ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ซาลาห์คว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมพีเอฟเอ 3 สมัย

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หัวหอกตัวเก่งของ ลิเวอร์พูล สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ประจำปี 2025 เป็นสมัยที่ 3 ภายใต้ผลงานอันยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา

ซาลาห์คว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมพีเอฟอา 3 สมัย

ผลงานอันแรงกล้าของ “ซาลาห์” ทำให้เขาโดดเด่นอย่างชัดเจนในฤดูกาลที่แล้ว โดยสามารถกดไป 34 ประตูรวมทุกรายการ และทำไป 29 ประตูกับ 19 แอสซิสต์เฉพาะในพรีเมียร์ลีก ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2024/25 ได้สำเร็จอย่างน่าประทับใจ

สถิติที่บ่งบอกความยิ่งใหญ่ของซาลาห์

ลูกหนังรายนี้กลายเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมพีเอฟเอได้ถึง 3 สมัย โดยก่อนหน้านี้เขาเคยได้รับรางวัลนี้แล้วในฤดูกาล 2017/18 และ 2021/22 ทำให้เขากลายเป็นตำนานในวงการฟุตบอลอังกฤษอย่างแท้จริง

ในรอบโหวต ซาลาห์ สามารถแซงหน้าคู่แข่งที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในปีนี้ ได้แก่ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ เพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล, บรูโน แฟร์นันด์ส กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อเล็กซานเดอร์ อิซัค ดาวยิง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด, โคล พาลเมอร์ จอมทัพของ เชลซี และ เดแคลน ไรซ์ ห้องเครื่องของ อาร์เซนอล

ทีมยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ ฤดูกาล 2024/25

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าจับตามองจากพิธีมอบรางวัลนี้คือการประกาศทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2024/25 ที่มี “ซาลาห์” ติดโผในตำแหน่งกองหน้า

  • ผู้รักษาประตู: แม็ตซ์ เซลส์ (ฟอเรสต์)
  • กองหลัง: วิลเลียม ซาลีบา (อาร์เซนอล), กาเบรียล มากัลเญส (อาร์เซนอล), เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (ลิเวอร์พูล), มิลอส เคอร์เคซ (บอร์นมัธ)
  • กองกลาง: เดแคลน ไรซ์ (อาร์เซนอล), ไรอัน กราเฟนแบร์ก (ลิเวอร์พูล), อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ (ลิเวอร์พูล)
  • กองหน้า: โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล), อเล็กซานเดอร์ อิซัค (นิวคาสเซิล), คริส วูด (ฟอเรสต์)

ด้านรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมตกเป็นของ มอร์แกน โรเจอร์ส มิดฟิลด์ฟอร์มฮอตของ แอสตัน วิลลา ส่วน เซอร์ แกเรธ เซาธ์เกต อดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ หรือ พีเอฟเอ เมริต อวอร์ด ไปครองในฐานะผู้สร้างคุณประโยชน์ให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษ

ไม่ว่าใครจะเป็นแฟนบอลรายตัวหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่า “ซาลาห์” เป็นตัวอย่างที่ดีของความมุ่งมั่น ความเสียสละ และพรสวรรค์ที่ทำให้เขาร่วงหน้าในวงการฟุตบอลของโลก

ที่มา – “ซาลาห์” สร้างประวัติศาสตร์คว้าแข้งยอดเยี่ยมพีเอฟเอ 3 สมัย

เปิดวาร์ป ‘ผู้กองอะตอม’ ทหารหญิง ดุดันไม่เกรง ‘ทหารเขมร’

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กระแสความนิยมของ “ผู้กองอะตอม” หรือ ร้อยเอกหญิง ปวิชญา วลีสุขสันต์ ทหารหญิงไทยผู้กล้าหาญ ได้กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะภาพที่เธออยู่ในสถานการณ์ปะทะกับทหารกัมพูชา ณ บริเวณช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี

เปิดวาร์ป ‘ผู้กองอะตอม’ ทหารหญิง ดุดันไม่เกรง ‘ทหารเขมร’

ภาพเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งทหารหญิงไทยแสดงความมั่นใจและเด็ดขาดในการออกคำสั่งให้ทหารกัมพูชาย้อนกลับ มีคนจำนวนมากเห็นคลิปและภาพที่ถูกเผยแพร่จนกลายเป็นไวรัล หลายคนชื่นชมความกล้าหาญและน้ำเสียงเสียของเธอ ไปพร้อมกับเสียงเหน็บแนมว่า “เอ็งถอยออกไป” (อาแอง ถอย เจ่ง โตว) ที่มีเจ้าหน้าที่เขมรต้องถอยกลับหลังจากพยายามบุกรุกเขตแดนไทย

ใครคือ ‘ผู้กองอะตอม’ ที่กลายเป็นขวัญใจประชาชน?

