ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยส่งออกจีนได้แล้ว

โครงการสำคัญที่จะเปิดโอกาสให้ฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยสามารถขยายตลาดไปยังจีนได้เป็นข่าวดีอย่างมากในวงการเกษตรไทย โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ รัฐบาลไทย โดยกรมประมง ได้เจรจากับองค์การบริหารกลางด้านอาหารแห่งประเทศจีน (GACC) เพื่อเปิดทางให้ส่งออกสัตว์น้ำคุณภาพสู่ตลาดใหญ่ของโลก ทำให้ฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในประเทศไทยสามารถขึ้นทะเบียนเพื่อการส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เป็นครั้งแรก

ฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยส่งออกจีนได้แล้ว

นายประเทศ ซอรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง ได้รับมอบหมายจากนายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เป็นประธานในพิธีมอบหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคสำหรับส่งออกไปยังจีน ให้กับ “บุญสว่างฟาร์ม” จังหวัดฉะเชิงเทรา และ “Farm Gold” จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นฟาร์มแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับการอนุญาตให้ส่งออกสัตว์น้ำบริโภคได้ไปยังจีน

พื้นฐานจากความร่วมมือระหว่างไทยกับจีน

การเปิดโอกาสในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างไทยกับจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่การเยือนอย่างเป็นทางการของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปยังกรุงปักกิ่ง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีการลงนามในพิธีสารเพื่อกำหนดเกณฑ์ด้านสุขอนามัยและการตรวจสอบผลิตภัณฑ์เพาะเลี้ยงก่อนส่งออก ทำให้สามารถส่งฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อส่งออกไปยังจีน โดยเริ่มแรกกับ ‘ปลากะพงขาว’ ซึ่งได้รับการยอมรับให้ส่งออกอย่างเป็นทางการแล้ว

ทั้งนี้ กรมประมงได้ออกระเบียบประกาศเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 เพื่อสนับสนุนให้มีการจัดตั้งและขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่สามารถส่งออกไปยังจีน ซึ่งกำหนดมาตรฐานการผลิตอย่างเข้มงวดเพื่อปลอดภัยต่อผู้บริโภค และในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมการขยายการค้าให้เจริญมากขึ้นทั้งในไทยและจีน

ฟาร์มที่ผ่านการรับรองและสามารถส่งออกสินค้าไปยังจีนได้มีแล้ว 2 แห่ง คือ “Farm Gold” และ “บุญสว่างฟาร์ม” ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ประกอบการภายในประเทศเข้าถึงตลาดโลกได้มากขึ้น

ความร่วมมือระหว่างไทยกับจีนในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มศักยภาพทางการค้า แต่ยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในวงกว้าง และสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพของผลิตภัณฑ์น้ำของไทย ซึ่งมีโอกาสในการเติบโตในระดับนานาชาติอย่างมาก

เมื่อดูจากพัฒนาการในปัจจุบัน ตลาดจีนเปิดโอกาสให้ประเทศผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์น้ำ เช่นไทย เข้าถึงได้จริง ถือเป็นบทใหม่ที่ท้าทายแต่ก็เต็มไปด้วยความหวังสำหรับเกษตรกรไทย ที่จะพัฒนาและเติบโตไปพร้อมกับภูมิภาค

ใครที่กำลังสนใจในการเริ่มต้นใช้ประโยชน์จากระบบเพาะเลี้ยงของไทย การเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐาน การทำฟาร์มให้มีคุณภาพ และการวางแผนการตลาดจะช่วยให้สามารถขึ้นทะเบียนเพื่อส่งออกไปยังจีนได้อย่างมั่นใจ

ที่มา – ผู้ประกอบการฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเฮ รัฐบาลไทยเจรจา GACCส่งออกจีน

เตรียมสมัครด่วน! กองทัพบกเปิดรับสมัครพลทหารออนไลน์ ไม่จำกัดวุฒิ

เตรียมสมัครด่วน! กองทัพบกเปิดรับสมัครพลทหารออนไลน์ ประจำปี 2569 นี้แล้ว สำหรับผู้ที่สนใจอยากมีโอกาสเข้าร่วมเป็นพลทหารแต่ยังไม่ได้สมัคร โอกาสนี้เป็นอีกหนึ่งเส้นทางใหม่ที่เปิดกว้างและไม่จำกัดวุฒิการศึกษา คุณสมบัติไม่ยาก และยังเปิดให้สมัครได้ทั้งแบบออนไลน์และเดินทางไปสมัครที่หน่วยทหารใกล้บ้านอีกด้วย

เตรียมสมัครด่วน! กองทัพบกเปิดรับสมัครพลทหารออนไลน์ ไม่จำกัดวุฒิ

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568 แฟนเพจ “กองทัพบก Royal Thai Army” ได้ออกมาโพสต์ประกาศเปิดรับสมัคร “พลทหารแบบออนไลน์ ประจำปี 2569” โดยกำหนดการรับสมัครจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 ถึง 25 มกราคม 2569 ซึ่งถือว่ามีเวลาในการสมัครค่อนข้างยาวนาน ให้ผู้ที่สนใจได้มีโอกาสเตรียมตัวและกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนได้อย่างรอบคอบ

