ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ทรัมป์ต่อสายถึงรัฐมนตรีคลังนอร์เวย์ คุยเรื่องภาษีและรางวัลโนเบล

ไม่นานมานี้ สื่อต่างประเทศรายงานเกี่ยวกับการสนทนาที่น่าสนใจระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และ รัฐมนตรีคลังนอร์เวย์ เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก ซึ่งสร้างกระแสในวงการการเมืองระหว่างประเทศ รายงานระบุว่า ทรัมป์ได้โทรศัพท์ถึงสโตลเทนเบิร์กโดยตรงขณะที่เขาเดินอยู่ในกรุงออสโล เพื่อพูดคุยเรื่อง มาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีผลต่อนอร์เวย์ภายใต้อัตราภาษี 15% ที่เพิ่งเริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา

ทรัมป์ต่อสายถึงรัฐมนตรีคลังนอร์เวย์ คุยเรื่องภาษีและรางวัลโนเบล

ช่วงการสนทนานี้ยังมีประเด็นที่ตอกย้ำความน่าสนใจ เมื่อทรัมป์ใช้โอกาสพูดถึงรางวัลโนเบล ซึ่งสโตลเทนเบิร์กเคยได้รับการกล่าวถึงในอดีตเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงที่เขายังดำรงตำแหน่งเลขาธิการนาโต ในสมัยรัฐบาลของทรัมป์ในรอบแรก ด้านสโตลเทนเบิร์กยืนยันว่าการโทรศัพท์ของทรัมป์เกิดขึ้นจริง แต่กล่าวว่าไม่มีการกล่าวถึงรางวัลโนเบลโดยตรง อย่างไรก็ตาม สื่อนอร์เวย์รายงานว่าหลังการสนทนาดังกล่าว ทรัมป์ยังได้โทรศัพท์ถึงนายกรัฐมนตรีโยนาส การ์ สเตอร์ เพื่อพูดคุยเพิ่มเติม

ความใฝ่ฝันรางวัลโนเบลของทรัมป์

การพูดถึงรางวัลโนเบลครั้งนี้ดูเหมือนจะสะท้อนแรงผลักดันภายในของทรัมป์ที่หวังให้ตนเองได้รับรางวัลสาขาสันติภาพระดับโลก ซึ่งมีผู้นำสหรัฐฯ อย่างประธานาธิบดีที่ผ่านมามากมายเคยได้รับรางวัลนี้ เช่น ธีโอดอร์ รูสเวลต์, วูดโรว์ วิลสัน, จิมมี คาร์เตอร์ และบารัค โอบามา แม้การได้รับรางวัลนี้จะเป็นเรื่องของคณะกรรมการโนเบลนอร์เวย์ แต่ความตั้งใจของทรัมป์ในการพูดถึงรางวัลในเชิงบวกกับผู้นำต่างประเทศ แสดงให้เห็นถึงแรงผลักดันทางการเมือง

  • ทรัมป์มีความฝันอยากได้รางวัลโนเบล
  • พูดคุยกับรัฐมนตรีคลังนอร์เวย์ เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก
  • หารือเรื่องมาตรการภาษีสหรัฐฯ กับนอร์เวย์
  • เคยพูดถึงรางวัลนี้ในการสนทนาครั้งก่อน

สถานการณ์นี้สะท้อนภาพของการเมืองโลกที่การสนทนาไม่เพียงแค่เกี่ยวกับนโยบาย แต่ยังสอดแทรกความคาดหวังส่วนตัวของผู้นำในระดับโลก ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีวันคลี่คลาย หากยังมี ทรัมป์ต่อสายถึงรัฐมนตรีคลังนอร์เวย์ คุยเรื่องภาษีและรางวัลโนเบล เป็นเครื่องพิสูจน์

สำหรับใครที่สนใจติดตามความเคลื่อนไหวระดับโลก การพูดคุยครั้งนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในวงการการเมืองระหว่างประเทศ ที่ยังเต็มไปด้วยพลังแห่งความทะเยอทะยานและการปรับตัวเพื่อเผชิญหน้ากับอิทธิพลใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ภาษี หรือแม้กระทั่ง รางวัลโนเบล ที่เป็นเป้าหมายระดับโลก

ที่มา – ทรัมป์ต่อสายถึงรัฐมนตรีคลังนอร์เวย์ คุยเรื่องภาษีและรางวัลโนเบล

แห่ขอเลขเด็ด! อิทธิฤทธิ์แม่ตะเคียนผุดลอยน้ำ พระ-ชาวบ้านอัญเชิญไว้วัดขอโชคลาภ

เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลดอนลำโพง อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี เกิดความฮือฮาเมื่อมีรายงานว่าพบ “แม่ตะเคียน” ลอยมาจอดติดตลิ่งบริเวณแม่น้ำตากแดด น้ำท่วมมากันเป็นพวงเมื่อแม่น้ำช่วงฤดูฝนมีน้ำหลาก จนต้นตะเคียนอายุนับร้อยปี ขนาดความยาว 12 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร ลอยขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

แห่ขอเลขเด็ด! อิทธิฤทธิ์แม่ตะเคียนผุดลอยน้ำ

หลังจากที่ชาวบ้านพบต้นไม้ตระกูลพญาไม้ผุดแสง คือ “ต้นตะเคียน” ที่ลอยมาจอดติดริมฝั่ง จึงได้รีบแจ้งเจ้าอาวาสวัดท่ามะขามป้อม ซึ่งเป็นพระที่มีชื่อเสียงเรื่องดวงจิตและโบราณคดี มารับทราบ ต่อมาในวันที่ 13 สิงหาคม ได้มีพิธีอัญเชิญต้นตะเคียนขึ้นจากน้ำ โดยใช้เรือและรถไถนาลากต้นไม้อันศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาบนคานไม้ พร้อมมุงสแลนป้องกันแดดเป็นพิธี

อัญเชิญไว้วัด พระ-ชาวบ้านแห่ขอโชค

ในวันที่ 14 สิงหาคม ได้มีพิธีบวงสรวงต้นตะเคียนอย่างเป็นทางการ โดยมีทั้งพระและชาวบ้านมาร่วมทำพิธี เหตุการณ์ที่ผิดฤดูกาล ที่ต้นไม้เหล่านี้ลอยมาเมื่อวันดีคืนดีนั้น เรียกได้ว่ามีความลึกลับ ที่แม่น้ำตากแดด ซึ่งปกติแห้งในช่วงฤดูแล้ง กลับมีต้นตะเคียนลอยขึ้นมาในฤดูฝน

นอกจากนี้ ระหว่างทำพิธี ยังมีชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวอ้างว่าได้สัมผัสกับ “แม่ตะเคียน” โดยบอกว่าต้นนี้มีชื่อว่า “แม่แก้วพิกุล” และอายุเพียง 18 ปี สร้างความแปลกใจและฮือฮาให้กับแม่ค้าแม่ขายลอดต่อเนื่อง

หลายรายตั้งใจเดินทางจากหลายอำเภอเพื่อมา “ขอเลขเด็ด” จากต้นตะเคียน ซึ่งใช้แป้งโรยลงบนเปลือกไม้แล้วใช้มือลูบไล้ใคร่ขอโชค ทำให้เลขที่ได้ออกมาในแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่มีหลักหลายเลขซ้ำกัน เช่น 80, 75, 775 และเลขในขันน้ำมนต์คือเลข 60 นอกจากนี้ เลขท้ายป้ายรถไถนาที่ใช้ลากต้นไม้อันศักดิ์สิทธิ์ขึ้นจากน้ำคือเลข 453 ก็ถูกหยิบยกมาใช้เสี่ยงโชคเช่นกัน

แห่ขอเลขเด็ด! อิทธิฤทธิ์แม่ตะเคียนผุดลอยน้ำ

ซึ่งช่วยวางใจให้พ่อค้าลอตเตอรี่รายย่อยหลายรายต่างขายหวยได้อย่างดี โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้เคียงวัด กลายเป็นจุดนัดหมายของผู้ที่ศรัทธาและความเชื่อว่า “แม่ตะเคียน” สามารถทำนายโชคชะตาให้ได้ เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์เชิงจิตวิญญาณที่แพร่หลายไปอย่างรวดเร็วทั่วพื้นที่อุทัยธานีและพื้นที่ใกล้เคียง

ในการอัญเชิญต้นไม้นี้มาไว้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความยึดมั่นทางศาสนาและจิตใจของชาวบ้านที่มีต่อพิธีกรรม รวมทั้งสร้างแรงจูงใจให้ร่วมกันช่วยดูแลวัดและอนุรักษ์ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้ให้อยู่กับท้องถิ่น

สุดท้าย แม้ว่าหลายคนอาจมองด้วยความสงสัยว่า “แห่ขอเลขเด็ด! อิทธิฤทธิ์แม่ตะเคียนผุดลอยน้ำ” เป็นเพียงเชื่อถือกันตามอบริบูรณ์ แต่ก็ถือเป็นความสามารถในการรวมพลังจิตและสร้างความเชื่อมโยงทางจิตใจของชุมชนได้เป็นอย่างดี

หากคุณมีโอกาสไปอุทัยธานี ลองแวะไปสักการะ “แม่ตะเคียน” คนดีโอกาสได้ “เทพเด็ด” ที่อาจพาคุณลุ้นถูกหวยในงวดต่อไปก็ได้!

