ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เช็กคู่ต่อสู้ทีมไทยในศึกเอเชีย ‘บุรีรัมย์’ ได้ล้างตา ‘ยะโฮร์’

สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) ได้จัดการจับสลากการแข่งขันฟุตบอลสโมสรเอเชีย ทั้งในรายการถ้วยใหญ่และถ้วยเล็ก ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับแฟนบอลชาวไทย โดยเฉพาะที่ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้โอกาสได้ล้างตาคู่แข่งระดับเอเชียอีกครั้ง

เช็กคู่ต่อสู้ทีมไทยในศึกเอเชีย ‘บุรีรัมย์’ ได้ล้างตา ‘ยะโฮร์’

ในรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีลิต 2025-26 ที่ผ่านมา “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” ได้ลุ้นเข้าสู่รอบสุดท้ายหลังจากเคยเผชิญหน้ากับทีมระดับท็อปของเอเชีย ตอนนี้สโมสรจากจังหวัดบุรีรัมย์กลับมาอีกครั้งด้วยการได้เจอกับ ยะโฮร์ ดารุล ทักซิม อีกครั้ง ซึ่งเป็นทีมที่เคยบุกมาถล่มสนามในประเทศไทยเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ในฤดูกาลใหม่ แฟนบอลมั่นใจว่าทีมของพวกเขาจะกลับมาล้างตาให้ได้

คิวต่อสู้ทั้งในบ้านและนอกบ้าน

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้จัดคิวการแข่งขันประจำฤดูกาลใหม่ในสนามเหย้า โดยจะได้พบกับทีมระดับหัวแถวเอเชีย ดังนี้

  • เกมเหย้า เซี่ยงไฮ้ พอร์ท (จีน), ยะโฮร์ ดารุล ทักซิม (มาเลเซีย), เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว (จีน), คังวอน (เกาหลีใต้)
  • เกมเยือน อุลซาน เอชดี (เกาหลีใต้), เมลเบิร์น ซิตี้ (ออสเตรเลีย), เอฟซี โซล (เกาหลีใต้), เฉิงตู หรงเฉิง (จีน)

หนึ่งในคู่แข่งที่ถือว่าน่าจับตามองคือ ยะโฮร์ ดารุล ทักซิม ทีมดังจากมาเลเซียที่มีรายชื่อนักเตะระดับเอเชียรุ่นใหญ่ ซึ่งการได้เจอกันอีกในสนามบุรีรัมย์ ช่วยเติมเต็มความร้อนแรงนักเตะและแฟนบอลได้เป็นอย่างดี

ส่วนในรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ทู ซึ่งเป็นรายการถ้วยเล็กนั้น ทีมไทยก็มีชื่ออยู่ในตารางแบ่งกลุ่ม โดยสามารถเช็กคู่ต่อสู้ทีมไทยในศึกเอเชียในแต่ละกลุ่มได้ดังนี้:

  • กลุ่ม F: ราชบุรี มิตรผล เอฟซี, กัมบะ โอซากา (ญี่ปุ่น), นัม ดินห์ (เวียดนาม), อีสเทิร์น (ฮ่องกง)
  • กลุ่ม G: ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด, เซลังงอร์ (มาเลเซีย), ไลออน ซิตี้ เซเลอร์ส (สิงคโปร์), เปอร์ซิบ บันดุง (อินโดนีเซีย)
  • กลุ่ม H: บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, โปฮัง สตีลเลอร์ส (เกาหลีใต้), คายา (ฟิลิปปินส์), แทมปิเนส (สิงคโปร์)

จากตารางดังกล่าว จะเห็นได้ว่าเหล่าทีมไทยมีศัตรูคู่แข่งหลากหลายสัญชาติ ทำให้การลุ้นผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของทุกทีมเป็นเรื่องยาก แต่ก็เป็นโอกาสอันดีในการปะทะกับทีมนักเตะที่มีคุณภาพ ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์สำคัญสำหรับการพัฒนาฟุตบอลไทยในระดับเอเชีย

ทั้งนี้แฟนบอลไทยควรให้กำลังใจเต็มที่กับเหล่าทีมไทย ไม่ว่าจะเป็น “สโมสรเมืองยาง” ราชบุรี, “สุภาพบุรุษสีฟ้า” ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด, หรือ “เดอะบรอนซ์” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เพื่อหวังให้ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายและคว้าแชมป์กลับมาได้

เช็กคู่ต่อสู้ทีมไทยในศึกเอเชีย ‘บุรีรัมย์’ ได้ล้างตา ‘ยะโฮร์’ อยู่ท่ามกลางคู่แข่งที่ท้าทาย แต่ก็เป็นโอกาสทองในการพิสูจน์实力 ในเวทีที่ใหญ่ที่สุดของสโมสรเอเชีย อย่าลืมติดตามเกมการแข่งขัน และเชียร์ทีมไทยให้เต็มสูบ!

