ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

‘ฉลาด’เผยต้องโหวต‘ชัยเกษม’แคนดิเดตเพื่อไทยเป็นายกฯก่อนคนอื่น

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เปิดเผยว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การเลือกนายกฯ คนใหม่จะต้องเป็นไปตามขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย

ในกรณีนี้ นายฉลาด ได้ชี้แจงว่า ตามบัญชีแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยนั้น มีชื่อของ ‘ชัยเกษม’ นิติศิริ ซึ่งยังคงอยู่ในฐานะผู้มีสิทธิ์ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ อยู่ ดังนั้น จึงต้องนำชื่อของ‘ชัยเกษม’ มาพิจารณาเป็นลำดับแรก

‘ฉลาด’เผยต้องโหวต‘ชัยเกษม’แคนดิเดตเพื่อไทยเป็นายกฯก่อนคนอื่น

หากมีการพิจารณาชื่อของ‘ชัยเกษม’ แล้วไม่ผ่าน จะมีการพิจารณาผู้สมัครลำดับต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการรวบรวมเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาล การพิจารณาจะต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายใน 1-2 วันข้างหน้า ทั้งนี้ หากพรรคร่วมรัฐบาลมีความชัดเจน ก็จะรีบแจ้งมายังประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจัดซีพีวีกรณีพิเศษในการเลือกนายกฯ

คาดว่าจะได้ผลภายในวันที่ 1-2 กันยายนนี้

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการเลือกนายกฯ คนใหม่ในสัปดาห์หน้า นายฉลาด กล่าวว่าคิดว่าภายในวันที่ 1-2 กันยายนนี้ จะมีความชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้นำของรัฐบาลชุดใหม่ เพราะหลายปัจจัยยังอยู่ระหว่างการเจรจาและตัดสินใจ โดยเฉพาะความคิดเห็นของหัวหน้าพรรคต่างๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้นกับนางสาวแพทองธารจะเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ ซึ่งแม้ศาลจะวินิจฉัยว่าเธอผ่านเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต แต่ถูกตัดสิทธิ์ในประเด็นจริยธรรม ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของนักการเมือง

นอกจากนี้ ยังมีคำถามว่า หากรัฐบาลชุดใหม่มีการเปลี่ยนแปลง และพรรคเพื่อไทยต้องไปเป็นฝ่ายค้าน จะส่งผลต่อตำแหน่งรองประธานสภาฯ ที่ตนเองดำรงอยู่หรือไม่? ทว่านายฉลาดยืนยันว่าไม่มีความกังวล เพราะตำแหน่งนี้มีหน้าที่ต้องเป็นกลาง และในอดีตก็เคยมีตัวอย่าง เช่น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่เคยดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ ขณะที่รัฐบาลเปลี่ยนจากพรรคหนึ่งไปสู่อีกพรรคหนึ่ง แต่ก็ยังรักษางานไว้อย่างมั่นคง

จากสถานการณ์ปัจจุบัน เรื่องการเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งต้องอาศัยความโปร่งใสและความร่วมมือจากทุกฝ่ายมากขึ้น การตัดสินใจในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่มีความสำคัญต่ออนาคตของบ้านเมือง

หากคุณเป็นผู้ติดตามการเมืองใกล้ชิด อย่าลืมติดตามข่าวสารจากพรรคต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะสถานการณ์ในสภาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ ขอให้เตรียมพร้อมรับมือกับการเมืองที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้ไปด้วยกันครับ

ที่มา – ‘ฉลาด’เผยต้องโหวต‘ชัยเกษม’แคนดิเดตเพื่อไทยเป็นายกฯก่อนคนอื่น

แม่ทัพภาค4 เตรียมเปิดแผนพิฆาตอสูรปิดเส้นทางหลบหนี

ล่าสุด พล.ท.ไพศาลหนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้เดินทางล่องเรือตรวจเยี่ยมความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโก-ลก ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีความยาวรวม 7.528 กิโลเมตร ตามแนวชายแดนตรงข้ามกับประเทศมาเลเซีย โดยครอบคลุมพื้นที่ตำบลเกาะสะท้อน ตำบลโฆษิต และตำบลนานาค อำเภอตากใบ

แม่ทัพภาค4 เตรียมเปิดแผนพิฆาตอสูรปิดเส้นทางหลบหนี

โครงการดังกล่าวซึ่งดำเนินการโดยบริษัทตากใบการโยธา ได้ดำเนินการไปแล้วร้อยละ 80 และมีแผนจะแล้วเสร็จภายในปี 2569 คาดว่าเมื่อโครงการใช้งานเต็มรูปแบบจะสามารถสกัดกั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มักใช้พื้นที่บริเวณชายแดนเป็นเส้นทางหลบหนีหลังจากก่อเหตุในพื้นที่ โดยเฉพาะการสกัดกั้นการเคลื่อนไหวไปยังประเทศมาเลเซียเนื่องจากโครงสร้างบริเวณแนวเขื่อนมีลักษณะโปร่ง ไม่มีจุดอับหรือมุมมืดให้ใช้เป็นที่ซ่อนตัว

ปิดช่องโหว่ที่ถูกใช้เป็นเส้นทางหลบหนี

ทั้งนี้ พล.ท.ไพศาลหนูสังข์ ยังได้ติดตามสถานการณ์บริเวณฝั่งตรงข้ามด้านมาเลเซียที่เคยเกิดปัญหากองหินขนาดใหญ่เลื่อนตัวลงสู่แม่น้ำโก-ลก บริเวณบ้านแฆแบะ หมู่ 1 ตำบลนานาค ทำให้แนวน้ำตื้น ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือของประชาชนทั้งสองฝั่ง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ประสานกับฝ่ายมาเลเซียเสร็จสิ้นการแก้ไขแล้ว

  • โครงการเขื่อนช่วยป้องกันการหลบหนีของผู้ก่อเหตุ
  • ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่มาเลเซียแก้ไขปัญหาทางน้ำ
  • แผนปฏิบัติการพิฆาตอสูรเร็วๆ นี้

แม่ทัพภาคที่ 4 ยังได้เดินเรือไปตรวจเยี่ยมกองร้อยป้องกันชายแดนที่ 4 ซึ่งประจำการอยู่ที่บ้านศรีพงัน หมู่ 3 ตำบลอ่างสะท้อน เพื่อสอบถามข้อจำกัดในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะแนวทางสกัดกั้นการเคลื่อนไหวของสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุร้ายที่มักใช้ประโยชน์จากแนวชายแดนเพื่อหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน

จากสถานการณ์ที่หมักหมมมายาวนาน ทำให้แม่ทัพภาค 4 เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเปิดแผนพิฆาตอสูร เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งในด้านกำลังพล ยุทธวิธี และเทคโนโลยีที่จำเป็นในการปิดช่องโหว่ตลอดแนวชายแดน สำหรับผู้กระทำผิดกฎหมายหรือผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ใช้พื้นที่เป็นเส้นทางหลบหนี

แผนปฏิบัติการพิฆาตอสูร ที่จะเริ่มต้นในเร็ววันข้างหน้าถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสกัดกั้นและยุติการเคลื่อนไหวของกลุ่มไม่สงบ เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล และส่งเสริมให้ภูมิภาคชายแดนใต้กลับสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืน

ความมุ่งมั่นของแม่ทัพภาคที่ 4 ไม่เพียงจำกัดอยู่แค่การสร้างโครงสร้างเพื่อควบคุมพื้นที่ แต่ยังรวมถึงการเตรียมการทางยุทธวิธีเพื่อการแสดงอำนาจของรัฐ และป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีสามารถหลีกเลี่ยงการจับกุมผ่านทางหลบหนีระหว่างประเทศได้อีกต่อไป

แม่ทัพภาค4 เตรียมเปิดแผนพิฆาตอสูรปิดเส้นทางหลบหนีผู้ก่อเหตุรุนแรง ถือเป็นสัญญาณของความมุ่งมั่นในการสร้างสภาพแวดล้อมความมั่นคงที่แท้จริงในพื้นที่ชายแดน

ที่มา – แม่ทัพภาค4 เตรียมเปิดแผนพิฆาตอสูรปิดเส้นทางหลบหนีผู้ก่อเหตุรุนแรง

อนุทิน-ไชยชนกไปพรรคประชาชนรับข้อเสนอเป็นนายกฯ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 17.04 น. ที่ผ่านมา ได้มีข่าวสำคัญเกี่ยวกับการเมืองไทยจากพรรคภูมิใจไทย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค และนายภราดร ปริศนานันทกุล แกนนำพรรค ออกเดินทางจากที่ทำการพรรคภูมิใจไทย มุ่งหน้าไปยังพรรคประชาชน เนื่องจากมีข้อเสนอในการโหวตเลือกนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี คนต่อไป

อนุทิน-ไชยชนกไปพรรคประชาชนรับข้อเสนอเป็นนายกฯ

การไปพบปะหารือครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในสถานการณ์การเมืองไทย โดยก่อนหน้านี้พรรคประชาชนได้เสนอแนวทางว่าหากเกิดการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ พร้อมรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน จะเป็นบุคคลสำคัญในการสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในภาพรวม

ก้าวสำคัญสู่ความเป็นผู้นำระดับประเทศ

จากการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นพบว่า พรรคประชาชนได้มีการหารือภายในอย่างจริงจังเกี่ยวกับโครงสร้างการเมืองในอนาคต และมีแนวโน้มที่จะประสานความร่วมมือกับพรรคร่วมอื่น ๆ เพื่อให้พรรคภูมิใจไทยมีบทบาทมากขึ้น สิ่งนี้นับเป็นโอกาสทางการเมืองที่สำคัญไม่เพียงแต่สำหรับอนุทิน-ไชยชนก เท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันใหม่ในการกำหนดนโยบายภายในประเทศ

เชื่อกันว่าหากการร่วมมือระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยสำเร็จลุล่วง จะส่งผลให้มีการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ตอบโจทย์ประชาชนได้มากขึ้น ทั้งในประเด็นเร่งด่วนอย่างค่าครองชีพ การค้าขายทางการเกษตร และแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจไซต์ต่างๆ ที่ต้องการความชัดเจนในการบริหารจัดการ

  • การจัดประชุมร่วมกับพรรคประชาชนเพื่อหารือแนวทางเชิงนโยบาย
  • เตรียมกลุ่มทำงานเพื่อพิจารณานโยบายของรัฐบาลในอนาคต
  • ประกอบสถิติและข้อมูลเพื่อตัดสินใจในการสนับสนุนทางการเมืองที่ชัดเจน

ณ เวลานี้ยังมีหลายเสียงที่ให้ความสนใจในท่าทีของทั้งสองฝ่ายอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการตัดสินใจครั้งนี้อาจมีผลต่อภาพรวมของการเมืองในประเทศอย่างถาวร พลเมืองทั่วไปจึงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดไม่น้อยไปกว่าตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งเอง

หากหากการประชุมระหว่างอนุทิน-ไชยชนก กับพรรคประชาชนประสบความสำเร็จ ก็จะก้าวสู่บทใหม่ของการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต อย่างไรก็ตามทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนการพูดคุย การร่วมมือ และการตัดสินใจเบื้องต้น หากลุ่มไปถึงขั้นโหวตเพื่อเลือกกันจริงอาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในประเทศได้เช่นกัน

หากคุณสนใจเรื่องนี้ต่อ ลองติดตามข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทย และพรรคภูมิใจไทยได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารรายวัน เพราะการเปลี่ยนแปลงของระบบอาจเป็นแรงผลักสำคัญต่อคุณและครอบครัวในอนาคต

ที่มา – ‘อนุทิน -ไชยชนก’ ไป ‘พรรคประชาชน’ รับข้อเสนอโหวตเป็น ‘นายกรัฐมนตรี’

ดัชนีหุ้นปิดลบ 13.48 จุด หลัง ‘อิ๊งค์’ หลุดตำแหน่งนายกฯ

วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568 บรรยากาศตลาดหุ้นไทยเปิดเผยภาพเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยแรงกดดันหลักมาจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติแต่งตั้งนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดวันด้วยจุดลบ 13.48 จุด หรือลดลง 1.08% เหลือ 1,236.61 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 52,475.14 ล้านบาท ส่วนตลาด MAI ปิดที่ 248.86 จุด ลดลง 1.88 จุด หรือ 0.47% มูลค่าการซื้อขาย 461.45 ล้านบาท

ดัชนีหุ้นปิดลบ 13.48 จุด เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

ภายหลังการประกาศของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้บรรยากาศตลาดหุ้นตอบสนองทันที นักลงทุนจำนวนมากเริ่มระมัดระวังการลงทุน โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มบิ๊กแคปที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ตลาดสื่อสารว่ามีความไม่แน่นอน ทำให้บรรยากาศในการลงทุนทรุดลง

นักลงทุนควรมองกรอบการลงทุนเดือนกันยายนอย่างไร?

นายกรรณ์ หทัยศรัทธา นักกลยุทธ์ ฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน สายงานวิจัย บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่า ดัชนีหุ้นไทยในเดือนกันยายนนี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 1,220 – 1,285 จุด ดังนั้น นักลงทุนควรรอโอกาสในการทยอยสะสมหุ้นในระดับแนวรับใกล้เคียง 1,220 จุด และมองจุดขายทำกำไรที่ระดับ 1,285 จุด

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ให้ความสำคัญกับหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ทางการเมือง

หุ้นที่น่าจับตาในเซสชันนี้

  • ปตท. ปิดที่ 31.00 บาท (ลดลง -0.50 บาท)
  • ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 168.50 บาท (เพิ่มขึ้น 1.00 บาท)
  • แอดวานซ์ ปิดที่ 294.00 บาท (ลดลง -5.00 บาท)
  • ซีพีออลล์ ปิดที่ 44.00 บาท (ลดลง -0.50 บาท)
  • เดลต้า ปิดที่ 150.00 บาท (ไม่เปลี่ยนแปลง)

ตลาดหุ้นไทยในวันที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงปฏิกิริยาตอบสนองต่อเหตุการณ์ทางการเมืองอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง และใช้กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นไว้อย่างมีประสิทธิภาพ

จะว่าไปแล้ว แม้ตลาดจะเผชิญกับความผันผวนในช่วงนี้ แต่หากคุณมีการวิเคราะห์และความรอบคอบ คุณก็ยังสามารถเลือกจังหวะในการทำกำไรในหุ้นที่น่าสนใจให้กับพอร์ตการลงทุนได้อยู่เสมอ

ที่มา – ดัชนีหุ้นปิดลบ 13.48 จุด หลัง ‘อิ๊งค์’ หลุดตำแหน่งนายกฯ

สารสาสน์วิเทศบูรพา-เบญจมราชานุสรณ์ คว้าทอง รุ่น 16 ปี กีฬาหมากรุกไทย

ในการแข่งขันกีฬาหมากรุกไทย ประจำปีการศึกษา 2568 ของกรมพลศึกษา ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา จังหวัดปทุมธานี นั้น มีทีมโรงเรียนสารสาสน์วิเทศบูรภาคและโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์คว้าเหรียญทองในรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี มาครองได้อย่างน่าประทับใจ

สารสาสน์วิเทศบูรพา-เบญจมราชานุสรณ์ คว้าทอง รุ่น 16 ปี กีฬาหมากรุกไทย

การแข่งขันในครั้งนี้มีการจัดการแข่งขันในหลายรูปแบบ ทั้งเดี่ยวและคู่ โดยแบ่งเป็นรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี และไม่เกิน 16 ปี สำหรับ รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี นั้น มีการแข่งขันในสาขา บุคคลชาย บุคคลหญิง คู่ชาย คู่ผสม โดยในแต่ละสาขาต่างมีทีมหรือผู้เข้าแข่งขันมากมายจากโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ

การคว้าเหรียญทองของทั้งสองโรงเรียน

ในสาขาบุคคลชาย โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบูรภาค ได้เหรียญทอง ในขณะที่สาขาบุคคลหญิง โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ เป็นผู้ครองตำแหน่งแชมป์ มาในรุ่น 16 ปี ซึ่งถือว่าเป็นผลการแข่งขันที่โดดเด่นมาก สะท้อนให้เห็นถึงการฝึกฝนและความชำนาญของนักกีฬาในโรงเรียนทั้งสองแห่ง

  • บุคคลชาย เหรียญทอง โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบูรภาค
  • บุคคลหญิง เหรียญทอง โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์
  • คู่ชาย เหรียญทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายมัธยม)
  • คู่ผสม เหรียญทอง โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายมัธยม)

ด้านการจัดการแข่งขัน มี สิบตำรวจโทหญิงชุติกาญจน์ ผาลใจ ผู้อำนวยการกลุ่มกีฬาส่วนภูมิภาค กรมพลศึกษา เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ร่วมกับคณะผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น นายเดชา เทพพุทธางกูร คณะอนุกรรมการกีฬาหมากกระดาน สมาคมกีฬาไทยแห่งประเทศไทย และ นายอำนาจ ทัดสวน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดงเสลา จังหวัดกาญจนบุรี

ผลงานที่ได้รับในครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่น และระดับความสามารถของนักเรียนในกลุ่มโรงเรียนที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมทักษะการคิด ผ่านกีฬาหมากรุก

หากคุณเป็นผู้ปกครองหรือครูที่มองหาวิธีพัฒนาทักษะการคิดให้กับนักเรียน การนำกีฬาหมากรุกเข้ามาเป็นกิจกรรมเพิ่มเติมในโรงเรียน อาจเป็นหนึ่งในทางเลือกที่มีคุณภาพ เพราะนอกจากจะสร้างความสนุกสนานแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างทักษะเชิงตรรกะและกลยุทธ์ได้อย่างดีเยี่ยม

ที่มา – “สารสาสน์วิเทศบูรภาค-เบญจมราชานุสรณ์” คว้าทอง รุ่น 16 ปี กีฬาหมากรุกไทย ของกรมพลศึกษา

