ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

แบงค์ ศรราม ไม่หวั่นทัวร์ลง ยืนหยัดทำหน้าที่คนไทย พร้อมเตือนภัยข่าวปลอมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะการปะทะกันในบางพื้นที่ อีกทั้งยังพบว่าปัญหาเกี่ยวกับเฟคนิวส์กำลังเพิ่มความสับสนให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางความวิตกกังวลของสังคม กลับมีอีกหนึ่งนักแสดงลิเกชื่อดังอย่าง แบงค์ ศรราม น้ำเพชร ที่นอกจากจะเป็นศิลปินผู้สร้างเสียงเพลงและความบันเทิงให้คนทั่วไป ยังเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำหน้าที่ของคนไทยที่ควรค่าแก่การจับตามอง

แบงค์ ศรราม กล้าแสดงออก แม้เจอทัวร์ลง

แม้ว่าหลายคนจะกังวลกับการถูกติเตียนหากแสดงความคิดเห็นทางสังคม แต่ แบงค์ ศรราม กลับไม่หวั่นไหว เขาออกมาให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริจาคในครั้งนี้ หรือแม้กระทั่งเรื่องเฟคนิวส์ที่ระบาดไปตามสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งยังเน้นย้ำว่าเขาทำหน้าที่ในฐานะของคนไทยคนหนึ่ง

แบงค์ ศรราม เผยว่าเขาติดตามข่าวทางชายแดนอย่างต่อเนื่อง และรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยต่อกำลังพลที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ด่านหน้า เขาไม่สามารถเดินทางไปช่วยเหลือด้วยตัวเองได้ จึงเลือกใช้วิธีที่เขามีศักยภาพมากที่สุดคือ การส่งกำลังใจผ่านโซเชียลมีเดีย ตลอดจนการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดน

เตือนภัยเฟคนิวส์และคนฉวยโอกาส

นอกจากนี้ แบงค์ยังไม่ลืมที่จะเตือนประชาชนให้มีวิจารณญาณในการเสพรูปภาพหรือข่าวที่มาจากเทคโนโลยี AI บางครั้งถูกสร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง และไม่ใช่แค่ผู้ชมเท่านั้นที่ต้องระวัง เพราะแม้แต่ตัวศิลปินเองก็ไม่ค่อยตรวจสอบโซเชียลเน็ตเวิร์กมากนักหากจะต้องแชร์ข้อความที่มีความสำคัญ

  • แบงค์ ไม่กลัวว่าจะถูกวิจารณ์หรือถูกดราม่า เพราะเขามองว่า “เราต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด”
  • เขาให้ความสำคัญกับการทำงานบันเทิงเป็นหลัก และมองว่าการมีส่วนร่วมทางสังคมช่วยเสริมสร้างการรับรู้ที่ดีต่อศิลปิน
  • การไม่ตรวจสอบโซเชียลทุกการแชร์ทำให้เขามีอิสระ แต่ยังคงความรับผิดชอบต่อข้อมูลที่เผยแพร่

เอาต์ติ้งทีมงาน ศรราม น้ำเพชร

หลังจากมีข่าวการยกเลิกการแสดงในพื้นที่อีสาน เนื่องจากเหตุการณ์บนชายแดนที่รุนแรง แบงค์ได้เลือกจัดกิจกรรมเอาต์ติ้งให้กับคณะลิเก โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 21 ปี ที่คณะได้ใช้เวลาในการสื่อสารและพูดคุยแบบออกรายละเอียด ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญในการปรับปรุงการทำงานให้ก้าวไปข้างหน้า

เขายังย้อนถึงความไม่ค่อยลงรอยกันในอดีต แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่ก็สะสมไว้ จนกลายเป็นแรงกดดันให้จัดกิจกรรมเช่นนี้ขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนระบายความรู้สึกและวางแผนการทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น

“ที่มาของการจัดเอาต์ติ้งครั้งนี้คือความตั้งใจจริงๆ ในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างทีม และเปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงออก” แบงค์กล่าวอย่างจริงใจ

แบงค์ ศรราม ลั่น! “ไม่ใช่หัวหน้าที่เงียบอีกแล้ว”

การเอาต์ติ้งครั้งนี้ทำให้ทุกคนได้พูดในสิ่งที่เก็บไว้ ทั้งการทำงานที่บางครั้งช้า หรือมีปัญหาเรื่องการประสานงาน โดยแบงค์เองก็กล่าวว่า แม้เขาจะเป็นหัวหน้า แต่เขาก็ไม่เคยเป็นคนพูดมาก่อน ครั้งนี้จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ในการสร้างความเข้าใจและการทำงานร่วมกันในระยะยาว

เตรียมไปต่างประเทศ ไม่ทำให้เกิดผลกระทบ

แม้ว่าจะมีปัญหายกเลิกงานในพื้นที่บางแห่งเนื่องจากสถานการณ์ภายในประเทศ แต่ แบงค์ ศรราม แจงอย่างชัดเจนว่า เขาไม่กังวลเรื่องทัวร์ลงหรือการโดนวิจารณ์ และยังคงมีความมั่นใจในแนวทางที่ตัวเองเลือกไว้ เช่นการเตรียมท่องเที่ยวและเดินสายคอนเสิร์ตที่ยุโรป

การไปครั้งนี้ไม่ได้เพียงแค่ทำงานเพลงเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่แบงค์ได้แบ่งเวลากับครอบครัว และยังคงยึดหลักที่ว่า “ไม่ทิ้งความบันเทิง และไม่ปิดปากต่อเรื่องที่ควรเป็นห่วงของชาติ”

หากคุณติดตามผลงานหรือข่าวของ แบงค์ ศรราม อย่าลืมติดตามเขาในทุกช่องทาง ทั้งหน้าจอและโซเชียลมีเดีย เขาอาจจะไม่ใช่คนเพอร์เฟคที่สุด แต่เป็นศิลปินที่ตั้งใจทั้งทำงานและรักประเทศของเขามากจริงๆ