ตามที่ได้แจ้งไว้ในโพสต์ ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมคัดเลือกเป็นพลทหารกองเกินสามารถสมัครได้ผ่านหน่วยสัสดีหรือหน่วยทหารใกล้บ้าน หรือจะสมัครผ่านระบบออนไลน์ก็สามารถทำได้เช่นกัน ทำให้ความสะดวกในการเข้าถึงลดขั้นตอนและเพิ่มโอกาสให้กับผู้ที่มีความตั้งใจจะเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพบก

คุณสมบัติผู้สมัครพลทหารออนไลน์

กองทัพบกได้ประกาศเปิดรับสมัครพลทหารออนไลน์ ประจำปี 2569 สำหรับพลทหารกองเกินโดยไม่จำกัดวุฒิการศึกษา ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายได้แก่:

  • ทหารกองเกินที่มีอายุ 18-20 ปี บริบูรณ์ โดยเปิดรับเฉพาะผู้ที่เกิดในปี พ.ศ. 2549-2551 เท่านั้น
  • ทหารกองเกินที่มีอายุ 22-29 ปี บริบูรณ์ สำหรับผู้ที่เกิดในปี พ.ศ. 2547-2540 ซึ่งเคยผ่านการตรวจเลือกแล้วแต่ไม่ได้เข้ากองประจำการ
  • ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา เปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีคุณสมบัติตรงเข้ามามีโอกาสเป็นพลทหารได้

สิ่งหนึ่งที่สร้างความโดดเด่นให้กับการรับสมัครครั้งนี้คือไม่มีข้อจำกัดด้านวุฒิการศึกษา ซึ่งหมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องจบระดับปริญญาตรี หรือมีคุณวุฒิพิเศษใดๆ ก็สามารถร่วมสมัครได้ โดย najczęะต้องผ่านการเกณฑ์ประจำปีแล้วเท่านั้น

เตรียมสมัครด่วนก่อนหมดเขต!

อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป ใครที่สนใจอยากเป็นพลทหารแบบออนไลน์ปีนี้ ควรรีบเตรียมเอกสาร และกรอกข้อมูลก่อนวันสุดท้ายในการรับสมัคร คือวันที่ 25 มกราคม 2569 วันนี้คือวันที่เหมาะที่สุดในการตัดสินใจและก้าวเข้าสู่เส้นทางใหม่ของคุณในหน้าที่เพื่อประเทศ

การเป็นพลทหารไม่ใช่แค่หน้าที่ทางทหารเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างความเข้มแข็งให้กับตนเอง พัฒนาทักษะใหม่ๆ ต่อยอดในอนาคต และได้เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของบ้านเมือง

ที่มา – เตรียมสมัครด่วน! ‘กองทัพบก’ เปิดรับสมัคร ‘พลทหารออนไลน์’ ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา

2หนุ่มมังกรบุกจับเมียไทยเพื่อนร่วมชาติมัดขังโชคดีดิ้นหลุดรอดหวุดหวิด

เหตุการณ์หนักหนาสาหัสเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เมื่อเวลา 03.06 น. ของวันที่ 22 สิงหาคม 2568 พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลเมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุจากผู้หญิงชาวไทยรายหนึ่งว่าถูกชายชาวจีน 2 คนบุกเข้ามายังบ้านพักในซอยบงกช พัทยาใต่ ใช้อาวุธปืนข่มขู่ และมัดผู้หญิงด้วยสายเคเบิลไทร์ก่อนขังไว้ในห้องเพื่อดักจับสามีชาวจีนของเธอ

2หนุ่มมังกรบุกจับเมียไทยเพื่อนร่วมชาติมัดขังโชคดีดิ้นหลุดรอดหวุดหวิด

หญิงสาวผู้ตกเป็นเหยื่อเล่าว่า ตนถูกคนร้ายหนีกเข้ามาในห้องนอน พูดจา-threatening แล้วใช้อาวุธปืนข่มขู่ ผลัดกันมัดตัวและกล่าวขู่ว่า “รอแค่สามีชาวจีนกลับมาทุกอย่างก็จบ” อย่างไรก็ตาม เธอใช้สติอยู่พอ ดิ้นรนจนหลุดออกมาได้ รีบวิ่งหนีออกมาจากบ้านแล้วขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ราชการ

เหตุการณ์หนักหนา จับตาชุดสืบสวนตามล่าคนร้าย

เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุทันที ปรากฏว่าคนร้ายได้หลบไปได้ก่อนแล้ว ซึ่งทราบภายหลังว่าพวกมันขับ รถโตโยต้าสีขาว พยายามหลบหนีออกจากหมู่บ้าน แม้เจ้าหน้าที่จะพยายาม ขัดขวาง โดยใช้รถจักรยานยนต์จอดขวาง แต่พวกเขาไม่ยอมหยุด พุ่งชนรถภาคีจนได้รับความเสียหาย รวมถึงรถยนต์ของประชาชนบริเวณใกล้เคียง

