ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เดอะ ลอง วอล์ก เกมเดินมรณะ — จินตนาการของ สตีเวน คิง

มาแรงไม่แพ้ภาพยนตร์ดิสโทเปียระดับตำนาน “The Hunger Games” ล่าสุดทั้ง “มงคลเมเจอร์” และ “ไลออนส์เกต” ได้เปิดตัวโปสเตอร์ไทยพร้อมตัวอย่างใหม่ของภาพยนตร์ระทึกขวัญ “The Long Walk เกมเดินมรณะ” ที่สร้างจากจินตนาการสุดคลั่งของนักเขียนชั้นแนวหน้าอย่าง “สตีเวน คิง” ซึ่งผลงานเรื่องนี้ยังได้ผู้กำกับระดับตำนาน “ฟรานซิส ลอว์เรนซ์” มารับหน้าที่กล้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเป็นผู้กำกับซีรีส์ฮิตระดับโลกของดิสโทเปียที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ระดับตำนานอย่าง The Hunger Games ที่ครั้งนี้มายังมีนักเขียนบทที่มีผลงานโดดเด่นอย่าง “เจที โมลล์เนอร์” จากเรื่อง “Strange Darling” มาร่วมออกแบบโลกความเป็นจริงสุดหวาดเสียวที่น่าสะพรึงกลัว

เรื่องราวของภาพยนตร์ The Long Walk เกมเดินมรณะ เปิดฉากด้วยการอ้างอิงถึงโลกที่มืดมน กดดัน และเหมือนแรงกดดันสังคมสมัยใหม่อย่างชัดเจน โดยดำเนินเรื่องราวผ่านการแข่งขันไร้ความหมายของเหล่าวัยรุ่น 100 คน โดยพวกเขานั้นถูกเกณฑ์เข้าร่วมกิจกรรมประจำปี “เกมเดินมรณะ” ที่ดูเหมือนจะตลกขบขันแต่มีกฎเกณฑ์ที่โหดร้าย: “ห้ามเดินช้ากว่า 3 ไมล์ต่อชั่วโมง” หากใครหยุดหรือเดินช้า ก็ต้องตายทันที และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ พวกเขาจะต้องวิ่งไปเรื่อยๆ และไม่มีทางออก ไม่มีใครรู้ว่าจะจบลงเมื่อไร

The Long Walk เกมเดินมรณะ ต้นฉบับจากนิยายระดับตำนาน

ต้นฉบับของเรื่องนี้มาจากการแต่งนิยายสุดดิบของนักเขียนระดับตำนานอย่าง สตีเวน คิง ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ระดับโลกในเรื่อง The Stand และ It เป็นต้น The Long Walk เกมเดินมรณะ นิยายต้นฉบับสร้างภาพขึ้นในปี 1979 โดยใช้คำอธิบายเพียงเล็กน้อยแต่ช่างสูงส่ง ตัวเรื่องถูก caut ราวกับกำลังตั้งคำถามกับวิถีชีวิตที่ไม่รู้จุดหมาย และที่สำคัญนั่นคือชีวิตที่ต้องแลกมากับความกลัวที่รู้เท่าจะมารอด

ในภาพยนตร์เวอร์ชันใหม่นี้ ตัวหนังให้ความสำคัญกับการสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างเยาวชนและอำนาจเผด็จการ ด้วยบรรยากาศที่เข้มข้นถึงขีดสุด สนับสนุนด้วยบทภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยขอบเขตของความเป็นจริงที่แท้จริง จากเจที โมลล์เนอร์ โดยเฉพาะการใช้ภาษาพูดและการแสดงความรู้สึก ที่ซ้ำคายแต่จับใจเพียงพอให้คุณรู้สึกถึงความเสื่อมโทรมของหัวใจมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง

คัดนักแสดงรุ่นใหม่ที่พร้อมจัดเต็ม

เรื่องราวมุ่งเป้าไปที่ เรย์ การ์แรตี หรือที่เป็นตัวแทนของเยาวชนราษฎร์ที่ถูกยัดเยียดให้เข้าร่วมเกมที่ไร้มนุษยธรรม รับบทโดยนักแสดงหนุ่ม คูเปอร์ ฮอฟฟ์แมน จากภาพยนตร์ “Licorice Pizza” ที่เคยได้รับการเฉลิมฉลองด้วยเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล “Oscar” ว่าเป็นนักแสดงรุ่นเยาว์ที่น่าจับตามองที่สุด ส่วนเพื่อนเจ้าเสน่ห์ “พีต แม็กฟรีส์” ที่เดินทางไปด้วยกันมีบทบาทช่วยอารมณ์และพัสดุของเรื่อง โดยรับบท เดวิด จอนส์สัน จากภาพยนตร์ดิสโทเปียระดับฮอลลีวูดอย่าง “Alien: Romulus” ช่วยเสริมความAUTHORIZEDให้กับทีมนักแสดงวัยรุ่นที่มีทั้งความสามารถและศักยภาพสูงถึงแปลกตา

