ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

WAIC 2025: AI บนมือถือ ไม่ต้องพึ่งหุ่นยนต์

ในงานประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (WAIC) 2025 ณ นครเซี่ยงไฮ้ เทคโนโลยี AI ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของปัญญาประดิษฐ์ แม้ว่าหุ่นยนต์อัจฉริยะจะได้รับความสนใจ แต่เทรนด์ที่มาแรงและน่าจับตามองกลับเป็นแอปพลิเคชัน AI บนสมาร์ทโฟนที่ทุกคนเข้าถึงได้ นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ WAIC 2025: AI บนมือถือ ไม่ต้องพึ่งหุ่นยนต์ กลายเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างมาก

แอปพลิเคชัน AI สุดล้ำบนสมาร์ทโฟน
แอปพลิเคชัน AI สุดล้ำที่ใช้งานได้บนสมาร์ทโฟน สามารถสแกนและแปลงงานศิลปะขนาดใหญ่ให้เป็นแบบจำลองดิจิทัลที่มีความละเอียดสูงได้อย่างแม่นยำ เปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับวงการศิลปะและวัฒนธรรม

บริษัท Hehe Information Co., Ltd. ได้สาธิตแอปพลิเคชัน AI สุดล้ำที่ใช้งานได้บนสมาร์ทโฟน โดยสามารถสแกนและแปลงงานศิลปะขนาดใหญ่ให้เป็นแบบจำลองดิจิทัลที่มีความละเอียดสูงได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับวงการศิลปะและวัฒนธรรม นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ WAIC 2025: AI บนมือถือ ไม่ต้องพึ่งหุ่นยนต์ ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการประยุกต์ใช้ AI ในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ บริษัทยังได้นำเสนอโซลูชันสำหรับปัญหาที่กำลังเป็นภัยคุกคามในปัจจุบัน นั่นคือ Deepfake ซอฟต์แวร์ของบริษัทถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้ใช้จากการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม โดยสามารถตรวจจับและระบุตัวตนบุคคลที่ถูกสร้างขึ้นด้วย AI ได้อย่างแม่นยำถึง 99% ซึ่งแสดงให้เห็นว่า AI ไม่ได้มีแค่ด้านที่น่าทึ่ง แต่ยังสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการปกป้องและสร้างความปลอดภัยให้กับผู้คนได้อีกด้วย

WAIC 2025: AI บนมือถือ ไม่ต้องพึ่งหุ่นยนต์

เทรนด์ของ WAIC 2025: AI บนมือถือ ไม่ต้องพึ่งหุ่นยนต์ กำลังแสดงให้เห็นว่าอนาคตของ AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องทดลองหรือโรงงานอุตสาหกรรม แต่กำลังก้าวเข้ามาอยู่ในมือของเราทุกคนผ่านสมาร์ทโฟน

ทำไม WAIC 2025: AI บนมือถือ ไม่ต้องพึ่งหุ่นยนต์ ถึงสำคัญ?

การที่ AI สามารถทำงานบนอุปกรณ์ที่เราพกพาติดตัวตลอดเวลาได้นั้น หมายความว่าเราสามารถเข้าถึงเครื่องมืออันทรงพลังเหล่านี้ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นการแปลภาษาแบบเรียลไทม์ การตรวจจับการฉ้อโกง หรือแม้แต่การสร้างสรรค์งานศิลปะดิจิทัล ทั้งหมดนี้เป็นไปได้ด้วยเทคโนโลยี AI บนสมาร์ทโฟน

  • สะดวกและเข้าถึงง่าย: สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ที่ทุกคนคุ้นเคย การใช้แอปพลิเคชัน AI บนสมาร์ทโฟนจึงเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสำหรับผู้ใช้งานทุกระดับ
  • ต้นทุนต่ำ: การพัฒนาแอปพลิเคชัน AI บนสมาร์ทโฟนมีต้นทุนที่ต่ำกว่าการสร้างหุ่นยนต์อัจฉริยะ ทำให้เทคโนโลยี AI เป็นสิ่งที่เข้าถึงได้สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและกลาง
  • การใช้งานที่หลากหลาย: แอปพลิเคชัน AI บนสมาร์ทโฟนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การแพทย์ การศึกษา ไปจนถึงการบันเทิง

แน่นอนว่ายังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ความสามารถในการประมวลผลที่อาจไม่เทียบเท่ากับคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ แต่ด้วยการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI และชิปประมวลผลบนสมาร์ทโฟน ทำให้เราคาดหวังได้ว่าข้อจำกัดเหล่านี้จะค่อยๆ หมดไป

ในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็นแอปพลิเคชัน AI ที่ฉลาดล้ำและมีประโยชน์มากยิ่งขึ้นบนสมาร์ทโฟนของเราอย่างแน่นอน เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ที่เทคโนโลยี AI นำมาสู่ชีวิตประจำวันของเรา

ที่มา – WAIC 2025 คึกคัก แอปพลิเคชัน AI ก้าวล้ำบนสมาร์ทโฟน ไม่ต้องพึ่งหุ่นยนต์ (คลิป)

ชมแสตมป์หายากในงานแสดงตราไปรษณียากร 2568

เตรียมพบกับความอลังการของดวงตราไปรษณียากรที่บอกเล่าเรื่องราวจากทั่วเอเชีย ในงานแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย 2568 ณ ไปรษณีย์กลาง บางรัก! บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท ได้เนรมิตบรรยากาศสุดคลาสสิก ให้ผู้ชมได้ออกเดินทางผ่านดวงตราไปรษณียากรที่บอกเล่าเรื่องราวหลากหลาย ตั้งแต่ความงามของดอกไม้ สัตว์หายาก สถาปัตยกรรม ไปจนถึงวิถีวัฒนธรรมที่สะท้อนจิตวิญญาณของแต่ละประเทศ พื้นที่นี้จึงกลายเป็นประสบการณ์การชมงานศิลปะที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ “อิน” กับล้านเรื่องราวและสัมผัสพลังของศิลปะที่เชื่อมโยงผู้คนทั่วเอเชียไว้อย่างงดงาม

การเดินทางเริ่มที่ไฮไลต์จากประเทศไทยกับแสตมป์ “คำหยาดศรีสิรินธร” บันทึกความงามของดอกไม้สายพันธุ์ใหม่ของโลกที่ค้นพบในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต จ.เลย และได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ควบคู่กับแสตมป์ชุด “ช้างไทย” ปี 1991 สัตว์ประจำชาติที่เปี่ยมด้วยพลัง ความเมตตา และสายใยครอบครัว ถ่ายทอดภาพลูกช้างคู่แม่ในผืนป่าไทยได้อย่างงดงาม

ฝั่งจีนจัดแสดงแสตมป์ “30 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ปี2548” ที่บันทึกภาพคู่หมีแพนด้าช่วงช่วงและหลินฮุ่ย อันเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพและการอนุรักษ์สัตว์ป่า และแสตมป์ “The Great Wall” ปี2016 ภาพพาโนรามากำแพงเมืองจีน หนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกและมรดกโลกยูเนสโก โดดเด่นด้วยความยิ่งใหญ่และงามสง่า

ญี่ปุ่นนำเสนอแสตมป์ “ภูเขาไฟฟูจิและดอกซากุระ” ที่สะท้อนเอกลักษณ์ชาติผ่านความละเอียดอ่อนและความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ เกาหลีร่วมส่งแสตมป์ “Philately Week – Korean Paintings” ปี 2011 บล็อก 4 ดวงรูปพัด ลวดลายศิลปะที่บอกเล่าวิถีชีวิตชาวเกาหลีในอดีต เวียดนามนำเสนอ “เจดีย์เสาเดียว” สถาปัตยกรรมไม้เก่าแก่ใจกลางสระบัวฮานอยที่เปี่ยมด้วยความศรัทธาและสมดุล ส่วนคอลเลกชันสำหรับคนรักแมวก็มีทั้งแมวป่า แมวบ้าน และแมวทะเลทรายจากหลายประเทศ

แต่ละดวงแสตมป์เปรียบเสมือน “บทกวีขนาดย่อม” ที่เล่าเรื่องราวของดินแดนต่าง ๆ อย่างละเมียดละไม นอกเหนือจากการจัดแสดงแสตมป์แล้ว ยังมีโซน “โพยก๊วน” ถ่ายทอดเรื่องราวระบบส่งสารและโอนเงินของชาวจีนโพ้นทะเลในอดีต พร้อมจำลองซองโพย การเขียนจดหมายด้วยพู่กัน และเส้นทางข่าวสารในยุคไร้อินเทอร์เน็ต อีกทั้งยังมีกิจกรรม Workshop ให้ผู้เข้าชมออกแบบแสตมป์ DIY ในสไตล์ของตนเอง

ชมแสตมป์หายากในงานแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย 2568

ผู้ที่หลงใหลงานศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมร่วมสมัย ไม่ควรพลาดงาน แสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย 2568 ณ ไปรษณีย์กลาง บางรัก ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 – 19.00 น.

มาร่วมเดินทางผ่านดวงตราแห่งเอเชีย และสัมผัสคุณค่าที่ข้ามกาลเวลา ทั้งในมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสายตาของผู้รักความงามที่ไม่เคยถูกจำกัดด้วยขนาดหรือยุคสมัย

ไฮไลท์เด็ดในงานแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย 2568

งานแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย 2568 ไม่ได้มีเเค่ เเสตมป์หายากเท่านั้น ยังมีกิจกรรม Workshop ให้ทดลองทำเเสตมป์ในเเบบของคุณเองอีกด้วย

งานแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย 2568 เป็นโอกาสดีที่จะได้สัมผัสความสวยงามเเละเรื่องราวที่ถูกบันทึกไว้ในดวงตราไปรษณียากรจากหลากหลายประเทศ อย่าพลาดโอกาสที่จะเข้าร่วมงานเเละเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไปรษณีย์กลาง บางรัก!

ที่มา – ชมแสตมป์หายากในงานแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย 2568

โปรดเกล้าฯ ‘พระราชินี’ เสด็จฯ แทนพระองค์



นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่หมายกำหนดการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พุทธศักราช 2568 (ฉบับเปลี่ยนแปลง) ซึ่งใจความสำคัญระบุถึงการเปลี่ยนแปลงผู้แทนพระองค์ในการเสด็จพระราชดำเนิน

ตามที่ได้มีหมายกำหนดการสำนักพระราชวัง ฉบับที่ 18/2568 ลงวันที่ 1 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 เรื่อง พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พุทธศักราช 2568 ซึ่งได้แจ้งรายละเอียดให้ทราบแล้วนั้น

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในงานพระราชพิธีดังกล่าว โดยวันและเวลาในการจัดงานยังคงเดิมทุกประการ

สำนักพระราชวัง

วันที่ 8 สิงหาคม พุทธศักราช 2568

โปรดเกล้าฯ ‘พระราชินี’ เสด็จฯ แทนพระองค์

การเปลี่ยนแปลงในหมายกำหนดการครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงพระราชอำนาจในการตัดสินพระทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงพระราชประสงค์ที่จะให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่งนี้ ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความไว้วางพระราชหฤทัยอย่างสูงสุด

ความสำคัญของพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ‘พระพันปีหลวง’

พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นวันที่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชนมาอย่างยาวนาน พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ และทรงเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

  • การเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญ
  • แสดงให้เห็นถึงการสืบสานพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
  • เป็นการยืนยันถึงความเข้มแข็งของสถาบันพระมหากษัตริย์

ประชาชนชาวไทยต่างเฝ้ารอชมพระบารมีของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินไปในงานพระราชพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้ และจะร่วมกันถวายพระพรชัยมงคลให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงพระเกษมสำราญ และสถิตเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป

การที่ โปรดเกล้าฯ ‘พระราชินี’ เสด็จฯ แทนพระองค์ ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ‘พระพันปีหลวง’ นั้น ถือเป็นเรื่องราวที่ประชาชนให้ความสนใจติดตามอย่างใกล้ชิด ข่าวนี้แสดงถึงความต่อเนื่องและความสำคัญของบทบาทสตรีในราชวงศ์ไทย

ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมกันแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในครั้งนี้ จะเป็นไปอย่างราบรื่นและสมพระเกียรติ และนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ประเทศชาติสืบไป

โปรดเกล้าฯ ‘พระราชินี’ เสด็จฯ แทนพระองค์ เป็นภาพที่งดงามและเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง

ที่มา – โปรดเกล้าฯ ‘พระราชินี’ เสด็จฯ แทนพระองค์ ไปในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ‘พระพันปีหลวง’


ปทุมคงคา พลิกชนะ ราชวินิตบางแก้ว เดลินิวส์ คัพ

การแข่งขันฟุตบอลนักเรียน “กรมพลศึกษา เดลินิวส์คัพ 2025” รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ประเภท ก. ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2568 ณ สนาม ม.กรุงเทพธนบุรี เป็นการพบกันระหว่างโรงเรียนปทุมคงคา และ โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ในกลุ่ม A ที่แฟนบอลต่างจับตามอง

เกมเริ่มต้นด้วยความสนุก เมื่อ “สิงห์ปากน้ำ” ราชวินิตบางแก้ว ทำผลงานได้ดีกว่าในช่วงแรก และสามารถขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่กองหลังปทุมคงคาพลาดท่า โดน วิชากร พวงนิล ฉกบอลไปยิงผ่านมือนายทวารเข้าไปในนาทีที่ 19 จากนั้นราชวินิตบางแก้ว ยังคงบุกอย่างต่อเนื่อง และมาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากลูกเตะมุมที่ สุรเชษฐ์ มะมิรัมย์ โขกเข้าไปอย่างสวยงามในนาทีที่ 30 แฟนบอลราชวินิตบางแก้วเฮสนั่น

แต่แล้วสถานการณ์ก็เริ่มพลิกผัน เมื่อ “สิงห์เอกมัย” ปทุมคงคา มาได้ประตูตีไข่แตกเป็น 1-2 จากลูกยิงไกลสุดสวยของ ภาคิน ฉางทอง ในนาทีที่ 38 บอลพุ่งตรงกรอบ ผู้รักษาประตูราชวินิตบางแก้วพลาดล้ม บอลเข้าประตูไปอย่างเหลือเชื่อ หลังจากนั้นไม่นาน ปทุมคงคา ก็มาได้ประตูตีเสมอเป็น 2-2 จากจังหวะที่แนวรับราชวินิตบางแก้ว เคลียร์บอลไม่ขาด บอลไปเข้าทาง ชนาธิป มะเสนา ยิงจ่อๆ เข้าไปในนาทีที่ 40 ทำให้จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์เสมอ 2-2

ครึ่งหลังทั้งสองทีมยังคงเปิดเกมรุกเข้าใส่กันอย่างสนุก แต่เป็น ปทุมคงคา ที่มาได้ประตูพลิกขึ้นนำเป็น 3-2 จากจังหวะที่ ธีภพ ไทยทวีทรัพย์ ดึงบอลหลบกองหลัง ก่อนจะซัดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงามในนาทีที่ 81 ท่ามกลางเสียงเฮของแฟนบอลปทุมคงคา

ปทุมคงคา พลิกแซงชนะ ราชวินิตบางแก้ว ในศึกลูกหนัง เดลินิวส์ คัพ 2025

จบเกม “สิงห์เอกมัย” ปทุมคงคา พลิกเอาชนะ ราชวินิตบางแก้ว ไปด้วยสกอร์ 3-2 อย่างสุดมันส์ เก็บเพิ่มเป็น 12 คะแนน ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ส่วน ราชวินิตบางแก้ว มี 6 คะแนนเท่าเดิม ต้องไปลุ้นหนีตกชั้นในนัดสุดท้าย

สรุปผลการแข่งขัน: ปทุมคงคา สุดยอดทีม

แมตช์นี้แสดงให้เห็นถึงสปิริตและความมุ่งมั่นของนักเตะปทุมคงคา ที่ไม่ยอมแพ้ แม้จะโดนนำไปก่อนถึงสองประตู พวกเขาก็สามารถกลับมาพลิกสถานการณ์และคว้าชัยชนะได้อย่างยิ่งใหญ่ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทีมและความสามารถในการปรับตัวแก้เกมของผู้ฝึกสอน

การแข่งขันฟุตบอลนักเรียน “กรมพลศึกษา เดลินิวส์คัพ 2025” ยังมีแมตช์ที่น่าสนใจอีกมากมายให้ติดตาม อย่าพลาดชมและเชียร์ทีมโปรดของคุณ!

ที่มา – ปทุมคงคา” พลิกแซงชนะ “ราชวินิตบางแก้ว”ในศึกลูกหนังขาสั้น “เดลินิวส์ คัพ 2025”

ทนายเกิดผลเผยเหตุผลถอนตัวคดีวัดพระบาทน้ำพุ

กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ เมื่อทนายความชื่อดังอย่างนายเกิดผล แก้วกำเนิด ได้ออกมาประกาศถอนตัวจากการทำคดีให้กับวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งนำไปสู่คำถามมากมายถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้มีอะไรซ่อนอยู่? เราจะมาเจาะลึกถึงเหตุผลที่ทนายเกิดผลตัดสินใจถอนตัวจากคดีสำคัญนี้ รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่ออลงกตและทีมทนายความชุดใหม่

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม นายเกิดผล แก้วกำเนิด อดีตทนายความวัดพระบาทน้ำพุ เปิดเผยว่า ตนเองได้ถอนตัวจากการเป็นทนายความของวัด เนื่องจากได้รับข้อมูลว่าสภาทนายความได้จัดตั้งทีมทนายความไปพบหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ก่อนแต่งตั้งทีมทนายความชุดดังกล่าวให้เป็นทนายความส่วนตัวของหลวงพ่ออลงกต

