ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ที แอนด์ บี ส่งคอนเทนต์ไทยโกอินเตอร์

บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) หนึ่งในบริษัทผู้สร้างสรรค์ผลงานแอนิเมชันระดับโลกยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานอย่างไม่หยุดนิ่ง ล่าสุดผลงานแอนิเมชัน องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ Out Of the Nest ได้รับการคัดเลือกให้เข้าฉายในงาน ASEAN Film Festival 2025 ที่ Hong Kong Arts Centre ณ เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ในวันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม ศกนี้ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากการลงทะเบียนเข้าชมเต็มในทุกที่นั่ง และยังจะได้ร่วมรับฟัง Post-Screening Talk สุดพิเศษ นำโดย Dr. Qing Liu และ Ms. Miriam Shah จาก Yew Chung College of Early Childhood Education ถือเป็นก้าวสำคัญของ ที แอนด์ บี ในการผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่สายตาชาวโลก

​งาน ASEAN Film Festival 2025 เป็นงานที่จัดขึ้นโดยการรวมภาพยนตร์จาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน นำมาให้ผู้ร่วมงานเข้าชม ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-31 สิงหาคม 2025 ซึ่งมีภาพยนตร์ให้ชมกว่า 20 เรื่อง และไม่มีค่าใช้จ่ายซึ่งต้องลงทะเบียนเข้าชมล่วงหน้า และในปีนี้ยังได้เพิ่มภาพยนตร์อีก 4 ประเทศ ในเขต Belt and Road ได้แก่ อียิปต์ ฮังการี คาซัคสถาน และ ตุรกี

ดร.ณัฐวัฒน์ อริยวรารมย์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “นับเป็นนิมิตหมายที่ดีที่แอนนิเมชันไทยได้ก้าวเข้าไปสู่ระดับโกลบอลและได้รับการยอมรับมากขึ้นในการสร้างสรรค์ไม่ว่าจะเป็นด้าน Production หรือ ด้านเนื้อหาที่สอดแทรกเข้าไป ซึ่งใน Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ เราก็สอดแทรกในเรื่องของการสร้างแรงบันดาลใจในการรู้จักตัวเองและเชื่อมั่นในตัวเอง ซึ่งในงาน ASEAN Film Festival นี้ก็จะเป็นหนึ่งเวทีที่เราจะได้เผยแพร่ผลงานจากประเทศไทย โดยแอนิเมชันเรื่องนี้ก็ได้มีการขายลิขสิทธิ์ไปฉายในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก และยังได้รับคัดเลือกไปฉายในงานเทศกาลต่างๆ ในต่างประเทศมาแล้ว ซึ่งเชื่อว่าแอนิเมชันเรื่องนี้จะได้เดินทางไปยังอีกหลายประเทศอีกแน่นอน”

​นอกจากนี้ในเดือนที่ผ่านมา องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ Out Of the Nest ก็ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ สหรัฐอเมริกา ซึ่งในปีที่ผ่านมาก็ได้รับการคัดเลือกเข้าฉายในงาน Creative Talent Network Expo (CTNX) ที่สหรัฐอเมริกา โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็น Featured Showcase เนื่องจากเป็นผลงานที่มีความโดดเด่นด้านศิลปะและการเล่าเรื่อง

ที แอนด์ บี กับผลงานที่ไม่หยุดนิ่ง เดินหน้าส่งคอนเทนต์ไทยโกอินเตอร์

ความสำเร็จของ ที แอนด์ บี ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทยในการสร้างสรรค์ผลงานระดับสากล เรื่องราวขององครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบที่เดินทางไปฉายในต่างประเทศและได้รับการตอบรับอย่างดีนั้น เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้สร้างแอนิเมชันไทยรายอื่นๆ กล้าที่จะก้าวออกจากกรอบและสร้างสรรค์ผลงานที่สามารถเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกได้

ทำไม ที แอนด์ บี ถึงประสบความสำเร็จในการส่งคอนเทนต์ไทยโกอินเตอร์?

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ที แอนด์ บี ประสบความสำเร็จในการส่งคอนเทนต์ไทยโกอินเตอร์ คือการให้ความสำคัญกับคุณภาพของงานแอนิเมชัน ทั้งในด้านภาพและเนื้อหา องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบไม่ได้เป็นเพียงแค่แอนิเมชันที่สนุกสนาน แต่ยังสอดแทรกข้อคิดและแรงบันดาลใจให้กับผู้ชม ทำให้ผู้ชมรู้สึกอินไปกับเรื่องราวและตัวละคร

  • คุณภาพของงาน: ให้ความสำคัญกับรายละเอียดในทุกขั้นตอนการผลิต
  • เนื้อหาที่เข้าถึงสากล: สอดแทรกข้อคิดและแรงบันดาลใจที่ผู้ชมทั่วโลกเข้าใจได้
  • การตลาดและการประชาสัมพันธ์: เข้าร่วมงานเทศกาลต่างๆ และสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรในต่างประเทศ

การที่ ที แอนด์ บี ได้รับการคัดเลือกให้ฉายผลงานในงาน ASEAN Film Festival และเทศกาลอื่นๆ ในต่างประเทศนั้น เป็นการตอกย้ำถึงความสามารถของคนไทยในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

การเดินหน้าส่งคอนเทนต์ไทยโกอินเตอร์ของ ที แอนด์ บี ไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงให้กับบริษัทเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสให้กับอุตสาหกรรมแอนิเมชันไทยให้เติบโตและพัฒนาไปข้างหน้า การสนับสนุนผลงานของคนไทยและส่งเสริมให้ผู้สร้างกล้าที่จะสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้อุตสาหกรรมแอนิเมชันไทยก้าวไกลไปสู่ระดับโลก

ที่มา – “ที แอนด์ บี” กับผลงานที่ไม่หยุดนิ่ง เดินหน้าส่งคอนเทนต์ไทยโกอินเตอร์

‘ภูมิธรรม’ มอบนโยบายมหาดไทย ลั่น มีแกะดำในราชการ

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายสำคัญเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทย (8 Quick Wins: 3 ไร้ทุกข์ 5 สร้างสุข) และการขับเคลื่อนการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้การจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการทั่วประเทศ ณ อิมแพค เมืองทองธานี