ที่มา – แห่ขอเลขเด็ด! อิทธิฤทธิ์แม่ตะเคียนผุดลอยน้ำ พระ-ชาวบ้านอัญเชิญไว้วัดขอโชคลาภ

กองทัพบกแจงเหตุพลทหารใช้อาวุธปืนพื้นที่อ.กาบเชิง

เมื่อเวลา 00.45 น. วันที่ 15 สิงหาคม พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ได้เกิดเหตุใช้อาวุธปืนในพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ โดยกำลังพลกองร้อยทหารราบที่ 1623 ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นชุดรวมทั้งสิ้น 10 นัด บริเวณถนนข้างวัดบ้านเขื่อนแก้ว จากนั้นเวลา 00.54 น. ได้ยินเสียงปืนเพิ่มขึ้นอีก 2 นัด ซึ่งหลังจากการตรวจสอบพบว่า มีพลทหารรัฐภูมิ เทพศิริ ซึ่งสังกัดกองร้อยทหารราบที่ 1623 ได้ออกจากที่ตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนแบบยาวพร้อมกระสุนจำนวนมาก

กองทัพบกแจงเหตุพลทหารใช้อาวุธปืนพื้นที่อ.กาบเชิง

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์นี้ 2 ราย ได้แก่ 1. นายอนุวัฒน์ สิงห์ชัย อายุ 32 ปี เป็นชาวบ้านในพื้นที่บ้านเขื่อนแก้ว ถูกกระสุนปืนเข้าปอดข้างขวาส่งผลให้มีอาการสาหัส แต่ยังคงรู้สึกตัว และได้ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลสุรินทร์เพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน และ 2. นายวุฒนา นาประโคน อายุ 35 ปี ได้รับบาดเจ็บจากการถูกสะเก็ดกระจกเข้าที่เท้าซ้าย อย่างไรก็ตามได้คุยอาการปลอดภัย สถานะอาการผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายนี้ยังพ้นขีดอันตรายแล้วและได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสม

การร่วมมือของเจ้าหน้าที่และตำรวจ

พ.อ.ริชฌา กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจร่วมกับกำลังพลจากกองร้อยทหารราบที่ 1623 ได้เคลื่อนกำลังตรวจสอบพื้นที่ สอบถามพยาน เบื้องต้นมีความเชื่อว่าพลทหารรัฐภูมิ เทพศิริ น่าจะเป็นผู้ก่อเหตุโดยตรง เหตุการณ์ในครั้งนี้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ ทางกองทัพบกจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนโดยรอบพื้นที่เพื่อค้นหาตัวผู้ต้องสงสัย แต่ยังไม่สามารถจับกุมได้ในขณะนี้

  • พลทหารออกนอกที่ตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • พกพาอาวุธปืนและกระสุนออกจากแผนก
  • ยิงปืนเป็นชุดภายในช่วงดึกของวันที่ 15 สิงหาคม
  • ผู้บาดเจ็บ 2 รายส่งตัวรักษาในโรงพยาบาลพื้นที่

กองทัพบกขอแจ้งขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารทันที โดยจะมีการรายงานข่าวสารเพิ่มเติมหากมีความคืบหน้าในภายหลัง. ในฐานะพลเมืองที่ดี สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาความปลอดภัยของตนเองและชุมชน เราควรเฝ้าระวังพฤติกรรมที่ผิดปกติ และเป็นพยานเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการระบุข้อมูลให้แม่นยำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในเฟรมเดียว

ที่มา – ‘กองทัพบก’แจงเหตุพลทหารใช้อาวุธปืนพื้นที่อ.กาบเชิง บาดเจ็บ 2 รายพ้นขีดอันตรายแล้ว

ขนุน มีดีทั้งเนื้อทั้งเม็ด ชะลอวัย บำรุงร่างกาย

ขนุน เป็นผลไม้ที่หลายคนชื่นชอบ ทั้งรสชาติหวานฉ่ำและประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อในสีเหลืองอร่อย หรือแม้แต่ เม็ดขนุน ที่สามารถรับประทานได้และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ผลไม้ชนิดนี้มีชื่อเสียงว่า “สุดยอดพลังงานธรรมชาติ” ที่ให้สารอาหารครบถ้วนแก่ร่างกาย

ขนุน มีดีทั้งเนื้อทั้งเม็ด ชะลอวัย บำรุงร่างกาย

เนื้อขนุนสุกนั้นอุดมไปด้วยพลังงาน ช่วยเติมความสดชื่นและให้ความอิ่มนาน สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญกล่าวว่า ขนุน มีสารอาหารสำคัญหลายชนิดที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น ซูโครส ฟรุกโตส วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี และสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง ฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยชะลอวัยและลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง

ขนุนสุก

สรรพคุณของเนื้อขนุน

เนื้อขนุนมีประโยชน์มากมาย เช่น ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงผิวพรรณ และยังช่วยในการทำงานของระบบย่อย การกินเนื้อขนุนเป็นประจำสามารถช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เยื่อบุภายในเจริญ และยังป้องกันโรคมะเร็งได้ในระดับหนึ่ง

