ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ตชด.ไล่ยิงสกัดรถขนแรงงานข้ามชาติ จับเมียนมา 16 ราย

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ตชด. ได้เปิดฉากจับกุมคดีที่เกี่ยวข้องกับการ ขนแรงงานข้ามชาติ อย่างผิดกฎหมาย โดยมีการดำเนินการอย่างหนักหน่วงภายใต้การนำของ พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด.ภาค 4 ที่สั่งการให้หน่วยรับผิดชอบออกตรวจในพื้นที่.route สำคัญ คาดการณ์ว่าแรงงานต่างด้าวจะถูกขนย้ายจากพื้นที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผ่านทางอำเภอทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เข้าสู่พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ตชด.ไล่ยิงสกัดรถขนแรงงานข้ามชาติ

หลังจากการเฝ้าสังเกตและติดตามเป็นเวลาหลายชั่วโมง เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะสีขาว หมายเลขทะเบียน 6 กข 5384 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์ยี่ห้อวอลโว่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 6 ขจ 9534 กรุงเทพมหานคร แล่นผ่านถนนเอเชีย 41 ด้วยความเร็วสูง ไม่หยุดเพื่อให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ จนเกิดการไล่ล่าและในที่สุด ตชด.ใช้อาวุธยิงล้อ เพื่อหยุดรถทั้งสองคัน

ระหว่างการ สกัดกุมแรงงานข้ามชาติ เจ้าหน้าที่พบแรงงานชาติพันธุ์เมียนมาในรถยนต์วอลโว่จำนวน 1 คน และแรงงานชาวเมียนมาในรถกระบะอีก 15 คน รวมเป็นผู้ต้องหา 19 คนทั้งหมด ผู้ต้องหาทั้งหมดสารภาพว่าเตรียมเดินทางจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มุ่งหน้าไปยังสงขลา เพื่อจะไปยังประเทศมาเลเซียต่อ ซึ่งการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522

มีความผิดฐานช่วยเหลือแรงงานผิดกฎหมาย

ทันทีหลังจากจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาชาวไทยจำนวน 4 คน ว่า “ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยเหลือ หรือช่วยด้วยประการใดๆ แก่คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย” ภายใต้ ม.64 ของ พ.ร.บ. คนเข้าเมือง นอกจากนี้ยังแจ้งข้อหาแรงงานชาวเมียนมา 16 คนว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามมาตรา 81 ของกฎหมายดังกล่าว

เหตุการณ์นี้ถือเป็นอีกครั้งหนึ่งของความพยายามของตชด.ในการยับยั้งการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในช่วงที่มีผู้ลักลอบเดินทางเข้ามาในพื้นที่ชายแดนใต้ เพื่อหนีการจับกุมและข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย

ทั้งนี้ ตชด.ยังเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามเครือข่ายนายทุนที่อยู่เบื้องหลังคดี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดและครอบคลุมเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและผู้มีสิทธิ์อยู่ในราชอาณาจักรอย่างชอบธรรม

หากคุณหรือผู้ใดมีข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนต่างด้าวที่มีพฤติกรรมผิดกฎหมาย ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อป้องกันอาชญากรรมจากการค้ามนุษย์และการขนส่งแรงงานที่ผิดกฎหมายในบ้านเมืองของเรา

ที่มา – ‘ตชด.’ ไล่ยิงสกัดรถขนแรงงานข้ามชาติ จับเมียนมา 16 รายเตรียมหนีข้ามประเทศ

นึกว่าอาหารมาส่ง! ตำรวจปลอมเป็นไรเดอร์จับผู้ต้องหา

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางละมุง ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.กรณ์พงษ์ สุขวิสิฏฐ์ รองผู้กำกับการสายสืบสวน พร้อมด้วย พ.ต.ต.วุฒิพงษ์ กาสา รองผู้กำกับการสายสืบสวน และ ร.ต.อ.สมาน บุญแก้ว รองหัวหน้าสายปราบปราม เร่งดำเนินการตามหมายจับศาลจังหวัดภูเขียว โดยได้รับข้อมูลว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาพักอยู่ในพื้นที่บางละมุง จังหวัดชลบุรี

นึกว่าอาหารมาส่ง! ตำรวจปลอมเป็นไรเดอร์จับผู้ต้องหา

เพื่อความระมัดระวัง เจ้าหน้าที่จึงวางแผนการปฏิบัติการอย่างละเอียด โดยการปลอมตัวเป็นพนักงานส่งอาหารปรับแต่งเสื้อผ้าให้เหมือนชาวบ้าน และสวมวิกเพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมาย

เหตุการณ์การจับกุม

ภายหลังจากการสืบสวน ทีมตำรวจสามารถเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่จับกุมชายวัย 43 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเขียว ที่ 119/2566 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2566 ในข้อหา “มีอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”

การ伪装ตัวอย่างชาญฉลาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยให้สามารถเข้าถึงผู้ต้องหาได้โดยไม่ให้เกิดความรู้สึกสงสัย พร้อมกันนี้ยังช่วยป้องกันการเกิดเหตุร้ายอันอาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างการจับกุม

  • ผู้ต้องหาเป็นหนุ่มวัย 43 ปี
  • หลบหนีมากจากจังหวัดชัยภูมิ
  • ถูกจับกุมที่จังหวัดชลบุรี
  • ครอบครองอาวุธปืนเถื่อน

หลังจากจับกุมได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหานี้ส่งพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรแก้งคร้อ ตำบลแก้งคร้อ อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเป็นทางการต่อไป

กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า การใช้กลยุทธ์ในการปฏิบัติงานอย่างชาญฉลาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะช่วยป้องกันโอกาสในการหลบหนีของผู้กระทำผิด และช่วยปฏิบัติการได้อย่างเป็นระบบ

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ติดตามเรื่องราวอันน่าทึ่งจากโลกความจริง อย่าลืมติดตามข่าวสารอัปเดตทุกวัน คุณอาจจะพบความประหลาดใจในรูปแบบอื่นที่รออยู่!

ที่มา – นึกว่าอาหารมาส่ง! ตำรวจปลอมเป็นไรเดอร์ ส่งหมายจับหนุ่มหนีคดีพกปืนเถื่อน

แซ่บทะลุฟ้า! ‘อแมนด้า’ อวดหุ่นเป๊ะในชุดวันพีชสีฟ้า

ทำเอาหัวใจบรรดาแฟนคลับละลายเคมีกันทั้งสังคม สำหรับความแซ่บของ อแมนด้า ออบดัม ที่ล่าสุดปล่อยภาพเซ็ตชุดว่ายน้ำวันพีชสีฟ้า โพสท่าริมทะเลที่ดูทั้งสง่าและเซ็กซี่อย่างไม่ต้องสงสัย เผยรูปร่างเป๊ะ อิ่มเฟิร์ม ผิวแทนสุดในแบบนางแบบสาย日系

แซ่บทะลุฟ้า! ‘อแมนด้า’ อวดหุ่นเป๊ะในชุดวันพีชสีฟ้า

ในภาพครั้งนี้ อแมนด้าเลือกชุดแบบวันพีชสีฟ้าอ่อนที่ดูเรียบง่ายแต่มีดีไซน์บางเบา สะท้อนสัดส่วนร่างกายที่ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ท่าโพสที่เธอเลือกนั้นเบาๆ ท่ามกลางลมทะเลยามเย็นที่กำลังลับขอบฟ้า ส่งผลให้ช่วงเวลาอันแสนโรแมนติกกลายเป็นภาพที่ทั้งงดงามและน่าหลงใหล

มุมกล้องจับความ Perfect ของเธอ

แสงสีทองที่ลอดเข้ามาจากรอยยิ้มของพระอาทิตย์ตกยิ่งช่วยให้ผิวของอแมนด้าเปล่งประกายออร่าดึงดูดสายตาคนดูได้อย่างล้นเหลือ ทั้งความน่ารักผสมความเซ็กซี่ในชุดวันพีชสีฟ้าที่ไม่ซ้ำซาก สื่อให้เห็นถึงความมั่นใจในตัวเองอย่างชัดเจน

  • ชุดว่ายน้ำวันพีชสีฟ้า – เรียบง่ายแต่ดูแพง
  • ผิวแทนออร่าลมทะเล – สุขภาพดีมาก
  • ท่าโพสง่าย ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ – ชิลแนวที่เหนือชั้น

ภาพที่เธอปล่อยลงโซเชียลไม่เพียงมัดใจแฟนๆ เท่านั้น แต่ยังกระตุ้นความแรงของคอมเมนต์วิ่งแซงแสง ด้วยการใช้คำว่า เช่น “ไฟลุกแล้ว!” “นางฟ้าจริงมั้ย?” และ “หน้าจอแตกแน่ๆ” ที่พิสูจน์ถึงความฮอตของเธอกว่าคำพูด

ใครที่ตามเธออยู่ในโซเชียลมีเดียคงยังต้องใจเต้นกับผลงานภาพชุดใหม่ๆ เหมือนกัน เพราะทุกโพสต์ของอแมนด้ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งความงาม ความมั่นใจ และสไตล์ชีวิตที่ดูมีคุณภาพ ถ้าชอบภาพนี้อย่าลืมกดไลก์และแชร์ต่อเพื่อเป็นกำลังใจให้เธอต่อไปด้วยนะ

ที่มา – แซ่บทะลุฟ้า! ‘อแมนด้า’ อวดหุ่นเป๊ะในชุดวันพีชสีฟ้า ตอกย้ำความฮอต โชว์เสน่ห์เกินต้าน

ทวีไปยะลาเปิดโลกทัศน์ทักษะวิชาการฯ ยึดไอซ์900กก.

