ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

นักเทนนิสรุ่นเล็กพริกขี้หนู เตรียมเสิร์ฟสู้ศึกเอเชีย รอบไฟนัลส์ที่สิงคโปร์

รายการ นักเทนนิสรุ่นเล็กพริกขี้หนู กำลังสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยอีกครั้งเมื่อคว้าแชมป์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2025 ในรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ทั้งทีมชายและทีมหญิง ทำให้ได้สิทธิ์ลุยศึก นักเทนนิสรุ่นเล็ก ชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย รอบไฟนัลส์ ที่สิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 25-29 สิงหาคม 2568

นักเทนนิสรุ่นเล็กพริกขี้หนู ส่งผู้แทนสู้ศึกเอเชีย รอบไฟนัลส์

เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลุยการแข่งขัน “บิ๊กสุชัย” สุชัย พรชัยศักดิ์อุดม นายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย จึงจัดเก็บตัวฝึกซ้อมที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี โดยมี “โค้ชจิม” จ่าสิบเอก สหทัศน์ ศุภกิจ ดูแลทีมชาย และ “โค้ชโอ” สุขุม กิจวิจารณ์ ดูแลทีมหญิง

ผู้แทนทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี

รายงานข่าวระบุว่า ผู้แทนนักเทนนิสรุ่นเล็กมีความพร้อมเป็นอย่างดี โดยทีมชายมีรายชื่อว่า นวธรณ์ ผลากรกุล, ลีโอ โกวิทวัฒนชัย และ ก้องภพ แซ่ลิ้ม ส่วนทีมหญิงมี ณิชวรัชญ์ พลอยเกษมสุข, ศิริกร พูลผล และ อาร์ภรนันท์ โซเฟีย แสงสุชาติ

“บิ๊กสุชัย” กล่าวว่า สมาคมฯ ไม่ได้ตั้งเป้าให้นักกีฬาคว้าแชมป์เท่านั้น แต่หวังให้ทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และนำประสบการณ์ดี ๆ กลับมาเพื่อพัฒนาวงการเทนนิสเยาวชนไทยต่อไป

  • นักเทนนิสรุ่นเล็กเตรียมลุยศึกเอเชีย รอบไฟนัลส์ สิงคโปร์
  • เก็บตัวอย่างเข้มที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ
  • ทีมชายและทีมหญิงมีความพร้อมสูง
  • ลุ้นสิทธิ์แข่งต่อระดับโลกที่คาซัคสถาน

หากนักเทนนิสรุ่นเล็กไทยสามารถติดอันดับ 1-3 ในศึกที่สิงคโปร์ จะได้ลุยต่อที่ รายการ ATF 12U Intercontinental Team Competition ณ ประเทศคาซัคสถาน ในช่วงวันที่ 29 กันยายน – 4 ตุลาคม 2568 นี้อีกด้วย

การส่งเสริมและลงทุนกับเยาวชนเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างแชมป์ระดับโลกในอนาคต นักเทนนิสรุ่นเล็กทีมชาติไทยครั้งนี้คืออนาคตของวงการเทนนิสไทย และเราหวังว่าพวกเขาจะกลับมาพร้อมชัยชนะและประสบการณ์อันมีค่า

ที่มา – นักเทนนิสรุ่นเล็กพริกขี้หนู พร้อมเสิร์ฟความเผ็ด “บิ๊กสุชัย” ส่งสู้ศึกเอเชีย รอบไฟนัลส์ ที่สิงคโปร์

ส.เทควันโด ลุยพัฒนา Virtual Tekwondo สร้างนักกีฬา 5,000 คน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทยได้จัดแถลงข่าวเตรียมความพร้อมในการพัฒนาและส่งเสริมกีฬาเทควันโดเสมือนจริง หรือที่เรียกกันว่า Virtual Tekwondo (VTKD) ณ ศูนย์ฝึกกีฬาเทควันโดแห่งชาติ หัวหมาก โดยมี “เลขาบิ๊ก” นายธนฑิตย์ รักตะบุตร เลขาธิการสมาคมฯ และ นายสุทธิศรี มณีรัตนโศภิต ประธานฝ่ายอบรม ร่วมแถลงข่าวในโอกาสนี้

ส.เทควันโด ลุยพัฒนา Virtual Tekwondo

นายธนฑิตย์ กล่าวว่า Virtual Tekwondo เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปี 2019 ที่โลกเผชิญวิกฤตโควิด-19 ซึ่งทำให้การแข่งขันกีฬาทั่วโลกหยุดชะงัก ดร.โช ชุง วอน ประธานสหพันธ์เทควันโดโลก (WT) ได้นำเสนอแนวคิดใหม่ในการสร้างกีฬาอีสปอร์ตชนิดนี้ขึ้นมา เพื่อรักษากิจกรรมกีฬาไว้ในช่วงวิกฤต และนับจากนั้นก็เริ่มมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดำเนินการแข่งขันในหลายประเทศ รวมถึงไทยที่เคยจัดสาธิตมาแล้ว 1 ครั้ง

เป้าหมายของ Virtual Tekwondo ภายในประเทศไทย

ในการขับเคลื่อน ส.เทควันโด ได้วางแผนไว้ว่าจะพัฒนานักกีฬาในรูปแบบ Virtual Tekwondo ให้ได้กว่า 5,000 คนภายในปี 2569 โดยเตรียมจัดการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทยปีละ 1 ครั้ง และหวังให้มีสโมสรหรือยิมเทควันโดเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 20 สโมสร นอกจากนี้สมาคมฯ จะมีอุปกรณ์การแข่งขันที่พร้อมให้บริการยืมกับสโมสรที่สนใจจัดการแข่งขัน

สำหรับทีมชาติไทย คาดว่าภายในปีหน้าจะมีการคัดเลือกนักกีฬารุ่นละ 4 คน ทั้งหมด 4 รุ่น รวมเป็น 16 คน เพื่อไปแข่งขันรายการระดับนานาชาติและเตรียมลุ้นส่งทีมไปร่วมชิงชัยในโอลิมปิกเกมส์ปี 2028 ที่นครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา

จุดเด่นของ Virtual Tekwondo

นายสุทธิศรี มณีรัตนโศภิต อธิบายว่า ข้อดีของ Virtual Tekwondo คือสามารถลดความเหลื่อมล้ำในแง่ของเพศ วัย และน้ำหนัก เนื่องจากการแข่งขันไม่มีการปะทะกายภาพจริง นักกีฬาทุกเพศทุกวัยสามารถแข่งขันร่วมกันได้ตามรุ่นที่กำหนด ซึ่งยังคงรูปแบบกติการแข่งขันเหมือนเทควันโดจริง ๆ ทั้งในด้านทักษะ การออกอาวุธ และการให้คะแนน ทางสมาคมจะทยอยจัดอบรมให้ความรู้กับนักกีฬาและผู้ฝึกสอนทั่วประเทศ เพื่อให้เข้าใจและใช้ประโยชน์จากกีฬาแนวใหม่นี้ได้อย่างเต็มที่

ในวันเดียวกันนี้ยังมีกิจกรรมต้อนรับและชื่นชมทีมชาติไทยประเภทพุมเซ่ที่คว้าเหรียญรางวัลจาก “เพรสซิเดนท์ส คัพ” และ “ออสเตรเลียน โอเพน 2025” รวมทั้งสิ้น 17 เหรียญจากเมืองโกลด์โคสต์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งถือว่าเป็นผลตอบแทนที่ดีและเป็นกำลังใจให้กับทีมไทยที่จะลุยศึกใหญ่ในเอเชียนเกมส์ 2026 และซีเกมส์ 33 ที่จะเป็นเจ้าภาพในประเทศไทย

นับเป็นการสร้างทิศทางใหม่ให้กับกีฬาไทยในทั้งรูปแบบจริงและเสมือนจริง ส.เทควันโด เริ่มเผชิญหน้ากับโลกยุคใหม่ และเตรียมตัวมอบแพลตฟอร์มเพื่อให้เยาวชนไทยสามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ทั้งในพื้นที่และในโลกไซเบอร์

ที่มา – “ส.เทควันโด” ลุยพัฒนา Virtual Tekwondo สร้างนักกีฬา 5,000 คน ปั้นทีมชาติ ลุ้นแข่งโอลิมปิกเกมส์ ในอนาคต

เซี่ยงไฮ้เปิดตัว “ม้านั่งรีไซเคิล” สร้างสรรค์จากกล่องอาหารใช้แล้ว

เมืองเซี่ยงไฮ้ประเทศจีนได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่น่าสนใจในชุมชนเฉียงเหวยหลี่ เขตหงโข่ว โดยเปิดตัวม้านั่งรีไซเคิล ซึ่งได้รับการผลิตขึ้นจากกล่องพลาสติกใส่อาหารที่ใช้แล้ว โครงการนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เห็นถึงศักยภาพของขยะที่สามารถแปรรูปให้กลับมามีคุณค่าใหม่ได้

ม้านั่งสีขาวที่ดูเรียบง่ายแต่โดดเด่นถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งแต่ละตัวใช้วัสดุจากกล่องอาหารใช้แล้ว จำนวนกว่า 1,000 กล่อง โดยเฉพาะกล่องพลาสติกโพลีโพรพิลีน (PP) ที่ถูกเก็บกู้จากชุมชน นำมารีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกคุณภาพสูง และใช้ในการผลิตม้านั่งเหล่านี้ บนตัวม้านั่งจะมีป้ายเล็กๆ แนบอยู่ซึ่งแสดงข้อความว่า “เราทำมาจากกล่องใส่อาหารรีไซเคิล”

ม้านั่งรีไซเคิล

ภายใต้แนวคิดของโครงการนี้ ชุมชนเฉียงเหวยหลี่ต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนเห็นถึงความสำคัญของการรีไซเคิล และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะขยะพลาสติก ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญที่สุดในเมืองใหญ่ ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่จึงมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะผ่านถังขยะรีไซเคิลอัจฉริยะที่ติดตั้งอยู่ทั่วชุมชน