  • วิตามินเอ ช่วยให้ผิวหนัง และเยื่อบุต่างๆ แข็งแรง
  • วิตามินซี ต้านเชื้อโรคและช่วยฟื้นฟูร่างกาย
  • วิตามินบี ที่พบไม่มากในผลไม้อื่น ช่วยเสริมระบบประสาท
  • ช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

หากพูดถึงเมล็ดขนุน ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง “สมบัติ” ที่มีประโยชน์ไม่แพ้กัน เมล็ดขนุน เป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูง ให้พลังงานแบบค่อยเป็นค่อยไป และยังมีแร่ธาตุสำคัญหลายชนิด

เม็ดขนุน
  • โปรตีนสูง ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
  • วิตามินบี 1, บี 2 และวิตามินซี
  • แคลเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และซิงค์
  • โพแทสเซียม ช่วยควบคุมความดันโลหิต
  • ฟลาโวนอยด์และพอลิฟีนอล ช่วยชะลอวัย ต้านอนุมูลอิสระ

การรับประทานเมล็ดขนุนจึงช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต อีกทั้งยังช่วยรักษาสุขภาพหัวใจ สมอง และระบบประสาทได้ดี แต่ควรระวังเรื่องการต้มหรือปรุงให้สุกเสียก่อน เพราะเมล็ดดิบอาจมีสารที่เป็นพิษได้

ขนุนในมุมของการแพทย์แผนจีน

ในมุมมองของแพทย์แผนจีน ขนุน ถูกนำมาใช้เพื่อบำรุงร่างกาย แก้กระหายน้ำ และช่วยคลายเมาสุรา ส่วนเมล็ดขนุนช่วยขับน้ำนม ส่วนแก่นขนุนใช้ต้มกินเพื่อแก้เครียดและบำรุงเลือดลม

การเลือกรับประทานขนุนอย่างเหมาะสมจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการดูแลสุขภาพทั้งในด้านภูมิคุ้มกัน การเมตาบอลิซึม และระบบทางเดินอาหาร ทั้งนี้ควรกินเฉพาะเมื่อสุก ควบคุมปริมาณให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดผลเสีย

ถ้าคุณยังไม่เคยลองรับประทานขนุนทั้งเนื้อทั้งเม็ดอย่างสม่ำเสมอ ก็ถึงเวลาแล้วที่จะเริ่มต้นดูแลสุขภาพจากธรรมชาติ ด้วยผลไม้ที่พื้นเมือง แต่มีคุณค่าสูง แบบขนุนนี้แหละ

ที่มา – ‘ขนุน’ มีดีทั้งเนื้อทั้งเม็ด ชะลอวัย บำรุงร่างกาย

RSP NEXT: ก้าวใหม่อุทยานวิทยาศาสตร์สู่ศูนย์กลางเทคโนโลยี

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ได้มีการเปิดตัวโครงการ RSP NEXT: ก้าวใหม่อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค – พลังวิทย์สู่อนาคตไทยเท่าเทียม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธี

RSP NEXT: ก้าวใหม่อุทยานวิทยาศาสตร์สู่ศูนย์กลางเทคโนโลยี

แนวคิดของ RSP NEXT เกิดจากความต้องการขับเคลื่อนภูมิภาคให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับพื้นที่ ช่วยสร้างแรงผลักดันให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทยมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมปลดล็อคโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างเท่าเทียม

สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม

อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคได้ร่วมงานกับพันธมิตรภายในมหาวิทยาลัยและเอกชนมามากกว่า 10 ปี จนประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีผู้ประกอบการกว่า 28,000 รายได้รับการสนับสนุน และเกิดการจ้างงานมากถึง 15,674 ตำแหน่ง ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจเพิ่มขึ้นกว่า 62,813 ล้านบาท

  • ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ
  • เชื่อมโยงองค์ความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ
  • ส่งเสริม Deep Tech Startup และธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก (SMEs)

ปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า “RSP NEXT” จะขยายบทบาทไปเป็น “ศูนย์กลางธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับพื้นที่” ด้วยการเชื่อมโยงระบบบริการในรูปแบบ National Platform ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสทางอาชีพและการจ้างงานในแต่ละภูมิภาคอย่างมีคุณภาพ

เพื่อสร้างอนาคตไทยที่เท่าเทียม การเชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักวิจัย หน่วยงานรัฐ และเอกชน ผ่านเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศที่มีจำนวน 44 แห่ง จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการกระจายศักยภาพทั่วประเทศ

เชื่อได้ว่า หากเราให้โอกาสเท่าเทียมกับทุกภูมิภาค ก้าวใหม่ของอุทยานวิทยาศาสตร์จะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน และช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจที่เข้มแข็งและสร้างสรรค์

ที่มา – RSP NEXT:‘ก้าวใหม่’อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคสู่‘ศูนย์กลางธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับพื้นที่’

เดลินิวส์ 15 ส.ค. มทภ.2 ลั่นปิดด่านยาว อย่าฟังอินฟลูฯข่าวมั่ว-ให้เชื่อรบ.

หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ฉบับวันศุกร์ที่ 15 ส.ค. 2568 นำเสนอข่าวเด่นที่สะท้อนถึงสถานการณ์ในประเทศอย่างรอบด้าน โดยเน้นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ความมั่นคง และความยุติธรรม ที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้

เดลินิวส์ 15 ส.ค. มทภ.2 ลั่นปิดด่านยาว อย่าฟังอินฟลูฯข่าวมั่ว-ให้เชื่อรบ.

หนึ่งในประเด็นหลักของวันนี้คือ การที่ มทภ.2 ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่าจะปิดด่านทหารให้แน่นอน เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนฟังข่าวลือหรือข่าวอินฟลูเอนเซอร์ที่ไร้คุณภาพ แต่ให้เชื่อหน่วยบัญชาการแทน ที่มีความพร้อมในการป้องกันภัยทางทหารในพื้นที่

นอกจากนี้ยังมีการส่งทูตทหารไปเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น จังหวัดอุบลราชธานี และศรีสะเกษ พร้อมกับมีการเผยแพร่คลิปที่พบว่ากลุ่มผู้ก่อการร้ายข้ามแดนมาวางระเบิดฝั่งไทย ซึ่งเป็นหลักฐานที่ยืนยันถึงความจำเป็นในการรักษาความมั่นคง

ปิดด่านจะเกิดผลกระทบอย่างไร

การปิดด่านทหารในครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนที่จำเป็นของหน่วยบัญชาการเพื่อยุติสถานการณ์ที่ซับซ้อนในการตรวจสอบข้อมูลข่าวกรองจากหลายช่องทาง การจัดการอย่างเข้มงวดจะช่วยลดช่องโหว่ในการโจมตีจากภายนอก และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

อย่างไรก็ตามก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนอาจได้รับจากอินฟลูเอนเซอร์หรือสื่อมวลชนบางสำนักที่ออกข่าวแบบมั่ว ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิด และความตื่นตระหนกในสังคม

  • มทภ.2 เผยแผนปิดด่านทหารเหมาะสม
  • หน่วยบัญชาการห้ามรับข่าวมั่วจากอินฟลูฯ
  • ยืนยันการรักษาความมั่นคงภาคพื้น
  • ฝากถึงประชาชนให้เชื่อในข้อมูลอย่างเป็นทางการ

สถานการณ์เช่นนี้ต้องการให้ทุกฝ่ายมีบทบาทในการสร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง โดยหน่วยงานรัฐควรเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และประชาชนควรถามข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถืออย่างหน่วยงานราชการ มากกว่า เดลินิวส์ 15 ส.ค. ที่เปล่าๆ หรือข่าวลือในโซเชียลมีเดีย

สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจของ มทภ.2 เป็นการยืนยันถึงการวางกลยุทธ์ระยะยาวอย่างรอบคอบ และเรียกร้องให้สังคมไทยรวมพลังกันแยกแยะข้อมูล เพื่อก้าวผ่านวิกฤตในช่วงเวลาที่มีความท้าทายสูงสุด

ที่มา – เดลินิวส์ 15 ส.ค. มทภ.2 ลั่นปิดด่านยาว อย่าฟังอินฟลูฯข่าวมั่ว-ให้เชื่อรบ.

แทร็ฟฟอร์ดเซ็งอาจตกเป็นตัวสำรองหากซิตีคว้าจีโจ้

เจมส์ แทร็ฟฟอร์ด มือกาวป้ายแดงของ แมนเชสเตอร์ ซิตี กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ หลังมีข่าวว่า เรือใบสีฟ้า อาจควักเงินยื่นมือกาวจอมหนึบจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง อย่าง จานลุยจิ ดอนนารุมมา มาเฝ้าเสาแทน ซึ่งหากดีลนี้ไปได้จริง แทร็ฟฟอร์ดอาจต้องตกเป็นตัวสำรองอย่างแท้จริง

แทร็ฟฟอร์ดเซ็งอาจตกเป็นตัวสำรองหากซิตีคว้าจีโจ้

รายงานจากสื่อดังของอังกฤษอย่าง “เดอ เทเลกราฟ” เปิดเผยว่า เปป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี เริ่มมอง เจมส์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นตัวเลือกมือ 1 คนใหม่หลังเพิ่งดึงตัวกลับมาจาก เบิร์นลีย์ ในช่วงซัมเมอร์ปีนี้ แต่ทุกอย่างอาจเปลี่ยนแปลง หากข่าวการย้ายทีมของ จานลุยจิ ดอนนารุมมา กลายเป็นจริง

กลยุทธ์การเสริมทัพของซิตี

ดอนนารุมมา ถือเป็นหนึ่งในมือกาวระดับท็อปในยุโรป เขาประสบความสำเร็จมากมายกับ เปแอสเช และหากเขาย้ายมาร่วมทีมกับ เรือใบสีฟ้า จะเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งในแนวรับประตูให้ทีมมีทีมชาติทันที ซึ่งตามข่าวระบุว่า เขายื่นมือออกจากทีมแล้วหลังไม่สามารถต่อสัญญากับ เปแอสเช ได้ และยังถูกตัดชื่อออกจากทีมในศึก ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ด้วย

แมนเชสเตอร์ ซิตี กลับมาพร้อมความแข็งแกร่งอีกครั้งในฤดูกาล 2024/25 โดยเฉพาะในแนวรับ หลังทยอยรับสมัครนักเตะใหม่เพื่อเสริมความมั่นคง แต่ด้วยสถานการณ์ทั้งของ เอแดร์ซอน และโอกาสที่ ดอนนารุมมา จะมาร่วมทีม จึงทำให้ แทร็ฟฟอร์ด ต้องรอลุ้นในแบบไร้สัญญาณแน่นอน

  • ดอนนารุมมา เป็นนักเตะฟรีเอเยนต์หลังหมดสัญญากับ เปแอสเช
  • ค่าตัวคาดว่าไม่เกิน 43 ล้านปอนด์
  • เปปฯ ชื่นชอบแนวเล่นของ ดอนนารุมมา
  • แทร็ฟฟอร์ดกำลังฝึกฝนเพื่อคว้าโอกาสเป็นมือ 1

ขณะนี้ แทร็ฟฟอร์ด มีเวลาในการพิสูจน์ตัวเอง แต่การแข่งขันในตำแหน่งมือกาวของ แมนเชสเตอร์ ซิตี จะยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหาก จีโจ้ เดินทางมาร่วมทีมจริง ขณะที่แทร็ฟฟอร์ด คงต้องพิสูจน์ศักยภาพส่วนตัวและใจในแบบตัวต่อไป

หากคุณเป็นแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี ต้องติดตามความเคลื่อนไหวของทีมในช่วงซัมเมอร์นี้อย่างใกล้ชิด เพราะทุกความเคลื่อนไหวอาจเปลี่ยนแผนการเล่นไปโดยสิ้นเชิง

ที่มา – “แทร็ฟฟอร์ด” เซ็งส่อแววตกกระป๋องหากเรือใบคว้า “จีโจ้” เฝ้าเสา

หนีตาย! ไฟไหม้โรงงานรีไซเคิลฉะเชิงเทรา เสียหายหลายล้าน

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่โรงงานรีไซเคิลในจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง โดยในตอนเกิดเหตุมีแรงงานอยู่ภายในที่พัก ซึ่งต้องหนีตายออกจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เพื่อหลีกหนีเปลวไฟที่ลุกไหม้อย่างรุนแรง

หนีตาย! ไฟไหม้โรงงานรีไซเคิลฉะเชิงเทรา เสียหายหลายล้าน

พ.ต.ท. ธีระ เสนทอง สารวัตรสอบสวน สภ.แปลงยาว ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานรีไซเคิล บริษัท คิวมิวเลทพลัส จำกัด หมู่ 805 ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่จึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมทั้งรถดับเพลิงกว่า 30 คัน เนื่องจากโรงงานมีวัสดุไวไฟจำนวนมาก ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว

โรงงานรีไซเคิลมีวัสดุไวไฟสะสม

พยานเหตุเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองกำลังรับประทานอาหารในโรงงาน ได้เกิดเสียงดังรุนแรงพร้อมไฟไหม้ระอุ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้คนงานต้องวิ่งหนีตายทันที มีทั้งหมด 4 คนที่อยู่ในบริเวณนั้นและสามารถรอดชีวิตมาได้อย่างปลอดภัย ความเสียหายครั้งนี้ระบุว่าเกิดจากภายในโรงงานเต็มไปด้วยวัสดุรีไซเคิล เช่น ยางรถยนต์เก่า พลาสติกไม้พาเรท และวัสดุอื่น ๆ ที่เป็นเชื้อเพลิงชั้นดี

โรงงานเกือบจะพังถล่มจากเพลิงไหม้

นางสาวกัลยา ประสิทธิภาคย์ นายอำเภอแปลงยาว ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุเพื่อบัญชาการในการดับเพลิง โดยประสานงานร่วมกับหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยท้องถิ่น ท่ามกลางเปลวไฟที่ลุกลามถึง 90% ของพื้นที่ในโรงงาน ทำให้มูลค่าความเสียหายสูงถึงหลายล้านบาท

สาเหตุยังไม่ทราบชัดเจน

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุเพลิงไหม้ในโรงงานรีไซเคิลฉะเชิงเทรา เนื่องจากเหตุเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง จึงต้องรอการสอบสวนจากกองพิสูจน์หลักฐานในการสรุปสาเหตุอย่างเป็นทางการ ทว่าเบื้องต้นคาดการณ์ว่าเป็นจากวัสดุที่สะสมไว้ภายในโรงงานซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟไหม้

  • คำเตือนเกี่ยวกับความปลอดภัยในโรงงานรีไซเคิล
  • ความสำคัญของการตรวจสอบระบบไฟฟ้าและก๊าซอย่างสม่ำเสมอ
  • การฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับการหนีไฟและการใช้อุปกรณ์ดับเพลิง

จากเหตุการณ์นี้ ไม่เพียงแต่ความเสียหายทางด้านทรัพย์สินที่เป็นจำนวนมาก แต่ยังกระทบต่อสุขภาพของคนงานและชุมชนโดยรอบ ซึ่งอาจจำเป็นต้องมีการตรวจสุขภาพเป็นระยะ เพื่อป้องกันผลกระทบจากควันพิษในระยะยาว

เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เตือนใจผู้ประกอบการโรงงานทุกประเภท ถึงความสำคัญของการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยอย่างจริงจัง เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจสร้างความเสียหายมหาศาลได้ ทั้งในด้านชีวิต ทรัพย์สิน และชื่อเสียงขององค์กร

อย่าลืมติดตามข่าวสารอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้และระวังข่าวจากพื้นที่ใกล้บ้านคุณ เพราะอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา

ที่มา – หนีตาย! ไฟไหม้โรงงานรีไซเคิลฉะเชิงเทรา เสียหายหลายล้าน เร่งหาสาเหตุ

สภาฯ ถกงบปี 69 สองวันใช้เวลา 31 ชม. คืบหน้า 23 มาตรา

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา รัฐสภาได้จัดประชุมวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นวาระที่ 2 และเป็นวันที่สองของการประชุม โดยมีนายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมในวันดังกล่าว

ในช่วงดึกของวันดังกล่าว การประชุมได้พิจารณาถึงมาตรา 22 ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณของกระทรวงแรงงาน หลังจากนั้นได้เข้าสู่การอภิปรายในมาตรา 23 ซึ่งเป็นงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงวัฒนธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชนได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณให้กับโครงการซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาล ที่มีการจัดตั้งวงเงินไว้ค่อนข้างสูง โดยพวกเขากลัวว่าหากไม่มีการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ งบประมาณที่เพิ่มขึ้นจะไม่สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่ได้จริง

สภาฯ ถกงบปี 69

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความกังวลจาก สส. หลายฝ่าย แต่ที่ประชุมในที่สุดก็เห็นชอบร่างกฎหมายตามที่กรรมาธิการเสนอ โดยผ่านการลงคะแนนเสียงด้วยเสียงข้างมาก ทำให้มาตรา 23 ของงบประมาณปี 2569 ได้รับการปรับปรุงและผ่านการพิจารณาในระดับหนึ่งแล้ว

ต่อมาเวลาประมาณ 01:05 น. นายไชยา พรหมาได้ประกาศว่า การประชุมในวันนี้ใช้เวลานานพอควรแล้ว จึงได้ประกาศพักการประชุมออกไปชั่วคราว และจะดำเนินการประชุมอีกครั้งในเวลา 09:00 น. ของวันเดียวกัน เพื่อดำเนินการพิจารณาต่อในมาตราที่ 24 ซึ่งเป็นงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ

สรุปเวลาที่ใช้ในการประชุม

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในช่วง 2 วันที่ผ่านมานี้ ได้มีการจัดการประชุมที่ต่อเนื่องและใช้เวลายาวนานถึง 31 ชั่วโมง โดยเน้นความละเอียดในการพิจารณาแต่ละมาตราอย่างรอบคอบ เพื่อให้การใช้งบประมาณในปี 2569 มีความโปร่งใส ตอบโจทย์ประชาชน และสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาล

ไม่เพียงแค่เพื่อพิจารณาตามหัวข้อเท่านั้น การประชุมในครั้งนี้ยังถือว่าเป็นกระบวนการทางประชาธิปไตยที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของ สส. ที่ต้องการตรวจสอบงบประมาณทุกรายละเอียดก่อนที่จะนำไปใช้บริหารประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของประเทศยังคงฟื้นตัวจากสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมา

  • วาระพิจารณา 2 วัน
  • ใช้เวลารวม 31 ชั่วโมง
  • คืบหน้าถึงมาตราที่ 23
  • มีการถกประเด็นงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์
  • ยังใช้เวลาเพื่อพิจารณาต่อในมาตราที่ 24

สำหรับผู้ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองและงบประมาณ ถือว่าการประชุมในครั้งนี้ไม่ใช่เพียง例行การ (例行หมายถึง 例行การ ไม่ได้แบกรับความหมายพิเศษ แต่ในบริบทนี้อาจเข้าใจได้ว่าเป็นการดำเนินการตามรูปแบบเดิม ๆ โดยไม่มีการปรับปรุง) แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงหน้าที่ของตัวแทนประชาชนในการตรวจสอบการใช้จ่ายของภาครัฐอย่างเข้มงวด

หากคุณสนใจติดตามความเคลื่อนไหวของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวาระต่อไป หรืออยากเข้าใจงบประมาณในมาตราถัด ๆ ไป ขอเชิญท่านติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือต่อไป เพื่อพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองในระดับประเทศให้เพิ่มขึ้น

ที่มา – ‘สภาฯ’ ถกงบปี 69 สองวันใช้เวลารวม 31 ชม. คืบหน้า 23 มาตรา

“หมาป่ากรุงโรม” ร่อนข้อเสนอซื้อ “ซานโช” เสริมแกร่ง

ในโลกฟุตบอลที่เต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวของตลาดซื้อขายนักเตะ “หมาป่ากรุงโรม” หรือทีม โรมา ทีมดังจากศึกกัลโช เซเรีย อา ประเทศอิตาลี ก็ได้ออกสตาร์ทเพื่อความแข็งแกร่งในทีมด้วยการส่งข้อเสนอขอซื้อนักเตะ เจดอน ซานโช ปีกดาวรุ่งของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมลูกหนังจากแดนผู้ดี

แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขค่าตัวที่แน่นอน แต่แหล่งข่าวจากสื่อชื่อดังอย่าง “BBC” ได้ระบุว่า โรมา ส่งข้อเสนออย่างเป็นทางการเพื่อคว้าตัวนักเตะรายนี้ไปร่วมทีมเพื่อเสริมความแกร่งในแนวรุก ขณะเดียวกันยังไม่ทราบว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะตอบรับหรือปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวไปในที่สุดอย่างไร

“หมาป่ากรุงโรม” ขอซื้อ “ซานโช” แบบมีเงื่อนไข

อย่างไรก็ตาม เหยี่ยวข่าวดังอย่าง ฟาบริซิโอ โรมาโน ได้รายงานข่าวที่น่าสนใจว่า โรมา ไม่ได้ขอซื้อ ซานโช แบบถาวรทันที แต่ขอรับแบบยืมตัวก่อนเป็นเวลาหนึ่งฤดูกาล โดยมีเงื่อนไขบังคับซื้อขาดเมื่อจบฤดูกาล โดยระบุว่าค่าตัวจะอยู่ที่ 23 ล้านยูโร หรือประมาณ 874 ล้านบาท ซึ่งเป็นข่าวที่สร้างความตื่นเต้นให้แก่นักฟุตบอลทั้งหลาย เป็นอย่างมาก

โอกาสและความท้าทายสำหรับ ซานโช

สำหรับ เจดอน ซานโช นั้น ถือเป็นนักเตะที่มีคุณภาพสูง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับโอกาสในการลงสนามจากทีมหลักของ “ปีศาจแดง” อย่างเต็มที่ และหากได้ย้ายไปเล่นในถิ่น โอลิมเปีย สเตเดียม ในถิ่นโรม ภายใต้การคุมทัพของโค้ช กัวซิลา ดิ บัลลา ที่มีสไตล์การเล่นรุกจัดชัดเจน ก็ถือเป็นโอกาสอันดีในการกลับมาฟอร์มอีกครั้ง และพิสูจน์ศักยภาพของตนเองในถิ่นอิตาลี

ไม่ว่าจะเป็นการยืมตัวหรือการซื้อขาด การเสนอของ โรมา ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความตั้งใจของทีมในการเสริมทัพเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้สามารถลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ได้แบบเต็มตัว

หากข่าวการย้ายทีมของ ซานโช เกิดขึ้นจริง ก็เป็นการปลุกเร้าทีมคู่แข่งทั้งหลายให้ต้องตัดสินใจเสริมทัพกันอย่างเร่งด่วนเช่นกัน เพื่อไม่ให้ตกขบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ข่าวการย้ายทีมครั้งนี้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญสำหรับอนาคตการลงสนามของ ซานโช และยังอาจส่งผลต่อสถานการณ์การตลาดของทีมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษอีกด้วย

และไม่ว่าจะเป็นอย่างไร แฟนบอลทั่วโลกต่างจับตาดูนักเตะรายนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเราเชื่อว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต คือความคุ้มค่าและความสนุกที่เกิดขึ้นจากฝีเท้าของเขา

ทั้งนี้ หากคุณเป็นแฟนบอลตัวยงต้องติดตามทุกข่าวที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด เพราะนี่คือช่วงเวลาสำคัญในวงการฟุตบอลโลก ที่ทุกการย้ายทีมอาจเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของนักเตะและทีมได้ในพริบตา

อย่าลืมกดติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่อติดตามข่าวสารวงการกีฬาอย่างต่อเนื่อง และเช็คข่าวเด็ดๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับการย้ายทีมของนักเตะจากทั่วโลกได้ที่นี่

ที่มา – “หมาป่ากรุงโรม” ร่อนข้อเสนอซื้อ “ซานโช” เสริมแกร่ง