ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

อมรัตน์ ซัด สส.นนทบุรี พรรคประชาชนมักง่าย-ขาดวุฒิภาวะ

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กโดยโพสต์คลิปวิดีโอที่แสดงเหตุการณ์นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ในช่วงการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วาระที่ 2 และ 3 โดยเฉพาะในส่วนของงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

อมรัตน์ ซัด สส.นนทบุรี

ในคลิปดังกล่าวได้มีการกล่าวถึงการทำงานของ พลเมืองดี ในฐานะผู้แทนราษฎร ว่าทำงาน “ไปดูงานต่างประเทศแล้วไปกราบอะไรก็ไม่รู้” โดยอ้างถึงภาพที่แสดงให้เห็นว่าพลเมืองดีคนหนึ่งกำลังกราบนมัสการสังเวชนียสถานในต่างแดน ซึ่งทำให้กลายเป็นประเด็นหลักในการวิจารณ์ของนางอมรัตน์ทันที

อย่างไรก็ตาม นางอมรัตน์ ได้แสดงความเห็นชัดเจนว่า การพูดในลักษณะนี้เป็นการแสดงออกที่ขาดความสุภาพและมีความไม่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญและละเอียดอ่อนสูงสุดในสังคมไทย

ขาดวุฒิภาวะในการสื่อสารทางการเมือง

นางอมรัตน์ กล่าวว่าการใช้คำพูดที่เผ็ดรุนแรงในการอภิปรายครั้งนี้ถือเป็น ‘สคริปต์อภิปรายที่มักง่าย ขาดวุฒิภาวะ’ สำคัญกว่านั้น คือการสื่อสารอย่างไม่มีศิลปะทางการเมือง แม้ว่าต่อมาเจ้าของคำจะออกมาขอโทษและระบุว่า มีเจตนาในการสื่อสารเพื่อสื่อถึงความไม่เหมาะสมของงบประมาณ แต่นางอมรัตน์ก็ยืนยันว่าคำขอโทษที่ได้รับยังไม่สามารถช่วยบรรเทาความรู้สึกแสบร้อนของฝ่ายที่โดนกล่าวถึงได้เลย

ด้านพลเมืองดีมากทั้งหลายมองว่าการพูดในประเด็นทางศาสนาให้มากเกินไป อาจทำลายสภาพแวดล้อมทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นการเสื่อมเสียความเคารพต่อศรัทธาของผู้คน หรือแม้กระทั่งลดทอนแนวทางการอภิปรายที่ควรจะมีคุณธรรมและจริยธรรมในวงการการเมืองไทย

จากกรณีนี้ นับเป็นบทเรียนสำคัญให้แก่ผู้แทนราษฎรในสภาทุกพรรคมากมายไม่ว่าจะเป็นบุคคลระดับใด หากยังไม่ให้ความสำคัญต่อศิลปะในการสื่อสาร ต่อถ้อยคำที่มีผลต่อคนฟัง ก็จะก่อให้เกิดผลกระทบระยะยาวต่อมูลค่าของระบบประชาธิปไตยในบ้านเมือง

การเมืองไม่ใช่แค่ความคิดเห็นและการต่อสู้ทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ควรเป็นการแสดงความมีวุฒิภาวะ การใช้ถ้อยคำอย่างเหมาะสมคือความเป็นผู้นำที่ประชาชนรอคอย

ที่มา – ‘อมรัตน์’ ซัด‘สส.นนทบุรี’ พรรคประชาชนมักง่าย-ขาดวุฒิภาวะปมอภิปรายกราบ ‘สังเวชนียสถาน’

รองโฆษกเพื่อไทยยันรัฐบาลเดินหน้าคู่ขนานแก้ปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้แถลงถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย รัฐบาลได้เดินหน้าแก้ปัญหาในหลายด้าน ทั้งความมั่นคง การทูต และการเยียวยาประชาชน โดยมีหลักสำคัญคือการที่ประชาชนจะต้องปลอดภัย ชีวิตและทรัพย์สินต้องปลอดภัย อธิปไตยของประเทศและบูรณภาพดินแดนต้องได้รับการรักษาอย่างสูงสุด.

รองโฆษกเพื่อไทยยันรัฐบาลเดินหน้าคู่ขนานแก้ปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา

ในการประชุม RBC ภาคตะวันออก ที่จังหวัดจันทบุรีและตราด เมื่อวันที่ 15–16 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศได้ยืนยันกรอบปฏิบัติ 13 ข้อตามข้อตกลงที่ GBC เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นผลจากการหารืออย่างจริงจังระหว่างไทยและกัมพูชา.