หลังจากขยะพลาสติกถูกเก็บรวบรวมแล้ว จะถูกทำความสะอาดและดำเนินการแปรรูปโดยใช้เทคโนโลยีทันสมัย เพื่อกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้งในรูปแบบม้านั่งเสียบไม้ ในที่สาธารณะ ไม่เพียงแต่ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ แต่ยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุที่เคยถูกมองว่าไร้ประโยชน์

แนวทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน

ความสำเร็จของโครงการนี้เป็นฉากตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมในการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงกับประเด็นพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ที่เน้นเรื่องการผลิตและบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ ชุมชนไม่เพียงแค่ลดปริมาณขยะ แต่ยังสร้างวัฒนธรรมการใช้ทรัพยากรอย่างมีสติ โดยมีความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

  • ส่งเสริมการรีไซเคิลในชุมชน
  • ลดปริมาณขยะพลาสติก
  • ใช้เทคโนโลยีพิมพ์ 3 มิติในการแปรรูป
  • เยาวชนตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและร่วมมือกัน

ความคิดสร้างสรรค์เช่นนี้น่าจะนำไปใช้กับหลายพื้นที่ในประเทศไทยด้วย เพราะนอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะในชุมชนแล้ว ยังทำให้คนหันมาใส่ใจในปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

การแปรรูปม้านั่งรีไซเคิล เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สร้างสรรค์ ภูมิใจในความตระหนักของประชาชนในประเทศจีนที่ไม่ปล่อยวัสดุให้เสื่อมคุณค่า แต่เปลี่ยนมันให้กลายเป็น ‘มิตรต่อโลก’

หากคุณสนใจในแนวคิดที่สามารถเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นของมีค่า ลองส่งแรงบันดาลใจนี้ต่อไปยังชุมชนของคุณ吧 จะได้เห็นศักยภาพในการลดขยะและมีชีวิตที่เขียวขจีมากขึ้นทุกวัน!

ที่มา – เซี่ยงไฮ้เปิดตัว “ม้านั่งรีไซเคิล” สร้างสรรค์จากกล่องอาหารใช้แล้ว (คลิป)

กรมการพัฒนาชุมชน จัดคาราวาน OTOP TRADER 2025 ชวนเที่ยวโคราชลดทั้งเมือง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ หน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา ได้จัดพิธีเปิดโครงการ “คาราวาน OTOP TRADER 2025 : ยกระดับสินค้า เชื่อมไทยสู่สากล” โดยมี นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธี และมีผู้บริหารระดับสูง พร้อมทั้งผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

กรมการพัฒนาชุมชน จัดคาราวาน OTOP TRADER 2025

นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านโครงการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือที่เรียกกันว่า OTOP ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการต่อยอดธุรกิจจากชุมชนไปสู่ระดับท้องถิ่น ภูมิภาค 乃至ระดับโลก

ด้วยการให้ความรู้ที่ทันสมัย การเข้าถึงแหล่งทุน และตลาดการซื้อขายที่หลากหลาย ทำให้สินค้า OTOP มีโอกาสเติบโตและยกระดับคุณภาพให้เท่าทันมาตรฐานสากล

กิจกรรมพิเศษในงาน คาราวาน OTOP TRADER 2025

งานดังกล่าวไม่ใช่เพียงเวทีเชิงประชาสัมพันธ์เท่านั้น แต่ภายในงานยังมี สินค้า OTOP คุณภาพจากผู้ประกอบการทั่วประเทศให้ชมและซื้อสนับสนุนกันอย่างจุใจ พร้อมกิจกรรมพิเศษมากมายที่น่าสนใจ เช่น

  • มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง
  • กิจกรรมจับสลากชิงโชครวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท
  • กิจกรรมส่งเสริมการขาย
  • กิจกรรมเชื่อมโยงธุรกิจ (Business Networking) ระหว่าง OTOP TRADER กับพันธมิตร

เซอร์ไพรส์ในครั้งนี้คือ การเดินทางของ คาราวาน OTOP TRADER 2025 ที่จะมีกำหนดการเดินทางไปยังหลายพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ ดังนี้:

  • 19 – 25 สิงหาคม 2568 : ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา
  • 12 – 18 กันยายน 2568 : ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
  • 13 – 19 สิงหาคม 2568 : กองบิน 416 จังหวัดเชียงราย
  • 20 – 26 กันยายน 2568 : สะพานหิน จังหวัดภูเก็ต (งานปิดท้ายอย่างยิ่งใหญ่)

ผู้เข้าร่วมงานทั้งผู้ซื้อ นักท่องเที่ยว รวมถึงผู้ประกอบการ OTOP จะมีโอกาสสัมผัสผลงานสร้างสรรค์จากท้องถิ่นมากมายที่แสดงถึงภูมิปัญญา วัฒนธรรม และคุณภาพของไทยอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดงาน คาราวาน OTOP TRADER 2025 ปีนี้ จะเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจฐานรากผ่านการส่งเสริมสินค้าท้องถิ่น และเป็นพลังเชิงบวกต่อความยั่งยืนของชุมชนทั่วไทย

