ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เชิดชูวีรชน! กองทัพภาคที่ 2 ตั้งชื่อโดรนฟีนิกซ์ตามชื่อทหารกล้า

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม เว็บไซต์ทางการของ กองทัพภาคที่ 2 ได้เผยแพร่ข้อความพร้อมภาพ เพื่อแสดงความเคารพและรำลึกถึง “สหาย UAS#4” สามนาย ที่ได้เสียสละชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องชาติที่ปราสาทตาควาย โดยระบุว่า ชื่อของทั้งสามจะถูกจารึกอยู่ในใจของทุกคนตลอดไป

เชิดชูวีรชน! กองทัพภาคที่ 2 ตั้งชื่อโดรนฟีนิกซ์ตามชื่อทหารกล้า

กองทัพภาคที่ 2 ได้ตัดสินใจนำชื่อของทหารกล้าทั้งสามมาตั้งเป็นชื่อให้กับโดรนข่าวของหน่วย เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้เสียสละ โดยใช้ชื่อว่า “โดรนฟีนิกซ์” เป็นการสื่อถึงแนวคิดที่ว่า แม้ร่างกายจะจากไป แต่เกียรติศักดิ์จะคงอยู่เหนือกาลเวลา

ครอบครัวภูมิใจที่ได้รับเกียรติ

ส.อ.กฤษฎา น้อยโคตร หนึ่งในทั้งสามผู้เสียสละ อาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 37 หมู่ที่ 8 ตำบลลือ อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้สื่อข่าวได้ไปสัมภาษณ์ครอบครัว ได้แก่ นายเสกสรรค์ น้อยโคตร พ่อ และนางกฤษณา น้อยโคตร แม่ ซึ่งทั้งสองท่านเปิดเผยความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ

“เมื่อทราบข่าวว่าลูกชายได้รับเกียรติให้ตั้งชื่อโดรนฟีนิกซ์ ก็รู้สึกว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งใหญ่สำหรับครอบครัวเรา ขอบคุณ กองทัพภาคที่ 2 ที่ยังไม่ลืมแม้จะเป็นเพียงทหารคนเล็กๆ คนหนึ่ง” นายเสกสรรค์กล่าว

ด้านนางกฤษณา ได้นำผู้สื่อข่าวชมที่เก็บของใช้ส่วนตัวของลูกชาย ซึ่งมีการจัดวางอย่างพิถีพิถันในตู้กระจก ทั้งธงชาติ เครื่องแบบ เกียรติบัตร โกศ และเสื้อผ้าคอมแบทที่ใส่ในวันสุดท้าย พร้อมรอยยิ้มที่สื่อถึงความภาคภูมิใจ แม้จะเจ็บปวดกับการสูญเสีย

  • สหาย UAS#4 เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องชาติ
  • กองทัพภาคที่ 2 ให้เกียรติด้วยการตั้งชื่อโดรนฟีนิกซ์
  • ครอบครัวภูมิใจในความเสียสละของลูกชาย

การตั้งชื่อโดรนฟีนิกซ์ ถือเป็นการสานศักดิ์ศรีและจิตวิญญาณของทหารกล้าให้อยู่กับกองทัพตลอดไป ไม่เพียงสำหรับทหาร แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับประชาชนว่า ความเสียสละไม่เคยสูญเปล่า ย่อมมีผู้ที่จดจำและชื่นชมความกล้าหาญเสมอ

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในภารกิจรักษาความมั่นคง การนำสัญลักษณ์ของความกล้าหาญมาใช้ร่วมกับโดรนความละเอียดสูง ก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเคารพต่อผู้เสียสละ และการรักษามรดกของความเป็นทหารไว้อย่างน่าประทับใจ

เชิดชูวีรชน เพื่อให้ทุกคนได้รู้ถึงคุณค่าของความเสียสละ รักษาความภาคภูมิใจในสถาบันทหารไทย และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เดินตามรอยความกล้าหาญอย่างไม่ลืมเลือน

หากคุณชื่นชมเรื่องราวความเป็นทหารและต้องการติดตามความเคลื่อนไหวของกองทัพไทย อย่าลืมติดตามข่าวสารและชมความภาคภูมิใจของความเสียสละแบบแท้จริง

ที่มา – เชิดชูวีรชน! กองทัพภาคที่ 2 ตั้งชื่อโดรนฟีนิกซ์ตามชื่อทหารกล้า

อังกฤษเตือนภัย โลมาพยายามกดนักท่องเที่ยวให้จมน้ำ

เมื่อไม่นานมานี้ เกิดเหตุการณ์น่าตกใจที่ชายหาดดังในเมืองไลม์ รีจิส เขตเทศมณฑลดอร์เซต สหราชอาณาจักร หลังจากมีผู้บันทึกเหตุการณ์ที่แสดงออกว่า โลมาพยายามกดตัวนักท่องเที่ยวหญิงให้จมน้ำ อย่างตั้งใจในทะเลนอกชายฝั่ง

อังกฤษเตือนภัย โลมาพยายามกดตัวนักท่องเที่ยวหญิงให้จมน้ำ

รีส แพตเตอร์สัน วัย 32 ปี ผู้พายเรือคายัคที่ปรากฏในคลิปวิดีโอเผยว่า เขาและน้องชาย แกเร็ธ ได้เข้าไปช่วยเหลือผู้หญิงสองคนที่กำลังว่ายน้ำในทะเล ตอนที่พวกเธอเจอ โลมาปากขวดตัวหนึ่งซึ่งพยายามทำให้พวกเธอจมน้ำ ด้วยการกระโดดขึ้นไปบนหลังของหนึ่งในสองคน

เหตุการณ์น่าตกใจเกิดขึ้นหลายครั้ง

“โลมานั้นกระโดดขึ้นหลังของหญิงคนนั้นถึงสี่ครั้ง และพยายามกดศีรษะของเธอลงไปในน้ำซ้ำๆ” แพตเตอร์สันเล่าให้ฟัง “เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งเดียว มันชัดเจนว่ามีการเจาะจงเป้าหมายอยู่ เช่นเดียวกับที่ โลมาพยายามกดตัวนักท่องเที่ยวหญิงให้จมน้ำ ทุกครั้งที่สวมเว็ทสูท”

ตามรายงาน เจ้าโลดามาตัวที่เป็นที่กล่าวถึงนี้มีชื่อว่า “เรจจี” และเคยกลายเป็นที่รู้จักจากคลิปที่เป็นไวรัลก่อนหน้านี้ โดยมันมักปรากฏตัวในบริเวณอ่าวไลม์ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แต่ล่าสุดมีรายงานว่ามันได้รับบาดเจ็บจากใบพัดของเรือ

  • ຫຼາຍຄົນເຫັນເລື້ອຍໆໃນເຂດອາວາຍ
  • ມີບາດເຈັບຈາກໃບພັດເຮືອ
  • ພຶດຕິກຳກ້າວຮ້າຍຍິ່ງຂຶ້ນ

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานอนุรักษ์สัตว์ทะเลในสหราชอาณาจักรอย่าง ORCA ได้ออกคำเตือนอย่างจริงจังว่า โลมานั้น อาจฆ่าหรือทำร้ายผู้คนได้ หากพวกมันแสดงพฤติกรรมที่ก้าวร้าวหรือถูกรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์

คำเตือนจากหน่วยงานท้องถิ่น

โฆษกจากองค์การจัดการทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (Marine Management Organisation หรือ MMO) ได้กล่าวว่า “เราเริ่มกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับพฤติกรรมของโลมาที่อ่าวไลม์ โดยเฉพาะเมื่อมีคลิปวิดีโอหลายชิ้นที่แสดงถึงการรบกวนสัตว์ทะเลจากมนุษย์”

หนึ่งในข้อความเตือนความปลอดภัยที่ถูกเผยแพร่คือ:

โลมาอาจดูเป็นมิตร แต่มันเป็นสัตว์ป่า อย่าไปว่ายน้ำกับมัน อย่าแตะต้อง ห้ามให้อาหารหรือเข้าใกล้ หากมันเข้ามาหาคุณ ให้ค่อยๆ ถอยออกอย่างสงบ

การมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโลมาอาจทำให้พวกมันสูญเสียสัญชาตญาณระมัดระวังตามธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยทั้งสัตว์และมนุษย์ล้วนมีความเสี่ยงเช่นกัน

.opend data

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการเตือนอย่างชัดเจนว่า สัตว์ป่าทุกชนิดไม่ควรถูกมองข้ามในแง่ของอันตราย แม้ว่าจะดูน่ารักหรือเป็นมิตร แต่หากได้รับบาดเจ็บ หรือรู้สึกถูกคุกคาม พวกมันก็มีศักยภาพในการตอบโต้ด้วยอันตรายร้ายแรง

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการเคารพพื้นที่ของสัตว์ป่า และรักษาระยะห่างอย่างเหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย

รักษาความปลอดภัย หมายถึงรักษาความเป็นสัตว์ป่า

ที่มา – อังกฤษเตือนภัย หลังเกิดเหตุโลมาพยายามกดตัวนักท่องเที่ยวหญิงให้จมน้ำนอกหาดดัง

จีนยกเว้นเก็บภาษีเงินได้ส่วนบุคคลจาก “เงินอุดหนุนเลี้ยงดูบุตร”

จากรายงานของสำนักข่าวซินหัว เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมาจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ระบุว่า หน่วยงานด้านสาธารณสุขกำลังร่วมมือกับหน่วยงานการคลังและภาษี เพื่อจัดตั้งระบบกลไกการแบ่งปันข้อมูลสำหรับการยกเว้นภาษีจากเงินอุดหนุนเลี้ยงดูบุตร ซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญในการลดภาระให้กับครอบครัวที่มีบุตรเล็ก

ทั้งนี้ หน่วยงานสาธารณสุขระดับอำเภอจะมีหน้าที่ตรวจสอบและจัดการคำขอใช้สิทธิ์เงินอุดหนุนเลี้ยงดูบุตร รวมถึงการยื่นขอรับ การยกเว้นภาษีเงินได้ส่วนบุคคล สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามเกณฑ์ที่กำหนดในระเบียบ

เงินอุดหนุนเลี้ยงดูบุตร ช่วยลดภาระครัวเรือน

โครงการเงินอุดหนุนเลี้ยงดูบุตรนี้เปิดตัวขึ้นเมื่อช่วงต้นปี 2024 โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการสนับสนุนทางการเงินให้แก่ครอบครัวที่มีบุตรอายุต่ำกว่า 3 ปี โดยรัฐบาลจีนจัดสรรงบประมาณให้ครอบครัวละ 3,600 หยวน (ประมาณ 16,000 บาท) ต่อปี ต่อเด็กหนึ่งคน ซึ่งถือเป็นการช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายในการดูแลและการศึกษาเบื้องต้นในช่วงวัยเด็ก

การดำเนินการร่วมกันของหลายหน่วยงาน

เพื่อให้การดำเนินโครงการนี้มีประสิทธิภาพและโปร่งใส ทางรัฐบาลจีนได้กำหนดให้หน่วยงานด้านสาธารณสุข กระทรวงการคลัง และหน่วยงานภาษีระดับท้องถิ่นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด โดยมีการแบ่งปันข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับผู้ได้รับสิทธิ์ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและลดความเสี่ยงทางการเงินและภาษีในการดำเนินการ

  • ช่วยลดภาระทางการเงินแก่ครอบครัว
  • ส่งเสริมการมีบุตร และพัฒนาประชากรในระยะยาว
  • ตั้งระบบการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการเงินของจีนคาดว่า การส่งเสริมโครงการเงินอุดหนุนเลี้ยงดูบุตรร่วมกับการยกเว้นภาษีเงินได้ส่วนบุคคล จะส่งผลเชิงบวกต่ออัตราการมีบุตรในประเทศที่มีแนวโน้มลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในครัวเรือน และยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชนในระยะยาว

หากคุณกำลังวางแผนครอบครัวหรือเพิ่งมีลูกเล็ก ควรติดตามข่าวสารและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่รัฐบาลกำหนดให้ครอบครัวได้รับ รวมถึงการใช้สิทธิ์ในการยกเว้นภาษีเงินได้ส่วนบุคคลจากเงินอุดหนุนเลี้ยงดูบุตรนี้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ที่มา – จีนยกเว้นเก็บภาษีเงินได้ส่วนบุคคลจาก “เงินอุดหนุนเลี้ยงดูบุตร”

รัสเซียซัดยูเครน “ไม่จริงใจ” กับการสร้างสันติภาพในระยะยาว

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงเป็นประเด็นที่โลกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยในวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางสำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานจากกรุงมอสโก ว่านายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลมอสโกจะไม่ยอมรับการปรากฏตัวของทหารยุโรปบนแผ่นดินของยูเครนในรูปแบบใดก็ตาม

รัสเซียซัดยูเครน “ไม่จริงใจ” กับการสร้างสันติภาพในระยะยาว

ยกตัวอย่างเช่น การส่งกองทหารจากสหภาพยุโรปไปยังยูเครนเพื่อทำหน้าที่รักษาความมั่นคงนั้น ถูกมองว่าเป็นการกระทำที่อาจนำไปสู่ความไม่มั่นคงในภูมิภาค และขัดแย้งกับผลประโยชน์ของรัสเซีย ขณะเดียวกัน ลาฟรอฟยังกล่าวต่อว่า รัฐบาลยูเครนไม่ได้แสดงความจริงใจหรือมีความมุ่งมั่นต่อข้อตกลงสันติภาพระยะยาว โดยเน้นย้ำว่า ท่าทีและการแสดงออกของเจ้าหน้าที่ระดับสูงยูเครนต่อเรื่องหลักประกันความมั่นคงนั้น ไม่สอดคล้องกับข้อเสนอของรัสเซียแต่อย่างใด

ความมั่นคงของรัสเซียก็ต้องได้รับการรับประกัน

ลาฟรอฟกล่าวอีกว่า หากสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรในกลุ่มยุโรปต้องการให้ยูเครนมีความมั่นคง ก็คงไม่ควรละเลยความมั่นคงของรัสเซีย เพราะนี่คือเรื่องที่จำเป็นต้องได้รับการสนใจในทางเดียวกัน ข้อเสนอที่ว่าเราจะให้การสนับสนุนยูเครน โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อรัสเซีย ถือเป็นมุมมองที่เป็นอันตรายและไม่ยุติธรรม

นอกจากนี้ ในเรื่องของการเจรจาโดยตรงระหว่างประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน รัฐมนตรีลาฟรอฟได้กล่าวว่า รัสเซียนั้นไม่ได้ต่อต้านแนวคิดการเจรจาในรูปแบบทวิภาคีหรือแม้แต่ไตรภาคีเลย แต่สิ่งสำคัญคือ การเตรียมความพร้อมและการดำเนินการดังกล่าวจะต้องใช้เวลา และต้องมีเงื่อนไขบางประการให้ถูกต้องก่อนจะเริ่มต้นได้

  • การปรากฏตัวของทหารต่างชาติบนดินแดนยูเครนขัดกับผลประโยชน์ของรัสเซีย
  • ยูเครนยังไม่แสดงความจริงใจต่อข้อเสนอการสร้างสันติภาพระยะยาว
  • รัสเซียเรียกร้องให้ความมั่นคงของตนเองได้รับการรับประกันเช่นกัน

ในทางหนึ่ง การพูดคุยหรือเจรจาเพื่อหาทางออกของความขัดแย้งไม่ใช่เรื่องที่ไม่ควรทำ แต่หากข้อเสนอใดจะเกิดขึ้นจริง มันจำเป็นต้องเป็นการเจรจาที่เป็นธรรม มีพื้นฐานบนความจริง และคำนึงถึงความต้องการของทุกฝ่าย ไม่ใช่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น

ใครจะเป็นผู้ชนะหรือแพ้จากการเผชิญหน้าในครั้งนี้ คงต้องรอให้เวลามอบคำตอบ แต่ความหวังในการยุติสงคราม ควรมีมาพร้อมกับความจริงใจจากทุกฝ่าย มิฉะนั้น ความสงบสุขก็จะยังคงเป็นเรื่องไกลเกินเอื้อม

ที่มา – รัสเซียซัดยูเครน “ไม่จริงใจ” กับการสร้างสันติภาพในระยะยาว

‘แม่นายดัง’ ว่าไว้แบบนี้ ‘ไข่เจียว’ ราคานี้มันควรเป็นเรื่องปกติหรือ?