ที่มา – เช็กคู่ต่อสู้ทีมไทยในศึกเอเชีย ‘บุรีรัมย์’ ได้ล้างตา ‘ยะโฮร์’

ชาวบ้านเสียใจพลทหารยิงตัวดับหลังยิงวัยรุ่น

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม เหตุการณ์เศร้าประทับใจเกิดขึ้นในเขตอำเภอแกบเชิง เมื่อ พลทหารรัฐภูมิ เทพศิริ ซึ่งสังกัดกองร้อยทหารราบที่ 1623 ก่อเหตุยิงวัยรุ่น 2 คนจนได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นไม่นานพลทหารรายนี้ได้ยิงตัวเองเสียชีวิตในป่าใกล้บ้าน ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 120 เมตร

ชาวบ้านเสียใจพลทหารยิงตัวดับหลังยิงวัยรุ่น

ชาวบ้านบางรายเปิดเผยว่า วัยรุ่นทั้งสองมักมีพฤติกรรมดื่มสุราที่บ้านประจำ ซึ่งวันเกิดเหตุได้เริ่มดื่มตั้งแต่ช่วงบ่าย และยังมีการทะเลาะเบาะแว้งก่อนที่จะกลายเป็นเหตุยิงกันในเวลาต่อมา คาดว่าพลทหารที่เข้าไปตักเตือนอาจมีความเครียดสะสมและถูกยั่วยุจนกระทบจิตใจ

ความคิดเห็นจากชาวบ้านและเหตุการณ์ก่อนหน้า

ผู้หญิงชาวบ้านรายหนึ่งเล่าว่า พลทหารรัฐภูมิเคยผ่านการรบในพื้นที่ปราสาทตาควาย และมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือเพื่อนทหารและผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่ เธอบอกว่า การสูญเสียในครั้งนี้ทำให้ชุมชนรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง

ขณะที่เพจรหัส “เจ้มอย” ได้เผยคลิปและข้อความว่า ก่อนเกิดเหตุ พลทหารได้เคยเตือนวัยรุ่นให้เลิกดื่มเพราะกระทบการปฏิบัติหน้าที่ แต่วัยรุ่นกลับใช้ถ้อยคำดูหมิ่น เช่น การพูดว่า “ไปรบกับกัมพูชาไม่ชนะ” ถ้อยคำเหล่านี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง

  • พลทหารเหยียบทุ่นระเบิด
  • การดื่มสุราและถ้อยคำหยาบคาย
  • ความเครียดและความกดดันจากหน้าที่
  • การเตือนแต่ไม่ได้รับการยอมรับ

ทั้งนี้ ญาติของพลทหารยืนยันว่าเขาเป็นคนใจดี กล้าหาญ และมีประสบการณ์การปฏิบัติหน้าที่ในสนามรบ แต่กลับต้องพบจุดจบในลักษณะที่น่าเศร้าอย่างครั้งนี้

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะเทือนชุมชน แต่ยังเป็นบทเรียนลึกซึ้งเกี่ยวกับความเข้าใจและการเคารพหน้าที่ของทหาร ที่ควรได้รับการสนับสนุนจากสังคมมากกว่าการดูถูกหรือเย้วยกัน

หากคุณเป็นทหารหรือกำลังวางแผนจะเป็นทหาร มืออาชีพควรให้ความสำคัญกับจิตใจและสุขภาพจิต เพราะภาระหน้าที่อาจมากกว่าที่วัยรุ่นเข้าใจ

ที่มา – ชาวบ้านเสียใจพลทหารยิงตัวดับหลังยิงวัยรุ่น ชี้ผู้ตายโดนคนเจ็บถากถาง “รบเขมรไม่ชนะ”

‘ราชบุรี’ 10 คนไล่ตีเสมอ ‘พลังกาญจน์’ แมตช์เปิดไทยลีก

ศึกฟุตบอล ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2025 นัดเปิดสนาม เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ปี 2025 ที่ ราชบุรี สเตเดียม พบกับการแข่งขันที่น่าติดตาม เมื่อ ราชบุรี เอฟซี ทีมผู้มาแรงจากฤดูกาลที่แล้ว เล่นกับ พลังกาญจน์ เอฟซี ทีมน้องใหม่ของลีกในฤดูกาลนี้ ผลปรากฏว่า ราชันมังกร แม้เหลือผู้เล่นเพียง 10 คน แต่สามารถตีเสมอได้สำเร็จ เกมนี้จบลงด้วยสกอร์ 1-1

‘ราชบุรี’ 10 คนไล่ตีเสมอ ‘พลังกาญจน์’ แมตช์เปิดไทยลีก

การแข่งขันในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ พลังกาญจน์ เอฟซี ในเวที ไทยลีก 1 ฤดูกาลใหม่ ด้าน ราชบุรี เอฟซี ที่มีผลงานโดดเด่นมากในฤดูกาลที่ผ่านมา กลับเปิดฉากได้ไม่สวย เมื่อต้องมาเสียผู้เล่นตั้งแต่ครึ่งแรก นาทีที่ 44 ออสมาน ดาดูน ได้รับใบแดงไล่ออกจากสนาม ส่งผลให้ราชันมังกรต้องเล่นด้วยผู้เล่นแค่ 10 คน

สกอร์แรกของพลังกาญจน์ เปิดฉากได้ดี

แม้จะมีข่าวดราม่าในช่วงครึ่งแรก แต่การเริ่มต้นก็เป็นไปทาง พลังกาญจน์ เอฟซี ที่บุกขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 18 จากลูกจุดโทษที่ทำชิคได้โดย โมฮาเหม็ด มารา ฟอร์มของนักเตะชุดนี้ดูแข็งแกร่งและจัดเต็ม แม้จะเพิ่งขึ้นแท่นในลีกสูงสุดก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ราชบุรี เอฟซี กลับไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แม้จะอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบ ทั้งจากการได้ผู้เล่นน้อยลง แต่ในครึ่งหลังพวกเขาสามารถปรับเกมได้ดี มีการส่ง กาเบรียล มูตอมโบ เข้ามาเพิ่มความมืดเกมรุก และผลลัพธ์ก็ตามมาในนาทีที่ 57 เมื่อมูตอมโบตวัดการยิงขึ้นเสาไม่พลาด ช่วยให้ทีม ‘ราชบุรี’ 10 คน ตีเสมอได้สำเร็จ โดยจบเกมสกอร์ยังคงอยู่ที่ 1-1

  • โมฮาเหม็ด มารา เปิดประตูแรกให้ พลังกาญจน์
  • กาเบรียล มูตอมโบ ช่วยให้ ราชบุรี เอฟซี ตีเสมอ
  • ส่ง แอนดรอส ทาวน์เซนด์ อดีตทีมชาติอังกฤษลงสนามในครึ่งหลัง

แม้ ‘ราชบุรี’ 10 คนไล่ตีเสมอ ‘พลังกาญจน์’ แมตช์เปิดไทยลีก จะยังไม่ได้ชนะ แต่ถือเป็นเกมที่น่าประทับใจไม่น้อยสำหรับทั้งสองทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับทีมราชันมังกรที่สามารถคืนฟอร์มอย่างน่าทึ่งแม้จะต้องเล่นด้วยผู้เล่นน้อยกว่า นัดนี้แน่นอนว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความสนุกที่เต็มอิ่มสำหรับเพื่อนๆ แฟนบอล ไทยลีก ในฤดูกาลใหม่ ซึ่งเชื่อได้ว่าจะมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

อย่าลืมพิสูจน์ศักศรัทธาในฐานะแฟนฟุตบอลไทยลีก 1 ติดตามทุกข่าวสารทั้งภาพและคลิปความเคลื่อนไหวในแวดวงฟุตบอลบ้านเราอย่างใกล้ชิด เพราะมันจะเป็นฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความ-awesome อย่างแท้จริง!

ที่มา – ‘ราชบุรี’ 10 คนไล่ตีเสมอ ‘พลังกาญจน์’ แมตช์เปิดไทยลีก

สาวเคยลืมผ้าอนามัยสอดไว้นานเป็นเดือน กลิ่นเหมือนหนูตาย

ประสบการณ์ที่ใครหลายคนอาจรู้สึกอับอาย แต่ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่สาววัย 24 ปีอย่าง ซาวันนาห์ มิลเลอร์ ได้เปิดเผยออกมาผ่านโพสต์บนติ๊กต็อก โดยเล่าถึงช่วงเวลาที่เธอเคยลืมผ้าอนามัยแบบสอดไว้ในตัวนานถึงหนึ่งเดือนเต็ม เรื่องที่ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่กลับอาจส่งผลร้ายถึงขั้นเสี่ยงต่อชีวิตได้

สาวเคยลืมผ้าอนามัยสอดไว้นานเป็นเดือน กลิ่นเหมือนหนูตาย

ซาวันนาห์เล่าให้ฟังว่า เมื่อสองปีก่อน เธอเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยและกำลังใกล้หมดรอบประจำเดือน จึงใส่ผ้าอนามัยแบบสอดเพื่อความสะดวกในการออกไปเที่ยว ก่อนจะลืมเอาไว้ในช่องคลอดอย่างถาวร เพราะไม่มีเลือดไหลออกและสายเชือกดึงผ้าอนามัยก็หายไปจากภายนอก

ต่อมา เธอเริ่มมีอาการผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกไม่สบายตัว คัน และมีกลิ่นเหม็นที่แรงจนน่าตกใจ โดยเธอใช้คำว่า “กลิ่นเหมือนหนูตายอยู่ข้างในตัว” ซึ่งสร้างความกังวลจนทำให้เธอไม่มั่นใจเวลาออกไปพบคน

อาการผิดปกติที่กลายเป็นความกังวล

ด้วยความเข้าใจผิดว่าเป็นกลิ่นตกค้างจากเลือดประจำเดือน เธอยังคงใช้ผ้าอนามัยแบบสอดใหม่อยู่เรื่อยๆ ทว่าการใส่อันใหม่ซ้ำๆ กลับทำให้อันเก่าถูกดันลงไปลึกขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้มองไม่เห็นเข้าไปอีก ทำให้การตัดสินใจไปพบแพทย์เป็นสิ่งที่ควรทำ

พอไปพบแพทย์หลายครั้ง ทั้งคลินิกในมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาล แต่ได้รับผลตรวจปกติ ไม่มีสิ่งผิดปกติในปัสสาวะหรือในเลือด ทำให้เธอเริ่มสงสัยว่าสาเหตุจริงอาจจะแฝงไว้ในเชิงลึกมากกว่าที่คิด

ในครั้งที่สามที่ไปพบแพทย์ คนไข้พบเศษสำลีแปลกปลอมอยู่ในตัวอย่าง เลยถามเธอว่าอาจจะลืมผ้าอนามัยแบบสอดไว้หรือไม่ และเมื่อตรวจจริง ก็พบว่าผ้าอนามัยอันที่ลืมไว้ซ่อนอยู่ในช่องคลอดในตำแหน่งลึกจนเกือบจะแตะปากมดลูก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ยากมากในการ nhìnหรือสัมผัสด้วยตนเอง

แพทย์ได้ออกมามอบวิธีจัดการอย่างถูกต้องโดยนำผ้าอนามัยออกอย่างปลอดภัย ทำให้ซาวันนาห์ได้เล่าให้ฟังด้วยอารมณ์ขันว่า “หมอถึงกับต้องเอามันออกจาก ‘รังไข่’ ของฉันเลยจ้า”

กล้ามือ เสี่ยง TSS หากลืมผ้าอนามัยไว้นานเกิน

โดยโชคดีที่เธอไม่เกิดอาการ “ท็อกซิกช็อกซินโดรม” หรือ TSS ซึ่งเป็นภาวะติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรียสตรีปโตคอกคัส หรือสเตรปโทคอกคัส ปล่อยสารพิษที่ส่งผลร้ายถึงระบบอวัยวะภายใน มีโอกาสสูงถึงขั้นเสียชีวิตได้หากปล่อยไว้นาน

อาการของ TSS เริ่มต้นด้วยไข้สูงเฉียบพลัน เจ็บศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย และมีผื่นคล้ายผิวไหม้ นับเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

  • ไข้สูงเฉียบพลัน
  • ปวดศีรษะและอาเจียน
  • ผื่นที่ผิวหนังเหมือนโดนแดดลวก
  • ความดันโลหิตต่ำจนสลบ

จากเรื่องราวที่น่าตกใจ ซาวันนาห์ไม่เพียงต้องการแชร์เพื่อ “เสียดสี” ตัวเองเท่านั้น แต่ร่วมกับความหวังว่าจะเป็นแรงเตือนใจสาวๆ ทั้งหลายให้ตระหนักถึงการไม่ลืมเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 4-8 ชั่วโมง และต้องสังเกตให้ดีเมื่อต้องใช้ผ้าอนามัยแบบสอด รวมถึงควรตั้งเตือนเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์แบบที่เธอเกิดขึ้น

ที่มา – สาวเผยประสบการณ์เคยลืมผ้าอนามัยแบบสอดไว้ในตัวนานเป็นเดือน ยอมรับ “กลิ่นเหมือนหนูตาย”

ถ่างตารอชม! อโมริมยันเชชโกพร้อมกระทุ้งตาข่ายปืนใหญ่

แฟนบอล “ปืนใหญ่” ถ่างตารอชมกันได้เลย เพราะรูเบน อโมริม ผู้จัดการทีม “ปืนใหญ่” ยูไนเต็ด เผยว่า เบนยามิน เชชโก หัวหอกทีมชาติสโลวีเนีย พร้อมลงเล่นในเกมเปิดฤดูกาลพบ อาร์เซนอล ซึ่งจะเตะกันในวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคมนี้

แม้ เชชโก จะเพิ่งย้ายมาจาก แอร์เบ ไลป์ซิก ด้วยค่าตัวสูงถึง 74 ล้านปอนด์ (ราว 3,256 ล้านบาท) และยังไม่เคยลงสนามให้กับทีมใหม่เลยแม้แต่นัดเดียว แต่อโมริมมั่นใจเต็มที่ว่าเขาอยู่ในสภาพร่างกายที่พร้อมมาก พร้อมจะสานต่อความหวังที่ไว้ใจให้เขาเป็นกองหน้าหลักของทีมในฤดูกาลใหม่

ถ่างตารอชม! อโมริมยันเชชโกพร้อมกระทุ้งตาข่ายปืนใหญ่

“เขาเหลือเวลาไม่มากนัก แต่สภาพร่างกายของเขาดีมาก และพร้อมเต็มร้อย เขาเป็นเด็กที่ฉลาด มีความคิดที่ชัดเจน และตั้งใจพัฒนาตัวเองเสมอ เขารอโอกาสอยู่แล้ว แค่เรื่องว่าจะได้ลงเป็นตัวจริงหรือเปล่าที่เรายังต้องพิจารณาต่อไป” สุภาษิตของ อโมริม เปิดเผยถึงความพร้อมอันเต็มเปี่ยมของ เชชโก

ศักยภาพระดับท็อป

“เขาเปี่ยมไปด้วยศักยภาพ เบนสามารถเล่นฟุตบอลให้เหมาะกับรูปแบบที่หลากหลาย มันอาจจะเป็นสิ่งใหม่สำหรับเขาในลีกที่มีความตื่นเต้นและการแข่งขันที่เข้มข้นอย่าง พรีเมียร์ลีก แต่ผมเชื่อว่า มันคือบททดสอบที่เขาคาดหวัง และพร้อมรับมือ” กุนซือวัยยังไม่ถึง 40 ปีกล่าวเสริม

อย่างไรก็ตาม อโมริม เผยว่า เชชโก ไม่ใช่เพียงแค่ความคาดหวังในฤดูกาลนี้เท่านั้น แต่ทีมมองเขาเป็นแผนการในระยะยาว ที่จะยืนระยะในแนวรุกของปืนใหญ่ได้อีกหลายปีข้างหน้า ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ทั้งในเชิงการตลาด การฝึกซ้อม และเงื่อนไขสัญญาที่พิเศษ

“เขาให้ความสำคัญกับเกมฟุตบอลเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่มาฝึกซ้อม เขามีสมาธิสูง ตั้งเป้าหมายชัดเจน และผมมั่นใจว่า ที่เขาอยู่ตรงนี้คือสิ่งที่ใช่ ไม่ต้องเสียเวลาบอกให้เขารู้ว่า “นี่คือManchester United” เพราะเขารู้ดี และเขาก็พร้อมมากแล้ว” อโมริมทิ้งท้าย

เมื่อพิจารณาจากข้อมูลทั้งหมด เชชโก ดูเหมือนจะเป็นคำตอบให้กับคำถาม “ใครจะเป็นคนยิงประตูให้ไทยปืนใหญ่ได้บ้าง” หลังจากที่ฤดูกาลที่แล้วฟอร์มของแนวรุกยังไม่ดีตามเป้า ความหวังนี้กำลังเดินทางมายังเขาอย่างเต็มเปี่ยม จากทั้งความดาวน์ และศักยภาพในวัยเพียง 22 ปี ทำให้หลายคนได้จับตาดูในเกมเปิดฤดูกาลกับอาร์เซนอลอย่างจับใจ

เตรียมตัวรอชม “ถ่างตารอชม!” กันได้เลย!

ที่มา – ถ่างตารอชม! “อโมริม” ยันเอง “เชชโก” พร้อมกระทุ้งตาข่าย “ปืนใหญ่”

สมาคมนักข่าวฯ จับมือกองทุนสื่อฯ เสริมศักยภาพสื่อมวลชนภูมิภาค

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดกิจกรรมอบรมหลักสูตร “นักข่าวภูมิภาค” ภายใต้โครงการเสริมสร้างทักษะการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ เพื่อการพัฒนาวิชาชีพและส่งเสริมจริยธรรมสื่อ ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร

สมาคมนักข่าวฯ จับมือกองทุนสื่อฯ เสริมศักยภาพสื่อมวลชนภูมิภาค

กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 17 สิงหาคม 2568 โดยมีสื่อมวลชนจากทั่วประเทศที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมจำนวน 32 คน โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ เสริมสร้างศักยภาพ และพัฒนาทักษะที่จำเป็นให้กับนักข่าวในส่วนภูมิภาค ให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของวงการสื่อสารมวลชนระดับภูมิภาคในยุคดิจิทัล

หลักสูตรออกแบบเฉพาะสำหรับนักข่าวภูมิภาค

การอบรมครั้งนี้ถูกออกแบบมาอย่างรอบด้าน โดยครอบคลุมหัวข้อที่จำเป็นต่อการทำงานของนักข่าวในปัจจุบัน เช่น การทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนในประเด็นท้องถิ่น เทคนิคการใช้ Data Journalism เพื่อข่าวที่ทรงพลัง กฎหมายและจริยธรรมสื่อ แนวปฏิบัติในการทำข่าวประเภทต่างๆ การผลิตเนื้อหาสำหรับโซเชียลมีเดีย และการทำข่าวด้วยมือถือ

นอกจากนี้ ไฮไลท์สำคัญของการอบรมคือ เวิร์กช็อป “ลงมือผลิตผลงาน TikTok” ซึ่งผู้เข้าร่วมจะได้ลงมือปฏิบัติจริงตามโจทย์ที่กำหนด เพื่อนำความรู้ที่ได้เรียนรู้มาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานจริง พร้อมได้รับคำแนะนำจากวิทยากรอย่างใกล้ชิด และเสนอผลงานในวันสุดท้ายของการอบรมเพื่อรับประกาศนียบัตร

แนวทางการอบรมที่เน้นการปฏิบัติจริง

นางสาวน.รินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยกล่าวในพิธีเปิดว่า ในยุคที่สื่อมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นักข่าวต้องมีทักษะหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทำข่าวสอบสวน หรือการใช้เทคโนโลยีในการผลิตข่าว ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นหัวใจสำคัญในการ พัฒนาศักยภาพสื่อมวลชนระดับภูมิภาค

“พลังของสื่อมวลชนภูมิภาคไม่ได้วัดที่ยอดไลก์หรือยอดแชร์ แต่วัดที่ผลกระทบเชิงบวกที่สร้างให้ชุมชนและสังคม” นางสาวน.รินี กล่าวถึงบทบาทสำคัญของนักข่าวระดับพื้นที่ในการสื่อสารปัญหาของประชาชน

จริยธรรมสื่อคือหัวใจสำคัญ

แม้เทคโนโลยีและเครื่องมือจะพัฒนาไปมากแค่ไหน สิ่งที่ยังคงสำคัญเหนือสิ่งอื่นคือ หัวใจและจรรยาบรรณของความเป็นนักข่าว โดยเฉพาะนักข่าวภูมิภาคที่ถือเป็นเส้นเลือดฝอยสำคัญของประชาธิปไตย และเป็นเสียงสะท้อนของชุมชนท้องถิ่น

ท้ายสุดนางสาวน.รินีย้ำว่า โครงการนี้จะสำเร็จไม่ได้หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ซึ่งมีเป้าหมายเดียวกันกับสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ในการพัฒนา ศักยภาพสื่อมวลชนระดับภูมิภาค ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

การอบรมในครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสอันดีในการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และสร้างเครือข่ายระหว่างนักข่าวรุ่นใหม่และผู้มีประสบการณ์ เพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคง

หากคุณเป็นนักข่าวระดับภูมิภาค หรือสนใจในวงการสื่อ อย่าพลาดการพัฒนาทักษะสำคัญผ่านแนวทางที่เหมาะกับยุคสมัยและจริยธรรมวิชาชีพ

ที่มา – สมาคมนักข่าวฯจับมือกองทุนสื่อฯเสริมเขี้ยวเล็บพัฒนาศักยภาพสื่อมวลชนระดับภูมิภาค

ดีเจมะตูม ไม่หวั่นยอดฟอลหาย หลังอัดคลิป 3 ภาษา ปกป้องประเทศไทย!

เมื่อสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชาร้อนระอุขึ้น มีคนหนึ่งที่ออกมาปกป้องภาพลักษณ์ของประเทศไทยบนเวทีโลก โดยใช้สามภาษา นั่นคือ ดีเจมะตูม เตชินท์ ผู้ถูกแต่งตั้งให้เป็นทูตประชาสัมพันธ์อารยะและวัฒนธรรมเกาหลีใต้

ดีเจมะตูม ไม่หวั่นยอดฟอลหาย หลังอัดคลิป 3 ภาษา ปกป้องประเทศไทย!

ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของข่าวสารหรือกระแสในโซเชียลมีเดีย ดีเจมะตูม เตชินท์ ถือเป็นศิลปินที่敢于表达意见。ล่าสุดเขาได้อัดคลิปวิดีโอพูดถึงสถานการณ์ไทย-กัมพูชาเป็นภาษาไทย อังกฤษ และเกาหลี เพื่อให้ชาวต่างชาติได้เข้าใจความเป็นจริง

เขาเผยว่า “ตูมอยากแชร์ข้อมูลที่ถูกต้องให้คนต่างชาติรู้ว่า ประเทศไทยไม่ได้แย่ และไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น ต่อให้พูดได้ 100 ภาษา ขอให้ช่วยปกป้องประเทศ แค่นี้ตูมก็พอใจแล้ว”

ถูกวิจารณ์และยอดฟอลหาย

ไม่ใช่เรื่องที่แปลกที่คนในประเทศจะมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ดีเจมะตูม บอกว่าหลังคลิปเผยแพร่ออกไป มีบางกลุ่มแสดงความไม่เห็นด้วย และส่งผลให้ยอดฟอลโลว์เสียไปเกือบ 100,000 คน แต่เขายืนยันว่า “ถ้าอันฟอลโลว์เพราะว่าตูมรักชาติ แล้วออกมาปกป้องประเทศ ตูมก็คงต้องปล่อยให้คุณไป”

เพื่อนชาวต่างชาติของดีเจมะตูมก็ได้ช่วยสนับสนุนและแสดงความเห็นด้วย ว่าประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่รุกราน ข้อมูลของชายแดนอาจมีเข้าใจผิดจากฝั่งใดฝั่งหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญคือ การสื่อสารที่เป็นกลางเพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจกันมากขึ้น

เครือข่ายระหว่างประเทศของดีเจมะตูม

เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้ดีเจมะตูม จะถูกวิจารณ์จากบางกลุ่ม แต่ภายในวงการเพื่อนๆ ศิลปิน และเครือข่ายในต่างประเทศ หลายคนให้การสนับสนุน บางคนถึงขั้นช่วยจัดเรียงเนื้อหาภาษาเกาหลีให้ นี่คือส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่เขาทำได้อย่างดีในบทบาทของทูตวัฒนธรรม

เขาเน้นย้ำอีกว่า “ไม่ว่าประเทศไหนโจมตีหรือไม่โจมตี เราต้องไม่โจมตีกันเอง และสามัคคีกันมากที่สุด ในสถานการณ์แบบนี้” เสียงของคนธรรมดาที่เรียกร้องสันติภาพ แม้จะถูกวิจารณ์ แต่ก็ยังยืนหยัดในสิ่งที่เชื่อ

สุดท้ายนี้ ดีเจมะตูม ย้ำว่า บทบาทของเขาในตอนนี้คือการสร้างการเชื่อมโยงระหว่างประเทศผ่านสื่อและวัฒนธรรม โดยใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกฝ่ายจะสามารถกลับมาคุยกันอย่างมีเหตุมีผล และสร้างความเข้าใจแทนการดูแคลน

อย่างไรก็ตาม มาตรฐานความเป็นทูตวัฒนธรรมหรือการสื่อสารระหว่างประเทศนั้น ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างมีอารมณ์สติปัญญา ดีเจมะตูม เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า คนธรรมดาๆ ก็สามารถสร้างเสียงที่ดังไกลไปทั่วโลกได้

หากคุณเห็นด้วยกับแนวทางการสื่อสารที่เปิดกว้างนี้ อย่าลืมแบ่งปันให้คนอื่นได้รับรู้เช่นกัน

ที่มา – ‘ดีเจมะตูม’ ไม่หวั่นยอดฟอลหาย หลังอัดคลิป 3 ภาษา ปกป้องประเทศไทย!

ทีมไทยลีก 3 รอนักเตะติดภารกิจชายแดน

สโมสรเอซีดีซี เอฟซี ทีมในศึกไทยลีก 3 โซนตะวันออก กำลังรอนักเตะในทีม 2-3 คน ที่ถูกเรียกไปประจำการชายแดน โดยทำภารกิจเพื่อประเทศชาติใน จ.ตราด

ประธานสโมสร นาสว่าง ผู้ดูแลสโมสร เอซีดีซี เปิดเผยว่า นักเตะในทีมจำนวน 2-3 คน ได้รับการเรียกตัวไปประจำการที่ฐานทัพใน จ.ตราด ในช่วงแรกมีข้อมูลว่าจะไปไม่นาน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการกลับชัดเจน

ทีมไทยลีก 3 รอนักเตะติดภารกิจชายแดน

แม้ความพร้อมในสนามแข่งจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว แต่ทางสโมสรยังคงให้ความสำคัญกับหน้าที่ของนักเตะในฐานะพลเมืองดีของชาติ พร้อมทั้งยังเปิดใจว่า หากแฟนบอลคิดถึงนักเตะ ก็สามารถรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันได้ตามปกติ

มุมมองของสโมสร

เอซีดีซี เอฟซี สังกัดหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือไทย โดยมี นาวาเอก สุรวงศ์ วงศ์วานิช เป็นประธานสโมสร ถือเป็นตัวอย่างของความสามัคคีและจิตใจแห่งความภาคภูมิใจในหน้าที่ที่มอบให้กับนักกีฬา

สถานการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงภาระของนักเตะไม่ได้อยู่แค่ในสนามแข่ง แต่ยังมีหน้าที่สำคัญในระดับชาติอีกด้วย ซึ่งถือเป็นเกียรติที่น่าภาคภูมิใจต่อทั้งตัวนักเตะเอง รวมถึงสโมสรที่เขารัก

ทั้งนี้ แฟนบอลยังคงให้ความสนใจและให้กำลังใจกับนักเตะที่ทำหน้าที่เพื่อชาติอย่างเต็มใจ และทุกคนก็หวังว่านักเตะจะกลับมาในสภาพที่พร้อมสมบูรณ์ เพื่อกลับมาร่วมทีมในลีกในเร็ววันนี้

เราขอเชิญชวนแฟนบอลทุกคนให้มีส่วนร่วมในการให้กำลังใจผ่านการชมถ่ายทอดสด และติดตามข่าวสารจากสโมสรอย่างสม่ำเสมอ เพราะกำลังใจของทุกคนเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้นักเตะทำผลงานได้ดี

ที่มา – ทีมไทยลีก 3 รอนักเตะในทีม ติดภารกิจชายแดนรับใช้ชาติ

ศาลฎีกาไม่อนุญาตประกันตัว! ลุงพลย้ายเรือนจำ

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่เรือนจำกลางจังหวัดนครพนม เกิดเหตุการณ์สำคัญเมื่อรถบรรทุกควบคุมผู้ต้องขังของเรือนจำจังหวัดมุกดาหารนำตัว นายไชย์พล วิภา หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ลุงพล” มาถึงเรือนจำกลางจังหวัดนครพนมอย่างเป็นทางการ หลังจากศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากคดีที่เกี่ยวข้องนั้นมีความร้ายแรงและโทษสูง

ศาลฎีกาไม่อนุญาตประกันตัว เพราะอะไร?

ศาลฎีกาตัดสินใจไม่อนุญาตให้ลุงพลได้รับการประกันตัว เนื่องจากเห็นว่าพฤติการณ์ของคดีมีความร้ายแรงมาก โดยลุงพลถูกพิพากษาจำคุกในทั้งสิ้น 26 ปี จาก 3 ข้อหา ได้แก่ ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเล็งเห็นผล จำคุก 15 ปี, ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดามารดา จำคุก 10 ปี และฐานกระทำใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น จำคุกอีก 1 ปี

เหตุผลที่ศาลไม่อนุญาตประกันตัว

เนื่องจากมีอัตราโทษสูง และมีความเสี่ยงที่ผู้ต้องขังจะหลบหนีหากได้รับการปล่อยตัว จึงต้องให้ลุงพลถูกคุมขังระหว่างดำเนินการในชั้นฎีกาต่อไป เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ประมาณ 9-10 นาย ได้รับมอบหมายมารอรับตัวที่หน้าทางเข้าเรือนจำก่อนจะนำตัวไปตรวจร่างกายและขั้นตอนพื้นฐานตามกฎระเบียบ

ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ได้มีการพบเห็นรถตู้สีขาวของ นางสมพร หลาบโพธิ์ หรือที่เรียกกันว่า “ป้าแต๋น” ภรรยาของลุงพล ซึ่งศาลได้พิพากษายกฟ้องในทุกข้อหาที่ตั้งใจกับเธอไว้ ป้าแต๋นเดินทางมายังศาลาเยี่ยมญาติของเรือนจำเพื่อยื่นเรื่องขอเยี่ยมลุงพล และให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า:

“วันนี้เอาหัวใจ 1 ดวงมาฝากลุงพล และเราจะสู้คดีต่อในชั้นฎีกาอย่างแน่นอน”

ป้าแต๋นกล่าวอย่าง坚决และมั่นคงว่าจะไม่ยอมแพ้ในกรณีนี้ และแม้ว่าลุงพลจะไม่ได้พูดคุยกับเธอตั้งแต่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร แต่เธอยืนยันว่าเขามีสุขภาพดีและนอนหลับได้ปกติดี

ทำไมถึงต้องย้ายลุงพลไปเรือนจำนครพนม?

สาเหตุหลักที่ต้องย้ายลุงพลไปอยู่ที่เรือนจำกลางจังหวัดนครพนมคือ ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเรือนจำแห่งนี้สามารถคุมขังผู้ต้องขังที่ได้รับโทษจำคุกสูงสุดได้ถึง 25 ปี ในขณะที่เรือนจำจังหวัดมุกดาหารสามารถรับผู้ต้องขังได้เพียงไม่เกิน 20 ปีเท่านั้น จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานที่คุมขังในครั้งนี้

ทั้งนี้ สังคมต่างจับตามองกรณีของ “ลุงพล” อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเกี่ยวกับการพิพากษา การประกันตัว และแม้กระทั่งว่า “ป้าแต๋น” และทีมทนายจะสามารถพลิกสถานการณ์ได้ในชั้นฎีกา อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แน่ชัดคือ การต่อสู้เพื่อความยุติธรรมยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะถึงที่สุด

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ติดตามคดีนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารใหม่ๆ ที่จะมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – ศาลฎีกาไม่อนุญาตประกันตัว! “ลุงพล” ถูกย้ายเข้าเรือนจำนครพนม “ป้าแต๋น”ลั่นสู้จนถึงศาลฎีกา

จีนไม่เห็นด้วย ยุโรปเตรียมคว่ำบาตรอิหร่านเรื่องนิวเคลียร์

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศกลับเริ่มมีความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากยุโรปเตรียมกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงนิวเคลียร์ที่กำลังจะหมดอายุในเดือนตุลาคมนี้ อย่างไรก็ตาม จีนซึ่งเป็นหนึ่งในภาคีของข้อตกลงฉบับดังกล่าว มีมุมมองที่แตกต่างออกมาอย่างชัดเจน

จีนไม่เห็นด้วยกับการคว่ำบาตรอิหร่าน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ว่านายหลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้ชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า รัฐบาลจีนคัดค้านการใช้มาตรการคว่ำบาตรใด ๆ กับอิหร่าน แม้ว่าจะอยู่ในรูปแบบของการตอบโต้ทางการทูต หรือมาตรการทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเห็นว่ามาตรการดังกล่าวไม่สามารถช่วยเสริมความไว้วางใจระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ได้ เหมือนในช่วงระยะเวลาการเจรจาที่ผ่านมา

กระทรวงการต่างประเทศจีนยืนยันว่า แนวทางที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน คือ การบรรลุข้อตกลงใหม่ผ่านการเจรจาเชิงรุก และการสื่อสารที่โปร่งใส มากกว่าที่จะใช้มาตรการกดดัน ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดและแย่ลงได้อีก

อิหร่านทำงานร่วมจีนและรัสเซีย

ในขณะเดียวกัน อิหร่านเองก็มิได้นิ่งเงียบ โดยกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านเปิดเผยว่า กำลังร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับจีนและรัสเซีย เพื่อขัดขวางความพยายามของยุโรปในการหวนกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตร หลังจากรายงานข่าวระบุว่า สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี ในนามกลุ่ม “E3” กำลังพิจารณากลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรกับอิหร่านอีกครั้ง

ข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับปี 2015 ที่เรียกกันทั่วไปว่า JCPOA (Joint Comprehensive Plan of Action) มีกำหนดหมดอายุในเดือนตุลาคมปีนี้ หากไม่มีการขยายเวลาหรือลงนามในข้อตกลงฉบับใหม่ แต่ละฝ่ายที่เป็นภาคีสวัสดิการสากลจะสามารถกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านได้อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นการย้อนกลับไปสู่สถานการณ์ที่ไม่มั่นคง

ยูเอ็นเอสซีและบทบาทการเมือง

กระทรวงการต่างประเทศจีน เน้นย้ำอีกว่า การดำเนินการของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ไม่ว่าจะในลักษณะใด ก็ควรชี้นำให้เกิดข้อตกลงใหม่ระหว่างคู่กรณี ไม่ใช่การสร้างความขัดแย้งถาวรผ่านการคว่ำบาตร ด้วยเหตุนี้ จีนจึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับมาใช้ทางการทูตในการสื่อสารแทนการใช้มาตรการกดดัน

ข้อตกลงดังกล่าวเกิดจากการเจรจาของอิหร่านกับสมาชิกถาวร 5 ประเทศในยูเอ็นเอสซี ได้แก่ สหรัฐ จีน รัสเซีย สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส รวมไปถึงเยอรมนีผู้ร่วมลงนามอีกหนึ่ง 국가

กลุ่ม E3 ได้ส่งจดหมายถึงนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุว่า “มุ่งมั่นใช้แรงกดดันและการทูตทุกวิถีเพื่อให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่มีการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อีกต่อไป” แนวคิดการกระทำเหมือนกันของยุโรปก่อให้เกิดการตอบโต้จากประเทศอื่น ๆ ในเวทีสากล

Workflow เต็มรูปแบบของการเจรจาและละครเบื้องต้นของการคว่ำบาตร

  • ขอบเขตและจุดเริ่มต้นของข้อพิพาทเกี่ยวกับJCPOA
  • ความไม่เห็นด้วยของจีน และความเข้าใจเบื้องต้นจากฝั่งอิหร่าน
  • รูปแบบของมาตรการคว่ำบาตรที่อาจกลับมาใช้
  • บทบาทของสหประชาชาติในการปรับสมดุลความมั่นคง
  • ทางออกและแนวโน้มในอนาคต

จากสถานการณ์ในปัจจุบัน การเข้าใจมุมมองของจีนและอิหร่านจึงเป็นประเด็นสำคัญในการวิเคราะห์ว่าระดับความรุนแรงในเวทีโลกจะลดหรือเพิ่มขึ้น หากไม่มีการเจรจาอย่างจริงจัง โอกาสด้านความมั่นคงโลกอาจต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่คาดคิด

อย่างไรก็ตาม หากทุกฝ่ายยอมเปิดใจร่วมมือกัน ก็อาจทำให้เกิดข้อตกลงที่เอื้อต่อการเจรจาในระยะยาวอีกครั้ง การเจรจาที่มีคุณภาพสามารถต่อต้านแม้แต่ความแตกแยกได้ ถ้าทุกฝ่ายมีความมุ่งมั่นจริง ๆ

สนใจติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ? ติดตามเราได้ที่นี่!

ที่มา – จีนไม่เห็นด้วย ยุโรปเตรียมหวนคว่ำบาตรอิหร่านเรื่องนิวเคลียร์