ทีมสนับสนุนยังมี ชาร์ลี พลัมเมอร์ และ เบน หวัง สองนักแสดงที่มีความหลากหลายในการเข้าสู่ตัวละคร ตั้งแต่นักเลงจนถึงนักแสดงฉากแอ็คชั่นที่สุดซี้ ซึ่งรอคอยความเร็วในการแสดงที่จะไม่ทำให้ผู้ชมต้องผิดหวังแน่นอน ด้านนักแสดงรุ่นเก๋าอย่าง มาร์ก แฮมิลล์ ก็มารับบท “เดอะ เมเยอร์” สุดโหด ซึ่งไม่ใช่แค่ละครบ้าที่ดูแปลกตา แต่จริงๆ แล้วเขากลายเป็นสัญลักษณ์ของระบอบเผด็จการในโลกภาพยนตร์ที่ระลึกขึ้นแทบจะทุกฉากที่เขาปรากฏตัว

ภาพยนตร์เรื่องนี้มารวมพลังนำเสนอไว้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญเป็นผลงานที่ให้ความตระหนักถึงชีวิตจริง ผ่านหน้ากากของโลกจินตภาพบนสกรีน เป็นการบังคับให้ผู้ชมหยุดคิด ว่าความบอบช้ำของจิตวิญญาณและร่างกายที่ถูกล่าต้องแลกมากกว่าความรอดหรือไม่?. การเดินแบบไม่มีวันจบลง คือการแสดงถึงรูปแบบของความมืดที่อยู่ควบคู่กับชีวิตของเราในทุกวันนี้อย่างแท้จริง

อย่าพลาด The Long Walk เกมเดินมรณะ ที่จะมาเผาความกลัวเข้าไปในจิตใจของคุณ ลงโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศไทยในวันที่ 18 กันยายนนี้!

อย่าลืมติดตามข่าวสารและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dailynews.co.th และแพลตฟอร์มของ Dailynews ทุกช่องทาง

ที่มา – “The Long Walk เกมเดินมรณะ” โดยผู้กำกับ “The Hunger Games” และจินตนาการสุดคลั่งของ “สตีเวน คิง”

‘อดีตนายกฯ สมชาย’ เชื่อ ‘ทักษิณ’ จงรักภักดีเทิดทูนสถาบันเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก มีการนัดฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.1860/2567 ซึ่งมีการกล่าวหาว่านายทักษิณ ชินวัตร ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อทีวีของเกาหลีใต้ โดยพาดพิงจนถึงขั้นดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

‘อดีตนายกฯ สมชาย’ เชื่อ ‘ทักษิณ’ จงรักภักดีเทิดทูนสถาบันเป็นอย่างยิ่ง

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนการเข้าฟังคำพิพากษา โดยระบุว่า ตนเชื่อว่านายทักษิณนั้นมีความ จงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันอย่างยิ่ง แม้ศาลจะมีคำวินิจฉัยอย่างไร แต่ทุกคนต้องเคารพในกระบวนการยุติธรรมของศาล

ความเชื่อของ ‘อดีตนายกฯ สมชาย’ ต่อกรณีนี้

เมื่อถูกถามว่าเชื่อว่าคำตัดสินของคดีนี้จะเป็นไปในทางบวกหรือไม่ นายนสมชายเผยว่า จากความใกล้ชิดที่มีต่อนายทักษิณ เห็นว่าท่านเป็นผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันสูงสุดอย่างแท้จริง ศาลจะมีมติอย่างไรก็ต้องรอฟัง แต่ตนไม่สามารถไปก้าวล่วงหรือคาดเดาได้

ในส่วนของคดีอื่น ๆ อย่างกรณีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ นายนสมชายกล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เมื่อเข้าสู่กระบวนการคดี ก็จะเข้าสู่การรับโทษตามระบบราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการต่อไป

ความเห็นต่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร

เมื่อถูกถามถึงมุมมองเกี่ยวกับคดีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะมีการนัดคำพิพากษาในวันที่ 29 สิงหาคม นายสมชายให้ความเห็นว่า นางสาวแพฯ เป็นผู้ที่ทำเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน การรักษาอธิปไตยของชาติเป็นหน้าที่ของทุกคน โดยเฉพาะผู้นำ จึงต้องทำอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ ท่านเน้นว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเสียดินแดนนั้นสามารถวางใจได้ เพราะทหารมีบทบาทในการดูแล แต่หากมีความผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างไม่ลำเอียง

จากมุมมองของ ‘อดีตนายกฯ สมชาย’ ชัดเจนว่าเชื่อมั่นในทัศนคติของ ‘ทักษิณ’ ที่มีต่อสถาบันอย่างลึกซึ้ง แม้จะมีข้อหาทางกฎหมาย แต่ก็มองในแง่ของการเคารพกระบวนการยุติธรรม

เมื่อกฎหมายจัดวางไว้แล้ว สิ่งที่สำคัญคือการเคารพต่อกระบวนการนั้นเราไม่ควรรีบเร่งตัดสินใครก่อนใคร แต่ควรให้โอกาสให้ศาลตัดสินตามข้อเท็จจริง

หากมีข้อสงสัยหรืออยากติดตามความเคลื่อนไหวทางกฎหมายเพิ่มเติม การติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ที่มา – ‘อดีตนายกฯ สมชาย’ เชื่อ ‘ทักษิณ’ จงรักภักดีเทิดทูนสถาบันเป็นอย่างยิ่ง

‘เสธ.เบิร์ด’ เผยความลับ ‘ฮุน เซน’ ยังไม่ชัด ยัน 18 เชลยอาจมีข้อมูลเพิ่มเติม!