แนวทางการแก้ปัญหาภายใต้กรอบทวิภาคี

น.ส.ขัตติยา ย้ำว่าประเทศไทยมุ่งมั่นแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีภายในกรอบทวิภาคี โดยยึดถือกติกาสากลที่ยอมรับได้ทั่วโลก พร้อมเน้นเรื่องสำคัญ 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ การเก็บกู้ทุ่นระเบิดซึ่งเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน และการปราบปรามเครือข่ายผู้กระทำความผิดทางไซเบอร์ข้ามชาติ หรือสแกมเมอร์ที่แฝงตัวอยู่ในพื้นที่.

ทั้งนี้ เพื่อไทยเห็นว่ากัมพูชายังให้ความร่วมมือน้อยกว่าที่คาดหวัง ทางพรรคเพื่อไทยจึงหวังให้ภาคีพิสูจน์ความจริงใจจากการหารือรอบถัดไป ด้วยการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด และร่วมมือดำเนินการปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ.

การเยียวยาและฟื้นฟูสุขภาพประชาชน

กรณีทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคล แม้จะอยู่ภายหลังข้อตกลงหยุดยิง รัฐบาลได้ดำเนินการประท้วงทางการทูตอย่างเป็นทางการ และมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศจัดทำบันทึกหลักฐานส่งไปยังกลไกตามอนุสัญญาออตตาวา นอกจากนี้ ยังนัดหมายให้คณะทูตประเทศภาคีลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์จริง.

สำหรับด้านการเยียวยา รัฐบาลยังคงปฏิบัติตามแนวทางอย่างต่อเนื่อง โดยให้การดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ รวมถึงการตั้งคลินิกเคลื่อนที่และทีม MCATT เพื่อฟื้นฟูจิตใจประชาชน พร้อมเปิดสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งสนับสนุนค่าน้ำ ค่าไฟ และการจัดตั้งศูนย์พักพิงสำหรับครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมที่ผ่านมา.

การฟื้นฟูบ้านเรือนด้วยมาตรการเร่งด่วน

กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมืองตั้งศูนย์ตรวจสอบอาคารใน 7 จังหวัดชายแดน เพื่อออกแบบโครงการซ่อมแซมโดยเร่งด่วน ปัจจุบันตรวจพบความเสียหายกว่า 300 หลัง ใน 4 จังหวัดหลัก ได้แก่ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ และอุบลราชธานี โดยมีการส่งมอบบ้านพักชั่วคราวแล้ว 11 หลังให้กับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ และจะทยอยส่งมอบเพิ่มเติมตามผลการสำรวจและความพร้อมของพื้นที่.

การแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยแนวทางที่เป็นมิตรและมุ่งเน้นประโยชน์รวม รัฐบาลยืนยันว่าจะหาทางออกร่วมกันอย่างสันติและยุติธรรมที่สุด โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ที่มา – ‘รองโฆษกเพื่อไทย’ ยันรัฐบาลเดินหน้าคู่ขนานแก้ปัญหาชายแดน‘ไทย–กัมพูชา’

ฮีลกายและใจที่ “จองซอน” ณ “โรมีจีอัน” สวนแห่งรักแท้

ในเมืองจองซอน จังหวัดคังวอน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถฮีลทั้งกายและใจได้อย่างลึกซึ้ง นั่นคือ “โรมีจีอัน” สวนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความหมายในทุกมุม โรมีจีอันถูกออกแบบและสร้างขึ้นเพื่อถวายให้แก่ภรรยาสุดที่รักของ ซนซินอิก ประธาน L’BESTE Group ผู้สร้างสรรค์พื้นที่แห่งความรัก เพื่อเป็นสถานที่เยียวยาและพักผ่อนอย่างแท้จริง

ฮีลกายและใจที่ “จองซอน” ณ “โรมีจีอัน” สวนแห่งรักแท้

เริ่มสร้างตั้งแต่ปี 2011 สวนโรมีจีอันเป็นตัวแทนของแรงบันดาลใจจากความรัก ที่มีทั้งสีเขียวของธรรมชาติและความสุขจากการใช้ชีวิตอย่างเป็นจริง เป็นพื้นที่กว้างขวาง 100,000 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยภูเขาเก่าแก่และอากาศบริสุทธิ์ เหมาะสำหรับการผ่อนคลายและหาความสงบสุขในจิตใจอย่างแท้จริง

เส้นทางแห่งการเยียวยาในโรมีจีอัน

ภายในโรมีจีอัน มีเส้นทางเดินป่า 7 เส้นทางที่ออกแบบมาเพื่อการบำบัดด้วยธรรมชาติ ผู้มาเยือนจะพบกับจุดชมวิวที่ประณีต ทำให้ความวุ่นวายที่พกพาติดตัวหายไปแทนที่ด้วยความเงียบสงบและความหมายที่หาได้เพียงที่นี่เท่านั้น

หนึ่งในแลนด์มาร์กของสวนคือ “ปราสาทกาชีบอชี” หรือ “หอคอยแห่งชีวิต” ซึ่งสร้างขึ้นจากไม้ซีดาร์เก่าแก่ที่มีอายุถึง 600 ปี เต็มเปี่ยมไปด้วยสัญลักษณ์ของวงจรชีวิต ช่วยให้ผู้มาเยือนได้มองเห็นมิติของความรักและความตายในรูปแบบของศิลปะ

ใกล้ ๆ กัน ยังมีดอยเล็กอย่าง “โรเมีย จีอัน ฮิลล์” ที่ตั้งอยู่ราบ ๆ กับรูปปั้นสามีภรรยาและสระน้ำเล็ก ๆ ที่เป็นที่พักผ่อนที่อบอุ่น ณ จุดนี้เองความรักและความเข้าใจในตัวตนสามารถสัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม

หากคุณมาที่นี่ในช่วงฤดูร้อน อย่าพลาด“สวนดอกไฮเดรนเยียแอนนาเบลล์” พื้นที่ที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อการถ่ายภาพและสร้างความรู้สึกมหัศจรรย์ให้กับผู้มาเยือน

กิจกรรมดี ๆ บริเวณใกล้เคียง

นอกจากสวนโรมีจีอันแล้ว บริเวณเมืองจองซอนยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น การเรียนทำอาหารไทยสำหรับพื้นที่ท้องถิ่นที่ “ศูนย์ถ่ายทอดรสชาติอาหารแห่งจองซอน” ซึ่งคุณจะได้สูงสุดกับวัตถุดิบที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถันจากท้องถิ่น และมีตัวเลือกเมนูกว่าร้อยแบบให้เลือกปรุงเพื่อสัมผัสวัฒนธรรมและรสชาติของอาหารเกาหลีแท้ ๆ

ไม่ต้องไปไกล ยังมี “สถานีนาจอนคาเฟ่” (Cafe Najeon Station) ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟเก่า ที่ปรับปรุงมาให้เป็นคาเฟ่ความเก่าแก่ที่อบอุ่นและมีมุมถ่ายภาพสุดชิคให้ทั้งคนรุ่นใหม่และรุ่นเก่ามาเก็บภาพความทรงจำกันได้ไม่รู้เบื่อ

และหากพักค้างคืนที่บริเวณจองซอน ต้องไม่พลาด “ไฮวัน รีสอร์ท” ที่ไม่ใช่แค่สถานที่พักผ่อนเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เข้าร่วมกิจกรรมหลากลักษณะ เช่น คลาสชงชา โยคะ คลาสปรุงน้ำหอมจากธรรมชาติ และสวนน้ำขนาดใหญ่ “วอเตอร์ เวิลด์” สำหรับใครที่ต้องการความสนุกแบบอินดี้เล็ก ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ

การเดินทางไปที่เมืองจองซอนและการเยี่ยมชม “โรมีจีอัน” จึงไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวแบบทั่ว ๆ ไป แต่เป็นการเดินทางของหัวใจที่จะทำให้เราได้กลับมารักตัวเองและโลกใบนี้มากขึ้น

ที่มา – ฮีลกายและใจที่ “จองซอน” ณ “โรมีจีอัน” สวนแห่งรักแท้

เปป ปลื้มเรือใบสีฟ้า ยุคใหม่ ทั้งสดและไวกว่าเดิม

เปป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี เปิดใจหลังจากที่ทีมของเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม บุกไปยำวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 4-0 โดย เรือใบสีฟ้า ภายใต้การคุมทัพของ “เปป” ในฤดูกาลใหม่นี้表现出色มาก่,不仅展现了更强的攻击力,也展现了更快速的比赛节奏。

เปป ปลื้มเรือใบสีฟ้า ยุคใหม่ ทั้งสดและไวกว่าเดิม

หลังจากจบเกม ปีศาจแดง-น้ำเงิน ได้กล่าวชื่นชมลูกทีมอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะจังหวะการโจมตีอย่างรุนแรงและมีสปีด ซึ่งทีมทำได้เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน อีกทั้งยังนับว่าเป็นครึ่งแรกที่ยอดเยี่ยมมากทีเดียว

เปป กล่าวว่า: “ผมพอใจกับผลการแข่งขันในครึ่งแรกอย่างมาก แม้ว่าคุณภาพจะลดลงไปบางส่วนในครึ่งหลัง แต่โดยรวมแล้วการหล่นเกมแรกของฤดูนี้ถือว่านอร์มอลมาก ในเกมนี้มีหลาย ๆ อย่างที่ผมชอบ”

นักเตะใหม่เป็นแกนสำคัญ

ด้านนักเตะอย่าง ทิจจานี ไรน์เดอร์ส และ รายาน แชร์กี ถือว่าเป็นอาวุธใหม่ในแนวรุกของทีม รวมถึงการกลับมาของ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ที่ยังคงประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างเข้ากันได้ดี สิ่งนี้ทำให้ฟอร์มของ “เรือใบสีฟ้า” เมื่อเทียบกับช่วงปลายฤดูกาลที่แล้วดูดีกว่าและมีพลังโจมตีมากขึ้น

  • การลงโทษฝ่ายตรงข้ามด้วยจังหวะฉับพลันคือเป้าหมายหลักของ เปป
  • นักเตะใหม่ช่วยเสริมความเร็วและคุณภาพให้กับทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สนามเหย้าวูล์ฟสถานจัดเป็นสนามยาก แต่ทีมสามารถยับพยศได้แบบไม่เหลือซาก

ทั้งนี้การใช้ความเร็วและฟอร์มเยี่ยงของนักเตะใหม่ ๆ เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ เปป กวาร์ดิโอลา มุ่งเน้นในการยกระดับทีม “เรือใบสีฟ้า” ให้กลับมาบริหารระบบจากการรุกรุยโต้กลับ และสร้างความเสี่ยงสูงให้กับทีมตรงข้าม

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นในเกมแรกกับวูล์ฟฯ ก็เป็นเพียงภาพเบื้องต้นของสิ่งที่ทีมเตรียมลงสนามในฤดูกาลนี้ เปป กวาร์ดิโอลา กับแนวโน้มที่ให้ “เรือใบสีฟ้า” มีทั้งความสดใสและประชดอย่างรุนแรง มากกว่าシーズンก่อนอย่างแน่นอน

หากใครต้องการติดตามข่าว Manchester City อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องราวความเคลื่อนไหวของ เปป กวาร์ดิโอลา หรือความเคลื่อนไหวของนักเตะอย่าง เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ และเหล่านักเตะใหม่ ขอแนะนำให้ติดตามเว็บไซต์ข่าวกีฬาประจำวัน เพราะจะอัปเดตข่าวให้ไม่พลาดรายละเอียดสำคัญเลยทีเดียว

ที่มา – “เปป” ปลื้ม “เรือใบสีฟ้า” ยุคใหม่ ทั้งสดและไวกว่าเดิม

พาณิชย์ปทุมธานี เปิดงาน PATHUM FANTASTIC FAIR 2025 ส่งร้านค้ากว่า 100 ร้าน

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานีได้จัดงาน PATHUM FANTASTIC FAIR 2025 อย่างยิ่งใหญ่ ณ ALIVE PARK HALL ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค จังหวัดปทุมธานี ระหว่างวันที่ 15-19 สิงหาคม 2568 เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่ คาดจะสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท

พาณิชย์ปทุมธานี เปิดงาน PATHUM FANTASTIC FAIR 2025

นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ในฐานะประธานในพิธีเปิด ระบุว่า ปทุมธานีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเกษตร อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว และบริการ โดยเฉพาะภายใต้โครงการ THE PATHUMTANI INNNOTECH & EXPO 2025 หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า Pathum Innotech 2025 เป็นแพลตฟอร์มสำหรับยกระดับศักยภาพสินค้าและผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันในตลาดยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น

กิจกรรมภายในงาน PATHUM FANTASTIC FAIR 2025

งาน PATHUM FANTASTIC FAIR 2025 เป็นหนึ่งในสามกิจกรรมหลักภายใต้โครงการ Pathum Innotech 2025 ที่เน้นการส่งเสริมสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการเกษตร ธุรกิจบริการ SMEs และสินค้า GI (Geographical Indications) โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม เช่น หอการค้าจังหวัดปทุมธานี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี และตลาดไท เป็นต้น

ภายในงานจะมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น:

  • ชอปสินค้าคุณภาพ จากผู้ประกอบการกว่า 100 ร้าน
  • ชมการแสดงจากศิลปินดัง เช่น เปา เปาวลี, เฟิร์ส, พรชิตา
  • กิจกรรม Check in และ Showcase สำหรับการถ่ายภาพและโปรโมต
  • เจรจาธุรกิจแบบออนไซต์และออนไลน์ เพื่อต่อยอดช่องทางการตลาด

นอกจากนี้ยังมีโปรโมชันพิเศษและของรางวัลแจกฟรีให้ผู้เข้าร่วมงานทุกวัน ทำให้บรรยากาศภายในงานคึกคักและเต็มไปด้วยโอกาสทางธุรกิจ

นายนิมิตร ฆังคะจิตร พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า งาน Pathum Fantastic Fair ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ประชาชน นักธุรกิจ และผู้สนใจในเขตพื้นที่ใกล้เคียง เช่น กรุงเทพฯ นนทบุรี และปริมณฑล ได้สัมผัสบรรยากาศ และเข้าถึงสินค้าศักยภาพที่มีคุณภาพของจังหวัดได้อย่างสะดวก

สำหรับผู้ประกอบการ นี่คือโอกาสที่ดีในการพัฒนาศักยภาพ สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ อย่างแท้จริง

งาน PATHUM FANTASTIC FAIR 2025 ถือเป็นขวัญใจทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ SMEs และประชาชนทั่วไป เพราะรวมเอาสิ่งดีๆ ของจังหวัดปทุมธานีมาไว้ในที่เดียว หากคุณอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง อย่าพลาดที่จะมาเที่ยว เที่ยวชิลล์ และช้อปของดีในราคาพิเศษในช่วงเดือนสิงหาคมนี้

ที่มา – พาณิชย์ปทุมธานี เปิดงาน  ‘PATHUM FANTASTIC FAIR 2025’ ระดมกว่า 100 ร้าน จำหน่ายสินค้า ตั้งเป้าสร้างมูลค่าไม่ต่ำกว่า 20 ล้านm

‘เพื่อไทย’ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาลผ่านงบฯ 69 ฉลุย

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา นางสาวขัตติยา สวัสดิผล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รองโฆษกพรรค ได้กล่าวแสดงความยินดีและขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคที่ให้การสนับสนุน งบประมาณปี 2569 จนผ่านการพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 ของสภาผู้แทนราษฎร

‘เพื่อไทย’ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาลผ่านงบฯ 69 ฉลุย

นางสาวขัตติยา เผยว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2569 เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลตามแผนที่ได้ให้ไว้กับประชาชน ทุกพรรคที่ร่วมลงคะแนนเสียงก็ตระหนักถึงความสำคัญนี้ รวมถึงข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่างๆ จาก ส.ส. ที่จะช่วยให้งบประมาณถูกใช้ไปอย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด

ย้ำใช้งบประมาณเพื่อประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

นางสาวขัตติยา กล่าวอีกว่า งบประมาณปี 2569 ไม่ใช่แค่ตัวเลขในกระดาษ แต่เป็นรากฐานสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างแท้จริง โดยรัฐบาลมีความมุ่งมั่นว่าจะใช้งบประมาณทุกบาททุกสตางค์อย่างโปร่งใส ตอบโจทย์ชีวิตจริง และกล่าวขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาลที่ให้การร่วมมืออย่างดี

ในขั้นตอนต่อไปหลังจากสภาฯ อนุมัติแล้ว คือการนำเสนอต่อวุฒิสภา ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการพิจารณาอย่างรวดเร็วเพื่อให้รัฐบาลสามารถเริ่มใช้งบประมาณในโครงการต่าง ๆ ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

โครงการสำคัญที่ขับเคลื่อนด้วยงบ 69

หนึ่งในโครงการที่จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณในปี 2569 คือโครงการรถไฟฟ้า “20 บาทตลอดสาย” ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชน และส่งเสริมการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็ว รวมถึงการฟื้นฟูการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในท้องถิ่นด้วยการตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวไว้ที่ 2.8 ล้านล้านบาท จากผู้เยี่ยมชมกว่า 36 ล้านคน

นอกจากนี้ งบประมาณปี 2569 จะนำไปใช้พัฒนาระบบสาธารณสุข รองรับสังคมสูงวัย ส่งเสริมภูมิคุ้มกันโรค และเพิ่มประสิทธิภาพการทำประกันสุขภาพถ้วนหน้า รวมทั้งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อการลดผลกระทบจากภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ช่วยเหลือเกษตรกรแบบเป็นรูปธรรม

รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม เช่น โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตข้าวปี 2568-2569 ซึ่งจะจ่ายเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท สูงสุด 10 ไร่ ครอบคลุมทั้งนาปีและนาปรัง โดยเริ่มโอนเงินให้เกษตรกรในเดือนกันยายนนี้

ทั้งนี้ รัฐบาลยังได้ร่วมกับสมาคมลำไยอบแห้งจัดตั้งจุดรับซื้อลำไยเกรด AA ในราคา กก.ละ 13 บาท จนถึงวันที่ 20 สิงหาคม และเสนอมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมครั้งละ 1,400 บาทต่อราย เพื่อทดแทนรายได้ของเกษตรกร ให้ benefiets ถึงมืออย่างรวดเร็ว พรรคเพื่อไทยได้กำชับ ส.ส. ให้ติดตามสถานการณ์เหล่านี้อย่างใกล้ชิด และสะท้อนปัญหาเพื่อแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ

จากความร่วมมือของพรรคร่วมรัฐบาลและแนวทางของรัฐบาลใหม่ ทำให้ งบประมาณปี 2569 กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการฉีกจุดติดขัดทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และเป็นหวังใหม่ของประชาชนทั่วไป

ที่มา – ‘เพื่อไทย’ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาลผ่านงบฯ 69 ฉลุย ย้ำนำไปขับเคลื่อนนโยบาย

รัฐบาลเผยผล ‘นับคาร์บ’ ลดผู้ป่วย NCDs มากกว่า 5 หมื่นราย

รัฐบาลไทยได้ประกาศความสำเร็จในการรณรงค์สุขภาพผ่านแนวทางการ “นับคาร์บ” ซึ่งช่วยลดจำนวนผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้มากกว่า 5 หมื่นราย ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญด้านสาธารณสุขของประเทศ

รัฐบาลเผยผล ‘นับคาร์บ’ ลดผู้ป่วย NCDs มากกว่า 5 หมื่นราย

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับโปรแกรม “นับคาร์บ” ที่รัฐบาลได้ผลักดันให้ประชาชนนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อควบคุมการบริโภคและป้องกันโรค NCDs

ตามข้อมูลที่เผยแพร่ พบว่าจำนวนผู้เข้าสู่การรักษาโรค NCDs มีมากถึง 223,492 คน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สามารถหยุดยาได้ภายในเวลา 3 เดือนมีจำนวน 20,741 คน และสามารถหยุดยาได้ระยะแรก 14,715 คน ส่งผลให้มีจำนวนรวมทั้งหมด 35,456 คนที่หยุดยาได้ และอีก 23,597 คนสามารถลดปริมาณยาลงได้

ประหยัดค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลกว่า 600 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ แนวทาง “นับคาร์บ” ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของรัฐได้มากถึง 603.48 ล้านบาทต่อปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยั่งยืนของมาตรการนี้ทั้งในด้านสุขภาพและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

ขณะนี้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการ “นับคาร์บ” มีจำนวนสูงถึง 37.19 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนถึง 74.39% ของประชากรทั้งประเทศ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 50 ล้านคนภายในเดือนกันยายนนี้

  • ลดจำนวนผู้ป่วย NCDs ได้มากกว่า 5 หมื่นราย
  • ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขกว่า 600 ล้านบาทต่อปี
  • มีผู้เข้าร่วม “นับคาร์บ” มากกว่า 37 ล้านคนทั่วประเทศ

“รัฐบาลขอเน้นย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพอย่างมีสติ เช่น การ ‘นับคาร์บ’ คือทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรค NCDs และส่งเสริมสุขภาพในระยะยาวอย่างยั่งยืน” นายนุกูลกล่าวสรุปในที่สุด

แนวทาง “นับคาร์บ” ไม่เพียงลดโรค แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนไทยได้อย่างแท้จริง หากคุณยังไม่ได้เริ่ม “นับคาร์บ” วันนี้อาจเป็น时机ที่ดีในการเริ่มต้นดูแลสุขภาพของตัวเอง

ที่มา – รัฐบาลชูความสำเร็จ ‘นับคาร์บ‘ ลดผู้ป่วย NCDs กว่า 5 หมื่นราย

‘โฆษกทบ.’โต้‘เขมร’ภาพลักษณ์ทุ่นระเบิดบนเวทีโลกย้อนแย้ง

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาโต้ข้อความของฝ่ายกัมพูชา หลังจากพล.ท.หญิงมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงว่า การเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนควรเป็นไปตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างสมบูรณ์เท่านั้น พร้อมระบุว่าคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (RBC) ไม่มีอำนาจตัดสินใจ ต้องนำเรื่องดังกล่าวเข้าประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) อย่างเป็นทางการ

‘โฆษกทบ.’โต้‘เขมร’ภาพลักษณ์ทุ่นระเบิดบนเวทีโลกย้อนแย้ง

โฆษกกองทัพบกของไทยได้ชี้ให้เห็นว่า การกล่าวอ้างของฝ่ายกัมพูชานั้นกลับบ่งบอกถึงความจริงที่แฝงอยู่ นั่นคือการยอมรับโดยตรงว่าฝ่ายกัมพูชานั้นได้ใช้ทุ่นระเบิดในการคุกคามและทำร้ายฝ่ายไทยอย่างแท้จริง แม้จะมีการพูดในเวทีโลกเกี่ยวกับความตั้งใจที่จะต่อต้านทุ่นระเบิดเพื่อประโยชน์ด้านมนุษยธรรม แต่พฤติกรรมในความเป็นจริงกลับแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งกับภาพลักษณ์ดังกล่าว

ภาพลักษณ์ทุ่นระเบิดของเขมรที่ย้อนแย้งกับเวทีโลก

ไม่ว่าจะมองในแง่ไหน กัมพูชานั้นยังคงใช้ทุ่นระเบิดไม่เพียงแค่เพื่อป้องกันตนเอง แต่กลับใช้เป็นอาวุธในการทำลายความมั่นคงของฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีหลักฐานมากมายที่ชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งถูกสังเกตจากการทำลายพื้นที่ในเขตชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง แม้ประเทศนี้จะได้รับการสนับสนุนทุนจำนวนมากจากนานาชาติเพื่อการขจัดทุ่นระเบิด ทว่ากลับไม่มีการลงมือดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ การแสดงภาพลักษณ์ที่ห่วงใยมนุษยธรรมในการประชุมนานาชาติ เพียงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสาธารณชน กลับส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือของกัมพูชา และอาจกระทบต่อการสนับสนุนจากภาคีผู้ให้การช่วยเหลือในอนาคต

  • การยอมรับโดยปริยายถึงการใช้ทุ่นระเบิดของกัมพูชา
  • ข้อจำกัดของคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค
  • การขัดแย้งกับภาพลักษณ์ในเวทีนานาชาติ
  • ความล่าช้าในการดำเนินการขจัดทุ่นระเบิด

เขาได้ระบุเพิ่มเติมว่า หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ก็ไม่มีทางที่จะสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ได้ เพราะพื้นฐานของความไว้วางใจถูกทำลายโดยการกระทำของฝ่ายกัมพูชาที่แฝงไว้ด้วยเจตนาร้าย

ข้อเท็จจริงที่ผ่านมายังคงยืนยันว่า ภาพลักษณ์ทุ่นระเบิดบนเวทีโลกของกัมพูชานั้นเป็นเพียงการปกปิดความเป็นจริงที่ว่าพวกเขากำลังใช้ทุ่นระเบิดเป็นอาวุธในการทำร้ายและคุกคามฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง การกระทำที่ขัดแย้งกับคำพูดนี้จึงต้องได้รับการตอบสนองทั้งในระดับนโยบายและการทูต

ในตอนท้าย ความจริงจึงควรได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยุติธรรม รวมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศที่ต้องอาศัยความซื่อสัตย์จากทุกองค์ประกอบในการดำเนินการเพื่อความสงบสุขของภูมิภาค

ที่มา – ‘โฆษกทบ.’โต้‘เขมร’ภาพลักษณ์ทุ่นระเบิดบนเวทีโลกย้อนแย้ง ใช้ทำร้ายฝ่ายไทย

เกิดอะไรขึ้น? ‘อ.ตฤณห์’ โพสต์คำเดียวว่า ‘หนี’ กระตุกข้อสงสัยชาวเน็ตกันสนั่น

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568 สื่อมวลชนรายงานข่าวว่า อาจารย์ตฤณห์ โพธิ์รักษา หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ ดร.ตฤณห์ นักจิตวิทยาอาชญากรรมและผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมอาชญากร ได้ทำการโพสต์ข้อความสั้น ๆ ผ่านแฟนเพจ “Aj. Trynh Phoraksa” ด้วยพื้นหลังสีแดงเข้มและตัวหนังสือสีขาวเพียงคำว่า “หนี” เท่านั้น ทำเอาชาวเน็ตแห่กันตั้งคำถามทันทีว่า หมายถึงใครหรือเรื่องอะไรกันแน่?

เกิดอะไรขึ้น? ‘อ.ตฤณห์’ โพสต์คำเดียวว่า ‘หนี’ กระตุกข้อสงสัยชาวเน็ตกันสนั่น

ข้อความเพียงคำเดียวอย่าง “หนี” จาก อาจารย์ตฤณห์ กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องบนโลกโซเชียลมีเดีย โดยหลายคนพยายามตีความ และคาดเดาไปตามแนวทางต่าง ๆ ว่าข้อความนี้อาจเป็นการบ่งบอกถึงบางประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลในวงการต่าง ๆ หรือไม่

ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์猜测纷纷

ภายหลังจากที่ข่าวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป สิ่งที่เกิดขึ้นคือการเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างคึกคักของชาวเน็ต โดยมีผู้ใช้งานจำนวนมากแสดงความเห็นหลากหลาย เช่น “เป็นข้อความของคนที่มีพลัง”, “ให้ความรู้สึกว่านี่คือคำเตือน”, และอีกมากมาย ซึ่งหลายความคิดเห็นเห็นพ้องต้องกันว่า มีลุ้นว่าเจ้าของโพสต์ต้องมีพื้นหลังที่ไม่ธรรมดา

  • ติดตามประเด็น: ผู้คนอยากรู้ว่า “หนี” นั้นพูดถึงใคร
  • มีแรงบันดาลใจ: เผยถึงพฤติกรรมที่ลึกลับ/ซ่อนเร้น
  • แพร่ไวรัล: กลายเป็นกระแสบนโซเชียลภายในชั่วข้ามคืน

แม้ข้อความจะสั้นเพียงคำเดียว แต่ผลกระทบกลับกว้างขวาง โดยเฉพาะการใช้สีแดงสดประกอบกับคำว่า “หนี” ไม่ว่าจะสื่อถึงอะไร ล้วนมีพลังในการกระตุ้นความสนใจของผู้บริโภคเนื้อหาออนไลน์อย่างมหาศาล

จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทาง อาจารย์ตฤณห์ เลยว่าประโยคสั้น ๆ อันนี้มีเจตนาอะไรจริง ๆ ดังนั้นเรื่องราวก็คงต้องรอเวลาอีกสักพัก เพื่อให้ภาพรวมชัดเจนยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม เราสามารถเห็นได้ชัดเลยว่า “ความลึกลับ” คือสิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายคนสนใจ เพราะมนุษย์เรามักจะอยากค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ หากคุณเป็นแฟนคลับของอาจารย์ตฤณห์ เราแนะนำให้ติดตามช่องทางทางการของเขา เพื่อรับข่าวสารล่าสุดอย่างตรงไปตรงมา

ที่มา – เกิดอะไรขึ้น? ‘อ.ตฤณห์’ โพสต์คำเดียวว่า ‘หนี’ กระตุกข้อสงสัยชาวเน็ตกันสนั่น

รวบแก๊งแอปเงินกู้เถื่อนดอกเบี้ยโหด ซ้ำผิดนัดชำระโดนทวงถี่จนอับอาย

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บัญชาการกองปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย (ปอศ.) ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ ผู้กำกับกองกำนัน 5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ภาคิน สุขพรหม รองผู้กำกับกองกำนัน 5 และ พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ มอญรัต สว.กก.5 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม นายนรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ในข้อหา “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด”

การดำเนินการครั้งนี้เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายหลายคนมาฟ้องร้องว่าได้ใช้บริการแอปเงินกู้เถื่อนชื่อ “New Wallet” ซึ่ง แอปเงินกู้เถื่อนดอกเบี้ยโหด นี้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายมากมายก่อนให้กู้เงิน และมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 3,474.80% ต่อปี

รวบแก๊งแอปเงินกู้เถื่อนดอกเบี้ยโหด ซ้ำผิดนัดชำระโดนทวงถี่จนอับอาย

หากผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ กลุ่มจะเริ่มตามทวงหนี้แบบถี่เหลือเกิน โดยโทรศัพท์จะดังขึ้นแบบไม่หยุด ไม่ว่าจะเป็นผู้กู้เองหรือบุคคลในครอบครัว ทำให้หลายคนรู้สึกอับอาย ทั้งยังสร้างความลำบากต่อชีวิตส่วนตัวและครอบครัว

หลักฐานชัดเจนหลังสอบสวน

เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับได้สำเร็จหลายราย โดยเฉพาะ แอปเงินกู้เถื่อนดอกเบี้ยโหด นายนรินทร์ที่เพิ่งพ้นโทษคดีก่อนหน้าเกี่ยวกับการเสพติด และเพิ่งเริ่มดำเนินธุรกิจสินเชื่อผิดกฎหมายอีกครั้งในพื้นที่อยุธยา

หลังถูกควบคุมตัว นายนรินทร์ยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนโดย พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ซึ่งข้อกล่าวหาของกลุ่มนี้มีทั้งการเรียกเก็บดอกเบี้ยผิดกฎหมาย และการบีบคั้นผู้กู้จนเกินกว่าควร

  • ใช้มาตรการทวงหนี้แบบข่มขู่
  • เรียกเก็บค่าใช้จ่ายไม่เป็นธรรมก่อนให้วงเงินกู้
  • อัตราดอกเบี้ยต่อปีสูงถึง 3,474.80%
  • ข้อมูลส่วนตัวถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

คำสั่งศาลและผลการสอบสวน สามารถช่วยผู้กู้อีกหลายรายหลุดพ้นจากหนี้กู้ที่มีอัตราสูง และสิ้นสุดวงจรการจัดเก็บหนี้ที่ไร้ความเป็นธรรมนี้ได้

หากคุณเคยใช้บริการ แอปเงินกู้เถื่อนดอกเบี้ยโหด เช่นเดียวกัน ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ (ศปน.ตร.) เพื่อความปลอดภัยและสิทธิของตนเอง

ดูแลตนเองเป็นอันดับแรก อย่าหลงเชื่อสัญญาหรือกิจกรรมโฆษณาชวนเชื่อที่ดูดีแต่มีวัตถุประสงค์แอบแฝง หากเจอมิจฉาชีพแบบนี้ รายงานต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

ที่มา – รวบแก๊งแอปเงินกู้เถื่อนดอกเบี้ยโหด ซ้ำผิดนัดชำระโดนทวงถี่จนอับอาย