จากกรณีที่ยูทูบเบอร์ชื่อดังอย่าง “พีช พิชญา” ได้เข้าไปรับประทานอาหารที่ร้านเจ๊ไฝ ซึ่งเป็นร้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังด้วยเมนูไข่เจียวปูราคาสูง ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์เมื่อเพื่อนของเขา ซึ่งเป็นลูกค้าประจำของร้าน เดินทางมาร่วมรับประทานด้วย ส่งผลให้ร้านได้เสิร์ฟไข่เจียวปูในราคาถึง 4,000 บาท ให้โดยไม่ได้มีการสอบถามความต้องการก่อน ทำให้พีชรู้สึกว่าราคาที่เสนอไม่คุ้มค่าและถือว่าแพงเกินไป นำไปสู่การถกเถียงกันอย่างร้อนแรงบนโลกโซเชียลมีเดีย

ล่าสุด แม่นายดังอย่าง “ดัง พันกร – DK Official” ได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านโพสต์ส่วนตัว โดยระบุว่า ราคาที่แท้จริงของไข่เจียวปูในร้านนี้อยู่ที่ 1,500 บาท แต่รอบนี้กลับเสนอในราคาสี่พันบาท ซึ่งก่อให้เกิดคำถามว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ทั้งราคาและคุณภาพ ที่แท้จริงแล้วผู้บริโภคต้องการอะไร และร้านอาหารควรจัดให้อย่างไร ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่าถึงความ “คุ้มค่า” ของเมนูอาหารไทยในยุคทุกสิ่งทุกอย่างมีราคา

‘ไข่เจียว’ ราคานี้มันควรเป็นเรื่องปกติหรือ?

การที่ร้านอาหารไทยเริ่มมีเมนูอาหารที่มีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมนูพื้นบ้าน เช่น ไข่เจียวปู ข้าวต้มมัด หรือแม้แต่ปลาทูแดดเดียว ยกให้กลายเป็น “ไฮโซเมนู” เป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนวัฒนธรรมบูชาของผู้บริโภคยุคใหม่ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ต้องเริ่มตั้งคำถามว่า ‘ไข่เจียว’ ราคานี้มันควรเป็นเรื่องปกติหรือ? เมื่ออาหารที่เคยอยู่ใกล้ตัวกลับกลายเป็นของพรีเมียมที่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ออกมาให้ความสนใจและตั้งคำถามถึงราคาและความน่าเชื่อถือของร้านอาหาร

ความคุ้มค่าที่ตามมา

ในขณะที่บางคนมองว่า “ถ้าคิดว่าแพง แสดงว่าเขาไม่ได้ทำมาขายคุณ” ซึ่งเป็นข้อโต้แย้งที่จะผลักดันให้ลูกค้าเข้าใจในมูลค่าของอาหารที่ได้รับ แต่ในมุมกลับกัน ร้านอาหารก็มีหน้าที่ต้องทำให้ลูกค้าเข้าใจและเห็นคุณค่าที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การขึ้นชื่อว่าเป็นเมนูพิเศษ

ทั้งนี้ ดัง พันกร ยังได้คอมเมนต์อีกว่า “ไข่อึ่งกะแซ่บอยู่เดะ โลสามร้อย” และใส่ใจว่าร้านเจ๊แกนั้นไม่ได้แค่ขายได้ แต่ยังขายดีเลย แสดงว่าลูกค้าส่วนใดยังรู้สึกคุ้มค่าอยู่ ซึ่งนับเป็นมุมที่น่าสนใจว่า ราคา检测 ไม่ใช่สิ่งเดียวที่กำหนดว่าอาหารนี้น่ากินหรือไม่ คุณภาพ การบริการ และประสบการณ์โดยรวมที่ลูกค้าได้รับ ก็เป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้กัน

  • ราคาสูงกับคุณภาพอาหารเป็นเรื่องตรงกันข้ามหรือไม่?
  • คาราบาว และคำหนักหนาของอินฟลูเอนเซอร์มีผลต่อซัพพลายเชนของร้านอาหารอย่างไร?
  • ร้านอาหารควรคำนึงถึงภาพลักษณ์ของลูกค้าในการจัดราคาหรือไม่?

สุดท้าย ประเด็นนี้คงไปไม่ไกลหากผู้บริโภคและร้านอาหารไม่กลับมามองแง่มุมของ “ความเข้าใจร่วมกัน” ว่าเมนูใดควรได้รับการยอมรับในราคาใด และเหตุใดแบรนด์อาหารบางรายถึงสามารถกำหนดราคาในระดับสูงได้ คุณค่าคือสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มันอยู่ในบริบทของประสบการณ์ รสชาติ วัตถุดิบ และแรงบันดาลใจที่อยู่เบื้องหลังจานอาหารแต่ละจาน

ท้ายที่สุดแล้ว ‘ไข่เจียว’ ราคานี้มันควรเป็นเรื่องปกติหรือ? คำตอบนั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณค่าใดที่คุณให้กับมันมากที่สุด บางที ไม่ใช่ว่าอาหารไทยจะแพงไม่ได้ แต่หากจะให้มีน้ำหนักในสังคมได้ ต้องมี “ความหนักแน่น” ที่เทรนด์ไม่สามารถตัดสินได้เพียงอย่างเดียว