อย่าลืม! สนับสนุนสินค้ากระเข้มข้นของชุมชนไทย — เพราะทุกชิ้นคือความภาคภูมิใจที่ยืนหนึ่งในเวทีโลก

ที่มา – กรมการพัฒนาชุมชน จัด‘คาราวาน OTOP TRADER 2025’ ชวนร่วมมหกรรม ‘โคราชลดทั้งเมือง’

เปิด 4 เหตุผล ทำไมยาง SUV โดยเฉพาะถึงสำคัญและแตกต่างกว่าที่คิด

รถยนต์ SUV (Sport Utility Vehicle) ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ด้วยความอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ แต่เจ้าของรถหลายคนอาจยังมีความเข้าใจผิดว่าสามารถใช้ยางรถเก๋งทั่วไปทดแทนได้ ซึ่งเป็นความเชื่อที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยและสมรรถนะของรถโดยตรง วันนี้เราจะมาเปิด 4 เหตุผลสำคัญว่าทำไมการเลือกใช้ยาง SUV โดยเฉพาะจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและแตกต่างกว่าที่คุณคิด

ความต่างของยาง SUV

เปิด 4 เหตุผล ทำไมยาง SUV โดยเฉพาะถึงสำคัญและแตกต่างกว่าที่คิด

รถยนต์ SUV มีลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างจากรถเก๋งอย่างชัดเจน ทั้งน้ำหนักตัวที่มากกว่า จุดศูนย์ถ่วงที่สูงกว่า และสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่ทรงพลังกว่า ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ยางที่ถูกออกแบบมาสำหรับรถ SUV ต้องมีคุณสมบัติพิเศษที่ยางรถเก๋งทั่วไปไม่สามารถให้ได้ ซึ่งความแตกต่างหลัก ๆ ที่ส่งผลโดยตรงต่อการขับขี่มี ดังนี้

โครงสร้างยางแข็งแรงกว่า

สิ่งแรกที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงคือโครงสร้างภายในของยาง ยางสำหรับรถ SUV ถูกออกแบบให้มีโครงสร้างที่แข็งแรงกว่ายางรถเก๋งอย่างชัดเจน ตั้งแต่ชั้นผ้าใบ (Carcass) ไปจนถึงเข็มขัดรัดหน้ายาง (Belt) เพื่อให้สามารถรองรับน้ำหนักของตัวรถที่มากกว่าได้อย่างมั่นคง การใช้ยางรถเก๋งกับรถ SUV อาจทำให้โครงสร้างยางเกิดการบิดตัวเสียรูปทรงขณะขับขี่ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

แก้มยางที่มั่นคงเพื่อความปลอดภัย

เนื่องจากรถ SUV มีจุดศูนย์ถ่วงที่สูงกว่ารถเก๋ง ทำให้มีโอกาสเกิดอาการโคลงตัว (Body Roll) ขณะเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลนกะทันหันได้ง่ายกว่า แก้มยาง (Sidewall) ของยาง SUV จึงถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงเป็นพิเศษเพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ ลดอาการโยนตัว ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นใจและแม่นยำ

ดอกยางที่หลากหลาย

ลายดอกยางหลากหลายรูปแบบ

หัวใจของความเป็นรถอเนกประสงค์คือการที่ต้องพร้อมสำหรับทุกการเดินทาง ยาง SUV จึงถูกออกแบบลายดอกยางมาให้เลือกหลากหลายตามประเภทการใช้งานหลัก เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกรุ่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเองได้ดีที่สุด โดยแบ่งเป็นประเภทหลัก ๆ ได้แก่

เนื้อยางทนทานสำหรับรถแรง

โดยทั่วไปแล้ว รถ SUV มักมีเครื่องยนต์ที่มีแรงบิดและกำลังสูงกว่ารถเก๋งทั่วไป ทำให้เกิดแรงกระทำต่อยางมากกว่าขณะออกตัวและเบรก เนื้อยางและสารประกอบในยาง SUV จึงถูกพัฒนาขึ้นมาให้มีความทนทานต่อการสึกหรอที่สูงกว่า เพื่อให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานและยังคงประสิทธิภาพการยึดเกาะที่ดีไว้ได้ตลอดการใช้งาน

ดังนั้น การเลือกใช้ยางให้ถูกประเภทกับรถยนต์ SUV ไม่ใช่แค่เรื่องของประสิทธิภาพ แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยโดยตรง การลงทุนกับยางที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะอย่าง NEXEN TIRE จะช่วยให้คุณสามารถใช้งานรถได้อย่างเต็มสมรรถนะ มั่นใจในทุกการควบคุม และปลอดภัยในทุกเส้นทาง

คุณสามารถเป็นเจ้าของยาง NEXEN TIRE ได้แล้ววันนี้ที่ร้านยางชั้นนำทั่วประเทศ ศูนย์บริการ B-Quik และ MMS ทุกสาขา รวมถึงช่องทางออนไลน์อย่าง Shopee และ Lazada

พิเศษสุด! โปรโมชั่นรับประกันยางบาด บวม แตก ภายใน 1 ปี หรือ 25,000 กิโลเมตร เมื่อซื้อยาง 4 เส้น / ใบเสร็จ และลงทะเบียนภายใน 14 วัน สอบถามเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก NEXEN TIRE THAILAND