กระทั่งช่วงเย็นของเมื่อวานที่ผ่านมา หลวงพ่ออลงกตได้แจ้งว่า ทนายความชุดใหม่มีความรู้มีประสบการณ์มาก และจากคำพูดของหลวงพ่อ ทำให้มองว่าหลวงพ่ออลงกตอาจมั่นใจในการทำงานของทนายความชุดใหม่มากกว่า จึงตัดสินใจถอนตัว เนื่องจากกังวลเรื่องการทำงานที่ทับซ้อนกัน เพราะถือเป็นมารยาททนายความ หากลูกความมีการแต่งตั้งทนายความชุดใหม่ โดยปกติทนายความชุดเดิมจะต้องถอนตัวออกไป แต่นอกเหนือจากนั้นตัวเองมีปัญหาเรื่องสุขภาพต้องไปฟอกไต หากมีการประชุมคดีแล้วไปไม่ได้ก็จะมีผลกระทบต่อการทำงาน ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอื่น สำหรับการถอนตัวไม่ได้หมายความว่าออกจากการเป็นทนายความของวัด เพราะทางวัดไม่ได้มีคำสั่งถอนออกจากทนายที่ปรึกษาทางกฎหมายวัดพระบาทน้ำพุ แต่การถอนตัวหมายถึงถอนจากการทำคดีของหมอบี ซึ่งก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อรูปคดี เนื่องจากยังไม่มีการดำเนินการทางกฎหมาย

ส่วนกรณีที่ญาติของอดีตไวยาวัจกรวัด ชี้แจงเรื่องการทวงที่ดินวัด ซึ่งเป็นชื่อของอดีตไวยาวัจกรวัด นายเกิดผล ระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้เสนอแนะให้วัดทวงคืนที่ดินดังกล่าว หลังจากทางวัดได้พูดคุยกับญาติของอดีตไวยาวัจกร แต่ญาติกลับแจ้งว่า หากวัดอยากได้ที่ดินผืนดังกล่าวก็ให้ไปฟ้องร้องเอา 

ขณะเดียวกันนายเกิดผลยัง ยืนยันว่า ตนยังคงศรัทธาในตัวหลวงพ่ออลงกต แต่เป็นห่วงลูกศิษย์และคนใกล้ชิด ที่ทำให้สังคมเข้าใจหลวงพ่อผิดไป ดังนั้นบุคคลเหล่านี้ควรจะออกมาชี้แจงต่อสังคม เพื่อปกป้องหลวงพ่อ

ทนายเกิดผล เผยเหตุผลถอนตัวจากคดีวัดพระบาทน้ำพุ

เหตุผลหลักที่ ทนายเกิดผล ตัดสินใจถอนตัวมาจากความกังวลเรื่องการทำงานที่อาจทับซ้อนกับทีมทนายความชุดใหม่ที่หลวงพ่ออลงกตแต่งตั้ง นอกจากนี้ ปัญหาสุขภาพส่วนตัวก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทนายเกิดผลตัดสินใจเช่นนั้น

ทำไมทนายเกิดผลถึงถอนตัวจากคดีวัดพระบาทน้ำพุ

การตัดสินใจของ ทนายเกิดผล ได้สร้างความสงสัยให้กับหลายฝ่ายถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของการถอนตัวครั้งนี้ แม้ว่าทนายเกิดผลจะยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งใดๆ แต่การที่หลวงพ่ออลงกตแต่งตั้งทีมทนายความชุดใหม่ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในวัดพระบาทน้ำพุ

  • ความกังวลเรื่องการทำงานทับซ้อนกับทีมทนายความชุดใหม่
  • ปัญหาสุขภาพส่วนตัวที่ต้องเข้ารับการฟอกไต
  • ความเคารพในมารยาทของทนายความ

ถึงแม้จะถอนตัวจากการทำคดี แต่ทนายเกิดผลยังคงเป็นทนายที่ปรึกษาทางกฎหมายให้กับวัดพระบาทน้ำพุ และยังคงศรัทธาในตัวหลวงพ่ออลงกต

การเปลี่ยนแปลงทีมทนายความในครั้งนี้อาจเป็นโอกาสให้วัดพระบาทน้ำพุดำเนินการทางกฎหมายได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น ด้วยทีมทนายความชุดใหม่ที่มีความรู้และประสบการณ์ ความท้าทายต่อไปคือการจัดการกับประเด็นที่ดินของวัดและการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับสังคมเกี่ยวกับหลวงพ่ออลงกตและวัดพระบาทน้ำพุ

ที่มา – “ทนายเกิดผล”เผยเหตุผลถอนตัวจากทำคดีวัดพระบาทน้ำพุ เหตุ “หลวงพ่ออลงกต”แต่งตั้งทีมทนายความชุดใหม่

MUT2025: เริ่มแล้ว! เก็บตัว 77 สาวงามสุดอลัง

เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ! บรรยากาศการเก็บตัวของ 77 สาวงามผู้เข้าประกวด Miss Universe Thailand 2025 เต็มไปด้วยความอบอุ่น หรูหรา และสง่างามสมการรอคอย แฟนๆ นางงามเตรียมตัวให้พร้อม เพราะการประชันความงามครั้งยิ่งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI โดยคุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวด Miss Universe Thailand & Vice President of Miss Universe Asiana นำ 77 สาวงาม Miss Universe Thailand 2025 เดินทางสู่จังหวัดภูเก็ตเพื่อทำกิจกรรมเก็บตัว ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน และแฟนนางงามที่มารอต้อนรับอย่างคับคั่งตั้งแต่สนามบินจนถึงโรงแรมที่พัก

เมื่อเดินทางถึงภูเก็ต สาวงามเข้าพักที่โรงแรม Kora Beach Resort Phuket และเริ่มต้นกิจกรรมด้วย White Pearl Welcome Party สุดสนุกสนาน เหล่านางงามต่างปรากฏกายด้วยความสวยงามพร้อมสรรพทั้งเสื้อผ้า หน้าผม ต่อด้วยงาน Miss Universe Thailand Extravaganza “Gala Of The Celestial” กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้สนับสนุนได้เฟ้นหานางงามที่มีคะแนนสูงสุดเพื่อร่วมเดินแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรสุดหรูแบรนด์ Kanyanat Gems and Silk

โดยมี 22 สาวงามที่ได้รับคัดเลือกให้เดินแบบเครื่องเพชรในค่ำคืนพิเศษนี้ ได้แก่ มิสยูนิเวิร์สสระบุรี / เพชรบุรี / ปทุมธานี / น่าน มหาสารคาม / เชียงใหม่ / สกลนคร/ สงขลา / อุตรดิตถ์ / พิจิตร/ นครศรีธรรมราช / ขอนแก่น / ปัตตานี / สตูล / สุพรรณบุรี / ราชบุรี นครนายก /ชลบุรี / ลำปาง / กรุงเทพมหานคร / บึงกาฬ /ภูเก็ต ล้วนเป็นตัวแทนที่มีความโดดเด่นและน่าจับตามองในการประกวด Miss Universe Thailand 2025

และผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดในค่ำคืนนั้นคือ ”วีนา ซิงค์“ มิสยูนิเวิร์สสระบุรี 2025 ควบตำแหน่ง Star Of The Night ไปครองอย่างงดงาม ส่วนรองอีก 4 ตำแหน่ง ได้แก่ มิสยูนิเวิร์สนครศรีธรรมราช สงขลา อุตรดิตถ์ และราชบุรี

ค่ำคืนสุดพิเศษจบลงด้วยการฉลองวันคล้ายวันเกิดของคุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวด MIss Universe Thailand & Vice President of Miss Universe Asiana ที่ได้รับคำอวยพรอย่างอบอุ่นและมีความสุข

ทั้งนี้สาวงามทั้ง 77 คน จะร่วมกิจกรรมเก็บตัวกับกองประกวด Miss Universe Thailand 2025 ในจังหวัดภูเก็ตอีกมากมาย อาทิ:

  • 12 สิงหาคม 2568 การประกวดรอบ Queen Of Thai Silk
  • 13 สิงหาคม 2568 การประกวดชุดว่ายน้ำรอบคัดเลือก
  • 14 สิงหาคม 2568 การประกวดมิสยูนิเวิร์สขวัญใจภูเก็ต หรือ Queen Of Phuket

สำหรับการประกวดรอบสำคัญในกรุงเทพฯ มีดังนี้:

  • วันที่ 17 สิงหาคม 2568: Close Door Interview Day (รอบสัมภาษณ์)
  • วันที่ 18 สิงหาคม 2568: National Costume Competition (การประกวดรอบชุดประจำชาติ)
  • วันที่ 20 สิงหาคม 2568: Preliminary Competition (การแข่งขันรอบอุ่นเครื่อง)

สำหรับรอบตัดสิน (Final Competition) Miss Universe Thailand 2025 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2568 ณ MGI Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9 แฟนๆ นางงามห้ามพลาด!

Miss Universe Thailand 2025: เริ่มต้นการเก็บตัวอย่างเป็นทางการ

กิจกรรมที่น่าสนใจในการเก็บตัว Miss Universe Thailand 2025 ที่ภูเก็ต

การเก็บตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเตรียมความพร้อมสำหรับการประกวดเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสอันดีที่สาวงามทั้ง 77 คน จะได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างมิตรภาพที่สวยงาม ร่วมกัน การทำกิจกรรมต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต นอกจากจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

สิ่งที่น่าจับตามองในการประกวดปีนี้:

  • ความสามารถและศักยภาพของสาวงามทั้ง 77 คน ที่มีความหลากหลายและโดดเด่น
  • ชุดประจำชาติสุดอลังการที่จะถูกนำเสนอในการประกวดรอบชุดประจำชาติ
  • การตอบคำถามและทัศนคติของสาวงามในการสัมภาษณ์ ที่จะแสดงให้เห็นถึงความคิดและวิสัยทัศน์ของพวกเธอ
  • การแสดงออกถึงความมั่นใจและความเป็นตัวของตัวเองบนเวที

การประกวด Miss Universe Thailand 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การประกวดความงามเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงทุกคนได้แสดงศักยภาพและความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่ มาร่วมเป็นกำลังใจและติดตามเชียร์สาวงามที่คุณชื่นชอบในการประกวด Miss Universe Thailand 2025 ได้เลย!

ที่มา – เริ่มแล้ว! บรรยากาศเก็บตัว 77 สาวงาม ‘MUT2025’ สุดอบอุ่น หรูหรา สง่างาม

“เด็กไทย” สุดฮอต! คว้า 3 แชมป์ปิงปองเยาวชน

เหล่า “เด็กไทย” สร้างชื่อเสียงกระหึ่ม คว้า 3 แชมป์ในการแข่งขันเทเบิลเทนนิสเยาวชนเก็บคะแนนสะสมโลก “ดับเบิลยูทีที ยูธ คอนเทนเดอร์ เวียงจันทน์ 2025” ที่กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว! การแข่งขันครั้งนี้ประกอบไปด้วย 12 ประเภท ไม่ว่าจะเป็นประเภทเยาวชนชายเดี่ยวและหญิงเดี่ยว รุ่นอายุไม่เกิน 19, 17, 15, 13, 11 ปี และประเภทคู่ผสมรุ่นอายุไม่เกิน 19 กับ 15 ปี

ในวันสุดท้ายของการแข่งขัน ทัพนักกีฬาเทเบิลเทนนิสเยาวชนของ“เด็กไทย” ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง สามารถคว้าแชมป์มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ หลังจากที่วันก่อนหน้าทำได้เพียงรองแชมป์ในประเภทหญิงเดี่ยว 13 ปี และอันดับ 3 จากประเภทคู่ผสม รุ่น 19 ปี และคู่ผสม รุ่น 15 ปี

“เด็กไทย” สุดฮอตปิดจ๊อบ คว้า 3 แชมป์ ศึกปิงปองเยาวชน ที่ สปป.ลาว

เริ่มต้นกันที่ประเภทเยาวชนชายเดี่ยว รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี “นอร์ตั้น” ฐิตภัทร ปรีชาญาณ ดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการเทเบิลเทนนิสไทย ที่เพิ่งได้อันดับ 3 ในประเภทคู่ผสม 15 ปี มารอบชิงชนะเลิศ เอาชนะ เฉิง หยวน-หลุน จากไต้หวัน ไปอย่างสุดมันส์ 3-2 เกม (10-12, 11-7, 14-12, 3-11, 11-9) คว้าแชมป์ไปครองได้อย่างน่าประทับใจ!

ในขณะที่ประเภทเยาวชนชายเดี่ยว รุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี รอบชิงชนะเลิศ เธมร์ รัตนวชิรินทร์ ก็โชว์ฟอร์มสุดยอด เอาชนะ บู คี เรน จากสิงคโปร์ ไปด้วยสกอร์ 3-1 เกม (11-1, 9-11, 11-5, 11-8) คว้าแชมป์ที่ 2 ให้กับทัพ“เด็กไทย” ได้สำเร็จ

“ก้าน” กฤตลดา คว้าแชมป์หญิงเดี่ยว 11 ปี

ทางด้านประเภทเยาวชนหญิงเดี่ยว รุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี ซึ่งมีนักกีฬา 5 คน จึงต้องแข่งแบบพบกันหมด ผลปรากฏว่า “ก้าน” กฤตลดา ชมภูวิเศษ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ตบชนะคู่แข่งทั้ง 4 คน คว้าแชมป์ที่ 3 ให้กับทีมชาติไทยได้อย่างสวยงาม

ส่วน “ต้องใจ” บุญญาพร มีแก้ว ดีกรีรองแชมป์หญิงเดี่ยว รุ่น 11 ปี รายการเยาวชนเก็บคะแนนสะสมโลก พี่สาวของเจ้าตัว “ทอรัก” ธรรญธร มีแก้ว ดีกรีรองแชมป์ ประเภทหญิงเดี่ยว 13 ปี รายการนี้ ก็คว้ารองแชมป์รุ่นนี้มาครองได้เช่นกัน หลังชนะ 3 แพ้ 1

สรุปผลงานของทัพนักกีฬาเทเบิลเทนนิสยุวชน-เยาวชนทีมชาติไทย ในรายการ “ดับเบิลยูทีที ยูธ คอนเทนเดอร์ เวียงจันทน์ 2025” ในครั้งนี้ คว้ามาได้ 3 แชมป์ 2 รองแชมป์ และถ้วยรางวัลอันดับ 3 อีก 2 รางวัล รวมผลงานทั้งหมดเป็นที่น่าพอใจ

สรุปผลงานดังนี้:

  • 3 แชมป์: ชายเดี่ยว 15 ปี (ฐิตภัทร ปรีชาญาณ), ชายเดี่ยว 11 ปี (เธมร์ รัตนวชิรินทร์), หญิงเดี่ยว 11 ปี (กฤตลดา ชมภูวิเศษ)
  • 2 รองแชมป์: หญิงเดี่ยว 13 ปี (ธรรญธร มีแก้ว), หญิงเดี่ยว 11 ปี (บุญญาพร มีแก้ว)
  • อันดับ 3 จำนวน 2 รางวัล: คู่ผสม 19 ปี (วศพล ยะทวานนท์ กับ ภัตศราภรณ์ วงละคร) และ คู่ผสม 15 ปี (ฐิตภัทร ปรีชาญาณ กับ กุลภัสสร์ วิจิตรวิริยะกุล)

ความสำเร็จของเหล่านักกีฬา“เด็กไทย” ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของเยาวชนไทยที่สามารถก้าวไปสู่ระดับนานาชาติได้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนพัฒนาฝีมือต่อไป และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยยิ่งๆ ขึ้นไป

ที่มา – “เด็กไทย” สุดฮอตปิดจ๊อบ คว้า 3 แชมป์ ศึกปิงปองเยาวชน ที่ สปป.ลาว

‘ภูมิธรรม’ เผย ‘แพทองธาร’ ไม่เคยพูดลาออก จริงหรือ?

จากกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หลังจากการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วาระ 2 และ 3 ได้เสร็จสิ้นลงนั้น ล่าสุดนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เพื่อยืนยันความจริงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวแล้ว

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่อิมแพคเมืองทองธานี นายภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวลือว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จะลาออกจากตำแหน่งหลังจากการพิจารณางบประมาณแล้วว่า “ข่าวมาจากไหน มันไม่มีกระแสข่าวหรอก เพราะไม่มีคนพูดและ น.ส.แพทองธาร ก็ไม่เคยพูด ซึ่งนายก ฯ ก็พิสูจน์ตัวเอง อย่าไปเอาอะไรที่คนพูดนิด ๆ หน่อย ๆ มาเป็นกระแสในสังคมเพราะจะเป็นปัญหา ยืนยันว่าไม่มี ยืนยันนายก ฯไม่ได้พูด จบนะ”

คำกล่าวยืนยันของนายภูมิธรรมเป็นการดับชนวนข่าวลือที่แพร่สะพัดไปทั่วสังคมออนไลน์ และยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักลงทุนว่ารัฐบาลยังคงมีความมั่นคงและพร้อมที่จะเดินหน้าบริหารประเทศต่อไป

‘แพทองธาร’ ไม่เคยพูดลาออก จริงหรือ?

นอกจากนี้นายภูมิธรรมยังได้ตอบคำถามเกี่ยวกับแผนสำรองของพรรคเพื่อไทยหากเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝันขึ้น โดยระบุว่า “ไม่มี เพราะนายก ฯ ก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร ซึ่งนายก ฯ ก็พูดชัดเจนแล้วว่าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะฉะนั้นอย่าไปทำให้มีประเด็นอะไร ซึ่งจริงๆ ไม่มีอะไรเลย ย้ำว่าเราไม่เคยได้ยินอะไรเลย และยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีแผนสำรองทุกอย่างว่าไปตามกระบวนการ”

การยืนยันอย่างหนักแน่นถึงความไม่มีอยู่จริงของกระแสข่าวการลาออกของ น.ส.แพทองธาร และการเน้นย้ำถึงความมั่นคงของรัฐบาล แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการควบคุมสถานการณ์และป้องกันการแพร่กระจายของข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศได้

ทำไมข่าวลือเรื่อง ‘แพทองธาร’ ไม่เคยพูดลาออก จึงสำคัญ?

ข่าวลือเกี่ยวกับการลาออกจากตำแหน่งของผู้นำประเทศมักส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและประชาชนทั่วไป การที่นายภูมิธรรมออกมาตอบโต้และยืนยันข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของรัฐบาล

ประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณา:

  • ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว: ข่าวลือดังกล่าวมาจากแหล่งข่าวใด และมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด
  • ผลกระทบต่อตลาดทุน: ข่าวลือนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดทุนอย่างไร และมีมาตรการใดในการป้องกันผลกระทบเชิงลบ
  • การสื่อสารของรัฐบาล: รัฐบาลมีการสื่อสารกับประชาชนอย่างไรเพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำ

โดยรวมแล้ว การออกมาปฏิเสธข่าวลือของนายภูมิธรรมถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดการกับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและการรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือรัฐบาลจะต้องยังคงโปร่งใสและให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของข่าวลือและการคาดเดาในอนาคต

สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วและแพร่หลายในยุคดิจิทัล จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบและยืนยันอย่างรอบคอบก่อนที่จะเชื่อถือและส่งต่อ เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวม การมีสติในการรับข้อมูลและการตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกคน

ที่มา – ‘ภูมิธรรม’ เผย ‘แพทองธาร’ ไม่เคยพูดลาออก หลังผ่านถกงบวาระ2-3

วันแม่ยังสำคัญ! ผลสำรวจชี้คนไทย 84% ให้ความหมาย

ผลสำรวจล่าสุดชี้ชัดว่า วันแม่ยังสำคัญ! คนไทยกว่า 84% ยังคงมองว่า “วันแม่ยังสำคัญ!” และมีความหมายในยุคปัจจุบัน แม้ว่ารูปแบบการแสดงออกจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัยก็ตาม นอร์ทกรุงเทพโพลได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจำนวน 1,002 คน ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 8-10 สิงหาคม 2568 และพบว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับวันแม่อย่างมาก

วันแม่ยังสำคัญ! ผลสำรวจล่าสุดยืนยัน

ผลสำรวจระบุว่า ร้อยละ 64 ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าวันแม่มีความสำคัญอย่างมาก และอีกร้อยละ 20 เห็นว่าค่อนข้างสำคัญ รวมเป็นร้อยละ 84 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวันแม่ยังคงเป็นวันสำคัญในใจของคนไทยส่วนใหญ่อยู่ นอกจากนี้ ร้อยละ 62 มองว่าความหมายของคำว่า “แม่” ในสังคมปัจจุบัน แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วสาระสำคัญยังคงเดิม

การแสดงความรักต่อแม่ในวันแม่มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย โดยมีการแสดงความรักผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่ง 5 อันดับแรกของการแสดงความรักในวันแม่ ได้แก่:

  • ส่งข้อความหรือโทรศัพท์หาแม่ (85%)
  • พาแม่ไปทานข้าวหรือท่องเที่ยว (66.7%)
  • พูดบอกรักแม่ต่อหน้า (55%)
  • โพสต์รูปภาพหรือข้อความบนโซเชียลมีเดีย (50%)
  • ช่วยงานบ้านหรือดูแลแม่เป็นพิเศษ (33%)

จะเห็นได้ว่าการส่งข้อความหรือโทรศัพท์หาแม่ยังคงเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการแสดงความรักในวันแม่ รองลงมาคือการพาแม่ไปทานข้าวหรือท่องเที่ยว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการใช้เวลาร่วมกันกับแม่ยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนไทย

Social Media กับ วันแม่

ผศ. ดร. สานิต ศิริวิศิษฐ์กุล หัวหน้าศูนย์สำรวจความคิดเห็นนอร์ทกรุงเทพโพล กล่าวว่า การโพสต์ความรักแม่บนโซเชียลมีเดียถือเป็นการแสดงออกที่เหมาะสมในยุคสมัยใหม่ โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 65 เห็นด้วยกับประเด็นนี้ ขณะเดียวกันร้อยละ 52 ยังนิยามคำว่า “แม่” หมายถึงเฉพาะแม่โดยกำเนิดเท่านั้น แต่ก็มีถึงร้อยละ 32 ที่มองว่าความหมายของแม่กว้างกว่าความสัมพันธ์ทางสายเลือด

ในยุคดิจิทัล การแสดงออกความรักต่อแม่ผ่านช่องทางออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติและเป็นที่ยอมรับกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การแสดงความรักด้วยการกระทำจริงๆ และการใช้เวลาร่วมกันกับแม่ก็ยังคงมีความสำคัญไม่แพ้กัน

วันแม่ยังสำคัญ! เพราะเป็นวันที่เราได้แสดงความกตัญญูและความรักต่อผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็นการบอกรัก การกอด การให้ของขวัญ หรือเพียงแค่ใช้เวลาร่วมกัน ก็ล้วนเป็นการแสดงออกถึงความรักและความห่วงใยที่เรามีต่อแม่ได้ทั้งสิ้น

ที่น่าสนใจคือ แม้ว่านิยามของคำว่า “แม่” จะเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น แต่ความสำคัญของบทบาทความเป็นแม่และการแสดงความรักต่อแม่ก็ยังคงเหนียวแน่นในสังคมไทย

ดังนั้น ในวันแม่ปีนี้ อย่าลืมแสดงความรักและความกตัญญูต่อแม่ของคุณ ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม เพราะทุกการกระทำของคุณจะมีความหมายต่อท่านอย่างแน่นอน

ที่มา – วันแม่ยังสำคัญ! ผลสำรวจช้คนไทยกว่า 84% มอง “วันแม่” มีความหมายในยุคปัจจุบัน

ผู้ป่วยภาวะเป็นพิษจากกัญชาในสหรัฐฯ เพิ่มในเด็ก

สถานการณ์ที่น่ากังวลในสหรัฐอเมริกา เมื่อรายงานข่าวจากสำนักข่าวเอเอฟพี เผยว่าจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจาก ผู้ป่วยภาวะเป็นพิษจากกัญชาในสหรัฐฯ กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น ข้อมูลจากศูนย์พิษวิทยาแห่งอเมริกาชี้ให้เห็นถึงรายงานผลกระทบเชิงลบจากกัญชามากกว่า 13,000 กรณี ซึ่งถูกจัดอยู่ในประเภท “ภาวะเป็นพิษที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต” แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงสร้างความวิตกกังวลให้แก่ผู้ปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า ตัวเลขที่ปรากฏนั้นอาจต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากโรงพยาบาลหลายแห่งไม่ได้มีข้อบังคับในการรายงานกรณีดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ทำให้ตัวเลขที่แท้จริงอาจสูงกว่าที่ประเมินไว้ ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ ผู้ป่วย ภาวะเป็นพิษจากกัญชาในสหรัฐฯ มากกว่า 75% ในปี 2567 เป็นเด็กหรือวัยรุ่น ซึ่งบ่งชี้ถึงปัญหาการเข้าถึงกัญชาที่ง่ายขึ้น หรือการขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอันตรายของสารเสพติดชนิดนี้

“เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส” สื่อชื่อดังของสหรัฐฯ รายงานว่า มีเด็กจำนวนมากที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหลังจากบริโภคผลิตภัณฑ์กัญชาจากของสะสมของญาติหรือเพื่อน โดยเด็กเหล่านี้แสดงอาการหวาดระแวง อาเจียน หรืออาการอื่น ๆ ที่บ่งชี้ถึงภาวะเป็นพิษ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจและกระตุ้นให้เกิดคำถามเกี่ยวกับมาตรการการป้องกันและการดูแลเด็กให้ห่างไกลจากสารเสพติด

ถึงแม้ว่าข้อมูลจากศูนย์ควบคุมพิษจะระบุว่า ในกรณีส่วนใหญ่ของการสัมผัสกับกัญชา ผลกระทบทางกายภาพมักไม่รุนแรง แต่การได้รับพิษอย่างต่อเนื่องก็อาจนำไปสู่ปัญหาด้านการหายใจ หรือผลกระทบอื่น ๆ ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ดังนั้น การตระหนักถึงอันตรายและการป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ผู้ป่วยภาวะเป็นพิษจากกัญชาในสหรัฐฯ

สถานการณ์การเพิ่มขึ้นของ ผู้ป่วยภาวะเป็นพิษจากกัญชาในสหรัฐฯ นั้นเห็นได้ชัดเจนจากข้อมูลที่เปรียบเทียบในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในปี 2552 ศูนย์พิษวิทยาได้รับรายงานผู้ป่วยภาวะเป็นพิษจากกัญชาเพียง 10 คน แต่ในปีที่แล้ว จำนวนผู้ป่วยพุ่งสูงขึ้นกว่า 620 คน โดยส่วนใหญ่ยังคงเป็นเด็กหรือวัยรุ่น ที่น่าเศร้าคือ ในจำนวนนี้มีมากกว่า 100 คนที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของผลกระทบที่เกิดขึ้น

ทำไมผู้ป่วยภาวะเป็นพิษจากกัญชาในสหรัฐฯ ถึงเพิ่มขึ้น?

ปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุของการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย ภาวะเป็นพิษจากกัญชาในสหรัฐฯ มีหลายประการ ได้แก่ การเข้าถึงกัญชาที่ง่ายขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมายในบางรัฐ การเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์กัญชาที่หลากหลายและน่าดึงดูดสำหรับเด็ก เช่น ขนมและเยลลี่ และการขาดความตระหนักถึงอันตรายของกัญชาในกลุ่มผู้ปกครองและเด็ก

  • การเข้าถึงที่ง่ายขึ้น: กฎหมายที่ผ่อนปรนทำให้กัญชาหาซื้อง่ายขึ้น
  • ผลิตภัณฑ์ที่น่าดึงดูด: กัญชาในรูปแบบขนมล่อตาล่อใจเด็ก
  • ขาดความตระหนัก: การศึกษาและข้อมูลที่ถูกต้องยังไม่เพียงพอ

ศูนย์ประเมินว่า ผู้เสียชีวิต 4 ราย นับตั้งแต่ปี 2552 น่าจะมีสาเหตุจากภาวะเป็นพิษจากกัญชา ซึ่งเป็นข้อมูลที่น่าสลดใจและเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ข้อมูลจากปี 2567 ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมและวิเคราะห์ แต่แนวโน้มที่ปรากฏก็เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจน

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เราควรให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนเกี่ยวกับอันตรายของกัญชาและสารเสพติดอื่นๆ รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและสนับสนุนให้พวกเขาหลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติด นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรเก็บรักษากัญชาและผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชาให้พ้นมือเด็ก และพูดคุยกับลูกหลานเกี่ยวกับอันตรายของสารเสพติดอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา

การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย ภาวะเป็นพิษจากกัญชาในสหรัฐฯ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การให้ความรู้ การป้องกัน และการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยปกป้องเยาวชนของเราจากอันตรายของสารเสพติด

ที่มา – ผู้ป่วยภาวะเป็นพิษจากกัญชาในสหรัฐเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเด็ก-วัยรุ่น