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางไปยังจังหวัดยะลา เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิด โครงการเปิดโลกทัศน์ทักษะวิชาการศึกษาเอกชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาผดุงประชายะลา อ.เมืองยะลา โดยมีบุคคลสำคัญหลายคนร่วมให้การต้อนรับ ทั้งนายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย, พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4

ทวีไปยะลาเปิดโลกทัศน์ทักษะวิชาการศึกษาเอกชนฯ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า จุดเด่นของเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ความสามารถทางด้านภาษาที่โดดเด่น โดยเฉพาะในระดับวิทยาลัยอาชีวศึกษาผดุงประชายะลา ที่เยาวชนสามารถใช้ภาษาต่าง ๆ ทั้งไทย อังกฤษ อาหรับ และแม้กระทั่งภาษาจีนในการสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว สิ่งนี้สะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมของภูมิภาค

ความรู้คือพลังแห่งอนาคต

นอกจากนี้ รมว.ยุติธรรมยังเผยว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่การศึกษาจะมอบให้กับเยาวชน คือ “ความรู้” เพราะเป็นรากฐานที่มั่นคงในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และช่วยสร้างทางเลือกใหม่ให้กับพื้นที่ชายแดนภาคใต้

ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง พร้อมด้วยนายเดชอิศม์ ขาวทอง ได้เดินทางไปที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจส่วนหน้า จ.ยะลา เพื่อแถลงผลการปฏิบัติการ “NO Drugs NO Dealers” ซึ่งเป็นปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างรอบด้าน

ยึดไอซ์ 900 กก. ยึดทรัพย์ 20 ล้าน

ผลจากการปฏิบัติการครั้งนี้สามารถทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้ 2 เครือข่าย ซึ่งมีการยึด ยาไอซ์รวมกว่า 900 กิโลกรัม และ ยึดทรัพย์สินเกี่ยวข้องมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท พร้อมทั้งจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายที่ได้รับการจับตามหมายจับเพิ่มเติม

เฉพาะเครือข่ายที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส มีการยึดยาไอซ์จำนวน 900 กิโลกรัม ซึ่งมีมูลค่าถึง 135 ล้านบาท และยึดทรัพย์สินเกี่ยวข้องอีกกว่า 800,000 บาท ส่วนอีกเครือข่ายที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มีการยึดไอซ์ไป 615 กิโลกรัม ก่อนจะดำเนินคดีผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม และยึดทรัพย์สินรวม 13 รายการ รวมถึงรถยนต์ ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และอาวุธปืน

การปฏิบัติการเช่นนี้ยังส่งสัญญาณชัดเจนว่า รัฐมีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งในการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ความมั่นคงและสนับสนุนความรู้ทางด้านการศึกษาอย่างเข้มแข็ง

หากทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างเสริม “ความรู้” ให้กับเยาวชนอย่างต่อเนื่อง จะเป็นการสร้างมูลค่าที่แท้จริงให้แก่พื้นที่ และสามารถต้านทานปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – ‘ทวี’ ไปยะลาเปิดโลกทัศน์ทักษะวิชาการศึกษาเอกชน-แถลงจับไอซ์ 900 กก.ยึดทรัพย์ 20 ล้าน

หนุ่มใหญ่สุดช็อก! แพทย์ตรวจเจอมีดฝังในช่องอกนาน 8 ปี

เมื่อเร็วๆ นี้ มีกรณีทางการแพทย์แปลกประหลาดเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลแห่งชาติมูฮิมบิลี ประเทศแทนซาเนีย ซึ่งแพทย์ได้ตีพิมพ์รายงานลงในวารสารวิทยาศาสตร์ของ National Library of Medicine เกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่มีมีดฝังอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานกว่า 8 ปี โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิด

ผู้ป่วยวัย 44 ปี มีสุขภาพแข็งแรง แต่กลับพบว่ามีหนองสีขาวไหลออกจากหัวนมขวาเป็นเวลา 10 วัน แม้จะไม่มีอาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ไอ หรือมีไข้ แต่เมื่อแพทย์สอบถามประวัติแบบละเอียด ผู้ป่วยจึงนึกออกว่าเคยถูกแทงในเหตุการณ์ทะเลาะเมื่อ 8 ปีก่อน ที่ใบหน้า หลัง และหน้าอก

หนุ่มใหญ่สุดช็อก แพทย์ตรวจเจอมีดฝังในช่องอกนาน 8 ปีโดยไม่รู้สึกตัว

ในตอนนั้นแพทย์ได้เย็บแผลแล้ว และผู้ป่วยก็ใช้ชีวิตตามปกติมากว่า 8 ปี จนกระทั่งมีอาการที่หัวนมเริ่มมีหนองออกมา จึงตัดสินใจไปหาหมอตรวจดู

ทีมแพทย์รายงานว่า “ภาพเอกซเรย์เบื้องต้นแสดงให้เห็นวัตถุที่เป็นโลหะฝังอยู่ตรงกลางของช่วงอก” และมีความเชื่อว่ามีดแทงทะลุจากกระดูกสะบักด้านขวาเข้าไปในช่องอก แต่ไม่กระทบอวัยวะสำคัญ เลยทำให้ผู้ป่วยไม่รู้ตัวเลยตลอดเวลานี้

เหตุผลที่มีดฝังมากว่า 8 ปีแต่ไม่รู้ตัว

แพทย์อธิบายต่อว่า โรงพยาบาลในช่วงนั้นอาจไม่มีเครื่องมือเอกซเรย์ที่สามารถตรวจจับสิ่งแปลกปลอมในร่างกายได้อย่างละเอียด รวมทั้งผู้ป่วยเองไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ หลังจากแผลหาย จึงไม่มีการตรวจสอบเพิ่มเติม

ที่น่าตกใจยิ่งคือ วัตถุแปลกปลอมนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดอาการรุนแรงใดๆ มายาวนานกว่า 8 ปี จนกระทั่งมีการสะสมของเนื้อเยื่อที่ตายแล้วรอบๆ มีด ทำให้เกิดการติดเชื้อและมีหนองไหลออกมาผ่านหัวนม

หลังจากวินิจฉัยพบว่าเป็นสาเหตุจาก มีดฝังในช่องอก ทีมแพทย์จึงรีบทำการผ่าตัดนำมีดและเนื้อเยื่อที่ตายแล้วออกอย่างระมัดระวัง ในระหว่างการฟื้นตัว ผู้ป่วยเข้าพักในไอซียูเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ก่อนจะย้ายไปพักฟื้นทั่วไปต่ออีก 10 วัน

โดยรวมแล้ว ผู้ป่วยฟื้นตัวได้อย่างดี ไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ เกิดขึ้น นับเป็นกรณีที่น่าอัศจรรย์และเตือนใจถึงความสามารถของร่างกายมนุษย์ในการปรับตัวต่อสิ่งแปลกปลอมเช่นนี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

จากการรายงานครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่า หนุ่มใหญ่สุดช็อก ที่ต้องพบว่ามีมีดฝังอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานนับสิบปี สิ่งแปลกปลอมในร่างกายอาจอยู่ได้โดยไม่แสดงอาการใดๆ นานนับปี โดยเฉพาะถ้า “ไม่เคยทำร้ายระบบอวัยวะภายใน” อย่างที่เกิดขึ้นในเคสนี้

หากคุณมีอาการติดเชื้อหรือมีแผลที่ไม่หายดี ไม่ว่าจะนานเท่าใด ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คให้ละเอียด เพราะคุณอาจ “มีของแปลกๆ อยู่ในตัวเอง” โดยไม่รู้ตัว

ที่มา – หนุ่มใหญ่สุดช็อก แพทย์ตรวจเจอมีดฝังในช่องอกนาน 8 ปีโดยไม่รู้สึกตัว

ฮาว ยันพร้อมต้อนรับอิซัคกลับทีมนิวคาสเซิล

เอ็ดดี ฮาว ผู้จัดการทีม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ออกมาแถลงอย่างชัดเจนว่า พร้อมอ้าแขนต้อนรับ อเล็กซานเดอร์ อิซัค หัวหอกทีมชาติสวีเดน กลับมาร่วมทีมอีกครั้ง หลังจากที่ไม่มีชื่อในเกมเปิดฤดูกาลพบกับ แอสตัน วิลลา ที่จบด้วยสกอร์ 0-0

ฮาว ยันพร้อมต้อนรับอิซัคกลับทีมนิวคาสเซิล

โดยสาเหตุที่ อิซัค ไม่ได้ลงสนามในเกมดังกล่าว เนื่องจากมีข่าวลือว่าต้องการย้ายไปร่วมทีม ลิเวอร์พูล จนทำให้เขาถูกตัดชื่อออกจากทีมชุดเดินทางไปยังถิ่น วิลลา พาร์ก ส่งผลให้แฟนบอลหลายคนรู้สึกห่วงใยและสงสัยว่าอนาคตของเขานั้นจะเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ฮาว ผู้จัดการทีม นิวคาสเซิล ได้ออกมาชี้แจงว่าความสัมพันธ์กับนักเตะยังคงดี และทีมก็ยังเปิดประตูรับเขากลับเสมอ หากเขาตัดสินใจกลับมาค้าแข้งในถิ่นเซาธ์ กีต เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ทีมต่อไป

เรียกร้องความชัดเจนจากอิซัค

แม้จะเปิดโอกาสต้อนรับเขากลับมานานแล้ว แต่ทางด้าน ฮาว ก็ไม่ปิดปากว่า เขาต้องการความชัดเจนจาก อิซัค เองมากกว่านี้ เพื่อวางแผนทัพในอนาคต เห็นได้จากคำพูดของเขาว่า “ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ประตูยังเปิดกว้างสำหรับเขาเสมอ เขาต้องตัดสินใจว่า อยากจะทำอะไร เราต้องการทางออก เราต้องการความชัดเจน”

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังกล่าวว่า “ผมไม่ได้มีอำนาจควบคุมเรื่องนั้น มีแค่คนเดียวที่ควบคุมเรื่องนั้นได้ เรามารอดูกันต่อไป ผมแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนแล้ว ตอนนี้ผมขอมีสมาธิกับทีมของเราเท่านั้น” นับเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า_LOGGER

  • อิซัคเป็นหนึ่งในกองหน้าที่มีค่าตัวสูงในพรีเมียร์ลีก
  • เขามีผลงานโดดเด่นในฤดูกาลที่แล้ว
  • ทีมยังไม่ได้เซ็นคว้าตัวกองหน้าใหม่แทน

ด้วยสถานการณ์ที่ยังคงค้างคาแบบนี้ หาก อิซัค ตัดสินใจอยู่กับทีมต่อ ก็อาจเป็นโอกาสทองในการกลับมาแสดงฟอร์มเก่งอีกครั้ง หากเลือกเดินทางออกแรงบิดบั่น อาจทำให้การล่าแชมป์ลีกของ นิวคาสเซิล ต้องยากขึ้นกว่าเดิม

หากคุณเป็นแฟนบอล “เดอะ แมกpies” อย่าลืมติดตามสถานการณ์ของอิซัคอย่างใกล้ชิด เพราะอนาคตของเขาอาจส่งผลต่อเส้นทางของทีมในฤดูกาลนี้อย่างมาก

ที่มา – “ฮาว” ยันพร้อมอ้าแขนต้อนรับ “อิซัค” คืนสู่ทีม

รวบ “ราม บางนา” ตัวแทนขายพอตเคให้วัยรุ่นรังสิต

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผู้กำกับตำรวจสถานีตำรวจภูธรยานนาวา พร้อมด้วย พ.ต.ท.อาทิตย์ ศรีสุยงค์ รองผู้กำกับตำรวจสืบสวน ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ศุภกิตติ์ คงชื่น สว.สส.สน.ยานนาวา และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจภูธรยานนาวา ดำเนินการจับกุม “ราม บางนา” นามว่า นายพรภวิษย์ โรจน์กาญจนรักษ์ อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ 259/2568 ข้อหาหมิ่นประมาท และข้อหาจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งถือเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน

รวบ “ราม บางนา” ตัวแทนขายพอตเคให้วัยรุ่นรังสิต

การปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ห้องพักคอนโดเคฟทาวน์ ไอส์ แลนด์ ตึก G ห้องเลขที่ 1706 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พร้อมของกลางที่มีจำนวนมาก ได้แก่ หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า (พอตเค) มีส่วนผสมของวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) บรรจุในห่อสีทอง จำนวน 1,122 ชิ้น รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ญณ 2084 กทม. และโทรศัพท์มือถือไอโฟน 12 โปรแม็ก

พฤติกรรมการค้าเสพติดกับวัยรุ่นย่านรังสิต

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า นายพรภวิษย์ มีพฤติกรรมค้าขายหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าประเภทพอตเค ซึ่งมีสารเคตามีน ซึ่งเป็นยาเสพติดอันตราย ส่วนใหญ่ขายให้กลุ่มวัยรุ่นในย่านมหาวิทยาลัยรังสิตเป็นหลัก โดยเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบที่ห้องพักตามที่อยู่ และสามารถยืนยันตัวผู้ต้องหาตามหมายจับได้เป็นที่เรียบร้อย

จากการตรวจค้นภายในห้องพัก ยังพบว่า “ราม บางนา” เก็บของกลางจำนวนมาก ซึ่งเขายืนยันว่าเป็นของที่มีไว้เพื่อใช้ในการขาย ไม่ใช่ใช้ส่วนตัว เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการยึดทรัพย์สินและนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปยังสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

  • จำนวนหัวพอตเคที่ยึดได้: 1,122 ชิ้น
  • สารเสพติดประเภท 2: เคตามีน
  • พื้นที่การจำหน่ายหลัก: รังสิต
  • กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย: วัยรุ่นและนิสิตนักศึกษา

คดีดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าที่ผสมสารเสพติดอันตรายอย่าง “เคตามีน” เช่น “พอตเค” เข้าสู่กลุ่มเยาวชน ซึ่งเริ่มกลายเป็นปัญหาทางสังคมที่หน่วยงานตำรวจต้องออกตัวควบคุมและปราบปรามอย่างจริงจัง

การจับกุมครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าการใช้ช่องทางการค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หรือรูปแบบส่วนตัวเพื่อแอบอ้างขายสินค้าที่ผิดกฎหมายอยู่เบื้องหลัง ถือว่ามีความเสี่ยงสูง และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายไม่เพียงตั้งตารอดเท่านั้น แต่ยังออกหน้าสู้ทุกช่องทางที่มีการแพร่กระจายภัยต่อสังคม

ดังนั้น ชุมชนโดยรอบ ผู้ปกครอง และผู้นำเยาวชนควรให้ความรู้แก่ลูกหลานถึงอันตรายของ “พอตเค” และสารเสพติดประเภทเคตามีน รวมถึงสนับสนุนให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่น่าสงสัยให้กับเจ้าหน้าที่อย่างทันท่วงที

หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภัยจากสิ่งเสพติดประเภทนี้ หรือต้องการช่วยเหลือใครสักคนที่อาจเสพติด อย่าลังเลที่จะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที คือโอกาสสุดท้ายของชีวิต

ที่มา – รวบ “ราม บางนา” เอเย่นต์หัวบุหรี่ไฟฟ้าพอตเค รับขายให้กลุ่มวัยรุ่นย่านรังสิต

กิเลนผยองเฉือนสุโขทัย 1-0 ท้ายเกมเปิดบ้าน

ฟุตบอลไทยลีก 1 ฤดูกาล 2025-26 เกมที่ใครก็คาดไม่ถึงเมื่อ “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านเจอกับ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี ที่สนาม ธันเดอร์โดม สเตเดียม วันที่ 16 สิงหาคม 2568 ภายใต้สภาพสนามเปียกจากรอบฝนที่ตกมาช่วงก่อนหน้านี้ มาให้ความมันบวกเกมท้ายที่สุด

กิเลนผยองเฉือนสุโขทัย 1-0 ท้ายเกมเปิดบ้าน

แม้ทีมจากพระนครศรีอยุธยาจะเป็นฝ่ายบุก แต่สุโขทัย เอฟซี ก็ไม่ได้ยอมแพ้เด็ดขาด เกมนี้ทั้งสองทีมเจอกับสนามเปียก ที่ทำให้เกมไหลไม่ดีสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะฝั่งเมืองทองที่ครองบอลได้ดีกว่า มีโอกาสสังหารหลายครั้ง แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ในช่วงต้น

ประตูชัยนาทีที่ 85 เปลี่ยนเกมเลย

จนกระทั่งนาทีที่ 85 “กิเลนผยอง” เมืองทอง ได้ฟรีคิกบริเวณด้านขวาของกรอบเขตโทษ สเตฟาน ซอนคอฟ ยิงไปแต่โดนคนเซฟเอาไว้ แต่โชคดีมาอยู่ที่ “กิเลนผยองเฉือนสุโขทัย 1-0 ท้ายเกมเปิดบ้าน” ทันที เมื่อกิตติพันธ์ แสนสุข วิ่งเข้าไปตามเก็บลูกเข้าประตูอย่างชื่นใจ ให้เมืองทอง ยูไนเต็ด บุกมาเก็บ 3 แต้มในบ้านหลังนี้ได้อย่างมหัศจรรย์

สุโขทัย เองก็มีโอกาสลุ้นบ้าง แต่ทุกครั้งที่มีก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับหนาแน่นของเมืองทองได้เลย ทำให้เกมจบลงไปโดยที่ “กิเลนผยองเฉือนสุโขทัย 1-0 ท้ายเกมเปิดบ้าน” อย่างน่าตื่นเต้น

  • ผลการแข่งขัน : เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-0 สุโขทัย เอฟซี
  • ประตู : นาทีที่ 85 กิตติพันธ์ แสนสุข (เมืองทอง)
  • ผู้ทำฟรีคิก : สเตฟาน ซอนคอฟ
  • สถานที่ : ธันเดอร์โดม สเตเดียม
  • วันที่แข่ง : 16 สิงหาคม 2568

สำหรับผู้เล่นบางคนในสนามวันนี้อาจเป็นเกมที่ท้าทายมาก โดยเฉพาะในสภาพอากาศและพื้นสนามที่เปียก แต่ “กิเลนผยองเฉือนสุโขทัย 1-0 ท้ายเกมเปิดบ้าน” นั้นเป็นตัวอย่างของความมุ่งมั่นและการไม่ยอมแพ้ จนมาได้ชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่รวมถึงระดับจิตใจของนักเตะที่มาถึงจุดได้ในนาทีบีบคั้นสุดๆ

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบอลอย่างแท้จริง หรือแค่มองหากีฬาที่ให้คุณค่าทางสังคม “กิเลนผยองเฉือนสุโขทัย 1-0 ท้ายเกมเปิดบ้าน” คือช่วงเวลาหนึ่งที่ควรจดจำ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าฟุตบอลยังคงเป็นกีฬาที่มีพลังเปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นวันที่พิเศษจริงๆ

อย่าลืมติดตามผลการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกในนัดถัดไป เพราะทุกแต้มล้วนมีความหมายต่อการต่อสู้เพื่อแชมป์ในฤดูกาลนี้!

ที่มา – ‘กิเลน’ เฮท้ายเกม เปิดบ้านเฉือน ‘สุโขทัย’

‘Weibo Cultural Exchange Night’ ฉลอง 50 ปีไทย-จีน

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา นายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ได้เดินทางมาร่วมงาน “Weibo Cultural Exchange Night in Thailand 2025” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อฉลองความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนที่ครบ 50 ปี และถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนความสัมพันธ์ในเชิงวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งระหว่างสองประเทศ

‘Weibo Cultural Exchange Night’ สะท้อนมิตรภาพไทย-จีน

งานWeibo Cultural Exchange Night ถือเป็นความร่วมมือระหว่าง Weibo และ Hydroindus Entertainment โดยจัดขึ้นที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ณ ห้อง Ballroom ชั้น 1 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กิจกรรมนี้ยังเปิดโอกาสให้แฟน ๆ ชาวไทยได้พบปะกับศิลปินจากประเทศต่าง ๆ ทั่วเอเชีย ทั้งในเครือข่าย Weibo และ KOLs ชั้นนำจากวงการบันเทิง

บรรยากาศคึกคักก่อนเปิดงาน

บรรยากาศก่อนการเปิดงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีแฟนคลับจำนวนมากต่างพากันมารอคอยกันอย่างเนืองแน่นที่พรมแดง จับจองที่นั่งเพื่อเข้าชมงานและลุ้นรางวัลที่จะประกาศในค่ำคืนนี้ เพื่อมอบแรงใจให้ศิลปินที่พวกเขาชื่นชอบอย่างใกล้ชิด

ดาราเดินพรมแดงคับคั่ง

ช่วงพรมแดงของค่ำคืนนี้ถือว่าคับคั่งไปด้วยดาราศิลปินชั้นนำจากหลากหลายประเทศในเอเชีย ไม่ว่าจะจากประเทศจีน เช่น เสิ่นเยว่, โอหยางน่าน่า, เฉินเฟยอวี่, ปี้เหวินจวิ้น, จางอวี่ซี และจ้านเซวียน รวมถึงศิลปินจากเกาหลีใต้ เช่น เจสสิก้า จอง, อีซูฮยอก, พัคแจชาน และวง Kep1er

ศิลปินไทยสร้างสีสันบนพรมแดง

ศิลปินไทยก็ไม่ตกเป็นองค์ประกอบสำคัญของงานWeibo Cultural Exchange Night ในครั้งนี้ เช่นเดียวกับศิลปินรุ่นใหม่และนักแสดงชื่อดังมากมาย ได้แก่ กลัฟ-คณาวุฒิ, ฟิล์ม-ธนภัทร, เก้า-นพเก้า, พีพี-ปุญญ์ปรีดี, นุ่น-วรนุช, หมาก-ปริญ, บี๋-ธรรศภาคย์, ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก และอีกมากมาย ที่ได้ร่วมเดินพรมแดงและสร้างมหัศจรรย์ให้แก่ค่ำคืนนี้อย่างสุดขีด

  • งานพลุ อีเวนต์ค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่
  • การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในมิติใหม่ผ่าน Weibo
  • การเรียกร้องให้ศิลปินของทั้งสองประเทศใกล้ชิดกันมากขึ้น

สามารถสรุปได้ว่า “Weibo Cultural Exchange Night in Thailand 2025” ไม่เพียงเป็นงานเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีนเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เชื่อมเส้นเชื่อมทางวัฒนธรรม ในรูปแบบของความบันเทิงยุคใหม่ที่สะท้อนถึงการเปิดรับมิตรภาพในระดับนานาชาติ เป็นพื้นที่สำคัญที่ยกระดับการมีส่วนร่วมระหว่างศิลปินจากวัฒนธรรมที่หลากหลาย

หากคุณพลาดการร่วมงานในครั้งนี้ ต้องติดตามกิจกรรมที่เกี่ยวข้องในโอกาสต่อไป เพราะครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมมีพลังมหาศาลในการเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก

ที่มา – ‘Weibo Cultural Exchange Night’ สุดยิ่งใหญ่ฉลองครบรอบ 50 ปีไทย-จีน

บุรีรัมย์ เร่งเครื่องแซงชนะ ลำพูน 3-2

การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 1 “บีวายดี ซีไลออน 6 ลีก 1” ฤดูกาล 2025-26 นัดสำคัญเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นศึกที่ “ราชันโคขาว” ลำพูน วอริเออร์ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “แชมป์เก่า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งแมตช์นี้ถือว่าน่าจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะผลงานที่ทั้งสองทีมแสดงในช่วงต้นฤดูกาล

บุรีรัมย์ เร่งเครื่องแซงชนะ ลำพูน 3-2

จากเสียงเชียร์ในสนาม ก่อนเกมที่ผ่านมา จังหวะเริ่มต้นของเกมดูค่อนข้างเข้มข้นรุนแรงทั้งสองฝ่าย แต่เป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่พบริมเป็นฝ่ายแรก โดย “อาร์ม” ศุภชัย ใจเด็ด เปิดฉากทำประตูขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 20 ช่วยให้ทีมเยือนได้เปรียบในจังหวะเริ่มเกม

อย่างไรก็ตาม ลำพูน วอริเออร์ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และแสดงฟอร์มตอบโต้ทันที นาทีที่ 32 สตาร์มาด้าอย่าง “โฟแบร์” อนันต์ ยอดสังวาลย์ เร่งซัดให้ทีมเจ้าบ้านตามตีเสมอ จากนั้นไม่นาน “วิลเลน” โมตา ก็มาทำประตูที่สองอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 42 ส่งผลให้ครึ่งแรก “ราชันโคขาว” พลิกขึ้นนำไป 2-1

บุรีรัมย์ เร่งเครื่องหลังพัก

กลับมาในครึ่งหลัง ความดันของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เริ่มเพิ่มขึ้น เมื่อ “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน อัดไกลจากนอกกรอบเขตโทษในนาทีที่ 51 ของเขา ช่วยทำให้ทีมเยือนตีเสมอเป็น 2-2 ทำให้ความหวังในการกลับมาคว้า 3 แต้มของ “แชมป์เก่า” เริ่มเพิ่มขึ้น

ในเวลาที่เหลือเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ครองเกมอยู่ได้อย่างเหนียวแน่น และพังประตูชัยในนาทีที่ 77 จากลูกฟรีคิกที่ “ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา” ดีดโค้งเข้าเขตโทษ ให้ “กิลเยร์เม บิสโซลี” แทงตุงตาข่าย เซฟไว้ไม่ไหว ทำให้ทีมจากจังหวัดบุรีรัมย์มาขึ้น 3-2 และรักษาความได้เปรียบจนจบเกม

  • ประตูแรก: ศุภชัย ใจเด็ด (บุรีรัมย์) นาทีที่ 20
  • ประตูของลำพูน: อนันต์ ยอดสังวาลย์ (นาทีที่ 32) และ วิลเลน โมตา (นาทีที่ 42)
  • ตีเสมอ: ธีราทร บุญมาทัน (บุรีรัมย์) นาทีที่ 51
  • ประตูชัย: กิลเยร์เม บิสโซลี (บุรีรัมย์) นาทีที่ 77

ผลการแข่งขันในเกมนี้ถือว่าสะท้อนให้เห็นถึงความเก่งกาจของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่สามารถควบคุมเกมได้ดีในช่วงท้ายและไม่ปล่อยให้ความมั่นใจกับการออกนำของทีมเจ้าบ้านล้วงชัยไปได้ ขณะที่ ลำพูน วอริเออร์ ก็ไม่ได้ต่อเบา และสามารถสร้างความเซอร์ไพรส์ให้แฟนบอลได้โดยการขึ้นนำไปก่อนในครึ่งแรก

แม้เจ้าบ้านจะแพ้ในเกมครั้งนี้ แต่ผลงานที่โชว์ออกมาถือว่าดีชัดเจน และหากได้ขัดเกลาในจังหวะจบสกอร์เพิ่มเติม ก็อาจเป็นทีมที่ทำให้เกิดความประหลาดใจในฤดูกาลนี้ได้เช่นกัน

เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่า บุรีรัมย์ เร่งเครื่องแซงชนะ ลำพูน 3-2 เป็นเกมที่เข้มข้นตั้งแต่ต้นจนจบ และผู้ชมไม่ควรพลาดเด็ดขาด!

หากคุณสนใจติดตามข่าวสารฟุตบอลไทยอย่างใกล้ชิด อาจต้องลองติดตามแหล่งข่าวที่อัปเดตทันที เช่น วิดีโอไฮไลต์หรือรายงานจากสนาม เพื่อไม่ให้พลาดทุกการแข่งขันที่น่าจับตามองไว้ในสายตาแฟนบอลทั่วไทย!

ที่มา – ผลัดกันนำ! ‘บุรีรัมย์’ เร่งเครื่องแซงชนะ ‘ลำพูน’