ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ตม.ศรีสะเกษ ล่าแรงงานต่างด้าวเถื่อน ไม่พบกัมพูชา

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ธนวัฒน์ พูลสวัสดิ์ ผกก.ตม.จว.ศรีสะเกษ และ พ.ต.ท.จิรายุทธ คงคลัง รอง ผกก.ตม.จว.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.ศรีสะเกษ ได้นำ “รถยนต์ไฟฟ้าตรวจการณ์อัจฉริยะ BMW” ซึ่งติดตั้งกล้องความละเอียดสูงและระบบสื่อสารทันสมัย ลงพื้นที่เปิดปฏิบัติการบูรณาการตรวจสอบแรงงานต่างด้าว

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ได้แก่ จัดหางานจังหวัดศรีสะเกษ, แรงงานจังหวัดศรีสะเกษ, สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดศรีสะเกษ, ประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษ, สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 38 ศรีสะเกษ, ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ และตำรวจท่องเที่ยว

เป้าหมายหลัก คือการสุ่มตรวจ ห้างหุ้นส่วน ทีเค เจริญรุ่งเรือง จำกัด เลขที่ 29 หมู่ 7 ตำบลซำ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งประกอบกิจการรับจ้างรมควันยางแผ่นดิบอัดก้อน บริเวณโรงงานเต็มไปด้วยไอรมยางและเสียงเครื่องจักรดังสนั่น ขณะที่เจ้าหน้าที่ทยอยเข้าตรวจสอบอย่างเข้มงวด จากการตรวจนับแรงงาน พบว่ามีลูกจ้างรวม 80 คน แบ่งเป็น สัญชาติไทย 52 คน สัญชาติลาว 14 คน สัญชาติกัมพูชา 14 คน

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจเอกสารการอนุญาตทำงานและการอยู่ในราชอาณาจักรของแรงงานต่างด้าวทุกคน ผลปรากฏว่า เอกสารถูกต้องครบถ้วน ไม่พบแรงงานผิดกฎหมาย แรงงานบังคับ หรือแรงงานเด็ก รวมถึงไม่พบพฤติกรรมเข้าข่ายการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน

พ.ต.อ.ธนวัฒน์ เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุก เพื่อป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย รวมถึงสร้างความมั่นใจให้สถานประกอบการดำเนินกิจการอย่างถูกต้อง และคุ้มครองสิทธิแรงงานทุกคน

ตม.ศรีสะเกษ ล่าแรงงานต่างด้าวเถื่อนโรงงานตามชายแดน ไม่พบกัมพูชาหนีเข้าเมือง

ล่าสุด ตม.ศรีสะเกษได้ดำเนินการตรวจสอบสถานประกอบการในพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันปัญหาการลักลอบเข้าเมืองและการใช้แรงงานผิดกฎหมาย โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพสูงสุด

ผลการปฏิบัติการ ตม.ศรีสะเกษ ล่าแรงงานต่างด้าวเถื่อน

ผลการปฏิบัติการที่ผ่านมา พบว่าสถานประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ยังคงต้องเฝ้าระวังและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายในรูปแบบต่างๆ

การตรวจสอบครั้งนี้เป็นการยืนยันว่ามาตรการควบคุมและตรวจสอบ แรงงานต่างด้าวเถื่อน มีความเข้มงวดและมีประสิทธิภาพ ทำให้สถานประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษทางกฎหมาย นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าทางการกำลังทำงานอย่างเต็มที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ

การทำงานของ ตม.ศรีสะเกษ ในการ ล่าแรงงานต่างด้าวเถื่อน และการตรวจสอบสถานประกอบการตามแนวชายแดน ถือเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งในการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การที่ ไม่พบกัมพูชาหนีเข้าเมือง ในการปฏิบัติการครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการควบคุมและสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การปฏิบัติการประสบความสำเร็จ การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ช่วยให้การตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การที่สถานประกอบการให้ความร่วมมือในการตรวจสอบและปฏิบัติตามกฎหมาย แสดงให้เห็นถึงความตระหนักถึงความสำคัญของการใช้แรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากมีการละเมิดกฎหมายแรงงาน สถานประกอบการควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบเอกสารและการอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องยังคงมีความจำเป็น เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายในรูปแบบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น รถยนต์ไฟฟ้าตรวจการณ์อัจฉริยะ BMW ที่ติดตั้งกล้องความละเอียดสูงและระบบสื่อสารทันสมัย ช่วยให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

การ ล่าแรงงานต่างด้าวเถื่อน ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การจับกุมผู้กระทำผิด แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การสร้างความเข้าใจและความตระหนักถึงความสำคัญของการใช้แรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และการคุ้มครองสิทธิของแรงงานทุกคน การให้ความรู้และคำแนะนำแก่สถานประกอบการและแรงงานต่างด้าวเกี่ยวกับกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันปัญหาการละเมิดกฎหมายแรงงาน

การที่ ตม.ศรีสะเกษ สามารถดำเนินการตรวจสอบและควบคุมแรงงานต่างด้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนักและการทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ทุกนาย การสนับสนุนและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ

ดังนั้น การป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจึงเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือประชาชนทั่วไป การร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาและสร้างสังคมที่เคารพกฎหมาย จะช่วยสร้างความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศชาติ

ที่มา – ตม.ศรีสะเกษ ล่า แรงงานต่างด้าวเถื่อนโรงงานตามชายแดน ไม่พบกัมพูชาหนีเข้าเมือง

“น้องทอรัก” หักด่านคว้า รองแชมป์ปิงปองยูธ

การแข่งขันเทเบิลเทนนิสเยาวชน เก็บคะแนนสะสมโลก รายการ “ดับเบิลยูทีที ยูธ คอนเทนเดอร์ เวียงจันทน์ 2025” ที่ไอเทค มอลล์ กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว มีนักกีฬากว่า 180 คนจาก 14 ประเทศ ร่วมชิงชัย โดยสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย ส่งมือตบเยาวชนและยุวชนทีมชาติ 20 คน ร่วมแข่งขัน

ผลปรากฏว่า นักตบลูกเด้งยุวชนไทย สามารถทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ได้ 1 คน ได้แก่ “ทอรัก” ธรรญธร มีแก้ว วัย 13 ขวบ ที่เพิ่งก้าวขึ้นมาติดธงยุวชนทีมชาติไทย เมื่อปีที่แล้ว ลงแข่งขันในประเภทเยาวชนหญิงเดี่ยว รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการกีฬาไทย

เส้นทางสู่รองแชมป์ของ “น้องทอรัก” นั้นไม่ง่ายเลย เธอต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งฝีมือดีมากมาย ในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม 5 เธอแข่งขันกับนักกีฬาร่วมกลุ่ม 3 คน ซึ่งสาวน้อยของไทย เอาชนะนักกีฬาศรีลังกาและเวียดนาม ได้ แต่แพ้สิงคโปร์ ทำผลงาน ชนะ 2 แพ้ 1 ยังดีพอที่ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์

จากนั้นในรอบ 16 คน “น้องทอรัก” เอาชนะนักกีฬาลาวได้สำเร็จ ทำให้เธอสามารถเข้าไปเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศ และเธอก็สามารถเอาชนะนักกีฬาจากไต้หวันได้อีกด้วย ต่อมาในรอบรองชนะเลิศ เธอก็ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม เอาชนะมือดีจากไต้หวันได้อีกหนึ่งคน ทำให้เธอได้สิทธิ์เข้าไปชิงชนะเลิศ