  • การใช้อาวุธปืนข่มขู่หญิงสาวชาวไทย
  • การมัดตัวและกักขังในบ้านพัก
  • การหลบหนีและใช้อารยุธภาหนักใส่เจ้าหน้าที่ในเหตุการณ์

ความเคลื่อนไหวของ 2หนุ่มมังกรบุกจับเมียไทยเพื่อนร่วมชาติ ถูกเจ้าหน้าที่ตามติดผ่านการตรวจสอบกล้องวงจรปิด แม้การไล่ตามจะเป็นระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร แต่คนร้ายใช้ความรู้เส้นทางเพื่อหลบซ่อนตัวไปได้

ตำรวจได้เชิญตัวสามีและภรรยาชาวไทยมาสอบปากคำเบื้องต้น ซึ่งทั้งคู่ให้การผิดแคลงสงสัย ยังคงไม่มีข้อสรุปชัดเจนนักเกี่ยวกับแรงจูงใจจริงของคนร้าย แม้ว่าจะมีลางสังหรณ์ว่าเป็นภาระหนี้สิน ความขัดแย้งส่วนตัว หรือมีพันธะทางธุรกิจกับสามีของเหยื่อ

สำหรับประชาชนในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้สร้างความหวั่นไหวสูงสุด หลายคนตื่นตระหนกกับความกล้าหาญของกลุ่มคนร้ายที่ไม่กลัวต่อกฎหมาย ทั้งยังใช้ความรุนแรง พร้อมมีอาวุธที่ถูกกฎหมายอย่างชัดเจน

สุดท้าย หน่วยสืบสวนตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้รับมอบหมายให้เร่งสอบสวนหาข้อเท็จจริงทางการกระทำของทั้งสองคนร้าย และจะเร่งสอบสวนด้วยเทคโนโลยีกล้องวงจรปิดให้ได้ภาพมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ขณะนี้ความปลอดภัยของประชาชนยังคงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ผลงานของสายตรวจ รวมถึงกำลังคนของหน่วยสืบสวนควรได้รับการสนับสนุน ทั้งในแง่ทรัพยากรและการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

ที่มา – 2หนุ่มมังกรบุกจับเมียไทยเพื่อนร่วมชาติมัดขัง โชคดีดิ้นหลุดรอดหวุดหวิด

ทรัมป์ทัวร์กรุงวอชิงตัน ให้กำลังใจตำรวจส่วนกลาง-การ์ดพิทักษ์มาตุภูมิ

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทำการเดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน เพื่อให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนกลาง รวมถึงการ์ดพิทักษ์มาตุภูมิที่เข้าปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ เมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา ภายใต้คำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉินจากฝ่ายบริหารที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน

ทรัมป์ทัวร์กรุงวอชิงตัน ให้กำลังใจตำรวจส่วนกลาง-การ์ดพิทักษ์มาตุภูมิ

การเข้าเยี่ยมเยียนครั้งนี้เป็นการแสดงพลังและการสนับสนุนอย่างเต็มที่ของรัฐบาล连邦ต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่เพื่อปราบปรามอาชญากรรมและรักษาความปลอดภัยในเมืองหลวง ซึ่งขณะนี้มีกำลังพลกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิประจำการในพื้นที่มากถึง 2,000 นาย

ความเคลื่อนไหวในช่วงสุดสัปดาห์

ไม่นานมานี้ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉินตามมาตรา 740 ของรัฐบัญญัติปกครองตนเองเขตโคลัมเบีย ซึ่งได้ให้อำนาจคณะกรรมการของสำนักงานตำรวจนครบาลกรุงวอชิงตันอยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของฝ่ายกลาง

คำสั่งฉบับนี้มีผลเวลาสูงสุด 48 ชั่วโมง เพื่อใช้ดำเนินการในสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น หากต้องการขยายให้ยาวนานขึ้น จะต้องแจ้งต่อนายกเทศมนตรีและสภาเทศบาลของกรุงวอชิงตัน และหากต้องการฟื้นฟูเงื่อนไขการควบคุมเกินกว่า 30 วัน จะต้องนำเสนอต่อสภาคองเกรสเพื่อประกาศออกเป็นกฎหมาย

  • ยกย่องหนุนใจเจ้าหน้าที่ꦲะสุรักษาความสงบ
  • การรายงานข่าวทางสำนักข่าวต่างประเทศ
  • จำนวนเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิกว่า 2,000 นาย

กระแสปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นหลังจากข้อมูลความเคลื่อนไหวของทรัมป์ได้รับการเผยแพร่มากมาย มีผู้แสดงความเห็นว่าเป็นการยืนยันอำนาจอย่างสิ้นเชิงโดยผู้นำสูงสุดในการควบคุมการณ์ภายในเมือง進一步รักษาความมั่นคงปลอดภัยของประชาชนในกรุงวอชิงตัน