ที่มา – ‘แม่นายดัง’ ว่าไว้แบบนี้ ‘ไข่เจียว’ ราคานี้มันควรเป็นเรื่องปกติหรอ แต่ไม่ใช่ว่าอาหารไทยจะแพงไม่ได้

ต้นสังกัด ไม่นิ่งนอนใจ ร่อนจดหมายจัดการแฟนไซน์ ‘ออม กรณ์นภัส’

จากเหตุการณ์ที่ทำให้แฟนคลับตกตะลึงเมื่อเร็ว ๆ นี้ หลังจากที่“ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์” และ“คุณแม่ก้อย-นฤมล” ต้องร่วมแสดงออกทางอารมณ์อย่างล้นหลามในงานแฟนไซน์ที่ประเทศจีน เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ในงาน Orm’s First Fansign in Changsha ซึ่งควรจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข กลับกลายเป็นความผิดหวังครั้งใหญ่ เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้จัดงานไม่ดำเนินการตามแผนอย่างถูกต้อง ขอเวลาทั้งหมดมากกว่า 6 ชั่วโมง จากที่ควรจะจบเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้แฟนคลับทั้งประเทศและทั่วโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง

ล่าสุด สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ซึ่งเป็นต้นสังกัดของ ออม กรณ์นภัส ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เพื่อชี้แจงและแสดงความรับผิดชอบโดยตรงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน ข้อความดังกล่าวมีชื่อว่า “กรณีการจัดกิจกรรม ORM FULL MOON Fansign Event In Changsha”

ต้นสังกัด ไม่นิ่งนอนใจ ร่อนจดหมายจัดการผู้จัดงานแฟนไซน์ของ ‘ออม กรณ์นภัส’

ในจดหมายนั้น ได้ระบุว่า:

“แจ้งเพื่อทราบ จากกรณีการจัดกิจกรรม ORM FULL MOON Fansign Event In Changsha เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 (สถานีฯ) ได้คัดเลือกและแต่งตั้งให้บริษัท ทศทิศ มีเดีย จำกัด เป็นผู้จัดงาน”

ซึ่งในช่วงดำเนินกิจกรรม ทางสถานีพบว่าผู้จัดงานไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาอย่างเคร่งครัด ส่งผลให้เกิดความผิดพลาดและส่งผลต่อสุนทรียภาพของงาน และการรับรู้จากแฟนคลับอย่างมาก ทางสถานีจึงได้ดำเนินการหาทางออกและระงับเหตุการณ์ชั่วคราว พร้อมทั้งขอเวลาชี้แจงข้อผิดพลาดกับบริษัทผู้จัดงานก่อนที่จะดำเนินกิจกรรมต่อไป

สถานีโทรทัศน์ยืนยันไม่นิ่งนอนใจ

ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ไม่มีการนิ่งนอนใจ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด โดยทันทีได้สั่งการให้ทีมงานภายในตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดถี่ถ้วน และจะให้บริษัทผู้จัดงานออกมาชี้แจงอย่างโปร่งใสเกี่ยวกับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น

  • ขอระงับงานบนเวทีทันที
  • ตรวจสอบตามข้อตกลงเบื้องต้น
  • สอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
  • ให้ผู้จัดงานชี้แจงอย่างโปร่งใส

นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังได้ขอบพระคุณแฟนคลับทุกคนที่ยังคงรักและสนับสนุน ออม กรณ์นภัส อย่างไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งที่เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบในด้านลบของภาพลักษณ์นักแสดง และต้นสังกัด

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญทั้งต่อต้นสังกัดและทีมงานที่เกี่ยวข้องในการจัดกิจกรรมของศิลปินระดับประเทศ การยอมรับผิด และจัดการอย่างโปร่งใส น่าจะเป็นบทเรียนสำคัญในการทำงานครั้งต่อไป

หากคุณเป็นแฟนตัวยงของ ออม-กรณ์นภัส อย่าลืมเข้าร่วมให้กำลังใจนักแสดงสุดที่รัก ด้วยการรับชมผลงานอย่างต่อเนื่อง และเป็นกำลังใจผ่านสายตาที่อบอุ่นของแฟนคลับที่ยังไม่เปลี่ยนใจ

ที่มา – ต้นสังกัด ไม่นิ่งนอนใจ ร่อนจดหมายแถลงจัดการผู้จัดงานแฟนไซน์ของ ‘ออม กรณ์นภัส’

มติกพช.สั่งยกเลิกแยกศูนย์คุมระบบไฟฟ้า-ขีดเส้น 45 วันเจรจาปรับราคาซื้อโซลาร์ฟาร์ม

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มีการพิจารณาวาระสำคัญเกี่ยวกับพลังงาน ภายใต้การเปิดเผยข้อมูลจาก นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ประชุมมีมติหลายประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับนโยบายพลังงานของประเทศ โดยประเด็นหนึ่งที่ได้รับความสนใจคือ การยกเลิกมติเดิมเกี่ยวกับการแยกศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้า (SO) และการกำหนดขอ ขีดเส้น 45 วันในการเจรจาปรับราคาซื้อไฟฟ้าจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์

มติกพช.สั่งยกเลิกแยกศูนย์คุมระบบไฟฟ้า

ก่อนหน้านี้ในปี 2566 กพช. เคยมีมติให้แยก SO ออกจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้เป็นนิติบุคคลใหม่ อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการประเมินและติดตามสถานการณ์ พบว่าการดำเนินการภายใต้กฟผ.แบบแยกส่วน (Ring Fenced) มีความเหมาะสมกับโครงสร้างระบบไฟฟ้าประเทศไทยภายใต้รูปแบบ ESB (Enhance Single Buyer) ที่ประชุมจึงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องแยก SO อย่างเป็นทางการอีกต่อไป และได้มีมติ ยกเลิกมติเดิมเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 ที่อนุญาตให้แยก SO ออกจากกฟผ.

