ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ผวาหลุมกลางทุ่งนา คาดกระสุนเขมรยังไม่ระเบิด

ล่าสุด ชุมชนชายแดนจังหวัดสุรินทร์ตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนกหลังพบหลุมปริศนากลางทุ่งนา ซึ่งเชื่อว่าเป็นร่องรอยของลูกกระสุนปืนใหญ่ที่ทหารกัมพูชาอาจยิงเข้ามาในช่วงที่มีสถานการณ์ตึงเครียดเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่า ลูกกระสุนดังกล่าวยังไม่ระเบิด สร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของชาวบ้านอย่างมาก

ผวาหลุมกลางทุ่งนา คาดกระสุนเขมรยังไม่ระเบิด

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568 นายรุจิภาส มีกุศล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยทีมงานได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ชายแดนบริเวณช่องจอม ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในช่วงที่ผ่านมา โดยได้รับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากเจ้าของร้านค้าที่ต้องหยุดกิจการ รวมถึงความวิตกกังวลต่อความปลอดภัย

ทั้งนี้ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านด่านฯ ได้นำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบร่องรอยของลูกกระสุนที่ตกในทุ่งนา ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1.5 กิโลเมตร และพบว่าหลุมดังกล่าวมีลักษณะวงกลม มีต้นข้าวแหว่งหายไป ดินกระจายออกด้านข้างอย่างชัดเจน คาดว่าเกิดจากแรงระเบิดที่อาจจะยังไม่ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ชุมชนตื่นตระหนก คาดการณ์ว่าอาจยังไม่ระเบิด

“ชาวบ้านเพิ่งมาพบหลุมนี้เมื่อ 4 วันก่อน ทั้งที่คาดว่ากระสุนตกมาตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา และยังไม่แน่ชัดว่าหัวระเบิดทำงานไปแล้วหรือไม่” นายบุญดี สุขเต็ม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กล่าว และได้แจ้งให้หน่วย EOD (Explosive Ordnance Disposal) หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ แต่ยังไม่มีการบูรณาการดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ ทางชุมชนได้ตั้งสัญลักษณ์ไม้ปักเตือนรอบพื้นที่ และแจ้งให้คนในหมู่บ้านระมัดระวังอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่อาจทำให้ดินจมลงไปและปิดบังจุดที่อาจมีวัตถุระเบิดป้องไว้

ชาวบ้านเรียกร้องให้หน่วยงานเร่งเข้าเก็บกู้

“เราอยากเร่งประสานขอให้ EOD เข้ามาตรวจสอบอย่างเร่งด่วนที่สุด เพราะเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ทำนาผลิตอาหาร หากกระสุนยังไม่ระเบิดจริง อาจเกิดอันตรายร้ายแรงได้ทุกเมื่อ” นายรุจิภาสกล่าวเสริม

  • สถานการณ์ตื่นตระหนกในชุมชน จากการค้นพบหลุมท่ามกลางไร่นา
  • ยังไม่แน่ชัด ว่าลูกกระสุนปืนใหญ่ได้ระเบิดไปแล้วหรือยัง
  • EOD ยังไม่ได้เคลื่อนไหว เนื่องจากภารกิจในพื้นที่อื่น

ในขณะนี้ ทีมงานได้ขอให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมมือสังเกตพื้นที่รอบ ๆ ไร่นาของตนเอง หากพบจุดที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น ดินถูกขุดหรือพืชผลโล่งหาย ให้รีบแจ้งผู้นำชุมชนทันที นอกจากนี้ยังควรติดสัญลักษณ์แจ้งเตือน เช่น เชือกแดง-ขาว หรือป้ายเตือนว่า “ห้ามเข้า” เพื่อป้องกันอันตราย

ความปลอดภัยของประชาชนเป็นเรื่องที่ต้องไม่ละเลย

สถานการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่แฝงมากับการอยู่ใกล้ชายแดน แม้สงครามจะสงบลง แต่เศษวัตถุสงครามอาจกลายเป็นภัยร้ายแฝงอยู่ในที่ที่ไม่มีใครคาดคิด การร่วมมือของทุกฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งจากประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เวลาผ่านไปทุกชั่วโมง ก็เพิ่มความเสี่ยงให้กับความปลอดภัยของประชาชน เราจึงมา呼吁ว่า รัฐบาลควรมีการประสานหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดให้เร่งเข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และมีมาตรการป้องกันในระยะยาวด้วย

ที่มา – ผวาหลุมกลางทุ่งนา คาดระเบิด ‘เขมร’ ยังไม่บึ้ม เร่งประสาน EOD เก็บกู้

ภูมิธรรม-ทวี-เดชอิศม์ พร้อมแกนนำเพื่อไทย ถึง ปชน. เจอมวลชน

เมื่อเวลา 13:55 น. แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ นายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ เดินทางไปยังที่ทำการพรรคประชาชน เพื่อเข้าร่วมการประชุมตามกำหนดการกับพรรคประชาชน

ภูมิธรรม-ทวี-เดชอิศม์ พร้อมแกนนำเพื่อไทย ถึง ปชน. เจอมวลชน

การเดินทางครั้งนี้ของแกนนำพรรคเพื่อไทยมาถึงที่ทำการพรรคประชาชน เป็นโอกาสที่ ภูมิธรรม-ทวี-เดชอิศม์ และคณะจะได้พบปะพูดคุยกับพรรคประชาชน เรื่องแนวทางการเมืองในประเทศไทย รวมถึงสูตรร่วมรัฐบาลในอนาคต

บรรยากาศการเข้าพบพรรคประชาชน

ด้านหน้าที่ทำการพรรคมวลชนจากพรรคประชาชนได้รวมตัวกันพร้อมป้ายข้อความหลากหลาย สื่อสารเสียงของคนหลายกลุ่ม โดยมีข้อความว่า “เพื่อไทยศูนย์รวมโจร”, “ซ้ายก็เจ็บ ขวาก็เจ็บ” และการตะโกนไล่ “พรรคเพื่อเขมรเก็ตเอาท์” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอารมณ์และความไม่พอใจบางอย่างจากภาคประชาชนที่มีต่อพรรคเพื่อไทย

ขณะที่บรรยากาศภายในอาคารเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลถูกเจ้าหน้าที่พรรคประชาชนเชิญให้ขึ้นไปพบปะพูดคุยในห้องประชุมร่วมกับ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน, นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค และแกนนำอื่นๆ ที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎร

สำหรับuestos座谈会上การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นการสื่อสารในหลายแง่มุมทั้งทางการเมืองและเชิงกลยุทธ์ โดยคาดว่าจะเป็นแนวทางให้เกิดข้อตกลงบางประการก่อนที่จะเข้าสู่การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติครั้งต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่า น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ได้รับเชิญมาร่วมพิจารณาสถานการณ์เชิงกลยุทธ์ด้วย ซึ่งสื่อให้เห็นถึงบทบาทของพรรคในภาวะภูมิลำเนาทางการเมืองตอนนี้

บรรยากาศภายนอกอาคารก่อนการประชุมยังคงตื่นตัว เมื่อแกนนำพรรคเพื่อไทยเดินจากยานพาหนะไปยังอาคารมีเสียงตะโกนไล่และข้อความต่อต้านที่ถูกชูขึ้นมา แต่ทุกฝ่ายยังยึดมั่นในความสงบและไม่มีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด

  • การประชุมระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างเสถียรภาพรัฐบาล
  • บรรยากาศภายนอกมีการต่อต้านจากมวลชน สะท้อนความไม่พอใจในนโยบายบางประการ
  • พรรคเพื่อไทยเตรียมรับมือกับสูตรร่วมรัฐบาลในรูปแบบใหม่ ภายใต้เสียงเรียกร้องจากประชาชน

การที่ ภูมิธรรม-ทวี-เดชอิศม์ และแกนนำพรรคร่วมจริงร่วมรัฐบาลจะสามารถค้นหาระบบของการเมืองใหม่ที่ตอบโจทย์ประชาชนได้ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น คงต้องรอดูในอนาคตอันใกล้หลังจากการประชุมในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม งานนี้ยังมองว่าพรรคเพื่อไทยต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่องและเปิดใจรับฟังภาคประชาชนมากกว่าเดิม ไม่เพียงแต่เพื่อการอยู่ในอำนาจ แต่เพื่อผู้นำที่มีจริยธรรมและปราศจากการแบ่งแยก

ที่มา – ‘ภูมิธรรม-ทวี-เดชอิศม์’ พร้อมแกนนำเพื่อไทย ถึง ปชน. เจอมวลชนส้มตะโกนไล่ ‘พรรคเพื่อเขมร’

สรรพากรเปิดระบบ D-VAT & SBT บริการดิจิทัลครบวงจร

กรมสรรพากรได้เปิดตัวระบบ D-VAT & SBT อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นระบบบริการดิจิทัลครบวงจรสำหรับภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยมุ่งเน้นการให้บริการแบบ End-to-End ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการจดทะเบียน เปลี่ยนแปลงข้อมูล การยื่นคำขอ ยื่นแบบแสดงรายการภาษี ไปจนถึงการพิจารณาและคืนภาษี

สรรพากรเปิดระบบ D-VAT & SBT บริการดิจิทัลครบวงจร

นายปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากร ได้กล่าวถึงความสำคัญของระบบ D-VAT & SBT ว่าสามารถบูรณาการขั้นตอนการให้บริการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ ช่วยให้ผู้เสียภาษีสามารถดำเนินการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และลดภาระงานของเจ้าหน้าที่

พัฒนาอย่างไรให้ตอบโจทย์ผู้ใช้

ในการพัฒนาระบบ D-VAT & SBT นี้ กรมสรรพากรได้นำเอา Design Thinking มาเป็นเครื่องมือในการทำความเข้าใจผู้ใช้ วิเคราะห์ปัญหาของระบบเดิม และหาวิธีแก้ไขจุดบกพร่อง พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จาก Agile Methodology ที่ช่วยให้การพัฒนาระบบเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับ User Experience (UX) และ User Interface (UI) เป็นพิเศษ โดยได้จัดให้มีการทดลองใช้งานกับกลุ่มผู้ใช้บริการตัวอย่าง และนำข้อเสนอแนะที่ได้มารวมไว้ในการปรับปรุงให้ระบบใช้งานง่าย ลดความซับซ้อน และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ในทุกระดับ

ด้วยการพัฒนาในรูปแบบนี้ ทำให้ระบบ D-VAT & SBT กลายเป็นศูนย์กลางในการจัดการภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะในรูปแบบ Anywhere Anytime Any Device ซึ่งผู้ใช้งานสามารถดำเนินการได้ตลอด 24 ชั่วโมงจากอุปกรณ์ใดก็ได้ ช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรของทั้งผู้เสียภาษีและเจ้าหน้าที่

เป้าหมายของการพัฒนาระบบภาษีดิจิทัล

อธิบดีกรมสรรพากรกล่าวอีกว่า การพัฒนาระบบ D-VAT & SBT ไม่ได้มุ่งไปที่การปรับปรุงเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของกรมในการขับเคลื่อนการให้บริการภาษีเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ การจัดการภาษีอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ เป็นหัวใจสำคัญของระบบใหม่นี้

เป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่ช่วยลดขั้นตอนซ้ำซ้อน เพิ่มความโปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการด้านภาษี ระบบที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ถือเป็นก้าวสำคัญของกรมสรรพากรในเชิงนวัตกรรม เพื่อให้การบริการสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

หากคุณเป็นผู้ประกอบการ หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบ D-VAT & SBT คุณสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรในพื้นที่ หรือโดยตรงที่ ศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) ได้ที่โทร. 1161

อย่าลืมเตรียมพร้อมสำหรับการจัดการภาษีในแบบดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้คือโอกาสใหม่สำหรับผู้ประกอบการไทยให้ก้าวทันโลกยุคใหม่

ที่มา – สรรพากรเปิดบริการระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ พัฒนารูปแบบบริการดิจิทัล

ย้ำอีกครั้ง! ‘พรรคประชาชน‘ยึดเงื่อนไข 3 ข้อ ยันยังไม่ตัดสินใจรับข้อเสนอพรรคไหน

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา เฟซบุ๊กพรรคประชาชนได้ออกมาโพสต์ภาพและข้อความเพื่อชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข่าวลือต่าง ๆ ที่กำลังถูกแชร์อย่างต่อเนื่องบนโลกโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะข่าวปลอมที่อ้างว่าพรรคประชาชนได้เสนอเงื่อนไขให้โหวตพลเอกอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีข้อเสนอว่าต้องยกเลิกมาตรา 112 เป็นต้น

ย้ำอีกครั้ง! ‘พรรคประชาชน‘ยึดเงื่อนไข 3 ข้อ ยันยังไม่ตัดสินใจรับข้อเสนอพรรคไหน

พรรคประชาชนได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ความจริงแล้ว พรรคประชาชนมีเงื่อนไขเพียง 3 ข้อเท่านั้นในการตัดสินใจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นข้อเสนอที่พรรคได้ประกาศอย่างชัดเจนมาตั้งแต่ต้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ยุบสภาภายใน 4 เดือน
  • จัดทำประชามติ เพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ
  • พรรคประชาชนจะไม่ร่วมรัฐบาลเด็ดขาด และไม่มีบุคคลในพรรคหรือตัวแทนใดไปรับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี

ยืนยันไม่ร่วมรัฐบาลเด็ดขาด

พรรคประชาชนยืนยันอีกครั้งว่า ไม่มีการเพิ่มเติมเงื่อนไขอื่นใด ๆ จากนี้ และในขณะนี้ พรรครวมทั้งตัวแทนของพรรค ยังไม่ได้ตัดสินใจรับข้อเสนอจากพรรคใดทั้งสิ้น ทั้งนี้ เพื่อให้ข้อมูลเป็นไปตามความเป็นจริง ประชาชนควรรับฟังข่าวสารจากช่องทางที่เป็นทางการของพรรคประชาชนเท่านั้น

ในยุคที่ข่าวลือสามารถแพร่กระจายได้ในพริบตา การได้ข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้จึงถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากจะช่วยให้ประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้องและไม่หลงเชื่อข่าวลวงที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในสถาบันการเมือง

ทั้งนี้ ต้องติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดของพรรคประชาชน ว่าในอนาคตจะมีการปรับแนวทางหรือมีข้อตกลงใด ๆ เพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากถือเป็นพรรคภูมิใจไทยที่มีเสียงในสภาผู้แทนราษฎรพอสมควรมีบทบาทสำคัญในกระบวนการทางการเมืองของประเทศ

หากคุณเป็นผู้ติดตามการเมืองไทย ควรเช็กข่าวอยู่เสมอและพึงระมัดระวังต่อข่าวลือบนโซเชียลมีเดีย เพราะอาจมีผลต่อการตัดสินใจของคุณในอนาคต อย่าลืมติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเสมอ

ที่มา – ย้ำอีกครั้ง!‘พรรคประชาชน‘ยึดเงื่อนไข 3 ข้อยันยังไม่ตัดสินใจรับข้อเสนอพรรคไหน

4 เคล็ดลับหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพสมัครงานออนไลน์

ปัจจุบันมิจฉาชีพออนไลน์กลายเป็นภัยเงียบที่น่ากลัวสำหรับคนไทย โดยเฉพาะการหลอกลวงผ่านช่องทางรับสมัครงานออนไลน์ ซึ่งเหยื่อหลายคนถูกหลอกให้จ่ายเงินค่าธรรมเนียม หรือให้ข้อมูลส่วนตัวไปโดยไม่รู้ตัว

4 เคล็ดลับหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพสมัครงานออนไลน์

จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ระบุว่าคนไทยสูญเสียเงินกว่า 7 หมื่นล้านบาทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจากการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ และการร้องเรียนเพิ่มขึ้น 21.74% ในปี 67 โดยเฉพาะการหลอกลวงผ่านการรับสมัครงานออนไลน์

1. ตรวจสอบเว็บไซต์ก่อนสมัครงาน

ก่อนสมัครงาน ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์และหลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์ที่ดูน่าสงสัย เพราะอาจเป็นเว็บไซต์ฟิชชิงที่มุ่งนำข้อมูลของคุณไปใช้ในทางที่ผิด

2. ห้ามแชร์ข้อมูลสำคัญเร็วเกินไป

อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น หมายเลขบัตรประชาชน หรือเลขบัญชีธนาคารแก่ผู้สมัครงานทันที เพศหญิงถูกต้องจะขอข้อมูลเหล่านี้หลังจากได้งานอย่างเป็นทางการเท่านั้น

3. ตรวจสอบโพสต์รับสมัครงานให้ละเอียด

ควรตรวจสอบประกาศรับสมัครงานจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้หรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัท หากงานดูดีเกินจริง อาจเป็นกับดักของบุคคลประสงค์ร้าย

4. อย่าโอนเงินก่อนเริ่มงาน

นายจ้างที่ถูกต้องจะไม่เรียกเก็บเงินใด ๆ ก่อนเริ่มงาน หากเจอผู้รับสมัครงานใดผู้รับสมัครงานหนึ่งขอเงินล่วงหน้า ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

หน่วยงานต่าง ๆ เช่น Meta, กสทช., ก.ล.ต. และเอ็ตด้า ได้ร่วมกันรณรงค์ผ่านแคมเปญ “Is This Legit?” เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในการป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพ

มิจฉาชีพไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาวิธีการหลอกลวงใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นในฐานะผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ควรปฏิบัติตัวอย่างมีสติ เฝ้าระวังข่าวสาร และอย่าไว้ใจข้อมูลที่ไม่สามารถยืนยันได้

สุดท้ายนี้ หากคุณเจอกับข้อเสนอที่ดูน่าเชื่อถือหรือถูกใจเกินจริง อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจก่อนแสดงความสนใจ เพราะการ “อย่าเชื่อ อย่ารีบ และอย่าโอน” จะช่วยให้คุณรอดพ้นจากมิจฉาชีพออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – เปิด 4 เคล็ดลับเลี่ยงกลโกงรับสมัครงาน รู้ทันมิจฉาชีพออนไลน์ก่อนตกเป็นเหยื่อ

‘อ.หล่มเก่า’ น้ำป่าไหลพัดถล่มบ้านเรือนราษฎร แจ้งเตือนชาวบ้านติดตามข่าว

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งพื้นที่อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเกิดจากอิทธิพลของ “พายุหนองฟ้า” ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักและลำน้ำสาขาต่างๆ พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ กระทบบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชนอย่างหนัก

‘อ.หล่มเก่า’ น้ำป่าไหลพัดถล่มบ้านเรือนราษฎร แจ้งเตือนชาวบ้านติดตามข่าว

จากสถานการณ์เมื่อเวลา 03.00 น. พบว่ามีพื้นที่ประสบอุทกภัย 1 ตำบล และ 5 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1, 3, 4, 7 และ 8 ของตำบลตาดกลอย ซึ่งอยู่ในภาวะเสี่ยงสูง โดยระดับน้ำแม่น้ำป่าสักที่วัดจากสะพาน S-33 บ้านท่าไฮหย่อง ต.ศิลา อยู่ที่ 7.56 เมตร ใกล้ถึงจุดล้นตลิ่ง 8.84 เมตร น้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และในบางพื้นที่อย่างลำน้ำเลาและลำน้ำย่า เริ่มมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งแล้ว

สถานการณ์จากผู้ว่าฯ และเจ้าหน้าที่

สำนักงานเขตพื้นที่อำเภอหล่มเก่าได้แจ้งสถานการณ์ฝนตกอย่างหนักและระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในพื้นที่แม่น้ำป่าสักและลำน้ำสาขาต่างๆ พร้อมประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรท้องถิ่นเข้าสำรวจสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงได้รับคำเตือนให้เตรียมตัวขนของขึ้นที่สูง และติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีแนวโน้มเกิดอุทกภัยหนักได้ตลอด 24 ชั่วโมง

  • ระดับน้ำล้นตลิ่งใกล้เต็ม = 7.56 เมตร (จากความสูง 8.84 ม.)
  • ระดับน้ำในลำน้ำเลา-ย่า = เริ่มเอ่อล้นตลิ่ง
  • ฝนตกต่อเนื่อง = ระดับน้ำเพิ่มขึ้นตลอดเวลา

บางส่วนของถนนสายหลัก เช่น ทางหลวงหมายเลข 2216 บริเวณสะพานท่าไฮหย่อง น้ำท่วมสูงถึง 50 เซนติเมตรยาว 100 เมตร ทำให้รถไม่สามารถผ่านได้ เจ้าหน้าที่ได้จัดเส้นทางเลี่ยงผ่าน ทช.2012 และติดป้ายเตือน ไฟกระพริบ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นตัวอย่างของภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเฉียบพลันและมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมล่วงหน้า จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

อย่าเพิกเฉยต่อคำเตือนจากเจ้าหน้าที่ และควรตรวจสอบข้อมูลสภาพอากาศและระดับน้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักเป็นระยะเวลานาน

ที่มา – ‘อ.หล่มเก่า’ น้ำป่าไหลพัดถล่มบ้านเรือนราษฎร แจ้งเตือนชาวบ้านติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด

จีนพร้อมเคียงข้างยูเอ็น เป็นเสาหลักของกลไกพหุภาคี

เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดการประชุมสำคัญระหว่างผู้นำจีนกับเจ้าหน้าที่ระดับโลก โดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้รับกับ อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) นอกเหนือจากการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (เอสซีโอ) ที่เทศบาลนครเทียนจิน ประเทศจีน ณ วันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อหารือถึงสถานการณ์โลกที่กำลังต้องเผชิญการเมืองระหว่างประเทศที่ซับซ้อน

จีนเป็นเสาหลักของระบบพหุภาคี

ในการพูดคุยครั้งนี้ กูเตร์เรสรับว่าโลกในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยระบุว่า “นโยบายใหม่ที่ยากจะเข้าใจ” กำลังเป็นที่แพร่หลาย บางครั้งดูเหมือนจะเป็นเพียงการแสดงออกมากกว่าการดำเนินการอย่างเป็นทางการ และธุรกิจก็เริ่มแทรกแซงด้านการเมือง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความร่วมมือระหว่างประเทศ ทำให้บทบาทของจีนในฐานะเสาหลักของกลไกพหุภาคีมีความสำคัญอย่างยิ่งในการปกป้องระบบที่มุ่งสู่สันติภาพและความร่วมมือ

จีนยืนยันสนับสนุนบทบาทของสหประชาชาติ

ประธานาธิบดีสี ตอบรับอย่างเต็มที่ต่อข้อเสนอแนะของเลขาธิการยูเอ็น โดยระบุว่า จีนพร้อมที่จะร่วมมือกับสหประชาชาติ และยืนยันบทบาทแกนกลางของยูเอ็นในกิจการระหว่างประเทศ นอกจากนี้ จีนฯ ยังยืนหยัดในการแบกรับความรับผิดชอบร่วมกันเพื่อรักษาสันติภาพของโลก ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน และร่วมสร้างความรุ่งเรืองให้แก่ประเทศสมาชิก

ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องตรงกันว่า การร่วมมือหลายประเทศเป็นสิ่งจำเป็นในยุคที่โลกมีความหลากหลายทางการเมืองและเศรษฐกิจ การที่จีนลงนามร่วมงานกับสหประชาชาติจึงเป็นสัญญาณที่ดีต่อการสร้างสมดุลของอำนาจและเสริมความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันในเวทีโลก

ภาพประกอบจาก AFP

จากการหารือกันในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าจีนมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นหุ้นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบการทำงานของยูเอ็น การเป็นเสาหลักของกลไกพหุภาคี ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นแผนงานที่ถูกต้องตามแผนและพร้อมจะดำเนินการอย่างจริงจัง

ในขณะที่โลกยังคงต้องเผชิญกับวิกฤตหลายด้าน ความร่วมมือระหว่างประเทศจึงเป็นกุญแจสำคัญต่ออนาคตของมนุษยชาติ ใครจะเป็น “เสาหลัก” ในการเคลื่อนยุค ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมร่วมใจและความรับผิดชอบต่อโลกใบนี้

ที่มา – จีนพร้อมเคียงข้างยูเอ็น ในการเป็นเสาหลักของกลไกพหุภาคี

‘เสี่ยหนู’ชิลล์ นั่งทาน ‘ห่านพะโล้’ ท่ามกลางบรรยากาศชิงเก้าอี้ ‘นายกฯ’ เดือด!

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 สถานการณ์การเมืองไทยเกิดความเคลื่อนไหวอย่างร้อนแรง เมื่อพรรคเพื่อไทยได้เสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 32 ขึ้นชิงตำแหน่งแทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน ทำให้บรรยากาศในการเลือกนายกฯ ในครั้งนี้ถือว่าเข้มข้นเป็นพิเศษ

‘เสี่ยหนู’ชิลล์ นั่งทาน ‘ห่านพะโล้’ ท่ามกลางบรรยากาศชิงเก้าอี้ ‘นายกฯ’ เดือด!

ภาพที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากหลายแหล่งข่าว พบว่าภาวะรอบด้านนั้นค่อนข้างตึงเครียด โดยเฉพาะฝั่งพรรคเพื่อไทยที่จับตาดูทุกขั้นตอน รายงานว่า อ.ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ได้ยกเลิกการประชุม ก.ตร. เพื่อลุยเจรจาพรรคประชาชนด้วยตัวเอง เพื่อเคลียร์อากาศและเจรจาความร่วมมือก่อนลงคะแนนมติที่สำคัญ

ในทางกลับกันบรรยากาศของพรรคภูมิใจไทยกลับดูเรียบง่ายและผ่อนคลายมากกว่า โดยมีภาพหลุดปรากฏบนโซเชียลมีเดียของ “เสี่ยหนู” หรือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ตัดผมเรียบสันและแต่งตัวสบาย ๆ นั่งสังสรรค์รับประทาน ห่านพะโล้ เจ้าดังร้าน “ฉั่ว คิม เฮง” ย่านกรุงเทพกรีฑา ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่ราวกับมีไฟลุกผุดขึ้นมา

ชิงเก้าอี้ ‘นายกฯ’ เดือด! แต่ ‘เสี่ยหนู’ ยังชิลล์

ถึงแม้กระแสในโซเชียลไม่ค่อยเอื้ออำนวยต่อพรรคภูมิใจไทยมากนัก แต่ดูเหมือนคำว่า ‘ความเครียด’ จะไม่ขึ้นกับ ‘เสี่ยหนู’ แต่อย่างใด เจ้าตัวยังคงใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ต้มตุ๋น – เจ้าเก่าเจ้าใหม่ ที่ร้านอาหารจีนสไตล์จั๊กจี้ปรุงรสจนกลายเป็นจุดท่องเที่ยวของคนรักอาหารกลางใจเมือง

หลายคนคาดการณ์ว่าสถานการณ์การเมืองในช่วงนี้อาจแค่เริ่มต้น การวางแผนการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ และการชิงชัยในการโหวตนั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งข้างหน้า แต่ดูเหมือน “เสี่ยหนู” จะมั่นใจและไม่เร่งรีบ จะนั่งต่อรองหรือรอน้ำท่วมหาดเหมือนมูเซอร์ รอจังหวะที่เหมาะสมที่สุด

ความเรียบง่าย เช่นเดียวกับความไม่ประหนึ่งตนที่แสดงออกมาจากบุคลิกของนายอนุทิน สร้างความแตกต่างให้กับพวกรัฐบาล และอาจกลายเป็นสัญลักษณ์ของ “พลังชิลล์” ท่ามกลางความร้อนระอุของเส้าก้ามจิ้งจกที่ยืดเยื้อและซับซ้อนอีกด้วย

หากมองในเชิงลึก อาจเห็นได้ว่า ‘เสี่ยหนู’ ไม่ได้แสวงหาความดังหรือขึ้นแท่นด้วยอาวุธความดุดัน แต่เลือกสร้างความแตกต่างด้วยความผ่อนคลาย ภายใต้บรรยากาศการเมืองที่หนักแน่นมากขนาดนี้ การแสดงท่าทีอย่างเป็นธรรมชาติ แม้อาจถูกมองว่าไร้สาระ แต่กลับเป็นจุดขายทางการเมืองที่โดดเด่นในยุคนี้

“อย่าเพิ่งตัดสิน บางทีการอยู่เฉยๆ บางครั้งก็คือกลยุทธ์ที่ดีที่สุด” นี่อาจเป็นคำพูดลึกซึ้งจาก ‘เสี่ยหนู’ ที่ขึ้นแท่นกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุขปลอดภัยในความสับสน

อยากรู้ว่า ‘เสี่ยหนู’ จะมีบทบาทอย่างไรต่อไปในวันข้างหน้า ติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวที่ทันสมัยและครบถ้วน

ที่มา – ‘เสี่ยหนู’ชิลล์ นั่งทาน ‘ห่านพะโล้’ ท่ามกลางบรรยากาศชิงเก้าอี้ ‘นายกฯ’ เดือด!

‘วรชัย’ แนะ ปชน. เลือกพรรคชัดเจนแก้รัฐธรรมนูญ

ล่าสุด นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส. จังหวัดสมุทรปราการ จากพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการเมืองของพรรคประชาชน (ปชน.) โดยเฉพาะในเรื่องการสนับสนุนนายกรัฐมนตรีและการตัดสินใจทางการเมืองที่สำคัญในช่วงเวลานี้

นายวรชัย เผยว่า การเมืองไทยได้เดินมาถึงจุดตัดสินที่สำคัญ โดยเฉพาะเมื่อพรรคประชาชนมีท่าทีว่าจะเลือกจับมือกับพรรคการเมืองใดก็ตามที่มีแนวทางตรงกับพรรค โดยเฉพาะเรื่องการ แก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่พรรคประชาชนให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

‘วรชัย’ แนะ ปชน. เลือกพรรคชัดเจนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ

ในการสนับสนุนพรรคหรือการเลือกจับมือร่วมรัฐบาล นายวรชัย กล่าวว่า พรรคประชาชนควรเลือกพรรคที่มีความชัดเจนในการดำเนินการด้าน แก้รัฐธรรมนูญ เพราะสิ่งนี้ไม่ใช่แค่เป้าหมายของพรรคประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสิ่งที่ประชาชนหลายฝ่ายต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง

รัฐธรรมนูญปี 2560 ถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาหลายอย่างในระบบทรัพยากรและการเมืองของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจขององค์กรอิสระที่มีบทบาทมากเกินไปจนอาจขัดขวางการทำงานของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

แก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จก่อนยุบสภา

นอกจากนี้ นายวรชัย ยังเตือนว่า หากพรรคประชาชนมีแนวทางจะยุบสภาภายใน 4 เดือนก็ควรคิดให้ดีว่าหลังยุบสภาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น หากการเลือกตั้งครั้งใหม่ยังดำเนินภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ก็อาจเกิดปัญหาเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยิ่งจะทำให้ระบบการเมืองล้าช้าและไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

เขาย้ำว่า พรรคประชาชนควรเข้าร่วมบริหารประเทศอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เป็นพรรคที่ให้เสียงสนับสนุนแล้วจบ แต่ควรยกระดับการมีส่วนร่วมโดยการเข้าร่วมเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี เพื่อเรียนรู้และเข้าใจระบบราชการไทยอย่างแท้จริง เพราะการบริหารประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงหลักปฏิบัติแบบมืออาชีพตั้งแต่ตอนนี้

  • ต้องเลือกพรรคที่มีแนวทางชัดเจนในการแก้รัฐธรรมนูญ
  • ไม่สนับสนุนเพื่อแลกกับตำแหน่งเท่านั้น
  • ควรมีการฝึกประสบการณ์ในการบริหารประเทศตั้งแต่ตอนนี้

“ถ้าบอกว่าเราจะทำงานกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีประวัติร่วมกันในเชิงประชาธิปไตยก็อาจทำได้ แต่ถ้าจะเปลี่ยนไปทำงานกับสีน้ำเงิน ก็ขอให้พวกเขาแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าพร้อมสนับสนุนการ แก้รัฐธรรมนูญ เพราะมี ส.ว. เป็นกองหนุน ผมเชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ” นายวรชัย กล่าวทิ้งท้าย

อย่างไรก็ตาม หลังคำแนะนำของ “วรชัย” หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าพรรคประชาชนจะเลือกเส้นทางใดในขบวนการ แก้รัฐธรรมนูญ และการจับมือกับพรรคใดจะเป็นการเติมเต็มผลประโยชน์ของทั้งพรรคและประชาชนได้มากที่สุด ณ เวลานี้

หากคุณเป็นผู้ติดตามการเมืองไทย คุณคิดว่าพรรคประชาชนควรเลือกแนวทางแบบไหนในเรื่องนี้?

ที่มา – ‘วรชัย’แนะปชน.เลือกพรรคที่ชัดเจนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ

‘เท้ง’ถึง‘พรรคประชาชน’ รอรับคณะ‘เพื่อไทย’ ยังอุบแนวโน้มหนุนใครนั่งนายกฯ

วันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่พรรคประชาชน (ปชน.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรค ได้เดินทางมายังสาขาพรรคเพื่อรอต้อนรับคณะผู้แทนจากพรรคอนาคตใหม่ ได้แก่ นายภูมิธรรม เวชยชัย ผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ร่วมกับนายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรค พท. พร้อมตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่มาร่วมหารือเพื่อเชิญชวนพรรคประชาชนเข้าร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีจากพรรคอนาคตใหม่

‘เท้ง’ถึง‘พรรคประชาชน’ รอรับคณะ‘เพื่อไทย’ ยังอุบแนวโน้มหนุนใครนั่งนายกฯ

รายงานข่าวระบุว่า การมาเยือนในครั้งนี้ของแกนนำพรรคอนาคตใหม่และพรรคร่วมรัฐบาล มีการจัดเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี โดยมีผู้สนับสนุนพรรคประชาชนมารวมตัวกันที่หน้าสาขาพรรคเพื่อแสดงพลังและส่งเสียงต่อต้านพรรคอนาคตใหม่ ด้วยการถือป้ายข้อความต่าง ๆ เช่น “เพื่อไทยศูนย์รวมโจร”, “ครั้งนี้คงไม่ได้ยินคำว่าเรื่องเสียสัตย์เพื่อชาติอีกนะ” เป็นต้น

การสื่อสารภายในพรรคยังไม่ชัดเจน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาผ่านมาคืนวันก่อนหน้านี้ ไม่มีการติดต่อใด ๆ จากผู้นำพรรคเพื่อไทยหรืออดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าจะมีการประสานงานเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม นายณัฐพงษ์ ได้ยืนยันว่าไม่มีการติดต่อใด ๆ จากรวมทั้งยืนยันอีกครั้งว่า “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้”

ในเรื่องของการหารือในวันนี้ว่าจะสามารถตัดสินใจร่วมมือกับพรรคอนาคตใหม่ได้หรือไม่ รวมทั้งมีความหนักใจหรือไม่จากเสียงวิพาก์วิจารณ์ของสาธารณะ นายณัฐพงษ์ เผยว่า “ต้องรอเข้าที่ประชุม สส. ก่อน ทุกอย่างรอการตัดสินของที่ประชุมและไม่มีการสื่อสารล่วงหน้าใด ๆ อย่างแน่นอน”

  • พรรคประชาชนยังไม่แสดงความเห็นอย่างเป็นทางการ
  • ความต้องการเปลี่ยนแปลงในภาครัฐยังเป็นประเด็นที่มีแรงกดดันสูง
  • เสียงของ สส. พรรคประชาชนยังไม่เอียงไปทางใดชัดเจน

นอกจากนี้ การถามถึงงานเลี้ยงระดมทุนที่พรรคประชาชนจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ โรงแรมคอนราด นายณัฐพงษ์ ได้กล่าวปฏิเสธการให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นนี้ โดยระบุเพียงว่ายังไม่มีการสำรวจทิศทางอย่างชัดเจนเกี่ยวกับพันธมิตรในการตัดสินใจครั้งนี้

นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า 143 เสียงของ สส.พรรคประชาชนจะถูกพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยจะต้องรอการอภิปรายภายในสภาผู้แทนราษฎรก่อนจะมีการสรุป พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ สส.แต่ละคนได้แสดงความคิดเห็นอย่างเสรี แม้ว่าจะมีกระแสข่าวถึงความลังเลในการตัดสินใจของบางส่วนในพรรค ทว่าทางพรรคประชาชนยังยืนยันว่าการตัดสินใจล่าสุดจะขึ้นอยู่กับการอภิปรายภายในสภาทั้งหมด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ดีที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นพรรคใดนั่งเก้าอี้นายกฯ สิ่งสำคัญคือพรรคประชาชนต้องการระบบการเมืองที่มีความโปร่งใส ยุติธรรม และสร้างความคาดหวังต่อประชาชนอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่พรรคประชาชนให้ความสำคัญและเป็นแนวทางสำคัญในการตัดสินใจทุกครั้ง

ที่มา – ‘เท้ง’ถึง‘พรรคประชาชน’รอรับคณะ‘เพื่อไทย’ ยังอุบแนวโน้มหนุนใครนั่งนายกฯ