เป็นเรื่องน่าสนใจว่า เมื่อหน่วยงานด้านความมั่นคงเคลื่อนไหวจนกลายเป็นประเด็นทางสังคม อาจสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์การควบคุมและการแทนแปลงความเชื่อมั่นของประชาชนในขณะนี้

ที่มา – ทรัมป์ทัวร์กรุงวอชิงตัน ให้กำลังใจตำรวจส่วนกลาง-การ์ดพิทักษ์มาตุภูมิ

เกินไป! ‘เขมร’มาประชุมวงเลขาRBCเที่ยงคืน ขอตรวจเอกสาร

เกินไป! ‘เขมร’มาประชุมวงเลขาRBCเที่ยงคืน ขอตรวจเอกสาร กว่าจะเริ่มประชุมตีหนึ่ง — ดูเหมือนจะเป็นงานประชุมที่ล่าช้ามากสุดครั้งหนึ่งในการดำเนินงานของคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย – กัมพูชา (RBC) เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา

เกินไป! ‘เขมร’มาประชุมวงเลขาRBCเที่ยงคืน ขอตรวจเอกสาร

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงดึกที่ผ่านมา หลังจากที่ฝ่ายไทย รอการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย – กัมพูชา (RBC) สมัยวิสามัญ ระดับเลขานุการ ตลอดช่วงบ่ายวันที่ 21 ส.ค. แต่ทางกัมพูชา ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุม ตามเวลานัดหมายคือ เวลา 14.00 น. ที่สโมสรนายทหาร มณฑลทหารบกที่ 19 จ.สระแก้ว

จนถึงช่วงค่ำ จนเกิดกระแสข่าวการประชุมล่ม แต่ทางเพจ กองทัพภาคที่ 1 และ กองทัพบก ยังยืนยันว่า การประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย – กัมพูชา (RBC) สมัยวิสามัญ ระดับเลขานุการยังมีการประชุมอยู่ โดยใช้โทรศัพท์และอีเมล ในการประสานงาน

มาช้าแต่เช้าวันใหม่

กระทั่งล่วงเข้าเช้าวันใหม่ พล.ท.ซอ กึมปะ รองผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 ประธานคณะทำงาน และคณะของฝ่ายกัมพูชา ได้เดินทางมาถึงสโมสร นายทหาร มณฑลทหารบกที่ 19 ในเวลา 00.05 น. โดยมี พล.ต.สุรวิชญ์ แดงจันทร์ เสนาธิการ กองทัพภาคที่ ในฐานะ ประธานคณะทำงาน ฝ่ายไทยให้การต้อนรับ จากนั้นได้เข้าห้องรับรองเพื่อตรวจเอกสารอย่างละเอียดทีละแผ่นอีกครั้ง เนื่องจาก กัมพูชา นำเอกสารมาผิดชุด ทำให้ต้องใช้เวลาอีกกว่า 1 ชั่วโมง ในการตรวจเอกสาร

ต่อมาทั้ง 2 ฝ่ายสามารถ เข้าสู่ห้องประชุมเพื่อขึ้นโต๊ะเจรจาได้ในเวลา 01.15 น. อย่างไร ก็ตามสำหรับรายละเอียด และข้อตกลง ยังไม่มีการเผยแพร่ อย่างเป็นทางการโดยจะต้องรอ ส่วนการประชุม RBC ชุดใหญ่จะมีการประชุมกันในเวลา 09.00 น. ของวันเดียวกันนี้ ตามกำหนด

  • การประชุมล่าช้ากว่า 10 ชั่วโมง
  • ฝ่ายกัมพูชานำเอกสารไม่ครบ
  • ใช้เวลาตรวจเอกสารถึง 1 ชั่วโมง
  • จะมีการประชุมชุดใหญ่ในเวลา 09.00 น.

ฯ

ที่มา – เกินไป! ‘เขมร’มาประชุมวงเลขาRBCเที่ยงคืน ขอตรวจเอกสาร กว่าจะเริ่มประชุมตีหนึ่ง

มะละกอ ของดีครอบจักรวาล

“มะละกอ” ผลไม้ที่ใครๆ ก็รู้จัก ทั้งรสชาติหวานอมเปรี้ยว เนื้อนิ่มละมุน และสีสันสวยงาม ยิ่งสุกงอมเข้าไปเท่าไร ก็ยิ่งชวนรับประทานมากขึ้นเท่านั้น แต่รู้หรือไม่ว่า ผลไม้สีส้มอมแดงลูกนี้ไม่ใช่แค่ของอร่อยที่ให้ความสดชื่นเท่านั้น แต่ยังมีฤทธิ์ดีที่เกินคาด ทั้งในการบำรุงสุขภาพและป้องกันโรคต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม

มะละกอ ของดีครอบจักรวาล

จากข้อมูลของ โรงพยาบาลทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ระบุว่า “มะละกอ” เป็นผลไม้ที่มีสารอาหารอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินกลุ่มบี ธาตุเหล็ก แคลเซียม และใยอาหาร ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันเชื้อโรค และช่วยในการเจริญอาหารได้ดีเยี่ยม

ประโยชน์ของมะละกอที่ควรรู้

มะละกอผลสุก มีสารอาหารที่สำคัญ เช่น ไลโคพีน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เอนไซม์ปาเปน ที่ช่วยย่อยโปรตีน และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

  • ป้องกันโรคหัวใจ: วิตามินซี อี และแคโรทีนในมะละกอช่วยลดการเกิดอนุมูลอิสระในหลอดเลือด
  • บำรุงระบบย่อยอาหาร: เอนไซม์ปาเปนช่วยย่อยโปรตีน ส่วนเส้นใยอาหารช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย
  • ลดการอักเสบ: เหมาะสำหรับผู้ที่มีโรคข้ออักเสบหรือบาดเจ็บจากการกีฬา
  • เสริมภูมิคุ้มกัน: วิตามินเอและซีในมะละกอสุกช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง

หากคุณชอบการปอกมะละกอแบบกรีดบางๆ ใต้เปลือกเพื่อความสะดวก ขอเตือนว่าสารต้านอนุมูลอิสระ NCCs จะสูญหายไป ดังนั้นควรตัดเนื้อทั้งลูก เพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการไว้ให้มากที่สุด

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจาก “มะละกอ”

นอกจากการรับประทานตรงๆ แล้ว มะละกอยังสามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพได้ง่ายๆ ที่น่าสนใจ เช่น:

  • น้ำมะละกอสุก: ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร ล้างพิษในร่างกาย และเป็นยาระบายอ่อนๆ
  • ชามะละกอดิบ: ช่วยลดน้ำตาลในเลือด และล้างคราบไขมันในลำไส้

แม้แต่เมล็ดมะละกอก็มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด เพราะมีสารเบนซิลกลูโคซิโนเลต ซึ่งกลายเป็นสารต้านมะเร็งเมื่อถูกย่อยโดยร่างกาย และสามารถยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้อย่างน่าทึ่งตามงานวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น

เมื่อรู้ถึงคุณค่าของมะละกอแบบนี้ แล้วจะรอช้าอยู่ทำไม? ลองเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของคุณให้ดียิ่งขึ้นด้วยมะละกอผลสุกสักถ้วยทุกวัน ไม่เพียงอร่อย แต่ดีต่อสุขภาพอย่างไม่ต้องสงสัย

ที่มา – ‘มะละกอ’ ของดีครอบจักรวาล

EU กลับมาใช้คาร์บอนเครดิตหลัง 12 ปี ไทยและอาเซียนได้อะไร?

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศกลับมาใช้ระบบคาร์บอนเครดิตอีกครั้ง หลังจากที่หยุดการใช้งานไปนานกว่า 12 ปี ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อตลาดคาร์บอนโลกโดยตรง โดยเฉพาะต่อประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างประเทศไทยและอาเซียน

EU หวนใช้คาร์บอนเครดิตรอบ 12 ปี ดันไทย – อาเซียนรับโอกาสใหม่สู่เวทีโลก

การวางเป้าหมายของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 90% ภายในปี 2040 เมื่อเทียบกับระดับปี 1990 เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 ตามที่ระบุไว้ในพันธกรณีความตกลงปารีส ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของสหภาพยุโรป ซึ่งกลไกคาร์บอนเครดิตในครั้งใหม่จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้

กลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธาน Carbon Markets Club กล่าวว่า แม้ว่าสัดส่วนการใช้คาร์บอนเครดิตที่กำหนดไว้จะอยู่ที่เพียง 3% ของเป้าหมายปี 2040 แต่ในเชิงปริมาณแล้วคิดเป็นหลายร้อยล้านตัน ซึ่งมากพอที่จะสามารถผลักดันการลงทุนข้ามพรมแดนและสร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดคาร์บอนโลก

คาร์บอนเครดิตคุณภาพสูง

อย่างไรก็ตาม กลอยตาชี้ว่า เครดิตที่สหภาพยุโรปจะเปิดรับจะต้องเป็น “คาร์บอนเครดิตคุณภาพสูง” ภายใต้กลไกขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะระบบ Article 6.4 ของความตกลงปารีส ซึ่งมุ่งสร้างตลาดที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และป้องกันการนับซ้ำ

กลอยตา กล่าวว่า “คาร์บอนเครดิตที่มีคุณภาพไม่ใช่เพียงตัวเลขในบัญชี แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่าเป็นโครงการที่เกิดขึ้นจริงเพราะแรงจูงใจจากเครดิต มีการวัดผลและรายงานอย่างเข้มงวด และแสดงผลกระทบร่วมต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม”

การกลับมาใช้กลไกคาร์บอนเครดิตของยุโรปจึงไม่ใช่เพียงแค่การซื้อเครดิตเพื่อนำไปชดเชยการปล่อย แต่เป็นการสร้างเครื่องมือเสริมที่ต้องเชื่อมโยงกับการลดการปล่อยจริงภายในประเทศ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างเป็นธรรม ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ประเทศในกลุ่ม Global South รวมถึงอาเซียน เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในตลาดคาร์บอนโลก

อาเซียนและธุรกิจไทยคว้าโอกาสนี้ได้อย่างไร?