ที่มา – เปิด 4 เหตุผล ทำไมยาง SUV โดยเฉพาะถึงสำคัญและแตกต่างกว่าที่คิด

ถึงเวลาหาแชมป์ตัวจริง! เปิดฉากศึกเทคบอลชิงแชมป์ประเทศไทย

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2568 ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในวงการกีฬาไทย เมื่อ ศึกเทคบอลชิงแชมป์ประเทศไทย ได้เปิดฉากการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ครั้งที่ 4 ประจำปีนี้ ณ โรงยิมอเนกประสงค์ โรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี โดยมีผู้ร่วมพิธีเปิดสำคัญ ได้แก่ พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล นายกสมาคมกีฬาเทคบอลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย พล.ต.หญิง ปรียาภัสสร์ จรัลพงศ์ เลขาธิการสมาคม และ นายชวลิต จิรายุกุล ประธานฝ่ายเทคนิค

ถึงเวลาหาแชมป์ตัวจริง! เปิดฉากศึกเทคบอลชิงแชมป์ประเทศไทย

งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญของกีฬาเทคบอลในบ้านเรา เพราะเป็นการรวมตัวของนักกีฬาที่โดดเด่นจากทุกภูมิภาค เพื่อแย่งชิงตำแหน่งแชมป์แห่งประเทศไทยในรายการที่มีการแข่งขัน 5 ประเภท ได้แก่ ชายเดี่ยว หญิงเดี่ยว ชายคู่ หญิงคู่ และคู่ผสม ซึ่งการแข่งขันจะดำเนินไปจนถึงวันที่ 24 ส.ค.นี้

อุ่นเครื่องสู่ซีเกมส์ 2025

พล.อ.รณชัย กล่าวว่า การแข่งขัน เทคบอลชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการเป็นเวทีอุ่นเครื่องให้กับนักกีฬาทีมชาติไทยก่อนจะลงสนามแข่งขันระดับนานาชาติในศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ ณ ปลายปีนี้ โดยทางสมาคมได้เลือกใช้สนามเดียวกันกับที่จะจัดการแข่งขันในซีเกมส์ เพื่อให้นักกีฬาได้คุ้นชิน อีกทั้งยังเป็นโอกาสดีในการสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนกีฬาชาวไทยอีกด้วย

ท่านประมุขเทคบอลไทยยังเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจร่วมชมการแข่งขันฟรีได้ ตลอดช่วงเวลา 09.00-20.00 น. ที่โรงยิมอเนกประสงค์ จ.ชลบุรี อ.เมือง ซึ่งจะได้เห็นการแข่งขันแบบใกล้ชิดและตื่นเต้นอย่างแน่นอน

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนตัวยงหรือเพิ่งเริ่มรู้จักกับกีฬาเทคบอล ก็อย่าพลาดโอกาสเข้าร่วมเชียร์นักกีฬาไทยที่กำลังฝึกฝนเพื่อคว้าเหรียญทองชาติกลับมาให้บ้านเกิด เพื่อเตรียมลุ้นความมันส์ในการแข่งขันรอบสุดท้าย พร้อมกับติดตามผลงานของผู้แทนจากแต่ละภูมิภาคที่มีสิทธิ์ลุ้นเป็น แชมป์ตัวจริง ของประเทศไทย

ที่มา – ถึงเวลาหาแชมป์ตัวจริง! เปิดฉากศึกเทคบอลชิงแชมป์ประเทศไทย แฟนกีฬาชมฟรี!

ทิพย์-หญิง พ่ายสาวโสมขาว จอดรอบ 16 คู่ ยุโรป สแมช-สวีเดน

การแข่งขันเทเบิลเทนนิสเก็บคะแนนสะสมโลก รายการ “ยุโรป สแมช-สวีเดน 2025” ที่มัลโม อารีนา เมืองมัลโม ประเทศสวีเดน ระหว่างวันที่ 14-24 ส.ค.68 ถือเป็นเวทีระดับโลกที่นักกีฬาจากทั่วทุกมุมโลกต่างตั้งเป้าหมายให้ได้ร่วมลงแข่งขัน เนื่องจากเป็นการชิงสิทธิ์เข้าสู่การแข่งขันระดับโลกในอนาคต

ทิพย์-หญิง พ่ายสาวโสมขาว จากเกาหลีใต้ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

สมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย ส่ง “ทิพย์” อรวรรณ พาระนัง และ “หญิง” สุธาสินี เสวตรบุตร สองสาวมือแรงกิงสูงสุดของประเทศไทย เข้าร่วมชิงชัยในรายการนี้ด้วย ซึ่งทั้งสองมีประสบการณ์การซ้อมหนักและการแข่งขันหลายรายการระดับนานาชาติที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถ

ในการแข่งขันประเภทหญิงคู่ ทิพย์-หญิง ซึ่งเป็นคู่มืออันดับ 26 ของโลก ได้เข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย และแข่งขันกับคู่มือจากออสเตรเลีย โดยสามารถเอาชนะไปได้ 3-1 เกม (11-6, 11-8, 8-11, 11-5) และผ่านเข้าสู่ รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อพบกับทีมมือหนึ่งของโลกจากเกาหลีใต้ คือคิม นายอง กับ ริว ฮานนา ที่มีอันดับสูงถึง 4 ของโลก

การแข่งขันที่สมดุลและเข้มข้น

แม้คู่มือมีอันดับสูงกว่า แต่ทิพย์-หญิง ไม่ตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบแต่อย่างใด เกมการแข่งขันเป็นไปอย่างสูสี ทั้งสองฝ่ายผลัดกันเอาชนะ ทำให้比分เสมอกันที่ 2-2 เกม แต่ในเกมสุดท้ายทีมจากเกาหลีใต้ทำได้ดีกว่าในช่วงท้าย ชนะไปได้ 11-8 และปิดเกมด้วยผลชนะรวม 3-2 (9-11, 12-10, 7-11, 11-7, 11-8)

แม้จะไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ แต่ผลงานของทั้งสองถือเป็นความสำเร็จในการแสดงศักยภาพของนักกีฬาไทยในเวทีโลกที่เต็มไปด้วยผู้เล่นชั้นแนวหน้า

ผลงานอื่น ๆ ในการแข่งขันที่ผ่านมา

ในประเภทหญิงเดี่ยว อรวรรณ พาระนัง ซึ่งเป็นมือ 68 ของโลก ได้เข้าแข่งขันในรอบเริ่มต้นและเอาชนะคู่แข่งจากไต้หวันได้ 3-0 เกม แต่มาพ่ายให้กับนักกีฬาจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นมือ 9 ของโลก ในการแข่งขันรอบถัดไป

ในขณะเดียวกัน สุธาสินี เสวตรบุตร มือ 128 ของโลก เริ่มต้นจากการผ่านรอบคัดเลือกแต่พ่ายในรอบถัดไปให้กับผู้เล่นจากเซอร์เบีย นับเป็นผลลัพธ์ที่มีข้อเรียนรู้และประสบการณ์ล้ำค่าต่อโอกาสในอนาคต

ทั้งสองนักกีฬาได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น การเตรียมตัวอย่างหนัก และความพร้อมที่จะสามารถก้าวขึ้นไปสู้ในสนามระดับโลกได้อย่างน่าชื่นชม

แม้ผลงานในครั้งนี้จะยังไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบลึก ๆ ได้ แต่ถือเป็นกระบอกเสียงที่ว่า ความสามารถด้านเทเบิลเทนนิสของนักกีฬาไทยมีศักยภาพที่จะสู้กับเหล่าคู่แข่งจากทั่วโลกได้

ที่มา – “ทิพย์-หญิง” พ่ายสาวโสมขาว คู่มือ 4 ของโลก จอดป้ายรอบ 16 คู่ ศึกลูกเด้ง “ยุโรป สแมช-สวีเดน”

ประชาชนเชื่อมั่นการทำงานกรมบังคับคดี ก้าวทันยุคดิจิทัล พร้อมสร้างโอกาสให้ลูกหนี้

กรมบังคับคดีได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะในด้านการก้าวทันเทคโนโลยีและสร้างโอกาสให้ลูกหนี้ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ผลสำรวจจาก ซูเปอร์โพล ชี้ให้เห็นถึงความพึงพอใจต่อการให้บริการอย่างไร้ขีดจำกัดของกรม ซึ่งตอบโจทย์ทั้งประชาชนและระบบยุติธรรมในยุคดิจิทัล

ประชาชนเชื่อมั่นการทำงานกรมบังคับคดี ก้าวทันยุคดิจิทัล พร้อมสร้างโอกาสให้ลูกหนี้

รายงานโดย สำนักวิจัยซูเปอร์โพล ที่ร่วมมือกับกรมบังคับคดีชี้ชัดว่า ความพึงพอใจต่อกระบวนการบังคับคดีมีระดับสูงถึง 97.20% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว สะท้อนว่าประชาชนตระหนักในบทบาทของกรมในฐานะ “กลไกคืนโอกาส” ที่ไม่ใช่แค่หน่วยยึดทรัพย์ แต่คือความหวังใหม่สำหรับผู้ที่ประสบปัญหาหนี้

ระบบดิจิทัลตัวช่วยสำคัญ

ประชาชนเชื่อมั่นในการใช้ระบบดิจิทัลอย่าง e-Filing หรือระบบสอบถามสถานะคดี พร้อมให้คะแนนความพึงพอใจสูงสุดใน ระบบ e-Petition และ การลงทะเบียนซื้อทรัพย์ ล่วงหน้า ซึ่งทำให้บริการเข้าถึงได้สะดวกมากขึ้น

  • การบังคับคดีแพ่ง: 81.20%
  • ระบบ e-Filing: 73.10%
  • ระบบ e-Petition: 93.80%

นอกจากนี้ ระบบดิจิทัลอื่น ๆ เช่น การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทออนไลน์ และการดำเนินการฟื้นฟูกิจการ ยังได้รับความไว้วางใจสูง โดยเฉพาะในกระบวนการที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและทักษะเฉพาะทาง

ยกระดับบริการนักกฎหมายดิจิทัล

อธิบดีกรมบังคับคดี เสกสรร สุขแสง ได้ประกาศยุทธศาสตร์ใหม่ในการผลักดัน “นักกฎหมายดิจิทัล” และ “พนักงานคดีที่ใช้ AI” ซึ่งสามารถให้บริการแบบ One Stop Service ครอบคลุมทั้งการตรวจสอบเอกสาร ให้คำแนะนำ และดำเนินการบังคับคดีแบบครบวงจร แม่นยำ รวดเร็ว และปลอดภัย

พร้อมกับการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาใช้ในการทำงาน เช่น Blockchain, Big Data, Cybersecurity และ Digital ID เพื่อสร้างระบบที่โปร่งใส ส่งเสริมความเที่ยงธรรม และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน

โดยดูจากข้อมูลในรายงานพบว่าความคาดหวังของประชาชนกับการบริการของกรมมีอัตราสูง แต่ความพึงพอใจยังสูงกว่าความคาดหวังอยู่เสมอในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นในด้านกระบวนการ ความพร้อมของระบบ e-Service หรือด้านการสื่อสาร และประชาสัมพันธ์

สรุปแล้ว ความสำเร็จของกรมบังคับคดีในปัจจุบันไม่ใช่แค่การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง แต่เป็นการดำเนินงานอย่างมีหัวใจ มุ่งแบ่งเบาภาระ และก้าวทันโลกดิจิทัล เพื่อให้ ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานกรมบังคับคดี ที่ไม่ใช่แค่ระบบที่เข้มงวด แต่ยังมีอุ่นใจ มีโอกาส และยุติธรรม

คุณค่าที่แท้จริงของกรมบังคับคดีคือ “กลไกคืนศักดิ์ศรีและโอกาสครั้งใหม่ในชีวิต” อย่างเท่าเทียมสำหรับคนไทยทุกภาคส่วน

ที่มา – ประชาชนเชื่อมั่นการทำงานกรมบังคับคดี ก้าวทันยุคดิจิทัล พร้อมสร้างโอกาสให้ลูกหนี้

‘ครูปรีดา’ หนุนยกร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯฉบับใหม่ หลังใช้มา 26 ปี -ไม่ทันสมัย

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม นายปรีดา บุญเพลิง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของประเทศไทย ที่มีมานานกว่า 133 ปี โดยนับตั้งแต่ พ.ศ. 2435 และมีการปฏิรูปครั้งสำคัญคือ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งมีการนำมาใช้เป็นเวลา 26 ปี

‘ครูปรีดา’ หนุนยกร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯฉบับใหม่ หลังใช้มา 26 ปี -ไม่ทันสมัย

อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบัน ถูกมองว่าไม่ทันสมัยกับสภาวะโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และการศึกษา ซึ่งส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ต้องปรับระบบการศึกษาให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่

เร่งยกร่างกฎหมายใหม่เพื่อคุณภาพการศึกษา

นายปรีดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมารัฐบาลหลายชุดได้พยายามดำเนินการยกร่างกฎหมายการศึกษาฉบับใหม่ แต่ยังไม่สำเร็จ ปัจจุบัน ภายใต้การนำของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้มีความมุ่งมั่นอย่างจริงจังในการพัฒนาระบบการศึกษาของชาติ โดยเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายด้านการศึกษาที่เหมาะสมกับยุคสมัย และส่งเสริมคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง

“นี่เป็นโอกาสสำคัญที่เราจะได้ยกระดับการศึกษาไทยให้ก้าวทันโลก โดยกฎหมายแม่บทฉบับใหม่นี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาอุดมศึกษา ตัวเด็ก และเยาวชนของชาติในอนาคต” ครูปรีดา กล่าว

  • จุดสำคัญในการยกร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่:
  • ปรับหลักสูตรให้ทันเทคโนโลยี
  • สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
  • รองรับความหลากหลายทางประสาทวิทยาศาสตร์ (Neurodiversity)
  • เสริมความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน และภาคเอกชน

ด้วยความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในทุกด้านของโลก การมีกฎหมายการศึกษาที่เหมาะสมจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาไทยเติบโตได้อย่างมีศักยภาพและพร้อมรับมือกับโลกอนาคต

การสนับสนุนจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ครูปรีดา และพรรคกล้าธรรม ถือเป็นความหวังใหม่ในการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาไทย ที่มีความจำเป็นและเร่งด่วน

หากคุณเป็นผู้ปกครองหรือครูผู้สอน ลองติดตามข่าวการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ แล้วร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยให้ดีขึ้น

ที่มา – ‘ครูปรีดา’ หนุนยกร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯฉบับใหม่ หลังใช้มา 26 ปี -ไม่ทันสมัย

