ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ยิงก็คม พูดก็คม! ‘ชนาธิป’ เปิดใจกระตุ้นเพื่อน ‘นายอยากจ่ายเงินให้คนเก่ง’ – ‘100 บาท ไม่เท่ากัน’

“เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ดาวยิงทีมชาติไทยจากทีม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด กลายเป็นฮีโร่ในเกมเอเชียนฟุตบอลคลับแชมเปียนชิพ หรือ โชปี้คัพ 2025-26 หลังพาทีมพลิกชนะ กงอัน ฮานอย ทีมรองแชมป์เก่าจากเวียดนาม ด้วยผลสกอร์ 2-1 เกมนี้ยิงคนเดียว 2 ประตูในช่วงท้ายเกมอย่างน่าทึ่ง

ยิงก็คม พูดก็คม! ‘ชนาธิป’ เปิดใจกระตุ้นเพื่อน

แม้ในเกมนี้ทีมจะเหลือแค่ 10 คน ตั้งแต่ช่วงต้น แต่เจ้าเจ ชนาธิป ไม่ยอมแพ้ โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรงในศึกกลุ่ม A โดยยิงไกลจากบริเวณกลางสนามในนาที 90+7 เข้าประตูอย่างน่าทึ่ง พาทีมกลับมายัดเยียดชัยชนะไปอย่างสุดมัน

นายอยากจ่ายเงินให้คนเก่ง

หลังจบเกม เจ้าเจ ออกมาเปิดใจว่าเป้าหมายหลักคือการ “เอาแต้มให้ได้” เพราะทีมเหลือแค่ 10 คน แต่จิตใจทุกคนรวมเป็นหนึ่งเดียว เค้นทุกแรงเพื่อทีม โดยเฉพาะเซฟมหัศจรรย์ของสลาวิซา บ็อกดาโนวิช ผู้รักษาประตูที่เซฟได้ถึง 11 ครั้ง

“ผมบอกพวกเอ็ง อย่าลืมเล่นเพื่อตัวเองด้วย นายเขาอยากจ่ายเงินให้คนเก่ง คนเก่งเท่านั้นที่จะได้เงินเยอะ แต่ถ้าเอ็งไม่ได้เล่นให้ดี ท้ายที่สุดก็ไม่คุ้มค่า” ข้อความเตือนเพื่อนร่วมทีมที่เต็มไปด้วยความจริงใจ

เขาและเพื่อนร่วมทีมต่างตั้งเป้าหลังจากฟอร์มที่ผ่านมาที่ไม่ค่อยดี โดยสื่อสารกันว่า “เอาลูกแรกก่อน พอได้แล้วก็เอาอีกลูก” จนสุดท้ายสามารถพลิกชัยได้ด้วยความพยายามของทุกคน

100 บาท ไม่เท่ากัน

ชนาธิป ยัง👖ใช้ประโยคที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ว่า “บัตร 100 บาท บางคนอาจจะถูก แต่บางคนอาจจะแพง” ถ่ายทอดความหมายว่าทุกคนมีคุณค่าไม่เท่ากัน ถ้าไม่แสดงความสามารถ เส้นทางในวงการฟุตบอลอาชีพอาจจบลงได้ไม่ดี

“นักฟุตบอลก็เหมือนหมาล่าเนื้อ พื้นที่เหลือน้อยทุกวัน ทำให้ดีสุดในทุกวินาที” คำพูดสั้น ๆ แต่มีพลัง สะท้อนความจริงของวงการกีฬาที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน

  • พลังของคำพูด
  • จิตวิญญาณทีม
  • แรงผลักดันที่ทำให้ทุกคนพัฒนา

สำหรับเกมนัดต่อไป ในวันที่ 24 กันยายน เจ้าเจ จะได้กลับมาลงสนามต่อที่สนามมั่นแม่น้ำ พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีกทีมดังจากศึกไทยลีก ซึ่งเขายืนยันว่าทีมจะเตรียมพร้อมเต็มที่ และหวังผลพลิกสถานการณ์เหมือนนัดก่อน

ผลงานของชนาธิปในวันนี้ไม่ใช่แค่แรงบันดาลใจให้กับเพื่อนร่วมทีม แต่ยังสื่อถึงจิตวิญญาณของนักกีฬาที่ไม่ยอมแพ้ ซึ่งทุกคนในวงการควรเรียนรู้ไปด้วยกัน

ที่มา – ยิงก็คม พูดก็คม! ‘ชนาธิป’ เปิดใจกระตุ้นเพื่อน ‘นายอยากจ่ายเงินให้คนเก่ง’ – ‘100 บาท ไม่เท่ากัน’

รองแม่ทัพภาค 2 สะท้อนบทเรียนช่องอานม้า

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลตรีณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ออกมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก “Mammoth S Nutt” เพื่อเล่าถึงสถานการณ์ของช่องอานม้าในตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานและซับซ้อนมากมาย

ช่องอานม้า กับอดีตที่ลืมไม่ได้

ช่องอานม้า ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เคยเป็นทางธรรมชาติสำหรับลากไม้จากฝั่งกัมพูชาเข้ามาในไทย ในช่วงที่มีสงครามกลางเมืองในกัมพูชา ชาวบ้านจำนวนมากอพยพมายังบริเวณพรมแดนไทย ทำให้เกิดการตั้งถิ่นฐานอย่างถาวร โดยมีหน่วยงานสหประชาชาติเข้ามาประสานงานด้านมนุษยธรรม

ภายหลังสงครามจบลงไทยพยายามส่งผู้อพยพกลับบ้านเกิด แต่บางคนยังคงอยู่ต่อและขยายชุมชนจนกลายเป็นปัญหาในระยะยาว โดยในปี พ.ศ. 2542 จังหวัดอุบลราชธานีและพระวิหารเห็นชอบเปิดช่องอานม้าเป็นจุดผ่อนปรนเพื่อการค้า มีการจัดตั้งตลาดฝั่งกัมพูชาอยู่ในพื้นที่เดิมของชุมชนเดิม

ความไม่แน่นอน กับบทบาทของมนุษยธรรม

ในปี 2554 มีการขัดแย้งเกี่ยวกับพื้นที่เขาพระวิหาร เมื่อกัมพูชาสร้างอนุสาวรีย์ตาอมและปรับปรุงพื้นที่เป็นถาวร แม้ทหารไทยจะพยายามเจรจาผ่านมหาดไทยและการทูตมากกว่า 65 ครั้ง แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในปี 2555 รัฐบาลสองฝ่ายพยายามพัฒนาให้จุดนี้เป็นจุดผ่านแดนถาวร รวมทั้งมีนักลงทุนสนใจทำคาสิโนแต่เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงยื่นข้อเสนอให้ย้ายชุมชนลงมาต่ำเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต อย่างไรก็ตาม ฝั่งกัมพูชาไม่ยินยอมทำให้แผนการพัฒนาล้มเหลว

บทเรียนจากช่องอานม้าที่ไทยต้องสังเกต

การที่รัฐบาลไทยเลือกคำขวัญอย่าง “เพื่อมนุษยธรรม” และ “กระทบการค้าและท่องเที่ยวชายแดน” นำมาเป็นเหตุผลหลักในการละเลยปัญหาด้านความมั่นคง ทำให้เกิดประเด็นซ้ำซากในพื้นที่ การไม่ใช่ประโยชน์ผสมผสานระหว่างคนกับความมั่นคง ส่งผลให้เกิดปัญหาในวงกว้างในระยะยาว

พลตรีณัฏฐ์ ศรีอินทร์ ได้ข้อสรุปไว้ในโพสต์ว่า “หวังว่าช่องอานม้าความจริงมีหนึ่งเดียว จะเป็นบทเรียนให้ทุกภาคส่วนของไทยตระหนักถึงการพิจารณาประโยชน์หลากหลายเป็นระบบ ทั้งในมุมของความมั่นคง มนุษยธรรม ตลอดจนเศรษฐกิจ แทนที่จะเลือกมองเพียงเฉพาะด้าน”

หากไม่มีการบริหารจัดการอย่างครอบคลุมและรอบด้าน ก็อาจเกิดปัญหาซ้ำซ้อนในอนาคตถัดไป ไม่เฉพาะแค่บริเวณช่องอานม้าเท่านั้น แต่ขยายไปยังพื้นที่ชายแดนอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน

การเรียนรู้จากอดีต คือพื้นฐานของการวางรากฐานอนาคต เพื่อไม่ให้ต้องเดินถอยหลังหันไปแก้ปัญหาเดิมอีกครั้ง ในเมื่อเทคโนโลยี ประชาธิปไตย้ และความร่วมมือระหว่างประเทศมีให้ใช้ทุกวันนี้แล้ว การบริหารจัดการที่ยั่งยืนควรเริ่มต้นจากจุดเดิม แต่ใช้วิธีใหม่ๆ ในการวางผัง เกณฑ์ และบทบาทในสายตาของพลเมืองและนักการทูตทุกฟากฝั่ง

ที่มา – รองแม่ทัพภาค 2 โพสต์สะท้อนปัญหา ‘ช่องอานม้า’ ย้ำบทเรียนความมั่นคงที่ไม่ควรมองข้าม

วิลลาสนใจคว้าแจ็คสันเสริมแนวรุก

ในโลกของการแข่งขันฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ข่าวการย้ายทีมของนักเตะมักเป็นประเด็นที่น่าจับตาเสมอ โดยล่าสุดมีรายงานว่า แอสตัน วิลลา กำลังให้ความสนใจในตัวของ นิโกลัส แจ็คสัน หัวหอกชาวเซเนกัลจากทีม เชลซี ที่ดูเหมือนจะไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ เอ็นโซ มาเรสกา ผู้จัดการทีมสิงห์สำอาง

วิลลาสนใจคว้าแจ็คสันเสริมแนวรุก

ความเคลื่อนไหวนี้เริ่มต้นเมื่อ แอสตัน วิลลา มองหาตัวผู้เล่นแนวรุกที่มีวิสัยทัศน์และการจบสกอร์คมเข้มข้น ซึ่ง แจ็คสัน มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่ทีมแกร่งต้องการอย่างยิ่ง โดยเจ้าตัวเป็นนักเตะที่สามารถเล่นได้ทั้งในตำแหน่งกองหน้าและปีก ช่วยให้จังหวะการโจมตีของทีมมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

ปัญหาอารมณ์ของแจ็คสัน และบทสรุปที่ “สิงห์สำอาง” ตัดสิน

อย่างไรก็ตาม สำหรับ นิโกลัส แจ็คสัน เองนั้น แทบจะกลายเป็น “ส่วนเกิน” ในทีม เชลซี เพราะถูกกล่าวถึงว่ามีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์ ทำให้มีใบแดงหลั่งไหลหลายครั้งในแมตช์ที่เล่น นอกจากนี้ หลังจากที่ “สิงห์สำอาง” เสริมทัพด้วยการคว้าตัว เลียม ดีแลป และ ชูเอา เปโดร มาในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทำให้โอกาสในการได้ลงสนามของ แจ็คสัน มีน้อยลงไปเรื่อย ๆ

จากความน่าสนใจของข่าว ทำให้สื่อชื่อดังอย่าง “สกาย สปอร์ตส์” ได้รายงานว่า วิลลา สนใจที่จะขยับเดินหน้าเจรจาคว้าตัว “ม้าลายฝรั่งเศส” วัย 24 ปีรายนี้ เข้ามาเสริมแนวรุก และได้วางคำถามกับสโมสรต้นทางถึงเงื่อนไขการย้ายทีมในรูปแบบต่าง ๆ

ค่าตัว 80 ล้านปอนด์ — เงื่อนไขโหดจาก “สิงห์สำอาง”

ข่าวที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนของการเจรจาคือการที่ เชลซี กำหนดราคาค่าตัวของ แจ็คสัน ไว้สูงถึง 80 ล้านปอนด์ (ราว 3,520 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าไม่ใช่ตัวเลขอ่อน ๆ เลย โดยสื่อประเมินว่าเจ้าตัวมีศักยภาพอยู่ในระดับท็อป ทว่ากับดักในเรื่องของอารมณ์และตำแหน่งในทีม ทำให้ตัวเขาเป็นกุญแจสำคัญต่อการเจรจาของฝ่ายที่สนใจ

ในมุมมองของ แอสตัน วิลลา ที่เพิ่งประสบความสำเร็จในการเล่นได้ดีในฤดูกาลก่อน ๆ มานั้น การได้ แจ็คสัน เข้ามาร่วมทีมจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในเกมที่ต้องมี “การปิดทองหลังพระ” หรือחיפושากาชัดเจน ซึ่งเขาเป็นนักเตะที่มีความเร็วและความสามารถในการเปลี่ยนข้างเกมได้ตลอดเวลา

สรุปสถานการณ์: ลุ้นท่าทีของเชลซี และความจริงใจของวิลลา

  • จุดแข็งของ แจ็คสัน: ความเร็ว การจบสกอร์ที่เฉียบคม และเล่นได้ทั้งฝั่งซ้าย-ขวา
  • อุปสรรคสำคัญ: การควบคุมอารมณ์ และราคาค่าตัวสูงผิดปกติจากเชลซี
  • แผนวิลลา: มองหาแนวรุกรุ่นใหม่ แทนการใช้กองหน้าเดิม ๆ

ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งที่แฟนบอล แอสตัน วิลลา ควรจับตามองคือท่าทีของ เชลซี ว่าจะยืดหรือยุติการวางราคาผู้เล่นรายนี้ รวมถึงงบประมาณของ “สิงห์ผงาด” ว่ายังพร้อมลงทุนครบหรือต้องเลือกนักเตะอื่นแทน

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าจะย้ายไปไหน อย่างน้อย แจ็คสัน ก็คือผู้เล่นที่มีความสามารถจริง ๆ และมีคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับเทศกาลฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีก มันขึ้นอยู่กับว่าดีลนี้ “อยู่ในใจ…หรืออยู่ในทีม” จริง ๆ

ที่มา – “วิลลา” สนใจคว้า “แจ็คสัน” เสริมแนวรุก

เอม พินทองทา อวยพรวันเกิดน้องสาวอิ๊งค์ ส่งกำลังใจผ่านอุปสรรค

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา มีความ温馨 อบอุ่นและน่าประทับใจเมื่อ ‘เอม พินทองทา’ หรือน.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ได้โพสต์อวยพรวันเกิดน้องสาวอิ๊งค์อย่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว “aimpintongta” โดยตรงไปตรงมาถึงความรักและภูมิใจที่มีต่อน้องสาวตลอดมา

เอม พินทองทา อวยพรวันเกิดน้องสาวอิ๊งค์

ในโพสต์ของพี่สาวอิ๊งค์ ได้มีการเขียนข้อความถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อย่างอบอุ่นว่า “แด่น้องรัก” และได้กล่าวถึงเส้นทางความรักระหว่างพี่น้องที่เติบโตมาร่วมกันมาครบ 39 ปี พร้อมชื่นชมในบุคลิกที่เข้มแข็งจริงใจ พูดตรงและทุ่มเทเสมอ

สุขสันต์วันเกิดอายุครบ 39 ปี

ซึ่งน.ส.พินทองทา ชินวัตร ได้ขออวยพรให้น้องสาวอิ๊งค์ในวันเกิดปีนี้ สุขภาพแข็งแรง มีจิตใจที่ใส บริสุทธิ์ สติปัญญาแจ่มใส ตลอดจนการทำหน้าที่ด้วยเจตนาดี เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างที่ผ่านมา

คำพูดตอกย้ำความรักของพี่สาวกับน้องสาวที่ไม่มีวันเปลี่ยนใจ “เจตนาที่บริสุทธิ์และความเสียสละของน้องจะเป็นบุญอันใหญ่หลวงที่ปกป้อง ให้น้องผ่านทุกอุปสรรคไปได้ด้วยดี” เป็นหนึ่งในข้อความที่ให้พลังบวกอย่างน่าประทับใจ

  • พี่สาวอิ๊งค์เผยความรักและภูมิใจ
  • ขอให้น้องสาวมีสุขภาพแข็งแรงและจิตใจบริสุทธิ์
  • เชื่อมั่นในเจตนาดีของน้องสาว “อิ๊งค์”
  • ย้ำว่าแม้อยู่ไกลยังคงเป็นกำลังใจ

การที่ เอม พินทองทา ได้อวยพรวันเกิดน้องสาวอิ๊งค์ผ่านโซเชียลมีเดียในวันที่สำคัญนี้ ไม่เพียงสื่อถึงความสัมพันธ์ที่อบอุ่น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของครอบครัวที่เข้าใจซึ่งกันและกันอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะเมื่อน้องสาวทำภารกิจเพื่อสังคมอย่างหนักหน่วง

คงเป็นสิ่งที่ให้พลังใจแก่ใครหลายคน เมื่อเห็นพี่สาวที่มีความใส่ใจและให้ความรักต่อน้องสาวอย่างแท้จริง อย่าง เอม พินทองทา ที่ส่งกำลังใจผ่านคำพูดดี ๆ และความหวังดีในวันครบรอบปีเกิดของน้องสาวในวันที่อากาศแจ่มใสเช่นวันนี้

สุดท้าย พี่สาวอิ๊งค์อยากให้น้องสาวรู้เสมอว่า ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้น ยังมีครอบครัวที่พร้อมเป็นเสาหลัก พร้อมส่งกำลังใจให้เสมอ ขอให้ “อิ๊งค์” ผ่านอุปสรรคไปได้ด้วยดี และจงมั่นคงด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์

หากคุณชื่นชอบเรื่องราวอบอุ่น ๆ แบบนี้ เราแนะนำให้ติดตามข่าวสารในวงการบ้านเมืองและการเมืองที่มาพร้อมแง่มุมของมนุษย์สัมพันธ์ที่มองข้ามไม่ได้

ที่มา – ‘เอม พินทองทา’อวยพรวันเกิด ‘น้องสาวอิ๊งค์’ ขอผ่านอุปสรรคไปได้ด้วยดี

น่ารักกว่า elijah ปีก่อน คือ elijah ปีนี้ในไทย

เมื่อพูดถึง elijah woods หลายคนคงนึกถึงเสียงร้องทรงพลังที่ทำให้ฟังแล้ว “ฮีลใจ” ไม่น้อย หลังจากที่เขาเดินทางมาแสดงในประเทศไทยเมื่อเร็วๆ นี้ ในคอนเสิร์ต Elijah Woods: Give Me The Sunlight! Tour ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา แฟนเพลงชาวไทยกว่าพันคน ได้กลับมาชาร์จพลังความสุขร่วมกับศิลปินหนุ่มที่หลายคนนับถืออย่างมากมาย

น่ารักกว่า elijah ปีก่อน คือ elijah ปีนี้ในไทย

ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ elijah woods ขึ้นแสดงด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและสนุกสนานตลอดทั้งคืน ทั้งเพลงฮิตอย่าง Elijah Wood, We Should Stick Together, หรือเพลงเศร้าๆ อย่าง past life ก็ตีได้แม่นยำ ถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้อย่างลึกซึ้ง ทำเอาหัวใจแฟนคลับละลายจนไม่อยากกลับบ้าน

เสียงร้องล้ำค่าและเซอร์วิสแบบใกล้ชิด

หนึ่งในไฮไลท์ของค่ำคืนนี้ คือการที่ elijah ได้ร้องเพลงใหม่ล่าสุดอย่าง “Could You Love Me?” และ “Ghost On The Radio” สดๆ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย นอกจากนี้เขายังมีเซอร์วิสยอดน่ารัก คือชวนหนูน้อยวัย 10 ขึ้นเวทีร้องเพลงด้วยกันในเพลง 24/7, 365 เพลงสุดฮิตของเขานั่นเอง สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับทุกคนในฮอลล์

  • เลือกเพลงที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกอารมณ์
  • เสียงร้องเที่ยงตรงและทรงพลัง
  • เซอร์วิสทั่วถึง ทำให้ทุกคนรู้สึก ‘ถูกใจ’
  • มีปฏิสัมพันธ์กับแฟนเพลงได้อย่างลงตัว

หลังจากคอนเสิร์ตในประเทศไทย เรียกได้ว่า elijah ปีนี้ ไม่เพียงแค่น่ารัก แต่ยังทำงานหนัก พร้อมมอบประสบการณ์ดีๆ ให้แฟนเพลงอย่างเต็มที่ ซึ่งก็เป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนถึงรู้สึกว่า “น่ารักกว่า elijah ปีก่อน ก็คือ elijah ปีนี้ในไทย”

เหลืออีกไม่นาน แฟนเพลงจะได้กลับมาพบกับเสียงร้องอบอุ่นของ elijah woods อีกครั้งผ่านอัลบั้มเต็มชุดแรกของเขา “Can We Talk?” ที่จะวางจำหน่ายในวันที่ 14 ตุลาคม 2025 ห้ามพลาด!

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในความกล้าหาญ ความแฝงซึ้ง และเสียงร้องที่สามารถปลอบโยนจิตใจได้ elijah woods คือคำตอบสำหรับคุณ

ที่มา – น่ารักกว่า elijah ปีก่อน ก็คือ elijah ปีนี้ “elijah woods” โชว์เสียงร้องฮีลใจ เซอร์วิสทั่วถึงในคอนเสิร์ตที่ไทย

อิ๊งค์เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช พร้อมครอบครัวรับพรวันเกิด 39 ปี

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2567 น.ส.พินทองทา ชินวัตร หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “อิ๊งค์” ได้โพสต์ภาพลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว “aimpintongta” พร้อมข้อความเป็นพิเศษ เผยให้เห็นว่าครอบครัวชินวัตรได้มีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาปรินายก ณ สำนักงานพระพุทธโฆษาธิการ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร โดยมีโอกาสเข้าเฝ้าถวายความเคารพพะยศในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 39 ปีของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

อิ๊งค์เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช รับพรรอด

ในวันพิเศษนี้ ยังมีร่วมเดินทางไปด้วย คือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายนพดล ปุณณสิริชัย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายปิฎก สุขสวัสดิ์ ด.ญ.ธิธาร สุขสวัสดิ์ รวมถึงสามีของอิ๊งค์ คือ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ซึ่งทุกคนมาร่วมสักการะถวายความเคารพและขอพรจากสมเด็จพระสังฆราช โดยการทำพิธีตามระเบียบวาระอย่างเป็นทางการ

วาระสำคัญที่เต็มไปด้วยความหมาย

การเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเคารพต่อพระบารมีของพระองค์จากครอบครัวชินวัตรอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ยังถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับ “อิ๊งค์” ที่สามารถนำพ่อและแม่ของเขา ซึ่งมักจะไม่ค่อยปรากฏตัวในกิจกรรมพิธีสำคัญเพื่อเข้าร่วมวาระขนาดนี้ จึงทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นฮือฮาในวงในสื่อออนไลน์

  • น.ส.พินทองทา หรือ ‘อิ๊งค์’ เปิดบัญชีใหม่หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก
  • ครอบครัวเดินทางร่วมกันถวายความเคารพสมเด็จพระสังฆราช
  • น.ส.แพทองธาร ได้รับพรในวาระวันเกิดอายุครบ 39 ปี

กิจกรรมในครั้งนี้ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อแสดงความเป็นอย่างอื่น แต่เป็นการแสดงออกทางความเคารพหลักธรรมและพระบารมีของพระองค์ เหมือนกับการนำบุญมาฝากแก่ครอบครัวและประชาชนผู้เข้าเฝ้าถวายความเคารพ

หากมองในมุมของการสื่อสารกับสังคม นี่เป็นการกระทำที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเข้มขลัง เพราะการรวมตัวของครอบครัวที่สำคัญแบบนี้ ไม่มีอะไรมากไปกว่า “อิ๊งค์เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช” ในโอกาสพิเศษนี้

อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจสังเกตคือการเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชในโอกาสพิเศษนี้ ไม่ใช่เพียงบุคคลธรรมดา แต่มีการนำครอบครัวที่เป็นที่รู้จักทั้งชื่อเสียงและบทบาทสำคัญมาร่วมด้วย ดังนั้นถือเป็นการเผยให้เห็นภาพลักษณ์ของความสามัคคีในครอบครัวภายใต้แนวทางแห่งความเคารพรำพึงในพระพุทธศาสนา

เราเห็นได้ว่า วาระของ “อิ๊งค์เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช” นี้ไม่ใช่เพียงเรื่องธรรมดา แต่เป็นการส่งเสริมคุณธรรมและรากฐานทางจิตวิญญาณในชีวิตครอบครัวอย่างแท้จริง

หากคุณมีโอกาสtoBeInTheDocumentชมภาพถ่ายและข้อความจากหนุ่มอิ๊งค์ คงไม่พ้นตกใจกับความกลมเกลียวกัน รวมไปถึงพลังแห่งความจริงใจที่ครอบครัวเขารวบรวมไว้ในวันสำคัญนี้

สุดท้ายนี้ ทุกครั้งที่เราได้ยินคำว่า “อิ๊งค์เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช” มันไม่ใช่เพียงข่าวธรรมดา แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงการกลับมาของความงามแห่งความสัมพันธ์ในครอบครัวและการเคารพต่อศาสนา ท่ามกลางโลกของความวุ่นวายในปัจจุบัน

ที่มา – ‘อิ๊งค์’พร้อมครอบครัวเข้าเฝ้า ‘สมเด็จพระสังฆราช’ รับพรวันเกิดอายุครบ 39 ปี

อิสราเอลยึดกาซาซิตี ระดมพล 60,000 นาย

กองทัพอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการยึดเมืองกาซาซิตี หนึ่งในเมืองใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของฉนวนกาซา ภายหลังมีรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา ระบุว่าอิสราเอลได้เปิดเผยว่ามีแผนปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่เซตูน และจาบาเลีย ซึ่งตั้งอยู่ในเขตกาซาซิตี โดยมีเป้าหมายเพื่อเข้าควบคุมพื้นที่ที่มีการยิงสลิกใส่เมืองอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง

อิสราเอลเริ่มปฏิบัติการยึดเมืองกาซาซิตี

การกระทำดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากมีข่าวว่ากลุ่มฮามาสเห็นชอบข้อเสนอการหยุดยิงครั้งใหม่เป็นเวลา 60 วัน โดยมีเงื่อนไขแลกกับการปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ ซึ่งไม่ได้รับการตอบรับอย่างไร้ข้อตกลงจากฝั่งอิสราเอล ซึ่งยืนยันว่าต้องการการปล่อยตัวผู้ถูกกักขังที่เหลือทั้งหมดจากฝั่งฮามาสก่อนที่จะพิจารณาข้อเสนอหยุดยิงใดๆ

เพิ่มกำลังพลสำรองจนถึง 60,000 นาย

รายงานยังเปิดเผยว่ากองทัพอิสราเอลได้ส่งจดหมายถึงทหารสำรอง เพื่อเรียกรวมตัวจำนวน 60,000 นายภายในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ โดยเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อบุกยึดเมืองกาซาซิตี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพื้นที่เด่นของฮามาส คำสั่งนี้เป็นส่วนหนึ่งจากแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เพื่อยุติสงครามที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว

ทั้งนี้ รัฐบาลอิสราเอลเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากนานาชาติ รวมทั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสเอ็มมานูเอล มาครงผู้เรียกร้องให้แผนการทางทหารของอิสราเอลต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะอาจนำไปสู่ความเสียหายต่อภูมิภาค และเข้าสู่วังวนของ “สงครามถาวร” ในขณะที่วิกฤติน้ำใจและมนุษยธรรมในภาคใต้ของกาซายังคงแย่ลงทุกวัน

  • อิสราเอลมีความมุ่งมั่นจะเข้าควบคุม ga​za city ด้วยพลสำรองมากถึง 60,000 นาย
  • ฮามาสยอมรับข้อเสนอการหยุดยิงระยะ 60 วัน แต่ยังไม่ได้รับการยอมรับจากอิสราเอล
  • มีการคาดการณ์ว่าหากการปฏิบัติการยืดเยื้อ อาจกระทบหนักทั้งต่อมนุษยธรรมและเสถียรภาพภูมิภาค

ในทางตรงกันข้าม ฝ่ายอิสราเอลยืนยันว่าจะไม่มีการถอยจากเป้าหมายในการกำจัดกลุ่มฮามาส และขอเวลาเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการทางทหารให้สำเร็จ โดยระบุว่าการใช้กำลังมวลรวมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อลดภัยคุกคามที่ประชาชนอิสราเอลเผชิญ

ขณะนี้องค์กรต่างประเทศยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมียื่นคำขอให้มีการเปิดทางให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเข้าสู่พื้นที่ได้มากขึ้น ท่ามกลางความกังวลว่าหากสงครามยืดเยื้อ จะเผาผลาญไม่เพียงชีวิตแต่โครงสร้างทางสังคมของประชาชนในพื้นที่อีกยาวนาน

ในที่สุด สิ่งที่ชัดเจนคือเมืองกาซาซิตียังคงเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งที่ลุกลามมายาวนาน ซึ่งการปฏิบัติการครั้งนี้ของกองทัพอิสราเอลอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของช่วงเวลาใหม่ในความขัดแย้ง.

หากคุณกำลังตามหาข่าวสารล่าสุดและมุมมองที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เราเชื่อว่าการเข้าใจภาพรวมและเหตุผลเบื้องหลังจะช่วยให้คุณมองโลกด้วยสายตาที่รอบด้านมากขึ้น

อัปเดตข่าวสารวันต่อวัน และอย่าลืมติดตามบทความของเราเพื่อติดตามสถานการณ์ของอิสราเอลและกาซาอย่างใกล้ชิด

ที่มา – อิสราเอลเริ่มปฏิบัติการยึดเมืองกาซาซิตี ระดมกำลังพลสำรอง 60,000 นาย

อิ๊งค์ไปศาลเอง ยืนยันความโปร่งใส

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก มีการนัดฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.968/2561 ซึ่งพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้อง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และแกนนำคนอื่นๆ รวม 13 คน เป็นจำเลยในข้อหาชุมนุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวายตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ. 2548 เมื่อช่วงเดือนมกราคม-เมษายน ปี 2552

อิ๊งค์ไปศาลเอง

ล่าสุดในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดไต่สวนวินิจฉัยคดีนายกรัฐมนตรี อิ๊งค์ แพทองธาร กรณีมีคลิปเสียงสนทนาทางโทรศัพท์กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ว่า อิ๊งค์ไปศาลเอง เพื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวน มีรายงานว่า น.ส.แพทองธารจะเดินทางไปศาลด้วยตนเองในเวลา 10.00 น. พร้อมทีมทนายความส่วนตัว

สถานการณ์การเมืองรอบด้าน

ในวันเดียวกัน ล่าสุดศาลยังเลื่อนการพิจารณาคดีนปช.ออกไป 1 นัด โดยมีการแจ้งจากที่ปรึกษานายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ว่าอยู่ระหว่างประชุมสภา จึงขอเลื่อนไปฟังคำพิพากษาในวันที่ 7 ตุลาคมนี้

“ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวถึงคดีของ อิ๊งค์ไปศาลเอง ว่าประชาชนตัดสินเรื่องนี้ไปแล้วตั้งแต่มีคลิปเสียงออกมา และยืนยันว่าศาลจะเป็นผู้ตัดสินโดยไม่มีดีลใดๆ ส่วนกรณีของทักษิณ ชินวัตร ที่มั่นใจว่าจะรอดคดี ม.112 เป็นเรื่องปกติของคนเป็นจำเลย แต่ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล

ขณะเดียวกัน นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ส.ว. เผยว่า ส.ว.บางกลุ่มเตรียมคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2569 นี้ เพราะการเลื่อนวันพิจารณาหลังวันที่ศาลวินิจฉัยคดี อิ๊งค์ไปศาลเอง เพราะหวังผลหากศาลตัดสินเป็นลบ

  • ยืนยันความโปร่งใสในการดำเนินคดี
  • แสดงพลังประชาชนหลังถูกกล่าวหา
  • ไม่มีการชี้นำทางการเมือง

ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในเชิงลบ อาจส่งผลต่อความมั่นคงทางการเมืองระดับประเทศและสร้างช่องทางให้ฝ่ายค้านเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรัฐบาลในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การที่ อิ๊งค์ไปศาลเอง สามารถตอกย้ำภาพลักษณ์ของผู้นำที่ไม่หลบหนีความรับผิดชอบ และสร้างความเชื่อมั่นต่อมหาชนได้เป็นอย่างดี

ที่มา – “อิ๊งค์” ไปศาลเอง

จับหนุ่มซ่อนไม้พะยูงในสระน้ำ 179 ท่อน เตรียมส่งให้นายทุน

เจ้าหน้าที่ในพื้นที่อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ได้จัดการจับกุมชายวัย 33 ปี ที่มีพฤติกรรมลักลอบตัดไม้พะยูง ซึ่งเป็นไม้หวงห้าม จำนวน 179 ท่อน และซุกซ่อนไว้ในสระน้ำใกล้บ้าน เพื่อลดความน่าสงสัยก่อนส่งต่อให้นายทุนรายใหญ่

จับหนุ่มซ่อนไม้พะยูงในสระน้ำ 179 ท่อน มูลค่านับล้านบาท

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่ร่วมกันสืบสวนและตรวจสอบ พบว่าชายคนดังกล่าวซุก ไม้พะยูง ซึ่งเป็นไม้ที่ถูกกฎหมายห้ามครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตไว้ในที่ซ่อน ซึ่งคาดว่าหากสามารถนำออกไปจำหน่ายได้ จะมีมูลค่าหลายล้านบาท

ความผิดเกี่ยวกับการครอบครองไม้หวงห้าม

โดยผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่า “มีไว้ครอบครองซึ่งไม้หวงห้าม (พะยูง) อันยังไม่ได้แปรรูป โดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง หรือ รอยตรารัฐบาล หรือไม่ได้รับอนุญาต และยังรับไว้ซ่อนเร้น เพื่อจำหน่ายให้กับบุคคลอื่น”

จากการสืบสวนเบื้องต้น พบว่านายธีรยุทธ ชื่อเดิมที่ใช้ในการซ่อนตัว ได้ลักลอบตัด ไม้พะยูง จากพื้นที่ป่าหวงห้าม ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง มาซุกซ่อนที่บริเวณสระน้ำ หมู่ที่ 7 ต.อาโพน อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ โดยคาดว่าน่าจะมีเจ้าของทุนอยู่เบื้องหลัง

  • ไม้พะยูง 179 ท่อน ซุกในสระน้ำ
  • มูลค่ากว่าล้านบาทหากหลุดจากการดำเนินคดี
  • กล่าวหาว่ามีพฤติกรรมซ่อนเร้นในความผิด

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานกันนำ ไม้พะยูง ที่ถูกซ่อนไว้ไปยังพื้นที่ปลอดภัย และอยู่ระหว่างการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกระบวนการของกฎหมาย โดยมีความพยายามร่วมกันจากหลายหน่วยงาน เช่น สภ.บัวเชด, สส.ภ.จว.สุรินทร์ และหน่วยงานด้านทรัพยากรป่าไม้

กรณีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาการค้าไม้ผิดกฎหมายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และยิ่งแสดงให้เห็นว่า การสอดส่องจากเจ้าหน้าที่มีความสำคัญอย่างไรต่อการรักษาความปลอดภัยของทรัพยากรธรรมชาติ

หากคุณพบพฤติกรรมหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับการค้าไม้ผิดกฎหมาย รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพราะการรักษาทรัพยากรธรรมชาติคือหน้าที่ของเราทุกคน

ที่มา – จับหนุ่มซ่อนไม้พะยูงในสระน้ำ 179 ท่อน มูลค่านับล้านบาทเตรียมส่งนายทุนใหญ่

คู่อาหารที่ไม่ควรกินด้วยกัน มีอะไรบ้าง?

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าการกินอาหารหลายอย่างในมื้อเดียวกัน แม้จะอร่อย แต่ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ คู่อาหารที่ไม่ควรกินด้วยกัน ที่อาจเป็นอันตรายหรือทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้ รู้ไว้จะได้ไม่พลาดหรือเสี่ยงกับอาหารที่ไม่ควรเชื่อมโยงกันไว้ในจานเดียว

คู่อาหารที่ไม่ควรกินด้วยกัน

อาหารบางรายการที่เราชอบ搭配กัน อาจไม่ได้เหมาะสมจากมุมมองทางโภชนาการหรือเคมีภายในร่างกาย โดยเฉพาะในเรื่องของการดูดซึมสารอาหารหรือการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีภายในร่างกาย

1. ทุเรียน กับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ทุเรียนมีกำมะถันสูง และเมื่อทานคู่กับแอลกอฮอล์จะทำให้สารนี้เข้าสู่กระแสเลือดเร็วขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการเมาก่อนวัย อ่อนเพลีย และระคายเคืองต่อระบบหายใจ

2. ทุเรียน + น้ำอัดลม

เมื่อทุเรียนและน้ำอัดลมที่มีน้ำตาลสูงรวมกัน จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นแบบกระฉับ และส่งผลร้ายต่อผู้ที่มีปัญหาเบาหวานกว่าจะรับได้

3. น้ำผึ้ง + ชาร้อน/น้ำร้อน

น้ำร้อนจะทำลายคุณค่าทางโภชนาการในน้ำผึ้ง แม้กลิ่นจะอร่อย แต่ประโยชน์จะลดลง จนอาจโดนดูดซึมไม่สมบูรณ์

4. แอลกอฮอล์ + อาหารรสเผ็ด

อาหารรสเผ็ดร่วมกับแอลกอฮอล์ทำให้เลือดไหลเร็วขึ้น จำเป็นต้องระมัดระวังกับคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงเพื่อป้องกันอาการแผลในกระเพาะหรือการแพ้

5. กล้วย + เผือก

ทั้งกล้วยและเผือก มีคาร์โบไฮเดรตสูง ถ้ากินรวมกันในปริมาณมากอาจทำให้ท้องอืด และเพิ่มพลังงานสะสมมากเกินความจำเป็น เชิญกลุ้มกระทุ้งหยุดอิ่มเข้ากัน

6. นม + ผัก/อาหารที่มีไฟเบอร์สูง

ไฟเบอร์ในผักจะไปขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมในนม ดังนั้นเวลาอยากได้ประโยชน์จากทั้งสองชนิดนี้ กินแยกกันจะดีมากกว่า

7. ชา + ยา

จะดีกว่าหากดื่มน้ำเปล่าแทนชา เพราะน้ำชาอาจเข้าไปลดประสิทธิภาพในการดูดซึมของยาในร่างกาย

8. เนื้อหมู + ไอศกรีม

เนื้อหมูเป็นโปรตีนที่ย่อยยาก เมื่อรวมกับอาหารเย็นๆ เช่น ไอศกรีม จะทำให้การย่อยลดลง โดยเฉพาะในลำไส้ ต้องระวังเรื่องหนัก

10. ไข่ต้ม + กาแฟ (เครื่องดื่มคาเฟอีน)

คาเฟอีนในกาแฟจะเข้าไปรบกวนกระบวนการดูดซับธาตุเหล็กที่มีอยู่ในไข่ต้ม ส่งผลให้ร่างกายขาดธาตุเหล็กสำคัญ หากอยากกินคู่กัน แนะนำว่าใช้ไข่ที่ปรุงแบบอ่อนก่อน eg. ไข่ดาวหรือไข่เจียว

10. ข้าวสวย + ก๋วยเตี๋ยว

วิตามิน B1 จะต้องทำงานหนักขึ้นในการย่อยข้าวเมื่ออาหารมี carbohydrateg รวมกันทั้ง 2 ชนิดนี้ และมีการเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาล ทำให้อ้วนง่าย

เมื่อรู้ว่าบางคู่อาหารนี้อาจเป็นโทษถ้าทานไปด้วยกัน ก็อย่าลืมเลือกอาหารให้เหมาะสมกับสุขภาพของตัวเองมากขึ้น การเลือกกินให้ถูกโภชนาการไม่ใช่เพียงเรื่องของอร่อยอย่างเดียว แต่ยังช่วยสร้างสุขภาพที่ดี

ที่มา – คุณรู้ไหม… 10 คู่อาหาร ที่ไม่ควรกินด้วยกัน มีอะไรบ้าง ?