พัชรินทร์-อัญชิสา ตีตั๋วเข้ารอบตัดเชือกศึกเทนนิสจี เอช แบงก์

การแข่งขันเทนนิสนานาชาติ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 รายการ “G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 (2)” สัปดาห์ที่ 2 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยมีการแข่งขันทั้งประเภทหญิง W35 ชิงเงินรางวัลรวม 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ และประเภทชาย M15 ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยสูงถึง 1,525,050 บาท

พัชรินทร์-อัญชิสา ตีตั๋วเข้ารอบตัดเชือกศึกเทนนิสจี เอช แบงก์

ในประเภทหญิงเดี่ยว สตาร์สาวไทย “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช แชมป์เก่าจากสัปดาห์แรก กลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 โดยสามารถเอาชนะ ฮิคารุ ซาโตะ จากญี่ปุ่นไปได้ 2-1 เซต 比分 6-1, 4-6, 6-4 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศอย่างมั่นใจ และจะได้พบกับ เอริ ชิมิสึ จากญี่ปุ่น ที่เพิ่งชนะ ลี อึนฮเย จากเกาหลีใต้ 2-0 เซต 7-5, 6-2

พัชรินทร์ ชีพชาญเดช คว้าชัยในศึกเทนนิสจี เอช แบงก์
พัชรินทร์ ชีพชาญเดช คว้าชัยในศึกเทนนิสจี เอช แบงก์

อัญชิสา ฉันทะ เดินหน้าลุยตัดเชือก

อีกหนึ่งดาวรุ่งไทยที่โชว์ฟอร์มแจ่มคือ “ออมสิน” อัญชิสา ฉันทะ ที่ไม่แพ้กันกับ พัชรินทร์-อัญชิสา ตีตั๋วเข้ารอบตัดเชือกศึกเทนนิสจี เอช แบงก์ โดยสามารถเอาชนะ เทียน ฟรางหราน จากจีนไปใน 2 เซต โดยมี比分 7-5, 6-4 น่าชมอย่างมาก เธอจะได้ลุยต่อในรอบตัดเชือกพบกับ จาง กาอึล จากเกาหลีใต้ ที่เพิ่งโชว์ฟอร์มสุดแซงเอาชนะ ชิโฮะ อาคิตะ จากญี่ปุ่น 2-0 เซต 6-0, 6-3

ด้านประเภทชายเดี่ยว ก็มีการแข่งขันที่เข้มข้นเช่นกันโดย จิรัฏฐ์ นวสิริสมบูรณ์ พลาดตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อตกเป็นรองจาก โดมินิค ปาแลน (เช็ก) 比分 1-6, 1-6 ส่วน อีกนักเทนนิสไทยอย่าง ภวิชญ์ สอนหลักทรัพย์ ก็พลาดโอกาสในการคว้าชัย เมื่อแพ้ให้กับ ศศิกุมาร์ มุกุนด์ (อินเดีย) ใน 2 เซต โดย比分 3-6, 0-6

จากผลการแข่งในวันนี้จะเห็นได้ว่า ทั้ง พัชรินทร์ และ อัญชิสา กำลังเดินหน้าลุยแบบไม่มีสะดุด เป็นแรงผลักดันให้นักเทนนิสไทยมากขึ้นทุกที ผู้ชมยังคงจับตามองว่าทั้งสองจะสามารถคว้าแชมป์ในรายการนี้ได้หรือไม่ อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวของการแข่งขันเทนนิสในวันต่อไป เพื่อรับชมความมันส์และการดวลเม็ดขนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงกระแสดี ๆ จากเหล่าตัวเต็ง

หากคุณเป็นแฟนกีฬาแบบสายลุ้น! ห้ามพลาดการติดตามข่าวสารตลอดการแข่งขันเทนนิสจี เอช แบงก์ เพราะมีทั้งความสนุก ความตื่นเต้น และความภาคภูมิใจ จากดาวรุ่งของเมืองไทยที่สู้เต็มกำลัง

ที่มา – “พัชรินทร์-อัญชิสา” ระเบิดพลังสยบคู่แข่ง ตีตั๋วเข้ารอบตัดเชือก ศึกเทนนิส “จี เอช แบงก์”

แพทองธารน้อมรับคำตัดสินศาลรธน. ยันเจตนาเพื่อประเทศ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ออกมาแถลงหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากกรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุนเซน

แพทองธารน้อมรับคำตัดสินศาลรธน.

นางสาวแพทองธารกล่าวว่า ตนน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ เนื่องจากเชื่อในกระบวนการยุติธรรมของประเทศอย่างแท้จริง โดยในฐานะพลเมืองคนไทยคนหนึ่ง ตนยืนยันถึงความบริสุทธิ์ใจและความตั้งใจอย่างแท้จริงที่ได้พยายามทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างเต็มความสามารถ

ในบทสนทนาที่ถูกเผยแพร่นั้น ตนยืนยันว่าไม่มีสิ่งใดที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองเลย แต่เป็นความตั้งใจอย่างแท้จริงที่จะแสวงหาทางรักษาชีวิตของประชาชน ทหาร และพลเรือนให้ปลอดภัยมากที่สุด คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ก่อนเหตุรุนแรงเกิดขึ้น และมีจุดประสงค์เพื่อสื่อสารอย่างจริงใจ

เจตนาบริสุทธิ์ ไม่มีประโยชน์ตนเอง

การตัดสินครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของสถาบันต่าง ๆ ดังนั้นในวันนี้ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือประชาชนควรช่วยกันสร้างเสถียรภาพให้กลับคืนมาอย่างเข้มแข็ง ไม่ให้เกิดจุดเปลี่ยนเช่นนี้บ่อยครั้งในอนาคต

“ขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสให้เราได้ทำงานเพื่อประเทศชาติมาเกือบ 1 ปีเต็ม” นางสาวแพทองธารกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ พร้อมทั้งกล่าวว่าตนภูมิใจในการได้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศให้พัฒนาเดินหน้าอย่างมั่นคง ด้วยประสบการณ์และความตั้งใจ อยากให้ประชาชนทุกคนได้มีโอกาสกินดีอยู่ดี เติบโตอย่างมีคุณภาพ สิ่งนี้คือพื้นฐานที่ดีของประเทศที่เข้มแข็ง

  • เคารพต่อกระบวนการยุติธรรม
  • ยืนยันการกระทำเพื่อประชาชน
  • ยินดีรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาประเทศ
  • ยังคงเป็นพลังที่ดีของบ้านเมืองต่อไป

สุดท้ายนางสาวแพทองธารกล่าวขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่มีประสบการณ์และให้ความรู้มาอย่างเต็มที่ ทำให้ตนได้รู้ข้อดีข้อเสียของตนเอง รวมถึงแนวทางในการพัฒนาประเทศในอนาคต ตนยืนยันว่าจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยังคงเป็นพลังที่ดีของประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง

จากกรณีนี้ เราทุกคนควรตั้งสติและรวมพลังเพื่อให้เกิดเสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคงและโปร่งใส ทั้งนี้เพื่ออนาคตของลูกหลานไทยที่ทุกคนหวังดี

ที่มา – ‘แพทองธาร’ น้อมรับคำวินิจฉัยศาลรธน. ยันเจตนาบริสุทธิ์ ไม่มีอะไรเป็นประโยชน์ตนเอง

ไชยชนก รับต้องเดินเกมเร็ว โยน ‘อนุทิน’ คุยตั้งรัฐบาล

หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ส่งผลให้สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศเปลี่ยนแปลงไปทันที หลายพรรคการเมืองเริ่มเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่ถือเป็นแกนนำของฝ่ายค้านมากสุด ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ส.ค. เวลา 16.04 น. ที่สำนักงานใหญ่พรรคภูมิใจไทย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้ลงมารับรองแขกสำคัญอย่างเป็นทางการ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมายังสำนักงานใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยในวันดังกล่าว ถือเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสิน ทำให้ประชาชนต่างจับตามองว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่

ไชยชนก รับต้องเดินเกมเร็ว โยน ‘อนุทิน’ คุยตั้งรัฐบาล

พฤติกรรมของพรรคภูมิใจไทยที่หากินกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิมในโอกาสครั้งนี้ ได้ถูกสื่อมวลชนตั้งคำถามว่า พรรคภูมิใจไทยกำลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ร่วมกับกลุ่มพรรคเหล่านี้หรือไม่ แต่คำตอบจากนายไชยชนกนั้นไม่ได้ยืนยันชัดเจน กล่าวเพียงว่า “รอดูสถานการณ์ แต่สิ่งที่สำคัญตอนนี้ ตนเองคิดว่าประเทศมีความหวัง มีกระบวนการยุติธรรมที่ให้ความเป็นธรรม เป็นสิ่งที่ส่งผลมหาศาลต่อประชาชน”

รัฐบาลใหม่ต้องออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อประเทศชาติ

เมื่อถูกถามว่า ปัจจุบันพรรคภูมิใจไทยกำลังเดินเกมเร็วในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายไชยชนกยืนยันว่า “เป็นเรื่องที่ต้องทำให้เร็ว แต่ว่าก็เป็นสิ่งที่ต้องมีการพูดคุยกัน เนื่องจากมีวิธีการอยู่” ซึ่งแสดงถึงความตั้งใจของพรรคในการจัดรัฐบาลใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ระบบบริหารบ้านเมืองกลับมาเดินได้ตามปกติ

ทว่าในจังหวะที่敏感และน่าจับตามองนี้ ผู้สื่อข่าวยังคงถามย้ำอีกครั้งว่าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีความเป็นไปได้มากเพียงใด นายไชยชนกตอบกลับไปว่า “ขอให้เป็นสิ่งของนายอนุทิน แถลงดีกว่า” ทำให้ทุกสายตาจับจ้องไปที่ รมว.คลัง กับบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการรัฐบาลชุดใหม่

  • พรรคภูมิใจไทยเติบโตขึ้นจากหลักความเป็นธรรม
  • การพูดคุยระหว่างพรรคเป็นสิ่งที่จำเป็น
  • ประชาชนคาดหวังรัฐบาลใหม่ที่มีประสิทธิภาพ
  • พรรคภูมิใจไทยมีบทบาทสำคัญในการเมืองไทย

ยิ่งเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญของการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล คำถามที่หลายคนตั้งใจถามคือ ว่าภูมิใจไทยจะนำรัฐบาลโดยอาศัยเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาลเดิมหรือไม่ นายไชยชนกได้ให้สื่อความว่า “เดี๋ยวรอหลายๆอย่างก็เกิดขึ้นได้ในวาระนี้ รอชมดีกว่า” ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นไปได้ของหลายแนวทาง ขึ้นอยู่กับกระแสอนาคตและการตัดสินใจของพรรคที่เกี่ยวข้อง

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ถือเป็นหัวข้อที่น่าจับตามองตลอดระยะเวลาของการเจรจาในอนาคต และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความเป็นไปได้ในการบริหารราชการแผ่นดินอีกครั้ง ประชาชนจึงมีสิทธิ์ที่จะคาดหวังให้มีการเมืองที่โปร่งใส เป็นธรรม มุ่งสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศชาติ

หากคุณกำลังติดตามความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทย และสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย อย่าลืมติดตามข่าวครบถ้วนจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ได้มุมมองที่ครอบคลุมที่สุด!

ที่มา – ‘ไชยชนก’ รับต้องเดินเกมเร็ว โยน ‘อนุทิน’ คุยตั้งรัฐบาล

อัยการเกาหลีใต้สั่งฟ้องอดีตนายกรัฐมนตรี ฐานสนับสนุนการใช้กฎอัยการศึก

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สื่อต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ว่า สำนักงานอัยการคดีพิเศษของเกาหลีใต้ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เรื่องการสั่งฟ้องอดีตนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ นายฮัน ด็อก-ซู ด้วยข้อหาว่ามีส่วนสนับสนุนอดีตประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ในการประกาศใช้กฎอัยการศึกในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 อย่างผิดกฎหมาย

อัยการเกาหลีใต้สั่งฟ้องอดีตนายกรัฐมนตรี ฐานสนับสนุนการใช้กฎอัยการศึก

ข้อกล่าวหาที่ตั้งขึ้นกับนายฮัน ด็อก-ซู รวมถึงข้อหาสมคบคิดเพื่อช่วยเหลือประธานาธิบดียุนในการให้การเท็จ ปลอมแปลงและทำลายเอกสารราชการ ซึ่งล้วนเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมายของเกาหลีใต้ อัยการยังระบุว่า นายฮัน ซึ่งดำรงตำแหน่งในรัฐบาลภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ ถือเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดที่สามารถขัดขวางการออกกฎอัยการศึกซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญได้ แต่กลับเพิกเฉยและยังเข้าร่วมในกระบวนการอย่างไม่ชอบธรรม

ความผิดที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่อัยการแถลงคือ นายฮันมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยในหลายเรื่อง ทั้งในเชิงการเมืองและจริยธรรม เขามีการกระทำที่ส่อไปในทางละเมิดต่อสิทธิพื้นฐานของประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นการขัดต่อหลักการปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างยิ่ง

การฟ้องครั้งนี้เกิดขึ้นในวันเดียวกับที่อัยการสั่งฟ้องนางคิม คอน-ฮี อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีการปั่นหุ้นของบริษัทดอยช์ มอเตอร์ส ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในเกาหลีใต้ ระหว่างปี 2552-2564 นอกจากนี้ นางคิมยังมีความผิดในเรื่องการรับของขวัญหรูหราจากผู้ประกอบการ และเข้าแทรกแซงกระบวนการเฟ้นหาผู้สมัครรับเลือกตั้งในพรรครัฐบาลขณะที่สามีดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

  • การใช้อำนาจที่ไม่ชอบในการเผยแพร่กฎอัยการศึก
  • ความผิดฐานสมคบคิดและปลอมแปลงเอกสาร
  • การละเมิดสิทธิประชาชนตามรัฐธรรมนูญ
  • ข้อหาทางการเงินและตลาดทุน

กรณีนี้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับสังคมเกาหลีใต้ ทั้งในแง่ของการเมืองและความเชื่อมั่นในสถาบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่ซับซ้อนและผันแปรอยู่ตลอดเวลา การฟ้องอดีตนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนถึงเจตจำนงของอัยการในการปราบปรามการกระทำที่ผิดกฎหมายจากผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุด

การดำเนินคดีไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่ยังเป็นการเตือนสติแก่นักการเมืองและเจ้าหน้าที่ทุกระดับว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และประชาชนย่อมได้รับสิทธิในการรับทราบความจริงและความยุติธรรม

หากต้องการติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้รวมถึงการพัฒนาทางการเมืองของประเทศเกาหลีใต้ แนะนำให้ติดตามสื่อข่าวต่างประเทศเพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลล่าสุด

ที่มา – อัยการเกาหลีใต้สั่งฟ้องอดีตนายกรัฐมนตรี ฐานสนับสนุนการใช้กฎอัยการศึก

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯปทุมธานีจัดงาน ‘เกษตรสร้างสุข’ ปลูกรอยยิ้ม 6-7 ก.ย.68

หากคุณเป็นคนรักการเกษตรและอยากปลูกผักสวนครัวไว้บริโภคเอง งาน “เกษตรสร้างสุข” ที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จัดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 6-7 กันยายน พ.ศ. 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ถือเป็นโอกาสที่เหมาะมากในการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงไปพร้อมกัน

เกษตรสร้างสุข กิน ชม ดม ดื่ม

งานนี้เน้นแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงที่เริ่มต้นจากการทำเกษตรอย่างมีความสุข มีคุณภาพ และยั่งยืน พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ กล่าวว่า การจัดงาน “เกษตรสร้างสุข” มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกษตรเป็นสิ่งที่สร้างความสุข สร้างอาชีพ และจากพื้นบ้าน แปลงเล็ก แปลงน้อย ก็ยังสามารถทำให้เกิดรายได้อย่างมั่นคง

สุขจากการกิน-ชม-ดม-ดื่ม

ภายในงานแบ่งเป็นโซนต่างๆ ที่ทุกคนสามารถสัมผัสประสบการณ์จากพืชสมุนไพร ผักปลอดสาร และไม้ดอกพื้นบ้านที่เราอาจลืมไปแล้ว โดยแย่งออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่:

  • สุขจากการกิน ฟาร์มผักสวนครัว-ผักพื้นบ้าน เติมพลังด้วยสมุนไพรบำรุง
  • สุขจากการชม สวนถาดสร้างสรรค์ มุมถ่ายรูปเช็คอิน
  • สุขจากการดม พืชหอมตามช่วงเวลา เช่น เช้า – มะลิ เย็น – ดอกโมก ดอกแก้ว
  • สุขจากการดื่ม ชาสมุนไพรปลอดโรค อัญชัน เกสรบัวหลวง

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าร่วมอบรม การอบรมเชิงปฏิบัติการมากกว่า 8 หลักสูตร โดยมีทั้งรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ เช่น

  • เกษตรอินทรีย์สร้างฟาร์มสุขกับอาจารย์สรศักดิ์
  • ลดภาษีที่ดินด้วยการทำไร่ทุเรียนอินทรีย์
  • สวนกตัญญู – อินทรีย์ในรูปแบบครอบครัว
  • อาหารปลอดภัย กายใจเป็นสุข กับเพจ @ปูเป้ทำเอง

ทั้งยังมีการจัดตลาดนัดเกษตรปลอดภัยที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรเครือข่ายกว่า 120 รายมารวมตัวกันนำเสนอสินค้าจากแปลงผัก ออแกนิก ถั่ว สมุนไพร ฯลฯ ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถ เกษตรสร้างสุข ได้จริง ทั้งด้านสุขภาพ รายได้ และการอนุรักษ์

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าเกษตรพอเพียงจะมีบทบาทในชีวิตคุณได้อย่างไร ลองเข้าร่วมงาน เกษตรสร้างสุข ครั้งนี้แล้วคุณจะเข้าใจว่า “เกษตรนั้นไม่ใช่แค่การทำไร่ทำนา แต่คือศิลปะแห่งชีวิตที่ยั่งยืน”

ลงทะเบียนและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: www.wisdomking.or.th หรือ Facebook / Line ID : @wisdomkingmuseum

ที่มา – พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯปทุมธานีจัดงาน ‘เกษตรสร้างสุข’ ปลูกรอยยิ้ม 6-7 ก.ย.68