ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เปิดชื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 6 : 3 ‘อิ๊งค์’ พ้น ‘นายกฯ’

ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญมีมติสำคัญโดยมีตุลาการเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 ในการวินิจฉัยคดีถอดถอน แพทองธาร จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากมีคลิปเสียงสนทนาที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง

เปิดชื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 6 : 3 ‘อิ๊งค์’ พ้น ‘นายกฯ’

เมื่อวันที่เกิดการอ่านคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องการถอดถอนตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ แพทองธาร หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ อิ๊งค์ ซึ่งมีการตัดสินด้วยคะแนนเสียงอย่างชัดเจน ทำให้เธอต้องสิ้นสุดหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ

รายชื่อตุลาการเสียงข้างมากมีมติ

  • ดร.ปัญญา อุดชาชน
  • นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม
  • นายวิรุฬห์ แสงเทียน
  • นายจิรนิติ หะวานนท์
  • นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์
  • นายอุดม รัฐอมฤต

ตุลาการเสียงข้างน้อย

  • นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ (ประธานศาลรัฐธรรมนูญ)
  • นายนภดล เทพพิทักษ์
  • นายสุเมธ รอยกุลเจริญ

การตัดสินครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงระบบ checks and balances ที่มีในประเทศไทย ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นหนึ่งในสถาบันสำคัญในการกำกับดูแลการเมือง โดยเฉพาะเรื่องความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งของผู้นำประเทศ

ประเด็นหลักที่นำไปสู่มติครั้งนี้คือเนื้อหาจากคลิปเสียงระหว่าง อิ๊งค์ กับฮุน เซน ที่ถูกเผยแพร่ออกไป และไม่สอดคล้องกับหลักการของรัฐธรรมนูญในหลายประเด็น โดยเฉพาะในส่วนของการไม่เปิดเผยข้อมูลและพฤติกรรมที่อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของตำแหน่ง

การวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจึงถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาเสถียรภาพและความยุติธรรมในระบอบประชาธิปไตย

หากคุณสนใจติดตามข่าวสารแบบนี้ หรือต้องการเข้าใจการเมืองไทยลึกขึ้น เราขอแนะนำให้ติดตามเว็บไซต์ข่าวที่มีความน่าเชื่อถือเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและครอบคลุม

ที่มา – เปิดชื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 6 : 3 ‘อิ๊งค์’ พ้น ‘นายกฯ’

อินโดนีเซียปราบเหมืองแร่ผิดกฎหมาย คืนกำไรเข้าประเทศ

อินโดนีเซียเริ่มดำเนินการปราบปรามกิจกรรมเหมืองแร่และสวนปาล์มที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายเพื่อคืนผลกำไรทั้งหมดที่ได้มาอย่างผิดกฎหมายให้กับประเทศ ตามรายงานจากสำนักข่าวเอเอฟพี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา คณะทำงานเฉพาะกิจของอินโดนีเซียได้ดำเนินการ “ปฏิบัติการทางวินัย” เพื่อยึดพื้นที่เพาะปลูกน้ำมันปาล์มกว่า 3.3 ล้านเฮกตาร์ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 33,000 ตารางกิโลเมตร โดยหลังจากยึดพื้นที่ดังกล่าวแล้ว จะถูกส่งมอบให้กับบริษัทรัฐแห่งใหม่คือ “อากรินาส ปาลมา นูซันตารา”

กรรมการอัยการอาวุโส เฟบรี เอเดรียนชาห์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเหมืองแร่และสวนปาล์มโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือ อินโดนีเซียปราบเหมืองแร่ผิดกฎหมาย จะต้องคืนผลกำไรส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดให้กับรัฐ

อินโดนีเซียปราบเหมืองแร่ผิดกฎหมาย

การกระทำในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการยึดครองพื้นที่เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการบังคับให้ผู้ที่แสวงหา利益ผิดกฎหมายต้องจ่ายเงินชดเชยหรือคืนผลกำไรทั้งหมดเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศโดยตรง กฎหมายที่ใช้ในการดำเนินการครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการแปลงพื้นที่ป่าเป็นพื้นที่เกษตรกรรมอุตสาหกรรม และการขุดเจาะทรัพยากรธรรมชาติโดยไม่มีใบอนุญาต

กระบวนการยึดทรัพย์และการฟ้องร้อง

ไม่ใช่แค่มาตรการทางการบริหารเท่านั้นที่ใช้กับกรณีนี้ ในบางกรณี คณะทำงานยังอาจดำเนินคดีอาญาควบคู่ไปด้วยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง หลังจากรัฐยึดพื้นที่ป่าที่ถูกแปรสภาพแล้ว ผู้กระทำผิดจะถูกเรียกร้องเงินคืนตามกฎหมายอย่างเต็มจำนวน

นอกจากภาคเหมืองแร่ ภาคอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มก็อยู่ในเป้าหมายสำคัญเช่นกัน เหมืองและพื้นที่เพาะปลูกที่ถูกตรวจสอบว่ามีการดำเนินธุรกิจโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จะถูกยึด และส่งมอบให้กระทรวงรัฐวิสาหกิจดูแลชั่วคราว ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและเพิ่มรายได้ให้กับประเทศในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าเหมืองแร่ประเภทใดบ้างที่จะตกเป็นเป้าหมายหลักในการ อินโดนีเซียปราบเหมืองแร่ผิดกฎหมาย อีกทั้งยังต้องรอผลการสอบสวนและการกระทบเชิงนโยบายในอนาคตด้วย

จากสถานการณ์ปัจจุบัน อินโดนีเซียได้แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของตัวเอง และหวังฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศในประเทศให้กลับมาอย่างยั่งยืน โดยการดำเนินมาตรการแบบครอบคลุมทั้งในเชิงเศรษฐกิจ การสิ่งแวดล้อม และกฎหมาย

หากคุณสนใจประเด็นการปกครองทรัพยากรธรรมชาติและนโยบายของรัฐในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นี่ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าติดตามอย่างยิ่ง ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในประเทศอื่นๆ ในอนาคต

ที่มา – อินโดนีเซียเตรียมปราบเหมืองแร่ผิดกฎหมาย สั่งคืนกำไรทั้งหมดเข้าประเทศ

บี้ ธรรศภาคย์ เปิดใจ 10 ปีรักฝ่าดราม่าสู่ครอบครัวอบอุ่น

นักแสดงหนุ่ม บี้ ธรรศภาคย์ ชี ชวนแฟน ๆ เจาะลึกชีวิตคู่ที่หวานฉ่ำไปด้วยความรักกับภรรยาสุดที่รัก กุ๊บกิ๊บ – สุมณทิพย์ ชี ที่กำลังฉลองครอบครัวครบ 10 ปี ด้วยเส้นทางรักที่ผ่านคำวิจารณ์ เข้าใจผิด จนกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของใครหลายคนในเรื่องความรักอย่างแท้จริง

บี้ ธรรศภาคย์ เปิดใจ 10 ปีรักฝ่าดราม่าสู่ครอบครัวอบอุ่น

ความรักของ บี้ ธรรศภาคย์ และ กุ๊บกิ๊บ เริ่มต้นจากการเป็นคู่ในรายการ “ตื่นมาคุย” ที่ครั้งแรกที่ทั้งสองเจอกัน จนความรักค่อยๆ เติบโตเป็นชีวิตคู่ที่มั่นคงกว่า 10 ปี เป่าเปาและเป่าเป้ย์ คือผลผลิตของความรักแท้ แม้ช่วงต้นความสัมพันธ์จะมีความเข้าใจผิดจากสังคม เนื่องจากมีลูกก่อนแต่งงาน แต่ไม่สามารถทำให้ความรักของทั้งสองสั่นคลอน

การสร้างครอบครัวแบบอบอุ่น เต็มตื้นด้วยความรัก

บี้เผยว่า เขาตัดสินใจแต่งงานและดูแลกุ๊บกิ๊บอย่างเต็มที่ตั้งแต่ครั้งที่เธอตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในความสัมพันธ์ของทั้งสอง “เมื่อเธอโทรมาบอกว่าท้อง ผมก็รู้ว่าเราต้องกลับมาคุยกัน ต้องรักกันต่อ และ ดูแลลูกคนนี้ด้วยกัน” บี้กล่าวอย่างจริงใจ

โลกที่หมุนเร็ว แต่ทำไมเวลาที่ใช้ร่วมกันกับคนรักและลูก ๆ ถึงผ่านไปไม่รู้ตัว “บี้ ธรรศภาคย์ เปิดใจ 10 ปีรักฝ่าดราม่าสู่ครอบครัวอบอุ่น” เต็มไปด้วยเรื่องราวความเข้าใจ การยอมรับ และ ความรักที่ลำบากมิใช่น้อย แต่ก็ยังสร้างรอยยิ้มให้กันมาจนวันนี้

แรงบันดาลใจแห่งมิตรภาพและการเป็นทีม

สิ่งที่น่าทึ่งไม่น้อยเกี่ยวกับครัวเรือนของ บี้ ธรรศภาคย์ ก็คือ การเปิดกว้างในการแบ่งปันความรับผิดชอบ “ชีทำกับข้าวเก่งมาก ถ้าอยากกินอะไรแบบคลีน เราก็แค่บอกว่าอยากกินอะไร และเขาก็จะทำให้” ทั้งยังมี “ป๊าหม่าม้า” อยู่ด้วยกัน ลูก ๆ จึงได้รับความอบอุ่นจากความรักของครอบครัวใหญ่โดยไม่ขาดตกบกพร่อง

  • เป่าเปา อายุ 9 ขวบ
  • เป่าเป้ย์ อายุ 5 ขวบ
  • ครอบครัว อบอุ่น ด้วยมิตรภาพแท้

ความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่ใช่แค่โรแมนติกหรือหวาน แต่ยังเติมเต็มในด้านการเติบโตและการพัฒนาร่วมกันอย่างดี บี้เล่าอีกว่า “ตอนเราทะเลาะกันจนเกือบเลิก มีจังหวะที่เธอบอกว่าท้อง… นั่นคือจุดเปลี่ยนของชีวิตเรา” กลายเป็นแรงผลักดันให้ทั้งสองกลับมารักษาความรักด้วยกันอีกครั้ง

ที่มาของเพลง “กลิ่นฝน” ความทรงจำในร่มเงาฝน

ความรักไม่มีวันตาย และยังมีชีวิตอยู่ในเสียงเพลง ล่าสุด บี้ เปิดตัวซิงเกิลใหม่ “กลิ่นฝน” เมโลดี้ที่สะท้อนความทรงจำสุดหวานของทั้งคู่ โดยเนื้อเพลงถูกแต่งขึ้นโดย กุ๊บกิ๊บ เอง “เธอเล่าให้ฟังว่าฝนตกเราโทรหากันเสมอ ก็เลยคิดว่าจะเอาเรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงนี้” เป็นซิงเกิลที่แสดงถึงความหมายลึกซึ้งทั้งในและนอกรักคู่นี้

“ไม่มีใครเก่งไปกว่าเธอ ผมรู้ว่าถ้าไม่เจอเธอ ผมคงไม่มีวันนี้” บี้พูดอย่างซาบซึ้งถึง กุ๊บกิ๊บ ที่อยู่เคียงข้างไม่ว่าจะเป็นตามฝัน หรือในวันที่โลกหมุนแรงพรากความสุข แต่สำหรับพวกเขา ทุกเงาฝนก็คือความรักที่ยังคงรื่นเริง…

จับตามองเรื่องราวกันทั้งหมดนี้ได้ที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์ และระบบสตรีมมิ่งทั่วไป #10ปีรักบี้และกุ๊บกิ๊บ

ที่มา – “บี้ ธรรศภาคย์” เปิดใจ 10 ปีรักฝ่าดราม่าจากคำครหาสู่ครอบครัวสุดอบอุ่น!

ทรัมป์เซ็นคำสั่งฝ่ายบริหาร มุ่งทำให้สถาปัตยกรรมรัฐบาลกลาง “สวยงามอีกครั้ง”

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานข่าวจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกาว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารฉบับใหม่ที่มีเป้าหมายเพื่อทำให้สถาปัตยกรรมรัฐบาลกลาง “สวยงามอีกครั้ง” โดยเน้นการใช้แนวคิดการออกแบบแบบคลาสสิกและมรดกทางสถาปัตยกรรมดั้งเดิม เข้าแทนการออกแบบสมัยใหม่ที่มองว่าไม่เป็นที่นิยมของสาธารณชน

ทรัมป์เซ็นคำสั่งฝ่ายบริหาร มุ่งทำให้สถาปัตยกรรมรัฐบาลกลาง “สวยงามอีกครั้ง”

ภายใต้คำสั่งฉบับดังกล่าว ทำเนียบขาวได้ออกมาชี้แจงว่า การปรับเปลี่ยนแนวทางในการออกแบบอาคารของรัฐบาลกลางนี้ มีจุดประสงค์เพื่อขัดขวางโครงการก่อสร้างรัฐบาลที่ใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบสมัยใหม่ เช่น บรูทัลลิสต์ ซึ่งถูกมองว่าไม่เข้ากับภาพลักษณ์ของรัฐบาลกลาง โดยเน้นให้ไปใช้รูปแบบคลาสสิกหรือดั้งเดิมที่มีความสง่างาม และสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของระบอบประชาธิปไตย

แนวทางใหม่เพื่อสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่

เอกสารระบุชัดเจนว่า “สถาปัตยกรรมแบบคลาสสิกและดั้งเดิมพิสูจน์แล้วว่าสามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ มันจึงเป็นรูปแบบของการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่ได้รับความนิยม ซึ่งการเลือกดีไซน์ที่สะท้อนถึงความเป็นเลิศทางสถาปัตยกรรม เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง” การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณชัดเจนถึงความตั้งใจของทรัมป์ที่จะปรับโฉมภาพลักษณ์ภายนอกของสำนักงานรัฐบาลทั่วประเทศให้กลับมาดูมีระดับและน่าประทับใจยิ่งขึ้น

ด้านสถาปนิกหลายคนก็ได้แสดงความคิดเห็นในเชิงบวก โดยมองว่ากฎระเบียบใหม่นี้เป็นการกลับมาช่วยกำหนดทิศทางที่เหมาะสมกับสถาปัตยกรรมรัฐบาลกลาง ซึ่งได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ที่ระบุถึงความจำเป็นในการ “เคารพมรดกทางสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิก” โดยเฉพาะในอาคารราชการและศาลระดับกลางต่างๆ ทั่วประเทศ

  • ออกแบบอาคารรัฐบาลในสไตล์คลาสสิก
  • ลดการใช้สถาปัตยกรรมบรูทัลลิสต์
  • เน้นความสวยงามและเอกลักษณ์ของระบอบประชาธิปไตย
  • ยกระดับคุณภาพการก่อสร้างของหน่วยงานรัฐ

นอกจากนี้ คุณจัสติน ชูโบว์ ประธานสมาคมศิลปะพลเมืองแห่งชาติ (National Civic Art Society : NCAS) ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้คำปรึกษาและร่วมออกแบบคำสั่งฉบับดังกล่าว ได้กล่าวในการแถลงข่าวว่า “สถาปัตยกรรมของรัฐบาลกลางอยู่ในสภาพย่ำแย่มาเป็นเวลานานเกินไป ซึ่งจากการตระหนักถึงความรังเกียจของสาธารณชนที่มีต่ออาคารรัฐบาลแห่งใหม่ ประธานาธิบดีทรัมป์จึงทำให้แน่ใจว่า อาคารใหม่จะสวยงาม สง่าผ่าเผย ตลอดจนเป็นที่ชื่นชมของคนทั่วไป และอาคารของรัฐบาลกลางจะเป็นสัญลักษณ์อันทรงเกียรติของประชาธิปไตยของเราอีกครั้ง”

คำสั่งใหม่นี้คาดว่าจะมีผลกระทบต่อโครงการก่อสร้างอาคารของรัฐบาลหลายแห่ง รวมถึงการออกแบบอาคารศาลในเมืองต่างๆ อย่างฮาร์ตฟอร์ด (รัฐคอนเนตทิคัต) และแชตทานูกา (รัฐเทนเนสซี) ซึ่งล้วนต้องปรับให้สอดคล้องกับหลักการออกแบบที่กำหนดโดยคำสั่งฝ่ายบริหาร

ไม่ว่าจะอยู่ในมุมมองของความงามทางศิลปะหรือในแง่ภาพลักษณ์ของข้าราชการ การฟื้นฟูสถาปัตยกรรมรัฐบาลกลางเพื่อให้ “สวยงามอีกครั้ง” เป็นการทำงานให้กับภาพลักษณ์และจิตวิญญาณของประเทศ อย่างแท้จริง

ที่มา – ทรัมป์เซ็นคำสั่งฝ่ายบริหาร มุ่งทำให้สถาปัตยกรรมรัฐบาลกลาง “สวยงามอีกครั้ง”

คุณหญิงปัทมาหารือรมต.กีฬาฝรั่งเศสหนุนแบดมินตัน

เมื่อเร็วๆ นี้ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC Member) และประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) ได้เดินทางไปเยือนคารวะ มาดามมารี บาร์ซัค (Mme. Marie Barsacq) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬา เยาวชนและชีวิตชุมชนของประเทศฝรั่งเศส เพื่อหารือเกี่ยวกับการพัฒนาวงการกีฬา โดยเฉพาะ คุณหญิงปัทมาหารือรมต.กีฬาฝรั่งเศสหนุนแบดมินตัน ภายใต้แนวคิดสุขภาพดีสำหรับทุกคน

คุณหญิงปัทมาหารือรมต.กีฬาฝรั่งเศสหนุนแบดมินตัน

การพบปะหารือในครั้งนี้จัดขึ้นที่กระทรวงกีฬา (Ministère des Sports) กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนากีฬา โดยเฉพาะกีฬาแบดมินตัน มีนายฟรองก์ โลรองต์ (Mr. Franck Laurent) ประธานสหพันธ์แบดมินตันแห่งฝรั่งเศสร่วมประชุมด้วย

เป้าหมายเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กีฬาฝรั่งเศส

ภายใต้การสนับสนุนของผู้บริหารระดับประเทศ คุณหญิงปัทมาหารือรมต.กีฬาฝรั่งเศสหนุนแบดมินตัน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของนักกีฬาท้องถิ่นและระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐาน โปรแกรมฝึกอบรมเยาวชน รวมถึงการจัดการแข่งขันที่มีมาตรฐานสากล

เป็นที่น่าสังเกตว่าฝรั่งเศสกำลังให้ความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนากีฬา รวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงกีฬาได้ง่ายขึ้น วัตถุประสงค์คืออยากเห็นความเคลื่อนไหวของวงการกีฬาในเชิงบวก แห่งหนึ่งก็คือการนำแบดมินตันมาเป็นกีฬาที่เยาวชนหันมาสนใจมากขึ้น

  • แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการฝึกนักกีฬา
  • ส่งเสริมการลงทุนด้านโครงสร้างกีฬา
  • สนับสนุนแนวทางการพัฒนาเยาวชนผ่านกีฬา
  • เชิญชวนร่วมงานในเวทีนานาชาติ

ในโอกาสที่สำคัญนี้ มาดามมารี บาร์ซัค ได้เรียนเชิญ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล และคณะ ร่วมรับประทานอาหารกลางวันเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี และยังได้หารือเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางที่จะช่วยขับเคลื่อนวงการแบดมินตันให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งสองฝ่ายต่างมีเป้าหมายร่วมกันในการทำให้กีฬาแบดมินตันเป็นมากกว่าแค่การเล่นผ่อนคลาย แต่เป็นกีฬาที่มีการแข่งขันอย่างเป็นระบบ และสามารถผลักดันให้เกิดนักกีฬามืออาชีพในระดับนานาชาติ

คุณหญิงปัทมาหารือรมต.กีฬาฝรั่งเศสหนุนแบดมินตัน นับเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่มีศักยภาพอย่างมาก การเปิดพื้นที่ให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และทรัพยากร จะช่วยผลักดันให้กีฬาในฝรั่งเศส และทั่วโลก พัฒนาไปสู่เป้าหมายที่ยั่งยืนและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

ที่มา – “คุณหญิงปัทมา” หารือ “รมต.กีฬาเมืองน้ำหอม” หนุนพัฒนาวงการแบดมินตันฝรั่งเศส

ด่วน! มติศาล รธน. สั่ง ‘แพทองธาร’ พ้น ‘นายกรัฐมนตรี’ เซ่นคลิปเสียงฮุน เซน

เช้านี้ (29 ส.ค.) เป็นวันสำคัญทางการเมืองของไทย เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในคำร้องของประธานวุฒิสภาที่ได้รวบรวมความเห็นของวุฒิสมาชิก 36 คน ซึ่งร้องขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 เพื่อพิจารณาว่านางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังคงมีคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งหรือไม่ เนื่องจากมีประเด็นเกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริต และพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างรุนแรง จากกรณีคลิปเสียงบทสนทนาที่เผยแพร่ระหว่างนางสาวแพทองธาร และสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา

ด่วน! มติศาล รธน. สั่ง ‘แพทองธาร’ พ้น ‘นายกรัฐมนตรี’ เซ่นคลิปเสียงฮุน เซน

คลิปเสียงดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่นางสาวแพทองธาร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความเหมาะสมในบทบาทผู้นำของประเทศภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และหลักจริยธรรมสำหรับข้าราชการและสมาชิกของรัฐสภา

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติอย่างไร?

หลังจากพิจารณาข้อเท็จจริงและหลักฐานทั้งหมด ศาลรัฐธรรมนูญมีมติอย่างเป็นเอกฉันท์ว่านางสาวแพทองธาร ชินวัตร ขาดคุณสมบัติที่จำเป็นในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งตรงตามเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค 1 (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) ดังนั้น ศาลจึงมีคำวินิจฉัยว่า นางสาวแพทองธาร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม

คำวินิจฉัยครั้งนี้มีผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมืองอย่างมาก เพราะหากนางสาวแพทองธารไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ วุฒิสภาหรือพรรคในรัฐสภาจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญเพื่อแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่

  • คำร้องของวุฒิสมาชิก 36 คน
  • การวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค 3
  • มติศาลรัฐธรรมนูญประกาศว่านายกฯ พ้นจากตำแหน่ง
  • ผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

กรณีนี้ยังส่งสัญญาณสำคัญต่อภาคประชาสังคมและสมาชิกสภานิติบัญญัติว่า ความใกล้ชิดกับข้าราชการต่างชาติ หรือการสื่อสารที่มีลักษณะไม่เหมาะสม อาจถูกนำมาตั้งคำถามในเชิงจริยธรรม และเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในระดับผู้นำประเทศ

การตัดสินครั้งนี้สะท้อนถึงการใช้ดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญในฐานะผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญ และความสำคัญของการรักษาความโปร่งใสและความรับผิดชอบของผู้บริหารฝ่ายบริหาร

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่น่าจับตามองและส่งผลต่ออนาคตของการเมืองไทยอย่างมาก ทั้งในแง่ของการจัดวางรัฐบาลและการตีความบทบัญญัติทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

หากคุณติดตามเหตุการณ์การเมืองไทย คำวินิจฉัยครั้งนี้ถือเป็นเครื่องหมายสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของมาตรฐานทางจริยธรรมที่มีผลต่อการดำรงตำแหน่งสูงสุดของประเทศ การติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้คุณเข้าใจบริบทที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินในประเทศไทยในอนาคต

ที่มา – ด่วน! มติศาล รธน. สั่ง ‘แพทองธาร’ พ้น ‘นายกรัฐมนตรี’ เซ่นคลิปเสียงฮุน เซน

‘พัคโบกอม-จินยอง-aespa-‘ นำทัพคว้าผู้ทรงอิทธิพลใน ‘2025 Brand Of The Year’

มาแรงสุดท้ายของปี เมื่อผลรางวัล “2025 Brand Of The Year” หรือ “2025 올해의 브랜드 대상” ถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยรางวัลนี้จัดขึ้นโดย “สภาผู้บริโภคเกาหลี” ซึ่งเป็นการรวบรวมคะแนนโหวตจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศกว่า 3,085,743 คน ร่วมกันให้คะแนนมากกว่า 28 ล้านคะแนน

‘พัคโบกอม-จินยอง-aespa-‘ นำทัพคว้าผู้ทรงอิทธิพลใน ‘2025 Brand Of The Year’

ในงานนี้ มีศิลปินและบุคคลหลายคนที่ได้รับการยอมรับจากแฟน ๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะในสาขาความบันเทิง การแสดง หรือแม้แต่ E-sport โดยในปีนี้ “พัคโบกอม” (Park BoGum) กลายเป็นหนึ่งในศิลปินที่กวาดรางวัลไปมากถึง 3 สาขา ได้แก่ “OTT Actor”, “Multi-tainer” และ “Male Actor สาขาประเทศเวียดนาม” จากผลงานชุดซีรีส์ “ยิ้มไว้ในวันที่ส้มไม่หวาน” และการเป็นพิธีกรรายการ “The Seasons”

สายละครจัดเต็ม! พัคโบกอมและไอยูทำผลงานโดดเด่น

อีกหนึ่งชื่อที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ “ไอยู” (IU) ศิลปินสาวที่สามารถคว้ารางวัลไปถึง 3 สาขา ได้แก่ “OTT Actress”, “Female Vocalist สาขาประเทศอินโดนีเซีย” และ “Actress สาขาประเทศเวียดนาม” แสดงให้เห็นถึงความกลายกล้าในหลายบทบาททั้งนักร้องและนักแสดง

ไม่เพียงเท่านั้น นักแสดง “พัคจินยอง” (Park Jin Young) ที่หลายคนรู้จักในฐานะสมาชิกวง GOT7 ก็ได้รับรางวัลในสาขา “Acting Idol” จากผลงานซีรีส์ “The Witch” ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีหลังจากที่ปลดประจำการจากกองทัพ

aespa สุดล้ำ! คว้ารางวัลในหลายภูมิภาค

ในฝั่งวงการเพลง วงเกิร์ลกรุ๊ปอย่าง “aespa” ก็กวาดรางวัล “Female Idol” ไปในสาขาประเทศเวียดนาม และอินโดนีเซีย สะท้อนถึงความนิยมของพวกเธอที่ก้าวข้ามภูมิภาค ได้รับความรักจากแฟน international อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ “จีดรากอน” (G-Dragon) เพลงศิลปินตัวท็อประดับตำนาน ก็คว้ารางวัล “Male Solo Artist” ทั้งในประเทศเกาหลีและอินโดนีเซีย ยืนยันต่อความเป็นlegenของวงการ K-pop มาอย่างยาวนาน

ในด้านสปอร์ต “Faker” (อีซางฮยอก) สุดยอดนักเล่นเกม eSport ก็ได้รางวัลในสาขา “eSports Gamer สาขาประเทศเวียดนาม” เป็นปีที่สองติดต่อกัน และยังได้ “Sport Star” อีกด้วย หลังจากสร้างสถิติชัยชนะ 700 ครั้งครั้งแรกใน LCK และคว้าแชมป์ LoL World Championship ถึง 5 สมัย

ความน่าตื่นตาตื่นใจของรางวัลในปีนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถและการยอมรับของผู้บริโภคในแต่ละสาขาทั่วโลกในวงการบันเทิงเกาหลี

สรุปรายการและรางวัลต่าง ๆ จาก Brand Of The Year ปี 2025

  • YooJaeSuk คว้าอันดับ 1 ใน “Male Variety Show Star” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6
  • Park BoGum คว้ารางวัล 3 สาขา ได้แก่ OTT Actor, Multi-tainer และ Male Actor สาขาเวียดนาม
  • Stray Kids และ SEVENTEEN ครองตำแหน่ง “Male Idol” ในหลายภูมิภาค
  • IU และ aespa สร้างปรากฏการณ์ในสาขา actress และ idol หญิง
  • Faker และ G-Dragon กวาดรางวัล sport star และ solist ชาย

ปีนี้ยังพิสูจน์ได้อีกครั้งว่า อุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีเป็นที่ต้องการในระดับโลก!

หากคุณเป็นแฟนตัวยงของศิลปินหรือซีรีส์ใดในปีนี้ อย่าลืมปกป้องต่อความสำเร็จของเหล่าศิลปินที่คุณรัก เพราะทุกคนสมควรได้รับรางวัลนี้อย่างแท้จริง

ที่มา – ‘พัคโบกอม-จินยอง-aespa-‘ นำทัพคว้าผู้ทรงอิทธิพลใน ‘2025 Brand Of The Year’

ไมโครซอฟท์-คีนัน พัฒนาทักษะ AI ช่วยอุตฯท่องเที่ยว อบรมแล้ว 9 หมื่นคน

ในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ การพัฒนาทักษะ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวของไทย บัดนี้ “ไมโครซอฟท์-คีนัน” ร่วมกันพัฒนาบุคลากรกลุ่มสำคัญ ทั้งครู นักศึกษาอาชีวะ และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผ่านโครงการ AI Skills for AI-enabled Tourism Industry in Thailand ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้บุคลากรในอนาคตพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

ไมโครซอฟท์-คีนัน พัฒนาทักษะ AI ช่วยอุตฯท่องเที่ยว

นางสุภารัตน์ จูระมงคล ผู้อำนวยการด้านทักษะ AI ของบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า โครงการจากความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์กับ มูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย ได้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม โดยปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมที่ได้รับการอบรมพัฒนาทักษะ AI ไปแล้วถึง 90,000 คน ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ที่ได้รับการฝึกอบรมนี้ ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น

เร่งพัฒนาเศรษฐกิจภาคท่องเที่ยวผ่านทักษะดิจิทัล

“ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังคงเป็นเสาหลักและหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง(LogLevel 2) ในปี 2568 ประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้น 7.5% สร้างรายได้รวมอยู่ที่ 3.4 ล้านล้านบาท พร้อมคาดการณ์ว่า จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 40 ล้านคนเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจจากการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้มีมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้น” นางสุภารัตน์ กล่าว

การพัฒนาทักษะ AI ไม่ได้จำกัดเพียงแค่กลุ่มที่ทำงานในสายอาชีพเฉพาะทาง แต่ยังขยายผลไปยังผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่เป็นแกนหลักของเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งหากสามารถนำ AI ไปใช้ในการจัดการธุรกิจ เช่น การทำแผนการตลาด การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า หรือแม้แต่การให้บริการลูกค้าลักษณะเฉพาะ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับธุรกิจท้องถิ่นได้อย่างมีนัยสำคัญ

ประโยชน์จากการเปิดพื้นที่ความรู้ด้าน AI อย่างกว้างขวาง

นายริชาร์ด เบิร์นฮาร์ด กรรมการอำนวยการมูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย กล่าวว่า โครงการนี้ได้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อส่งเสริมการใช้ AI อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะในภาคนักเรียนนักศึกษาในสายอาชีวศึกษา ครูผู้สอน หรือกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวท้องถิ่นของไทย เมื่อทุกคนมีเครื่องมือที่เหมาะสม ความเปลี่ยนแปลงก็สามารถเกิดขึ้นได้จริง

  • อบรมทักษะพื้นฐานด้าน AI แก่ครูและผู้ฝึกสอนสาขาท่องเที่ยว
  • พัฒนาศักยภาพนักเรียนนักศึกษาอาชีวะในการแข่งขันตลาดแรงงาน
  • ส่งเสริมการใช้งาน AI สำหรับเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการท้องถิ่น
  • กระจายโอกาสและรายได้สู่ชุมชนทั่วประเทศผ่านเทคโนโลยี

นอกจากนี้ โครงการยังเน้นการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มหลักสูตรออนไลน์ฟรี ช่วยให้ผู้สนใจสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลาและตำแหน่งพื้นที่ ส่งเสริมให้การศึกษาเปิดกว้างเข้าถึงทุกคนอย่างเท่าเทียม

โครงการพัฒนาทักษะ AI โดย ไมโครซอฟท์-คีนัน ถือเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศไทยต่อนโยบายเศรษฐกิจอนาคต ที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีแม่บทในการพัฒนาอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ครองใจนักเดินทางทั้งในและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน

หากคุณเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หรือกำลังมองหาโอกาสในการเพิ่มทักษะสำหรับอนาคต การเริ่มต้นด้วย AI อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตคุณ!

ที่มา – “ไมโครซอฟท์- คีนัน”อบรมแล้ว 9 หมื่นคน พัฒนาทักษะ AI ช่วยอุตฯท่องเที่ยว

ด่วน! เด้ง ผบก.น.2 เข้ากรุ เซ่นปมฝ่ายปกครองบุกบ่อน

เหตุการณ์ด่วนที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนต่างให้ความสนใจ โดย ด่วน! เด้ง ผบก.น.2 เข้ากรุ เซ่นปมฝ่ายปกครองบุกบ่อนพนันดอนเมือง กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ถูกกล่าวถึงในวงกว้าง เพราะมีการจับกุมผู้ต้องหาที่ลักลอบเล่นการพนันจำนวน 176 คนในคืนเดียว

ด่วน! เด้ง ผบก.น.2 เข้ากรุ เซ่นปมฝ่ายปกครองบุกบ่อน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 27 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 22.00 น. ที่บริเวณซอกสรงประภา 1 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยกรมการปกครองร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ดอนเมืองได้บุกจับกุมผู้เล่นการพนันหลายร้อยคนในเวลาเดียวกัน ซึ่งถือเป็นการจับกุมที่มีจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายปี

จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่าบ่อนที่ถูกจับกุมเป็นบ่อนที่มีการเล่นทั้งไฮโลว์, กำถั่ว และไพ่เสือมังกร ซึ่งแต่ละเกมมีผู้เข้าร่วมเล่นจำนวนมาก จนทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ในคืนดังกล่าว ทำให้สถานที่เดิมที่เคยคึกคักกับเสียงหัวเราะ กลายเป็นความเงียบงันของการถูกจับกุมไปในทันที

ผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่และโครงสร้าง

ในวันถัดมา คือวันที่ 29 ส.ค. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้มีการออกคำสั่งตำรวจนครบาลที่ 376/2568 เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เนื่องจากมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง และครอบคลุม

คำสั่งดังกล่าวระบุว่า เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินการของคณะกรรมการ และลดความเสียหายจากเรื่องดังกล่าว จึงได้มีคำสั่งให้ ด่วน! เด้ง ผบก.น.2 เข้ากรุ เซ่นปมฝ่ายปกครองบุกบ่อน ด้วยการย้ายข้าราชการตำรวจจากราชการเดิมไปอยู่ในสถานะช่วยราชการหรือรักษาราชการแทน เพื่อหลีกเลี่ยงความคลาดเคลื่อนในการดำเนินงาน

ข้าราชการที่ได้รับผลกระทบมีทั้งหมด 12 ราย แบ่งเป็น 6 รายเป็นข้าราชการตำรวจช่วยราชการ ที่ ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการดำรวจนครบาล ได้แก่ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 รวมไปถึงสารวัครในสถานีดอนเมือง นอกจากนี้อีก 6 รายเป็นผู้รักษาราชการแทนตำแหน่งต่างๆ ในกองบัญชาการ เช่น รองผู้อำนวยการ ในสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 เป็นต้น

การดำเนินการดังกล่าวมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ระบบบริหารจัดการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการตอบสนองต่อเหตุการณ์เป็นอย่างดี และไม่ปล่อยให้ประเด็นใดกลายเป็นปัญหาที่ซับซ้อนในระยะยาว

เหตุการณ์นี้ยังเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่าการจัดการเรื่องการพนันในประเทศไทยยังคงเป็นเรื่องที่อยู่ในระดับต้องเฝ้าระวังอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของบ่อนกลางแจ้ง หรือบ่อนในรูปแบบซ่อนเร้น ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชน รวมถึงความเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่

สุดท้ายนี้ การดำเนินคดีที่เปิดเผยต่อสาธารณะและเกี่ยวข้องกับตำแหน่งสูงในสำนักงานตำรวจ ถือเป็นแนวทางที่สร้างความโปร่งใสและลดความเป็นไปได้ในการทุจริต จึงเป็นฉันทามติที่ประชาชนต้องมองติดตามขอสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

หากคุณสนใจในประเด็นนี้ แนะนำให้ติดตามรายงานข่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับข้อมูลล่าสุด

ที่มา – ด่วน! เด้ง ผบก.น.2 เข้ากรุ เซ่นปมฝ่ายปกครองบุกบ่อนพนันดอนเมือง

‘ไทย-ชิลี’ จับมือพัฒนาเครือข่ายการวิจัยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์

เมื่อเร็ว ๆ นี้ รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. และ ดร.นพพร พูลยรัตน์ หัวหน้าฝ่ายนิวเคลียร์ฟิวชันและพลาสมา ได้เดินทางไปยังประเทศชิลี เพื่อร่วมประชุมระหว่างวันที่ 26 – 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568 โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกา โดยเฉพาะในด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อประโยชน์สาธารณะ

‘ไทย-ชิลี’ จับมือพัฒนาเครือข่ายการวิจัยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์

ระหว่างการเยือน ทีมงานจาก สทน. ได้เข้าพบกับ Dr. Luis Huerta Torchio ประธานคณะกรรมาธิการพลังงานนิวเคลียร์แห่งชิลี (CCHEN) เพื่อแลกเปลี่ยนความร่วมมือในเชิงวิชาการและเทคโนโลยี ตำแหน่ง CCHEN เป็นหน่วยงานพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่สำคัญของประเทศชิลี

การเข้าชมห้องปฏิบัติการและเทคโนโลยีฟิวชันชั้นแนวหน้า

คณะจากไทยได้มีโอกาสเยี่ยมชมศูนย์วิจัย P2MC ซึ่งเน้นการวิจัยเกี่ยวกับพลาสมาฟิสิกส์และการพัฒนาเทคโนโลยีฟิวชัน โดยได้รับการต้อนรับจาก Professor Leopoldo Soto ผู้อำนวยการศูนย์ฯ พร้อมแนะนำเทคโนโลยีเครื่องพลาสมาโฟกัส ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่นำไปสู่การสร้างวัสดุสำหรับเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชันในอนาคต

นอกจากนั้นยังมีการเข้าเยี่ยมชมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย RECH-1 ซึ่งเป็นระบบที่ CCHEN ใช้ในการผลิตสารเภสัชรังสีสำหรับโรงพยาบาลและการประยุกต์ใช้รังสีในการเพิ่มมูลค่าอัญมณี เครื่องปฏิกรณ์ดังกล่าวมีลักษณะการใช้งานที่คล้ายกับของ สทน. ทำให้เกิดศักยภาพในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการวิจัยร่วมกันในอนาคต

เปิดโอกาสสานสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้อย่างเป็นรูปธรรม

หลังจากการเยี่ยมชมและหารือกับ CCHEN มีการประชุมเพื่อจับขอบเขตความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งสองฝ่ายโดยตรง ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีมุมมองตรงกันในการร่วมมืออย่างยั่งยืน การพัฒนาเครือข่ายระหว่างประเทศในภูมิภาค Global South เหล่านี้ จะส่งผลให้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ไปสู่การใช้งานอย่างปลอดภัยและเป็นประโยชน์

นอกจากการหารือออนไลน์ของหน่วยงานรัฐ ทีมไทยยังได้เข้าร่วมการประชุม Inter-American Conference on the Science and Technology of Nuclear Fusion and Its Applications (IAC-STNF2025) ที่เมืองซานดิเอโก ประเทศชิลี การประชุมจัดโดยทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ร่วมกับ CCHEN เป็นเวทีที่เชิญนักวิจัยชั้นนำจากทั่วโลกรวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชัน

เสวนาในประเด็น “พลังงานที่เป็นธรรมและอนาคตของการผลิตไฟฟ้า”

รศ.ดร.ธวัชชัย ได้รับเชิญให้บรรยายหัวข้อ “Thailand’s Development in Fusion Energy: A Synergy of Domestic Capability, Regional Education, and Global Collaboration” โดยนำเสนอภาพรวมพัฒนาการทางด้านฟิวชันพลังงานของไทย อาทิ การพัฒนาเครื่องโทคาแมคไทยแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน – Thailand Tokamak-1 (TT-1) และความร่วมมือกับองค์กรขนาดใหญ่เช่น ITER, ASIPP และ NIFS

  • การพัฒนาเทคโนโลยีฟิวชันในท้องถิ่น
  • การจัดหลักสูตร ASEAN School on Plasma and Nuclear Fusion มากกว่า 10 ปี
  • ความร่วมมือด้านฟิวชันกับภาคีระดับโลก

ร่วมกับการเข้าร่วมเวทีโต้วาทีหัวข้อ Science in Global South Power Generation ซึ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับพลังงานสายกลางของประเทศกำลังพัฒนา 为其形成[^1] รุ่นพิมพ์

การมีส่วนร่วมของทีมผู้แทนไทยในเวทีระดับนานาชาตินี้ สะท้อนถึงศักยภาพในการวิจัยและพัฒนาพลังงานสะอาดของไทย สร้างความน่าเชื่อถือและความร่วมมือจากนานาชาติ ทำให้ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และหลากหลายประเทศเข้ามาสนับสนุน Save with inversion

การพัฒนาเครือข่ายวิศวกรรมและนวัตกรรมในอนาคตถือเป็นอินพุตหลักต่อการเจริญเติบโตของภาคพลังงานอย่างยั่งยืน

หากคุณสนใจในเทคโนโลยีนิวเคลียร์และการพัฒนาพลังงานสะอาด ติดตามได้ที่เว็บไซต์ของ สทน. และข่าวสารจากเวที IAC-STNF2025 ที่จะเปิดโอกาสให้ประเทศไทยเติบโตในเส้นทางแห่งการวิจัยและพัฒนาอย่างยิ่ง

ที่มา – ‘ไทย-ชิลี’ จับมือพัฒนาเครือข่ายการวิจัยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์