ดิว คืนครบ สร้อยบูการี-กระเป๋าแอร์เมส ถอนฟ้องยกชุด

ความวุ่นวายของคดีคุณดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์ ที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการ ยืมสร้อยบูการีมูลค่า 7 ล้านบาท และ กระเป๋าแอร์เมส 2 ใบ ราคารวม 3.4 ล้านบาท จากคุณเมย์ วาสนา ได้จบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทุกฝ่ายมารวมตัวกันที่สถานีตำรวจเพื่อดำเนินการส่งมอบทรัพย์สินคืนทั้งหมด และถอนฟ้องกันอย่างเป็นทางการ

ดิว คืนครบ สร้อยบูการี-กระเป๋าแอร์เมส

ทนายเอี้ยง นายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความของคุณดิว ได้เผยว่า วันนี้ทุกฝ่ายตกลงกันว่าจะจบเรื่องด้วยดี โดยมีตัวแทนจากบริษัทแบรนด์เนม มันนี่ จำกัด คุณเมย์ วาสนา คุณเบนซ์ อารีรัตน์ เพื่อนของคุณดิว ที่เคยรับกระเป๋าไว้ และทีมทนายที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกันนำ สร้อยบูการี ที่มีมูลค่า 7 ล้านบาท และ กระเป๋าแอร์เมส ที่คุณดิวนำไปจำนำ กลับคืนทั้งหมด

ดิว ถอนฟ้องทั้งหมด พร้อมทำสัญญาผ่อนหนี้

ภายหลังจากที่ทรัพย์สินทั้งหมดเคยถูก ยืมไปจำนำ แล้วนำมาใช้เป็นหลักประกัน ขณะนี้ทุกฝ่ายได้ตกลงร่วมกันว่า จะถอนฟ้องทั้งหมด โดยทางคุณเมย์ วาสนา และตัวแทนแบรนด์เนมมันนี่ ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า จะดำเนินการถอนคดีฉ้อโกงและการยักยอกทรัพย์สินที่เคยฟ้องไว้แล้ว โดยมีเงิน 1.75 ล้านบาทถูกจ่ายล่วงหน้าเป็นส่วนหนึ่งของการชดเชย

นอกจากการคืนทรัพย์สินแล้ว คุณดิวยังตกลงกับกลุ่มเจ้าหนี้ในการ จ่ายหนี้แบบผ่อนภายใน 1 ปี โดยแผนการชำระหนี้นี้จะเป็นการจ่าย 100,000 บาท ใน 6 เดือนแรก และหลังจากนั้นทุกเดือนจะเป็นการจ่าย 200,000 บาท ซึ่งจะแบ่งจ่ายให้ทั้งคุณเมย์ และคุณเบนซ์ อารีรัตน์ ผู้รับฝากกระเป๋า

ทนายเอี้ยง ยังกล่าวอีกว่า คุณดิวตั้งใจขอโทษและขอบคุณทุกฝ่ายที่เตรียมพร้อมให้อภัย สิ่งที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าในเวลาข้างหน้า จะตั้งใจทำงานอย่างหนักเพื่อจ่ายหนี้ให้ครบถ้วน แม้กายจะไม่ได้มาส่งมอบด้วยตนเองในวันนี้ แต่เจตนาของเธอชัดเจนตั้งแต่แรกว่า ต้องการแก้ไขให้ถูกต้องตามฉีดกฏหมาย

ทุกฝ่ายคืนดี จบทุกคดีอย่างสุภาพ

นางสาวณัฐจุฑา ตัวแทนบริษัทแบรนด์เนม มันนี่ เปิดเผยว่า บริษัทได้ปฏิบัติต่อกรณีดังกล่าวด้วยความรอบคอบและให้เกียรติกับตัวคุณดิวเสมอ หลังจากที่มีการส่งมอบทรัพย์สินแล้ว ความเชื่อมั่นจึงค่อยกลับมาอีกครั้ง และเงินก็กลับมาบางส่วน จึงถือเป็นความโล่งใจของทุกฝ่ายที่สามารถจบปัญหาแบบสร้างสรรค์ได้

  • คืนทรัพย์สินทั้งหมดตามข้อตกลง
  • ถอนฟ้องทั้งหมด
  • เซ็นสัญญาผ่อนหนี้ภายใน 1 ปี
  • ตัวแทนทุกฝ่ายจับมือกันเพื่อแสดงความคืนดี

ท้ายที่สุด แม้เรื่องราวยาวนานมีความตึงเครียด แต่สิ่งสำคัญที่เหลืออยู่คือบทเรียน ทั้งในด้านจิตใจและจริยธรรมทางสังคม การใช้ทรัพย์สินของผู้อื่นต้องมีหลักการ มีความรับผิดชอบ และหากเกิดความผิดพลาด ก็ควรกลับมาแก้ไขอย่างโปร่งใส

หากคุณกำลังประสบปัญหาคล้ายเคสนี้ อย่าปล่อยให้ความขัดแย้งไม่ได้รับการแก้ไข เพราะการเคลื่อนไหวในทิศทางที่ถูกต้อง จะทำให้ทุกอย่างกลับคืนมาอย่างมีศักดิ์ศรี

ที่มา – ‘ดิว’ คืนครบ ‘สร้อยบูการี-กระเป๋าแอร์เมส’ ถอนฟ้องยกชุด! จบดราม่ายืมแบรนด์เนม