ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

“หงส์แดง” ยืนยันคว้า “เลโอนี” เสริมแนวรุก

ลิเวอร์พูล หรือที่แฟนบอลรู้จักในชื่อ “หงส์แดง” ยอดทีมแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันคว้าตัว โจวานนี เลโอนี ปราการหลังดาวรุ่งของ ปาร์ม่า มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการแล้ว ข่าวดีนี้ทำให้กองหลังของทีมมีความแข็งแกร่งมากขึ้น และเตรียมพร้อมลุยทุกรายการในฤดูกาลใหม่

“หงส์แดง” ยืนยันคว้า “เลโอนี” เสริมแนวรุก

สโมสรเปิดเผยผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการว่า เลโอนี วัย 18 ปี ผ่านการตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหาที่ควรกังวล และได้เซ็นสัญญาเป็นระยะยาวกับถิ่นแอนฟิลด์ เป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการหลังจากมีข่าวลืออย่างต่อเนื่องมานานว่าจะมายังทีม

ค่าตัวสูงถึง 35 ล้านยูโร

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ เหยี่ยวข่าวชาวอิตาเลียน รายงานว่า เลโอนี ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลด้วยค่าตัวสูงถึง 35 ล้านยูโร (ราว 1,330 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่สำคัญของ “หงส์แดง” ด้วยสัญญาระยะยาวเป็นเวลา 6 ปี สะท้อนให้เห็นว่าสโมสรมีแผนระยะยาวในตัวดาวเตะหนุ่มรายนี้

ศักยภาพของเลโอนีไม่ธรรมดา

เลโอนี นักเตะวัยรุ่นที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในแนวรับที่มีอนาคตไกลในวงการฟุตบอลยุโรป ด้วยจังหวะการเล่นที่ฉลาด ความสูงเหมาะสม สไตล์การเล่นที่เรียบร้อย และยังอายุน้อยมาก ทำให้ “หงส์แดง” มองเห็นศักยภาพในตัวเขาอย่างชัดเจน หลายคนจึงคาดหวังว่าในไม่ช้าเขาจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบหลักของทีม

  • ชื่อ – โจวานนี เลโอนี
  • ตำแหน่ง – ปราการหลัง
  • สัญชาติ – อิตาลี
  • วัย – 18 ปี
  • ค่าตัว – 35 ล้านยูโร
  • สัญญากับลิเวอร์พูล – 6 ปี

ด้วยความสามารถที่หลากหลายและทักษะที่ถูกพัฒนาอย่างดี เลโอนี ถือเป็นการป้องกันยุคใหม่ที่สามารถลงเล่นได้หลากหลายระบบ และเหมาะกับสไตล์การเล่นของลิเวอร์พูลในปัจจุบันเป็นอย่างดี ทั้งกองหลังที่มีทักษะการเล่นบอลเท้า และสามารถเคลื่อนที่ขึ้นเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การซื้อตัวครั้งนี้ ถือเป็นการวางแผนที่ชาญฉลาดของเจ้าหน้าที่บริหารทีม “หงส์แดง” ที่ต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวรับก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลกฟุตบอลกำลังต้องรับมือกับการบาดเจ็บของผู้เล่นและโปรแกรมการแข่งขันที่แน่นขนัด ทำให้ต้องมีความลึกในทุกตำแหน่งมากขึ้น

เพื่อนร่วมทีมจำนวนมากต่างก็ยินดีต้อนรับนักเตะรายใหม่ และมองว่าเขาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การเสริมทัพครั้งนี้จึงถือเป็นการวางรากฐานเพื่ออนาคตของสโมสรได้อย่างแท้จริง

การคว้าตัว “เลโอนี” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ “หงส์แดง” ที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ และอาจกลายเป็นหนึ่งในดีลที่สร้างผลกระทบต่อความทรงจำในถิ่นแอนฟิลด์ได้ในอนาคต ติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดของทีมก่อนฤดูกาลใหม่ได้ที่นี่

ที่มา – “หงส์แดง” ยืนยันคว้า “เลโอนี” เสริมแนวรุก

จับยาไอซ์ล็อตใหญ่ 900 กิโลกรัม ซุกรถขนผักในนราธิวาส

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม เวลาที่ผ่านมา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดเผยว่ามีการรายงานจากจังหวัดนราธิวาสเกี่ยวกับการจับกุมยาเสพติดประเภทไอซ์จำนวนมหาศาล ซึ่งซ่อนอยู่ในรถขนผัก โดยมีน้ำหนักรวมประมาณ 900 กิโลกรัม ถือเป็นหนึ่งในล็อตใหญ่ที่ถูกยึดในพื้นที่ภาคใต้ไทย

จับยาไอซ์ล็อตใหญ่ 900 กิโลกรัม ซุกรถขนผักในนราธิวาส

จากการดำเนินการอย่างเข้มแข็งตามนโยบายของรัฐบาลที่เน้นการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง จังหวัดนราธิวาสได้ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมดำเนินการแกะรอยติดตามข้อมูล โดยสามารถตรวจค้นรถกระบะลำเลียงผักในเขตอำเภอตากใบ พบร่องรอยการลักลอบขนส่งไอซ์ และสามารถยึดยาเสพติดได้ทั้งหมด 30 กระสอบ โดยมีน้ำหนักประมาณ 900 กิโลกรัม พร้อมควบคุมผู้ต้องหาได้เรียบร้อยแล้ว

ภูมิธรรมกำชับเจ้าหน้าที่ขยายผลการทำงานต่อ

รองนายกรัฐมนตรีให้คำชมเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานอย่างตั้งใจ ภายใต้คำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัด และย้ำเตือนว่าความสำเร็จครั้งนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความร่วมมือประสานงานระหว่างหลายหน่วยงาน รวมถึงการใช้กลยุทธ์ในการทำงานที่แม่นยำ ภายใต้เป้าหมายร่วมในการต่อต้านภัยยาเสพติดในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

ด้านสถานการณ์โดยรวม ปรากฏว่าการลักลอบขนยาเสพติดในรูปแบบนี้ยังคงมีความซับซ้อน โดยกลุ่มผู้กระทำมักแสวงหาช่องโหว่จากกิจกรรมที่ดูปกติ เช่น รถขนส่งสินค้าทั่วไปเพื่อลบเลือนความแปลกแยก ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ หวังแอบนำไอซ์เข้าสู่พื้นที่เสี่ยง

สำนักข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 16 สิงหาคม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสจะแถลงผลการจับกุมอย่างเป็นทางการ และคาดว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลผู้ถูกควบคุมตัว ความเชื่อมโยงกับเครือข่ายเสพติดภายนอก ตลอดจนข้อมูลระบบโลจิสติกส์ที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายไอซ์

จากการล่าสุด หน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องยังคงขยายผลดำเนินการเพื่อสืบสวนหาเบาะแสหรือเจ้ามือใหญ่ที่อาจอยู่เบื้องหลัง โดยใช้หลักฐานจากล็อตไอซ์ที่ถูกยึดมาในการแสวงหาเครือข่ายการค้ายาเสพติดในวงกว้าง

จากการประเมินผลกระทบระยะสั้นในพื้นที่ คาดว่าจะช่วยลดอุบัติการณ์การใช้และเสพยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ทั้งยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นของประชาชนต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่ต้องเร่งรีบแต่ครบวงจรพร้อมประสิทธิภาพ

การสู้รบกับยาเสพติดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อหน่วยงานทุกระดับเอ่ยปากเสียงเดียว “ไม่ทนยาเสพติด” ก็เชื่อได้ว่าเราจะสามารถขจัดความร้ายนี้ออกไปจากสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน.

ที่มา – ‘ภูมิธรรม’ เผย จ.นราธิวาส จับยาไอซ์ล็อตใหญ่ 900 กิโลกรัม พบซุกรถขนผัก

ผีแดงล้มแผนล่าบาเลบา นางนวลยืนยันไม่ขาย

แผนการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือที่แฟน ๆ ชื่นชอบเรียกกันว่า “ผีแดง” ดูเหมือนจะต้องพับเก็บก่อน เมื่อผลงานการเจรจาคว้าตัว คาร์ลอส บาเลบา ห้องเครื่องดาวรุ่งจากทีม ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน ล้มเหlงอย่างน่าผิดหวัง โดยรายงานล่าสุดระบุว่า ทีมจากชายฝั่งใต้ของอังกฤษยืนยันจะไม่ปล่อยตัวดาวเตะวัย 21 ปีรายนี้ในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้แน่นอน

รายงานจากสื่อดังอย่าง “ดิ แอธเลติก” เผยว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผีแดง ได้ส่งตัวแทนไปเจรจากับสโมสร ไบรท์ตัน เพื่อหวังเซ็นสัญญากับ บาเลบา อย่างเป็นทางการ แต่ได้รับคำตอบที่ว่า ทีมเรือใบสีฟ้าไม่มีความตั้งใจจะขายตัวนักเตะรายนี้ และไม่มีการวางราคาขายไว้อย่างชัดเจนแต่อย่างใด ทำให้โอกาสย้ายทีมของ บาเลบา หลุดลอยออกไปอย่างสิ้นเชิง

ผีแดงล้มแผนล่าบาเลบา นางนวลยืนยันไม่ขาย

อย่างไรก็ตาม เหยี่ยวข่าวชาวอิตาเลียนอย่าง ฟาบริซิโอ โรมาโน ได้ออกมายืนยันข่าวดังกล่าวอีกครั้ง โดยระบุว่า ไบรท์ตัน มีความประสงค์ที่จะเก็บ บาเลบา ไว้ใช้งานในทีมต่ออีกอย่างน้อยหนึ่งฤดูกาล เพื่อให้เขาเติบโตและสามารถเติมเต็มบทบาทในแนวรุกได้อย่างเต็มตัว ทำให้ ผีแดง ต้องปรับแผนการเสริมทัพ และหันไปจับตาดูเป้าหมายรายอื่น ๆ ที่อยู่ในตลาดแทน

อนาคตของบาเลบาในทีมไบรท์ตัน

คาร์ลอส บาเลบา ถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรใหญ่ ๆ ในศึกพรีเมียร์ลีก เนื่องจากผลงานของเขาในฤดูกาลที่ผ่านมานั้นโดดเด่นอย่างมาก ด้วยความคล่องตัว ความสามารถในการจบสกอร์ และการเล่นที่ฉลาด ทำให้หลายทีมต่างจับตาดูอย่างใกล้ชิด แต่ล่าสุดดูเหมือนแผนการย้ายทีมของเขาจะต้องชะลอออกไปเสียก่อน

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ บาเลบา แสดงให้เห็นถึงยุทธวิธีของทีมในฤดูกาลใหม่ที่ต้องการสร้างฐานทัพให้แข็งแกร่งหลังจากผลงานของฤดูกาลที่ผ่านมาที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งหาก ผีแดง ยังไม่สามารถเซ็นสัญญากับนักเตะที่ต้องการได้ ก็อาจจำเป็นต้องมองหาทางเลือกใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับแผนผังการเล่นของโค้ชคนใหม่อย่าง เอริค เทนฮัก

การที่ ไบรท์ตัน ปฏิเสธคำขอของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในตัวนักเตะ และอาจเป็นสัญญาณว่าพวกเขากำลังวางแผนสร้างทีมที่แข็งแกร่งในระดับสูงขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นข่าวที่น่ายินดีกับแฟน ๆ สโมสร “นางนวล” อย่างแน่นอน

ติดตามข่าวการตลาดซื้อขายนักเตะในตลาดซัมเมอร์นี้ได้ที่นี่ และอย่าลืมรับชมผลงานของ บาเลบา กับ ไบรท์ตัน ในฤดูกาลหน้าว่าจะมีผลงานที่โดดเด่นขนาดไหนเพื่อยืนยันว่าความเชื่อมั่นของสโมสรนั้นมีเหตุผล

ที่มา – “ผีแดง” ล้มแผนล่า “บาเลบา” หลังนางนวลยืนกรานยังไม่ขาย

งบ 69 ฉลุยมติสภา 257 ต่อ 240 เห็นชอบวาระ2-3

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภาเกิดเหตุการณ์สำคัญในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายไชยา พรหมา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 เป็นประธานในการประชุมวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว โดยตั้งวงเงินงบประมาณไว้ที่ 3.78 ล้านล้านบาท

การประชุมในครั้งนี้ใช้ระยะเวลาในการอภิปรายรวม 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-15 สิงหาคม 2568 รวมเวลาอภิปรายทั้งสิ้น 45 ชั่วโมง ก่อนจะมีการลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายนี้ในเวลา 22.50 น. โดยผลการลงคะแนนคือ เห็นด้วย 257 เสียง ไม่เห็นชอบ 230 เสียง และงดออกเสียง 1 เสียง

งบ 69 ฉลุยมติสภา 257 ต่อ 240 เห็นชอบวาระ2-3

ตามคำกล่าวของนายพิชัย ในฐานะผู้แทนรัฐบาล ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 ที่ถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

ความเห็นของสมาชิกสภา ที่ถูกนำเสนออย่างต่อเนื่องตลอดการประชุมนั้น ถือเป็นข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนางบประมาณของรัฐบาลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยคำนึงถึงความต้องการของประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ และแผนพัฒนาตามนโยบายที่วางไว้

งบ 69: การตรวจสอบและการใช้จ่ายงบประมาณ

รัฐบาลได้ให้ความมั่นใจว่า งบประมาณที่ผ่านการพิจารณาในครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการกำกับดูแลให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และบรรลุตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้

  • ใช้จ่ายแนบแผนยุทธศาสตร์ชาติ
  • คำนึงถึงความต้องการพื้นที่
  • ตรวจสอบความมีประสิทธิภาพ
  • ลดความเหลื่อมล้ำ

รัฐบาลจะนำข้อสังเกตต่าง ๆ จากคณะกรรมาธิการวิสามัญไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการทำงาน เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณมีคุณค่าสูงสุด ทั้งต่อประเทศและประชาชน พร้อมย้ำว่าการใช้จ่ายงบปี 69 นี้จะเป็นการพัฒนาประเทศภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ภายหลังการลงมติ เวทีสภาผู้แทนราษฎรก็ปิดการประชุมลงในเวลา 22.57 น. และขั้นตอนถัดไปคือการส่งร่างพระราชบัญญัติฯ ให้วุฒิสภาพิจารณาตามลำดับ

สรุป การอนุมัติ งบ 69 อย่างฉลุยในสภาผู้แทนราษฎรถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเสริมเสถียรภาพในการบริหารประเทศ พร้อมวางรากฐานสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในปีงบประมาณใหม่

หากคุณเป็นผู้สนใจเรื่องงบประมาณและนโยบายภาครัฐ อย่าลืมติดตามการพิจารณาในวุฒิสภา ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนบางประเด็นตามข้อเสนอแนะของวุฒิสภาอีกเช่นกัน

ที่มา – งบ 69 ฉลุยมติสภา 257ต่อ 240 เห็นชอบวาระ2-3

สาวพนักงานถูกแทงกว่า 10 แผล พบศพในป่า ตร.เร่งไล่ล่าผู้กระทำ

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ศูนย์วิทยุ 191 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีศพหญิงลอยอยู่ในน้ำ ณ บริเวณบ้านทนง-โคกปลัด ตำบลนอกเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เหตุการณ์นี้เป็นประเด็นร้อนที่ว่าด้วยเรื่อง สาวพนักงานถูกแทงกว่า 10 แผล พบศพในป่า ทำให้ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ต่างพากันเข้าไปติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด

เจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.ท.คมสันต์ กองโฮม รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ร่วมกับแพทย์นิติเวช และหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด บริเวณที่เกิดเหตุเป็นทุ่งหญ้ากว้างขวาง มีน้ำขังลึก พบศพ สาวพนักงานถูกแทงกว่า 10 แผล นอนหงายหน้าจมน้ำ ห่างจากถนนประมาณ 30 เมตร มีบาดแผลขนาดใหญ่บนต้นคอ ปาก และหน้าอก หลายจุด โดยเบื้องต้นตำรวจคาดว่าเธอเสียชีวิตมาแล้วอย่างน้อย 2 วัน

สาวพนักงานถูกแทงกว่า 10 แผล พบศพในป่า

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ และดำเนินการค้นหาโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต ด้วยความร่วมมือของหน่วยกู้ภัย ล่าช้าเพียงไม่กี่ชั่วโมง ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของเหยื่อได้ เพื่อนคนนี้บอกว่าพวกเขางานเดียวกัน และนำตัวชายอายุประมาณ 40 กว่าปีมานำส่งพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองสุรินทร์

หญิงสาวถูกแทงเสียชีวิตในป่าหญ้า

ขณะนี้ผู้ต้องสงสัยให้การปฏิเสธการเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ สาวพนักงานถูกแทงกว่า 10 แผล อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงรวบรวมพยานหลักฐานหลากหลายรูปแบบเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง ทีมงานแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลสุรินทร์ยังคงดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเหยื่อ

เหตุการณ์นี้ตอกย้ำปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิง ท่ามกลางสังคมที่ยังไม่สามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ ความรุนแรงภายในความสัมพันธ์ หรือเหตุจากบุคคลใกล้ชิดนั้นเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ความปลอดภัยของผู้หญิงไม่เพียงขึ้นอยู่กับการป้องกันของแต่ละคน แต่จำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนจากระบบสังคม กฎหมาย และความตระหนักของคนทั่วไปร่วมด้วย

หากคุณรู้จักเหยื่อ หรือมีข้อมูลเพิ่มเติมที่สามารถช่วยคลี่คลายคดีนี้ กรุณาประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที การเปิดเผยความจริงอาจทำให้สังคมปลอดภัยขึ้นในวันพรุ่งนี้

ที่มา – สาวพนักงานบริษัทถูกแทงกว่า 10 แผล หมกศพในป่าหญ้า ตร.เร่งล่ามือสังหารคลี่ปมตาย

วุ่นกลางดึก! กดโหวตคะแนนไม่ขึ้น ‘สส.เพื่อไทย’ขอบันทึก

เมื่อเร็วๆ นี้สภาผู้แทนราษฎรได้เกิดเหตุการณ์ที่น่าจับตามอง ระหว่างการประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางการลงมติงบประมาณรายจ่าย ซึ่งเกิดความปั่นป่วนเมื่อมี ‘สส.เพื่อไทย’ หลายคนออกมาแจ้งว่าได้กดลงมติแล้วแต่คะแนนไม่ขึ้น ทำให้เกิดการร้องขอให้บันทึกการลงคะแนนเสียงไว้เพื่อใช้เป็นหลักฐาน

วุ่นกลางดึก! กดโหวตคะแนนไม่ขึ้น ‘สส.เพื่อไทย’ขอบันทึก

ในช่วงเวลาประมาณ 21.45 น. นางฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นกล่าวว่า มาตรา 32 ตนได้กดเห็นด้วยแต่ระบบคะแนนไม่ขึ้น จึงแสดงความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบการลงคะแนนในสภาผู้แทนราษฎร เพราะไม่เพียงตนเท่านั้น แต่มีหลายคนที่พบปัญหาเช่นเดียวกัน ทำให้เธอขอให้บันทึกการลงมติไว้เพื่อความถูกต้อง

ต่อมา สส.เพื่อไทยอีกหลายท่านได้ลุกขึ้นยืนยันว่าตนเองได้ลงคะแนนจริง แต่ผลโหวตในระบบไม่แสดงผล จึงร่วมกันขอบันทึกการลงมติเพื่อถือเป็นหลักฐานในการประชุมครั้งนี้

ฝ่ายค้านลุกสวนตอบโต้

ท่ามกลางความเคลื่อนไหวดังกล่าว ‘ฝ่ายค้าน’ โดยนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็ได้แสดงความเห็นว่าระบบที่มีการบันทึกว่าใครอยู่หรือไม่อยู่นั้นไม่สามารถเป็นหลักฐานได้ว่าสมาชิกนั้นอยู่จริง ทำให้ต้องมีการตรวจสอบย้อนกลับในระบบเพื่อยืนยัน

อย่างไรก็ตาม นางฐิติมา ได้ออกมาโต้ตอบว่าการพูดในลักษณะดังกล่าวไม่ค่อยเหมาะสม และควรจะมีความเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้นในเรื่องการบันทึกข้อมูล โดยจำเป็นต้องมีการตรวจสอบระบบอย่างจริงจัง เพราะในการทำงานร่วมกันควรคำนึงถึงความโปร่งใสและความถูกต้องเป็นสำคัญ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม ได้กล่าวว่า ระบบอาจมีข้อผิดพลาด และเข้าใจในความต้องการของสมาชิกทุกฝ่ายในการบันทึกข้อมูลไว้เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา และยืนยันความถูกต้องในผลการลงมติครั้งนี้

หลังจากนั้น ที่ประชุมได้ผ่านเข้าสู่การพิจารณา มาตรา 38 ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบุคลากรภาครัฐ โดยมีการถกเถียงและถกต่อเนื่องทั้งจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เรื่องความถูกต้องตามข้อบังคับในการลงมติ และอาจส่งผลต่อการปรับลดงบประมาณในบางประเด็น

การประชุมยังดำเนินต่อไปในความตึงเครียด จนสุดท้ายคณะกรรมการได้มีมติเสียงข้างมากมอบอำนาจให้กรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาต่อ เพื่อให้สามารถดำเนินการพิจารณางบประมาณได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนมาตราที่ 39 ซึ่งเกี่ยวข้องกับทุนหมุนเวียน ก็จะพิจารณาต่อในลำดับถัดไป

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและอุปสรรคของระบบงานสภาผู้แทนราษฎรที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หากไม่ได้มีการปรับปรุงและตรวจสอบระบบให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การแสดงความคิดเห็นของประชาชนผ่านตัวแทนต้องมีความน่าเชื่อถือและโปร่งใส 100%

หากคุณเป็นผู้ติดตามการเมืองไทย ขอให้จับตาเหตุการณ์ในสภา ติดตามการลงมติ และการบันทึกผลคะแนนอย่างใกล้ชิด เพราะทุกเสียงของ สส.มีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศ

ที่มา – วุ่นกลางดึก! กดโหวตคะแนนไม่ขึ้น ‘สส.เพื่อไทย’ขอบันทึก ‘ฝ่ายค้าน’ลุกสวนทำของขึ้น

รอมฎอน เสนอ ตัดงบแผนบูรณาการชายแดนใต้ 1,400 ล้านบาท

ล่าสุด นายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้ออกมาแสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับ แผนบูรณาการชายแดนใต้ งบประมาณปี 2569 ที่ถูกตัดเหลือเพียง 1,400 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีมูลค่าลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีวงเงินถึง 5,000 ล้านบาท

รอมฎอน เสนอ ตัดงบแผนบูรณาการชายแดนใต้ 1,400 ล้านบาท

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 11 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายรอมฎอน ได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ แผนบูรณาการชายแดนใต้ ที่มีการจัดสรรงบประมาณน้อยลงมากในปีงบประมาณนี้ โดยระบุว่า ปัจจุบันแผนดังกล่าวมีวงเงินเพียง 1,400 ล้านบาท ในขณะที่ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2560 แผนบูรณาการเคยได้รับงบประมาณสูงสุดถึง 12,000 ล้านบาท แต่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ท่านนายกฯ พรรคประชาชน มองว่าหากเปรียบเทียบกับรายจ่ายทั้งหมดของประเทศในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งมีวงเงินรวมกว่า 28,000 ล้านบาท การให้งบ แผนบูรณาการชายแดนใต้ เพียง 1,400 ล้านบาท ไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหน่วยงานสำคัญ เช่น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไม่ได้ถูกรวมอยู่ในแผนงานดังกล่าวเลย

เน้นย้ำถึงบทบาทของหน่วยงานหลัก

นายรอมฎอน กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาทางภาคใต้ในปัจจุบันยังคงอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ การยุติกระบวนการสันติภาพและการลดบทบาทของหน่วยงานทหารและด้านความมั่นคง ในขณะเดียวกันก็พยายามให้หน่วยงานพลเรือนเข้ามาดูแลมากขึ้น แต่กลับไม่มีการวางแผนให้หน่วยงานหลักได้ร่วมมือกันอย่างแท้จริง

  • งบประมาณที่ลดลงมากจาก 5,000 ล้านบาท เหลือ 1,400 ล้านบาท
  • ไม่มีหน่วยงานสำคัญ เช่น กอ.รมน. และ สมช. เข้าร่วม
  • สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพ

ดังนั้น ท่านจึงให้ความเห็นว่า หากจะตัดงบประมาณจริง ๆ ควรตัดทั้งหมดออก เพื่อให้งบประมาณในส่วนนี้ถูกรบวงใหม่ วิธีการทำงานจะได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม สำหรับผู้ที่ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ การติดตามการจัดสรรงบประมาณและการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือเป็นเรื่องที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง

หากคุณต้องการติดตามข่าวสารและแนวทางนโยบายที่มีผลต่อภูมิภาคใต้ต่อไป อย่าลืมกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุดอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – ‘รอมฎอน’แนะ ตัดงบแผนบูรณาการชายแดนใต้ 1,400 ล้าน วางทิศทางทำงานใหม่

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สร้างโอกาสทางอาชีพให้ชาวโคราช

เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายโอกาสให้กับชาวจังหวัดนครราชสีมา ผ่านโครงการส่งเสริมอาชีพที่มุ่งเน้นความเท่าเทียมและการพึ่งพาตนเอง โดยมีนายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก พร้อมด้วยคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่มูลนิธิ เดินทางไปยังพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ที่มีความจำเป็นและมีศักยภาพในการประกอบอาชีพ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สร้างโอกาสทางอาชีพให้ชาวโคราช

กิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว และผู้มีความหลากหลายทางเพศที่มีความรู้ความสามารถแต่ขาดแคลนทรัพยากรในการประกอบอาชีพ โดยมอบอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการทำงาน รวมถึงรถเข็นวีลแชร์ให้กับผู้พิการอีกด้วย โครงการครั้งนี้เป็นการสนับสนุนในเชิงรุก เพื่อสร้างรายได้และนำไปสู่ชีวิตที่มั่นคงแก่ผู้รับประโยชน์จำนวน 22 คน โดยมีมูลค่าอุปกรณ์รวมทั้งสิ้น 436,010 บาท พร้อมด้วยรถเข็นวีลแชร์จำนวน 15 คัน คิดเป็นมูลค่า 45,000 บาท

การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพอย่างทั่วถึง

นอกจากการสนับสนุนด้านอาชีพ ทางมูลนิธิยังได้จัด หน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ซึ่งประกอบด้วยแพทย์อาสา ทีมกู้ชีพ และอาสาสมัคร เพื่อให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนอย่างครอบคลุม ซึ่งรวมถึงการตรวจรักษาโรคทั่วไป คัดกรองเบาหวาน เจาะเลือด แจกแว่นตา ตัดผม และบริการทันตกรรม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข

รายงานจากนางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ ระบุว่าโครงการ “ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว” ดำเนินการร่วมกับ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว ทั่วประเทศ รวมทั้งหมด 12 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ เช่น ชลบุรี สงขลา ขอนแก่น และนครราชสีมา ซึ่งผู้เข้าร่วมต้องผ่านการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพทางอาชีพก่อนที่จะได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิ

  • การสร้างอาชีพให้ผู้มีความต้องการจริง
  • การลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม
  • การส่งเสริมการมีงานทำอย่างยั่งยืน
  • การให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ชุมชน

ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งรัฐและภาคีเครือข่าย ได้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงการเพื่อสร้างความยั่งยืนแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป้าหมายหลักของ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สร้างโอกาสทางอาชีพให้ชาวโคราช คือการกระตุ้นให้เกิดรายได้ที่มั่นคง ช่วยให้แต่ละครอบครัวสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและลดการพึ่งพาภาครัฐ

การดำเนินงานเช่นนี้คือการลงทุนในอนาคตของสังคมไทย และเป็นแนวทางหนึ่งที่เราควรศึกษาและสร้างแบบอย่างให้กับโครงการช่วยเหลือในพื้นที่ต่างๆ ต่อไป

ที่มา – ‘ป่อเต็กตึ๊ง’ ขยายโอกาส สร้างอาชีพสร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวนครราชสีมา

‘ธัญธร’พรรคประชาชนฉะ’สตง.’ตึกพันล้านถล่มยังไร้คำอธิบายแต่จะของบสร้างเพิ่ม 10 จังหวัด 750 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายธัญธร ธนินวัฒนาธร สส.กทม. พรรคประชาชน ได้อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยขอปรับลดงบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานองค์กรอิสระและองค์กรอัยการ 7 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการตั้งงบประมาณโดยไม่มีความชัดเจน

‘ธัญธร’พรรคประชาชนฉะ’สตง.’ตึกพันล้านถล่มยังไร้คำอธิบายแต่จะของบสร้างเพิ่ม 10 จังหวัด 750 ล้านบาท

ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก คือ อาคารสำนักงานคณะกรรมการติดตามและประเมินงาน (สตง.) มูลค่ากว่า 2,136 ล้านบาท ที่พังถล่มลงมาในเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งจนถึงปัจจุบันยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่กลับมีการตั้งวงเงินผูกพันเพื่อสร้างอาคารใหม่ในอีก 10 จังหวัด รวมวงเงิน 750 ล้านบาท

คำถามจาก ‘ธัญธร’เกี่ยวกับความโปร่งใส

นายธัญธรกล่าวว่า การขอนำเสนอของบประมาณเพื่อสร้างอาคารใหม่ในจังหวัดต่างๆ โดยไม่มีเอกสารประกอบ เช่น BOQ หรือรายละเอียดโครงการใดๆ เลย ส่งผลให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อประชาชนเกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณภาครัฐ โชคดีที่ในคณะกรรมการมีมติให้ตัดงบประมาณทั้ง 10 รายการออกไปทั้งหมด

เขาได้กล่าวอีกว่า โครงการแบบนี้ไม่ควรได้รับการสนับสนุน เพราะขัดแย้งกับแนวทางการปรับโครงสร้างราชการให้กระชับและมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเช่าสำนักงานจากเอกชนในท้องถิ่นจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ไปในตัว

  • ไม่มีการอธิบายเหตุผล ที่แท้จริงของการก่อสร้างใหม่
  • เอกสารประกอบไม่เพียงพอ เพื่อให้เห็นความโปร่งใส
  • สูตรสำเร็จแบบ ‘ก่อสร้างก่อน อธิบายทีหลัง’ ยังไม่เปลี่ยนแปลง

“อาคารเก่ามูลค่าพันกว่าล้านยังถล่มลงมาไม่ทันไร คราวนี้จะตั้งงบก่อสร้างใหม่อีกสิบแห่ง รวมกันหลายร้อยล้าน แต่ไม่มีเอกสาร ไม่มีรายละเอียด ไม่มีคำตอบใด ๆ จะให้เชื่อได้ยังไงครับ ว่าครั้งนี้จะไม่ซ้ำรอยเดิม” นายธัญธรกล่าวในที่ประชุม

จากกรณีนี้แสดงให้เห็นว่า ยังมีโครงการอีกหลายหน่วยงานที่ขยายตัวไปยังภูมิภาค โดยใช้งบประมาณจำนวนมากโดยไม่มีการตรวจสอบความจำเป็นอย่างจริงจัง ประชาชนจึงควรติดตามและเรียกร้องความโปร่งใสในการใช้งบประมาณภาครัฐต่อไป

ที่มา – ‘ธัญธร’พรรคประชาชนฉะ’สตง.’ตึกพันล้านถล่มยังไร้คำอธิบายแต่จะของบสร้างเพิ่ม 10 จังหวัด 750 ล้านบาท

ICS Lifestyle Complex อัดแคมเปญสุดพิเศษกระตุ้นนักช้อป

บริษัท ไอซีเอส จำกัด ผู้ให้บริการโครงการ ICS Lifestyle Complex ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามไอคอนสยาม ในย่านฝั่งธนบุรี เปิดเผยว่า หลังจากการเปิดให้บริการช่วงที่ผ่านมา โครงการได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ด้วยการออกแบบในรูปแบบมิกซ์ยูสที่ครอบคลุมทั้งธุรกิจรีเทล โรงแรม และสำนักงานออฟฟิศ

ICS Lifestyle Complex อัดแคมเปญสุดพิเศษกระตุ้นนักช้อป

ด้วยความพร้อมในด้านทำเลที่เชื่อมต่อกับหลายพื้นที่สำคัญของเมือง รวมถึงการร่วมมือกับธุรกิจชั้นนำอย่าง Lotus’s Privé ซึ่งเป็นสาขาแรกที่ตั้งอยู่ใน ICS Lifestyle Complex บนพื้นที่ถึง 2,900 ตารางเมตร ทำให้โครงการสามารถขับเคลื่อนการใช้ชีวิตของลูกค้าให้สะดวกสบายและครบครันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนย่านคลองสานและฝั่งธนบุรีที่ต้องการความพร้อมในทุกด้าน

สัมผัสประสบการณ์เดียวๆ ในทุกไลฟ์สไตล์

นอกจากนี้ ICS Lifestyle Complex ยังเน้นความหลากหลายของร้านค้าทั้งในด้านอาหาร สินค้าไอที แฟชั่น เครื่องสำอาง และสุขภาพ ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของทุกเพศ ทุกวัย และทุกรูปแบบไลฟ์สไตล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังสนับสนุนไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ระดับพรีเมียม ที่พร้อมมอบความสะดวกสบาย และความพิเศษสำหรับทุกวันของคุณ

  • ร้านอาหารและคาเฟ่หลากหลายสไตล์
  • สินค้าไอที แฟชั่น และผลิตภัณฑ์สุขภาพ
  • บริการของโรงแรมพรีเมียม และพื้นที่ออฟฟิศระดับโลก
  • โปรโมชั่นและกิจกรรมสุดพิเศษตลอดปี

ล่าสุด โครงการได้อัดแคมเปญ ICS UNLOCK THE EXCLUSIVE DEALS ระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2568 เพื่อมอบดีลสุดคุ้ม ของรางวัล และประสบการณ์รวยรื่นให้กับนักช้อป โดยเฉพาะกิจกรรมไฮไลท์ “EXCLUSIVE DINNER WITH POOH-PAVEL” ที่เปิดโอกาสให้สมาชิก ONE Siam ได้ใกล้ชิดกับพระเอกสาวางจากซีรีส์ฮิต Pit Babe The Series ในบรรยากาศครบทุกอารมณ์ ทั้งความอร่อย พิเศษ และความสนุกแบบใกล้ชิดสุดๆ!

บรรยากาศในงานเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มเมื่อ พูห์–กฤติน และ พาเวล–นเรศ ขึ้นเสิร์ฟอาหารด้วยตัวเองถึงโต๊ะ ทำให้ BabeHooPers ได้มีโอกาสเก็บภาพคู่และแชร์ช่วงเวลาดีๆ กับคู่จิ้นสุดฮอตแบบใกล้ชิด ที่ร้าน Katei Shabu ชั้น 4 ของโครงการ ICS Lifestyle Complex ที่ว่ากันว่า อิ่มทั้งท้องและหัวใจ!

มาช้อปที่ ICS Lifestyle Complex และเตรียมรับประสบการณ์สุดพิเศษที่รอคุณอยู่!

ที่มา – ICS Lifestyle Complex อัดแคมเปญสุดพิเศษกระตุ้นนักช้อป