หากคุณเป็นแฟนๆ ของศิลปะลิเก การส่งเสียงสนับสนุนศิลปินที่รักษาความบันเทิงและยังรักไทยไปพร้อมๆ กัน อย่าง แบงค์ ศรราม น่าจะเป็นเรื่องที่มีค่าที่สุดในตอนนี้

ที่มา – ‘แบงค์ ศรราม’ ไม่หวั่นทัวร์ลง-ยันทำหน้าที่คนไทย เตือนภัยเฟคนิวส์ระบาดสถานการณ์ชายแดน

จีนเดินหน้าจูงใจประชาชนให้แต่งงาน หลังสถิติจดทะเบียนสมรสลดลง

จีนเดินหน้าจูงใจประชาชนให้แต่งงาน หลังสถิติจดทะเบียนสมรสลดลง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศจีนกำลังเผชิญกับปัญหาสำคัญที่เริ่มส่งผลต่อโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของสถิติการจดทะเบียนสมรสที่ลดลงต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในค่านิยมและความคิดของคนรุ่นใหม่ในสังคม โดยรายงานจากสำนักข่าวซินหัวเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ได้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มนี้ โดยระหว่างปี 2556 ถึง 2565 สถิติการแต่งงานลดลงถึง 9 ปีซ้อน ก่อนที่จะมีการฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยในปี 2565 แต่แล้วก็กลับมาลดลงอีกครั้งในปี 2567 โดยเฉพาะในไตรมาสแรกของปีนี้ที่การจดทะเบียนสมรสอยู่ที่ 1.81 ล้านครั้ง ลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าเป็นห่วงยิ่งสำหรับรัฐบาลจีนที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางประชากรในระยะยาว

จำนวนประชากรกลุ่มวัยสมรสลดลงอย่างชัดเจน

จากรายงานข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน จำนวนประชากรในช่วงอายุ 20-39 ปี ที่ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการแต่งงานนั้น มีการลดลงอย่างชัดเจน โดยจากปี 2556 มีประมาณ 435 ล้านคน และลดเหลือเพียง 371 ล้านคนในปี 2566 หรือลดลงถึง 64 ล้านคน ซึ่งเป็นผลจากกลุ่มประชากรที่กำลังลดจำนวนตามธรรมชาติจากนโยบายต่างๆ ที่ผ่านมา และอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้

เหตุผลเบื้องหลังการลดลงอย่างต่อเนื่อง

ทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเกี่ยวกับการแต่งงาน รวมถึงแรงกดดันทางการเงินในการใช้ชีวิตคู่ที่มากขึ้น คือกุญแจสำคัญที่ทำให้คนจีนจำนวนมากมองว่าการแต่งงานอาจไม่จำเป็น หรือไม่สมเหตุสมผลในยุคปัจจุบันอีกต่อไป ขณะเดียวกัน การศึกษาที่สูงขึ้นของประชากร และแนวโน้มที่เน้นการเป็นปัจเจกบุคคล (individualism) ก็เป็นปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงการมองชีวิตคู่ของหลายคน ซึ่งส่งผลให้ตัวเลขการตกลงเป็นคู่สามีภรรยาลดลงเรื่อยๆ และอาจนำไปสู่ปัญหาด้านอัตราการเกิดที่ลดลงในระยะยาว

นโยบายใหม่เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแต่งงาน

รัฐบาลจีนได้เริ่มออกมาตรการเพื่อรับมือกับปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จีนได้ประกาศใช้กฎหมายฉบับใหม่เกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรส โดยลดขั้นตอนการให้เอกสารที่ซับซ้อน เช่น การยกเลิกข้อกำหนดเรื่องทะเบียนบ้าน ให้คู่รักสามารถไปจดทะเบียนสมรสได้ที่สำนักทะเบียนใดก็ได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องที่อยู่ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและลดความยุ่งยากในการเริ่มต้นครอบครัว รวมถึงมีการขยายวันลาสมรสในภูมิภาคต่างๆ ถึงอย่างน้อย 27 มณฑล เพื่อช่วยให้คู่รักสามารถเตรียมตัวจัดงานแต่งงานได้อย่างคล่องตัวขึ้น ซึ่งมาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดอุปสรรคเดิมและกระตุ้นให้ประชาชนกลับมาเห็นคุณค่าของการสมรส

การปรับตัวตามวิถีชีวิตและวัฒนธรรมปัจจุบัน

นอกจากนี้ ในพื้นที่ชนบท จีนยังมีการรณรงค์ลดค่าสินสอดที่สูงลิบและพฤติกรรมฟุ่มเฟือยในการแต่งงาน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมทางการเงินต่อทั้งสองฝ่าย และลดภาระที่ไม่จำเป็นต่อการเริ่มต้นชีวิตคู่ โดยมาตรการทางกฎหมายที่ออกมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ได้ระบุห้ามเรียกร้องเงิน หรือทรัพย์สินใดๆ ในนามของการแต่งงาน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการรื้อฟื้นวัฒนธรรมการแต่งงานให้เหมาะสมกับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น และส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่มองการแต่งงานในแง่บวกอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาต้องอาศัยเวลาและความเข้าใจในความเป็นไปของวัฒนธรรมสมัยใหม่ ดังนั้น แทนที่จะ่บังคับให้คนแต่งงาน จีนจะต้องหาจุดสมดุลระหว่างการเคารพสิทธิในการตัดสินใจของแต่ละบุคคล และการสร้างนโยบายที่ส่งเสริมให้การแต่งงานเป็นทางเลือกที่ดึงดูด โดยให้คำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีของทั้งคู่สมรสและประเทศชาติในภาพรวม

ที่มา – จีนเดินหน้าจูงใจประชาชนให้แต่งงาน หลังสถิติจดทะเบียนสมรสลดลง

‘สว.’โวยงบช่วยเหลือภัยสงคราม 100ล้านบาท ยังไม่ได้สักจังหวัด ซัดมีแต่ตัวหนังสือสั่งการ แต่ยังไม่มีตัวเงินลงพื้นที่ อบจ.ใกล้ถังแตกสำรองงบช่วยเหลือไม่ไหว เผยศูนย์อพยพยังต้องการรับบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง ไข่ไก่ อีกจำนวนมาก เหตุแนวชายแดนยังมีปะทะ ประชาชนยังไม่กล้ากลับบ้าน

‘สว.’โวยงบช่วยเหลือภัยสงคราม 100ล้านบาท ยังไม่เข้าพื้นที่จริง ส.ว. ชี้ปัญหาการขาดเงินทุนรับผลกระทบต่อชุมชน

หลังจากที่รัฐบาลประกาศจัดสรร งบประมาณช่วยเหลือภัยสงคราม รวมทั้งหมด 100 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนพื้นที่ชายแดน แต่ล่าสุดมีรายงานว่าจนถึงวันนี้ยังไม่มีจังหวัดใดได้รับเงินสดเข้าระบบ ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ต้องออกมาเปิดเผยว่าอยู่ในภาวะตึงเครียด เนื่องจากไม่สามารถรองรับความต้องการของประชาชนกลุ่มอพยพได้เต็มที่

ปัญหาที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำสั่งที่ยังไม่ลงตัว

หลายฝ่ายต่างชี้ไปที่ข้อจำกัดสำคัญคือ งบประมาณช่วยเหลือภัยสงคราม ที่ถึงแม้จะได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล แต่กระบวนการเบิกจ่ายกลับล่าช้า เนื่องจากมีเพียงการส่งหนังสือราชการและนโยบาย โดยไม่มีการทยอยเงินลงพื้นที่จริง สิ่งนี้ส่งผลให้ศูนย์อพยพบางพื้นที่ต้องเผชิญกับความขาดแคลนข้าวสาร อาหารแห้ง และไข่ไก่ อย่างรุนแรง เนื่องจากประชาชนยังไม่กล้าเดินทางกลับบ้านตามปกติ

  • การจัดงบแบบล่าช้าทำให้เกิดภาวะวิกฤติในศูนย์อพยพ
  • อบจ.บางจังหวัดประกาศว่าใกล้หมดความสามารถในการสำรองงบช่วยเหลือ
  • ประชาชนยังต้องพึ่งพาการบริจาคจากภาคเอกชนและพี่น้องร่วมชาติ

แนวชายแดนยังไม่มั่นคง การสัญจรวันนี้ยังเสี่ยง

จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุดพบว่าเหตุปะทะทางทหารบริเวณเขตชายแดนยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ โดยประชาชนที่ต้องอพยพยืนยันว่าไม่พร้อมจะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติหากไม่มีการรับประกันความปลอดภัย ขณะเดียวกันการเตรียมแผนฟื้นฟูระยะยาวยังไม่ชัดเจน แม้จะมีคำสั่งนโยบายออกมาจากศูนย์กลาง

อย่างไรก็ตาม การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนยังคงเป็นหนึ่งในแรงสำคัญที่ช่วยประคับประคองสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ งบประมาณช่วยเหลือภัยสงคราม ที่ยังไม่ถูกจัดสรรตามแผน อาจส่งสัญญาณการบริหารจัดการภายในที่มีช่องโหว่ ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขเพื่อป้องกันการเกิดวิกฤตซ้ำซ้อน

เรื่องราวของงบช่วยเหลือภัยสงครามไม่อาจชะลอได้อีก

สิ่งที่สำคัญกว่าการออกคำสั่งนโยบายคือการปฏิบัติอย่างเป็นรูปเป็นธรรม สิ่งนี้สะท้อนอย่างชัดเจนจากกรณีของ งบช่วยเหลือภัยสงคราม ที่แม้จะมีตัวเลขสูงถึง 100 ล้านบาท แต่กลับไม่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่ได้ ส.ว. และผู้ว่าราชการหลายจังหวัดต่างซัดกลับว่าปัญหานี้อาจลุกลามหากไม่มีแผนจัดสรรสุ่มเสียงที่ตอบโจทย์

สำหรับผู้ที่ต้องการช่วยเหลือ สามารถบริจาค ข้าวสารอาหารแห้งและไข่ไก่ ให้กับศูนย์อพยพที่กระจายตัวตามแนวชายแดน หรือติดตามข้อมูลล่าสุดเพื่อสนับสนุนการรับบริจาคอุปโภคบริโภคที่จำเป็น นอกจากนี้ การใช้โซเชียลมีเดียเพื่อสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมก็นับเป็นอีกทางออกรวดเร็วท่ามกลางวิกฤต

สุดท้ายนี้ สถานการณ์เช่นนี้อาจเป็นโอกาสที่ดีในการปรับปรุงระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน และสร้างเครือข่ายระหว่างภาครัฐกับเอกชนให้แข็งแรง พร้อมรับมือกับภัยคุกคามในทุกรูปแบบที่ไม่ใช่เฉพาะแค่ภัยสงครามแต่รวมถึงวิกฤตธรรมชาติในอนาคตด้วย

ที่มา – ‘สว.’โวยงบช่วยเหลือภัยสงคราม 100ล้านบาท ยังไม่ได้สักจังหวัด ซัดมีแต่ตัวหนังสือสั่งการ แต่ยังไม่มีตัวเงินลงพื้นที่ อบจ.ใกล้ถังแตกสำรองงบช่วยเหลือไม่ไหว เผยศูนย์อพยพยังต้องการรับบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง ไข่ไก่ อีกจำนวนมาก เหตุแนวชายแดนยังมีปะทะ ประชาชนยังไม่กล้ากลับบ้าน

มาเลเซียพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุมจีบีซีไทย-กัมพูชา ยืนยันความเป็นกลาง

มาเลเซียพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุมจีบีซีไทย-กัมพูชา ยืนยันความเป็นกลาง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวสำคัญจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา กองทัพมาเลเซียได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เพื่อยืนยันถึงความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยการประชุมจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 สิงหาคม นี้ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งถือเป็นการประชุมที่มีความสำคัญอย่างมากต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน

ความเป็นมาของการประชุมจีบีซีไทย-กัมพูชา

การประชุมจีบีซีนี้มีขึ้นตามหนึ่งในเงื่อนไขความร่วมมือภายใต้ข้อตกลงการหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ในการเจรจาครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนประจำปี ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ยืนยันความเป็นกลางอย่างชัดเจน เพื่อให้การเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

บทบาทของมาเลเซียในฐานะเจ้าภาพ

การที่มาเลเซียรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในการประชุมจีบีซีไทย-กัมพูชาครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทผู้นำในเวทีภูมิภาคของประเทศ ภายใต้กรอบอาเซียน ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นระหว่างคู่กรณี ที่มาเลเซียสามารถรักษาสมดุลในการเป็นกลาง เพื่อให้การหารือและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงชายแดนเป็นไปด้วยความโปร่งใสและคลอบคลุม

หัวข้อหารือในการประชุมจีบีซีไทย-กัมพูชา

สำหรับวาระการประชุมจีบีซีไทย-กัมพูชา ที่จะจัดขึ้นในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประกอบด้วยประเด็นหลักๆ เช่น การกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ของผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารที่จะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว รวมไปถึงการจัดตั้งคณะผู้สังเกตการณ์หยุดยิงในระดับอาเซียน เพื่อเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยหวังว่าจะช่วยลดการปะทะซ้ำและเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างคู่กรณี

การประชุมดังกล่าวจะไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมภาพลักษณ์ของอาเซียนในการแก้ไขความขัดแย้งภายในอย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ความคาดหวังจากผลลัพธ์การประชุม

ทั้งนี้ มาเลเซียในฐานะผู้นำอาเซียนยังมีความหวังว่าการประชุมจีบีซีไทย-กัมพูชา จะสามารถนำไปสู่มาตรการที่ชัดเจนและยั่งยืนในการจัดการปัญหาชายแดน และลดความตึงเครียดในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนบริเวณชายแดนมีความมั่นคงปลอดภัยมากขึ้น และส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระยะยาว

หากผลลัพธ์ของการประชุมออกมาเป็นรูปธรรม อาจส่งผลสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ และสร้างบรรทัดฐานใหม่ในเรื่องการแก้ไขปัญหาความมั่นคงผ่านกลไกในระดับอาเซียน เรามาติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่าผลลัพธ์จากทางการประชุมจะเป็นเช่นไร ภายใต้การดูแลของมาเลเซียที่แสดงบทบาท ההת้ผ่านการเป็นเจ้าภาพจีบีซีไทย-กัมพูชาอย่างเต็มความสามารถ

ที่มา – มาเลเซียพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุมจีบีซีไทย-กัมพูชา ยืนยันความเป็นกลาง

สุพรรณบุรีให้การต้อนรับ พลอากาศเอก สุบิน ตรวจเยี่ยมกิจกรรมฝึกอบรมปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ที่หอประชุมอาชาสีหมอก ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี มีเหตุการณ์สำคัญที่น่าสนใจสำหรับคนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนและสังคม โดย พลอากาศเอก สุบิน ชิวปรีชา จากกรมวังผู้ใหญ่ในพระองค์ 904 ได้เดินทางมาเยี่ยมชมและร่วมเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในกิจกรรมฝึกอบรมปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน หรือ Basic Life Support ภายใต้โครงการที่มีชื่อว่า ค่ายคนดี ชีวิตนี้เพื่อแผ่นดิน หรือในชื่อเรียกเฉพาะว่า เยาวชนคนดี ศรีสุพรรณ โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างเยาวชนที่มีทักษะชีวิต มีคุณธรรม และห่างไกลจากการใช้ยาเสพติดอย่างยั่งยืน

กิจกรรมฝึกอบรมปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานเพื่อเสริมศักยภาพเยาวชน

กิจกรรม ฝึกอบรมปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของโครงการ ค่ายคนดี ชีวิตนี้เพื่อแผ่นดิน ที่มุ่งสร้างเครือข่ายเยาวชนคุณภาพของจังหวัดสุพรรณบุรี โดยเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะพื้นฐานด้านการแพทย์และการช่วยชีวิตเบื้องต้น ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างมาก

การมี พลอากาศเอก สุบิน ชิวปรีชา มาเยี่ยมชมกิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นการส่งเสริมและให้ความสำคัญกับการสร้างเยาวชนคนดีของจังหวัดอย่างแท้จริง โดยมี นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วย นายกองเอก เชษฐา ขาวประเสริฐ คอยต้อนรับอย่างเป็นทางการ งานนี้จึงไม่ใช่เพียงการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย แต่ยังแสดงถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการสร้างสุพรรณบุรีให้เป็นจังหวัดสีขาว ปราศจากยาเสพติดในระยะยาว

หลักการของโครงการเยาวชนคนดี ศรีสุพรรณ

  • 1. ส่งเสริมการมีคุณธรรมจริยธรรมในหมู่เยาวชน
  • 2. สร้างเสริมความรู้ความสามารถในทักษะชีวิต เช่น การช่วยชีวิตเบื้องต้น
  • 3. สร้างความตระหนักในการปฏิเสธยาเสพติด และเสริมสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อสังคมไทย
  • 4. จัดกิจกรรมต่อเนื่องทั้งหมด 3 รุ่น ให้เยาวชน จาก 41 โรงเรียนได้เข้าร่วมกิจกรรม

การเปิดบริการความรู้ทางด้านสุขภาพ เช่น Basic Life Support นี้ยังถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การรักษาความปลอดภัยในชุมชน ซึ่งหากเยาวชนเข้าใจถึงหลักการช่วยเหลือผู้อื่นและเข้าใจคุณค่าของชีวิต จะช่วยลดปัญหาสังคมอย่างเช่น การยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ความรุนแรง หรือแม้กระทั่งการกระทำที่ผิดศีลธรรม

โครงการนี้ไม่ได้มุ่งเฉพาะที่ความรู้เท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชน โดยเฉพาะรุ่นใหญ่ที่มีผู้นำจากสถาบันพระองค์มาสร้างแรงบันดาลใจที่ดีในการใช้ชีวิต เช่นเดียวกับที่ พลอากาศเอก สุบิน ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน

สุพรรณบุรีสร้างคนดีให้มั่นคง อย่างไร้ยาเสพติด

สุพรรณบุรี จัดโครงการ ค่ายคนดี ขึ้นเพื่อให้เยาวชนของจังหวัดได้เข้าสู่ระบบการอบรมที่ยกระดับทั้งความรู้ ทักษะ และอุดมการณ์ โดยบรรยากาศในวันนั้นเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและการมีส่วนร่วมของนักเรียนหลายร้อยคน ซึ่งล้วนแต่เป็นอนาคตของชาติทั้งสิ้น

เป้าหมายของโครงการคือสร้างเยาวชนที่ มีจิตสำนึกในการเป็นคนดี มีทักษะช่วยเหลือตัวเองได้ และเชียร์สังคมแบบสร้างสรรค์ไปกว่า 600 คนทั้งหมด 3 รุ่น การที่เครือข่ายสถานศึกษา 41 แห่ง ได้ร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงนี้บ่งบอกถึงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของจังหวัดสุพรรณบุรีในการก้าวไปสู่การเป็นเมืองที่ปลอดภัยจากยาเสพติด

หากคุณกำลังมองหาแนวคิดในการสร้างความแข็งแรงให้เยาวชนในพื้นที่ของตนเอง โครงการเยาวชนคนดี ศรีสุพรรณ น่าจะเป็นแบบอย่างหนึ่งที่คุณศึกษาหรือปรับใช้ได้ไม่ยาก เพราะนี่คือแพลตฟอร์มที่สร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่เติบโตอย่างยั่งยืน และมีความรักชาติอยู่ในหัวใจ

ที่มา – สุพรรณบุรี ให้การต้อนรับ พลอากาศเอก สุบิน ตรวจเยี่ยมกิจกรรมฝึกอบรมปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน

พิธีเปิดกิจกรรมสัปดาห์วันแม่แห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ประจำปี 2568

พิธีเปิดกิจกรรมสัปดาห์วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2568

วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ถือเป็นวันสำคัญสำหรับชาวไทย เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงร่วมกับปภพ ด่านชัยวิโรจน์ และปพน ด่านชัยวิโรจน์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จัดพิธีเปิดกิจกรรมสัปดาห์วันแม่แห่งชาติขึ้น ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพิธีดังกล่าวมีการวางพานพุ่มถวายราชสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

กิจกรรมสัปดาห์วันแม่แห่งชาติ 2568

ภายในงาน ยังมีกิจกรรมหลากหลายที่สะท้อนถึงความตั้งใจอันบริสุทธิ์ในการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ โดยศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์คได้เตรียมการจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมไทย และความรักความเคารพต่อแม่อย่างเต็มใจ โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมที่ช่วยเชื่อมโยงใจของคนในชาติให้ผูกพันกันมากยิ่งขึ้น

ความพิเศษของงานในปีนี้

  • เปิดตัวนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติแบบอินเทอร์แอคทีฟ
  • การแสดงดนตรีและบทเพลงเกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณ
  • กิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนและครอบครัว
  • การจัดเสวนาเรื่องความสำคัญของแม่ไทยในยุคปัจจุบัน

ในส่วนของพิธีการนั้น ได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกณฑ์และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและอบอุ่น โดยผู้ร่วมงานต่างแสดงออกถึงความเคารพและความผูกพันต่อแม่ของแผ่นดินด้วยความจริงใจ

ความหมายแห่งการเฉลิมพระเกียรติในสัปดาห์วันแม่

การจัดกิจกรรมสัปดาห์วันแม่แห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ ประจำปี 2568 นับเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีอันลึกซึ้ง และเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการส่งเสริมค่านิยมเกี่ยวกับความรักและความเคารพต่อแม่ในสายตาของเยาวชนและประชาชนทั่วไป งานนี้ยังสร้างแรงบันดาลใจผ่านกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม ช่วยให้การเฉลิมพระเกียรติดูทันสมัยและเข้าถึงทุก generation ได้อย่างน่าประทับใจ

นอกจากนี้ กิจกรรมในปีนี้ยังมีกลิ่นอายของความเป็นเอกลักษณ์ไทยที่ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ช่วยสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากปีก่อนๆ โดยเฉพาะนิทรรศการอินเทอร์แอคทีฟที่นำเสนอพระราชประวัติและพระมหากรุณาธิคุณด้วยภาพเคลื่อนไหวแบบ 3D และเนื้อหาที่เข้าใจง่ายสำหรับผู้เข้าร่วมทุกช่วงวัย

สรุปบทบาทของแม่ในมุมมองแห่งศรัทธาและความเป็นไทย

งานพิธีเปิด กิจกรรมสัปดาห์วันแม่แห่งชาติ ในปีนี้ไม่ใช่แค่เพียงพิธีกรรมตามประเพณี แต่ยังสะท้อนบทบาทของแม่ในสังคมไทยอย่างลึกซึ้ง จากการถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ที่ให้ไว้กับสังคมไทย ทำให้เด็กรุ่นใหม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของแม่อย่างแท้จริง

หากคุณพลาดกิจกรรมในปีนี้ อย่าลืมติดตามกิจกรรมสัปดาห์วันแม่แห่งชาติในปีต่อไป เพราะงานเหล่านี้สร้างแรงบันดาลใจและเตือนสติเราทุกคนถึงความหมายของคำว่าแม่ที่แท้จริง ที่ไม่ได้มีแค่ในวันแม่ แต่ควรยึดถือตลอดปีและทุกช่วงวัย

ที่มา – พิธีเปิดกิจกรรมสัปดาห์วันแม่แห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ ประจำปี 2568

พักร้อนแบบ ‘คูลเคชั่น’ ในออสเตรีย: ความหมายและประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดา

หากคุณเคยสงสัยว่า “พักร้อนแบบคูลเคชั่น” ในออสเตรียนั้นเป็นอย่างไร หรือจะพักร้อนแบบไหนให้เหมือนกับนักท่องเที่ยวที่เข้าใจในด้านความสะดวกสบายและเทรนด์ใหม่ๆ เราจะพามาทำความรู้จักกับลักษณะการพักผ่อนรูปแบบทันสมัยในประเทศออสเตรียที่กำลังได้รับความนิยมไม่ใช่แค่ในหมู่คนท้องถิ่น แต่รวมถึงนักเดินทางจากทั่วโลกด้วยค่ะ

พักร้อนแบบ “คูลเคชั่น” ในออสเตรีย คืออะไร?

คำว่า “คูลเคชั่น” (Coolcation) เป็นคำผสมระหว่างคำว่า “คูล” (Cool) และ “วาเคชั่น” (Vacation) ซึ่งหมายถึงการพักผ่อนที่เท่และลงตัวในเวลาเดียวกัน โดยไม่ใช่แค่การย้ายไปพักโรงแรมแพงๆ เท่านั้น แต่ยังเน้นเรื่องความผ่อนคลายที่ผสมผสานกับงานเทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย และการใช้ชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งออสเตรียนับเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้าใจแนวคิดนี้ได้อย่างลึกซึ้งและสามารถนำเสนอได้อย่างน่าสนใจ

คูลในแบบออสเตรียมากกว่าแค่ความสบาย

พักร้อนแบบ “คูลเคชั่น” ในออสเตรีย หมายถึงการไปพักผ่อนที่มีการผสมผสานระหว่างธรรมชาติ วัฒนธรรม และเทคโนโลยีในที่พักที่ออกแบบมาอย่างดี เราเห็นได้จากที่พักหรือ Resort ริมทะเลสาบ ที่มีการติดตั้งระบบ Smart room control และเน้นการออกแบบภายในให้ใช้แสงธรรมชาติอย่างเต็มที่เพื่อสร้างความรู้สึกดีต่อทั้งร่างกายและจิตใจ

ทำไมต้องเลือกพักร้อนแบบ “คูลเคชั่น” ในออสเตรีย?

  • สภาพแวดล้อมเหมาะแก่การพักผ่อน — เมืองอย่างฮัลล์สตัตต์ หรืออินส์บรุค ให้ทั้งวิวธรรมชาติและประสบการณ์ชีวิตเยอรมันที่คุณอาจไม่เคยสัมผัส
  • ที่พักทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม — ธุรกิจท่องเที่ยวของออสเตรียให้ความสำคัญกับความยั่งยืน แต่ยังคงคอนเซ็ปต์ Cool และล้ำสมัยได้อย่างลงตัว
  • อาหารและการบริการระดับพรีเมียม — ออสเตรียโดดเด่นเรื่องอาหารที่ผ่านการปรับสูตรให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน พร้อมทั้งบริการที่ใส่ใจทุกความต้องการ

ที่พักแนะนำสำหรับการ “Coolcation” แบบไทยๆ แต่อินเทรนด์

ถ้าอยากลองพักร้อนแบบ “คูลเคชั่น” ในออสเตรีย คุณอาจเริ่มจากการเลือกที่พักที่มีบริการครบวงจร เช่น ที่พักพร้อมสปาแบบออร์แกนิก หรือห้องพักที่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันที่คุณใช้ประจำ ไม่ว่าจะเป็นแอปควบคุมความเย็น แอปสั่งบริการอาหารในห้องเองได้แบบไร้การสัมผัส เพื่อให้คุณได้ความรู้สึกเท่แต่ยังคงบรรยากาศโรแมนติกหรือเหมาะสำหรับการพักผ่อนจริงๆ

สำหรับคนที่รักการเดินทางและชอบเรื่องราวแบบไม่ซ้ำใคร พักร้อนแบบ “คูลเคชั่น” ในออสเตรียจะเป็นประสบการณ์ที่คุณจะประทับใจไปอีกนาน และด้วยการผสานระหว่างความทันสมัยกับธรรมชาติที่ยังคงความดั้งเดิมไว้ได้น่าทึ่ง จึงทำให้ออสเตรียกลายเป็นทางเลือกที่หลายคนต้องกลับมาซ้ำอีกครั้ง

แล้วคุณล่ะ เตรียมพร้อมสำหรับการไปพักร้อนแบบ “คูลเคชั่น” ในออสเตรียหรือยัง?

ที่มา – พักร้อนแบบ “คูลเคชั่น” ในออสเตรีย

ชมส. โรงพักสองพี่น้อง ให้ความรู้ป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศ

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โรงเรียนวัดใหม่นพรัตน์ ภายใต้การสังกัดของ สพป.สุพรรณบุรี เขต 2 ได้มีกิจกรรมสร้างความตระหนักและให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.สองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี นำทีมโดย พ.ต.อ.วรภพ จำปาเงิน, พ.ต.ท.ผจญ หว่างอิ้ง, ร.ต.อ.ชุมพล โพธิ์ลาดพร้าว, ร.ต.อ.สมบัติ ธนโชติพงศา และ ด.ต.ธนัท วรานนท์วนิช ร่วมกับเจ้าหน้าที่จราจร ตำรวจจิตอาสา ตำรวจปฏิบัติการชุมชน รวมทั้งฝ่ายมวลชนสัมพันธ์ (ชมส.) จัดกิจกรรมบรรยายให้ความรู้แก่นักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนอย่างจริงจัง

ชมส. สองพี่น้อง ให้ความรู้เรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ ทำไมสำคัญ?

ในปัจจุบัน ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศเป็นเรื่องที่สังคมต้องตื่นตัว โดยเฉพาะในหมู่เด็กและเยาวชน ที่อาจไม่เข้าใจว่าพฤติกรรมบางอย่างถือว่าเข้าข่ายคุกคามทางเพศได้ การมีชมส. จากโรงพักสองพี่น้องมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กนักเรียน ได้เรียนรู้และรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองหรือคนรอบข้าง

รู้เท่าทันการล่วงละเมิดทางเพศอย่างไร?

ร.ต.อ.ชุมพล หนึ่งในผู้ให้ความรู้ในครั้งนี้ได้ชี้แจงให้เห็นหลักการเบื้องต้นของ “การล่วงละเมิดทางเพศ” ว่าไม่จำเป็นต้องเป็นการกระทำทางกายเสมอไป แต่ยังรวมถึงวาจา การส่งข้อความลามกหรือคำพูดที่ไม่เหมาะสม ท่าทางหรือแม้แต่ภาพ เสียง สื่อดิจิทัล หรือสิ่งของที่มีลักษณะล่อแหลมทางเพศ

หากคุณหรือคนรอบตัวถูกล่วงละเมิด สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่ายอมเงียบ ควรแสดงออกและหยุดพฤติกรรมให้เร็วที่สุด เช่น การตะโกนเรียกให้หยุด หรือขอความช่วยเหลือจากผู้เห็นเหตุการณ์ พร้อมทั้งบันทึกหลักฐาน เช่น บันทึกเสียง บันทึกวิดีโอ หรือจดบันทึกเหตุการณ์โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ชัดเจน เพื่อใช้เป็นเอกสารทางการ

ชมส. สองพี่น้อง ป้องกันบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา

นอกจากเรื่องการล่วงละเมิดแล้ว กิจกรรมนี้ยังให้ความรู้เกี่ยวกับภัยของบุหรี่ไฟฟ้า โดย ร.ต.อ.สมบัติ ชี้ให้เห็นว่าเด็กและเยาวชนเริ่มเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่าย เพราะลักษณะของสินค้าที่ออกแบบเลียนแบบของเล่น หรืออุปกรณ์เด็กเล็ก พร้อมทั้งใส่สารแต่งกลิ่นและรสที่น่าสนใจ เช่น กลิ่นผลไม้ กลิ่นลูกอม น้ำตาล และรสชาติที่เด็กคุ้นเคย

การครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าถือว่าผิดกฎหมายเหมือนการครอบครองยาเสพติด เพราะฉะนั้น ครูตำรวจแดร์ จึงเข้ามาให้ความรู้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และการตัดสินใจที่มีเหตุผลให้กับนักเรียน อธิบายกลยุทธ์ทางการตลาดที่อาจดึงให้พวกเขาลองใช้ และทำให้พวกเขาเข้าใจถึงผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้นและยาว

ชมส. สภ.สองพี่น้อง ร่วมสร้างความปลอดภัยให้ชุมชน

ตลอดการบรรยาย สัมพันธมิตรของชมส.ยังได้สร้างบทสนทนาที่กระชับและเข้าถึงได้ โดยมีการเปิดโอกาสให้เด็กตั้งคำถาม และเล่าประสบการณ์ของตนเอง เพื่อสร้างความเชื่อมโยงเชิงบวกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นับเป็นอีกก้าวสำคัญของชมส. ภายใต้การนำของ สภ.สองพี่น้อง ในการสร้างการรับรู้และการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความรุนแรงทางเพศ และการทดลองใช้อุปกรณ์อันตรายอย่างบุหรี่ไฟฟ้า ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 88 ชีวิต ซึ่งรวมทั้งนักเรียนและครู โดยมีนายชวลิต จันทรเนตร ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นแกนนำสำคัญ

ถึงเวลาแล้วที่ผู้ปกครองและโรงเรียนจะต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยให้กับเด็กๆ การติดตามกิจกรรมของชมส. เช่นที่สองพี่น้องได้จัดแสดงตัวอย่างนี้ คือโอกาสที่ดีในการสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนได้เติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็ง ปลอดภัย และเต็มไปด้วยความรู้ที่เป็นประโยชน์

หากคุณต้องการให้ลูกหลานเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง หรือสนใจการจัดกิจกรรมด้านป้องกันภัยในโรงเรียน ควรติดต่อชมส. ใกล้บ้านหรือประสานงานกับตำรวจชุมชนในพื้นที่ เพื่อจัดกิจกรรมที่มีเนื้อหาร่วมกัน

ที่มา – ชมส. โรงพักสองพี่น้อง ให้ความรู้ป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศ

กองทัพบกเปิดทาง UNHCR – ICRC ตรวจสอบความเป็นอยู่ของทหารกัมพูชา 18 นาย

ความคืบหน้าล่าสุด! กองทัพบกพร้อมให้องค์กรระหว่างประเทศตรวจสอบ 18 ทหารกัมพูชา

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ จากกรณีที่ กองทัพบกมีการควบคุมตัวทหารจำนวน 18 นายจากกัมพูชาหลังเกิดข้อตกลงหยุดยิง แต่ยังมีข้อสงสัยและกล่าวหาว่าไทยมีการปฏิบัติไม่เป็นธรรมในระหว่างควบคุมตัว

คำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากโฆษกกองทัพบก

พล.ต.วินธัย สุวารี ซึ่งเป็นโฆษกกองทัพบกได้ออกมาชี้แจงชัดเจนในวันที่ 2 สิงหาคม 2566 โดยระบุว่า ข่าวที่ว่าไทยทำร้ายทหารกัมพูชานั้นเป็นข้อมูลที่บิดเบือนจากฝ่ายตรงข้าม และสถานการณ์ไม่ได้ยุติลงเพียงแค่การหยุดยิงอย่างฉับพลันเท่านั้น แต่ยังมีการเผชิญหน้าทางอาวุธที่ยังไม่สิ้นสุดตามกฎหมายสากล

ความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศเพื่อความโปร่งใส

เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นไปตามพรมแดนของกฎหมายระหว่างประเทศ กองทัพบกพร้อมรับผู้แทนจากองค์กรสำคัญ เช่น คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เข้าสอบสุขภาพและการเป็นอยู่ของทหารกัมพูชาทั้ง 18 นายที่ถูกควบคุมตัวอยู่

การปฏิบัติตามอนุสัญญาเจนีวาอย่างเคร่งครัด

กองทัพบกได้อ้างอิงถึงอนุสัญญาเจนีวาอย่างชัดเจนว่า การควบคุมตัวทหารในช่วงความขัดแยังสามารถทำได้ตามกรอบกฎหมายที่ยอมรับระหว่างประเทศ โดยทั้ง UNHCR และ ICRC สามารถขอเข้าตรวจสอบโดยตรงได้ ผ่านช่องทางที่กำหนดไว้ตามกฎหมายเพื่อป้องกันผลกระทบหรือความเข้าใจผิด

สร้างความไว้วางใจกับนานาชาติ

การเปิดพื้นที่ตรวจสอบสำหรับองค์กรระดับโลกนี้เป็นการสื่อสารว่า ไทยให้ความสำคัญกับกฎหมายสากล และพร้อมรับฟังความกังวลของทุกองค์กร โดยเฉพาะจากผู้ที่สนใจในสิทธิและความปลอดภัยของนักโทษหรือเชลยศึกในสถานการณ์ความขัดแย้ง เพื่อสร้างความเป็นธรรม พร้อมป้องกันการนำข่าวปลอมไปใช้โจมตีทางด้านความน่าเชื่อถือของกองทัพไทย

กองทัพบกพร้อมรับมือทุกบทบาทในสถานการณ์ซับซ้อน

แม้สถานการณ์ความขัดแย้งยังคงตึงเครียดและซับซ้อน กองทัพบกยังคงยืนยันการปฏิบัติงานอย่างรอบคอบ ตรงไปตรงมา ภายใต้กรอบกติกาจากอนุสัญญาทางทหารระหว่างประเทศ และพร้อมให้ความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศในการสร้างความยุติธรรมและความน่าเชื่อถือของกระบวนการทางทหาร

ข้อความสำคัญสู่สังคมไทย

จากกรณีนี้ เราเห็นชัดว่าสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศและกรณีพิพาทด้านอาณาเขตยังไม่จบลง แต่ทหารไทยยังคงยึดมั่นหลักสากลในการปฏิบัติ ทั้งการรักษาชีวิต การแสดงความโปร่งใส และการรักษาภาพลักษณ์ของสถาบันอย่างรอบด้าน

สภาพอากาศเดือนก.ค. ในญี่ปุ่นร้อนจัดต่อเนื่องเป็นปีที่สาม

เมื่อไม่กี่วันก่อน สภาพอากาศเดือนกรกฎาคมในญี่ปุ่นได้ทำลายสถิติอุณหภูมิเป็นปีที่สามติดต่อกัน ซึ่งทางสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติญี่ปุ่น (JMA) ได้รายงานว่า อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศในเดือนก.ค. ปีนี้ สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติในช่วงเดียวกันระหว่างปี 2534-2563 ถึง 2.89 องศาเซลเซียส นี่ถือว่าเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกอย่างเป็นทางการในปี 2441

อุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้ไม่ใช่แค่เพียงการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีการวัดอุณหภูมิได้สูงสุดถึง 41.2 องศาเซลเซียส ที่จังหวัดเฮียวโงะ ทำลายสถิติเดิมที่เคยบันทึกไว้ที่ 41.1 องศาเซลเซียส ซึ่งเกิดขึ้นทั้งที่เมืองฮามามัตสึในปี 2563 และเมืองคุมากายะในปี 2561

สภาพอากาศเดือนก.ค. ในญี่ปุ่นเป็นอย่างไรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ในช่วง 3 สี่ปีที่ผ่านมา สภาพอากาศเดือนก.ค. ในญี่ปุ่นดูเหมือนจะเปลี่ยนไป โดยเฉพาะสถิติอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุกปี เท่ากับว่าปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) นั้นเริ่มแสดงผลให้เห็นอย่างชัดเจนในประเทศญี่ปุ่น และส่งผลต่อวิถีชีวิตของคนที่อยู่ในพื้นที่

อุณหภูมิระดับอันตรายเมืองเกียวโต

ไม่เพียงแค่จังหวัดเฮียวโงะ แต่เมืองเกียวโตที่เรารู้จักกันดีจากการท่องเที่ยวและสภาพอากาศแบบอบอุ่นในฤดูร้อน ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน โดยเมื่อเดือนที่แล้ว อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นการสูงสุดที่ไม่เคยเกิดขึ้นนับจากเริ่มบันทึกข้อมูลในปี 2423

นี่ไม่ใช่เพียงแค่ข่าวสภาพอากาศที่เกี่ยวกับความสนใจส่วนตัว แต่ยังมีผลต่อเทคโนโลยี สื่อบันเทิง และไลฟ์สไตล์ของคนญี่ปุ่นโดยตรง เทคโนโลยีการควบคุมอุณหภูมิในที่พักอาศัย การใช้แอร์ในระบบอัจฉริยะ และการปรับโครงสร้างเมืองให้อยู่รอดในภาวะภูมิอากาศรุนแรงเหล่านี้จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐบาลและผู้ผลิตนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมต้องเร่งพัฒนา

อีกทั้งในปีที่แล้วก็ถือว่าเป็นปีที่มีฤดูร้อนร้อนที่สุดเทียบเท่ากับปี 2566 อุณหภูมิที่สูงตลอดฤดูกาล ส่งผลให้การท่องเที่ยวมีการปรับตัวในช่วงเวลาที่อากาศร้อนจัด และยังส่งผลต่อเทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลกิออน (Gion Matsuri) ที่เมืองเกียวโต ซึ่งต้องปรับเวลา หรือบางกิจกรรมถูกยกเลิกเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

ในปีถัดไป เราอาจต้องเตรียมตัวรับสภาพอากาศที่รุนแรงยิ่งขึ้น โดยการใช้เทคโนโลยีที่ฉลาดขึ้น ร่วมกับนโยบายที่ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างจริงจัง หากคุณเป็นสายเที่ยวหรือติดตามเทรนด์การท่องเที่ยวเทคโนโลยีและสภาพอากาศ อาจต้องเริ่มวางแผนไปเยือนญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อนให้รัดกุมมากขึ้น หรือหันมาสนใจการท่องเที่ยวในฤดูอื่นแทน

หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพอากาศล่าสุดและมาตรการป้องกันความร้อนในญี่ปุ่น เราแนะนำให้ศึกษาข้อมูลจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาเจเอ็มเอ และแหล่งข่าวที่มาอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ

ที่มา – สภาพอากาศเดือนก.ค. ในญี่ปุ่น ร้อนทำลายสถิติเป็นปีที่สามติดต่อกัน