นายภูมิธรรมกล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยมีกลไกครบถ้วนในการประสานงานกับทุกภาคส่วน และหากสามารถรวบรวมความร่วมมือจากทุกจังหวัด นำนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติถึงมือประชาชน ก็จะสามารถช่วยแก้ไขวิกฤติของประเทศได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยคุกคามต่างๆ เช่น ยาเสพติด สงครามไซเบอร์ สแกมเมอร์ พนันออนไลน์ รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน กระทรวงมหาดไทยมีบทบาทสำคัญในการดูแลเศรษฐกิจฐานราก และประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่จังหวัด อำเภอ ไปจนถึงหมู่บ้านทั่วประเทศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวถึงความตั้งใจของตนและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง 2 ท่าน ในการนำนโยบายต่างๆ มาแปลงให้เป็นรูปธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้อย่างแท้จริง การสื่อสารนโยบายในครั้งนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ผู้บริหาร ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน นำนโยบายไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ดังนั้นการขับเคลื่อนงานของกระทรวง จึงต้องแสดงความมุ่งมั่นตั้งใจในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชน โดยมุ่งเน้นการรวมใจเป็นหนึ่งเดียว และเป็นที่พึ่งของประชาชน เป้าหมายสำคัญของการขับเคลื่อนงานนับจากนี้ คือ การสร้างความสุขที่ยั่งยืนให้ประชาชนทั้งประเทศ ผ่าน 8 นโยบายเร่งด่วน ซึ่งประกอบด้วยนโยบาย 3 ไร้ทุกข์ และ 5 สร้างสุข

‘ภูมิธรรม’ มอบนโยบายมหาดไทย ลั่น มีแกะดำในราชการ

นโยบาย 3 ไร้ทุกข์ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการให้ได้ เพราะเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดอย่างรุนแรง เป็นวิกฤติที่คุกคามชีวิตครอบครัวและคนในชาติ สิ่งที่น่าเสียใจคือ มีข้าราชการบางส่วนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องสนับสนุนและส่งเสริม ตนไม่ได้ตำหนิข้าราชการที่ทำงานหนัก แต่ต้องจัดการกับ ‘ภูมิธรรม’ มอบนโยบายมหาดไทย เรื่องนี้อย่างจริงจัง หากข้าราชการทุกหน่วยงานร่วมมือกันอย่างเต็มที่ภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัด ก็จะสามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ ดังนั้นสิ่งที่ต้องการเห็นคือ ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่เป็นแม่ทัพบัญชาการ และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทุกฝ่าย เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาด

นายภูมิธรรมสั่งให้ RE x-ray ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติดในทุกระดับ ตั้งแต่หมู่บ้าน ชุมชน ตำบล ไปจนถึงจังหวัด และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแจ้งเบาะแสผ่านเครือข่ายตาสับปะรด การ RE x-ray สามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ แต่ต้องใช้ใจในการแก้ไขปัญหา

ในระยะ 3 เดือนแรกนี้ จะต้องมีการตรวจสอบ พูดคุย และสร้างหมู่บ้านสีขาวให้เกิดขึ้น ควบคู่ไปกับการดำเนินการอย่างเต็มที่กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้ค้า ผู้ขาย ผู้ผลิต เพื่อให้เกิดผลเป็นที่ประจักษ์ นอกจากนี้ ต้องยกระดับกระบวนการบำบัดรักษา เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ผ่านการบำบัดกลับไปเสพซ้ำอีก ส่วนการสร้างศูนย์ฟื้นฟูในพื้นที่ต่างๆ ต้องไม่ติดขัดด้วยกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น พร้อมย้ำว่า ใครทำตัวเป็นอุปสรรคหรือนิ่งเฉย จะต้องถูกปรับเปลี่ยน ตนไม่ได้มาข่มขู่ข้าราชการ แต่อยากเห็นการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังที่ประชาชนสัมผัสได้

นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงการเร่งจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพล ซึ่งต้องยอมรับว่ายังมีหลายพื้นที่ที่ต้องกวาดล้างเชิงรุก สถานบันเทิงและแหล่งมั่วสุมต่างๆ ต้องเร่งจัดระเบียบ โดยใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในการสร้างพื้นที่ทั่วประเทศไทยให้เป็นที่ปลอดภัยของทุกคน ซึ่งถือเป็นหน้าที่สำคัญในการสร้างเมืองที่ทันสมัย

สำหรับปัญหาภัยพิบัติ ต้องวางแผนรับมือเชิงรุก ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุแล้วค่อยตามแก้ เรื่องไหนจัดการได้ให้จัดการทันที

ในส่วนของการสร้าง 5 ประการ คือ การแก้ไขหนี้ครัวเรือน การส่งเสริมการออมและการมีวินัยทางการเงิน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ กระทรวงมหาดไทยมีบทบาทสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจฐานราก โดยการคิดค้นและพัฒนาต่อยอดสิ่งดีๆ ในแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ ควรมีการจัดตั้งกลไกพิเศษ สนธิกำลังกรมการปกครอง อำเภอ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสอดส่องดูแลช่วยเหลือประชาชน ป้องกันการปล่อยเงินกู้นอกระบบ

เรื่องการศึกษา ต้องเร่งสร้างเสริมสุขภาวะการศึกษา ชุมชน หมู่บ้าน เพื่อชีวิตที่ดี ประเทศไทยก้าวหน้าไปมาก อย่างเช่น 30 บาทรักษาทุกโรค ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก แต่สิ่งที่ยังมีปัญหาคือ การดูแลสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีระบบรองรับที่เหมาะสม

นายภูมิธรรมย้ำว่า หลักการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ ควรมีความคล่องตัวและรวดเร็ว ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงที

นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า กรณีปัญหาเรื่องโป๊กเกอร์ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการสร้างแหล่งการพนันนั้น ไม่เป็นความจริง โลกเปลี่ยนไปแล้ว สิ่งที่สามารถใช้เป็นกีฬาได้ ก็ควรได้รับการส่งเสริม เพราะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาต้องการสร้างพื้นที่ให้ประชาชนสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม แม้จะมีการปลดล็อก ก็ต้องมีการขออนุญาต และต้องไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง

นายภูมิธรรมย้ำในช่วงท้ายว่า หากยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และปรับตัวให้เข้ากับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ก็จะสามารถฝ่าวิกฤติได้ วันนี้ต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอีกหลายอย่าง จึงขอให้ทำงานให้รวดเร็วทันใจ นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหา หัวใจสำคัญคือการทำให้ยาเสพติดหมดไป ไม่ใช่แค่ผักชีโรยหน้า นโยบายนี้มีความเข้มข้นเด็ดขาด และต้องทำให้สำเร็จ

ความสำคัญของ ‘ภูมิธรรม’ มอบนโยบายมหาดไทย

การมอบนโยบายของนายภูมิธรรมในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชน ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืน

จากการมอบนโยบาย เราได้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่สะสมมานาน อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของนโยบายเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการนำไปปฏิบัติจริง และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม การตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายเหล่านี้จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นให้กับประเทศได้อย่างแท้จริง การ ‘ภูมิธรรม’ มอบนโยบายมหาดไทย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ

ที่มา – ‘ภูมิธรรม’ มอบนโยบายมหาดไทย ลั่น มีแกะดำมาเป็นข้าราชการ ชี้ เจ้าหน้าที่รัฐทำตัวเป็นอุปสรรค​ต้องปรับเปลี่ยน

สวีเดนคาด! เซ็น “กริพเพน” ลอตใหม่ให้ไทย ส.ค.นี้

ข่าวดีสำหรับกองทัพไทย! สวีเดนคาดการณ์ว่าจะสามารถเซ็นสัญญาขายเครื่องบินขับไล่ “กริพเพน” ลอตใหม่ให้ไทยได้ภายในปลายเดือนสิงหาคมนี้ ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและสวีเดน รวมถึงความเชื่อมั่นที่ไทยมีต่อเทคโนโลยีด้านการบินของสวีเดน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ว่า นายลูคัส ลินเน โฆษกสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ของสวีเดน (เอฟเอ็มวี) กล่าวว่า พิธีลงนามอย่างเป็นทางการระหว่างไทยกับสวีเดน ในการซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพนลอตใหม่ น่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน ส.ค. นี้ โดยจะมีผู้แทนจากเอฟเอ็มวี รัฐบาลสวีเดน บริษัทซาบ และเจ้าหน้าที่จากไทยร่วมเป็นสักขีพยาน

ถึงแม้ว่ารายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงครั้งนี้ยังไม่ถูกเปิดเผยออกมาทั้งหมด แต่การคาดการณ์ว่าจะมีการลงนามในสัญญาซื้อขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนลอตใหม่ให้ไทยนั้น ก็สร้างความสนใจและความตื่นเต้นให้กับหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ติดตามข่าวสารด้านความมั่นคงและกองทัพ

อย่างไรก็ตาม ลินเน ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลอื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งเสริมว่า ข้อตกลงจะยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุดจนกว่าจะมีการลงนามร่วมกันอย่างเป็นทางการ

ขณะที่บริษัทซาบ (SAAB) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบินขับไล่กริพเพน ยังไม่ได้ให้ความเห็นและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว โดยโฆษกของซาบเปิดเผยเพียงว่า การเจรจายังคงดำเนินอยู่ และเป็นการเจรจาระดับรัฐต่อรัฐ

ทั้งนี้ทั้งนั้น บริษัทซาบมองว่า การที่ไทยยังคงให้ความสนใจอย่างมากกับเครื่องบินกริพเพน ถือเป็นข่าวดีอย่างมากสำหรับสวีเดนและบริษัทซาบเอง

สวีเดนคาดการณ์ เซ็นสัญญาขาย “กริพเพน” ลอตใหม่ให้ไทยปลายเดือนส.ค.นี้

การที่ประเทศไทยยังคงให้ความสนใจในเครื่องบินขับไล่กริพเพนอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของเครื่องบินรุ่นนี้ กริพเพนได้รับการยอมรับว่าเป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างหลากหลาย และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่คุ้มค่า

ทำไมไทยถึงเลือกกริพเพน?

การตัดสินใจเลือกเครื่องบินขับไล่กริพเพนของไทยนั้น มีปัจจัยหลายอย่างที่เข้ามาเกี่ยวข้อง นอกเหนือจากประสิทธิภาพของเครื่องบินแล้ว เรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เงื่อนไขทางการเงิน และข้อเสนอทางด้านเทคโนโลยี ก็เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเช่นกัน

ข้อดีของกริพเพนที่ทำให้ไทยสนใจ

  • เทคโนโลยีทันสมัย: กริพเพนมีระบบเซ็นเซอร์และระบบอาวุธที่ทันสมัย สามารถรับมือกับภัยคุกคามทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความคล่องตัวสูง: กริพเพนเป็นเครื่องบินที่มีความคล่องตัวสูง สามารถทำการบินในพื้นที่จำกัด และตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่ำ: เมื่อเทียบกับเครื่องบินขับไล่รุ่นอื่น ๆ กริพเพนมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการดำเนินการที่ต่ำกว่า ทำให้กองทัพอากาศสามารถประหยัดงบประมาณได้
  • การถ่ายทอดเทคโนโลยี: สวีเดนมีนโยบายในการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับประเทศที่ซื้อเครื่องบินกริพเพน ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรของกองทัพอากาศไทยมีความรู้และความเชี่ยวชาญในการซ่อมบำรุงและพัฒนาเครื่องบิน

การซื้อเครื่องบินขับไล่ “กริพเพน” ลอตใหม่นี้ จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพอากาศไทยให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความมั่นคงของชาติ

การที่สวีเดนคาดการณ์ว่าจะสามารถเซ็นสัญญาขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนลอตใหม่ให้ไทยได้ในปลายเดือนสิงหาคมนี้ ถือเป็นข่าวที่น่ายินดี และแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยและสวีเดน หวังว่าการเจรจาจะประสบความสำเร็จและนำมาซึ่งความร่วมมือทางทหารที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในอนาคต

ที่มา – สวีเดนคาดการณ์ เซ็นสัญญาขาย “กริพเพน” ลอตใหม่ให้ไทยปลายเดือนส.ค.นี้

ไวยาวัจกรวัดพระธาตุศรีสองรัก ร้องบิ๊กเต่า!

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่กำลังได้รับความสนใจ เมื่อนายกิตติพันธ์ ปฐมชัยเกียรติ ทนายความและไวยาวัจกรวัดพระธาตุศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ได้เข้าร้องเรียนต่อ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา เพื่อขอให้มีการตรวจสอบกรณีเงินบริจาคของวัดจำนวนมหาศาลถึง 45 ล้านบาท และทองคำหนัก 40 บาท ที่หายไปอย่างเป็นปริศนา ซึ่งสร้างความกังขาและความไม่สบายใจให้กับผู้ที่ศรัทธาในวัดเป็นอย่างมาก

นายกิตติพันธ์กล่าวว่า เงินและทองคำที่สูญหายไปนั้นอยู่ในความดูแลของคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าราชการจังหวัดในอดีต โดยมีนายอำเภอเป็นประธานตามวาระ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่สำคัญในการดูแลเงินบริจาคของวัดโดยตรง เขาได้ระบุว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ถึง พ.ศ. 2566 พบว่ามีการเบิกถอนเงินเกินจากยอดที่คณะกรรมการอนุมัติไปกว่า 45 ล้านบาท และทองคำจำนวน 40 บาทก็ได้อันตรธานหายไปด้วย

“…ผมได้ร้องเรียนไปยังฝ่ายปกครองในจังหวัดแล้ว แต่ไม่ได้รับความคืบหน้าใดๆ อาจเป็นเพราะว่าอดีตนายอำเภอในยุคนั้น ปัจจุบันได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดและปลัดจังหวัดตามลำดับ…” นายกิตติพันธ์ กล่าวด้วยความกังวลใจ

เรื่องราวความไม่โปร่งใสนี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น นายกิตติพันธ์ยังได้ยื่นเรื่องไปยังศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้มีคำสั่งให้จังหวัดทำการตรวจสอบ แต่ผลปรากฏว่าจังหวัดกลับส่งเรื่องกลับไปให้อำเภอตรวจสอบเช่นเดิม ทำให้เรื่องยังคงวนเวียนอยู่ที่เดิมและไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งสิ้น ยิ่งไปกว่านั้น เท่าที่ทราบมา อดีตนายอำเภอบางคนได้ขอย้ายตัวเองออกจากพื้นที่แล้ว ซึ่งยิ่งทำให้เกิดความสงสัยในความโปร่งใสของกระบวนการตรวจสอบ

นายกิตติพันธ์เน้นย้ำว่า เงินบริจาคของประชาชนควรถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่าไม่มีการชี้แจงรายละเอียดในการประชุมที่เกี่ยวข้องกับเงินบริจาคเหล่านี้เลย ทำให้เขาตัดสินใจมาร้องเรียนกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ โดยมีความหวังว่าจะช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและนำเงินบริจาคของประชาชนกลับคืนมา เพื่อให้เงินเหล่านั้นได้ถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

ไวยาวัจกรวัดพระธาตุศรีสองรัก

ความคืบหน้าล่าสุดกรณีไวยาวัจกรวัดพระธาตุศรีสองรัก

ประเด็นนี้กำลังเป็นที่จับตามองของสังคม และหลายฝ่ายกำลังตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินบริจาคของวัด การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและเป็นธรรมจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่ศรัทธาในวัด

การหายไปของเงินบริจาคจำนวนมากและทองคำหนัก 40 บาทของไวยาวัจกรวัดพระธาตุศรีสองรักเป็นเรื่องที่ร้ายแรงและต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ความโปร่งใสและความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารจัดการเงินบริจาค เพื่อให้เงินเหล่านั้นถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง การตรวจสอบอย่างละเอียดและการลงโทษผู้กระทำผิดจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและปกป้องศรัทธาของพวกเขา

กรณีไวยาวัจกรวัดพระธาตุศรีสองรักนี้นับเป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการเงินบริจาคอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้ามาดูแลและตรวจสอบการบริหารจัดการเงินบริจาคของวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เราหวังว่าเรื่องนี้จะได้รับการคลี่คลายอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม เพื่อให้ความจริงปรากฏและผู้กระทำผิดได้รับโทษตามกฎหมาย และที่สำคัญที่สุดคือ เงินบริจาคที่หายไปควรถูกนำกลับมาใช้เพื่อประโยชน์ของวัดและชุมชนอย่างแท้จริง

ที่มา – ‘ไวยาวัจกร-วัดพระธาตุศรีสองรัก’ ร้อง ‘บิ๊กเต่า’ เงินบริจาค 45 ล้าน ทองคำ 40 บาท หายปริศนา

ไฟไหม้โรงงานผลิตถุงพลาสติกเขาย้อย รอบที่ 3

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. พ.ต.ท.สมปอง ขำทวี สว.สอบสวน สภ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี รับแจ้งเหตุไฟไหม้โรงงานผลิตถุงพลาสติกเขาย้อย ภายในบริษัท ยูนิเวอร์แซล เฟล็กซิเบิ้ล แพ็คเกจจิ้ง จำกัด ต.หนองชุมพล อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตถุงพลาสติกสำหรับบรรจุอาหาร จึงรายงานไปยัง พ.ต.อ.ธิป เข่งคุ้ม ผกก.สภ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี, นายนฤนาท เมืองแสน นายอำเภอเขาย้อย เพื่อทราบ พร้อมประสานรถดับเพลิงในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 10 คัน หน่วยตอบโต้ภัยพิบัติแห่งชาติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครกู้ภัยฯ ร่วมสนับสนุน

ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง โดยมีกลุ่มควันสีดำโพยพุ่งออกมาจากตัวอาคารเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีทินเนอร์ แอลกอฮอล์เป็นวัตถุดิบในการผลิตถุงพลาสติกสำหรับบรรจุอาหารถือเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก ต่อมาเจ้าหน้าที่ฯ ได้ประสานรถแบ๊กโฮมาทุบผนังตัวอาคารเพื่อเปิดช่องทางให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าดำเนินการฉีดน้ำและโฟมสกัดเข้าไปภายใน โดยในขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้

เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงาน

สำหรับโรงงานดังกล่าวเคยเกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างรุนแรงมาแล้วรวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 โดยสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พ.ต.อ.ธิป เข่งคุ้ม ผกก.สภ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า สำหรับเหตุไฟไหม้โรงงานผลิตถุงพลาสติกเขาย้อยดังกล่าวเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว โดยทุกครั้งที่ผ่านมาก็จะไหม้อย่างรุนแรง ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ ซึ่งถ้าพบว่ามีผู้กระทำความผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งควบคุมไฟ

ไฟไหม้โรงงานผลิตถุงพลาสติกเขาย้อย

ความคืบหน้าเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานผลิตถุงพลาสติกเขาย้อย

สถานการณ์ไฟไหม้โรงงานผลิตถุงพลาสติกเขาย้อยครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่โรงงานแห่งนี้ประสบเหตุเพลิงไหม้ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของโรงงาน และสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ซ้ำซาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดไฟไหม้ในโรงงานผลิตพลาสติก

  • วัตถุดิบไวไฟ: ทินเนอร์ แอลกอฮอล์ และสารเคมีอื่นๆ ที่ใช้ในการผลิตพลาสติกเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี.
  • ระบบไฟฟ้า: การติดตั้งและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าที่ไม่เหมาะสมอาจเป็นสาเหตุของการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร.
  • การจัดเก็บวัตถุดิบ: การจัดเก็บวัตถุดิบอย่างไม่ถูกวิธี อาจทำให้เกิดการสะสมความร้อนและนำไปสู่การลุกไหม้.
  • ความประมาท: ความประมาทของพนักงาน เช่น การสูบบุหรี่ในพื้นที่ห้ามสูบ หรือการละเลยการตรวจสอบความปลอดภัย.

การป้องกันเหตุไฟไหม้โรงงานผลิตถุงพลาสติกเขาย้อย และโรงงานอื่นๆ ควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันและระงับอัคคีภัยเบื้องต้น จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุเพลิงไหม้ และรักษาชีวิตและทรัพย์สินได้

ที่มา – ไฟโหมโรงงานผลิตถุงพลาสติกเขาย้อย พบรอบที่ 3 แล้ว ตร.เร่งหาสาเหตุ

อาร์เตตา มั่นใจ! โยเคเรส พร้อมยิงผีแดง

มิเกล อาร์เตตา กุนซือชาวสเปนของ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ยืนยันว่า วิคเตอร์ โยเคเรส กองหน้าป้ายแดง จะพร้อม 100% สำหรับเกมนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในวันอาทิตย์ที่ 17 ส.ค. นี้ งานนี้ อาร์เตตา มั่นใจ! โยเคเรส พร้อมยิงผีแดง แน่นอน

อาร์เซนอล เพิ่งอุ่นเครื่องแพ้ บียาร์รีล คาบ้าน เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม 2-3 โยเคเรส ออกสตาร์ตตัวจริง แต่กองหน้าวัย 27 ปี ได้สัมผัสบอลแค่ 14 ครั้ง ก่อนโดนเปลี่ยนตัวออกในนาที 62 แม้แฟนบอลบางส่วนเริ่มกังวลกันแล้ว แต่อาร์เตตา ชี้ว่า โยเคเรส ไม่ได้ฝึกซ้อมกับทีมมากว่าสองเดือนหลังจากออกจาก สปอร์ติง และยังมีเกมกับ แอธเลติก บิลเบา อีกนัดก่อนสตาร์ตฤดูกาลใหม่

“ผมคิดว่าในแง่ของสภาพจิตใจ และความเข้าใจถึงสิ่งที่เขาจำเป็นต้องทำ เขาจะพร้อม 100% หรือมากกว่านั้น เขามุ่งมั่นและมั่นใจมากว่าจะแสดงออกมาได้ทันที ผมไม่สงสัยเลยว่าเขาจะอยู่ในสถานการณ์ที่ดีจริงๆ” อาร์เตตา กล่าว

อาร์เตตา มั่นใจ! โยเคเรส พร้อมยิงผีแดง

“มันสำคัญมากสำหรับเขาที่ได้เป็นตัวจริง และเริ่มมีความรู้สึกและเชื่อมโยงกับทีม เขาอยู่กับเรามาได้แค่สัปดาห์หรือประมาณนั้น แต่ผมได้เห็นหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะวิธีที่เขาเล่นเกมรุกในพื้นที่ ดังนั้นสำหรับนักเตะหลายคนที่ไม่ได้ลงเล่นมากนัก ตอนนี้เรามีความพร้อมมาก”

ทำไมอาร์เตตาถึงมั่นใจว่า โยเคเรส พร้อมยิงผีแดง?

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาร์เตตาเชื่อมั่นในตัว โยเคเรส คือความมุ่งมั่นและสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งของนักเตะ แม้ว่าเขาจะเพิ่งย้ายมาร่วมทีมและยังขาดความฟิตเต็มร้อย แต่เขาก็แสดงให้เห็นถึงความกระหายที่จะลงสนามและทำผลงานให้ดีที่สุด นอกจากนี้ การที่เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมอุ่นเครื่องล่าสุด ก็ช่วยให้เขาเริ่มปรับตัวเข้ากับระบบการเล่นของทีมได้บ้างแล้ว

อย่างไรก็ตาม การที่ โยเคเรส จะทำประตูได้จริงหรือไม่นั้น ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องรอดูกันต่อไปในเกมจริง แต่จากคำยืนยันและความมั่นใจของอาร์เตตา ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่บ่งบอกว่า โยเคเรส จะเป็นผู้เล่นคนสำคัญของอาร์เซนอลในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน แฟนบอลปืนใหญ่หลายคนก็คาดหวังว่า โยเคเรส จะเข้ามาแก้ไขปัญหาการจบสกอร์ที่ทีมเคยเผชิญในช่วงหลังได้ และช่วยให้ทีมกลับมาลุ้นแชมป์อีกครั้ง

สถานการณ์ของทีมตอนนี้ดูสดใสขึ้นมาก ด้วยการเสริมทัพที่มีคุณภาพ และความมุ่งมั่นที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ อาร์เซนอลภายใต้การคุมทีมของอาร์เตตา กำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง หาก โยเคเรส พร้อมยิงผีแดง ได้จริงอย่างที่อาร์เตตาว่าไว้ รับรองว่าฤดูกาลนี้สนุกแน่นอน!

ดังนั้น แฟนบอลอาร์เซนอล เตรียมตัวให้พร้อมและร่วมส่งกำลังใจให้ โยเคเรส และทีมรักของคุณในเกมเปิดฤดูกาลที่จะถึงนี้ เชื่อว่าด้วยการสนับสนุนจากทุกคน อาร์เซนอลจะสามารถเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างสวยงามและทำผลงานได้ดีตลอดทั้งฤดูกาล

ที่มา – อาร์เตตามั่นใจ “โยเคเรส” พร้อมยิง “ผีแดง”

รมช.กลาโหม เยี่ยม นายกฯ มาเลเซีย ก่อนถก จีบีซี บ่ายนี้

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะรักษาราชการแทน รมว.กลาโหม ได้เข้าเยี่ยมคำนับดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งเป็นประธานอาเซียนในขณะนี้และเป็นเจ้าภาพของสถานที่การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชาเข้าร่วมด้วย ซึ่งเป็นโอกาสแรกที่ฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชา ได้พบกันในระดับรัฐมนตรีก่อนที่จะเข้าร่วมประชุมจีบีซีสมัยวิสามัญ ที่จะมีขึ้นในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนี้.

รมช.กลาโหม เยี่ยม นายกฯ มาเลเซีย ก่อนถก จีบีซี บ่ายนี้

การพบปะกันระหว่าง รมช.กลาโหม ของไทยและนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นด้านความมั่นคงชายแดน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญอย่างยิ่ง การหารือในครั้งนี้จึงมีความหมายอย่างยิ่งต่อการสร้างความเข้าใจและประสานงานร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาและความท้าทายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามแนวชายแดน

นอกจากนี้ การที่ รมช.กลาโหม ได้พบปะกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ก่อนการประชุมจีบีซีสมัยวิสามัญ ยังเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเตรียมความพร้อมสำหรับการหารือในระดับทวิภาคี การสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้แทนระดับสูงของทั้งสามประเทศ จะช่วยให้การประชุมจีบีซีเป็นไปอย่างราบรื่นและบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ความสำคัญของการประชุมจีบีซี

การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย-กัมพูชา เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือและความเข้าใจอันดีระหว่างสองประเทศในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชายแดน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว หรือการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การประชุมจีบีซีจึงมีบทบาทสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยและสร้างความเจริญรุ่งเรืองตามแนวชายแดน

การที่ประเทศไทยและกัมพูชาให้ความสำคัญกับการประชุมจีบีซี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการแก้ไขปัญหาและความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนอย่างสันติวิธี ผ่านการเจรจาและหารือบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน การประชุมจีบีซีจึงเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

การประชุมจีบีซีสมัยวิสามัญในครั้งนี้ มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการประชุมในระดับรัฐมนตรีครั้งแรกหลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในประเทศไทย การหารือในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับรัฐมนตรีกลาโหมของทั้งสองประเทศ ในการทำความรู้จักและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานร่วมกันในอนาคต

ประเด็นที่คาดว่าจะมีการหารือในการประชุมจีบีซีสมัยวิสามัญในครั้งนี้ ได้แก่ การแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การควบคุมการค้าชายแดนที่ผิดกฎหมาย และการอำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามแดนของประชาชน การหารือในประเด็นเหล่านี้ จะช่วยให้ทั้งสองประเทศสามารถแก้ไขปัญหาและความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การประชุมจีบีซีสมัยวิสามัญในครั้งนี้ ยังเป็นโอกาสอันดีในการทบทวนและปรับปรุงกลไกความร่วมมือต่างๆ ที่มีอยู่ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป การปรับปรุงกลไกความร่วมมือต่างๆ จะช่วยให้ทั้งสองประเทศสามารถรับมือกับภัยคุกคามและความท้าทายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โดยรวมแล้ว การที่ รมช.กลาโหม เข้าเยี่ยมคำนับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ก่อนการประชุมจีบีซีสมัยวิสามัญ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทย มาเลเซีย และกัมพูชา การหารือในครั้งนี้ จะช่วยให้ทั้งสามประเทศสามารถแก้ไขปัญหาและความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และส่งเสริมความสงบเรียบร้อยและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค

ดังนั้น การติดตามผลการประชุมจีบีซีในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทราบถึงแนวทางความร่วมมือและความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนต่อไป

ที่มา – ‘รมช.กลาโหม’ เข้าเยี่ยมคำนับ ‘นายกฯ มาเลเซีย’ ก่อนถก ‘จีบีซี’ บ่ายนี้

โค้งสุดท้าย! รีบสมัคร PUMA EPL 3V3 U18

เตรียมตัวให้พร้อม! โอกาสสุดท้ายมาถึงแล้วสำหรับน้องๆ ที่รักในกีฬาฟุตบอล กับการแข่งขัน PUMA EPL BRILLIANCE BALL 3V3 U18 Tournament ที่กำลังจะระเบิดศึกขึ้นเร็วๆ นี้ หากคุณและเพื่อนๆ อายุไม่เกิน 18 ปี และมีความฝันอยากจะโชว์ฝีเท้าบนสนาม นี่คือโอกาสทองที่คุณไม่ควรพลาด!

รีบสมัคร!! โค้งสุดท้ายก่อนระเบิดศึก “PUMA EPL BRILLIANCE BALL 3V3 U18 Tournament”

การแข่งขันฟุตบอล 3 คน รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 60,000 บาท! ทีมที่คว้าแชมป์จะได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท ไปครองอย่างง่ายดาย ส่วนทีมที่ได้รองแชมป์จะได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท ในขณะที่ทีมอันดับที่ 3 ก็ยังได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท ไปปลอบใจ โดยรายละเอียดในการแข่งขัน PUMA EPL BRILLIANCE BALL 3V3 U18 Tournament จะเริ่มแข่งขันกันตั้งแต่วันที่ 29-31 สิงหาคม 2568 นี้ ที่สนาม Stadium One ซึ่งเป็นสนามที่ได้มาตรฐานและพร้อมต้อนรับนักฟุตบอลเยาวชนทุกคน

แล้วทำไมคุณถึงต้อง รีบสมัคร!! โค้งสุดท้ายก่อนระเบิดศึก “PUMA EPL BRILLIANCE BALL 3V3 U18 Tournament”? นอกจากเงินรางวัลที่น่าดึงดูดแล้ว นี่คือโอกาสในการพัฒนาฝีเท้า เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และสร้างมิตรภาพกับเพื่อนร่วมทีมและคู่แข่ง ที่สำคัญคือประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเติบโตในเส้นทางลูกหนังของคุณในอนาคต

เงื่อนไขง่ายๆ ในการเข้าร่วมการแข่งขัน

เงื่อนไขในการลงสมัครเพื่อทำการแข่งขัน PUMA EPL BRILLIANCE BALL 3V3 U18 Tournament นั้นง่ายแสนง่าย เพียงแค่ซื้อสินค้า PUMA Football ที่ร้าน Ari Football และ Supersports ทุกสาขา ให้ครบ 3,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ โดยมีลูกฟุตบอล PUMA EPL BRILLIANCE BALL ร่วมอยู่ในรายการสินค้าที่ซื้อด้วย ระยะเวลาในการซื้อสินค้าและรับสมัครคือ ตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน – 10 สิงหาคม 2568 เท่านั้น!

  • ขั้นตอนการสมัคร: ซื้อสินค้า PUMA Football ตามเงื่อนไข
  • สถานที่ซื้อ: ร้าน Ari Football และ Supersports ทุกสาขา
  • ระยะเวลารับสมัคร: 3 มิถุนายน – 10 สิงหาคม 2568

*สมัครร่วมแข่งฟรี! ได้ที่ https://forms.gle/9fyQBVu3B3oF3jbN9 รีบด่วน! เพราะรับจำนวนจำกัดเพียง 128 ทีมเท่านั้น ใครสมัครก่อนมีสิทธิ์ก่อน!

*บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดรับสมัคร ในกรณีที่มีทีมเข้าร่วมแข่งขันครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ก่อนหน้า ประกาศรายชื่อทีมที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในวันพุธที่ 13 สิงหาคม 2568 ทาง Facebook Fanpage: PUMAThailandOfficial อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสสำคัญ

หมายเหตุสำคัญ:
ส่งรายชื่อนักกีฬาทีมละ 5 คน โดยผู้ที่มีสิทธิ์สมัครเข้าร่วมการแข่งขันจะต้องเกิดหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2549 เท่านั้น กรุณาตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครให้ถูกต้องก่อนทำการสมัครเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง

อย่ารอช้า! เตรียมทีมของคุณให้พร้อม แล้วมาโชว์ศักยภาพให้เต็มที่ในสนาม PUMA EPL BRILLIANCE BALL 3V3 U18 Tournament เวทีแห่งนี้พร้อมต้อนรับนักฟุตบอลรุ่นใหม่ไฟแรงทุกคน!

ที่มา – รีบสมัคร!! โค้งสุดท้ายก่อนระเบิดศึก “PUMA EPL BRILLIANCE BALL 3V3 U18 Tournament”

2 นอภ.พะเยา แจกถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พะเยาของหลายอำเภอเริ่มคลี่คลายจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้วนั้น ยังพบว่าในหลายพื้นที่ของ อ.เชียงคำ และ อ.ภูซาง ชาวบ้านยังต้องใช้เวลาอีกหลายอาทิตย์กว่าสภาพบ้านเรือนและความเป็นอยู่จะกลับมาเป็นปกติ ด้วยเหตุนี้ นายอำเภอทั้งสองท่านจึงเร่งให้ความช่วยเหลือ

นายธวัช จรัสวรภัทร นายอำเภอเชียงคำ และนายสมชาย วงศ์จริยะเกษม นายอำเภอภูซาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ มอบชุดธารน้ำใจ(ถุงยังชีพ)จากสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ร่วมกับสถานีกาชาดที่ 3 เชียงใหม่ สภากาชาดไทย ร่วมกับกิ่งกาชาดทั้ง 2 อำเภอลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนทันที ในส่วนพื้นที่ ต.หย่วน อ.เชียงคำนั้นได้รับความเดือดร้อนคือบ้านมาง ม.4 จำนวน 100 ครัวเรือน บ้านทุ่งบานเย็น ม.13 จำนวน 40 ครัวเรือน ส่วนของ อ.ภูซางนั้นเป็นในส่วนของตำบลภูซาง จำนวน 56 ชุด และตำบลเชียงแรง 342 รวมทั้งหมด 398 ชุดด้วยกัน การดำเนินการนี้เกิดขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

นายธวัช เปิดเผยว่า สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือชาวบ้านแบบต่อเนื่อง ด้วยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติได้ เพราะต้องทำการเคลียร์บ้านพักที่อยู่อาศัยให้กลับมาเป็นปกติ ทั้งนี้ยังพบว่าหลายครอบครัวบ้านเรือนบางจุดจำเป็นต้องรื้อในเรื่องของอุปกรณ์ที่เสียหายจากน้ำท่วมภายในบ้านด้วย ทั้งนี้สภากาชาดไทยได้ลงมาช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทันที เพราะหากปล่อยไว้ชาวบ้านอีกหลายครอบครัวก็ยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติด้วยเช่นกัน ทั้งนี้พื้นที่ อ.เชียงคำที่ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างเห็นจะเป็นในส่วนของ ต.หย่วนที่มีหลายครอบครัวที่เดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ตนเองก็ได้สั่งการให้ทุกส่วนร่วมเร่งการช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งในเรื่องของการล้างบ้านหรือการช่วยเหลือด้านอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

2 นอภ.พะเยา พร้อมทีมกาชาดลุยแจกถุงยังชีพช่วยชาวบ้านได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ด้านนายสมชาย กล่าวว่า ในส่วนของ อ.ภูซางนั้น ที่หนักที่สุดเห็นจะเป็นพื้นที่ของ ต.เชียงแรง เพราะเป็นพื้นที่ท้ายน้ำซึ่งน้ำ 3 สายได้ไหลมารวมกันก่อนจะไหลสู่ อ.เทิง จ.เชียงราย ซึ่งจุดเหล่านี้ชาวบ้านต่างได้รับความเดือนร้อนมาหลายปีแล้ว ตนเองจึงได้ลงพื้นที่บัญชาการเองของในเรื่องการให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ รวมทั้งยังมีชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างได้ช่วยกันนำอาหารกล่องและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นมาแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมด้วย และทั้งนี้เองสภากาดไทยก็ยังเดินทางมามอบถุงยังชีพช่วยเหลือครอบครัวทีได้รับความเดือดร้อนอีกซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และตนมองว่าชาวบ้านที่ได้รับการช่วยเหลือครั้งนี้จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติต่อไปเช่นกัน

สถานการณ์ปัจจุบันและการช่วยเหลือเพิ่มเติม

ถึงแม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะเริ่มคลี่คลาย แต่ผลกระทบยังคงอยู่ การช่วยเหลือจากภาครัฐและเอกชนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง 2 นอภ.พะเยา ได้แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่และความรวดเร็วในการตอบสนองต่อความเดือดร้อนของประชาชน การแจกถุงยังชีพเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

การได้รับความช่วยเหลือในครั้งนี้ จะช่วยให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติต่อไป

ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้

การที่ 2 นอภ.พะเยา พร้อมทีมกาชาดลุยแจกถุงยังชีพช่วยชาวบ้านได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ องค์กรการกุศล และประชาชนในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ

การช่วยเหลือของ 2 นอภ.พะเยา พร้อมทีมกาชาดลุยแจกถุงยังชีพช่วยชาวบ้านได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เป็นเรื่องที่น่ายกย่องและควรเป็นแบบอย่างให้กับหน่วยงานอื่น ๆ

ที่มา – 2 นอภ.พะเยา พร้อมทีมกาชาดลุยแจกถุงยังชีพช่วยชาวบ้านได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เป็นประธานเปิดกิจกรรม “จิตอาสาบริจาคโลหิต ประจำปี 2568” พร้อมร่วมบริจาคโลหิต โดยมี คณะผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างจากหน่วยงานต่างๆ ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องจัดเลี้ยง 1 ชั้น 5 อาคารสำนักงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (AOB) กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและแสดงความจงรักภักดีแด่ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี พุทธศักราช 2568

กิจกรรมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ทสภ. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมกิจกรรมสาธารณประโยชน์และจิตอาสา เพื่อสร้างจิตสำนึกในการแบ่งปัน และช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะการบริจาคโลหิต ซึ่งสามารถต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยทั่วประเทศ และสะท้อนถึงพลังแห่งความสามัคคีและความจงรักภักดีของบุคลากรในองค์กร

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นำคณะผู้บริหารและพนักงานร่วมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล

กิจกรรมบริจาคโลหิตที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ถือเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นการถวายเป็นพระราชกุศล และเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ นอกเหนือจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมให้พนักงานและบุคลากรภายในองค์กรได้มีส่วนร่วมในการทำความดี ช่วยเหลือสังคม และสร้างจิตสำนึกของการเป็นผู้ให้

ความสำคัญของการบริจาคโลหิต

การบริจาคโลหิตมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ เพราะโลหิตที่ได้รับบริจาคมานั้น จะถูกนำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่ต้องการโลหิต ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุ ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ผู้ป่วยที่เป็นโรคเลือด หรือผู้ป่วยมะเร็ง การบริจาคโลหิตจึงเป็นการต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยเหล่านี้ และเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง

นอกจากประโยชน์ต่อผู้รับแล้ว การบริจาคโลหิตยังมีประโยชน์ต่อผู้บริจาคเองด้วย โดยจะช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดใหม่ ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น และยังเป็นการตรวจสุขภาพไปในตัวอีกด้วย

ขั้นตอนการบริจาคโลหิตที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิตที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ ทสภ. โดยขั้นตอนการบริจาคโลหิตโดยทั่วไป มีดังนี้

  • ลงทะเบียนและกรอกแบบฟอร์ม
  • ตรวจสุขภาพเบื้องต้น เช่น วัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก และตรวจหมู่เลือด
  • สัมภาษณ์ประวัติทางการแพทย์
  • บริจาคโลหิต (ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที)
  • พักผ่อนและรับประทานอาหารว่าง

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและสร้างสังคมแห่งการให้

การที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจต่อสังคมเเละการมีส่วนร่วมช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เป็นเเบบอย่างที่ดีเเก่องค์กรอื่น ๆ ในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม

ที่มา – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นำคณะผู้บริหารและพนักงานร่วมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล