ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ภูมิธรรมลั่นเลือกอนุทินเขากระโดงหายตลอดกาล

เมื่อวันที่ 4 กันยายน เวลา 13.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เลื่อนการแจ้งความคดีเขากระโดงต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ภูมิธรรม กล่าวว่า การเลื่อนดังกล่าวไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญเท่ากับการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจมากกว่าเขากระโดงเสียอีก การเมืองในขณะนี้ควรให้ความสำคัญกับการบริหารประเทศและพัฒนาประเทศมากกว่าการยึดติดกับเรื่องเก่าๆ

ภูมิธรรมลั่นเลือกอนุทินเขากระโดงหายตลอดกาล

เมื่อมีคำถามตามมาว่า หากมีการเปลี่ยนรัฐบาลในอนาคตจะเป็นอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า ถ้าประชาชนเลือกให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี เรื่องเขากระโดงนี้จะหายไปตลอดกาล อย่างแน่นอน เพราะจะได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบและเป็นธรรม

การรับประกันจากภูมิธรรม

เมื่อมีผู้ถามย้ำว่า การที่จะปล่อยให้เขากระโดงไม่กลับมาคืนเป็นสมบัติของแผ่นดินอย่างถาวรหรือไม่ ภูมิธรรม ตอบอย่างชัดเจนว่า “ผมยืนยันว่าทำตามนี้แน่นอน” ซึ่งเป็นการยืนยันว่าหากเกิดการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน จะมีการจัดการกับประเด็นเขากระโดงอย่างรอบด้านและยุติธรรม

จากคำกล่าวของ ภูมิธรรม ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับผลกระทบของสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจมีต่อทรัพย์สินของราชวงศ์ ไม่ว่าจะเป็นในด้านกฎหมาย จริยธรรม หรือในแง่มุมของความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรภาครัฐต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังคงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดทั้งจากสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป ว่าจะมีการพัฒนาในเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสในอนาคต

ด้วยความที่เป็นเคสที่ได้รับความสนใจจากทั้งในและต่างประเทศ การยุติคดีอย่างเหมาะสมจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศในแง่ของการปกครองและยุติธรรม

  • ควรติดตามสถานะของคดีอย่างใกล้ชิด
  • เลือกตั้งที่มีความโปร่งใสคือทางเดียวที่จะนำเราไปสู่ความยุติธรรม
  • สนับสนุนให้มีการปฏิรูปโครงสร้างการเมือง

การเมืองอยู่กับเราเสมอ และในสถานการณ์เช่นนี้ ทุกเสียงของประชาชนจึงยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เราควรใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีสติ เพื่อประเทศที่ดีกว่าในวันพรุ่งนี้

ที่มา – ‘ภูมิธรรม’ ลั่นเลือก ‘อนุทิน’ เขากระโดงหายตลอดกาล

เปิดโผครม. ‘หนู 1’ นายกฯ ควบ ‘มท.1’ ด้าน ‘ไชยชนก-ภราดร’ ผงาดขึ้น ‘รมต.ป้ายแดง’

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 มีรายงานข่าวออกมาว่า โผคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หรือที่เรียกกันว่า “ครม. หนู 1” ได้มีการจัดสรรตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่งภายในรัฐบาล โดยมีชื่อของบุคคลสำคัญหลายคนที่ได้รับการเสนอชื่อและปรับตำแหน่งใหม่

เปิดโผครม. ‘หนู 1’ นายกฯ ควบ ‘มท.1’ ด้าน ‘ไชยชนก-ภราดร’ ผงาดขึ้น ‘รมต.ป้ายแดง’

ประเด็นสำคัญที่น่าจับตาคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับการเสนอให้นั่งตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ในเวลาเดียวกัน ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งสำคัญยิ่งในระบบบริหารราชการแผ่นดิน

เบื้องต้นได้มีการประกาศว่า น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อแบ่งเบาภาระและสนับสนุนการบริหารงานด้านนโยบายต่างๆ ของกระทรวงนี้

รัฐมนตรีป้ายแดงอีกหลายตำแหน่ง

ต่อมา นายไชยชนก ชิดชอบ ส.ส.จังหวัดบุรีรัมย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่น่าจับตา เพราะมีโอกาสได้รับการแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อีกหนึ่งกระทรวงที่มีบทบาทสำคัญต่ออนาคตของประเทศ

นอกจากนี้ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ก็ถูกโยกไปนั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นการปรับตำแหน่งเพื่อให้เข้ากับความเหมาะสมทางด้านความเชี่ยวชาญและทิศทางนโยบายในอนาคต

และอีกหนึ่งชื่อที่กลายเป็นข่าวใหญ่คือ “นายภราดร ปริศนานันทกุล” ส.ส.จังหวัดอ่างทอง ซึ่งได้รับโอกาสใหม่ในการเป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หน้าที่ที่สำคัญและมีบทบาทต่อการประสานงานระดับสูงภายในฝ่ายบริหารราชการแผ่นดิน

พรรคกล้าธรรมกับพรรคเพื่อไทยเสิร์ชโควตา

ทางด้านพรรคกล้าธรรม ซึ่งเข้าร่วมรัฐบาลในฐานะพรรคร่วม มีรายงานว่าองค์กรพรรคจะได้รับโควตารัฐมนตรี 3 ตำแหน่ง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ และเพิ่มเติมอีกหนึ่งกระทรวง คือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

สำหรับพรรคร่วมไทยสร้างชาติ มีชื่อดัง “นายสุชาติ ชมกลิ่น” เข้ามาเป็นผู้แทนของพรรคในการรับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ยังมีนายศักดา วิเชียรศิลป์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งนำทีม ส.ส.เพื่อไทยกว่า 8 คนเข้าร่วมรัฐบาล คาดว่าจะได้รับโอกาสให้ครองตำแหน่งรัฐมนตรีอีก 1 ตำแหน่งจากทั้งหมดนี้

  • ใครจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์?
  • ใครคือผู้นำหน้าที่นั่งหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคม?
  • พรรคภูมิใจไทยจะครองตำแหน่งที่สำคัญใดเพิ่มอีก?

สุดท้าย กระทรวงสำคัญบางกระทรวง จะถูกกำหนดเป็นโควตาให้กับคนนอก เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ โดยมีทีเด็ดในการสนับสนุนนโยบายร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาลใหม่

สิ่งที่น่าจับตาสูงสุดอีกหนึ่งเรื่อง คือกระทรวงยุติธรรม ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ในกำมือของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งต้องมารอดูความเคลื่อนไหวครั้งต่อไปว่าใครจะได้ปั้นกระทรวงนี้และสามารถทำให้การบริหารความยุติธรรมในประเทศไทยก้าวหน้า

การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่แฝงประเด็นมากมายทั้งในเรื่องของนโยบาย สัดส่วนพรรค และความสามารถของบุคลากรในการป้องกันคุกคามจากกระแสในอนาคต อย่างไรก็ตามหากแต่ละฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างจริงใจ การบริหารบ้านเมืองของเราอาจก้าวไปสู่ความเจริญได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้

หากคุณติดตามข่าวการเมืองในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงในวงการบริหารราชการแผ่นดินครั้งนี้ถือเป็นโอกาสทองในการวัดศักยภาพและการบริหารภาพรวมของรัฐบาลใหม่ หากมีการกระจายอำนาจอย่างโปร่งใส การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนก็อาจเป็นจริงในไม่ช้า

ที่มา – เปิดโผครม. ‘หนู 1’ นายกฯ ควบ ‘มท.1’ ด้าน ‘ไชยชนก-ภราดร’ ผงาดขึ้น ‘รมต.ป้ายแดง’

บ่อนไฮโลพิษณุโลกถูกบุก เจ้าหน้าที่เจอกลโกงอุปกรณ์ลับ

บ่อนไฮโลพิษณุโลกกลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อเจ้าหน้าที่อำเภอวังทองได้จัดการบุกจับกุมบ่อนพนันใต้สวนยาง หลังได้รับรายงานเกี่ยวกับการเล่น บ่อนไฮโลพิษณุโลก ที่มีความลับเร้นและอาจมีการใช้อุปกรณ์กลโกงลูกค้าอย่างรุนแรง

กรรมการลับในบ่อนไฮโลพิษณุโลก

พ.ต.ท. ชาญชัย คมานิคม นายอำเภอวังทอง ได้รับรายงานว่าในหมู่ 12 ตำบลบ้านกลาง อำเภอนี้ มีการเล่นพนันไฮโลอย่างลับๆ ภายใต้ฐานบัญชีสวนยางที่ดูไม่โดดเด่น จึงได้วางแผนให้ปลัดอำเภอพร้อมด้วยอาสาสมัครรักษาดินแดนเข้าตรวจสอบพื้นที่

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบกลุ่มนักพนันเล่นกันหนาแน่น ขนาดตอนหนีก็แตกกันคนละทางไปหมด เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวนักพนันได้ถึง 19 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และมีผู้หญิงสองคนรับบทบาทเป็นเจ้ามือและเจ้าของบ้าน

อุปกรณ์โกงในบ่อนถูกตรวจพบ

ระหว่างที่กำลังค้นของกลาง ได้มีการตรวจกระเป๋าของผู้ต้องหาซึ่งพบอุปกรณ์รีโมทคอนโทรลขนาดเล็ก ตามด้วยการทุบโต๊ะไฮโล ซึ่งพบว่ามีวงจรควบคุมอิเล็กทรอนิกส์พร้อมแบตเตอรี่ซ่อนอยู่ สามารถควบคุมลูกเต๋าได้ตามใจประสงค์นั่นทำให้เกิดความหวาดเสียวว่านักพนันหลายคนอาจตกเป็นเหยื่อของการโกงเงิน

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทำให้นายอำเภอวังทองสั่งปิดบ่อนทันที และนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยนายอำเภอย้ำเตือนถึงอันตรายของ บ่อนไฮโลพิษณุโลก ที่ล้วนแอบซ่อนกลโกงไว้หลายรูปแบบ

  • นักพนันเผชิญความเสี่ยง ทั้งเงินทองและชื่อเสียง
  • อุปกรณ์กลโกงที่ใช้ ซ่อนเร้นภายในโต๊ะ ทำให้ยากต่อการสังเกตเห็น
  • ผลกระทบต่อชุมชน เพราะเป็นต้นตอของปัญหาครอบครัวแตกแยก และเศรษฐกิจล่มสลาย

การจับกุมครั้งนี้ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงหนึ่งในหลายๆ เรื่องว่า บ่อนไฮโลพิษณุโลก ไม่ใช่แค่สถานที่พนันธรรมดา แต่เป็นแหล่งเสี่ยงที่ปลูกฝังความชั่วร้าย แอบแฝงการโกงกินอยู่ตลอดเวลา

หวังว่าข่าวครั้งนี้จะสร้างความตื่นตัวให้กับประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ควบคุมสถานที่เสี่ยงต่อการเล่นพนันได้อย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น

หากคุณรู้จักใครที่กำลังเสพ บ่อนไฮโลพิษณุโลก อยู่ ลองบอกเขาให้รู้ถึงความเสี่ยงนี้ เพื่อช่วยชีวิตเขาไว้ก่อนที่จะสายเกินไป

ที่มา – ‘ปกครอง’ บุกทลายบ่อนไฮโลพิษณุโลก ตะลึง!พบติดตั้งอุปกรณ์กลโกงลูกค้าเพียบ

น่ารัก ‘น้องทุเรียน’ หมีหมาแก่งกระจาน นอนเหงาใจบนกิ่งไม้

ภาพความน่ารักของ หมีหมาน้องทุเรียน ที่นอนเหงาใจบนกิ่งไม้ ณ พะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้กลายเป็นกระแสที่น่าติดตามอย่างมากในวงการท่องเที่ยวและธรรมชาติ ทำเอาคนดูต้องละลายใจไปกับท่าทางน่ารักของมันจนลืมหายใจ

น่ารัก ‘น้องทุเรียน’ หมีหมาแก่งกระจาน นอนเหงาใจบนกิ่งไม้

เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2568 นายอรรถพงษ์ เภาเอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ประจำจุดพะเนินทุ่ง อุทยานฯ ได้พบเห็นหมีหมาน้องทุเรียน ซึ่งเป็นหมีหมาที่มีชื่อเสียงในพื้นที่หน่วยเขาพะเนินทุ่ง นอนเหงาเหงอยู่บนกิ่งไม้ ท่าทางดูเหมือนเหงาเหงิกันอยู่ สร้างความตกใจและตื่นเต้นให้กับผู้ได้เห็นเป็นอย่างมาก

น้องทุเรียน หมีหมา แก่งกระจาน

น้องทุเรียนเป็นหมีหมาที่มีตำหนิรูปพรรณ ริมหน้าจะมีรอยแผลเป็น และจุดดำบริเวณหน้าอกด้านขวาก็เป็นลักษณะเฉพาะตัวที่เจ้าหน้าที่สามารถระบุได้ หลังจากการเผยแพร่ภาพ หมีหมาน้องทุเรียน บนโซเชียลมีเดีย ทำให้จำนวนผู้เข้าชมเพื่อชมและถ่ายภาพเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ความน่ารักที่มาพร้อมคำเตือน

ทว่า เจ้าหน้าที่ก็ได้แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวให้รักษาระยะห่างและไม่เข้าไปใกล้ตัวสัตว์ ห้ามนำอาหารไปทิ้งไว้ในหรือใกล้บริเวณเต็นท์ และไม่ให้อาหารสัตว์ป่าโดยเด็ดขาด เพราะอาจส่งผลให้สัตว์ป่าทั้งหลายสูญเสียสัญชาติญาณการดำรงชีวิตในป่า ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการอยู่รอด

น้องทุเรียน นอนบนไม้

หมีหมา (Helarctos malayanus) เป็นหมีที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก มีลำตัวยาวเฉลี่ยประมาณ 1 เมตร พรมขนสั้นสีดำปนน้ำตาล ขนบริเวณหน้าอกจะโค้งเป็นรูปพานสีขาวนวล และหน้าตั้งแต่ตาไปยังปลายจมูกจะเป็นสีขาวหรือน้ำตาลอ่อน ดำเนินชีวิตเก็บตัวในป่าทึบส่วนใหญ่ และเข้าหากินตอนกลางคืน แต่บางครั้งก็ออกหากินกลางวันเช่นกัน

  • ชอบนอนบนต้นไม้ ไม่ชอบนอนบนพื้นดิน
  • เก่งในการปีนต้นไม้มากกว่าหมีควาย
  • ชอบอยู่เป็นคู่ ไม่ชอบอยู่ในที่โล่งแจ้ง
  • เสียงที่ออกมานั้นคล้ายสุนัขเห่าและมีท่าทางโมโหได้ง่าย
  • สามารถยืนได้ 2 ขาแบบตัวตรง

หมีหมาแก่งกระจาน

จากการติดตามพฤติกรรมของหมีหมาน้องทุเรียน ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงธรรมชาติและการใช้ชีวิตของหมีหมาในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งนับเป็นความสุขเล็ก ๆ ที่คนเมืองได้รับจากการสัมผัสธรรมชาติและความน่ารักนี้

รวมพลังรักสัตว์ป่า อย่าลืมเข้าป่าอย่างมีมารยาท

ที่มา – น่ารัก ‘น้องทุเรียน’ หมีหมาแก่งกระจาน นอนเหงาใจบนกิ่งไม้ ยามพะเนินทุ่งปิด

THE BOYZ กลับไทย 1 พ.ย. นี้ เผาเวที IDEA LIVE

เตรียมเสียงกรี๊ดให้พร้อม เพราะวง THE BOYZ กำลังจะกลับมาปลุกความคิดถึงเหล่า THE B ชาวไทย อีกครั้งด้วยคอนเสิร์ตระดับโลกในงาน “THE BOYZ <THE BLAZE> WORLD TOUR in BANGKOK” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ณ IDEA LIVE, BRAVO BKK โดยนำทีมด้วยหนุ่มๆ มากความสามารถอย่าง “เจคอบ (Jacob), ยองฮุน (Younghoon), ฮยอนแจ (Hyunjae), จูยอน (Juyeon), เควิน (Kevin), นิว (New), คิว (Q), ซอนอู (Sunwoo)” และ “เอริก (Eric)” พร้อมกวาดความมันส์แบบไม่รู้จบในเวทีที่เต็มไปด้วยพลังไฟและเพลงฮิตติดหูมากมาย

THE BOYZ กลับไทย 1 พ.ย. นี้ เผาเวที IDEA LIVE

หลังจากประสบความสำเร็จต่อเนื่องจากผลงานเพลงและกิจกรรมต่างๆ ไปทั่วโลก หนุ่มๆ THE BOYZ เดินหน้าเดินทางทัวร์ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นที่โซล (เกาหลีใต้) ก่อนจะขยายวงโคจรไปยังเมืองใหญ่ๆ อีกหลายแห่ง ทั้งในเอเชีย อเมริกา และยุโรป ซึ่งแต่ละจุดหมายพวกเขาไม่เพียงแต่นำเสนอชุดเพลงฮิตเท่านั้น แต่ยังมีการแสดงที่ถ่ายทอดพลังงานและความมืออาชีพในระดับเวิลด์คลาส เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แฟนๆ ทั่วโลกจะจดจำได้นานหลังจบคอนเสิร์ต

ความพิเศษในคืนนั้นที่รออยู่

  • ผลงานเพลงเด็ดจากอัลบั้มล่าสุด “THE BLAZE”
  • บรรยากาศเวทีที่ใช้เทคโนโลยีและโปรเจกเตอร์ระดับพรีเมียม
  • มินิเกมและกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะแฟนไทยเท่านั้น
  • เซ็ตสุดท้ายที่อาจมีเซอร์ไพรส์พิเศษสำหรับ THE B

ในคืนคอนเสิร์ต ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนตัวยงมานานหรือชอบเข้ามาใหม่ รับรองว่าทุกคนจะได้รับประสบการณ์สุดพิเศษ ทั้งจากเพลง, การเต้น, และปฏิสัมพันธ์จากสมาชิกที่ทำให้ทุกเสียงกรี๊ดมีความหมายมากยิ่ง สิ่งที่สมาชิก “THE BOYZ” อยากทำมากที่สุดคือการตอบแทนผู้ที่คอยสนับสนุนพวกเขาด้วยหัวใจที่ร้อนแรงเสมอ

อย่าลืมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Instagram: @ime_th และทุกแพลตฟอร์มข่าวในเครือ Dailynews โดยเฉพาะในหัวข้อ “THE BOYZ กลับไทย 1 พ.ย. นี้ เผาเวที IDEA LIVE” เพื่อไม่พลาดข่าวสารการเตรียมตัวของวงหรือโปรโมชั่นบัตรเข้าชมเฉพาะ early bird

นับถอยหลังวันแสดง และเตรียมความตื่นเต้นให้เต็มที่ เพราะครั้งนี้จะไม่มีใครผิดหวังได้แน่นอน! งานนี้ถือเป็นโอกาสสุดท้ายของปีที่แฟนๆ จะได้ใกล้ชิด THE BOYZ ในบรรยากาศเต็มเวทีในประเทศไทย

บัตรเข้าชมจะเปิดจำหน่ายเร็วๆ นี้ ติดตามข่าวสารอย่างเป็นทางการ

ที่มา – “THE BOYZ” ปลุกความคิดถึง “THE B” ให้ลุกโชน สาดความฮอตเวิลด์ทัวร์ทั่วโลก ปักหมุดไทย 1 พ.ย. นี้

ผู้ว่าการธปท. ชี้การเมืองไทยกดดันเศรษฐกิจเสี่ยงเพิ่ม

สถานการณ์การเมืองไทยในช่วงที่ผ่านมามีความไม่แน่นอนสูง กระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในปี 69 ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามความคิดเห็นของ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายนเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ที่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อนานาชาติอย่าง “บลูมเบิร์ก” ระบุว่า การชะงักงันทางการเมืองอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐ และจีดีพีของไทยที่คาดว่าจะขยายตัวได้เพียง 1.7% ลดลงจากที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2%

ผู้ว่าการธปท. ชี้การเมืองไทยกดดันเศรษฐกิจเสี่ยงเพิ่ม

จากสถานการณ์ปัจจุบัน มีความเสี่ยงหลายประการที่จะเพิ่มภาระให้กับเศรษฐกิจไทย ทั้งการลงทุนภาครัฐที่ชะลอตัว การบริโภคภายในประเทศที่ลดลง รวมไปถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่อาจสั่นคลอน ส่งผลให้ภาพรวมของการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้มีโอกาสต่ำกว่าเป้าหมาย

ผลกระทบระยะยาวต่อการเงินและการคลัง

นอกจากนี้ นโยบายการเงินของ ธปท. ซึ่งยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็อาจต้องเผชิญกับแรงกดดันหากสถานการณ์การเมืองยืดเยื้อ การขาดเสถียรภาพทางการเมืองส่งผลให้ความเชื่อมั่นในภาคเศรษฐกิจลดลง และยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่ออันดับเครดิตของไทย

  • จีดีพีปี 69 คาดว่าขยายตัวที่ 1.7%
  • อัตราดอกเบี้ยนโยบายยังอยู่ในระดับต่ำ
  • การเมืองไทยส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
  • อันดับเครดิตอาจตกต่ำหากมีความเสี่ยงเพิ่ม

นายเศรษฐพุฒิ กล่าวเสริมว่า ธปท. ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นอิสระในด้านนโยบายการเงิน และยืนยันว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังคงรักษาแนวทางที่เหมาะสมเพื่อรองรับสถานการณ์ในช่วงปลายปีนี้ และปี 69 อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทั้งในด้านอัตราเงินเฟ้อ การไหลเข้าออกของเงินทุน และความเสถียรของระบบการเงิน

ผู้บริโภคและภาคเอกชนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะหากการเมืองไม่คลี่คลายในเร็ววัน อาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยอยู่ในสภาวะชะลอตัวยาวนาน ควรเตรียมความพร้อมรับมือทั้งในด้านการวางแผนการเงิน การลงทุน รวมถึงการบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจ

ในมุมมองของผู้เขียน การเมืองเป็นปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการและนักลงทุนควรมีความยืดหยุ่นในการปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความผันผวน

ที่มา – ‘ผู้ว่าการธปท.’ ชี้การเมืองไทย กดดันเศรษฐกิจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

อนุทินเผยภาพตัวเงินตัวทองหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ลั่นหน้าเหมือนผมเลย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เหตุการณ์ที่น่าสนใจเกิดขึ้นที่บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งกลายเป็นกระแสในวงการการเมืองไทยอย่างรวดเร็ว โดยมีการเผยแพร่ภาพของ ‘ตัวเงิน’ และ ‘ตัวทอง’ ซึ่งถูกกล่าวขวัญว่าหน้าตาคล้ายกับ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จนทำให้ตัวเองกลายเป็นหัวข้อพูดคุยของสื่อมวลชนและบรรดาผู้ติดตามการเมืองอย่างล้นหลาม

อนุทินเผยภาพตัวเงินตัวทองหน้าตึกไทยคู่ฟ้า

ในวันที่ 4 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวโดยมีบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและด้วยอารมณ์ขัน เมื่อถูกถามว่า ‘เค้กส้มต้องกินกับอะไร’ ท่านก็ตอบอย่างมีอารมณ์ขันว่า “กินกับเยลลี่ กับน้ำอัญชัน น้ำแดง เหลือง เขียว ขาว อะไรก็ได้” โดยย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ของคนไทยคือความสามัคคี หากทุกคนสามัคคีกันแล้ว ไม่มีใครมาทำร้ายบ้านเมืองได้

หน้าเหมือนผมเลยเนอะ

ระหว่างการให้การสัมภาษณ์ ปรากฏว่ามีผู้สื่อข่าวรายหนึ่งได้นำภาพของตัวเงินและตัวทองที่เกิดขึ้นมาอยู่หน้าตึกไทยคู่ฟ้ามาให้นายอนุทินได้ชม ทำให้นายอนุทินหัวเราะ และพูดว่า “หน้าเหมือนผมเลยเนอะ” พร้อมกับซักถามว่าภาพนี้เป็นของจริงหรือเป็นภาพที่แต่งด้วย AI จากนั้นท่านก็เอื้อมมือไปขยายภาพที่ถูกยื่นให้ดู และยังย้ำอีกว่า “ตัวเงิน ตัวทอง เป็นสัตว์สงวนอยู่แล้วหาเงินหาทองให้กับประเทศ”

ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ ทำให้หลายคนมองว่าเป็นการสะท้อนถึงความเป็นมนุษย์ และด้านอารมณ์ขันของ “นายอนุทิน” ที่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน ยังสามารถรักษามุมมองที่ดีและยังปลูกฝังความเพียรพยายามสร้างเสถียรภาพในสังคม การเมืองไทยผ่านคำพูดที่ดูเบาๆ แต่กลับสอนให้หลายคนได้คิด

การที่ “ตัวเงิน” และ “ตัวทอง” ถูกพูดถึงบนโลกโซเชียลจนกลายเป็นเรื่องราวที่ขึ้นแท่นในช่วงเวลาที่วุ่นวายทางการเมืองในบ้านเมือง แสดงให้เห็นว่าบางครั้ง ความบันเทิงหรือเรื่องราวเล็กๆ ง่ายๆ ก็สามารถสร้างเสียงหัวเราะให้สังคมได้ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมือง

และที่สำคัญอีกด้านหนึ่งคือ การยอมรับและการหัวเราะกับตัวเองของผู้นำในสังคม เผยให้เห็นถึงการยอมรับข้อเท็จจริง รวมถึงฝีมือในการสื่อสารที่สามารถเปลี่ยนเรื่องราวเล็กๆ ให้กลายเป็นบทสนทนาที่มีสาระได้

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ถือเป็นหนึ่งในมุมความบันเทิงที่เกิดขึ้นบนโลกจริง ที่ยังได้ย้ำเตือนถึงความจำเป็นในการสมัครสมานสามัคคีของมิตรภาพไทย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกฝ่ายมีความคิดเห็นหลายหลาย แต่สุดท้ายแล้ว ความสามัคคียังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ท้ายที่สุดนี้ หากมองไปในแง่ดีๆ การมีภาพ ‘ตัวเงิน ตัวทอง’ หน้าตึกไทยคู่ฟ้า และการระบุว่าหน้าคล้าย ‘อนุทิน’ อาจเป็นเหมือนคำพูดเล็กๆ ที่ให้ภาพลักษณ์ของผู้นำในสังคมไทยให้ดูน่ารัก อบอุ่น และเข้าถึงง่ายมากขึ้น ซึ่งในความเป็นจริง มันช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณยังไม่ได้เปลี่ยนความคิดว่าผู้นำควรเป็นแบบไหน ลองย้อนกลับมาดูเหตุการณ์นี้ดูสักครั้ง บางที “ความตลก” อาจเป็นคำสำคัญที่ทำให้ใจประชาชนหันกลับมาให้ความสนใจได้มากกว่าคำพูดที่ดูจริงจังเสมอ

อยากรู้ข่าวการเมืองไทยแบบแฝงอารมณ์ขันเพิ่มเติม ติดตามได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – เล่นตัวเอง ‘อนุทิน’ บอก ‘หน้าเหมือนผมเลยเนอะ’ หลังสื่อโชว์ภาพ ‘วรนุช’ หน้าตึกไทยคู่ฟ้าให้ดู

‘โรม’ ขอโทษประชาชนที่โหวต ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยว่าตนเองยังไม่ต้องการให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้เป็นนายกฯ จริง เพราะยังมีสถานการณ์เกี่ยวกับการยุบสภาที่ยังไม่ชัดเจน จึงไม่ควรเลือกนายกฯ ในตอนนี้

‘โรม’ ขอโทษประชาชนที่โหวต ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯ

แม้พรรคประชาชนจะมีแนวทางชัดเจนว่าต้องการยุบสภา แต่ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ไม่สามารถเดินหน้าตามเป้าหมายได้ “ขอโทษทุกคนที่ทำให้ผิดหวังไม่ได้ตัดสินใจตามที่ทุกคนคาดหวัง” นายรังสิมันต์กล่าว และยืนยันว่าจุดนี้คือจุดที่พรรคลำบากที่สุดในการตัดสินใจ แต่ก็ต้องทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของพรรคเพื่อไทยที่ยื่นยุบสภา ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยมีประเด็นว่ามีการตีตกในกระบวนการหรือไม่ ถ้าหากตีตกจริงก็อาจส่งผลให้ไม่สามารถยุบสภาได้ ซึ่งหากไม่สามารถยุบสภาได้ ก็จะต้องมีการเลือกนายกฯ คนใหม่ตามวาระทันที

พรรคประชาชนยืนยันจุดยืนไม่ร่วมรัฐบาล

สิ่งที่พรรคประชาชนแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนมาตั้งแต่ต้นคือ การจะไม่ร่วมรัฐบาลไม่ว่าใครจะเป็นนายกฯ แม้ในตอนนี้จะเลือกโหวตให้นายอนุทิน ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อให้ประเทศมีนายกฯ ทำงานได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าร่วมรัฐบาล

“เราไม่อยากเป็นพรรคการเมืองที่เปลี่ยนแปลงจุดยืน เราต้องรักษาสัจจะกับมวลชนประชาชนให้ได้” นายรังสิมันต์กล่าว และเสริมว่า แม้จะมองว่าการยุบสภาคือทางออกที่ดีที่สุด แต่หากไม่สำเร็จ ก็ต้องหาทางเลือกที่ยังดีที่สุดให้กับประเทศ

  • พรรคประชาชนไม่เห็นด้วยกับการใช้นิติสงคราม
  • ต้องการความชัดเจนว่ากระบวนการยุบสภาสิ้นสุดลงแล้วหรือยัง
  • ยืนยันการไม่เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล

ในขณะที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการเลือกนายอนุทิน นายรังสิมันต์กล่าวว่าเข้าใจดีว่าเป็นเรื่องที่ยากต่อ acceptance แต่ในฐานะพรรคที่มีหน้าที่ในสภา ต้องการทำงานตามบทบาทหน้าที่อย่างรอบคอบ และไม่ปล่อยให้สถานการณ์เสียหายมากกว่านี้

ด้านกรณีที่พรรคภูมิใจไทยไม่เข้าร่วมประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายภาคประชาชน ทำให้ร่างนั้นไม่ได้รับการลงมติ สิ่งนี้ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินงานทางประชาธิปไตย และเป็นเรื่องที่พรรคประชาชนอยากให้กลับมาพูดคุยกันอย่างเปิดเผย

ในตอนท้าย นายรังสิมันต์ย้ำว่าพรรคประชาชนมีเป้าหมายเพื่อความชัดเจนและการเดินหน้าของประเทศ “เราต้องเดินหน้าจนกว่าจะมีเหตุเปลี่ยนแปลง และไม่ปล่อยให้ประเทศติดอยู่กับสถานการณ์ที่เสี่ยง”

ทั้งนี้ ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในคดีน.ส.แพทองธาร ก็อาจเป็นอีกประเด็นที่เปลี่ยนสถานการณ์ จึงเป็นสิ่งที่พรรคประชาชนมีความห่วงอย่างยิ่ง หากเกิดความล่าช้าในการแก้ปัญหา

ในตอนท้าย ขอให้ทุกฝ่ายกลับมามีสติและช่วยกันสร้างความชัดเจน เพื่อให้ประเทศชาติก้าวผ่านวิกฤตทางการเมืองได้อย่างปลอดภัยและมีเสถียรภาพ

ที่มา – ‘โรม’ ขอโทษประชาชนทำผิดหวังโหวต ‘อนุทิน’ นั่งนายกฯ

ภูมิธรรม โพสต์เฟซบุ๊ก ยันมีอำนาจถวายคำแนะนำยื่นร่าง พ.ร.ฎ. ยุบสภา

วันที่ 4 กันยายน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กเพื่อชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร

ภูมิธรรม โพสต์เฟซบุ๊ก ยันมีอำนาจถวายคำแนะนำยื่นร่าง พ.ร.ฎ. ยุบสภา

นายภูมิธรรม เผยว่า รัฐบาลได้จัดทำร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรและส่งให้สำนักงานองคมนตรีเรียบร้อยเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 แต่ได้รับแจ้งว่ายังมีประเด็นทางกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของ ภูมิธรรม โพสต์เฟซบุ๊ก ในการถวายคำแนะนำยื่นร่างกฎหมายดังกล่าว จึงยังไม่สามารถนำร่างขึ้นทูลเกล้าถวายในตอนนี้ได้

ข้อกฎหมายที่ยังต้องชี้แจง

ภายหลังจากการโพสต์ฉบับแรก นายภูมิธรรม ได้โพสต์อีกครั้งภายใต้หัวข้อ “เดินหน้าตามครรลองประชาธิปไตย” โดยระบุว่า เมื่อพรรคประชาชนยืนยันสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยและเตรียมบรรจุวาระเลือกนายกฯ แล้ว เขาในฐานะผู้นำพรรคเพื่อไทยพร้อมเสนอศาสตราจารย์ชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรี

พร้อมยืนยันต่อประชาชนว่า หากได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอ จะดำเนินการยุบสภาทันที โดยไม่รอครบกำหนด 4 เดือน เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศ

  • รัฐบาลเคารพกระบวนการนิติธรรมทุกขั้นตอน
  • พร้อมยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน
  • พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อนายกฯ ทันทีหากได้รับเสียงสนับสนุน

ทั้งนี้ นายภูมิธรรม ย้ำว่า การเมืองไทยควรเดินหน้าด้วยความเป็นประชาธิปไตย โดยให้สภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ ทั้งการเลือกนายกฯ และกำหนดอนาคตของประเทศอย่างแท้จริง

เขาเห็นว่า ทุกพรรคการเมืองควรมีความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตน และเปิดโอกาสให้ประชาชนตัดสินเลือกผ่านกลไกทางประชาธิปไตย ซึ่งเป็นวิถีอันทรงเกียรติของประชาธิปไตยไทย

จากสถานการณ์ปัจจุบัน แม้ยังมีเสียงถกเถียงเกี่ยวกับอำนาจในการนำร่างกฎหมายยุบสภา แต่นโยบายและเจตนารมณ์ของรัฐบาลคือการส่งเสริมให้ประเทศก้าวไปอย่างมั่นคง เป็นธรรม และสอดคล้องกับขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ

ดังนั้นประชาชนควรติดตามพัฒนาการทางการเมืองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ภูมิธรรม โพสต์เฟซบุ๊ก ยันมีอำนาจถวายคำแนะนำยื่นร่าง พ.ร.ฎ. ยุบสภา เพื่อให้เข้าใจและมีส่วนร่วมในอนาคตของชาติ

มุมมอง: การเมืองไทยจำเป็นต้องมีการถ่วงดุลในทุกกระบวน ทั้งในเชิงกฎหมายและการเมือง เพื่อให้มั่นใจว่าอำนาจใด ๆ จะไม่ล้ำหลังจากกรอบรัฐธรรมนูญ มีการยุบสภาเป็นกลไกหนึ่งที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนมีเสียง ดังนั้นทุกฝ่ายควรพร้อมเดินหน้าตามครรลองประชาธิปไตยอย่างมีความรับผิดชอบ

ที่มา – ‘ภูมิธรรม​’ โพสต์เฟซบุ๊ก ยัน​ มีอำนาจถวายคำแนะนำ​ยื่น​ร่างพ.ร.ฎ.​ยุบสภา​

บิ๊กเต่าเผย นักร้อง-ตลก-นักธุรกิจให้ข้อมูลวัดพระบาทน้ำพุ 8 ก.ย.

เมื่อวันที่ 4 กันยายน ณ รัฐสภา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้ออกมาให้ข้อมูลความคืบหน้ากรณีคดีทุจริตเงิน วัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งระบุว่า มีนักร้อง ศิลปินตลก และนักธุรกิจติดต่อเข้ามาให้ข้อมูลหลายราย โดยประมาณวันที่ 8 กันยายนนี้ จะมีการมาพบเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม

บิ๊กเต่าเผย นักร้อง-ตลก-นักธุรกิจให้ข้อมูลวัดพระบาทน้ำพุ 8 ก.ย.

สำหรับผู้ที่เข้ามาติดต่อแล้ว มีทั้งกลุ่มนักร้อง 4 คน กลุ่มศิลปินตลก รวมถึงนักธุรกิจหนึ่งราย ส่วนบุคคลอื่นๆ เช่น ถั่วแระ เชิญยิ้ม หรือ ศรสุทธา กลั่นมาลี ก็ได้ติดต่อเข้ามาแล้ว แต่ยังไม่รวมเจนญาณทิพย์ ที่ยังไม่มีข้อมูลว่าจะเข้าร่วมหรือไม่

การให้ข้อมูลมีความเกี่ยวข้องโดยตรง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่าผู้ที่ติดต่อเข้ามามาให้ข้อมูลทุกรายถือว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีอย่างแนบแน่น เพราะมองว่าเงินจำนวนมหาศาลนี้ไม่ได้อยู่แค่ที่ วัดพระบาทน้ำพุ เพียงแห่งเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับบริวารและผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องหาผลประโยชน์ภายในวงจรทางจริยธรรมและความเชื่อ

เขาเผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนเส้นทางของเงินทุนที่เกี่ยวข้องกับวัด รวมถึงการยืม-กู้เงิน การจัดการด้านการเงินของวัด รวมถึงบทบาทของเจ้าหน้าที่เฉพาะด้านที่ سابقมารับราชการในพระภูมิลำดับต่างๆ

  • นักร้อง-ตลกเตรียมให้ข้อมูลวัดพระบาทน้ำพุภายในสัปดาห์นี้
  • พล.ต.ต.จรูญเกียรติยืนยันทุกบุคคลมีบทบาท
  • คาดว่าจะมีผู้ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 20-30 คน

ระบบการสอบสวนยังดำเนินต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าจะมีความชัดเจนในไม่ช้า ทั้งในเรื่องยอดเงิน การที่ดิน บริษัท รวมถึงมูลนิธิที่มีการหมุนเวียนเงินวงกว้างถึงหลักหมื่นล้านบาท

ในแง่ของเจตนา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้ระบุว่า ผู้ที่มีจิตศรัทธาให้เงินวัดเพื่อการกุศล ก็มีความจริงใจ แต่หากมีเจตนาร้ายหรือפגัดใช้เงินในทางที่ผิดก็ต้องได้รับการตรวจสอบให้หมดจด หากการให้หรือยืมเกิดขึ้นมาโดยไม่ถูกต้อง ก็ถือว่าผิดในทางกฎหมายทั้งคู่

โดยสรุป คดีวัดพระบาทน้ำพุได้เปิดกว้างขึ้นทุกขั้นตอน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะอยู่ฝั่งใดก็คงต้องเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นทางด้านความรับผิดชอบทางกฎหมาย หรือจิตใจ เนื่องจากสังคมยุคใหม่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและจริยธรรมทางศาสนา

หากคุณมีข้อมูลใดๆ ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อกรณีนี้ ก็ควรจะเปิดเผยออกมาเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม

ที่มา – ‘บิ๊กเต่า’ ชี้ นักร้อง-ตลก-นักธรุกิจ ต่อคิวให้ข้อมูลเอี่ยว ‘วัดพระบาทน้ำพุ’ 8 ก.ย.นี้