ในรอบชิงชนะเลิศ “น้องทอรัก” ต้องพบกับ ซี จิ๊ง เฉิน จากไต้หวัน อย่างไรก็ตาม คราวนี้ ซี จิ๊ง เฉิน ตีได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด และเป็นฝ่ายเอาชนะ “น้องทอรัก” ธรรญธร มีแก้ว ไป 3-0 เกม (11-2, 11-4, 11-4) ทำให้สาวน้อยของไทย คว้าตำแหน่งรองแชมป์ ประเภทหญิงเดี่ยว รุ่นอายุ 13 ปี ไปครองอย่างน่าเสียดาย

“น้องทอรัก” หักด่านมือดี คว้ารองแชมป์ รุ่น 13 ปี ศึกปิงปองยูธ ที่นครเวียงจันทน์

นอกจากผลงานของน้องทอรักแล้ว นักกีฬาไทยคนอื่น ๆ ก็ทำผลงานได้ดีเช่นกัน

ในประเภทคู่ผสม รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี “กาย” วศพล ยะทวานนท์ จับคู่กับ “ไอซ์” ภัตศราภรณ์ วงละคร สามารถทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนที่จะพ่ายให้กับ ฮุง จิง-ไค กับ หวู่ ยิ๋ง สวน จากไต้หวัน ไปอย่างน่าเสียดาย 2-3 เกม (8-11, 11-8, 6-11, 11-7, 4-11) ทำให้ วศพล กับ ภัตศราภรณ์ คว้าอันดับ 3 ไปครอง

ส่วนประเภทคู่ผสม รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี “นอร์ตั้น” ฐิตภัทร ปรีชาญาณ กับ “พลอย” กุลภัสสร์ วิจิตรวิริยะกุล คู่มือวางอันดับ 1 ของรายการ ก็สามารถเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ได้เช่นกัน แต่ต้องเสียท่าแพ้ให้กับคู่ของ อี ฮังโกยล กับ คิม มินโซ จากเกาหลีใต้ ไป 1-3 เกม (4-11, 11-5, 9-11, 7-11) ทำให้ ฐิตภัทร กับ กุลภัสสร์ ได้อันดับ 3 มาครองเช่นกัน

อนาคตสดใสของ “น้องทอรัก”

ถึงแม้ว่า “น้องทอรัก” จะพลาดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย แต่การที่เธอสามารถคว้าตำแหน่งรองแชมป์ในรายการระดับนานาชาติได้นั้น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของเธออย่างชัดเจน เชื่อว่าด้วยการฝึกฝนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง “น้องทอรัก” จะสามารถก้าวขึ้นไปเป็นนักกีฬาเทเบิลเทนนิสระดับโลกได้อย่างแน่นอน

ผลงานของ “น้องทอรัก” และนักกีฬาไทยคนอื่น ๆ ในรายการนี้ เป็นสิ่งที่น่ายินดีและแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาของวงการเทเบิลเทนนิสไทย เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักกีฬาเหล่านี้จะได้รับการสนับสนุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีระดับโลกต่อไป

ที่มา – “น้องทอรัก” หักด่านมือดี คว้ารองแชมป์ รุ่น 13 ปี ศึกปิงปองยูธ ที่นครเวียงจันทน์

ชายแดนสงบ ศูนย์พักพิงศรีสะเกษคลี่คลาย

วันที่ 8 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่อำเภอกันทรารมย์ และกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งใช้รองรับประชาชนที่อพยพหนีเหตุความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา พบว่าเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังสถานการณ์ตามแนวชายแดนผ่อนคลายลงอย่างชัดเจน สถานการณ์ชายแดนสงบ ศูนย์พักพิงศรีสะเกษเริ่มดีขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นภายหลังการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ระหว่างฝ่ายไทยและกัมพูชา ซึ่งสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ถึง 13 ข้อ มุ่งยุติการสู้รบและฟื้นฟูสันติภาพในพื้นที่ชายแดน

เมื่อผลการเจรจาถูกเผยแพร่ออกมา บรรยากาศในศูนย์พักพิงเต็มไปด้วยความดีใจและโล่งใจ ชาวบ้านหลายครอบครัวเริ่มทยอยเก็บสัมภาระเตรียมเดินทางกลับภูมิลำเนา บางรายตัดสินใจกลับทันที แม้ยังไม่มีประกาศอนุญาตจากจังหวัด

นางสุเทียน วงศ์เมือง อายุ 57 ปี ชาวตำบลบึงมะลู เล่าว่า ดีใจอย่างมากเมื่อทราบข่าวหยุดยิง และตั้งใจจะกลับบ้านทันทีหลังรับสิ่งของช่วยเหลือจากอำเภอ “จะมีการยิงกันอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้ขอกลับบ้านก่อน เพราะคิดถึงบ้านจริง ๆ”

ด้านนางหนูเพียร บึงพยอม อายุ 70 ปี เปิดเผยว่า ได้เก็บของเตรียมไว้แล้ว หากเห็นชาวบ้านคนอื่นทยอยกลับ ก็จะกลับเช่นกัน เพราะไม่อยากอยู่ลำพังในศูนย์พักพิง

ขณะที่นางสะอาด อ่อนศรี อายุ 55 ปี ชาวตำบลบึงมะลู กล่าวชื่นชมการหยุดยิง แต่ยอมรับว่ายังไม่สามารถไว้วางใจฝ่ายกัมพูชาได้เต็มที่ เนื่องจากเคยเกิดเหตุยิงปืนใหญ่เข้ามาในฝั่งไทย พร้อมเรียกร้องให้ปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างจริงจัง “อยากให้บ้านเมืองสงบ ไม่อยากเห็นลูกหลานต้องหนีตายเหมือนที่ผ่านมา”

นางสุธี มั่นชาติ อายุ 60 ปี กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่อำเภอที่ดูแลผู้ลี้ภัยอย่างดีตลอดเวลาในศูนย์พักพิง ทั้งด้านอาหารครบ 3 มื้อ และความปลอดภัย พร้อมขอบคุณทหารทุกนายที่เสียสละเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ “คนไทยทุกคนต้องซาบซึ้งในความเสียสละนี้”

อย่างไรก็ตาม จังหวัดศรีสะเกษยังไม่ได้ประกาศอนุญาตให้ชาวบ้านเดินทางกลับอย่างเป็นทางการ โดยอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ร่วมกับฝ่ายทหาร เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ก่อนจะมีคำสั่งให้ทยอยกลับภูมิลำเนาในโอกาสต่อไป

ชายแดนสงบ ศูนย์พักพิงศรีสะเกษเริ่มคลี่คลาย

สถานการณ์ล่าสุดแสดงให้เห็นถึงความหวังในการกลับคืนสู่สภาวะปกติสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งชายแดน อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเกี่ยวกับการกลับบ้านอย่างเป็นทางการยังคงต้องรอการประเมินอย่างรอบคอบจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการคลี่คลายสถานการณ์ ชายแดนสงบ ศูนย์พักพิงศรีสะเกษ

  • ข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อระหว่างไทยและกัมพูชา
  • ความต้องการกลับภูมิลำเนาของชาวบ้าน
  • การประเมินความปลอดภัยของพื้นที่โดยเจ้าหน้าที่

การเจรจาและการบรรลุข้อตกลงร่วมกันระหว่างประเทศเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดน การที่ประชาชนแสดงความต้องการที่จะกลับไปยังบ้านเกิดของตนเองเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความหวังและความเชื่อมั่นในการสร้างชีวิตใหม่

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาถึงความปลอดภัยของพื้นที่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบและการวางแผนอย่างรัดกุมจะช่วยให้การกลับคืนสู่ภูมิลำเนาเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

การดูแลและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบยังคงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในด้านอาหาร ที่พัก และความปลอดภัย นอกจากนี้ การให้ความช่วยเหลือด้านจิตใจและการสนับสนุนทางสังคมก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถปรับตัวและเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างเข้มแข็ง

ชายแดนสงบ ศูนย์พักพิงศรีสะเกษ: ความหวังและความท้าทายในการกลับคืนสู่ปกติสุข การสร้างความเชื่อมั่นและการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสันติภาพและความมั่นคงในระยะยาว

เราหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และประชาชนในพื้นที่ชายแดนจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้โดยเร็ววัน

ที่มา – ชายแดนสงบ ศูนย์พักพิงศรีสะเกษเริ่มคลี่คลาย หลังไทย–กัมพูชาบรรลุหยุดยิง 13 ข้อ

“จั๊กจั่น อคัมย์สิริ” ท้อเรื่องลูก แต่ทำใจแล้ว

แต่งงานกันไปพักใหญ่แล้วสำหรับคู่ของดาราสาว จั๊กจั่น อคัมย์สิริ และสามีสุดหล่อ เค วัฒนา ที่ทั้งคู่เองก็พยายามมีลูกกันอย่างเต็มที่แล้ว แต่ลูกก็ยังไม่มา ล่าสุดสาวจั๊กจั่นไปร่วมงาน TAVO PETS Thailand’s First Launch เจ้าตัวก็อัพเดทเรื่องนี้ให้ฟังว่า

จั๊กจั่น เผยว่า “อย่างที่รู้ๆ ว่าที่ผ่านมาก็พยายามอยู่เนาะ 3-4 ปีตั้งแต่แต่งงานมาก็พยายามอยู่ ก็รู้สึกเครียดกดดันค่ะ ต่อไปนี้ก็คือจะให้เคได้ใช้ความสามารถของตัวเองที่มี(ยิ้ม)ที่ผ่านมา เค้าก็ใช้ด้วย เพียงแต่ที่ผ่านมาเราก็อยากจะเลือกเพศ อยากให้เกิดตรงกับปีมังกรบ้าง ปีอะไรบ้าง แล้วก็คือไม่ได้ ประสบการณ์ที่ผ่านมา ไปใส่ตัวอ่อนทำไมไม่ได้มันก็อาจจะแบบเราเครียดด้วย แล้วเราก็ต้องกำหนดว่าเราต้องใส่ปีนี้ ปีนั้น แล้วจะดีส่งเสริมเรา เหมือนแบบเราก็แอบเครียด และด้วยความที่อายุเราไม่ใช่น้อยพอผสมมาเกรดตัวอ่อนก็ไม่ค่อยโอเค ฝังไปก็เลยไม่ติด ไปทำมาสามรอบแล้ว ตอนนี้ปล่อยตามธรรมชาติ มาก็มา ไม่มาก็ไม่เป็นไร ในแต่ละรอบ เค้าก็จะปลอบเราแต่ส่วนใหญ่เราจะเป็นคนแพ้ฮอร์โมนมาก ก็จะสวิงมากเหวี่ยงมาก ก็สงสารสามีเหมือนกันแหละตอนช่วงเทคฮอร์โมน ตั้งเป้าว่าอีกสองปีค่ะจะพอแล้ว ถ้า 45 ไม่มีก็จะปิดอู่เลย คือจริงๆ ด้วยการแพทย์สมัยนี้อายุเยอะก็มีลูกได้นะ แต่เราแค่กลัวว่าเราจะคุยกับลูกไม่รู้เรื่อง เพราะเด็กสมัยนี้อย่างน้องๆ ที่มาเล่นซีรีส์เราก็ตามเค้าไม่ค่อยทันก็เลยกลัวว่าเราจะคุยกับลูกไม่รู้เรื่อง แล้วเดี๋ยวนี้ทุกอย่างเค้าก็อยู่ในมือถือในออนไลน์ ก็คิดว่าอีกสองปีไม่มีก็ไม่มีแล้ว เพราะไม่คิดว่าจะวิ่งตามลูกทัน”

“ต่อไปก็คงจะบุญอุ้มสมมั้ง มันอาจจะยังไม่ถึงเวลาของเรา มันก็หลายอย่างฮอร์โมนความเครียด แต่ก็พยายามแล้ว มูก็มูแล้ว ก็เลยไม่เป็นไรอาจจะไม่มีใครที่คู่ควรหรือว่าบุญสัมพันธ์กัน ก่อนหน้ามูฉ่ำค่ะ หมอดูเค้าก็บอกว่าแล้วแต่เรา มีแบบเด็กหญิงรอมาเกิดอยู่ จริงๆ ก็ไหว้เสริมอะไรมาแล้วแต่ว่าก็ยังไม่มาก็เลยไม่รู้จะทำยังไงก็ไม่อยากเครียดแล้ว มาก็มาไม่มาก็ใช้ชีวิตสบายดี ที่ผ่านมาก็ไม่ธรรมชาติหลังจากนี้ ธรรมชาติก็มีแต่ก็มีวิทยาศาสตร์ ถ้าธรรมชาติตั้งแต่แรกอาจจะมีไปแล้ว”

จั๊กจั่น เล่าต่อว่า “สามีท้อไหมจุดนี้ ก็ไม่ท้อหรอก ก็ตามใจ เพราะว่าสุดท้ายแล้วเราก็เป็นคนฉีด (ทั้งคู่แข็งแรง?) แข็งแรง ดูข้างนอกแข็งแรงแต่เราก็ไม่รู้ว่าข้างในมีอะไรหรือเปล่า แต่ก็ตรวจดูแล้วนะมดลูกก็ปกติดี แต่ก็คุยว่าถ้ามาก็อยากให้เป็นคู่บุญบารมีถ้าคู่กรรมไม่เอา หรืออธิฐานแบบนี้ก็ไม่รู้ก็เลยยาก เรื่องลดสเปกก็ไม่เห็นว่าอะไรนางก็เห็นด้วยนะ ก็ปีจะได้ส่งเสริมกัน แต่ก็อธิฐานตลอดว่าถ้ามีก็อยากให้เป็นคู่บุญบารมี อย่าเป็นคู่เวรคู่กรรม ส่วนจั่นเอง รับงานค่ะแต่ว่าไม่มีละครค่ะช่วงนี้ ก็ติดต่อเข้ามาได้นะคะยังรออยู่”

ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม jj_akhamsiri

จั๊กจั่น อคัมย์สิริ

จากบทสัมภาษณ์ล่าสุด จั๊กจั่น อคัมย์สิริ ได้เปิดใจถึงเรื่องการมีลูกที่เธอและสามีพยายามกันมาตลอดหลายปี แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้เธอรู้สึกท้อแท้และกดดันเป็นอย่างมาก

ความพยายามที่จะมีลูกของ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ

หลังจากแต่งงาน จั๊กจั่น อคัมย์สิริ และสามีได้พยายามที่จะมีลูกด้วยวิธีต่างๆ ทั้งธรรมชาติและการทำเด็กหลอดแก้ว แต่ก็ยังไม่สำเร็จ ทำให้จั๊กจั่นรู้สึกเครียดและกดดันมากยิ่งขึ้น เธอเล่าว่าการเตรียมร่างกายและการฉีดฮอร์โมนส่งผลต่ออารมณ์ของเธอเป็นอย่างมาก จนบางครั้งก็ทำให้เธอรู้สึกเหวี่ยงและสงสารสามี

ด้วยอายุที่มากขึ้น คุณภาพของตัวอ่อนก็ไม่ค่อยดี ทำให้การฝังตัวไม่สำเร็จ จั๊กจั่นจึงตัดสินใจที่จะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ หากมาก็มา หากไม่มาก็ไม่เป็นไร

ทำใจและใช้ชีวิตให้มีความสุข

ปัจจุบัน จั๊กจั่น อคัมย์สิริ ได้ทำใจกับเรื่องการมีลูกแล้ว เธอบอกว่าเธอและสามีจะใช้ชีวิตให้มีความสุข และหากไม่มีลูกก็ไม่เป็นไร เธอยังคงเปิดรับงานแสดงและรอคอยบทบาทใหม่ๆ ที่ท้าทาย

เรื่องราวของ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าการมีลูกไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต การใช้ชีวิตให้มีความสุขและทำในสิ่งที่รักก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน

ที่มา – “จั๊กจั่น อคัมย์สิริ” พยายามจนท้ออยากมีลูก แต่ยังไม่มาก็ได้แต่ทำใจ ยอมรับก่อนหน้านี้เครียดและกดดันมากๆ

24 ทีม! ชิงแชมป์ศึกลูกหนังยูแชมเปี้ยนชิพที่อุบลฯ

การแข่งขันฟุตบอลชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 หรือ “ศึกลูกหนังยูแชมเปี้ยนชิพ” กำลังจะระเบิดศึกขึ้นที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี 24 ทีมชั้นนำจากทั่วประเทศเข้าร่วมประชันฝีเท้าเพื่อชิงเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เป็นประธานในการแถลงข่าวและจับสลากการแข่งขัน ศึกลูกหนังยูแชมเปี้ยนชิพ รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ พร้อมมอบถ้วยรางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และทุนการศึกษา รวมมูลค่า 1,000,000 บาท ณ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถนนโยธี

การแข่งขันรอบคัดเลือกระดับภูมิภาคทั้ง 5 ภาคได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยมีทีมตัวแทนจากแต่ละภาคจำนวน 22 ทีม พร้อมด้วยทีมเจ้าภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และทีมแชมป์เก่า มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ รวมเป็น 24 ทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-10 กันยายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

สำหรับเงินรางวัลในรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ทีมแชมป์จะได้รับเงินรางวัล 400,000 บาท รองแชมป์ 200,000 บาท อันดับ 3 100,000 บาท และอันดับ 4 80,000 บาท ส่วนทีมที่ตกรอบก่อนรองชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัลทีมละ 55,000 บาท

24 ทีมชั้นนำ ประชันแข้งล่าแชมป์ ศึกลูกหนังยูแชมเปี้ยนชิพ ที่อุบลราชธานี

นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 เป็นโครงการที่สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมของนิสิตนักศึกษา โดยมุ่งเน้นการฟื้นฟูกิจกรรมด้านการกีฬาระหว่างสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งมีการจัดการแข่งขัน 2 รอบ ได้แก่ รอบคัดเลือกระดับภูมิภาค 5 ภาค และรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ

ทีมที่เข้าร่วมแข่งขัน ศึกลูกหนังยูแชมเปี้ยนชิพ

ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้มีทั้งหมด 24 ทีม ดังนี้:

  • ม.ราชภัฏอุบลราชธานี (เจ้าภาพ)
  • ม.นอร์ทกรุงเทพ (แชมป์เก่า)
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ม.ธุรกิจบัณฑิตย์
  • ม.กรุงเทพธนบุรี
  • ม.ธรรมศาสตร์
  • ม.ราชภัฏเชียงใหม่
  • ม.ปทุมธานี
  • ม.ราชภัฏนครราชสีมา
  • วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย
  • ม.ขอนแก่น
  • ม.ราชภัฏสงขลา
  • ม.ทักษิณ
  • มจพ.พระนครเหนือ
  • ม.กรุงเทพ
  • ม.ศิลปากร
  • ม.เกษมบัณฑิต
  • ม.นเรศวร
  • ม.ราชภัฏเพชรบุรี
  • ม.การจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น
  • ม.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • ม.วงษ์ชวลิตกุล
  • ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช
  • ม.สงขลานครินทร์

การแข่งขัน ศึกลูกหนังยูแชมเปี้ยนชิพ ครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญให้นักเตะจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้แสดงศักยภาพและพัฒนาฝีเท้า หวังว่าการแข่งขันจะเป็นไปอย่างสนุกสนานและสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทุกท่าน

ที่มา – 24 ทีมชั้นนำ ประชันแข้งล่าแชมป์ ศึกลูกหยังยูแชมเปี้ยนชิพ ชิงเงินรางวัล 1 ล้านบาท ที่อุบลราชธานี

ศรีสะเกษสั่งเฝ้าระวังชายแดน แจ้งเตือนภัย!

จังหวัดศรีสะเกษยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยชายแดน สั่งเฝ้าระวังเข้มข้น พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังโดรนและวัตถุระเบิด รวมถึงเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสในการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ นี่คือประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในการประชุมล่าสุดของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดศรีสะเกษ

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เปิดเผยว่า นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้มอบหมายให้เป็นประธานในการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดศรีสะเกษ และศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ ภัยอื่นๆ ประจำปี 2568 เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดมาตรการป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำของกองกำลังนอกประเทศ การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดนเป็นสำคัญ

ศรีสะเกษสั่งเฝ้าระวังชายแดน แจ้งเตือนโดรน-วัตถุระเบิด พร้อมย้ำเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือโปร่งใส

ประเด็นสำคัญที่ถูกเน้นย้ำในการประชุมคือ การแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานความมั่นคงและประกาศของจังหวัดอย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะตัดสินใจอพยพกลับภูมิลำเนาของตนเอง หากประชาชนพบเห็นอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ที่ควบคุมการบินมาจากภายนอกประเทศ ขอให้แจ้งสายด่วน 1374 หรือ 191 ได้ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีการรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการเก็บกู้วัตถุระเบิดที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ ซึ่งขณะนี้สามารถเก็บกู้ได้แล้วจำนวน 13 ลูก และขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นวัตถุต้องสงสัยใดๆ ในพื้นที่ ให้รีบแจ้งสายด่วน 191 โดยทันที เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน

ในส่วนของมาตรการด้านสุขภาพ มีการประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังการระบาดของโรคมาลาเรียในศูนย์พักพิงชั่วคราวและพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเน้นย้ำให้ประชาชนดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลและป้องกันตนเองจากยุงกัด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

ความโปร่งใสในการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือ

อีกประเด็นที่สำคัญคือ การบริหารจัดการด้านการเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้รายงานข้อเสนอแนะจากสำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัด เกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยเน้นย้ำให้การเบิกจ่ายเป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และหนังสือสั่งการอย่างเคร่งครัด และต้องไม่มีการเบิกจ่ายซ้ำซ้อน เพื่อให้เงินช่วยเหลือถึงมือผู้ที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง

พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดหารือแนวทางการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ไม่ได้อยู่ในเขตประกาศช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยในกรณีที่ได้ทำประกันไว้กับบริษัทต่างๆ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการช่วยเหลือให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจและความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น

สถานการณ์ชายแดนเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด การที่ศรีสะเกษสั่งเฝ้าระวังชายแดน แจ้งเตือนโดรน-วัตถุระเบิด พร้อมย้ำเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือโปร่งใส แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการดูแลความปลอดภัยและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน การแจ้งเตือนเกี่ยวกับโดรนและวัตถุระเบิดเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนมีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น และการศรีสะเกษสั่งเฝ้าระวังชายแดน แจ้งเตือนโดรน-วัตถุระเบิด พร้อมย้ำเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือโปร่งใสจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าเงินช่วยเหลือจะถูกใช้อย่างถูกต้องและโปร่งใสอย่างแน่นอน

ดังนั้น การที่จังหวัดศรีสะเกษสั่งเฝ้าระวังชายแดน แจ้งเตือนโดรน-วัตถุระเบิด พร้อมย้ำเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือโปร่งใส นับเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

ที่มา – ศรีสะเกษสั่งเฝ้าระวังชายแดน แจ้งเตือนโดรน-วัตถุระเบิด พร้อมย้ำเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือโปร่งใส

ไทยฮอนด้าเปิดตัวรถ 2 รุ่นใหม่ พร้อมทิศทางครึ่งปีหลัง

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย จัดงานแถลงข่าว ‘Thai Honda Press Conference & Mid-Year Meeting 2025 : Leading The Future’ ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ภายในงานมีการประกาศภาพรวมผลประกอบการครึ่งปีแรก และแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลัง พร้อมเปิดตัวรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ ‘All New Honda Wave125’ รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมพรีเซนเตอร์คนใหม่ ‘โจอี้-ภูวศิษฐ์’ นักร้องเลือดอีสานขวัญใจมหาชน และ ‘New Honda Forza 350 Special Edition x Öhlins’ ที่ร่วมกับ Öhlins แบรนด์เทคโนโลยีช่วงล่างระดับโลก พัฒนาชุดโช้กอัพ Special Edition สุดพรีเมียม รวมถึง New Honda Giorno+ อีกหนึ่งรุ่นยอดนิยมที่มาพร้อมสีใหม่ สีน้ำเงิน Matte Blue ร่วมด้วยการเผยแผนดำเนินโครงการบริจาคหมวกกันน็อก 60,000 ใบทั่วประเทศ เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีไทยฮอนด้า

มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวเปิดงาน “ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ไทยฮอนด้าได้เผชิญทั้งความท้าทายและโอกาส พร้อมก้าวผ่านช่วงเวลาสำคัญไปพร้อมกับลูกค้าและพันธมิตรทุกฝ่าย ในช่วงครึ่งปีแรก ยอดขายรวมของตลาดรถจักรยานยนต์อยู่ที่ 1.06 ล้านคัน หรือ เพิ่มขึ้น 101% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ยอดขายของไทยฮอนด้าอยู่ที่ 0.86 ล้านคัน หรือ เติบโต 102%  เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สำหรับตลาดรวมตลอดปี 2568 เราคาดการณ์เหมือนตอนต้นปีว่าจะมียอดขายรวมอยู่ที่ 1.68 ถึง 1.73 ล้านคัน หรือ เติบโตประมาณ 101% ส่วนไทยฮอนด้าตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1.36 ถึง 1.40 ล้านคัน หรือราว 102% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์และบริการของฮอนด้าอย่างต่อเนื่อง”

“และรถจักรยานยนต์ในกลุ่มรถครอบครัว ยังคงเป็นเซกเมนต์ที่ได้รับความนิยมสูง เป็นเวลากว่า 28 ปีแล้วที่ Honda Wave เป็นมากกว่ารถจักรยานยนต์ ที่อยู่เคียงข้างคนไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยยอดขายสะสมกว่า 19 ล้านคัน ในวันนี้เราจึงกลับมาพร้อมการยกระดับกับ All New Honda Wave125 รุ่นใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ทั้งในด้านคุณภาพ ความคุ้มค่า และสไตล์ที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยเราได้ร่วมงานกับศิลปินชื่อดังอย่าง ‘โจอี้ ภูวศิษฐ์’ เพื่อเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทันสมัยและเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ครอบครัวยุคใหม่ ตอกย้ำความผู้นำในกลุ่มรถครอบครัวที่หลายคนยกให้เป็นอันดับหนึ่ง”

All New Honda Wave125 ครั้งแรกกับเทคโนโลยี Combine Brake System (CBS) ที่ช่วยกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจทุกการเบรกหยุดรถได้อย่างนุ่มนวล และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพิ่มความสะดวกสบายด้วยฟีเจอร์ใหม่ ทั้ง New Honda SMART Key กุญแจรีโมตอัจฉริยะล้ำสมัย (เฉพาะรุ่นล้อแม็ก-กุญแจรีโมต) และชุดควบคุมการทำงานสวิตซ์เปิด-ปิดเบาะ อีกทั้ง New USB-C Charger ช่องชาร์จไฟสำรองทุกที่แบบไม่มีสะดุด และ New Rotation Hook ที่แขวนอเนกประสงค์พับเก็บได้ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

All New Honda Wave125 ยังคงตอบโจทย์ในเรื่องประหยัด ทนทาน ด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุด 71.4 กม./ลิตร และมาพร้อมเครื่องยนต์ Honda Smart Engine 125 ซีซี พร้อมเปิดวางจำหน่ายด้วย 5 สีใหม่สุดพรีเมียม ทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่นล้อแม็ก-กุญแจรีโมต มีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีน้ำตาล-ดำ, สีน้ำเงิน-ดำ, สีขาว-ดำ และสีดำ ราคาแนะนำ 60,800 บาท ตามด้วยรุ่นล้อแม็ก มีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีน้ำตาล-ดำ, สีน้ำเงิน-ดำ, สีขาว-ดำ และสีดำ ราคาแนะนำ 59,400 บาท และรุ่นล้อซี่ลวด มีทั้งหมด 2 ดำ ได้แก่ สีแดง-ดำ และสีดำ ราคาแนะนำ 57,200 บาท

เสริมความพิเศษไปอีกขั้น กับรุ่น All New Honda Wave125R อัปลุคใหม่ให้สปอร์ตเกินต้าน ด้วยชุดแต่ง H2C ดีไซน์โฉบเฉี่ยว สติกเกอรสีทูโทนตกแต่งรอบคัน เพิ่มความจัดจ้านด้วยโช้กหลัง Profender สีแดงทอง มาพร้อมที่ปรับระดับ Rebound ช่วยซับแรงสะเทือนได้ดี ราคาแนะนำ 66,200 บาท

และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ New Honda Forza 350 Special Edition x Öhlins เสริมลุคสปอร์ตด้วยชุดสติกเกอร์ Öhlins รอบคัน สะท้อนความพรีเมียมด้วย โลโก้ Bold Emblem สีทอง มาพร้อมชุดแผ่นวางเท้าและพักเท้าหลังจาก H2C จำนวนจำกัดเพียง 500 คันทั่วประเทศ ราคาแนะนำ 207,000 บาท

พร้อมกันนี้ นำเสนออีกหนึ่งรุ่นยอดนิยมกับ New Honda Giorno+ ที่มาพร้อมกับสีใหม่ ‘สีน้ำเงินเข้ม Matte Blue’ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Rise to New High พาสไตล์คุณเหนือใคร’ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ แมตช์ได้ทุกลุคสายแฟชั่น วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ในราคาแนะนำ 67,700 บาท มีให้เลือกถึง 7 เฉดสี ในรุ่น ABS ได้แก่ น้ำเงิน-ดำ, สีส้ม-ดำ, สีเทา-ดำ, สีขาว-ดำ และ สีดำ รุ่น CBS ได้แก่ สีเขียว-ดำ และ สีเหลือง-ดำ

ไทยฮอนด้าเปิดตัวรถ 2 รุ่นใหม่-เผยทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง

สรุปแล้ว ไทยฮอนด้าเปิดตัวรถ 2 รุ่นใหม่-เผยทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง ถือเป็นการประกาศที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน

ไทยฮอนด้าเผยทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง

การที่ไทยฮอนด้าเปิดตัวรถ 2 รุ่นใหม่-เผยทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา – ไทยฮอนด้าเปิดตัวรถ2 รุ่นใหม่-เผยทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง

บุ๋ม ปนัดดา ฟาดมาลี โสเจียตา! รอไว้นะ!

จากกรณีที่ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี อายุ 49 ปี พิธีกรและนางงามชื่อดัง ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นโฆษกของศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.จิตอาสา) ซึ่งนับเป็นภารกิจสำคัญที่เจ้าตัวจะเข้ามาทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ หลายคนก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นหลากหลาย โดยเข้ามาแสดงความยินดีและขอให้บุ๋มช่วยประชาสัมพันธ์ รวมถึงบอกกล่าวข่าวที่เป็นความจริงไปสู่สายตาชาวโลกอีกทางหนึ่งด้วย

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 8 ส.ค. บุ๋ม ปนัดดา ได้เปิดใจกับ เดลินิวส์ หลังรับตำแหน่งดังกล่าว โดยเล่าว่า ”สถานการณ์ชายแดนตอนนี้ความรุนแรงแล้วแต่จุด ถ้าน่าห่วงคือเนินสามห้าศูนย์ , ช่องอานม้ามีบ้าง ตาควายมีบ้าง เพราะอยู่กันแค่นี้ 30 เมตร เขาเลยแอบโยนหินมาก่อกวนเราตอนดึกมากกว่า เขาจะเน้นการยั่วยุมากกว่า แต่ทหารไทยรับมือได้สบายค่ะ ทหารไทยขวัญและกำลังใจดีมาก เห็นจากสิ่งที่เราทำให้ คนลงพื้นที่ไปทำ เขารับรู้ได้ถึงกำลังใจจากประชาชนคนไทยแนวหลังทุกคน เขาขอบคุณมาก และเพื่อปกป้องอธิปไตยของคนไทยทุกคน เขาไม่ถอยอยู่แล้วค่ะ ถามว่ามันช้าไปไหม บุ๋มตอบเลยว่าช้าไปค่ะ จริงๆบุ๋มว่าตำแหน่งนี้มาช้าไปด้วยซ้ำ คิดว่าทุกคนคงคิดเหมือนกันว่าปนัดดามาช้าไป แต่เขาคงรอให้ถึงขีดสุด คงรู้สึกว่าฝั่งนั้นก็ยังไม่หยุดเฟคนิวส์สักที ก็เลยต้องหาใครสักคนออกมาเคลียร์ เพราะที่ผ่านมา ถ้าเป็นผู้ชายทำเขาจะรู้สึกกระดากที่จะต้องมานั่งตีกับผู้หญิง แต่ใครที่สะใจว่าบุ๋มเข้ามาตีกับเจ๊มาลี บุ๋มบอกเลยว่าบุ๋มจะทำมากกว่านั้น บุ๋มไม่ได้มาตีกับใครซักคน แต่บุ๋มยันด้วยความจริง ที่มันควรจะเกิดขึ้นและมันควรจะเป็น เพราะการตีกับใครสักคนด้วยฝีปากและอารมณ์ดิฉันก็ทำได้ แต่ดิฉันจะไม่ทำเพราะนี่คือภาพลักษณ์ของประเทศไทย และทุกสิ่งทุกอย่างที่จะออกจากปากของดิฉันไปต่างชาติต้องได้ยิน มันไม่ได้เป็นสิ่งที่คนไทยเท่านั้นที่จะรู้ แต่ต่างประเทศจะต้องรู้ว่าประเทศไทยเราโดนกระทำอะไรบ้าง ดังนั้นนี่คือสิ่งที่บุ๋มจะขอพลังจากทุกคนค่ะ“

”ถามว่าได้ดูการทำงานของคุณมาลีไหม คงไม่มีประโยชน์อะไรกับการจะพูดกับคนที่กล้าโกหกขนาดนี้ ออกสื่อโลก และเราก็ไม่ต้องให้ราคาอะไรกับเขาด้วยเพียงแต่ว่าการต่อสู้กับคนที่ขี้โกหก คือการที่เราต้องไม่โกหกค่ะ ถ้าเราไปโกหกตาม เราก็จะเป็นแค่พวกเดียวกับเขา ดังนั้นเราต้องเหนือกว่าด้วยการอยู่บนความจริงและพูดด้วยหลักฐานทุกอย่างเขาจะหงายออกไปเอง เดี๋ยวนี้อะไรที่ไม่จริง อะไรที่ปลอมเดี๋ยวมันก็เปิดเผย ประเทศอื่นอารยธรรมเขาไปไกลขนาดนั้นเขาดูออกแต่เขาไม่พูด สุดท้ายเรื่องที่คนไทยแสดงพลังรักกันในเหตุการณ์นี้ บุ๋มมองเห็นเสมอค่ะในฐานะของบุ๋มนะ เราเห็นกำลังใจตลอดมันเป็นพลังน้ำใจที่งดงามมากๆและสิ่งนี้จะทำให้คนที่เจอวิกฤตต่างๆก้าวพ้นข้ามผ่านไปได้ อยากจะขอบคุณแทนพี่น้องถ้าทหาร ขอบคุณแทนผู้อพยพทุกคนที่ทุกท่านส่งพลังให้พวกเขา คอยเป็นห่วงเป็นใย คอยไปทำโรงครัวให้ ก็อยากให้กำลังใจกันนะคะ หลังจากผ่านวิกฤตกันไป บุ๋มขออย่างเดียว ไปเที่ยวกันเยอะๆนะคะอยากให้ไปเที่ยวเพราะที่ผ่านมาเศรษฐกิจมันนิ่งและสะดุดหมดเลย เด็กๆก็ไม่ได้เรียน หลังจากนี้ถ้าสงบแล้วจริงๆ บุ๋มอยากจะจัดพาเที่ยวจากโฆษก ศบ.ทก จิตอาสาค่ะ ประสาทต่างๆ ให้เห็นความงดงามของประเทศไทย และไปช่วยให้เศรษฐกิจเขาฟื่องฟูกลับมา และนี่คือพลังจากพวกเราค่ะ”

ทั้งนี้ บุ๋ม ปนัดดา ได้ฝากถึงคุณมาลี ด้วยภาษาอังกฤษว่า “I can’t believe the you deliver fake news all the time to the world But from now on, everyone will get the truth from Thailand And wait for me for the upcoming news Only the truth will go from my message. Wait for that (แปลภาษาไทยได้ความว่า) ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่า คุณส่งข่าวปลอมไปทั่วโลกตลอดเวลา แต่จากนี้ไป ทุกคนจะได้รับความจริงจากประเทศไทย รอไว้นะ! กับข่าวที่จะมาในเร็ว ๆ นี้ ข่าวที่ส่งออกไปจากฉัน จะมีแต่ความจริงเท่านั้น รอไว้นะ!

บุ๋ม ปนัดดา ฟาดกลับ! รอไว้นะ!

จากสถานการณ์ชายแดนที่ตึงเครียด การเข้ามาของบุ๋ม ปนัดดา ในฐานะโฆษก ถือเป็นความหวังที่จะนำเสนอความจริงสู่สายตาชาวโลก และเป็นการตอบโต้ข่าวสารที่บิดเบือน หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามองคือการตอบโต้กับคุณมาลี โสเจียตา โฆษกกัมพูชา ซึ่งบุ๋มได้กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างชัดเจนว่า รอไว้นะ! จะนำเสนอแต่ความจริงเท่านั้น

จับตา! บุ๋ม ปนัดดา ประกาศ “รอไว้นะ!”

สิ่งที่น่าสนใจคือ การใช้ภาษาอังกฤษของบุ๋ม ปนัดดา เพื่อสื่อสารไปยังนานาชาติ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้องเข้าถึงผู้คนในวงกว้าง การประกาศว่า “รอไว้นะ!” ยิ่งเป็นการสร้างความคาดหวังว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่จะทำให้ความจริงปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้น

การเข้ามาของบุ๋ม ปนัดดา ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การรับตำแหน่ง แต่เป็นการประกาศสงครามกับข่าวปลอม และการให้คำมั่นสัญญาว่าจะนำเสนอความจริงสู่สายตาชาวโลก การที่เธอใช้คำว่า “รอไว้นะ!” เป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนทั่วไป ว่าความจริงกำลังจะถูกเปิดเผย

ที่มา – รอไว้นะ! “บุ๋ม ปนัดดา” ฟาดด้วยความจริงถึง “มาลี โสเจียตา” โฆษกกัมพูชา” ปัง ดัง ตรงประเด็น!

“เก๋ ชลลดา” ไร้สัญญาณป่วยเยื่อบุสมองอักเสบ

ทำเอาแฟนๆ เป็นห่วงอย่างมากหลังจากนักแสดงสาวมากความสามารถ “เก๋-ชลลดา เมฆราตรี” ได้ออกมาโพสต์ภาพขณะแอดมิตอยู่ที่โรงพยาบาล พร้อมเล่าอาการป่วยที่เริ่มต้นจากอาการปวดศีรษะรุนแรงจนคิดว่าเป็นไมเกรนธรรมดา แต่เมื่อตรวจอย่างละเอียดกลับพบว่าเป็นโรคเยื่อบุสมองอักเสบที่เกิดจากเชื้อไวรัสเริมขึ้นสมอง งานนี้ทำเอาหลายคนอยากรู้ว่าเธอเป็นโรคนี้จากสาเหตุอะไร ล่าสุดสาวเก๋ไปร่วมงาน TAVO PETS Thailand’s First Launch “Pets Protection Reimagined” เจ้าตัวก็เล่าให้ฟังว่า

‘เก๋ ชลลดา’ ปวดหัวหนักนึกว่าไมเกรน ที่แท้ ‘เยื่อบุสมองอักเสบ’ ไวรัสเริมขึ้นสมอง!

เก๋ เผยว่า “ครั้งนี้ที่ไม่สบายไม่ได้มีสัญญาณอะไรจะป่วยเลย ทำงานปกติ วันที่ไม่สบายยังไปส่งสุนัข 2 ตัวที่ได้บ้านใหม่ไปหาผู้อุปการะ ก็อุ้มเค้าอยู่ดีๆ หันคอแล้วก็รู้สึกเจ็บที่ต้นคอมากๆ ก็เลยรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติแน่เลยก็เลยนั่งพักปรากฏว่ามันวิ่งจากคอขึ้นมาหลังหูแล้วก็มาที่ขมับ ก็เลยรู้สึกว่าอาการป่วยมันไม่น่าปกติแล้ว แต่โชคดีมากๆ ผู้อุปการะน้องหมาเค้าเป็นเวลล์เนสเซ็นเตอร์พอดี เค้าก็เลยปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วก็ให้น้ำเกลือให้เรารู้สึกแข็งแรงขึ้นนิดนึง แล้วก็กลับมาบ้านมาพักผ่อน ก็แบบไม่หายปวดหัวซักทีเป็นการปวดหัวที่แปลกมาก ตอนแรกนึกว่าเป็นไมเกรน ก็ทานยาทุกอย่างนอนไปแล้วไม่รู้สึกดีขึ้นเลย วันรุ่งขึ้นก็ไม่ไหวผิดปกติแล้วก็เลยไปหาคุณหมอ คุณหมอก็เลยบอกว่าโชคดีมากๆ เลยนะจริงๆ แล้วปวดหัวแบบนี้ควรจะมาหาคุณหมอภายใน 6 ชั่วโมง เก๋รอมาตั้ง 19 ชั่วโมง แต่ก็ยังโชคดีที่ภายใน 24 ชั่วโมง อาการปวดหัวคือปวดศีรษะรุนแรงมากๆ แล้วก็เจ็บคอเหมือนคนเมื่อยคอ คอเคล็ดไม่สามารถก้มคอได้ อาการประมาณนั้น แล้วก็มีตาพร่าแล้วก็มีแสงแฟลชในตา เก๋ไม่มีสัญญาณใดๆเลยนะคือจะบอกว่าใช้ชีวิตปกติมาก แล้วอาทิตย์ก่อนที่จะเข้าโรงพยาบาลก็ใช้ชีวิตปกติ ก็มีออกกำลังกายปกติวันที่ไม่สบายก็ยังออกกำลังกายตอนเช้า”

เก๋ ชลลดา

“คุณหมอบอกว่าจริงๆ เยื่อบุสมองอักเสบจริงๆ แล้วมันเป็นโรคที่ไม่ใช่ปกติ อย่างเก๋ถ้ามาช้าอีกนิดนึงคุณหมอก็บอกว่าจะมีอาการปากเบี้ยว หรือเป็นอัมพฤกษ์ชั่วคราว สาเหตุจริงๆ แล้วทุกคนถ้าเกิดใครเคยเป็นอีสุกอีใสอันนี้ของเก๋ ใครเคยเป็นก็จะมีไวรัสตัวนี้อยู่ในตัว ซึ่งไวรัสตัวนี้ก็เป็นตัวเดียวกับโรคเริม ที่เป็นที่ปากเป็นที่มือที่เท้า เพียงแต่ของเก๋มันไม่ได้ขึ้นอย่างนั้นมันไปขึ้นที่เยื่อบุสมองเลย ก็คือเยื่อบุสมองอักเสบ ซึ่งโชคดีที่ไปเร็วถ้าไปช้ามันก็จะเข้าไปที่แกนสมอง สิ่งที่กระตุ้นมันคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็อาจจะนอนน้อยติดต่อกันสามวัน แล้วก็อาจจะทานอาหารไม่ตรงเวลาด้วยเป็นจังหวะ คือเหมือนจังหวะมันนิดเดียวเองแล้วก็คุณหมอบอกว่าสาเหตุโรคนี้จริงๆ เกิดจากภูมิต้านทานตก พักผ่อนไม่เพียงพอ แล้วก็อาจจะมีความเครียด ซึ่งก็บอกคุณหมอว่าเก๋ไม่มีอะไรเครียดเลยนะคะ คุณหมอก็บอกว่าอาจจะเครียดไม่รู้ตัวหรือเปล่า อาจจะไม่รู้ตัว”

เก๋ เล่าต่อว่า “จริงๆ โชคดีมากที่เก๋เนี่ยคุณหมอเอะใจได้เร็ว พอไปแอดมิตหนึ่งคืนไม่ดีขึ้นไข้ขึ้นตอนกลางคืน เช้ามาคุณหมอก็ให้ยาฆ่าเชื้อ ยาต้านไวรัสเลย รักษาทุกโรคเลย พอประมาณช่วงบ่ายโมงก็เจาะไขสันหลังเพื่อดูว่าเป็นอะไร ก็เลยเจอโรคไวรัสเฉพาะ คือเป็นไวรัส HSV ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่มียาเฉพาะทาง มันก็เป็นยากว้างๆ ของการต้านไวรัส ซึ่งคุณหมอก็ช่วยเต็มที่ ถามว่าหายขาดไหม จริงๆ แล้วตั้งแต่วันแรกที่ให้ยามันไม่มียาที่รักษาโดยตรง มันจะเป็นยาฉีดเข้าทางสายน้ำเกลือ ซึ่งเก๋แอดมิตมาประมาณเจ็ดวันแล้วเส้นมันแตก เจาะหลายที่แล้วไม่มีเส้นให้ได้ คุณหมอก็เลยให้กลับมาทานยาที่บ้าน ซึ่งจริงๆ แล้วต้องทานยาไปถึง 10 วัน ซึ่งเมื่อวานเพิ่งหมดวันที่ 10 แล้ววันนี้วันที่ 11 ก็เลยมาทำงาน แล้วก็ยังตอบไม่ได้ว่ามันหายจริงหรือเปล่า ร่างกายตอนนี้เก๋ จริงๆ ยังไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์มาก เมื่อกี้ตอนอยู่บนเวทีแล้วอากาศร้อนรู้สึกเลยมันเหมือนตัวหนักๆ คือโรคนี้เค้าบอกว่าต้องระวังเส้นเลือดมากๆ คุณหมอก็เลยบอกว่าช่วงนี้อย่าเพิ่งทำงานกลางแจ้งนะคะ อย่าเพิ่งโดนแดด ตอนนี้คิดว่าเรื่องนี้ ก็คงเป็นสัญญาณเตือนนะคะอย่างที่เก๋บอกในไอจีของเก๋ อุตส่าห์ดีใจว่า 10 ปีไม่ได้เข้าโรงพยาบาลเลย บริษัทประกันคงรักเก๋มากๆ ไม่ได้ใช้เลย พูดปัปได้เข้าโรงพยาบาลเลย ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนภัยแล้วกันให้เราไม่ประมาท คือเราต้องรู้ลิมิตร่างกายตัวเอง ฝากเตือนไปถึงเพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนด้วยนะคะจริงๆ แล้วอะไรก็ตามที่ผิดปกติจากที่เราเคยเป็นให้ไปพบแพทย์เลยนะคะ คือมันผิดปกติแสดงว่ามันไม่ใช่แล้ว อย่าคิดว่าปวดหัวแค่นี้กินยาแล้วหาย จริงๆ แล้วมันอาจจะไม่ได้ช่วยโดยตรงก็ได้เก๋ว่าพบแพทย์ดีที่สุดค่ะ”

เก๋ ชลลดา

“สามีของเก๋คือวันที่ไม่สบายโชคร้ายนิดนึงคือเค้าไม่อยู่ประเทศไทยพอดี ตอนแอดมิตก็ยังไม่อยากบอกกลัวเค้าเป็นห่วงเพราะเค้าต้องไปประชุม เค้าโทรมาตอนดึกก็เลยต้องบอกว่าตอนนี้อยู่โรงพยาบาล เค้าก็ตกใจแล้วยิ่งพอเล่าว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับสมองทุกคนก็เป็นห่วงหมด ครอบครัวก็เป็นห่วงมากๆ ก็มาดูกันไปหมดเลย หลังจากนี้ก็ต้องรู้จักลิมิตของตัวเอง ฟังร่างกายจริงๆ บางทีรู้สึกว่าเหนื่อยนะแต่ไม่เป็นไรอีกนิดเดียวอึดได้ แต่เราต้องรู้จักลิมิตของตัวเอง แล้วหลังจากนี้จะไม่ฝืนแล้วเรียกว่าช่วงนี้ก็ต้องเข้าออกโรงพยาบาลเลยเดี๋ยวอาทิตย์หน้าคุณหมอนัดตรวจเลือด เพราะยาที่ให้ก็แอบเป็นยาที่ค่อนข้างแรง ก็เป็นห่วงเรื่องไต”

เก๋ ชลลดา

“เก๋ ชลลดา” ไร้สัญญาณป่วยเยื่อบุสมองอักเสบ

จากเรื่องราวของเก๋ ชลลดา ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการใส่ใจสุขภาพและสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย หากพบความผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที เพราะหากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ดังเช่นกรณีของโรคเยื่อบุสมองอักเสบ ที่หากรักษาช้าอาจส่งผลให้เกิดอาการปากเบี้ยวหรืออัมพฤกษ์ชั่วคราวได้

ดังนั้น การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ และทานอาหารที่มีประโยชน์ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรคต่างๆ รวมถึงโรคเยื่อบุสมองอักเสบด้วย

อาการของเยื่อบุสมองอักเสบเป็นอย่างไร?

อาการเยื่อบุสมองอักเสบที่เก๋ ชลลดา พบเจอ เช่น ปวดหัวรุนแรง เจ็บคอ ก้มคอไม่ได้ ตาพร่า และมีแสงแฟลชในตา หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที

ที่มา – “เก๋-ชลลดา” ไร้สัญญาณป่วยเยื่อบุสมองอักเสบ ถ้ารักษาช้าอาจจะปากเบี้ยว-อัมพฤกษ์ชั่วคราว

กมธ.ตรวจเยี่ยมทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติ

นายจำลอง อนันตสุข สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะรองประธานและโฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา พร้อมด้วยคณะอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษา ได้เดินทางไปยังศูนย์ฝึกกีฬาคนพิการแห่งชาติ จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อ ตรวจสอบความพร้อมของนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ซึ่งกำลังเตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขัน มหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่จะจัดขึ้นในช่วงต้นปีหน้า ที่จังหวัดนครราชสีมา

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้รับฟังข้อมูลเชิงลึกจากนายอัครวิทย์ จิ๋วนารายณ์ ผู้อำนวยการการกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค 2 และนายไมตรี คงเรือง นายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เกี่ยวกับความคืบหน้าและสภาพความพร้อมของนักกีฬาในประเภทสำคัญ เช่น แบดมินตัน, วีลแชร์บาสเกตบอล, ยกน้ำหนัก และวีลแชร์ฟันดาบ นอกจากนี้ยังได้เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจทีมนักกีฬา กรีฑาคนพิการทางปัญญา ที่ปักหลักฝึกซ้อมอยู่ที่ศูนย์ฯ เช่นเดียวกัน

นายจำลอง เผยว่า คณะกรรมาธิการของวุฒิสภาได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย การเดินทางมายังศูนย์ฝึกแห่งชาติในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การเยี่ยมชมทั่วไป แต่เป็นการเข้าตรวจสอบความพร้อมอย่างเป็นทางการ เพื่อให้แน่ใจว่านักกีฬาคนพิการของไทยได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านสถานที่ฝึกซ้อม อุปกรณ์กีฬา และวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขัน *กีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่จะจัดขึ้นในช่วงต้นปีหน้า ถือเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและองค์กรด้านกีฬาที่เกี่ยวข้อง ในการสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพของนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยให้สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเวทีระดับนานาชาติ เพื่อสร้างชื่อเสียงและนำความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศชาติ.

กมธ.การท่องเที่ยวฯ ตรวจเยี่ยมความพร้อมทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติ

คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกกีฬาคนพิการแห่งชาติ จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อประเมินความพร้อมของนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ก่อนเข้าร่วมการแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ที่จะจัดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมาในช่วงต้นปีหน้า

ความสำคัญของการสนับสนุนทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติ

การสนับสนุนนักกีฬาคนพิการอย่างเต็มที่ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นด้านสถานที่ฝึกซ้อม อุปกรณ์กีฬาที่ทันสมัย หรือวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ได้มาตรฐาน การลงทุนในด้านเหล่านี้จะช่วยให้นักกีฬาสามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่และสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมในระดับนานาชาติ

การแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์เป็นเวทีสำคัญที่นักกีฬาคนพิการจากทั่วภูมิภาคอาเซียนจะได้แสดงความสามารถและศักยภาพของตนเอง การที่นักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยได้รับการเตรียมความพร้อมอย่างดี จะช่วยเพิ่มโอกาสในการคว้าเหรียญรางวัลและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ

นอกจากนี้ การสนับสนุนนักกีฬาคนพิการยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมในสังคม และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนพิการทุกคนให้หันมาเล่นกีฬาและพัฒนาตนเอง การที่นักกีฬาคนพิการประสบความสำเร็จในการแข่งขัน จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนพิการคนอื่นๆ และกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทัศนคติของสังคมที่มีต่อคนพิการ

การที่คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของนักกีฬาคนพิการ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมกีฬาคนพิการอย่างจริงจัง การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐและภาคเอกชน จะช่วยให้นักกีฬาคนพิการไทยสามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติในเวทีระดับนานาชาติ

เราเชื่อมั่นว่าด้วยความมุ่งมั่นและความพยายามของนักกีฬา รวมถึงการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน นักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยจะสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ และนำความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศไทยอย่างแน่นอน

ที่มา – กมธ.การท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา ตรวจเยี่ยมความพร้อมทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติ