ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

อรรถกรติดอาวุธฝนหลวง ยกระดับสนามบินตากสู่สากล

เมื่อเร็วๆ นี้ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปตรวจติดตามความก้าวหน้าของโครงการพัฒนาท่าอากาศยานตาก และการปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อนในพื้นที่ภาคเหนือ ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ตำบลน้ำรึม อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก

อรรถกรติดอาวุธฝนหลวง ยกระดับสนามบินตากสู่สากล

ภายใต้แผนการพัฒนา ท่าอากาศยานตากจะถูกพัฒนาให้กลายเป็นศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงฐานหลักภาคเหนือ ซึ่งจะช่วยในการปฏิบัติการบินดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ไฟป่า PM2.5 และปัญหาด้านสภาพอากาศอื่น ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือและใกล้เคียง แทนศูนย์เก่าที่เชียงใหม่

ด้วยการโอนความรับผิดชอบจากกรมท่าอากาศยานสู่กระทรวงเกษตรฯ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้การบริหารและพัฒนาศูนย์ใหม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เครื่องบิน L-410NG เสริมกำลังฝนหลวง

ที่สำคัญ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้รับการมอบเครื่องบิน L-410NG จำนวน 2 ลำ เข้าประจำการที่สนามบินตาก เพื่อใช้งานในภารกิจฝนหลวงและการดัดแปรสภาพอากาศ เครื่องบินรุ่นใหม่จากอาเซียนนี้สามารถบินได้ไกลถึง 2,500 กิโลเมตร ด้วยความเร็วสูงสุด 417 กม./ชม. และยังมีเทคโนโลยี Glass Cockpit Garmin G3000 ที่ทันสมัยและปลอดภัย

“การเพิ่มกำลังให้กับศูนย์ปฏิบัติการที่ตากนี้ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจด้านเกษตร และการบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นผลึกของความร่วมมือเพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำในประเทศ” นายอรรถกรกล่าว

ผลการดำเนินงานฝนหลวงในภาคเหนือ

ด้านนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้รายงานว่า ผลการปฏิบัติการฝนหลวงตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม – 31 กรกฎาคม 2568 พบว่ามีการขึ้นบินปฏิบัติการทั้งหมด 146 วัน เสร็จสิ้น 1,865 เที่ยวบิน มีฝนตกจากการปฏิบัติการถึงร้อยละ 91.84 โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง เช่น ลำพูน ตาก สุโขทัย ฯลฯ ที่ยังคงจำเป็นต้องมีการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง

  • 覆盖面積การบิน: 21.81 ล้านไร่
  • น้ำเขื่อนที่ได้รับผลกระทบเชิงบวก: หลายแห่งในภาคเหนือ
  • ประสิทธิภาพการตกฝน: มากกว่า 91.84%

ทั้งนี้ การดำเนินงานมุ่งเน้นลดผลกระทบจากสถานการณ์อากาศสุดขั้วควบคู่ไปกับเพิ่มประสิทธิภาพใช้ทรัพยากรน้ำให้ยั่งยืนมากขึ้น ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ อย่างต่อเนื่อง

ในอนาคต กระทรวงเกษตรฯ มีแผนจะจัดตั้งศูนย์พัฒนาบุคลากรด้านการบินที่มาตราฐานสากล ครบวงจรทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ พร้อมระบบฝึกบินเสมือนจริง (Full Flight Simulator) เพื่อยกระดับการฝึกอบรมบุคลากรทางการบินภายในประเทศ ทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวอีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็นบทบาทด้านฝนหลวง การบินเกษตร หรือการดัดแปรสภาพอากาศ “อรรถกรติดอาวุธฝนหลวง ยกระดับสนามบินตากสู่สากล” ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะสร้างประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรและประชาชนทั่วไปในภาคเหนืออย่างยั่งยืน

ที่มา – ‘อรรถกร’ ติดอาวุธฝนหลวง ยกระดับสนามบินตากสู่สากล รับเครื่อง L-410NG เสริมภารกิจดัดแปรอากาศ

ช้อปปี้ปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมเก็บจากร้านค้าใหม่ 15 ก.ย.นี้

แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับหนึ่งของไทยอย่าง “ช้อปปี้” ได้ประกาศปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมเก็บจากร้านค้าใหม่อีกครั้ง โดยจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2568 เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นเป็นครั้งที่สองในรอบปีหลังจากที่เพิ่งมีการปรับเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ช้อปปี้ปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมเก็บจากร้านค้าใหม่

ภายใต้การปรับครั้งใหม่นี้ ช้อปปี้จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์มในอัตรา 1.07 บาทต่อคำสั่งซื้อ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ซึ่งจะถูกหักโดยตรงจากยอดขายก่อนที่รายได้จะเข้าบัญชีร้านค้าในระบบ Shopee

ค่าธรรมเนียมเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง

ทางช้อปปี้ระบุว่าค่าธรรมเนียมนี้มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและดูแลแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นแก่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย รวมถึงการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ

นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมพื้นฐาน ช้อปปี้ยังมีการปรับค่าธรรมเนียมการขาย (Sale Transaction Fee) สำหรับร้านค้าทั้งแบบ Mall และ Nonmall ดังนี้

ค่าธรรมเนียมสำหรับ Mall Sellers

  • สินค้าอิเล็กทรอนิกส์: 5-13%
  • สินค้าที่ไม่ใช่อิเล็กทรอนิกส์: 10.5-13%

ค่าธรรมเนียมสำหรับ Nonmall Sellers

  • สินค้าอิเล็กทรอนิกส์: 5-10%
  • สินค้าที่ไม่ใช่อิเล็กทรอนิกส์: 7.5-11%

ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมจะถูกคำนวณจากมูลค่าสินค้าหลังหักส่วนลดที่ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบ โดยไม่รวมค่าจัดส่งและส่วนลดอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ขายควรมีการวางแผนการจัดการต้นทุนและการตั้งราคาอย่างรอบคอบเพื่อให้สามารถรักษากำไรได้อย่างยั่งยืน

การปรับค่าธรรมเนียมครั้งนี้อาจส่งผลต่อรายได้ของร้านค้าหลายราย โดยเฉพาะผู้ที่มีอัตรากำไรค่อนข้างต่ำ แนะนำให้ร้านค้าพิจารณาความเหมาะสมของการจัดโปรโมชั่น หรือปรับกลยุทธ์ในการดึงดูดลูกค้ามากขึ้น เพื่อชดเชยค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น

ในขณะที่ผู้บริโภคก็ควรเข้าใจว่าการปรับค่าธรรมเนียมดังกล่าวอาจส่งผลสะท้อนถึงราคาหรือโปรโมชั่นที่ร้านค้าเสนอในอนาคต หากคุณเป็นผู้ขายหรือผู้ซื้อในแพลตฟอร์ม Shopee การติดตามข่าวสารและนโยบายใหม่ ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – ขึ้นอีกแล้ว! “ช้อปปี้” ประกาศปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมเก็บจากร้านค้าใหม่ มีผล 15 ก.ย.นี้

ตร.กองก๋อย-ปกครอง สกัดจับ 2 ผัวเมียซิ่งเก๋งพุ่งชนด่านขนยาบ้า

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจห้วยกุ้ง สถานีตำรวจภูธรกองก๋อย ร่วมกับกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน และฝ่ายปกครองอำเภอสบเมย ได้ร่วมกันจับกุมคู่สามีภรรยาที่เป็นผู้ต้องหาค้ายาเสพติด ขณะกำลังขนยาบ้าจำนวนมากเพื่อไปส่งยังพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตร.กองก๋อย-ปกครอง สกัดจับ 2 ผัวเมียซิ่งเก๋งพุ่งชนด่านขนยาบ้า

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อผู้ต้องหาขับรถยนต์ยี่ห้อวีออส สีดำ ทะเบียน งจ 4248 เชียงใหม่ พุ่งชนด่านจุดตรวจที่ห้วยกุ้ง จากนั้นรถยนต์失控เสียหลักชนแบริเออร์ข้างทาง ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่สามารถปิดล้อมและจับกุมได้ในทันที ที่พ้นจากระยะจุดตรวจประมาณ 600 เมตร ภายหลังจากการตรวจค้นพบว่าภายในรถยนต์มี ยาบ้าจำนวน 4,000 เม็ด ซ่อนอยู่

แพร่มาส่งแม่สะเรียง

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า คู่สามีภรรยาได้รับยาบ้ามาจากจังหวัดแพร่ โดยมีเป้าหมายนำยาไปส่งต่อให้กับกลุ่มลูกค้ารายย่อยในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเส้นทางการค้ายาเสพติดในพื้นที่พิเศษติดชายแดนยังคงมีความซับซ้อนและต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

  • จับกุมผู้ต้องหา 2 คน ที่มีพฤติกรรมซิ่งเก๋งขนยาบ้า
  • ของกลางยาบ้า 4,000 เม็ด ถูกยึดได้สำเร็จ
  • ความร่วมมือของ ตร.กองก๋อย และฝ่ายปกครอง ช่วยกันสกัดกั้น

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลพวงจากการปฏิบัติการตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอสบเมยที่มีเป้าหมายชัดเจนในการขจัดยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวในการสร้างชุมชน หมู่บ้านปลอดยาเสพติดอย่างแท้จริง

ข่าวการจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า แม้เครือข่ายการค้ายาเสพติดจะพยายามหลบเลี่ยงการตรวจ แต่ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ อย่าง ตร.กองก๋อย-ปกครอง ยังคงสามารถเข้าไปหยุดยั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ปัญหายาเสพติดนอกเหนือจากการปราบปรามยังจำเป็นต้องมีการป้องกันในระดับชุมชนอย่างเข้มแข็ง ทั้งการส่งเสริมกิจกรรมทางสังคม การให้ความรู้แก่เยาวชน และการสนับสนุนครอบครัวในการเฝ้าระวัง ถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้การลาดตระเวนจับกุม

สำหรับประชาชนทั่วไป ก็ควรตื่นตัวและช่วยกันเฝ้าระวัง รายงานเบาะแสที่น่าสงสัยให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที เพราะเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญในการลดตลาดค้ายาเสพติดในพื้นที่ของเรา

ที่มา – ‘ตร.กองก๋อย-ปกครอง’ สกัดจับ 2 ผัวเมีย ซิ่งเก๋งขนยาบ้าพุ่งแหกด่านตรวจ

เป๊กซ์ วงซีล เคลื่อนไหว ปมอดีตแฟนสาวหลอกลวง

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์เมื่อมีการเผยข่าวเตือนภัยเกี่ยวกับสาวหลอกลวงที่อ้างว่าเป็นหลานทหารใหญ่และเคยเป็นแฟนดาราหลายคน จนทำให้นักธุรกิจและคนในวงการบันเทิงสูญเงินไปมากกว่าหลักล้านบาท ล่าสุดมีการโยงว่าหญิงสาวคนดังกล่าวอาจเป็นอดีตแฟนของ เป๊กซ์ วงซีล ที่เคยถูกกล่าวถึงมาก่อนหน้านี้

เป๊กซ์ วงซีล เคลื่อนไหว ปมอดีตแฟนสาวหลอกลวง

หลังจากที่ข่าวการหลอกลวงในลักษณะดังกล่าวเผยแพร่ออกไปอย่างแพร่หลาย ล่าสุด เป๊กซ์ วงซีล ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยเปิดเผยว่าได้รับข้อความจากผู้ที่ได้รับผลกระทบมานานพอสมควร

“ช่วงที่ผ่านมา ผมได้รับการติดต่อและบอกเล่าจากผู้ที่เดือดร้อน ด้วยข้อมูลทำนองนี้มานานพอสมควร ซึ่งในจุดที่เป็นเพียงผู้รับสาร ก็คงต้องรอให้พิสูจน์ข้อเท็จจริงกันไปตามกระบวนการ เพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย” เขาเปิดเผยว่า

ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

นอกจากนี้ เป๊กซ์ วงซีล ยังกล่าวอีกว่า “หากมีการกระทำผิดจริง ผมก็คงไม่อยากให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับใครต่อไปอีก คนใกล้ตัวควรจะมีการตักเตือน และแนะนำหนทางที่นำไปสู่ความยุติธรรมกับผู้อื่น หรือหากไม่จริง ก็ถือเป็นโอกาสแสดงความบริสุทธิ์ใจกันไป เพื่อให้ทุกอย่างได้คลี่คลาย ขอส่งกำลังใจให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้อีกครั้งครับ”

จากการที่ เป๊กซ์ วงซีล กล้าออกมาแถลงความชัดเจนในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณดีว่าเขาเคารพต่อข้อเท็จจริง และยังพร้อมจะยืนอยู่ข้างความยุติธรรมโดยไม่มีการเอารัดเอาเปรียบใคร นักสื่อและชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นและส่งต่อความคิดบวกต่อกรณีดังกล่าวมากมาย

  • “ใครทำอะไรไว้ก็ต้องรับผลที่ทำไว้ตามนั้น ช้าหรือเร็วก็ตาม”
  • “ขอบคุณที่ทักมานะพี่ เป็นกำลังใจให้พี่เช่นกัน”
  • “คนเดิมเหรอครับพี่ พี่ไม่ได้เกี่ยวอะไร แต่พี่ยังเป็นห่วงๆ หลาย ๆ คน”

เหตุการณ์นี้ถือเป็นปัญหาที่สามารถนำไปสู่บทเรียนสำคัญในการใช้โซเชียลมีเดียอย่างปลอดภัย เช่นเดียวกับการมองดูความสัมพันธ์ในตอนจบว่าอาจปิดไว้ไม่ดีหรืออาจมีผลกระทบในอนาคต การที่เป็นคนส่วนหนึ่งในเหตุการณ์นี้ก็เป็นโอกาสให้เราได้มองกลับมาทบทวนตัวเองตลอดเวลา

ทั้งนี้เราต้องยอมรับว่าคนเราจะมีความผิดพลาดบ้างอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น ดูแลให้ผู้อื่นไม่ได้รับผลกระทบ และใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างมีความรับผิดชอบนะครับ

ที่มา – ‘เป๊กซ์ วงซีล’ เคลื่อนไหว ปมร้อนอดีตแฟนสาวหลอกลวง ยอมรับมีคนเดือดร้อนติดต่อมาจริง!

หนุ่มสาวจีนฮิต “ตุ๊กตาห้อยกระเป๋า” สัญลักษณ์บ่งบอกตัวตนคนรุ่นใหม่

หากคุณเคยสังเกตเห็นพวงกุญแจหรือของประดับกระเป๋าที่ออกแบบเป็นตุ๊กตาหรือตัวการ์ตูนแปลกๆ ที่คนจีนหนุ่มสาวนิยมพกพาติดกระเป๋า มีทั้งน่ารัก แปลกตา และบางครั้งดูแปลกประหลาด คุณอาจสงสัยว่า ทำไมสิ่งเหล่านี้ถึงได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในหมู่วัยรุ่นและวัยทำงานในจีน?

หนุ่มสาวจีนฮิต “ตุ๊กตาห้อยกระเป๋า” สัญลักษณ์บ่งบอกตัวตนคนรุ่นใหม่

รายงานจากสำนักข่าวซินหัวเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ระบุว่า พวงกุญแจหรือของประดับกระเป๋าเล็กๆ ได้กลายเป็น “สัญลักษณ์บ่งบอกตัวตน” และ “อีโมจิในชีวิตจริง” ของคนหนุ่มสาวจีน เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงแค่ของใช้สอย แต่เป็นสิ่งที่ช่วยให้พวกเขาแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างสนุกสนานและดึงดูดความสนใจ

สิ่งเหล่านี้ช่วยสื่อสารอารมณ์ได้แบบไม่ต้องพูด มีตั้งแต่ตุ๊กตาที่ดูน่ารัก แปลกตา หรือแม้แต่ตัวละครที่แสดงอัตลักษณ์และความชอบส่วนตัว ทำให้คนรุ่นใหม่สามารถสร้าง “แบรนด์ของตัวเอง” ผ่านของปลอมใจแบบจิ๋วได้

ตลาด “ตุ๊กตาห้อยกระเป๋า” ยกระดับอุตสาหกรรมอย่างก้าวกระโดด

ข้อมูลจากแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำของจีนเผยให้เห็นว่า ในช่วงแคมเปญ “618” (กิจกรรมช้อปปิ้งใหญ่ในจีน) ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมของเล่นและอาร์ตทอยหรือ “ตุ๊กตาห้อยกระเป๋า” เติบโตอย่างก้าวกระโดด เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่ร้อนแรงที่สุดในตลาดผู้บริโภครูปแบบใหม่

การทำงานของระบบนิเวศในอุตสาหกรรมนี้มีความครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การวิจัยและพัฒนา การผลิต การออกใบรับรองทรัพย์สินทางปัญญา ไปจนถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทำให้ตลาดนี้เติบโตอย่างรวดเร็วและมีความหลากหลายสูง

อีกทั้ง “เศรษฐกิจตุ๊กตาห้อยกระเป๋า” ยังสามารถบูรณาการได้หลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม การศึกษา แฟชั่น หรือแม้แต่เทคโนโลยี โดยเปิดโอกาสให้ผู้สร้างเนื้อหาและดีไซเนอร์สามารถผสมผสานไอเดียใหม่ ๆ ได้อย่างเต็มพิกัด

“ตุ๊กตาห้อยกระเป๋า” จากของเล่นกลายเป็นกระแสระดับโลก

สินค้าบางรุ่นจากกลุ่มนี้มีราคาสูง แต่กลับมีคนซื้อต่อเนื่องไม่ขาดสาย บางร้านออนไลน์ยังต้องจัดระบบพรีออร์เดอร์สำหรับสินค้ารุ่นลิมิเต็ด เพราะแค่เปิดขายก็สั่งซื้อกันจนหมด กระทั่งมีการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ กลายเป็น “ของดีไทยไม่ต้องหิ้วไปไกล” เลยทีเดียว

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ คือวัฒนธรรมการใช้ “ตุ๊กตาห้อยกระเป๋า” ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงาม แต่กลับสะท้อนความต้องการของคนยุคใหม่ที่ต้องการ “การเชื่อมโยงกับตัวตน” มากกว่าที่จะเป็นการตามกระแส ตัวสินค้าจึงกลายเป็น “สะท้อนตัวตน” ที่ใช้ในทุกๆ วัน

หากคุณกำลังมองหาไอเท็มสุดท้ายเพื่อแต่งเติมความน่ารักหรือบ่งบอกตัวตนให้ชัดเจนขึ้น ลองหันมามองของเล็กๆ ที่มีความหมายอย่าง “ตุ๊กตาห้อยกระเป๋า” ดูสิ ใครจะรู้ล่ะ อาจจะพอมองเห็น “ตัวตนของคุณ” ผ่านของชิ้นเล็กๆ ชิ้นนั้นก็ได้นะ

ที่มา – หนุ่มสาวจีนฮิต “ตุ๊กตาห้อยกระเป๋า” สัญลักษณ์บ่งบอกตัวตนคนรุ่นใหม่

ญี่ปุ่นย้ำหนุนการเจรจาร่วมมือกู้ทุ่นระเบิด

วันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการดำเนินการของสถานทูตญี่ปุ่นในประเทศไทย โดยเฉพาะการร่วมลงพื้นที่สังเกตการณ์ในเขตอำเภอ กันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับชายแดนประเทศกัมพูชา

ญี่ปุ่นย้ำหนุนการเจรจาร่วมมือกู้ทุ่นระเบิด

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายนิชิโอะกะ ทัตสึชิ รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต และอัครราชทูตสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้เป็นตัวแทนเดินทางไปสังเกตการณ์สถานการณ์ในพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเสียหายจากการเหยียบทุ่นระเบิดและสอบถามถึงขั้นตอนการเก็บกู้ทุ่นที่กำลังดำเนินการอยู่

การสนับสนุนด้านอุปกรณ์และเทคโนโลยี

ภายหลังจากการลงพื้นที่ นายนิชิโอะกะ ได้กล่าวถึงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์การสูญเสียชีวิตที่เกิดขึ้น และแสดงความห่วงใยต่อผู้บาดเจ็บรวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุทุ่นระเบิด ทั้งนี้ ในฐานะประธานการประชุมรัฐภาคีของอนุสัญญาออตตาวา ประเทศ ญี่ปุ่น ขอแสดงความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการเจรจาและการร่วมมือกับประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

ที่สำคัญ ยังได้มีการรายงานว่ายานพาหนะและเครื่องมือที่ทางสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยมอบให้องค์กรเก็บกู้ทุ่นระเบิดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ โดยทางคณะทำงานได้ยืนยันว่าจะให้ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อสนับสนุนมาตรการป้องกันอันตรายจากทุ่นระเบิดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

  • ให้การช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีและอุปกรณ์เฉพาะทาง
  • ร่วมมือในกระบวนการเผยแพร่ความรู้ด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิด
  • สนับสนุนให้ประเทศในภูมิภาคปฏิบัติตามข้อตกลงอนุสัญญาออตตาวา

ด้วยการร่วมมือที่ต่อเนื่องในครั้งนี้ ทำให้ประเทศญี่ปุ่นหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะไม่มีเหตุการณ์ความเสียหายจากระบบอาวุธที่ถูกละเลยไว้ในสงครามอีกต่อไป และปรารถนาให้สถานการณ์ในพื้นที่สามารถกลับสู่ความสงบสุขได้โดยเร็ว ผ่านการปฏิบัติตามมาตรการหยุดยิงอย่างจริงจังและจริยธรรมระหว่างประเทศ

การแสดงความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมนี้ ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่ประเทศญี่ปุ่นสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นานาประเทศ ซึ่งถือว่ามีคุณค่าในเชิงมนุษยธรรมอย่างยิ่ง

หากคุณต้องการติดตามความเคลื่อนไหวในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประเทศญี่ปุ่นและภูมิภาคอาเซียนอย่างใกล้ชิด เราแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากสถานทูตหรือเว็บไซต์ข่าวที่เชื่อถือได้เพื่อไม่พลาดข่าวสารสำคัญ

ที่มา – ญี่ปุ่นย้ำหนุนการเจรจาร่วมมือกู้ทุ่นระเบิด หวังไม่เกิดเหตุสูญเสียจากทุ่นระเบิดอีก

ทำความรู้จัก Ultra light aircraft เครื่องบินเล็กตกกลางถนนภูเก็ต

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีข่าวดังกล่าวที่ประชาชนหลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับเหตุการณ์เครื่องบินเล็กชนิด Ultra light aircraft หรือ เครื่องบินเบาพลังชนิดหนึ่ง ตกกลางถนนในพื้นที่ตำบลบ่อยครั้ง อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต การเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ได้รับการตอบสนองจากเจ้าหน้าที่กู้ชีพอย่างรวดเร็ว และมีผู้ประสบเหตุด้วยการได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ซึ่งได้รับการส่งตัวไปยังโรงพยาบาลถลางเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน

จากการสอบสวนเบื้องต้น คาดว่าสาเหตุของอุบัติเหตุเกิดจากปัญหาทางเครื่องยนต์ซึ่งขัดข้องอย่างกะทันหันขณะบินอยู่ในอากาศ ทำให้กัปตันและนักบินไม่สามารถควบคุมลำบินลงจอดได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้แม้จะเกิดขึ้นไม่บ่อย แต่มีความรุนแรงสูง และมีความต้องระมัดระวังเชิงเทคนิคอย่างมากเพื่อลดความเสี่ยงในการใช้งาน

ทำความรู้จัก Ultra light aircraft

มาถึงจุดนี้ หลายคนอาจจะยังไม่รู้แน่ชัดว่า Ultra light aircraft หรือเครื่องบินเบาพลังคืออะไร ซึ่งเครื่องบินประเภทนี้มีลำเล็ก และมักประกอบขึ้นจากโครงสร้างแบบเบา ออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานเฉพาะทาง เช่น การฝึกบินเบื้องต้น การบินเพื่อความบันเทิง หรือการสำรวจพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก โดยปกติแล้วชนิดนี้ใช้เวลาการบินอยู่บนอากาศน้อย มีน้ำหนักเบา และมีโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อนเท่ากับเครื่องบินลำใหญ่ทั่วไป

ย้อนกลับไปที่เหตุการณ์ในจังหวัดภูเก็ต เครื่องบินที่ตกอยู่คือรุ่น MX II Sprint โดยมีทะเบียนว่า UM-22 QUICKSILVER MX II SPRINT ซึ่งเป็นรุ่นที่ถูกผลิตโดยบริษัท Quicksilver Aircrafts ชื่อเสียงในเรื่องของการออกแบบให้เหมาะกับโรงเรียนการบิน เพราะสามารถเลื่อนระดับได้แม้ในความเร็วต่ำ และจอดได้ในพื้นที่ระยะทางสั้น จึงทำให้รุ่นนี้เป็นทางเลือกของหลายๆ ศูนย์ฝึกบินทั่วโลก

คุณสมบัติเด่นของ MX II SPRINT

  • ปีกแบบผิวเดียว: ช่วยให้แรงยกและพลังขึ้น-ลงจอดมีเสถียรภาพ
  • ควบคุมได้ง่าย: แม้ในความเร็วต่ำ เหมาะสำหรับนักเรียนนักบิน
  • น้ำหนักเบา: เพิ่มความปลอดภัยในภาคพื้นดินขณะเดินในระยะทางสั้น

ด้วยคุณสมบัติเด่นเหล่านี้จึงทำให้ Ultra light aircraft รุ่น MX II Sprint มีบทบาทสำคัญในวงการฝึกบินระดับท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม การใช้งาน Ultra light aircraft ก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านความปลอดภัยอย่างสูง เพราะหากเกิดมีปัญหาขัดข้อง อาจส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารและประชาชนในพื้นที่โดยรอบได้

สุดท้ายนี้ การเข้าใจเครื่องบินมากขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องของนักบินหรือเป็นภารกิจของหน่วยงานกฎหมายเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญกับประชาชนทั่วไปในพื้นที่ที่มีสนามบินหรือมีกิจกรรมการบินเพื่อความเข้าใจ ก่อนเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ ดังนั้นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Ultra light aircraft จึงเป็นการสร้างความตระหนักและเสริมความปลอดภัยในระดับชุมชนด้วยเช่นกัน

ที่มา – ทำความรู้จัก Ultra light aircraft เครื่องบินเล็กตกกลางถนนภูเก็ต

มท.2 ลงศรีสะเกษมอบบ้านน็อคดาวน์ 15 ครอบครัว

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม เวลา 13.30 น. น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รองรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบบ้านน็อคดาวน์ให้กับประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่อำเภอ กันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย

มท.2 ลงพื้นที่มอบบ้านน็อคดาวน์ 15 ครอบครัว

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ น.ส.ธีรรัตน์ มีคณะผู้บริหารร่วม同行 ได้แก่ พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, นายธนทร ศรีนาค ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 13 อุบลราชธานี, และนายสมควร สิงห์คำ นายอำเภอกันทรลักษ์

ให้ความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยผู้ประสบภัย

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า ที่ได้เดินทางลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามคำสั่งของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มีนโยบายช่วยเหลือและซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ในช่วงการให้ความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ได้มอบบ้านสำเร็จรูปประเภทน็อคดาวน์จำนวน 15 หลัง ให้กับครอบครัวที่บ้านถูกทำลายทั้งหลัง ซึ่งบ้านน็อคดาวน์เหล่านี้สามารถอยู่อาศัยได้ทันที พร้อมทั้งสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์จำเป็นอื่นๆ

  • ตรวจเยี่ยมบ้านโศกขามป้อม ตำบลภูผาหมอก
  • ให้กำลังใจและสิ่งของจำเป็นแก่ผู้ประสบภัยบ้านภูมิซรอล
  • เร่งดำเนินการซ่อมแซมและช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีการประเมินความเสียหายทั้งในด้านโครงสร้างบ้านและการใช้สอย โดยใช้แนวทางจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในการจัดทำเกณฑ์ช่วยเหลือที่เหมาะสม ให้ครอบคลุมความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

“กระทรวงมหาดไทยจะติดตามสถานการณ์ต่อไปพร้อมระดมทรัพยากรทุกรูปแบบ ทั้งสิ่งของ อุปกรณ์ หรือการสนับสนุนบ้านสำเร็จรูป เพื่อให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยอย่างปลอดภัย” น.ส.ธีรรัตน์ กล่าว

ในกรณีที่ยังมีครอบครัวใดประสบความเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ผ่านสายด่วน 1784 หรือประสานกับผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นเพื่อขึ้นทะเบียนขอรับความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการ

การให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประสบภัย แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลในปัญหาชีวิตและความเป็นอยู่ของพลเมือง ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาอย่างมีเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดน

หากคุณมีญาติพี่น้องหรือชุมชนในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษที่ต้องการขอรับความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยจากเหตุการณ์ปะทะชายแดน ไม่ควรลังเลที่จะติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านช่องทางที่กำหนด เพื่อความเร็วในการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

ที่มา – ‘มท.2’ลงศรีสะเกษ มอบบ้านน็อคดาวน์ 15 ครอบครัว

หดหู่! จับลุงหื่นลวง ป.6 หน้าโรงเรียน

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม เวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามในการดำเนินคดีตามหมายจับศาลจังหวัดปราจีนบุรี จับกุมตัว “ลุงหื่นลวง ป.6 หน้าโรงเรียน” ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีกระทำอนาจารกับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี โดยนำโดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. และคณะ เข้าจับกุมนายกวิน อายุ 61 ปี ซึ่งเคยหลบหนีการจับกุม และอาศัยอยู่ในบ้านพักที่ จ.นนทบุรี

หดหู่! จับลุงหื่นลวง ป.6 หน้าโรงเรียน

พ.ต.ต.ยศชนินทร์ ประเสริฐโสภา สว.กก.ดส. กล่าวว่า พฤติการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลาประมาณ 07.00 น. โดยขณะนั้น เด็กหญิงวัย 12 ปี ยืนอยู่ที่ร้านค้าหน้าโรงเรียนวัดประสาธรังสรรค์ ต.โนนห้อม จ.ปราจีนบุรี ก่อนที่นายกวินจะเข้ามายั่วยุให้เด็กไปที่บ้านพักของเขา โดยบอกว่าจะให้เงินและให้บีบนวดให้

หลังจากเด็กผู้เสียหายตามไปยังบ้านพัก ชายคนดังกล่าวได้ให้เด็กบีบนวดเป็นเวลา 2-3 นาที จากนั้นถอดเสื้อผ้าของเด็กออก และนำไปสู่การกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งขัดต่อศีลธรรมและกฎหมาย โดยใช้ประโยชน์จากความไร้เดียงสาของเด็ก หลังจากกระทำเสร็จสิ้น นายกวินได้ให้เงิน 200 บาท แล้วให้เด็กกลับบ้าน

ความผิดตามกฎหมาย

เมื่อเด็กเล่าเรื่องราวให้ยายและมารดาทราบ ทั้งสองจึงพาเด็กไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดี ซึ่งนำไปสู่การออกหมายจับและตามล่าตัวนายกวินจนสามารถจับกุมได้ในที่สุด โดยภายหลังจากการสอบสวน นายกวินยอมรับความผิดทุกข้อ และเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงภัยคุกคามต่อเด็กที่ซ่อนเร้นอยู่ทุกมุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ใกล้กับโรงเรียนหรือสถานที่ที่เด็กมักจะไป ลุงหื่นลวง ป.6 หน้าโรงเรียน นั้นแสดงให้เห็นถึงความล้าหลังในการป้องกันและเฝ้าระวังในสังคมของเรา การให้ความรู้และการเฝ้าระวังจากผู้ปกครองจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่เด็กๆ

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ในการป้องกันลุงหื่นลวงเด็ก ได้แก่:

  • สอนลูกให้รู้จักการพูดไม่กับคนแปลกหน้า
  • เตือนไม่ควรตามไปกับใครที่ให้ของหรือเงินโดยไม่ทราบเหตุผล
  • มีการเฝ้าระวังบริเวณโรงเรียนหรือสถานที่เสี่ยง
  • เปิดพื้นที่ให้เด็กเล่าเรื่องราวได้อย่างปลอดภัย

การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่มีความตั้งใจอย่างจริงจังในการปราบปรามผู้กระทำผิดทางเพศต่อเด็ก เพื่อปลูกฝังความมั่นใจและความปลอดภัยแก่สังคม ผู้ปกครองจึงควรร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวัง เพื่อ จับลุงหื่นลวง ป.6 หน้าโรงเรียน ได้ก่อนจะเกิดเหตุเสียหายมากไปกว่านี้

ท้ายที่สุด ความชั่วร้ายประเภทนี้ไม่ควรได้รับการปกปิด หรือยอมให้เกิดขึ้นซ้ำๆ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันโหนวหน้าเปิดตา ปัญหานี้จะสามารถลดน้อยลงได้อย่างแน่นอน

ที่มา – หดหู่! จับลุงหื่นลวง ป.6 หน้าโรงเรียน ไปบีบนวดก่อนขืนใจคาบ้านพัก

เฮลั่น ‘หนูเล็ก ก่าก๊า’ ถอยรถใหม่ป้ายแดงให้โชค ถูกหวย 3 ตัว

วันนี้เรามาเล่าเรื่องราวความเฮลั่นของ หนูเล็ก ก่าก๊า ที่เพิ่งประสบความโชคดีอย่างสุดขีดหลังจากถอยรถใหม่ป้ายแดงให้โชค และไปถูกหวย 3 ตัว ทำเอาแฟนคลับแห่รัว ๆ มากันเป็นแถวเมื่อได้เห็นความปังของเธออีกครั้ง

เฮลั่น ‘หนูเล็ก ก่าก๊า’ ถอยรถใหม่ป้ายแดงให้โชค ถูกหวย 3 ตัว

หลายคนอาจอิจฉาได้เลยเมื่อได้เห็นกระแสความปังของ หนูเล็ก ก่าก๊า ที่ครั้งนี้กลับมาทำเอาทุกคนตะลึงอีกครั้ง เธอหลังจากที่พึ่งซื้อรถใหม่ป้ายแดงคันเล็กไปใช้งาน พาลูกชายชื่อ น้องวิน ไปโรงเรียน ได้กลายเป็นข่าวลือว่ารถคันนี้ให้โชคก้อนโตเลยทีเดียว

ความเฮลั่นที่ไม่คาดคิด

เมื่อเธอโพสต์คลิปภาพทะเบียนรถป้ายแดงพร้อมกับมุกตลกเกี่ยวกับความหวังให้โชคเหมือนคันเก่า ทุกคนก็เกิดความอยากลุ้นไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งผลปรากฏว่าคำทำนายของเธอกลับกลายเป็นจริง เมื่อเธอไปทำลอตเตอรี่แค่กรูดเลือดคนเดียว แล้วได้เลขหน้า 3 ตัวในใบที่ตรงกับรางวัล คือ “602” ทันที

ความดีใจทำเอาเธอกลายเป็นข่าวสำหรับคนในวงการและแฟนคลับ เห็นความเฮลั่นเมื่อเธอบอกว่า “กรี๊ดดดดดด เส้นเลือดในสมองเกือบแตกกกกทุกคน #น้องเขียวของพี่ให้โชค”

ความเห็นจากแฟนคลับ

ข่าวความปังนี้ถูกใจบรรดาสายเสี่ยงโชคอย่างเหลือเชื่อ โดยมีคนเข้ามาแสดงความดีใจมากมาย และบางรายก็อยากรู้ว่า หนูเล็ก ไปซื้อมาทั้งหมดเท่าไร เสียหายไหม หรือลุ้นแค่เพื่อสนความบันเทิง ซึ่งมีการเข้ามาคอมเมนต์มากมาย เช่น “555ต้องฉลองแล้วมั้ง”, “ดีใจด้วยค่ะ”, “แล้วเท่าทุนหรือขาดทุน”, “ลุ้นตาม” เป็นต้น

เป็นเหตุการณ์ที่ชวนให้ตื่นเต้นด้วยความจงรักภักดีที่มีต่อความโชคดี และการผูกความหวังไว้กับของใหม่ ถือเป็นมุมน่ารักของคนที่อยู่ในวงการบันเทิงอย่าง หนูเล็ก ก่าก๊า จริง ๆ แล้วโอกาสที่จะได้โชคจากของใหม่อย่างรถยนต์อาจไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นศรัทธาและความหวังที่ส่งผลให้เกิดพลังบวกมาสู่ชีวิตของเราได้เสมอ

หากคุณมีรถใหม่หรือของใหม่ที่เพิ่งลงทุนไป อย่าลืมเชื่อมโยงกับ “โชค” ของคุณเอง บางครั้งความบังเอิญก็อาจช่วยเปลี่ยนโชคให้คุณได้ เพราะในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนทั้งสิ้น ทุกอย่างล้วนเริ่มต้นจากความฝันและความหวัง

ที่มา – เฮลั่น ‘หนูเล็ก ก่าก๊า’ ถอยรถใหม่ป้ายแดงให้โชค ถูกหวย 3 ตัว แฟนๆแห่ดีใจตามรัวๆ!