ในบริบทของอาเซียน ความร่วมมือเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้กำลังถูกวางรากฐานผ่าน ASEAN Common Carbon Framework (ACCF) ซึ่งมุ่งสร้างมาตรฐานร่วมและการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนในภูมิภาค โดยมีการกำหนดหลักการรับรองคุณภาพเครดิต เพื่อให้ตอบสนองต่อมาตรฐานสากล ซึ่ง Carbon Markets Club ในฐานะตัวแทนภาคเอกชนไทย ก็มีบทบาทร่วมผลักดันการพัฒนากรอบนี้ ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ

การเคลื่อนไหวของสหภาพยุโรปครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการกลับมาของตลาดคาร์บอนนานาชาติ แต่ยังเป็นแรงกระตุ้นให้อาเซียนเร่งยกระดับมาตรฐาน กฎระเบียบ และกลไกตรวจสอบ เพื่อก้าวสู่การเป็นแหล่งผลิตคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงที่ตลาดโลกยอมรับ

“หนทางข้างหน้ายังเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งด้านกฎระเบียบและความพร้อมของประเทศในภูมิภาค แต่เป็นความท้าทายที่ควรค่าแก่การขับเคลื่อนร่วมกัน เพื่อให้ตลาดคาร์บอนอาเซียนก้าวขึ้นมาเป็นกลไกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการเดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ” กลอยตา ณ ถลาง กล่าวทิ้งท้าย

หากคุณเป็นผู้ประกอบการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเมืองไทย เราควรร่วมมือกันเร่งพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อเตรียมพร้อมรับโอกาสระดับโลกในครั้งนี้ เพราะเป็นโอกาสที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ที่มา – เมื่อ EU หวนใช้คาร์บอนเครดิตรอบ 12 ปีดันไทย – อาเซียนรับโอกาสใหม่สู่เวทีโลก

ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวน ‘อิ๊งค์’ เครียดคลิปอังเคิล

ศาลรัฐธรรมนูญเริ่มไต่สวนกรณีที่ ‘อิ๊งค์ วรินทร’ เครียดและมีพฤติกรรมผิดปกติหลังจากมีการเผยแพร่คลิปที่มีเสียงของ ‘อังเคิล’ อย่างลึกลับ ซึ่งคาดว่าอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ส่วนตัวและอาจเชื่อมโยงกับการประพฤติตนของบุคคลจำนวนมากในสังคม แม้อิ๊งค์จะออกมากล่าวว่าคลิปดังกล่าวเป็นการตัดต่อ แต่ประเด็นนี้ยังคงเป็นจุดสนใจของประชาชนและสื่อมวลชนอย่างมาก

ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวน ‘อิ๊งค์’ เครียดคลิปอังเคิล

ในวันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการดำเนินการไต่สวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีการเรียกตัว “อิ๊งค์ วรินทร” เข้ามาให้ข้อมูล พร้อมด้วยครอบครัวที่เดินทางไปกราบขอพรพระสังฆราชในโอกาสนี้ด้วย ทั้งนี้ การปรากฏตัวของเธอต่อหน้าศาลนั้น มีความสำคัญอย่างมากเพราะสื่อสารไปยังสาธารณะชนถึงความรับผิดชอบในสื่อและผลลัพธ์ของการเผยแพร่เนื้อหาบนโลกออนไลน์

ความเครียดและพิษของคลิปอังเคิล

คลิปที่ว่านี้ถูกกล่าวขวัญไปทั่วโลกโซเชียล หลายฝ่ายระบุว่าเป็นภาพที่กระตุ้นความเครียดอย่างเห็นได้ชัดแก่ผู้เสพ และยังสร้างความกังวลเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีในการทำลายชื่อเสียงผู้อื่น รวมถึงสร้างแรงกดดันต่อบุคคลทั่วไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลในโลกออนไลน์คงต้องได้รับการพิจารณาใหม่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางด้านกฎหมายและจริยธรรม

การไต่สวนนี้นอกจากจะชี้ชะตาของ ‘อิ๊งค์’ แล้ว อาจส่งผลต่อแนวโน้มการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณากรณีที่เกี่ยวข้องกับผู้มีชื่อเสียงในอนาคตอีกด้วย

ขณะเดียวกัน ก็มีกระแสคัดค้านบางส่วนจากพฤติกรรมของครอบครัวอิ๊งค์ที่นำพาเธอไปกราบขอพรพระสังฆราช เพื่อแสดงภาพลักษณ์ที่ดี แม้จะยังเผชิญกับข้อกล่าวหาจากการแพร่กระจายคลิปที่ซับซ้อน แต่คงยากที่จะคาดเดาว่าผลของการไต่สวนครั้งนี้จะไปในทิศทางใด

ใครต่อไปจะเข้ารับการไต่สวน? คนใกล้ชิดของอิ๊งค์มีความเคลื่อนไหวอย่างไรต่อกรณีนี้? และสื่อก็จะยังคงจับตามองพร้อมรายงานอัปเดตข่าวใหม่ ๆ อย่างใกล้ชิด

ด้านสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก็เตรียมจัดทำแนวทางกำกับดูแลการใช้สื่อเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับผู้บริโภครายอื่น ซึ่งและอาจเป็นอีกประเด็นสำคัญภายหลังนี้

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ใส่ใจในสถานการณ์ล่าสุดของคดีนี้ ติดตามเราได้ตลอดเวลา เพราะเราจะอัปเดตทุกความเคลื่อนไหวให้คุณได้รับข้อมูลอย่างทันท่วงที

ที่มา – เดลินิวส์ 22 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวน ‘อิ๊งค์’ เครียด-พิษคลิปอังเคิล

เรือใบสีฟ้าปล่อยเอเชเวร์รีเสริมกระดูกกับห้างขายยา

แมนเชสเตอร์ ซิตี หรือที่แฟน ๆ ชาวฟุตบอลต่างรู้จักกันดีในชื่อ “เรือใบสีฟ้า” ทีมดังจากศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีข่าวเด่นเมื่อล่าสุดได้ตัดสินใจปล่อยตัว คลาอูดิโอ เอเชเวร์รี มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวอาร์เจนไตน์ ออกจากทีมชั่วคราว เพื่อไปเก็บประสบการณ์กับ “ห้างขายยา” ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน สโมสรดังในศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ด้วยสัญญายืมตัวระยะหนึ่งฤดูกาล

เรือใบสีฟ้าปล่อยเอเชเวร์รีเสริมกระดูกกับห้างขายยา

สำหรับ เอเชเวร์รี วัย 19 ปี ถือเป็นหนึ่งในเจ้าหนูที่ได้รับการจับตามองอย่างมากในทีม เพราะมีพรสวรรค์และฟอร์มการเล่นที่โดดเด่น อย่างไรก็ตาม เขามิได้เดินทางไปยังเมืองแมนเชสเตอร์ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ได้ย้ายมาจากทีม “มิลลิ่อนารีส” ริเวอร์ เพลท ในลีกอาร์เจนตินา เมื่อช่วงต้นปี 2024 ที่ผ่านมา

ข้อตกลงยืมตัวโดยไม่มีตัวเลือกซื้อขาด

อย่างน่าสนใจ การย้ายมาอยู่กับ เลเวอร์คูเซน นี้จะเป็นเพียงสัญญายืมตัวโดยไม่มีเงื่อนไขการซื้อขาดอย่างแน่นอน เนื่องจากทาง “เรือใบสีฟ้า” ถือว่าตัวนักเตะยังอยู่ในแผนการทำทีมระยะยาว เพื่อพัฒนาและไขว้แข้งให้กับสโมสรในอนาคต ทำให้การปล่อยตัวในครั้งนี้มีลักษณะใกล้เคียงการ “ส่งลงโรงเรียน” เพื่อฝึกฝนฝีเท้าให้แข็งแกร่งขึ้น และแสวงหาโอกาสลงสนามระดับท็อปในยุโรปอย่างจริงจัง

  • สัญญายืมตัวเพียงอย่างเดียว
  • ไม่มีเงื่อนไขการซื้อขาด
  • เป้าหมายเพื่อพัฒนาฝีเท้าดาวรุ่ง
  • เข้ามาสวมเสื้อหมายเลข 9 แทนเวียร์ตซ์

ทางด้าน “ห้างขายยา” เองก็มีเป้าหมายชัดเจนในการยืมตัว เอเชเวร์รี ด้วย นั่นคือต้องการเสริมความแข็งแกร่งในแนวรุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ สตาร์ทีมชาติเยอรมนีอย่าง โฟลเรียน เวียร์ตซ์ กองหน้าตัวเก่งได้ย้ายไปร่วมทีม ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาก่อให้เกิดช่องว่างในระบบเกมรุก เลเวอร์คูเซนจึงต้องหาตัวแทนที่เหมาะสม และ เอเชเวร์รี ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและมีศักยภาพ

ปัจจุบัน ดาวรุ่งเลือดฟ้าขาว ได้รับโอกาสสวมเสื้อหมายเลข 9 ขณะที่效力กับ “ไบ อารีนา” และหลาย ๆ ฝ่ายคาดว่าผลงานที่โชว์ในบุนเดสลีกาน่าจะเป็นกระดูกสันหลังให้กองกลางทีมชาติอาร์เจนตินาในอนาคตก็เป็นได้

การปล่อยตัว เช่น นี้ถือว่าเป็นการวางแผนระยะยาวที่ชาญฉลาดจากทาง “เรือใบสีฟ้า” เพราะให้โอกาสดาวรุ่งได้พัฒนาฝีเท้าในลีกที่มีฟิสิกส์สูงอย่างเยอรมนี ซึ่งน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมในการก้าวขึ้นสู่ระดับท็อปของโลก

หากคุณเป็นแฟนบอลที่ติดตามการย้ายทีมของนักเตะดาวรุ่งจากทั่วโลก ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะไม่มีอะไรแน่นอนในตลาดซื้อขายนักเตะ!

ที่มา – “เรือใบสีฟ้า” ปล่อย “เอเชเวร์รี” เสริมกระดูกกับ “ห้างขายยา”

ตำนานน้ำซุป! เจ้าของร้านข้าวมันไก่ชี้แจงลูกค้าโวย โซเชียลแห่ให้กำลังใจ

เมื่อเร็ว ๆ นี้โลกโซเชียลมีเรื่องราวที่ได้รับความสนใจไม่น้อยจากกรณีลูกค้ารายหนึ่งวิพากษ์วิจารณ์น้ำซุปของร้านข้าวมันไก่ดัง จนทำให้เจ้าของร้านออกมาชี้แจงอย่างละเอียด พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจากชาวเน็ตอย่างล้นหลาม วันนี้เรามาเล่าเรื่องราวแบบเจาะลึกเกี่ยวกับ “ตำนานน้ำซุป!” นี้พร้อมกับมุมมองทั้งสองฝ่ายแบบเที่ยงตรงที่สุด

ตำนานน้ำซุป! เจ้าของร้านข้าวมันไก่ชี้แจงลูกค้าโวย โซเชียลแห่ให้กำลังใจ

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งใช้บัญชี “Vorawit Thawpasit” โพสต์ภาพและข้อความในเพจ “พวกเราคือผู้บริโภค” ว่าลูกค้าไปขอซื้อน้ำซุปจากร้านข้าวมันไก่ในราคา 55 บาท ได้รับไก่และน้ำซุป แต่บางครั้งก็มีลูกค้าที่มากินจากร้านอื่นแต่กลับมารับน้ำซุปไป หากว่ามีหลายรายเข้ารับประทานกันมากขึ้น ทางร้านจึงจำกัดสิทธิ์ในการบริการ

เจ้าของร้านเผยว่า ร้านต้มน้ำซุปจนแก๊สทะลุทุกเดือน โดยทั่วไปแล้วมักเสิร์ฟในช่วงเย็นที่อากาศเย็น ทำให้น้ำซุปอุ่นพอดีแล้วเสิร์ฟให้ลูกค้าเข้าปาก ใช้หม้อต้มข้าวทุกวัน และพร้อมเสิร์ฟทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการ ขอเพียงแค่รักและเข้าใจกันเล็กน้อย

จุดเริ่มต้นของ controversy

ปัญหาเริ่มต้นเมื่อมีลูกค้ารายหนึ่งโพสต์วิจารณ์ร้านข้าวมันไก่ ว่า น้ำซุปรสหวานมาก น้ำเย็นเหมือนน้ำล้างเท้า และไม่มีหม้อใส่ข้าว ด้วยเหตุผลที่ว่า 55 บาทไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร หากเปรียบเทียบกับสิ่งที่ได้รับ ทำให้เกิดกระแสตอบกลับมากมายทั้งในทางบวกและลบ

  • ผู้ใช้ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ “ตำนานน้ำซุป!”
  • บางรายความเห็นว่า “ลูกค้าบางกลุ่มมองแค่ราคา ลืมคำนึงถึงต้นทุนของทางร้าน”
  • ผู้สนับสนุนทางร้านกล่าวว่า “น้ำซุปรสชาติกลมกล่อม ดีมาก ผมยอมเสียเงินซื้อบ่อย ๆ”

เจ้าของร้านได้ออกมาโต้ว่าร้านไม่ได้ปฏิเสธลูกค้าแต่อย่างใด แค่พยายามอธิบายเรื่องระบบการบริการเท่านั้น พร้อมทั้งขอบคุณผู้ให้กำลังใจจากชาวโซเชียลที่เข้ามาคอมเมนต์เชียร์อย่างจำนวนไม่น้อย

ข้อคิดจากความขัดแย้งเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน

จากกรณีนี้ ทำให้เราเห็นได้ว่า ความเข้าใจและการสื่อสารในงานบริการเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ที่ข่าวลือสามารถกระจายได้อย่างรวดเร็ว เจ้าของร้านต้องเผชิญกับความกดดัน และเรียนรู้ที่จะแสดงออกอย่างสุภาพ พร้อมรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ดีขึ้น

มองจากมุมของลูกค้าที่เปรียบราคาและคุณภาพแล้วรู้สึกไม่คุ้มค่า ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะรู้สึกผิดหวัง แต่หากตั้งใจมองและเข้าใจความเป็นจริงของร้านแต่ละราย สิ่งที่ดีที่สุดสำคัญคือมุมมองของใคร่ใคร่ ใช่ไหมครับ?

ถ้าคุณเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ในร้านอาหารโปรดเล่าให้ฟังกันได้นะ!

ที่มา – ตำนานน้ำซุป! เจ้าของร้านข้าวมันไก่ แจงปมลูกค้าโวย โซเชียลแห่ให้กำลังใจ