ขีดเส้น 45 วันเจรจาปรับราคาซื้อไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม

อีกหนึ่งมติสำคัญที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการภาคเอกชนคือ การให้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเจรจาอัตราค่าไฟฟ้ากับผู้ประกอบการเอกชนที่เกี่ยวข้องกับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ โดยกำหนดกรอบเวลาไม่เกิน 45 วันนับจากวันที่มีมติ กพช. เพื่อปรับค่าไฟฟ้าให้เกิดความเหมาะสมกับต้นทุนการดำเนินงานของภาคเอกชน และกำหนดเงื่อนไขใหม่เพื่อใช้ในการลงนามสัญญา

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดให้ กกพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไขสัญญาเพื่อขยาย SCOD (Commercial Operation Date) ให้เป็นไปได้จนถึงปี 2573 เหมือนกับโครงการพลังงานลม ซึ่งเป็นการต่อยอดให้โครงการพลังงานหมุนเวียนสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและมีความยืดหยุ่น

มาตรการลดค่าไฟ – การช่วยเหลือผู้ใช้ไฟบ้านอยู่อาศัย

มติของ กพช. ยังครอบคลุมถึงการ เห็นชอบแนวทางลดค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราปกติ โดยกำหนดให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยจ่ายค่าไฟฟ้าไม่เกินอัตราที่ กกพ.ประกาศ เช่น งวดกันยายน – ธันวาคม 2568 อยู่ที่ 3.94 บาทต่อหน่วย และมอบหมายให้ สนพ. และ กกพ. พิจารณารีวิวช่วงการใช้ไฟที่ผู้ใช้มีสิทธิได้รับสิทธิ์ส่วนลดให้ครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่มากที่สุด

โครงการนำร่อง Demand Response และ Pool Gas

ที่ประชุมยังมีมติ รับทราบผลโครงการนำร่อง Demand Response (DR) ปี 2565–2566 และให้ดำเนินโครงการนี้ต่อเนื่องเพื่อพัฒนาหน่วยปฏิบัติและนำไปสู่ธุรกิจในอนาคต ซึ่ง DR มีบทบาทสำคัญในการลดการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ชั่วคราวและลดภาระค่าใช้จ่ายโดยรวม พร้อมทั้งกำหนดให้คณะอนุกรรมการภายใน กบง. กำหนดเกณฑ์ ฯลฯ อย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ ยังมีการรับทราบผลการดำเนินการบริหารจัดการ Pool Gas อย่างแยกส่วน (Ring Fenced) โดยไม่จำเป็นต้องแยก Pool manager ออกจาก ปตท. อย่างเป็นนิติบุคคล ซึ่งถือเป็นแนวทางประหยัดต้นทุนและมีประสิทธิภาพ

รวมทั้งการขยายอายุโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมน้ำพอง ชุดที่ 1 และ 2 อีก 6 ปี ตั้งแต่ปี 2569 ถึงปี 2574 นั้นช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 28,358 ล้านบาท แสดงถึงการใช้ทรัพยากรภายในประเทศอย่างมีคุณค่าสูงสุด.

정책พลังงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามที่จะลดภาระค่าไฟ สนับสนุนภาคเอกชน จัดการระบบไฟฟ้าอย่างยั่งยืน และรองรับการเติบโตของประเทศไทยในอนาคต

ที่มา – มติกพช.สั่งยกเลิกแยกศูนย์คุมระบบไฟฟ้า-ขีดเส้น 45 วันเจรจาปรับราคาซื้อโซลาร์ฟาร์ม

กำลังใจถึงฮีโร่! “นายกสมาคมกีฬาคนตาบอดไทย” หนุนทหารกล้า

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568 นายกสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและกรรมการ ได้เดินทางไปให้กำลังใจเหล่าทหารกล้าที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ณ โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า

กำลังใจถึงฮีโร่! “นายกสมาคมกีฬาคนตาบอดไทย” หนุนทหารกล้า

นายอำนวย กลิ่นอยู่ นายกสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย พลเอก วิทยา ขันธอุบล และนายวรากร กระแสร์ตานนท์ กรรมการสมาคม ได้เข้าเยี่ยมเยียนและมอบกระเช้าดอกไม้ให้กำลังใจเหล่าทหาร ทั้งนักเรียนเตรียมทหารและทหารผ่านศึกที่ได้รับบาดเจ็บในแนวรบ รวมถึงทีมแพทย์และพยาบาลที่ดูแลรักษาผู้บาดเจ็บ

หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บที่ได้รับการเยี่ยมคือ ร้อยตรี เกียรติวงศ์ สถาวร หรือ “หมวดบุ๊ค” แห่งปราสาทตาควาย ซึ่งสูญเสียขาขวาจากการเหยียบกับระเบิดในพื้นที่สงคราม รวมถึง สิบเอก สุทธิชัย เรื่อเรือง ที่ได้รับบาดเจ็บถูกกระสุนจากทหารกัมพูชา

ส่งเสริมแนวทางกีฬาคนพิการให้แก่ทหาร

นอกจากการให้กำลังใจ นายกสมาคมกีฬาคนตาบอดฯ ยังกล่าวว่าหากเหล่าทหารฮีโร่สนใจเข้าสู่เส้นทางของ นักกีฬาคนพิการ สมาคมก็พร้อมให้การสนับสนุนและเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีพัฒนาการใหม่ในชีวิต

“หากใครมีความสนใจอยากเป็นนักกีฬา ผมในฐานะ นายกสมาคมกีฬาคนตาบอด ก็พร้อมสนับสนุนทุกอย่าง ช่วยให้คุณพัฒนาศักยภาพจนกลายเป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียงได้เลย” นายอำนวยกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

อีกทั้งยังมีคำพูดที่แสดงจุดยืนของสมาคมเกี่ยวกับกีฬาและการส่งเสริมสันติภาพในช่วงยุคปัจจุบันที่มีสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาค

“กีฬาเป็นกิจกรรมแห่ง สันติภาพและสามัคคี เราอยากให้ทุกคนมองว่ากีฬาแยกจากเรื่องสงคราม เพราะจิตวิญญาณของกีฬาคือการรวมพลังสร้างความเข้าใจ ส่งเสริมให้คนเราเป็นเพื่อนกันมากกว่าจะเป็นศัตรู”

  • เยี่ยมทหารกล้าที่ได้รับบาดเจ็บจากแนวรบ
  • มอบกระเช้าดอกไม้ให้แก่แพทย์และพยาบาล
  • ให้การสนับสนุนเพื่อส่งเสริมเส้นทางนักกีฬาคนพิการ

งานนี้ยังเป็นโอกาสที่ นายกสมาคมกีฬาคนตาบอดทหารกล้า ได้เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการจัดการแข่งขัน อาเซียนพาราเกมส์ 2025 ที่จะจัดขึ้นช่วงเดือน มกราคม 2569 ที่จังหวัดนครราชสีมา โดยมีเป้าหมายให้เป็นเวทีที่สะท้อนภาพลักษณ์ของความสามัคคีในภูมิภาค

จากความเสียสละของทหาร และการสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมของสมาชิกสังคม เช่น นายกสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย นับเป็นผลักดันให้ “ชัยชนะไม่ใช่แค่ในสนามรบ แต่ยังอยู่ในสนามกีฬา”

ถ้าคุณยังมีแรงบันดาลใจอยู่ในหัวใจ อย่าให้ร่างกายเป็นข้อจำกัด เพราะการเปลี่ยนเป็นนักกีฬามืออาชีพอาจเป็นเริ่มต้นของชีวิตใหม่ของคุณ

ที่มา – กำลังใจถึงฮีโร่! “นายกสมาคมกีฬาคนตาบอดไทย” หนุนทหารกล้า ร่วมเส้นทางนักกีฬาคนพิการ

สุรินทร์สะเทือน! ชาวบ้านทาสีรั้วบ้านยาว 20 เมตร ส่งกำลังใจทหารแนวหน้า

ณ จังหวัดสุรินทร์ สถานการณ์ชายแดนที่ยังคงความตึงเครียด กลับไม่สามารถทำลายความรักชาติของคนไทยได้ โดยเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่ที่ร่วมแสดงพลังรักชาติผ่านการกระทำเล็ก ๆ แต่มีความหมาย เช่น การทาสีรั้วบ้านยาวกว่า 20 เมตร เป็นธงชาติไทย เพื่อส่งเสริมขวัญกำลังใจให้แก่ทหารแนวหน้า

สุรินทร์สะเทือน! ชาวบ้านทาสีรั้วบ้านยาว 20 เมตร ส่งกำลังใจทหารแนวหน้า

วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568 นางหนิง ยาทอง ชาวบ้านเลขที่ 158 หมู่ 8 บ้านโคกประเพอ ตำบลเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ได้ว่าจ้างช่างมาทาสีธงชาติไทยบนรั้วบ้านกว่า 20 เมตร โดยใช้เวลาในการทำความสะอาดและทาสีประมาณ 3–5 วัน

แรงบันดาลใจจากรักชาติ

นางหนิงเปิดเผยว่า “ใจมันรักชาติเต็มร้อยค่ะ การทำครั้งนี้ก็เพื่อส่งกำลังใจให้ทหารที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ” ส่วนสามีของนางหนิง นายสมนัส ยาทอง ก็มาร่วมส่งกำลังใจเช่นกันทั้งในใจและในการกระทำ

บรรยากาศที่บ้านของนางหนิงกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนรอบข้าง ทั้งประชาชนที่ผ่านไปมาหรือแม้แต่ผู้ที่อยู่ในชุมชนใกล้เคียง โดยเฉพาะเยาวชนที่ได้เห็นความงามของธงชาติไทยปักอย่างงดงามบนรั้วขนาดใหญ่

ในทำนองเดียวกัน โรงเรียนบ้านตะตึงไถง ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ก็ได้แสดงความรักชาติผ่านการติดธงชาติไทยขนาดยาวกว่า 20 เมตร ทั้งบนกำแพงและหน้าเสาธง เพื่อปลูกฝังความรักชาติแก่เด็กนักเรียน พร้อมทั้งส่งขวัญกำลังใจให้แก่พี่ทหารที่อยู่ในแนวหน้า

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียด

ด้านสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้รายงานว่า เวลา 14.00 น. พบความเคลื่อนไหวจากฝ่ายกัมพูชาที่มีการเคลื่อนกำลังพล รถยนต์ และรถบรรทุกจำนวนมาก ขณะเดียวกันมีโดรนของฝ่ายกัมพูชาตรวจพบ 93 ลำ

ทั้งสองฝ่ายยังคงอยู่ในสภาวะเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน ประชาชนในพื้นที่หลายรายเลือกที่จะอพยพไปยังศูนย์รวบรวมพลเรือนในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งปัจจุบันมีผู้อพยพรวมทั้งสิ้น 591 คน

ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพภาคที่ 2 ยังได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวลือเกี่ยวกับการรื้อถอนบ้านเรือนและตลาดบริเวณช่องอานม้า โดยยืนยันอย่างชัดเจนว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และคลิปที่เผยแพร่มาจากต่างประเทศ ต่างจากรูปแบบเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ไทย

พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ และ พล.ต.ไชยนคร กิจคณะ พร้อมด้วยจิตอาสา 904 และประชาชนจิตอาสา ได้เดินทางไปมอบสิ่งของจำเป็นแก่ข้าราชการทหารและตำรวจผ่านศึก พร้อมติดตามความคืบหน้าการสร้างบ้านของอาสาสมัครทหารพรานประวิทย์ งามแสน ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าโดยรวมประมาณ 65%

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ความรักชาติจากประชาชนชาวไทยนั้นยังคงเป็นพลังสำคัญที่สร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ปกป้องบ้านเมือง

ร่วมส่งกำลังใจให้ทหารแนวหน้า เพียงแค่ทำในสิ่งเล็ก ๆ ซึ่งอาจสร้างแรงบันดาลใจและความมั่นคงให้แก่ชาติได้อย่างแท้จริง

ที่มา – สุรินทร์สะเทือน! ชาวบ้านทาสีรั้วบ้านยาว 20 เมตร ส่งกำลังใจทหารแนวหน้า

สวนสัตว์โคราชเปิดตัวลูกเสือเบงกอล 3 ข้าวสุดน่ารัก

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568 นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา ได้ประกาศข่าวดีเกี่ยวกับสวนสัตว์แห่งนี้ ที่สามารถเพาะพันธุ์ ‘ลูกเสือเบงกอล’ ซึ่งถือเป็นสัตว์ป่าหายาก ได้สำเร็จ โดยมีลูกเสือเบงกอลตัวน้อย จำนวน 3 ตัว

สวนสัตว์โคราชเปิดตัวลูกเสือเบงกอล 3 ข้าวสุดน่ารัก

ลูกเสือเบงกอลทั้ง 3 ตัว เกิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2568 โดยแบ่งเป็นเพศผู้จำนวน 2 ตัว และเพศเมีย 1 ตัว โดยเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลได้ตั้งชื่อให้กับลูกเสือตัวน้อยทั้งหมดว่า

  • น้องข้าวตู เพศผู้
  • น้องข้าวสวย เพศเมีย
  • น้องข้าวเม่า เพศผู้

หลังจากการตรวจสุขภาพอย่างละเอียดโดยสัตวแพทย์ พบว่าลูกเสือทั้ง 3 ตัวมีสุขภาพแข็งแรงและสมบูรณ์ดีมาก

ลูกเสือเบงกอลเจริญเติบโตได้อย่างมีสุขภาพดี

ลูกเสือทั้งสามมีพ่อเสือชื่อ ต้นกล้า และแม่เสือชื่อ ต้นข้าว ซึ่งการเพาะพันธุ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นความสำเร็จสำคัญของทีมงานในสวนสัตว์

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เจ้าหน้าที่ได้นำลูกเสือเบงกอลออกมาในพื้นที่แสดงอาณาจักรผู้ล่า เพื่อกระตุ้นพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อ รวมทั้งเพื่อให้รับวิตามินจากแสงแดด และสนับสนุนสุขภาพที่ดีของลูกเสือ

เพื่อให้เยาวชนและนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสชมความน่ารักของ ‘ลูกเสือเบงกอล’ อย่างใกล้ชิด สวนสัตว์นครราชสีมาจัดเตรียมแผนให้น้อง ๆ ได้สัมผัสประสบการณ์ดูนกป่า และสัตว์ต่าง ๆ ในทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 13.30 – 14.30 น.

นอกจากความน่ารักแล้ว ลูกเสือเบงกอลยังเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์สัตว์ป่าของไทย ไม่ใช่เพียงแค่การเพาะพันธุ์ แต่ยังส่งเสริมให้ผู้เข้าชมตระหนักถึงความสำคัญของระบบนิเวศ และการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนในธรรมชาติ

การดูแลลูกเสือเบงกอลเป็นหนึ่งในบทบาทสำคัญของสวนสัตว์โคราช ที่ไม่ได้หยุดเพียงแค่การปลูกฝังความรักในสัตว์ แต่ยังส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

หากคุณเป็นผู้หลักผู้ใหญ่หรือนักเรียนนักศึกษาที่หลงใหลในโลกของธรรมชาติ และอยากให้ลูก ๆ ได้เรียนรู้จากสิ่งของจริง การมาเที่ยวสวนสัตว์นครราชสีมาในวันเสาร์-อาทิตย์ที่กำหนด จะเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าอย่างแน่นอน

ที่มา – สวนสัตว์โคราชเปิดตัวสมาชิกใหม่ แก๊ง 3 ข้าว ‘ลูกเสือเบงกอล’ สุดน่ารัก