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ได้มีการรายงานจากผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลสำคัญจาก “พล.ต.วันชนะ สวัสดี” รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ที่ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับข่าว “ความลับ” ที่ฮุน เซน อ้างว่าจะเปิดเผยในอนาคต พร้อมระบุว่าไม่แน่ชัดว่าเรื่องดังกล่าวจะมีอยู่จริงหรือไม่

โดย“พล.ต.วันชนะ สวัสดี” ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Wanchana Sawasdee” ตอบโต้ข่าวเกี่ยวกับคำบอกเล่าของฮุน เซน ที่ระบุว่า มีความลับบางอย่างที่เขาจะเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าเป็นความจริงหรือเพียงกลยุทธ์ทางการเมือง

‘เสธ.เบิร์ด’ เผยความลับ ‘ฮุน เซน’ ยังไม่ชัด ยัน 18 เชลยอาจมีข้อมูลเพิ่มเติม!

เจ้าของโพสต์ได้ระบุข้อความว่า “หลังจากนี้ความลับที่จะหลุดออกจากปาก “ฮุน เซน” กับความลับที่ออกจากปากเชลยศึก 18 คนอันไหนจะแซ่บกว่ากัน เมื่อความลับที่ “ฮุน เซน” บอกว่าจะเปิดเผยนั้น ไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่ หรือถ้ามีแต่จะแซ่บหรือไม่นั้น เรายังบอกไม่ได้ และคาดว่าหลังจากนี้ก็คงจะไม่ได้มีความลับอะไรเพิ่มอีก”

18 เชลยอาจมีข้อมูลสำคัญเพิ่มเติม

นอกจากนี้เขายังกล่าวว่า “ส่วนความลับที่จะออกจากปาก 18 เชลย นั้นยังมีโอกาสได้เพิ่มอยู่เสมอ เมื่อเฉลยศึกทั้ง 18 คน รู้สึกไม่ปลอดภัยถ้าไทยส่งตัวพวกเขาเหล่านี้กลับไปสู่เขมร จึงอาจสมัครใจอยากบอกอะไรเพิ่มให้กับไทยบ้างก็ได้” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การบริหารจัดการกับกลุ่มเชลยเหล่านี้ อาจเป็นโอกาสในการไขคดีที่ซับซ้อนได้

อย่างไรก็ตาม “เอาไว้ผมไปทอดไข่เจียวเป็นอาหารเสริมสักมื้อให้กับ 18 เชลย บ้างก็คงจะดี เรื่องทอดไข่ก็พอได้อยู่ ดูจากคลิปก็พอได้นะ แล้วจะไปทอดไข่เจียวให้นะครับน้องๆ เชลย” ข้อความนี้ถูกหลวมอย่างเป็นมิตร แต่ก็เน้นให้เห็นถึงแนวทางการปฏิบัติตัวที่ไม่ใช่แค่อารมณ์ขัน แต่ยังเน้นการสื่อสารอย่างเปิดกว้าง

ด้วยสถานการณ์ที่ซับซ้อนในภูมิภาค และการมีบทบาทของตัวบุคคลสำคัญ เช่น ฮุน เซน ทำให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะทุกคำพูดอาจนำไปสู่ข้อมูลใหม่ๆ ที่มีผลต่อความมั่นคง

การที่‘เสธ.เบิร์ด’ เผยความลับ ‘ฮุน เซน’ ยังไม่ชัด ยัน 18 เชลยอาจมีข้อมูลเพิ่มเติม! แสดงให้เห็นถึงการระมัดระวังในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะในด้านข้อมูลระหว่างประเทศ ไปจนถึงอารมณ์และจิตใจของเชลยแต่ละราย

ในยุคที่ข้อมูลถูกใช้เป็นอาวุธเสมอขึ้น การสื่อสารอย่างนุ่มนวลแต่เข้มแข็ง พร้อมกับการเปิดโอกาสในการรับฟังเสียงของฝ่ายตรงข้าม ถือเป็นแนวทางการเมืองที่มีประสิทธิภาพและสร้างความน่าเชื่อถือ

หากคุณติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การติดตามข่าวจากตัว人物สำคัญ เช่น ฮุน เซน และคำให้ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ไทยอย่าง ‘เสธ.เบิร์ด’ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด

ที่มา – ‘เสธ.เบิร์ด’ เผยความลับ ‘ฮุน เซน’ ยังไม่ชัด ยัน 18 เชลยอาจมีข้อมูลเพิ่มเติม!

สุพรรณฯจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้อง Conference room องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญที่มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี

สุพรรณฯจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข

การประชุมในครั้งนี้มี ดร.อุดม โปร่งฟ้า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ทำหน้าที่เป็นประธาน พร้อมด้วย นายรัฐพล เวทสรณสุธี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี ตลอดจนคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อพัฒนาระบบสาธารณสุข

วัตถุประสงค์หลักของการจัด สุพรรณฯจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข นี้ คือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาระบบสาธารณสุขปฐมภูมิในจังหวัดให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น ภายใต้สมมุติฐานว่า “ยาต้องไม่ขาด หมอต้องมี” เพื่อเป็นการเสริมความเข้มแข็งให้กับระบบที่มีอยู่ในปัจจุบัน

จากปัญหาความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น และการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชนในพื้นที่ห่างไกลที่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญ การวาง แผนยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพและความยั่งยืน

  • การพัฒนาทรัพยากรบุคคล especially บุคลากรทางการแพทย์
  • การเพิ่มความพร้อมของสถานบริการด้านสุขภาพในท้องถิ่น
  • การสนับสนุนด้านงบประมาณและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ คาดว่าแผนยุทธศาสตร์ที่จัดทำขึ้นจะถูกนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายในระยะยาว เป็นแนวทางให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดให้เดินไปพร้อมกัน ทั้งในด้านการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ และการฟื้นฟูสุขภาพของประชาชน

ที่จะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสาธารณสุขในพื้นที่อย่างยั่งยืน และทำให้ชาวสุพรรณบุรีมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง

ที่มา – สุพรรณฯประชุมเชิงปฏิบัติการ จัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข

มาร่วมสนับสนุนสินค้าชุมชน THAI CONTEMPORARY CANVAS 2025

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบศิลปะร่วมสมัยและอยากช่วยส่งเสริมศักยภาพของชุมชนไทย “มาร่วมสนับสนุนสินค้าชุมชน THAI CONTEMPORARY CANVAS: SHOWCASE & MARKET 2025” กิจกรรมที่รวบรวมผลงานของศิลปินและผู้ประกอบการท้องถิ่นต่างๆ จะเป็นโอกาสที่ดีในการสัมผัสความสร้างสรรค์จากท้องถิ่น พร้อมกันนี้เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของไทย

มาร่วมสนับสนุนสินค้าชุมชน THAI CONTEMPORARY CANVAS 2025

กิจกรรม “มาร่วมสนับสนุนสินค้าชุมชน THAI CONTEMPORARY CANVAS: SHOWCASE & MARKET 2025” จัดภายใต้โครงการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยเพื่อต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม มีจุดประสงค์เพื่อเชื่อมโยงศิลปะเข้ากับชีวิตประจำวันและพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนโดยผ่านการนำเสนอผลงานของศิลปินและผู้ผลิตในท้องถิ่น

กำหนดการและสถานที่จัดงาน

กิจกรรมนี้จัดขึ้นใน 2 จังหวัด โดยมีกำหนดการดังนี้:

  • เพชรบุรี: วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2568 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ ถนนคนเดิน พานิชเจริญ จังหวัดเพชรบุรี โดยเฉพาะช่วงเวลา 18.00–19.00 น. จะมีมินิคอนเสิร์ตจาก โรส ศิรินทิพย์ ที่จะทำให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับเพลงเพราะๆ ขณะเลือกซื้อสินค้าชุมชน
  • ลำปาง: วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 – 17.00 น. ณ Earth & Fire Ceramics จังหวัดลำปาง ซึ่งจะมีรถสองแถวจากสถานีรถไฟลำปางที่จะมารับส่งเข้างานฟรีทุก 30 นาที

กิจกรรม “มาร่วมสนับสนุนสินค้าชุมชน THAI CONTEMPORARY CANVAS: SHOWCASE & MARKET 2025” ถือเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยสร้างโอกาสให้กับศิลปินและผู้ประกอบการท้องถิ่น เนื่องจากนอกจากเป็นเวทีแสดงผลงานทางศิลปะแล้ว ยังให้โอกาสพวกเขาในการจำหน่ายสินค้าและเข้าถึงลูกค้าโดยตรง ถือเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างผู้สร้างสรรค์กับผู้บริโภคในรูปแบบที่เป็นมิตรและใกล้ชิด

มาร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ สนับสนุนสินค้าชุมชน เพลิดเพลินกับบรรยากาศสุดสร้างสรรค์กลางเมืองเก่าเพชรบุรี และลำปางไปด้วยกัน โดยคุณไม่เพียงแค่ได้เป็นผู้ชม แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยอย่างแท้จริง

ร่วมเป็นกำลังใจให้ศิลปินและชุมชนของเรากันเถอะ เพราะทุกการสนับสนุนของคุณ คือพลังสำคัญที่จะทำให้ศิลปะไทยก้าวไกลในระดับนานาชาติ

ที่มา – มาร่วมสนับสนุนสินค้าชุมชนไปด้วยกัน THAI CONTEMPORARY CANVAS: SHOWCASE & MARKET 2025

สุริยะสั่งหยุดก่อสร้างถนนพระราม2 เร่งทำM8 นครปฐม-เพชรบุรีแทน

ในสถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป รัฐบาลยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน โดยมี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้นำด้านนโยบาย และการบริหารโครงการต่างๆ

สุริยะสั่งหยุดก่อสร้างถนนพระราม2

ล่าสุด นายสุริยะได้มีคำสั่งอย่างชัดเจนให้ กรมทางหลวง หยุดการก่อสร้างที่ยังดำเนินอยู่บนถนนพระราม 2 ที่เคยถูกวิจารณ์อย่างหนัก พร้อมกับเร่งทำโครงการทางหลวงพิเศษใหม่ในเส้นทางที่มีศักยภาพสูงกว่าอย่างมอเตอร์เวย์ หมายเลข 8 (M8) ช่วงนครปฐม-ปากท่อ-ชะอำ ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว

เดินหน้า M8 เฟสแรก ช่วงนครปฐม-ปากท่อ

โครงการมอเตอร์เวย์ หมายเลข 8 เป็นหนึ่งในโครงการที่กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเฟสแรก ระยะทาง 61 กม. ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ซึ่งมีวงเงินกว่า 61,000 ล้านบาท และขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)

โครงการดังกล่าวถือเป็นทางเลือกใหม่ที่คาดว่าจะช่วยลดความแออัดบนถนนพระราม 2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเดิมถูกวิจารณ์ว่าเป็นถนน “7 ชั่วโคตร” เพราะการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องจนส่งผลกระทบต่อประชาชน ทั้งในเรื่องของความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง

เร่งปิดตำนานถนนพระราม 2

นายสุริยะมีนโยบายเดิมที่จะให้โครงการทุกอย่างบนถนนพระราม 2 แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 เพื่อ “ปิดตำนาน” แต่เนื่องจากความล่าช้าในหลายโครงการ ทำให้เป้าหมายถูกขยายออกไปจนถึงสิ้นปี 2568 โครงการที่ยังขาดความชัดเจนบางส่วนก็ยังไม่สามารถทยอยแล้วเสร็จภายในกรอบเวลาได้

แม้ กรมทางหลวง จะมีการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาทบทวนโครงการมอเตอร์เวย์ หมายเลข 82 (M82) ช่วงบ้านแพ้ว – ปากท่อ เป็นจำนวน 39.4 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการใช้งบประมาณที่ควรตั้งคำถาม แต่นโยบายที่ชัดเจนจากนายสุริยะคือ “ให้จบการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 เพียงเท่านี้” เพราะเชื่อว่าการเปลี่ยนไปทำโครงการM8 แทน จะตอบโจทย์มากกว่าทั้งในแง่การจราจรและความคล่องตัวของระบบขนส่ง

  • โครงการทางหลวงพิเศษ M5 ส่วนต่อขยายระยงสิต-บางปะอิน (ระยะทาง 22 กม.)
  • มอเตอร์เวย์ หมายเลข 9 (M9) สายวงแหวนบางขุนเทียน – บางบัวทอง (ระยะทาง 35.85 กม.)
  • มอเตอร์เวย์ หมายเลข 8 ช่วง นครปฐม – ชะอำ

การตัดสินใจของสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจในครั้งนี้ถือเป็นการพลิกโฉมแผนงานขนส่งอย่างมีนัยสำคัญ เน้นให้หน่วยงานต่างๆ ไม่แหกนโยบายและเดินหน้าตามเป้าหมายที่วางไว้จริง ทั้งยังตอกย้ำความมุ่งมั่นในการลดภาระต่อประชาชนจากการเดินทางที่ไม่สะดวก

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมยังมุ่งเน้นติดตามความคืบหน้าของโครงการต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถเปิดให้บริการได้ตามกำหนดเวลา และตอบโจทย์การใช้งานของประชาชนด้วย

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ใช้ถนนพระราม 2 ที่เคยเดือดร้อนจากการก่อสร้าง คงได้สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน การเปลี่ยนเลนทางจากถนนที่แออัดไปสู่ความสะดวกปลอดภัยของM8 นครปฐม-เพชรบุรี จะเป็นภาพที่น่าสนใจในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ที่มา – “สุริยะ”สั่งกรมทางหลวงอีกครั้ง! หยุดก่อสร้างบนถนนพระราม2เร่งM8นครปฐม-เพชรบุรีแทนสำนักแผนงานอย่าแหกนโยบายศึกษาฉ่ำ

TSB จับมือ ม.ชินวัตร พัฒนาบุคลากรพลังงานสะอาด

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) ได้ร่วมกับ Assoc. Prof Zhou Fei (รองศาสตราจารย์ โจว เฟย) อธิการบดีมหาวิทยาลัยชินวัตร ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาและการพัฒนาบุคลากร ภายใต้กรอบแนวคิด TSB จับมือ ม.ชินวัตร ลงนาม MOU ร่วมพัฒนาคุณภาพบุคลากรรับเทรนด์พลังงานสะอาด ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมและองค์กร

TSB จับมือ ม.ชินวัตร ลงนาม MOU ร่วมพัฒนาคุณภาพบุคลากรรับเทรนด์พลังงานสะอาด

จากความร่วมมือในครั้งนี้ บริษัท TSB มีเป้าหมายในการเพิ่มศักยภาพบุคลากรให้ทันต่อ เทรนด์พลังงานสะอาด ซึ่งเป็นกระแสโลกที่ส่งผลต่อทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมขนส่งมวลชน นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชินวัตรจะได้รับโอกาสฝึกงานและเข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน

เปิดโอกาสการเรียนรู้จริงในระบบพลังงานสะอาด

นางสาวกุลพรภัสร์ กล่าวว่า นี่ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ของพนักงานภายในองค์กร โดย TSB มุ่งมั่นที่จะสร้างพื้นที่ในการพัฒนาตนเองของพนักงานให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี โดยมีการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้ามาฝึกงานในระบบการจัดการขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาดอย่างแท้จริง

ทางด้านอธิการบดีมหาวิทยาลัยชินวัตร รศ.โจว เฟย กล่าวเสริมว่า มหาวิทยาลัยมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับความร่วมมือกับ TSB เนื่องจากถือเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการนำทรัพยากรบุคคลเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาองค์กรอย่างมีคุณภาพ ซึ่งการสมัครร่วมมือครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้นักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์จริงจากสภาพการทำงานที่สอดรับกับแนวโน้มโลกในอนาคต

  • ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้แก่พนักงาน TSB
  • สนับสนุนให้นักศึกษามีโอกาสฝึกงานในอุตสาหกรรมขนส่งเชิงนิเวศ
  • ผลักดันทรัพยากรบุคคลเพื่อรับมือกับเทรนด์พลังงานสะอาด

ด้านการให้ทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยชินวัตร ก็ยังได้มอบทุนการศึกษาตลอดหลักสูตรให้กับพนักงาน TSB บางราย ได้แก่ นายชาคริช สาคะริชานนท์ นายสุพักษ์ ภู่เสือ และนายออมสิน สาคะริชานนท์ ที่ได้ช่วยเหลือสาวท้องที่เกิดเหตุสุดวิทยาด้วยการกระโดดแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างปลอดภัย มาเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในยุคใหม่

ความร่วมมือระหว่าง TSB และมหาวิทยาลัยชินวัตรในครั้งนี้ ถือเป็นต้นแบบของการผสานทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริง ที่พร้อมจะผลักดันทรัพยากรบุคคล Thailand 4.0 ให้ก้าวทันโลกแห่งอนาคต และตอบโจทย์ในระบบพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง

ที่มา – TSB จับมือ ม.ชินวัตร ลงนาม MOU ร่วมพัฒนาคุณภาพบุคลากรรับเทรนด์พลังงานสะอาด

บรรยากาศศาลอาญา ก่อนชี้ชะตาคดีทักษิณหมิ่นเบื้องสูง

บรรยากาศหน้าศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก ช่วงเวลาที่ทุกสายตาจับจ้อง นับชั่วโมงก่อนฟังคำพิพากษาคดีประวัติศาสตร์ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะต้องเข้ารับชะตากรรมในคดีดูหมิ่นสถาบันฯ ตาม พ.ร.บ. มาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2558 ซึ่งมีการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อทีวีของเกาหลีใต้ ที่ถูกกล่าวหาก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันกษัตริย์

บรรยากาศศาลอาญา ก่อนชี้ชะตาคดีทักษิณหมิ่นเบื้องสูง

เมื่อเช้าวันที่ 22 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 9.00 น. สื่อมวลชนจากทั่วประเทศและต่างชาติ เริ่มทยอยเดินทางมายังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อรอจับภาพและรายงานเหตุการณ์สำคัญของคดีที่ใครหลายคนเรียกกันว่า “คดีประวัติศาสตร์” ที่มีผู้เฝ้าดูอย่างใกล้ชิด เพราะนายทักษิณ เป็นบุคคลสำคัญในวงการการเมืองไทยและถูกกล่าวหาฐานความผิดในระดับร้ายแรง

ศาลอาญาเตรียมพื้นที่ไว้อย่างเข้มงวดตามมาตรการความมั่นคง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจศาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ในช่วงเย็นของวันก่อนหน้า คือวันที่ 21 ส.ค. มีการใช้แผงเหล็กวางเป็นแนวรั้วหุ้มบริเวณทางเข้าอาคารศาล พร้อมจัดจุดเฉพาะสำหรับสื่อ โดยสื่อทุกสายจะต้องได้รับอนุญาตก่อนเข้าถ่ายภาพหรือปักหลักในพื้นที่ รวมถึงต้องสวมบัตรสื่อชั่วคราวที่ศาลจัดให้

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของคดี

คดีหมายเลขดำ อ.1860/2567 นี้ ได้มาถึงจุดสุดท้ายของการพิจารณา โดยศาลได้ทำการสืบพยานจากทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยจนเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา จากนั้นได้นัดวันพิพากษาเป็นวันที่ 22 สิงหาคมนี้ เวลา 10.00 น.

ฝ่ายนายทักษิณ ได้นำพยานสำคัญเข้าสืบ 3 นาย ได้แก่ ตัวนายทักษิณเอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม และนายธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อช่วยหักล้างข้อกล่าวหาจากฝ่าย prosecution ทนายวิญญัติ ชาติมาตรี ผู้แทนจำเลย ยืนยันว่าตนเองมั่นใจในหลักฐานและคำให้การของพยานว่าจะนำไปสู่ความเป็นธรรมในการพิจารณาของศาล

  • ศาลกำหนดเวลาฟังคำพิพากษาเวลา 10.00 น.
  • สื่อต้องขออนุญาตและสวมบัตรเข้าพื้นที่เฉพาะที่ได้รับอนุญาต
  • ตำรวจรักษาความมั่นคงรอบศาลอย่างเข้มงวด
  • มีการสืบพยานจากทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยจนครบถ้วน

สำหรับบรรยากาศโดยรอบศาล มองเห็นได้ว่าประชาชนทั้งในและต่างประเทศมีความตื่นตัวอย่างมาก หลายฝ่ายเฝ้าจับตาต่อผลลัพธ์ของคดี เนื่องจากนายทักษิณมีบทบาททางการเมืองที่สำคัญในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งยังเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและครั้งหนึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายกฯ ทำให้ผลลัพธ์ของคดีจะมีผลกระทบทั้งในทางการเมือง สังคม และกฎหมายของประเทศ

ไม่ว่าศาลจะมีคำตัดสินอย่างไร คดีนี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทุกคนต้องจับตามอง เพราะอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของคุณธรรมบนพรมแดนกฎหมายในเมืองไทย รวมถึงการเมืองอันซับซ้อนที่เปื่อยเปื้อนไปด้วยข้อถกเถียงมายาวนาน

ที่มา – บรรยากาศศาลอาญา ก่อนชี้ชะตาคดีประวัติศาสตร์ ‘ทักษิณ’ หมิ่นเบื้องสูง

ล่าตัว ‘ร.ต.ต.’ ตรวจคนเข้าเมือง อดีตนักกีฬายิงปืนจังหวัด เมาคลั่งรัว 9 มม. ใส่ 2 พี่สาวดับ 1 เจ็บ 1

เหตุสลดใจที่จังหวัดระนอง เมื่อ ร.ต.ต.สมศักดิ์ ผู้ดำรงตำแหน่งตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนองและเคยเป็นนักกีฬายิงปืนของจังหวัด กลับกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดียิงพี่สาว 2 คน เสียชีวิต 1 เจ็บ 1

ล่าตัว ‘ร.ต.ต.’ ตรวจคนเข้าเมือง อดีตนักกีฬายิงปืนจังหวัด เมาคลั่งรัว 9 มม. ใส่ 2 พี่สาวดับ 1 เจ็บ 1

เมื่อเวลา 00.05 น. วันที่ 22 สิงหาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระนอง ได้รับรายงานเหตุใช้อาวุธปืนยิงถล่มร้านขายของชำในพื้นที่บ้านหินดาด ต.ทรายแดง อ.เมืองระนอง ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

ที่เกิดเหตุพบศพ นางยุพยง อายุ 71 ปี ถูกยิงเข้าที่สะโพกซ้ายเสียชีวิตหน้าร้าน ขณะที่นางยุวภา อายุ 75 ปี ได้รับบาดเจ็บที่นิ้วหัวแม่มือซ้าย และถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลระนอง อย่างเร่งด่วน

พบหลักฐานสลดใจ

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรูกระสุนบนประตูร้านรวม 8 รู และปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 ปลอก เก็บเป็นพยานหลักฐานสำคัญ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากการสอบสวนเบื้องต้น ญาติผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ร.ต.ต.สมศักดิ์ เกิดความโกรธแค้นหลังจากที่น้าชายซึ่งอยู่ในสภาพเมาสุมบุกมาทะเลาะกับแม่ จนเกิดการบาดเจ็บ จากนั้นผู้ก่อเหตุจึงตามลงมายิงรัวใส่ร้านขายของชำของพี่สาว โดยยิงขึ้นฟ้า 2 นัดก่อนยิงถล่มต่อเข้าใส่ประตูเหล็ก จนกระสุนไปถูกนางยุพยง ซึ่งเสียชีวิตทันที

หลังจากก่อเหตุ ร.ต.ต.สมศักดิ์ ได้หลบหนีไป ภายหลังได้เปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุมีอาการประวัติการได้รับบาดเจ็บที่สมองจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์แต่เดิม ทำให้เมื่อดื่มสุราจะมีอาการคล้ายโรคประสาทกำเริบ และมักจะเกิดเหตุทะเลาะกับคนในครอบครัวเป็นประจำ

  • สถานที่เกิดเหตุ: บ้านหินดาด ต.ทรายแดง อ.เมืองระนอง
  • ผู้เสียชีวิต: นางยุพยง อายุ 71 ปี
  • ผู้บาดเจ็บ: นางยุวภา อายุ 75 ปี
  • อาวุธที่ใช้: ปืนขนาด 9 มม.
  • ผู้ก่อเหตุ: ร.ต.ต.สมศักดิ์ อายุ 54 ปี

ขณะนี้ พนักงานสอบสวน กำลังดำเนินการขออนุมัติหมายจับและติดตามตัว ร.ต.ต.สมศักดิ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยประชาชนในพื้นที่ต่างแสดงความเสียใจและสะเทือนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์นี้เป็นบทพิสูจน์ว่าความรุนแรงที่ซ่อนอยู่ในครอบครัว อาจเกิดขึ้นได้ไม่คาดคิด โดยเฉพาะในผู้ที่มีประวัติการบาดเจ็บทางสมองหรือการดื่มแอลกอฮอล์

อย่าปล่อยให้อารมณ์ขัดแย้งก่อให้เกิดความหายนะ การรับฟังและเข้าใจกันอย่างครอบครัว อาจช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมาก

ที่มา – ล่าตัว ‘ร.ต.ต.’ ตรวจคนเข้าเมือง อดีตนักกีฬายิงปืนจังหวัด เมาคลั่งรัว 9 มม. ใส่ 2 พี่สาวดับ 1 เจ็บ 1

สหรัฐระงับออกวีซ่าคนขับรถบรรทุก หลังชนดับ 3 ราย

เมื่อเร็วๆ นี้ สหรัฐอเมริกาได้ออกประกาศสำคัญเกี่ยวกับการระงับการออกวีซ่าสำหรับ คนขับรถบรรทุก หลังจากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่รัฐฟลอริดา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3 คน เหตุการณ์นี้ได้สร้างความตื่นตระหนกและความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนนของสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ คนขับรถบรรทุกต่างชาติ

สหรัฐระงับออกวีซ่าคนขับรถบรรทุก หลังเกิดเหตุชนดับ 3 รายที่รัฐฟลอริดา

รัฐบาลสหรัฐฯ โดยกระทรวงการต่างประเทศภายใต้การนำของ นายมาร์โก รูบิโอ ได้ประกาศระงับการออกวีซ่าประเภท H-2B สำหรับ คนขับรถบรรทุกเชิงพาณิชย์ เนื่องจากจำนวนคนขับรถบรรทุกชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กำลังสร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชน และอาจกระทบอาชีพของคนขับรถบรรทุกชาวอเมริกัน

คดีชนดับที่รัฐฟลอริดา

การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากคดีอุบัติเหตุของนายฮาร์จินเดอร์ สิงห์ ชายชาวอินเดียซึ่งลักลอบเข้าสหรัฐผ่านเม็กซิโก และได้รับใบอนุญาตขับรถบรรทุกจากแคลิฟอร์เนีย แม้จะสอบทักษะภาษาอังกฤษไม่ผ่าน แต่กลับก่อเหตุกลับรถผิดจุด ทำให้ชนคนเสียชีวิต 3 รายที่รัฐฟลอริดา

เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อและสาธารณชน เนื่องจากสถานที่เกิดเหตุอยู่ในรัฐฟลอริดา ซึ่งมีความสำคัญทางการเมืองอย่างยิ่ง ทำให้เกิดแรงกดดันในเชิงนโยบายและในการออกใบอนุญาตให้แก่ คนขับรถบรรทุกต่างชาติ

ผู้ว่าราชการรัฐแคลิฟอร์เนีย นายเกวิน นิวซัม ได้ออกมาโต้แย้งว่าการออกใบอนุญาตให้กับสิงห์นั้นถูกดำเนินการโดยรัฐบาลกลาง และยืนยันว่าได้ให้ความร่วมมือกับรัฐฟลอริดาในการดำเนินคดีอย่างเต็มที่

นโยบายใหม่ด้านทักษะภาษา

ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งให้ คนขับรถบรรทุกต่างชาติ ต้องผ่านการทดสอบทักษะภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานก่อนจะได้รับใบอนุญาตการทำงาน ซึ่งถือเป็นนโยบายใหม่ที่ต่างจากช่วงรัฐบาลโอบามาที่ผ่านการยกเว้นเรื่องนี้

  • จำนวนคนขับรถบรรทุกต่างชาติในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าในช่วงระหว่างปี 2543-2564
  • ปัจจุบันมีแรงงานคนขับรถบรรทุกต่างชาติคิดเป็น 18% ของอุตสาหกรรมทั้งหมด
  • สัดส่วนนี้ใกล้เคียงกับแรงงานต่างชาติทั่วไปในตลาดแรงงานของสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นความเปลี่ยนสำคัญในอาชีพที่เคยเป็นของกลุ่มคนผิวขาวชาวอเมริกันเป็นหลัก เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจภายในอุตสาหกรรมขนส่งของสหรัฐอเมริกา

หากคุณเป็นผู้ประกอบการขนส่งหรือผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในไทย การติดตามนโยบายแรงงานต่างประเทศอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ที่มา – สหรัฐระงับออกวีซ่าคนขับรถบรรทุก หลังเกิดเหตุชนดับ 3 รายที่รัฐฟลอริดา