ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

จอนนี่มือปราบโพสต์สุดท้ายยอมรับผิด ขออย่าซ้ำเติม

ล่าสุด ‘จอนนี่มือปราบ’ ดาบตำรวจ ยุทธพล ศรีสมพงษ์ ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย หลังจากได้รับการประกันตัวจากเหตุการณ์ที่ถูกออกหมายจับร่วมกับภรรยา น.ส.จิราพร สีบุระ ในข้อหาความผิดฐานม.157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าพนักงานที่อาจละเว้นหน้าที่จนเกิดความเสียหายแก่บุคคลภายนอก

จอนนี่มือปราบโพสต์สุดท้ายยอมรับผิด ขออย่าซ้ำเติม

ในโพสต์ดังกล่าว ดาบตำรวจยุทธพลได้เปิดใจอย่างตรงไปตรงมา โดยยอมรับว่า “ผิด ผมก็น้อมรับ” พร้อมย้ำว่าโพสต์นี้จะเป็น จอนนี่มือปราบโพสต์สุดท้ายยอมรับผิด ขออย่าซ้ำเติม ก่อนที่เขาจะงดพูดถึงเรื่องนี้ในอนาคต

ไม่มีเจตนาทำผิด ตั้งใจพัฒนาท่องเที่ยวอุบลฯ

“ผมไม่ใช่คนเลวหรือคนชั่วอะไร ทำมาหากินสุจริต ตั้งมั่นในความดีตลอด คนเราก็มีผิดพลาดได้” เจ้าของฉายา “จอนนี่มือปราบ” ได้กล่าวในโพสต์ โดยอธิบายความตั้งใจในขณะเริ่มต้นทำธุรกิจที่ดินนิคมว่า ต้องการเข้ามาพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดบ้านเกิด สร้างงาน สร้างรายได้ และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมบ้านของเขา

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อครอบครัวอย่างหนัก โดยเฉพาะภรรยาและคุณแม่ที่ได้รับผลกระทบจากการโดนสื่อตามจับ และเขาเองก็ถึงกับโพสต์ขอโทษทุกคน “ผมขอกราบขอโทษทุกๆคน จากหัวใจลูกผู้ชายครับ”

อีกทั้งยังมีข้อความเตือนผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ไม่ให้ไปดราม่า ไม่ให้ลงคลิปรีรัน หรือมาด่าทับซ้ำ เพราะเขาเอง “โดนมาหนักมากพอแล้ว” พร้อมทั้งขอกำลังใจในการทำมาหากินเลี้ยงครอบครัวในอนาคต

  • ยอมรับผิดตามกฎหมายอย่างเต็มตัว
  • ไม่มีเจตนาทำร้ายหรือทำผิดอย่างร้ายแรง
  • ยังตั้งใจทำงานดีเพื่อชุมชนและสังคม
  • รีสอร์ทต้องปิดชั่วคราวตามคำสั่งศาล

การกล่าวถึงเรื่องราวในครั้งนี้ของ จอนนี่มือปราบโพสต์สุดท้ายยอมรับผิด ขออย่าซ้ำเติม เป็นสัญญาณที่แสดงถึงการยอมรับความผิดอย่างเต็มตัว และขอโอกาสในการเริ่มต้นใหม่จากผิดพลาดในอดีต ซึ่งทุกคนในฐานะสังคมภายนอก ควรมองอย่างเข้าใจและไม่ตัดสินมากเกินไป

ในชีวิตของคนเราทุกคน ไม่มีใครอยากผิดใคร แต่เมื่อผิด ก็ควรได้รับโอกาสในการแก้ไข พลาด สู้แก้ได้ อย่าซ้ำเติม

ที่มา – “จอนนี่มือปราบ” โพสต์สุดท้าย! ยอมรับผิด ขออย่าซ้ำเติม ลั่นไม่ใช่คนเลว

ตร.บางใหญ่ สุ่มตรวจสถานบันเทิง ลั่นฝ่าฝืนเจอโทษหนัก

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจบางใหญ่ นำโดย พ.ต.อ.สถิตย์พร บุณยรัตพันธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางใหญ่ และคณะ ร่วมกับเจ้าหน้าที่อำเภอบางใหญ่ นำโดย นายอำเภอบางใหญ่ สุรชัย โคตรบุตรดี และปลัดอำเภอ ได้ทำการ ตร.บางใหญ่ สุ่มตรวจสถานบันเทิง อย่างเข้มงวด เพื่อจัดระเบียบสังคมและป้องกันการใช้ยาเสพติดในสถานบริการ

ตร.บางใหญ่ สุ่มตรวจสถานบันเทิงอย่างเข้มงวด

ในการปฏิบัติการ “กวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers” ภายใต้ความร่วมมือของชุมชนปลอดยาเสพติด ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่ได้สุ่มตรวจสถานบริการ 2 แห่ง ได้แก่ ร้านมูนบาร์ และร้านสหายสายแฮงค์ ภายในพื้นที่อำเภอบางใหญ่

ตรวจปัสสาวะลูกค้าและพนักงาน ไม่พบสารเสพติด

ร้านแรกที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบคือร้านมูนบาร์ ซึ่งขณะนั้นมีนักท่องราตรีจำนวนประมาณ 50 คน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจบัตรประชาชนของผู้ใช้บริการทุกคน และสุ่มตรวจปัสสาวะทั้งลูกค้าและพนักงาน พบว่าเบื้องต้นไม่มีการใช้สารเสพติด จากนั้นจึงเดินทางไปตรวจสอบร้านสหายสายแฮงค์ ซึ่งผลการตรวจปัสสาวะของลูกค้าและพนักงานทั้งหมดก็ไม่พบสารเสพติดเช่นกัน

พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางใหญ่ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสุ่มตรวจสถานบันเทิงทุกสัปดาห์ หากพบความผิดจะดำเนินคดีทันที ไม่มีการปล่อยผ่าน เพราะ ตร.บางใหญ่ สุ่มตรวจสถานบันเทิง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และสังคมโดยรวม

มาตรการเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยของสังคม

  • ห้ามใช้สถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด
  • ห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้บริการสถานบันเทิง
  • สุ่มตรวจยาเสพติดในลูกค้าและพนักงานเป็นประจำ
  • ดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีหากพบความผิด

ผู้ประกอบการสถานบันเทิงทุกแห่งได้รับการเตือนอย่างชัดเจนว่าต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลาเปิด-ปิด หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หากมีการฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น

การปฏิบัติการในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ในการรักษาความปลอดภัยและความสงบสุขของชุมชน และยังเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าถ้าใคร ตร.บางใหญ่ สุ่มตรวจสถานบันเทิง …แล้วพบว่าฝ่าฝืนก็ต้องเจอโทษหนักแน่นอน

คุณคิดอย่างไรกับการจัดระเบียบสังคมโดยการสุ่มตรวจสถานบันเทิง? บอกเราได้เลยในคอมเมนต์

ที่มา – ปกครอง-ตร.บางใหญ่ สุ่มตรวจสถานบันเทิง จัดระเบียบสังคม ลั่น! ฝ่าฝืนเจอโทษหนัก

สหัสวัต สับ ทำ 108 เว็บไซต์ แรงงาน 20 ล้าน ไร้ผู้เข้าชม

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มาตรา 22 นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายถึงประเด็นที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของกระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะโครงการที่ใช้เงินมหาศาลแต่ให้ผลตอบแทนต่ำ หนึ่งในโครงการที่ถูกจับ焦点 คือการลงทุนทำเว็บไซต์ 108 หน่วยงานย่อย รวมวงเงินเกือบ 20 ล้านบาท แต่ไม่มีคนเข้าชมจริง

สหัสวัต สับ ทำ 108 เว็บไซต์ แรงงาน 20 ล้าน ไร้ผู้เข้าชม

นายสหัสวัตชี้ให้เห็นว่า กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานที่ดูแลแรงงานกว่า 40 ล้านคน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในช่วงที่เศรษฐกิจถดถอย ประชาชนตกงานเพิ่มขึ้น และต้องปรับเปลี่ยนทักษะให้ทันต่อโลกการทำงาน ในขณะที่งบประมาณของกระทรวงปีนี้อยู่ที่ประมาณ 68,000 ล้านบาท แต่กว่า 80% ใช้จ่ายเพื่อสมทบประกันสังคม ที่เหลือจึงต้องจัดสรรให้กับโครงการพัฒนาต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตามโครงการทำเว็บไซต์ 108 แห่ง ด้วยงบประมาณเกือบ 20 ล้านบาท กลับไม่แสดงถึงความจำเป็นหรือความคุ้มค่า ทั้งที่กระทรวง และหน่วยงานในสังกัดมีเว็บไซต์เดิมจำนวนมาก already

ปัญหาด้านความเหมาะสมและการใช้เงิน

ในระหว่างการอภิปราย นายสหัสวัตเผยว่า เวลา 18.54 น. ที่ผ่านมา ได้เข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์หนึ่งของกระทรวงแรงงาน แล้วพบภาพผู้หญิงที่ขึ้นหน้าเว็บอย่างไม่เหมาะสม แม้ว่าจะมีการแก้ไขไปแล้ว แต่กรณีแบบนี้ชี้ให้เห็นถึงการบริหารจัดการโครงการไม่เป็นระบบ และแม้จะมีเว็บแล้วมากมาย แต่ไม่มีคนเข้าชม คำถามจึงเกิดขึ้นว่า ทำไมต้องทำแยกเป็นร้อยเว็บ?

  • โครงการใช้เงินเกือบ 20 ล้าน บาท
  • สร้างเว็บไซต์รวม 108 หน่วยงาน
  • ไม่มีผู้เข้าชม ไม่มีตัวชี้วัดผลชัดเจน
  • มีข้อมูลและภาพที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้น

โครงการสหัสวัต สับ ทำ 108 เว็บไซต์แรงงาน 20 ล้าน ไร้ผู้เข้าชม ควรถูกตัดทิ้ง เพราะไม่ช่วยอะไรพี่น้องแรงงานเลย” นายนายสหัสวัตกล่าวในที่ประชุม พร้อมกับชี้ว่า การใช้งบประมาณกับโครงการที่ไม่คุ้มค่า สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่ล้าหลังและไม่ตอบโจทย์

เขาแนะนำว่า งบประมาณที่มีควรใช้กับการพัฒนาบุคลากร และระบบบริการที่ส่งผลโดยตรงต่อลูกจ้างและแรงงานแทน การลงทุนในเทคโนโลยีหรือระบบดิจิทัลควรตั้งเป้าหมายชัดเจน เช่น การให้บริการออนไลน์ที่ง่าย เข้าถึงได้จริง และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน

ในยุคที่นิยมช้อปปิ้งออนไลน์ รัฐบาลควรเร่งจัดระบบดิจิทัลให้ทันสมัย แต่ไม่ใช่เพื่อทำให้เราดูดีในเวทีเท่านั้น แต่ต้อง ‘ใช้ได้จริง’ และ ‘มีประโยชน์จริง’

หากมองในแง่พัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โครงการที่ไม่มีผลตอบแทนต่อประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ ระบบ AI หรือระบบบูรณาการข้อมูล ล้วนมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็น “งบฟุ่มเฟือย” ที่สุดท้ายจะถูกวิพากษ์วิจารณ์เหมือนในกรณีนี้

เราควรใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยเฉพาะกับพี่น้องแรงงานที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากในยุคนี้ ถ้าโครงการทำเพื่อความสวยงาม ไม่มีความจำเป็นจริง ๆ การลงทุนแค่ไหนก็คงไม่ใช่คำตอบที่ดี

ทั้งนี้ ประชาชนควรเริ่มตั้งคำถามกับงบประมาณของรัฐที่ใช้ไปแล้วไม่เกิดประโยชน์แท้ และหน่วยงานควรมีการประเมินใหม่อย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้เงินภาษีของเราหลุดออกจากความรับผิดชอบอย่างน่าเสียดาย

ที่มา – ‘สหัสวัต’สับ‘กระทรวงแรงงาน’ทุ่ม 20 ล้านทำ 108 เว็บไซต์ แต่ไม่มีคนดู

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘อิทธิพร แก้วทิพย์’ ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศวุฒิสภา เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการอัยการ โดยระบุว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้แต่งตั้งอิทธิพร แก้วทิพย์ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการสูงสุด ให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการสูงสุด เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘อิทธิพร แก้วทิพย์’ ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด

การแต่งตั้งอัยการสูงสุดในครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในโครงสร้างการบริหารงานด้านกฎหมายของประเทศ โดยอิทธิพร แก้วทิพย์เป็นผู้มีประสบการณ์ยาวนานในสายงานอัยการ และเคยรับตำแหน่งรองอัยการสูงสุดมาก่อน

ประวัติความเป็นมา

อิทธิพร แก้วทิพย์ เป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในด้านกฎหมายอาญาและกฎหมายแพ่ง ซึ่งเข้ารับราชการในสำนักงานอัยการสูงสุดมานานหลายสิบปี และได้รับการส่งเสริมให้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่งภายในองค์กร

  • ประสบการณ์ในสายงานกฎหมายมากกว่า 30 ปี
  • เคยดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุด
  • มีผลงานในการพัฒนาระบบการทำงานของสำนักงานอัยการ

การแต่งตั้งอัยการสูงสุดคนใหม่นี้ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการปฏิบัติงานในช่วงที่สำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่ระบบกฎหมายในประเทศไทยกำลังมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา

ทั้งนี้ การมีผู้นำที่มีความรู้ความสามารถอย่างอิทธิพร แก้วทิพย์จะช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานของสำนักงานอัยการสูงสุดไปสู่เป้าหมายที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

เราคาดว่าการดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดของอิทธิพร แก้วทิพย์จะสามารถนำพาความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมของประเทศไปสู่อีกระดับใหม่

ที่มา – โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘อิทธิพร แก้วทิพย์’ ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด

ถกงบฯ 69 กระทรวงมหาดไทย วุ่นหลังฝ่ายค้านข้องใจหั่นงบ

เมื่อคืนวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา บรรยากาศในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรเกิดความเคลื่อนไหวอย่างหนัก เมื่อมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยเฉพาะในส่วนของ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งนำไปสู่การถกเถียงอย่างร้อนแรงระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน

ถกงบฯ 69 กระทรวงมหาดไทย วุ่นหลังฝ่ายค้านข้องใจหั่นงบ

ภายหลังจากที่สภาพิจารณาในมาตรา 20 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานด้านกิจการด้านท้องถิ่นภายใต้ กระทรวงมหาดไทย มีการโต้แย้งกันอย่างหนัก ส่งผลให้การประชุมคืบหน้าอย่างล่าช้าและตึงเครียด โดยเฉพาะของราคาที่เกิดขึ้นระหว่าง ฝ่ายค้าน ที่ไม่พอใจกับวิธีการชี้แจงของกรรมาธิการวิสามัญเสียงข้างมาก

งบท้องถิ่นที่ถูกตัด เกิดคำถามซ้ำแล้วซ้ำอีก

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงว่าโครงการงบประมาณในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดลพบุรี กาญจนบุรี และอุทัยธานี ถูกตัดงบประมาณอย่างไม่มีเหตุผลชัดเจน พร้อมกับร้องขอให้มีการชี้แจงอย่างเปิดเผยและความเข้าใจของรัฐสภาต่อการตัดงบนั้น

อีกทั้งนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ส.ส. กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ได้สอบถามอย่างชัดเจนว่า การตัดงบประมาณในพื้นที่จังหวัดเขตร้อนบางแห่งที่มีการพัฒนาโครงการสำคัญนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพราะหากไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลจะถือว่าเป็นข้อมูลที่ถูกตัดจริง

อย่างไรก็ตาม วุฒิกรรมการในสภาได้พยายามคลี่คลายสถานการณ์ภายในห้องประชุม แต่การประชุมยังคงต้องดำเนินต่อไปภายใต้บรรยากาศที่ค่อนข้างจะตึงเครียด ซึ่งเป็นผลจากการไม่มีการพูดคุยปรึกษาหารือล่วงหน้าอย่างเป็นทางการก่อนการจัดทำงบประมาณ

มุมมองที่ต้องติดตามต่อเนื่อง

สิ่งที่เกิดขึ้นในการพิจารณา งบประมาณปี 69 ของ กระทรวงมหาดไทย เป็นภาพสะท้อนที่สำคัญของความขัดแย้งในระบบวางแผนงบประมาณของภาครัฐ ทำให้เกิดคำถามใหม่ ๆ เกี่ยวกับกระบวนการปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณในระดับท้องถิ่นที่จำเป็นต้องมีความยั่งยืนและโปร่งใสมากกว่านี้

หากท่านเป็นผู้ที่ติดตามสถานการณ์ การเมืองไทย อย่างใกล้ชิด นี่คือประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม อย่าลืมติดตาม ข่าวการเมือง และ งบประมาณประจำปี เพื่อเข้าใจถึงแรงผลักดันในการเปลี่ยนแปลงในระบบราชการของเรา

ที่มา – ถกงบฯ 69‘กระทรวงมหาดไทย’วุ่นหลัง ‘ฝ่ายค้าน’ข้องใจหั่นงบท้องถิ่น

‘MUT ภูเก็ต’ มงคาบ้าน! ‘เดล นฤมล’ ชนะ ‘Queen of Phuket’

งาน “Queen of Phuket” ภายใต้การประกวดจาก “Miss Universe Thailand 2025” ถือเป็นเวทีระดับภูมิภาคที่รวบรวมสาวงามจากทั่วประเทศ มาร่วมแข่งขันชิงตำแหน่งที่เป็นเกียรติ ณ โรงแรมแองซาณา (ACES) จังหวัดภูเก็ต โดยงานนี้มี “คิม ธีรศักดิ์ ผลงาม” และ “กบ-ธนพัฒน์ นวลสกุล” เป็นผู้จัด และมีความยิ่งใหญ่ทั้งในด้านความสนุก ความสวยงาม และควอลลิตี้ของผู้เข้าประกวด

‘MUT ภูเก็ต’ คว้ามงกุฏ ‘Queen of Phuket’

หลังจากผ่านการประกวดหลายระดับตั้งแต่เดินรันเวย์ในชุดราตรีที่โดดเด่นไปจนถึงการแสดงวิสัยทัศน์ ‘MUT ภูเก็ต’ เดล นฤมล พิมพ์ภักดี ก็สามารถพาดหน้าผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งจากจังหวัดอื่นๆ คว้าตำแหน่ง ‘Queen of Phuket’ ไปครองอย่างเป็นทางการ โดยได้รับรางวัลมูลค่า 500,000 บาท ส่วนตำแหน่งรองอันดับ 1 ตกเป็นของ “วีนา – ปวีนา ซิงห์” จาก MUT สระบุรี

บรรยากาศการประกวดและรางวัลพิเศษ

งาน Queen of Phuket 2025 เริ่มต้นด้วยการเดินสายของผู้เข้าประกวด 77 คน ในชุดราตรีที่แสดงให้เห็นถึงความงามแบบครบสูตร ต่อด้วยการประกาศผู้เข้ารอบ 22 คน สุดท้าย และผู้ที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย 12 คน โดยแสดงวิสัยทัศน์หัวข้อ “ภูเก็ต ในอดีต ปัจจุบัน และ อนาคต”

นอกจากตำแหน่งหลักแล้ว งานนี้ยังมีรางวัลพิเศษหลายรายการ เช่น “Best Photogenic By The Title”, “Best Content Creator”, “Miss Kora”, และ “Miss Ayana” ซึ่งแต่ละรางวัลมีมูลค่า 30,000 บาท และมีผู้ได้รับรางวัลจากหลายจังหวัด เช่น MUT สระบุรี และ MUT ปทุมธานี

  • Miss Kora: MUT สระบุรี
  • Miss Ayana: MUT ปทุมธานี
  • Best Content Creator: MUT สระบุรี, MUT ปทุมธานี
  • Best Photogenic: MUT สระบุรี, MUT ภูเก็ต, MUT กรุงเทพฯ

จากการแข่งขันอย่างเข้มข้น ห้าอันดับสุดท้ายได้แก่ MUT ภูเก็ต, สระบุรี, สงขลา, อุตรดิตถ์ และ ลพบุรี ซึ่งต้องผ่านคำถาม Final Q&A ก่อนพิธีกรจะประกาศผลหญิงสาวผู้เปล่งประกายความงามที่สุดในเวทีนี้

‘MUT ภูเก็ต’ เดล นฤมล พิมพ์ภักดี แชมป์แห่งภูเก็ต

นางงามจากจังหวัดภูเก็ต “เดล นฤมล พิมพ์ภักดี” นั่งบนบัลลังก์ ‘Queen of Phuket 2025’ หลังจากผ่านการตัดสินอย่างเข้มงวดจากกรรมการและคะแนนโหวต จากผู้ชม นางงามทั้ง 77 คนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ต่อเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมส่วนกลางของ Miss Universe Thailand 2025 อย่างเต็มรูปแบบที่จะเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้

หากคุณพลาดไม่ได้ดูความอลังการของเวทีนี้ บอกเลยว่า ‘MUT ภูเก็ต’ กับความพิเศษที่ได้คว้ามงกุฏ ‘Queen of Phuket’ กับการคว้าชัยในสัดส่วนของความงาม ความฉลาด และความเป็นผู้นำ ถือเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนสาวไทยในจังหวัดภูเก็ตและทั่วประเทศอย่างแน่นอน

อย่าลืมติดตามกิจกรรมต่อไปของ Miss Universe Thailand 2025 ซึ่งจะมีการประกวดรอบชุดประจำชาติ การแข่งขันรอบอุ่นเครื่อง และรอบตัดสินอย่างเป็นทางการ ในวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2568 นี้!

ที่มา – ‘MUT ภูเก็ต’ มงคาบ้าน! ‘เดล นฤมล’ ปาดหน้าเต็งหนึ่ง ซิ่วมงกุฏ ‘Queen of Phuket’ ไปครอง

“สาลิกาดง” เสริมแกร่งเป็นชุดคว้า “แรมซีย์” ร่วมทีม

นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด หรือที่แฟนบอลไทยรู้จักในชื่อ “สาลิกาดง” เดินหน้าปรับปรุงทีมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดสามารถปิดดีลคว้าตัว เจค็อบ แรมซีย์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งจาก แอสตัน วิลลา เข้ามาร่วมทีมได้สำเร็จ

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ข่าวกรองดังกล่าวรายงานว่า นิวคาสเซิล ตกลงจ่ายค่าตัวให้กับ แอสตัน วิลลา เป็นเงิน 40 ล้านปอนด์ (ราว 1,760 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นค่าตัวที่สูงมากสำหรับนักเตะวัย 24 ปี ขณะเดียวกัน แรมซีย์ ก็ได้รับการอนุญาตให้เดินทางไปเข้ารับการตรวจร่างกายกับต้นสังกัดใหม่แล้ว

“สาลิกาดง” เสริมแกร่งเป็นชุดคว้า “แรมซีย์” ร่วมทีม

นิวคาสเซิล นับว่าต้องการสร้างทีมที่มีความสามารถมากขึ้นเพื่อเขี่ยขึ้นสู้ในศึกพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ สำหรับ เจค็อบ แรมซีย์ ที่เคยเป็นแนวรุ่งของเชลซี และเกือบย้ายไปร่วมทีมเอฟเวอร์ตันในช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว ถือเป็นการกลับมาในพรีเมียร์ลีกด้วยดีลสำคัญอีกครั้ง

ความแข็งแกร่งของนิวคาสเซิลในซีซั่นใหม่

ไม่ได้มีแค่ แรมซีย์ เพียงอย่างเดียวที่ “สาลิกาดง” ปั้นขึ้นมาเพราะในไม่กี่วันก่อนหน้านี้พวกเขายังคว้าตัว มาลิค เชา เซนเตอร์แบ็กจาก เอซี มิลาน มาร่วมทีมด้วยค่าตัวสูงถึง 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,320 ล้านบาท) ซึ่งจะช่วยเสริมแนวรับให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สองนักเตะคนสำคัญนี้ถือเป็นดีลที่มีราคาสูง แสดงถึงความมุ่งมั่นของสโมสรที่จะทำทีมให้แข็งแกร่ง และสามารถลุ้นได้ในหลายรายการในฤดูกาลนี้ คงไม่ใช่แค่การหนีตกชั้นอีกต่อไป

  • เจค็อบ แรมซีย์ – มิดฟิลด์มือใหม่ที่ยอดเยี่ยม
  • มาลิค เชา – เซนเตอร์แบ็กมีค่าตัวสูงจากอิตาลี
  • นิวคาสเซิล – มุ่งเป้าเขี่ยทีมเข้าสู่ลำดับบน

การมายัง “สาลิกาดง” ของทั้งสองนักเตะนี้ ทำให้แฟนบอลเริ่มตื่นเต้นและมีความหวังมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับอนาคตอันใกล้ของสโมสร นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่เปลี่ยนจากทีมดิ้นรนไปสู่ทีมที่น่าจับตามอง

อีกหนึ่งจุดเด่นคือการบริหารทีมภายใต้ AMSports ที่แสดงให้เห็นถึงพลังทางการเงินและความสามารถในการเจรจาที่ยอดเยี่ยม ทำให้ “สาลิกาดง” เติบโตไปทีมละก้าวต่อหน้าแฟนบอล

หากการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้สามารถตอบโจทย์ในสนามได้จริง นิวคาสเซิล อาจทำประวัติศาสตร์ใหม่ในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน

ที่มา – “สาลิกาดง” เสริมแกร่งเป็นชุดคว้า “แรมซีย์” ร่วมทีม

FC ไม่ปลื้ม! ‘ต้นข้าว-สุปรียา’ สลัดลุคใสๆ สวมชุดเซ็กซี่ แฟนคลับหวั่นใจ ลั่นชุดไม่โอเค!

วงการเพลงลูกทุ่งไทยกำลังจับตามองกระแสอันแรงกล้าของ “ต้นข้าว สุปรียา” แชมป์รายการ “ดวลเพลงชิงทุน” ที่สร้างปรากฏการณ์คว้าชัยชนะมาได้ต่อเนื่อง 68 สมัย ด้วยดวงตาโตใสและน้ำเสียงหวาน ทำให้สาวน้อยจากจังหวัดชัยภูมินี้กลายเป็นขวัญใจของแฟนเพลงทั่วประเทศ ที่ชื่นชอบในลุคต้นข้าวใสๆ สวมชุดสีสว่าง สไตล์นักเรียน ซึ่งเดิมทีเป็นภาพลักษณ์ที่เข้ากับวัยและกิจวัตรของเธออย่างมาก

ต้นข้าว สุปรียา สวมชุดเซ็กซี่ ฟอร์มใหม่จัดเต็มจนแฟนเพลงสั่น

ล่าสุดแฟนคลับต้องสะดุ้งเมื่อได้เห็นภาพและคลิปแนวแฟชั่นเซ็กซี่ของ ต้นข้าว สุปรียา ที่ถูกเผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอ ซึ่งเธอสวมกระโปรงสั้น สีม่วงเปล่งความเซ็กซี่อย่างเต็มตัว ทั้งวิกผมยาว ลุคสละสลวย ร้องเพลงแนวลูกทุ่งจังหวะกระหึ่มต่อเพลง “ส้มตำ” ของราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ท่าทีของต้นข้าวเปลี่ยนไปมากจากเดิมที่เรียบง่ายและน่ารัก มีหลากหลายมุมมองของแฟนคลับที่มองว่าลุคใหม่นี้อาจจะไม่เหมาะสมกับต้นข้าวในวัยรุ่น

โซเชียลระเบิด! เสียงติชมีมากกว่าชื่นชม

หลังจากเผยแพร่คลิปดังกล่าว สังคมโซเชียลมีเดียก็เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการแต่งตัวของ ต้นข้าว สุปรียา หลายคนมองว่าชุดที่ใส่นั้นไม่เหมาะสมกับวัยและภาพลักษณ์เดิมของเธอ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคำถามว่า ชุดนั้นแต่งโดยมีผู้ใหญ่ดูแลหรือไม่ รวมถึงมีผู้ใช้งานที่กล่าวไว้ว่า “น่าจะเป็นช่วงที่น้องยังไม่มีครูนิวคอยดูแลชุดน้องเหรอเปล่า?” และยังมีการแสดงความคิดเห็นอื่นว่า “ไม่ใช่ว่าน้องโป๊นะครับ แต่ชุดนี้ดูไม่เข้ากับสมัยนิยมของวงลูกทุ่งเท่าที่เคยเห็น” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นห่วงจากพ่อแม่และแฟนคลับจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม คลิปดังกล่าวยังได้รับความนิยมจากผู้ชมจำนวนมาก ด้วยท่วงทำนองเพลงที่จังหวะดี และเสียงร้องที่เต็มพลังของต้นข้าว หลายคนยังคงชื่นชมในความสามารถของเธอในการร้องเพลงได้ไพเราะและมีเอกลักษณ์ แม้ว่าภาพลักษณ์ภายนอกจะเปลี่ยนไป แต่สำหรับใครที่เป็นแฟนคลับตัวยงของ ต้นข้าว สุปรียา คงต้องจับตาดูว่า “峃ข้าว” จะปรับลุคในอนาคตให้เข้ากับทั้งความสามารถและเอเชธติกของวงการลูกทุ่งไทยหรือไม่

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ติดตามที่ชื่นชอบต้นข้าว สุปรียา ลองเข้าไปแสดงความเห็นหรือกำลังใจผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลของเธอ เพื่อแสดงถึงการสนับสนุน ทั้งในแง่ของศิลปินและตัวตนของเด็กวัยรุ่นที่ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมด้วยเช่นกัน

ที่มา – FC ไม่ปลื้ม! ‘ต้นข้าว-สุปรียา’ สลัดลุคใสๆ สวมชุดเซ็กซี่ แฟนคลับหวั่นใจ ลั่นชุดไม่โอเค!

จีนส่งเครื่องบินรบประชิดเครื่องบินฟิลิปปินส์เหนือแนวสันดอนทะเลพิพาท

สถานการณ์ตึงเครียดในทะเลจีนใต้อีกครั้ง เมื่อสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่ากองกำลังยามฝั่งของฟิลิปปินส์ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า เครื่องบินโดยสารขนาดเล็กของกองกำลังยามฝั่งฟิลิปปินส์ ที่ทำการนำผู้สื่อข่าวทั้งในและต่างประเทศบินเหนือแนวสันดอนสการ์โบโรห์ ในทะเลจีนใต้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ถูกเครื่องบินรบลำหนึ่งของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) เข้ามาประชิดใกล้ชิด โดยอยู่ห่างจากเครื่องบินของฟิลิปปินส์เพียงประมาณ 200 ฟุต หรือ 61 เมตรเท่านั้น

จีนส่งเครื่องบินรบประชิดเครื่องบินฟิลิปปินส์เหนือแนวสันดอนทะเลพิพาท

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลานานประมาณ 20 นาที โดยในระหว่างที่เกิดเหตุ เรือลาดตระเวนสองลำของจีนที่ลอยลำอยู่ในบริเวณนั้น ยังได้ส่งสัญญาณและติดต่อขอให้เครื่องบินฟิลิปปินส์ “ออกนอกพื้นที่ทันที” อย่างชัดเจน สร้างความเคลื่อนไหวและความวิตกกังวลระหว่างความสัมพันธ์ของสองประเทศอีกครั้ง

ความขัดแย้งฉุดรักระหว่างจีนและฟิลิปปินส์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีเหตุการณ์เรือยามฝั่งของจีนและเรือรบของพลประชาชนจีน (พีแอลเอ) ชนกันเองอย่างรุนแรง โดยเรือของจีนไล่จี้เรือยามฝั่งของฟิลิปปินส์ ซึ่งกำลังทำภารกิจช่วยเหลือเรือประมงของฟิลิปปินส์ บริเวณแนวสันดอนสการ์โบโรห์ เมื่อวันจันทร์ก่อนหน้านั้น

ต่อมาในวันพุธ กองเรือที่ 7 ของสหรัฐฯ ได้ส่งเรือพิฆาต “ยูเอสเอส ฮิกกินส์” เข้าไปในพื้นที่บริเวณแนวสันดอนสการ์โบโรห์ กลายเป็นการกระตุ้นให้จีนแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงอีกครั้ง ทำให้ความขัดแย้งในภูมิภาคเพิ่มความซับซ้อนมากขึ้น

  • ระบุว่าจีนประชิดเครื่องบินฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้
  • เรือลาดตระเวนจีนเข้าแทรกแซงและส่งสัญญาณเตือน
  • ฟิลิปปินส์ทำภารกิจในน่านน้ำทะเลพิพาท

ทั้งนี้ แนวสันดอนสการ์โบโรห์ซึ่งเป็นพื้นที่ทะเลพิพาท อยู่ห่างจากชายฝั่งเกาะลูซอนของฟิลิปปินส์ราว 200 กิโลเมตร แต่ห่างจากชายฝั่งของมณฑลไห่หนานหรือเกาะไหหลำและมณฑลกวางตุ้งของจีนราว 1,200–1,400 กิโลเมตร ฟิลิปปินส์ถือว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้เขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า แม้เรื่องราวในทะเลจีนใต้จะมีการสนทนาอย่างต่อเนื่องระหว่างประเทศต่าง ๆ แต่ความขัดแย้งในพื้นที่กลับยังคงเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

ขอบคุณภาพประกอบจาก AFP

หากคุณกำลังติดตามข่าวสารต่างประเทศ หรืออยากเข้าใจสถานการณ์ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ให้อย่างชัดเจน บทความนี้ถือเป็นมุมมองที่สำคัญในการสร้างความเข้าใจในบริบทเชิงลึกของปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ที่มา – จีนส่งเครื่องบินรบประชิดเครื่องบินฟิลิปปินส์ เหนือแนวสันดอนในทะเลพิพาท

สำนักพุทธฯสอบคลิปหลุดเจ้าอาวาสภาคเหนือฉันบวบคู่ขา

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา กระแสคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ได้สร้างความไม่平静ให้กับสังคม โดยในคลิปปรากฏพระรูปหนึ่ง ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดังในภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย โดยมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับศีลข้อสามร่วมกับชายอีกคนหนึ่ง ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากชุมชนและผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย

สำนักพุทธฯสอบคลิปหลุดเจ้าอาวาสภาคเหนือฉันบวบคู่ขา

หลังจากคลิปถูกแชร์กันอย่างรวดเร็ว สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงรายได้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ โดยมีการลงพื้นที่สอบสวนและสัมภาษณ์พยานในท้องที่ พร้อมทั้งรวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

การตอบสนองจากชุมชน

ชาวบ้านในพื้นที่ต่างแสดงความเสียใจและไม่พอใจอย่างมาก เนื่องจากเจ้าอาวาสที่ถูกกล่าวหาเป็นบุคคลที่ชุมชนให้ความเคารพนับถือมานานกว่า 30 พรรษา และมีอายุถึง 72 ปี หลายคนจึงไม่คาดคิดว่าจะมีพฤติกรรมที่คลาดเคลื่อนจากศีลสมณบาลอย่างนี้เกิดขึ้น

  • ชาวบ้านเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส
  • เสนอให้เจ้าอาวาสลาสิกขาหากมีความผิดจริง
  • ต้องการความชัดเจนเพื่อคงความศรัทธาในศาสนา

ขณะนี้สำนักพุทธฯยังอยู่ในช่วงการสอบสวน และกำลังรวบรวมข้อมูลอย่างรอบคอบ มีการมอบหมายให้เจ้าคณะอำเภอในพื้นที่เข้าไปสอบปากคำพยานและทำแผนผังแผนงาน การรายงานผลคาดว่าจะแจ้งให้สาธารณชนทราบภายในเวลา 15.00 น. วันที่เกิดเหตุ

บทสรุปเบื้องต้น คือ ข้อมูลที่ได้รับมานั้นสอดคล้องกับเหตุการณ์ในคลิปที่เผยแพร่ อย่างไรก็ตามยังไม่มีการตัดสินหรือประกาศโทษแต่อย่างใด เนื่องจากยังต้องเป็นไปตามขั้นตอนทางคณะสงฆ์อย่างเคร่งครัดก่อน

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและการกำกับดูแลพฤติกรรมของพระภิกษุในวัดต่างๆ โดยเฉพาะวัดที่มีชื่อเสียงและผู้คนสักการะเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้เราควรติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนั้นการให้เกียรติและเคารพกระบวนการทางศาสนาเป็นสิ่งสำคัญเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด หรือเสียหายแก่ศาสนาและผู้บริโภคศรัทธาในอนาคต

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด อย่าลืมเช็กข่าวอัปเดตในช่วงบ่ายเพื่อรับรายละเอียดการสอบสวนอย่างเป็นทางการจากทางสำนักพุทธฯ

ที่มา – สำนักพุทธฯลงพื้นที่สอบคลิปหลุด ‘เจ้าอาวาส’ วัดดังภาคเหนือฉันบวบคู่ขา