ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

รร.สังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จัดแข่งกีฬาสร้างความสามัคคี

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่สนามกีฬากลาง จ.กาฬสินธุ์ นายกีรฒิการย์ พิมพะนิตย์ นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬากลุ่มโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ประจำปี 2568 โดยมีนายอภินันท์ ฉายจิตต์ ที่ปรึกษาฯ นายกมลพันธ์ จีระสมบัติ ประธานสภาเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ คณะผู้บริหารเทศบาล ข้าราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียนร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพียง

รร.สังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จัดแข่งกีฬาสร้างความสามัคคี

นายกีรฒิการย์ กล่าวว่า ด้วยเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ มีนโยบายในการจัดการศึกษาของท้องถิ่นที่มุ่งพัฒนานักเรียนสังกัดอย่างทั่วถึง และหลากหลาย โดยให้ความสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณการแข่งขันกีฬากลุ่มโรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อคัดเลือกนักกีฬาตัวแทนไปแข่งขันในระดับภาค และระดับประเทศ พร้อมส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้มีการพัฒนาทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา

ส่งเสริมพัฒนาศักยภาพด้านกีฬา

สำหรับการจัดการแข่งขันกีฬากลุ่มโรงเรียนในสังกัดครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม 2568 เพื่อเป็นการคัดเลือกตัวแทนนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาศักยภาพด้านการกีฬา และแสดงออกถึงความมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง พร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญของชาติ รวมทั้งเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความสมัครสมานสามัคคี มีน้ำใจนักกีฬา และความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์

กิจกรรมการแข่งขันในครั้งนี้ไม่เพียงแค่สร้างโอกาสให้นักเรียนได้ออกกำลังกายและแสดงความสามารถทางกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือ ความสามัคคี และจิตใจนักกีฬาภายในชุมชนการศึกษาในสังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ การส่งเสริมกีฬาในระดับโรงเรียนยังช่วยปลูกฝังวินัย ความอดทน และความมุ่งมั่นให้กับเยาวชน โดย รร.สังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ เป็นตัวอย่างของการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการกีฬาอย่างยั่งยืน

การจัดกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสนับสนุนเยาวชนให้มีสุขภาพที่ดี มีความรู้ และมีจิตใจที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะเป็นผู้นำในอนาคต ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนประเทศชาติไปในทางที่ดีได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – รร.สังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จัดแข่งกีฬาสร้างความสามัคคี เฟ้นหาตัวแทนแข่งระดับภาค

รร.สุพรรณบุรีปัญญานุกูล จัดกิจกรรม “Learn To Earn” สอนอาชีพร้านกาแฟสร้างรายได้ให้นักเรียน

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม โรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล จังหวัดสุพรรณบุรี ได้จัดกิจกรรมสำคัญภายใต้ชื่อ “Learn To Earn” หรือการเรียนรู้เพื่อการอยู่รอดและมีรายได้ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและออทิสติก ในการประกอบอาชีพที่มีความยั่งยืน พร้อมทั้งสนับสนุนโอกาสในการสร้างรายได้ตั้งแต่อยู่ในสถานศึกษา

รร.สุพรรณบุรีปัญญานุกูล จัดกิจกรรม “Learn To Earn” สอนอาชีพร้านกาแฟสร้างรายได้ให้นักเรียน

กิจกรรม “Learn To Earn” มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้โดยตรงจากประสบการณ์จริงในโลกการทำงาน โดยเฉพาะการบริหารจัดการธุรกิจร้านกาแฟ เพื่อให้นักเรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการทำงานจริง ๆ ในสถานที่เลี้ยงดูพวกเขา

เครื่องมือสร้างโอกาสในชีวิต

นางสรวีย์ ดอกกุหลาบ ผู้อำนวยการโรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล กล่าวว่า วัตถุประสงค์หลักของกิจกรรมนี้คือการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนพร้อมก้าวสู่สังคมได้อย่างมั่นคง ทั้งในด้านการมีรายได้ระหว่างเรียน สร้างอาชีพที่มีเสถียรภาพเมื่อเรียนจบ และมีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในการประกอบอาชีพอิสระในอนาคต

โรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูลให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยไม่จำกัดเพียงแค่ทางด้านวิชาการ แต่ยังส่งเสริมให้เด็กนักเรียนได้พัฒนาทักษะด้านอาชีพ ในจุดนี้คือการบริหารร้านกาแฟที่โรงเรียนได้จัดขึ้นภายในวิทยาเขตอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนักเรียนได้มีโอกาสฝึกฝนตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดกาแฟ การคั่วกาแฟอย่างถูกวิธี และการเสิร์ฟลูกค้าอย่างมีความสุภาพและเอาใจใส่

คลิกแรงบันดาลใจจากประสบการณ์จริง

ที่ร้านกาแฟของโรงเรียน มิใช่เพียงสถานที่สอนงาน แต่ยังเป็นสถานที่ที่นักเรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้เป็นรูปธรรม และสร้างรายได้ด้วยมือของตนเอง รวมถึงมีผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดจากฝีมือของนักเรียน เช่น พวงกุญแจ เบาะรองนั่ง และของตกแต่งอื่น ๆ ที่สามารถนำไปเป็นของที่ระลึกหรือของขวัญได้จริง

  • การฝึกฝนอาชีพในวัยเรียน
  • เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน
  • โดยใช้ร้านกาแฟเป็นห้องปฏิบัติการจริง
  • มุ่งพัฒนาทักษะความเป็นผู้ประกอบการ

ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปอุดหนุนนักเรียนได้ที่ร้านกาแฟโรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล ในวันและเวลาราชการ โดยรายได้ที่ได้จะถูกใช้เป็นทุนการศึกษาของนักเรียนต่อไป การมีส่วนร่วมของสังคมจึงเป็นอีกแรงผลักดันสำคัญให้กิจกรรมแบบนี้มีความยั่งยืน และสามารถแพร่กระจายเป็นแบบอย่างให้กับโรงเรียนอื่น ๆ ได้

กิจกรรม “Learn To Earn” ของโรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล เป็นแนวทางที่น่าสนใจและเป็นรูปธรรมในการเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนมีโอกาสเรียนรู้ ได้ใช้ชีวิต และสร้างรายได้ แม้จะมีข้อจำกัดบางประการก็ตาม สิ่งที่สำคัญคือความพยายามของโรงเรียนที่ไม่ยอมให้ใครตกค้าง พร้อมด้วยความตั้งใจที่จะช่วยเหลือให้นักเรียนเดินหน้าสร้างอนาคตของตัวเองได้อย่างมั่นคง

หากคุณเห็นคุณค่าของการศึกษาที่มุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพแบบเบ็ดเสร็จ อย่าลืมเข้าไปอุดหนุนและให้กำลังใจเด็ก ๆ ด้วยการแวะไปลองชิมกาแฟอร่อย ๆ ที่ร้านของโรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนทางการเงินหรือการส่งเสริมจิตใจ เป็นการเพิ่มโอกาสให้เด็ก ๆ ฝันใหญ่ได้ด้วยตัวเอง

ที่มา – รร.สุพรรณบุรีปัญญานุกูล จัดกิจกรรม “ Learn To Earn” สอนอาชีพร้านกาแฟสร้างรายได้ให้นักเรียน

กรมกิจการสตรีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมทักษะอาชีพ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวรัตนาภา จังหวัดขอนแก่น นางสาวศุภวรรณ ขูดแก้ว ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ ได้เป็นประธานในพิธีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมทักษะอาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างงาน และสร้างรายได้ให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหลาย

ในครั้งนี้มีนางอ้อยทิพย์ โต๊ะหมัด และผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้ฯ จังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มเป้าหมายที่สำเร็จการอบรม จำนวน 163 คน ที่มาร่วมรับวุฒิบัตรเป็นผลสำเร็จจากการเรียนรู้ด้านทักษะอาชีพ

กรมกิจการสตรีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมทักษะอาชีพ

นางสาวศุภวรรณ กล่าวว่า การ กรมกิจการสตรีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมทักษะอาชีพ เป็นกิจกรรมสำคัญที่เน้นการพัฒนาศักยภาพเฉพาะกลุ่มเป้าหมายของหน่วยงาน ทั้งผู้ประสบปัญหาทางสังคม ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และผู้ที่มีรายได้น้อย ซึ่งได้รับการพัฒนาทักษะแนวปฏิบัติที่หลากหลาย เพื่อเตรียมความพร้อมให้นำไปประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน

ผู้เข้าร่วมอบรมรับวุฒิบัตร

การอบรมเป็นก้าวแรกสู่ความมั่นคงทางอาชีพ

นางอ้อยทิพย์ โต๊ะหมัด ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้ฯ กล่าวเสริมว่า ศูนย์ฯ มุ่งเน้นการฝึกอบรมทักษะอาชีพให้แก่กลุ่มเป้าหมายอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่างงาน บุคคลทั่วไป หรือผู้ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา เพื่อสร้างรายได้พึ่งพาตัวเอง รวมถึงสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างยั่งยืน

ผู้สำเร็จการฝึกอบรมจากกรมกิจการสตรีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมทักษะอาชีพ ถือเป็นก้าวแรกในการสานฝันให้เป็นจริง ผู้เรียนต้องเริ่มการประกอบอาชีพด้วยความตั้งใจและความซื่อสัตย์สุจริต ควบคู่ไปกับความรู้ด้านจริยธรรมและคุณธรรม โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

สร้างอาชีพยั่งยืนด้วยการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ควรส่งเสริมการเก็บออม การใช้รายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้ทักษะและความสามารถมีความก้าวหน้ามากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของสถานประกอบการในอนาคต

  • ฝึกฝนทักษะอย่างสม่ำเสมอ
  • ปลูกฝังวินัยทางการเงิน
  • ต่อยอดอาชีพจากแนวทางที่ได้เรียนรู้
  • ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

การดำเนินการของ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นับเป็นแนวทางที่ยั่งยืน ทั้งในด้านอาชีพ สังคม และคุณภาพชีวิต เพื่อยกระดับและขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของกลุ่มเป้าหมายให้ก้าวไกลอย่างมั่นคง

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้สนใจเรียนรู้และพัฒนาฝีมือทางด้านอาชีพ กิจกรรมการอบรมทักษะอาชีพจากกรมกิจการสตรีฯ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ก้าวสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ที่มา – กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว มอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมทักษะอาชีพ

เครื่องบิน F-16 ของโปแลนด์ตกขณะซ้อมแอร์โชว์ นักบินเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวจากกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่น่าเศร้าของกองทัพอากาศโปแลนด์ โดยมีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า เครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ลำหนึ่งได้เกิดอุบัติเหตุตกขณะทำการฝึกบิน ซึ่งเป็นกิจกรรมเตรียมความพร้อมก่อนจะเข้าร่วมงาน “ราดอม แอร์โชว์” (Radom Air Show) ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองราดอม ทางตอนกลางของประเทศ ห่างจากกรุงวอร์ซอประมาณ 100 กิโลเมตร

เครื่องบิน F-16 เกิดอุบัติเหตุตกขณะฝึกซ้อม

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และส่งผลให้นักบินผู้ขับเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า ทำให้ฝ่ายจัดงาน “ราดอม แอร์โชว์” ซึ่งมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 30-31 สิงหาคม ต้องประกาศยกเลิกการจัดงานในปีนี้ทันที เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สาเหตุของอุบัติเหตุอยู่ระหว่างสอบสวน

ปัจจุบัน สาเหตุของเหตุการณ์ที่ทำให้ เครื่องบินเอฟ-16 ตกอยู่ระหว่างการสืบสวนโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม จากคลิปที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ ยังไม่พบหลักฐานว่านักบินสามารถดีดตัวออกจากเครื่องบินได้ ก่อนที่เครื่องจะตกอย่าง惨劇

นอกจากนี้ รายงานจากสื่อท้องถิ่นหลายสำนักยังระบุว่า นักบินผู้เสียชีวิตเป็นหนึ่งในนักบินที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูงของกองทัพอากาศโปแลนด์ ซึ่งยิ่งทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นข่าวที่น่าสะพรึงใจของวงการทหารและพลเมืองในประเทศ

ความเสียหายที่ส่งผลกระทบต่อสังคม

ไม่เพียงแต่เหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายทางด้านจิตใจต่อครอบครัวของนักบินและกองทัพอากาศเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อการจัดงานระดับนานาชาติที่เป็นเวทีสำคัญของประเทศ โดยงานเหล่านี้มีบทบาทอย่างมากในการส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

  • อุบัติเหตุของ เอฟ-16 สร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกองทัพอากาศ
  • ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมากต่อเหตุการณ์
  • เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ทำให้เกิดการทบทวนความปลอดภัยในการแสดงบิน

แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุของอุบัติเหตุ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ คือการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งของชาติ การสูญเสียนักบินที่มีประสบการณ์สูงนั้น มีผลต่อความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ของกองทัพอากาศโปแลนด์

ในความเป็นจริง เราไม่อาจรู้อนาคตได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกฝ่ายจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าทั้งผู้ปฏิบัติงาน ผู้ชม และทรัพยากรต่างๆ จะได้รับการปกป้องจากริสก์ที่อาจเกิดขึ้น

ท้ายที่สุดนี้ เราต้องขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของนักบินผู้เสียชีวิต และขอเป็นกำลังใจให้กับกองทัพอากาศโปแลนด์ในการดำเนินงานต่อไปด้วยความมั่นคง มั่นใจ และปลอดภัย

ที่มา – “เอฟ-16” กองทัพอากาศโปแลนด์ตกระหว่างซ้อมแอร์โชว์ นักบินเสียชีวิต

กกต.แปดริ้ว ปลุกพลังพลเมืองหวังสร้าง “พรรคการเมืองคุณภาพ”

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดการอบรมการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อสร้างพรรคการเมืองคุณภาพ ณ โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

กกต.แปดริ้ว ปลุกพลังพลเมืองหวังสร้าง “พรรคการเมืองคุณภาพ”

การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 100 คน ประกอบด้วย กรรมการสาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด สมาชิกพรรคการเมือง และประชาชนทั่วไป ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย

ให้ความรู้ด้านการเมืองอย่างสร้างสรรค์

นายป้องปราการ โสธรเทวาพิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า การอบรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางในการผลักดันให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันที่เข้มแข็งและมีคุณภาพ โดยเน้นการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับ “พรรคการเมืองคุณภาพ” อย่างแท้จริง เพื่อให้สมาชิกพรรคและประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาการเมืองไทยอย่างสร้างสรรค์

รูปแบบของการอบรมพัฒนาทักษะด้านการเมืองอย่างรอบด้าน ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ เช่น บทบาทของพรรคการเมืองในการบริหารประเทศ ความรับผิดชอบต่อสังคม และการใช้สิทธิเสรีภาพอย่างมีเหตุผล ทั้งยังส่งเสริมแนวทางการเมืองที่ยึดหลักธรรมนูญและการมีส่วนร่วมของพลเมือง

  • การเสริมสร้างความรู้ เกี่ยวกับประชาธิปไตย
  • สิทธิและหน้าที่ ของพลเมืองในระบอบที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
  • การพัฒนาพรรคการเมือง ให้มีคุณภาพและโปร่งใส

ความรู้ที่ได้จากการอบรมไม่เพียงแต่เพิ่มความเข้าใจในทางทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางในการพัฒนาโครงสร้างและวัฒนธรรมภายในพรรคการเมือง ปรับเปลี่ยนไปสู่การเป็นองค์กรที่ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ และสามารถดึงดูดผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมให้เข้ามามีบทบาทในวงการการเมือง

ทำไม “พรรคการเมืองคุณภาพ” ถึงสำคัญ?

พรรคการเมืองคุณภาพไม่ใช่เพียงแค่ภาพลักษณ์ที่ดี แต่ต้องเป็นองค์กรที่สามารถทำงานเพื่อประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการบริหารภายในที่มีระบบ การบริหารเงินพรรคที่โปร่งใส และมีมาตรการในการพัฒนาบุคลากรภายในที่มีศักยภาพ

“พรรคนี้ควรมีลักษณะเป็นเครื่องมือของประชาชนในการแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองอย่างสุภาพและมีวัตถุประสงค์ชัดเจน” ซึ่งคำกล่าวนี้สะท้อนแนวคิดหลักของการพัฒนาพรรคให้ไปสู่ด้านที่ดีขึ้น และมีค่านิยมที่เหมาะสมกับสังคมไทยในยุคปัจจุบัน

ทั้งนี้ การอบรมครั้งนี้ของคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา ถือเป็นต้นแบบหนึ่งที่ควรได้รับการขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงรุกในระบบพรรคการเมืองของไทย ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพของพรรค มากกว่าการเติบโตในรูปแบบจำนวนเพียงอย่างเดียว

หากพรรคการเมืองสะท้อนภาพของสังคมในแง่บวก และสามารถตอบโจทย์ต่อ民生 และความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง ประชาชนก็จะกลับมาให้ความเชื่อมั่นในกระบวนการทางการเมืองอีกครั้ง

การปลุกพลังพลเมืองผ่านการสร้างพรรคที่ดี จึงเป็นกุญแจสำคัญหนึ่งในการพัฒนาประเทศสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มั่นคง และยั่งยืนในระยะยาว

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่สนใจเรื่องการเมืองคุณภาพ อย่าลืมติดตามและมีส่วนร่วมในการพัฒนาพรรคในท้องถิ่นของคุณด้วย เชิญชวนเพื่อน ๆ และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีไปด้วยกัน

ที่มา – กกต.แปดริ้ว ปลุกพลังพลเมืองหวังสร้าง “พรรคการเมืองคุณภาพ”

อแมนด้า สยบดราม่าไม่ยินดี วีนา คว้ามิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์

เรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสบนโลกโซเชียลในขณะนี้ ไม่ใช่เรื่องอื่นนอกจาก “อแมนด้า ออบดัม” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ที่ตกเป็นประเด็นหลังจากชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตว่าเธอแสดงความยินดีกับ “แพรว-แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง” รองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 มากกว่า “วีนา-ปวีนา ซิงห์” ผู้ชนะในครั้งนี้ ซึ่งทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมเวทีกับอแมนด้าในปี 2020 มาก่อน

อแมนด้า สยบดราม่าไม่ยินดี วีนา คว้ามิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์

ล่าสุด อแมนด้า ออบดัม ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียเพื่อชี้แจงข่าวลือและดราม่าต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเธอเตรียมชัดเจนว่า ตัวเธอเองยินดีกับทั้งสองคนที่ได้รับตำแหน่งในมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 อย่างเท่าเทียมกัน เพราะทั้งแพรวและวีนาเป็นเพื่อนเก่าที่ผ่านประสบการณ์การประกวดมาร่วมกัน

ยืนยันยินดีกับวีนา เท่ากับแพรว

ในโพสต์ของ อแมนด้า เธอกล่าวว่า “ยินดีกับแพรวและวีนาเท่ากันเลย เป็นเพื่อนเก่าที่รู้จักมานาน มีโมเมนต์ร่วมกันบนเวที มาเป็นกำลังใจให้ทั้งคู่เลย เพราะทุกคนบนเวทีนั้นทำได้ดีมาก อาจจะมีบางสิ่งที่มองผ่านสายตาไม่เข้าใจ แต่ต้องขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ยังให้ความสำคัญกับมุมมองคนอื่นๆ” จากนั้นอแมนด้ายังโปรโมทการแสดงของตัวเองในละครเรื่องใหม่ที่กำลังเข้าระบบ

ระบุอีกว่า “เพราะเราเองมีบทละครในเรื่องใหม่กับช่อง 3 ที่เพิ่งเริ่มกล้อง และหนังอีกเรื่องหนึ่งก็พร้อมจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ เราอยากโฟกัสที่งานแสดงมากขึ้น ถึงบางครั้งอาจจะไปฟินอลมิสยูนิเวิร์สไม่ได้แต่เป็นไปตามความต้องการ ไม่ได้มีแอบแฝงใจอะไรเลยนะ และก็ขอบคุณทุกเสียงในโซเชียลที่ยังให้คำแนะนำและกำลังใจอย่างนี้”

เมื่อถูกถามเรื่องหัวใจในปัจจุบันว่างานแสดงอาจจะมีคนเข้ามาใกล้ชิดมากขึ้นอแมนด้ายิ้มแย้มแล้วตอบเบาๆ ว่า “ยังโสดอยู่เหมือนเดิมก็ยังไม่มีใครเข้ามาใกล้เลย ตอนนี้เราก็ยังไม่ได้สนใจตรงนั้นมากเท่าไหร่ ทำงานหนักสุดแล่ะที่ต้องหาเวลาให้ตัวเองด้วย”

ไม่ว่าจะเป็นแม่แบบ สื่อโทรทัศน์ หรือดาราวงการบันเทิง มีเรื่องราวบนอารีน่าโซเชียลก็ตาม แต่สิ่งสำคัญยังคงคือการเป็นมิตร สุภาพ และใส่ใจในสายสัมพันธ์กับเพื่อนเก่าคนหนึ่งเช่นวันนี้

ที่มา – ‘อแมนด้า’ สยบดราม่าไม่ยินดี ‘วีนา’ คว้ามิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ยันเป็นเพื่อนรักทั้งคู่!

กรมธรณีตรวจสอบดินถล่มหมู่บ้านปางอุ๋ง

เหตุการณ์ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากที่หมู่บ้านปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สร้างความเสียหายอย่างหนัก ทั้งชีวิตมนุษย์ทรัพย์สินและที่อยู่อาศัยของประชาชน ซึ่งทำให้กรมธรณีต้องเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบดินถล่มเพื่อหาสาเหตุและประเมินความเสี่ยงในพื้นที่

กรมธรณีตรวจสอบดินถล่มหมู่บ้านปางอุ๋ง

ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณีระบุว่า เหตุการณ์ดินถล่มเกิดขึ้นเนื่องจากอิทธิพลของพายุคาจิกิ ซึ่งทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นเวลานาน ส่งผลให้ชั้นดินอิ่มตัวและไม่สามารถรับน้ำหนักได้ จนเกิดการไหลลื่นของดินและหินลงมาสู่พื้นที่หมู่บ้านอย่างรุนแรง

องค์ประกอบทางธรณี

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าพื้นที่หมู่บ้านปางอุ๋งมีลักษณะเป็นลาดชันติดกับภูเขา ซึ่งประกอบด้วยชั้นหินตะกอน หินดินดาน หินปูน และหินควอตไซต์ ซึ่งมีอัตราการผุพังที่สูง อีกทั้งยังพบร่องรอยของดินถล่มเก่าในบริเวณเดียวกัน

เจ้าหน้าที่ยังระบุว่า ร่องรอยของดินถล่มชนิดไหลและเลื่อนไถลจำนวนมากถูกพบอยู่บนภูเขาด้านทิศใต้ของหมู่บ้านปางอุ๋งใหม่ โดยมีเศษวัสดุธรณี เช่น หินทราย หินควอตไซต์ ไม่คัดขนาด ตั้งแต่ก้อนกรวดเล็กถึงก้อนหินขนาดใหญ่ปนอยู่กับทรายและดินเหนียว และซากต้นไม้

คำแนะนำเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย

เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ทำนองนี้ในอนาคตกรมธรณีแนะนำ ดังนี้:

  • หลีกเลี่ยงการสร้างสิ่งปลูกสร้างบนเนินเขาชัน
  • อย่ากีดขวางทางน้ำหรือร่องน้ำตามธรรมชาติ
  • จัดทำระบบระบายน้ำที่มีขนาดเหมาะสม
  • ปรับหน้าดินให้มีลักษณะเป็นขั้นบันได
  • ปลูกพืชคลุมดินเพื่อช่วยยึดดินให้แน่น

นอกจากนี้ ประชาชนในพื้นที่ควรเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้เกิดดินถล่มได้ทุกเมื่อ

การตรวจสอบดินถล่มและการให้ความรู้แก่ชุมชนในพื้นที่โดยกรมธรณีถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการป้องกันภัยจากธรรมชาติ ซึ่งหากทุกฝ่ายให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจะช่วยลดความเสียหายและรักษาชีวิตประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่: Daily News

ที่มา – ‘กรมธรณี’ลงพื้นที่ตรวจสอบดินถล่ม ‘หมู่บ้านปางอุ๋ง’พบร่องรอยดินถล่มบนภูเขา

เอาแล้ว!! เมีย ‘สันติ’ขน สส.เพชรบูรณ์ เข้าวอร์รูมพรรค ‘ภูมิใจไทย’ ลุ้น คำวินิจฉัยคดีคลิปนายกฯ

เมื่อเวลา 13.38 น. ที่พรรคภูมิใจไทย มีเหตุการณ์ที่น่าจับตามองเมื่อ ส.ส.พรรคประชารัฐหลายคนเดินทางมายังอาคารพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะ ส.ส.เพชรบูรณ์ ซึ่งมีนางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ภรรยาของนายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นหนึ่งในคณะนี้

เอาแล้ว!! เมีย ‘สันติ’ขน สส.เพชรบูรณ์ เข้าวอร์รูมพรรค ‘ภูมิใจไทย’

นอกจากนี้ยังมี ส.ส.เพชรบูรณ์อีกหลายคน เช่น นายอัคร ทองใจสด รองโฆษกพรรคประชารัฐ นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ นายวรโชติ สุคนธ์ขจร และน.ส.พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นตัวแทนจากพรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาร่วมงานที่พรรคภูมิใจไทย

เมื่อพวกเขามาถึง กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยได้ลงไปต้อนรับอย่างอบอุ่น สื่อมวลชนได้จับภาพฉากการกอดทักทาย พร้อมทั้งนำทุกคนขึ้นไปที่ห้องรับรองชั้นบน เรียกได้ว่าความอบอุ่นเป็นอย่างมาก

ลุ้นคำวินิจฉัยคดีคลิปนายกฯ

ในระหว่างการรายงานข่าว ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า การเดินทางมาครั้งนี้มีนัยทางการเมืองหรือส่งสัญญาณการจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้าหรือไม่? แต่ไม่มีการให้ข้อมูลชัดเจนจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กลับเป็นน.ส.แนน บุญธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ที่ให้คำตอบสั้นๆ ว่า “มารับประทานอาหารกัน”

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวครั้งนี้ควรพิจารณาอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะในช่วงที่คำวินิจฉัยเกี่ยวกับกรณีคลิปนายกรัฐมนตรีเพิ่งใกล้เข้ามา แม้ไม่มีการเปิดเผยว่าจะหารือเรื่องใดเป็นหลัก แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าความเคลื่อนไหวนี้ไม่ใช่เพียงแค่การรับประทานอาหารธรรมดา

ความเคลื่อนไหวนี้อาจส่งผลต่อทิศทางการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต ทำให้สังคมต้องลุ้นตามไปด้วยว่าข้อหาทางจริยธรรมต่อผู้นำภาครัฐจะส่งผลไปถึงไหน และการตัดสินใจของ ส.ส.เพชรบูรณ์จะปูทางให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หรือไม่

ติดตาม อัพเดทข่าวสาร การเมืองไทย อย่างใกล้ชิด เพราะทุกการเคลื่อนไหวของนักการเมืองในตอนนี้ อาจส่งผลกระทบต่ออนาคตของประเทศ

ต้องจับตาดูว่า เอาแล้ว!! เมีย ‘สันติ’ขน สส.เพชรบูรณ์ เข้าวอร์รูมพรรค ‘ภูมิใจไทย’ ลุ้น คำวินิจฉัยคดีคลิปนายกฯ จะไปได้ถึงขั้นไหน และจะเปลี่ยนแปลงอะไรในระบบการเมืองไทย

ที่มา – เอาแล้ว!! เมีย ‘สันติ’ขน สส.เพชรบูรณ์ เข้าวอร์รูมพรรค ‘ภูมิใจไทย’ ลุ้น คำวินิจฉัยคดีคลิปนายกฯ

เปิดกำหนดการตลกคณะเด๋อ ดอกสะเดา เสียชีวิตกะทันหัน

วงการมหรสพของไทยต้องเจอกับข่าวเศร้าเมื่อล่าสุด จืด ขนมจีบ นักแสดงตลกฝีมือดีของ คณะเด๋อ ดอกสะเดา ได้เสียชีวิตอย่างกระทันหัน ท่ามกลางความเศร้าโศกของแฟนคลับและเพื่อนร่วมวงการมากมาย ซึ่งข่าวนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด และทำให้หลายคนตกใจและเสียใจเป็นอย่างมาก

ได้รับทราบข่าวดังกล่าว เอก เชิญยิ้ม นักแสดงตลกรุ่นใหญ่ ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพี่จืดร่วมวงการก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า “ปิดตำนาน จืด ขนมจีบ ตลกคณะเด๋อดอกสะเดาจากไปด้วยโรคเฉียบพลัน ณ.โรงพยาบาลนพรัตน์ ยังไม่ทราบว่าจะไว้วัดไหน ถ้าทราบแล้วจะแจ้งให้ทราบ” เพื่อแจ้งให้แฟนๆ และวงการได้ทราบข่าว

เปิดกำหนดการตลกคณะเด๋อ ดอกสะเดา เสียชีวิตกะทันหัน

หลังจากนั้นเอก เชิญยิ้มก็ได้โพสต์เพิ่มเติมอีกครั้งเกี่ยวกับกำหนดการสวดพระอภิธรรมศพ ที่ระบุชัดเจนว่า “วันนี้ ! วันศุกร์ที่ 29 ส.ค.68 รดน้ำศพ พี่จืด ขนมจีบ เวลา 16.00 น.ที่วัดผาสุขมณีจักร เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี” การเผยข่าวนี้ทำเอาเหล่าแฟนคลับและเพื่อนวงการแห่เข้ามาแสดงความเสียใจ เป็นจำนวนมาก

กำหนดการรดน้ำศพของจืด ขนมจีบ

การที่จืด ขนมจีบจากไปอย่างกะทันหันนั้นทำให้หลายคนยังไม่เชื่อและรู้สึกเสียใจกับการสูญเสียศิลปินตลกคนนี้ เพราะจืดมีผลงานที่โดดเด่นและสร้างเสียงหัวเราะให้ผู้คนมานานนับสิบปี ความสามารถในการเล่นละครตลกและการเป็นพิธีกรในงานต่างๆ ทำให้เขาได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากคนทั่วไป

  • ชื่อจริง: ยังไม่ได้เปิดเผยชื่อจริงอย่างเป็นทางการ
  • ชื่อในวงการ: จืด ขนมจีบ
  • คณะ: เด๋อ ดอกสะเดา
  • สาเหตุการเสียชีวิต: โรคเฉียบพลัน
  • สถานที่รดน้ำศพ: วัดผาสุขมณีจักร เมืองทองธานี
  • เวลา: 16:00 น. วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568

ภายหลังจากที่ข่าวการเสียชีวิตของจืด ขนมจีบถูกเผยแพร่ออกไป มีแฟนคลับจำนวนมากเข้ามาแสดงความเสียใจผ่านโซเชียลมีเดีย ทั้งนี้หลายคนได้ขอให้จิตวิญญาณของพี่จืดไปสู่สวรรค์ และขอให้ครอบครัวเข้มแข็งและมีความสุขในช่วงเวลาต่อไป

วงการตลกไทยสูญเสียนักแสดงที่เสียสละความขบขันและพลังบันเทิงให้แก่สังคมมาตลอดช่วงเวลาหลายสิบปี หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบผลงานของเขา ร่วมสวดอภิธรรมให้กำลังใจญาติพี่น้อง และส่งแรงบันดาลใจเพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเขาด้วยการเข้าร่วมพิธีรดน้ำศพตามวันเวลาที่ประกาศไว้

ที่มา – เปิดกำหนดการตลกคณะ “เด๋อ ดอกสะเดา” เสียชีวิตกะทันหัน สวดวัดผาสุขมณีจักร เมืองทองธานี!

นักเขียน-เจ้าของธุรกิจชาวอินเดียร่วมฟังการสนทนาธรรม โดยอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยกุศลศรัทธา

เมื่อวันที่ 11 – 14 สิงหาคม 2568 อาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ประธานมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ได้เดินทางไปประเทศอินเดียตามคำเชิญของ นักเขียนเจ้าของธุรกิจชาวอินเดีย เพื่อร่วมฟังการสนทนาธรรม ณ NEELAM BOOKS AND CULTURAL SPACE ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 1 อาคาร Thiru Complex ถนน Middleton Street, Egmore, Chennai, India และยังมีกิจกรรมที่สมาคมมหาโพธิ์ เชนไน (Sri Lanka Maha Bodhi Centre, Chennai) อีกด้วย

นักเขียนเจ้าของธุรกิจชาวอินเดียร่วมฟังการสนทนาธรรม

ในการสนทนาธรรมครั้งนี้ ยังมีวิทยากรจากประเทศไทยร่วมเป็นผู้อภิปราย ได้แก่ คุณ Sukinderpal Singh Narula และคุณตรัสวิน จิตติเดชารักษ์ กรรมการมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ซึ่งทั้งสองท่านได้ร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ในเชิงธรรมะแก่ผู้ฟังชาวอินเดียจำนวนมาก

ความประทับใจจากผู้ฟังชาวอินเดีย

ความพิเศษของการร่วมฟังการสนทนาธรรมในครั้งนี้ คือเป็นโอกาสอันประเสริฐแก่ผู้ฟังชาวอินเดียที่จะได้รับฟังนักเขียนเจ้าของธุรกิจชาวอินเดีย กล่าวขวัญว่า พวกเขาได้รับฟังธรรมะแบบใหม่ เป็นธรรมะที่แตกต่างจากที่เคยอ่านผ่านหนังสือของดร.อัมเบดการ์ ซึ่งพวกเขาคุ้นเคยกันมาก่อน

หนึ่งในผู้เข้าร่วมฟังการสนทนาธรรมกล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่เรารู้สึกว่าเข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การอ่าน แต่เป็นการฟังจากผู้มีปัญญาและความรู้อย่างลึกซึ้ง” แสดงให้เห็นว่า ธรรมะที่ถูกสื่อสารอย่างพิถีพิถัน จะนำไปสู่ความเข้าใจที่ถูกต้องและมีคุณภาพ

  • การฟังธรรมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้มองข้ามมายังคำสอนพระพุทธเจ้าอย่างลึกซึ้ง
  • ความเห็นที่เปิดกว้างจากวิทยากรทั้งสองท่าน ช่วยกระตุ้นให้เกิดการพิจารณาตนเองอย่างแท้จริง
  • ช่วยสร้างมูลเหตุแห่งความรู้ถึงความเป็นจริงในชีวิต และลดความหลงผิดจากอวิชชา

หลังจากที่อาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ และกรรมการมูลนิธิฯ เดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 คุณตรัสวิน จิตติเดชารักษ์ ได้เล่าถึงความรู้สึกของผู้ฟังชาวอินเดียให้พลตรี ดร.วีระ พลวัฒน์ กรรมการมูลนิธิฯ ฟังว่า:

“เขาบอกว่า เขาได้ยินสิ่งที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ไม่เคยได้ฟังใครพูดธรรมะในลักษณะนี้มาก่อน และรู้สึกแน่วแน่ในความเข้าใจ พุทธศาสนานี้ไม่ใช่เพียงความเชื่อ แต่คือแนวคิดแห่งปัญญาที่สามารถเปลี่ยนชีวิตได้”

การฟังธรรมจากผู้มีปัญญาอย่างแท้จริง เป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่ecause ไม่ใช่แค่การให้ความรู้ แต่ช่วยปูทางให้ผู้ฟังมีโอกาสเข้าถึงสัจธรรม เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับชีวิตทั้งในโลกนี้และโลกหน้า การตีราคาคุณค่าของการเข้าใจธรรมด้วยเงินหรือผลตอบแทนเป็นความคิดที่ล้าหลัง เพราะธรรมะคือของที่ไม่มีวันสูญเปล่า

การเสวนารอบนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนหนึ่งในชีวิตของผู้ฟังชาวอินเดีย ซึ่งบางท่านอาจเคยบูชาพระบรมสารีริกธาตุหรือวัตถุศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แต่การฟังธรรมที่แท้จริง คือการบูชาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะมันคงอยู่กับจิตใจตลอดสังสารวัฏ

หลังจากกิจกรรมศาสนาหรือธรรมะ ควรตั้งจิตให้สงบ ทบทวนสิ่งที่ได้ยิน และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน คุณค่าของธรรมะอยู่ไม่ใช่ในการฟังเพียงครั้งเดียว แต่อยู่ที่การนำหลักธรรมมาใช้ในชีวิตจริง

ที่มา – นักเขียน-เจ้าของธุรกิจชาวอินเดียร่วมฟังการสนทนาธรรม โดยอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยกุศลศรัทธา