคงและทัศนคติที่รับผิดชอบ แสดงถึงคุณภาพของนักเตะที่เตรียมแกร่งคู่ควร

ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งเพิ่มขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้งในฤดูกาลนี้ กำลังมองหาทางเสริมทัพให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น โดยเฉพาะในตำแหน่งกองหน้าที่ต้องการความหลากหลาย นำไปสู่การจับตาดูคัลเวิร์ต-ลูวิน จริง ๆ เพราะถือว่ามีคุณภาพอันดับต้นในลีกถ้วยรอง

นอกจากนี้ การที่เขาตัดสินใจย้ายออกมาฟรี ๆ โดยไม่ต้องเสียค่าตัวใด ๆ จึงถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับ “ยูงทอง” ในการนำเขามาเสริมแนวรุกอย่างถาวรในระยะยาว

สำหรับแฟน ๆ ของทีมคงอดตื่นเต้นไม่ได้กับการคว้าตัวนักเตะที่มี履歴การเล่นแข็งแกร่ง และประสบการณ์ในลีกสูงระดับนี้มาเป็นกำลังสำคัญของทีม ถือเป็นดีลที่น่ากษาชีวิต แม้ยังไม่ประสบความสำเร็จมากมายในระดับแชมป์เปี่ยนส์ลีก แต่คุณภาพที่แฝงมากินับคู่ควรจะผลักดันให้ลีดส์ไปไกลได้ในอนาคต

เหล่าเหล่าบรรดานักข่าวสนับสนุนว่านี่อาจจะนำไปสู่การเริ่มใหม่ของลีดส์ ยูไนเต็ด ในฐานะทีมใหญ่ที่ต้องการขับเคลื่อนด้วยนักเตะระดับท็อป แม้ว่ายังต้องใช้เวลาเพื่อให้เข้ากับระบบ แต่เชื่อว่าหลังถึงเวลาจูงบู๊เครื่องจะกระฉับยิ่งกว่าเดิม

หากคุณสนใจติดตามประเด็นวงการฟุตบอลอังกฤษอย่างใกล้ชิด เราขอแนะนำให้ติดตาม ข่าวจาก Daily News อย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่พลาดข่าวคุณภาพ และรายละเอียดใหม่ ๆ จากการเดินทางของยุทธภูมิสนามอังกฤษ

ที่มา – “ยูงทอง” ยิ้มหวานจ่อคว้า “คัลเวิร์ต-ลูวิน” เสริมแนวรุกแบบไร้ค่าตัว

กองทัพบกยันไม่มีคำสั่งอพยพ-ปิดโรงเรียนพื้นที่บ้านด่านสุรินทร์

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษก กองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่สำนักข่าว Fresh News จากประเทศกัมพูชาได้เผยแพร่ข่าวด่วนหัวข้อ “กองทัพไทยเตรียมเปิดการโจมตีต่อกัมพูชาอีกครั้ง” โดยอ้างว่ามีการสั่งอพยพประชาชนและปิดโรงเรียนในพื้นที่บ้านด่าน ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งข่าวดังกล่าวได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดียจนทำให้เกิดความกังวลในประชาชน

กองทัพบกยันไม่มีคำสั่งอพยพและปิดโรงเรียนในพื้นที่บ้านด่าน

อย่างไรก็ตาม กองทัพบก ได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่มีการสั่งอพยพประชาชนหรือปิดโรงเรียนในพื้นที่บ้านด่านแต่อย่างใด โดยโรงเรียนบ้านด่านยังคงเปิดอย่างปกติ สำหรับโรงเรียนอื่นในพื้นที่ตำบลด่าน มีเพียงบางแห่งที่เลื่อนการเรียนการสอนแบบ On-site เนื่องจากยังไม่พร้อมสำหรับการเปิดภาคปกติทั้งหมด ถือเป็นการวางแผนเพื่อให้นักเรียนได้รับการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ

ยืนยันปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด

กองทัพบกย้ำว่าปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด รวมถึงตามข้อสรุปของที่ประชุม GBC (Good Border Committee) อย่างครบถ้วน เพื่อรักษาความสงบสุขของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้ประชาชนระมัดระวังในการรับข่าวสาร เน้นการเลือกแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดหรือตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอมที่แพร่กระจายในสังคม

  • ไม่มีการสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่บ้านด่าน
  • โรงเรียนบ้านด่านยังคงเปิดอย่างปกติ
  • มีเพียงโรงเรียนบางแห่งในพื้นที่ตำบลด่านที่เลื่อน On-site
  • กองทัพบกยืนยันการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่บ้านด่านยืนยันว่าไม่มีการอพยพแต่อย่างใด และกิจกรรมในชีวิตประจำวันก็ยังดำเนินต่อไปตามปกติ สื่อท้องถิ่นกล่าวว่าข่าวนี้น่าจะเป็นข่าวที่ถูกบิดเบือนจากความเข้าใจผิดหรือตั้งใจเผยแพร่เพื่อก่อให้เกิดความไม่สงบในพื้นที่

ข้อมูลที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์จริง ส่งผลให้สามารถร่วมมือกันในการรักษาความมั่นคงและความสงบสุขของพื้นที่ชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น หากพบข่าวลือหรือข่าวด่วนที่ไม่ชัดเจน ควรตรวจสอบจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือก่อนเชื่อหรือเผยแพร่ต่อ เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดและช่วยกันป้องกันการสร้างความตื่นตระหนกในสังคม

ที่มา – ‘กองทัพบก’ยันฝ่ายไทยไม่มีสั่งอพยพ-ปิดร.ร.พื้นที่บ้านด่านสุรินทร์