รู้จักเธอได้มากขึ้นกับตำแหน่งจริงของเธอ ร้อยเอกหญิง ปวิชญา หรือที่รู้จักในชื่อ “ผู้กองอะตอม” เป็นนายทหารล่ามกับกองการภาษาต่างประเทศ กรมข่าวทหาร และทำหน้าที่เป็น ผู้ช่วยโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย อีกด้วย เธอสำเร็จการศึกษาจากคณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผ่านการอบรมหลักสูตรนายทหารชั้นต้นและนายทหารการข่าวอย่างเต็มรูปแบบ

  • จบการศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษ
  • สำเร็จหลักสูตรนายทหารชั้นต้น และการข่าว
  • ปัจจุบันทำหน้าที่ล่าม-ผู้ช่วยโฆษก กก.ทท.
  • ชื่นชอบงานอดิเรกเป็นติวเตอร์-พิธีกร

ซึ่งในวันเกิดเหตุ เธอกำลังทำหน้าที่เป็นล่ามพาคณะผู้ช่วยทูตอาเซียน 8 ประเทศและสื่อมวลชนเข้าไปสังเกตการณ์สถานการณ์ที่บริเวณช่องอานม้า ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีความขัดแย้งระดับสูงระหว่างทหารไทยและทหารเขมร จึงแสดงความสำคัญของบทบาทเธอได้เป็นอย่างดี

ภาพที่ปรากฏบนโลกโซเชียล ทำให้หลายคนกล่าวชื่นชมในความกล้าหาญ ตลอดจนความสามารถในการสื่อสารที่แม่นยำ ซึ่งแสดงออกผ่านการสั่งการอย่างชัดเจนและเต็มอำนาจ จนมีผู้หลายต่อหลายคนเรียกเธอว่า “ตัวแมวอริสยาม” พร้อมแซวๆ ชื่นชมถึงบทบาททหารหญิงในเหล่าทหารไทยอย่างเต็มรูปแบบ

ทั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์ถึงความเป็นมืออาชีพและความสามารถในการทำงานของ “ผู้กองอะตอม” ที่หากรู้เท่าทัน อาจพบว่าเธอไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานในกองทัพ แต่ยังมีงานอดิเรกอย่างให้ความรู้แก่เยาวชนผ่านการเป็นติวเตอร์วิชาภาษาอังกฤษ รวมไปถึงการเป็นพิธีกรในกิจกรรมต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม การเผยแพร่ภาพหรือคลิปในกรณีนี้ควรถูกต้องตามหลักสากล โดยวงการทหารไทยมีการย้ำเตือนถึงความสำคัญของข้อมูลอันอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงวินัยทางทหารที่ย้ำว่า “เพื่อประโยชน์สูงสุดของชาติ” ควรใช้ความระมัดระวังในการสื่อสาร

ใครได้เป็นต้นแบบสำคัญสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงพลังของผู้หญิงในเหล่า ใครพร้อมเป็น “ผู้กองอะตอม” ของไทยคนต่อไปไหม?

ที่มา – เปิดวาร์ป ‘ผู้กองอะตอม’ ทหารหญิง ดุดันไม่เกรง ‘ทหารเขมร’

เจ๊ไฝ ไข่เจียวปู 4,000 บาท สคบ. เตรียมตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม มีข่าวดราม่าจากกรณีที่ร้านอาหารชื่อดังในกรุงเทพฯ ถูกกล่าวขวัญว่า เรียกเก็บเงินสำหรับเมนู “ไข่เจียวปู” สูงถึง 4,000 บาท แม้ว่าในเมนูจะระบุเพียง 1,500 บาท ทำให้ผู้บริโภคหลายคนตกใจและเดือดร้อน

ทันทีที่เกิดเหตุ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เตรียมออกตรวจสอบข้อเท็จจริงในร้าน เจ๊ไฝ วันพุธที่ 20 สิงหาคม เพื่อพิสูจน์ว่ามีการใช้หลักการปิดป้ายราคาอย่างไร้จริยธรรมหรือไม่

เจ๊ไฝ และคดีไข่เจียวปูราคาพันกว่าบาท

“เจ๊ไฝ” กลายเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงทั่วประเทศหลังจากมีผู้บริโภคร้องเรียนว่า หลังจากสั่งเมนู “ไข่เจียวปู” ที่ระบุราคา 1,500 บาท เมื่อจ่ายเงินกลับถูกเรียกเก็บถึง 4,000 บาท โดยไม่มีการแจ้งให้ล่วงหน้า ซึ่งถือเป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายการหลอกลวงหรือทำให้เกิดความเข้าใจผิด

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้กล่าวชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีการยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการ แต่ในกรณีที่มีผู้บริโภคร้องเรียน สคบ. จะดำเนินการอย่างโปร่งใสและยุติธรรม

มาตรการการคุ้มครองผู้บริโภคของสคบ.

สคบ. มีระบบการรับเรื่องร้องเรียนหลากหลายช่องทาง โดยหนึ่งในนั้นคือ Traffy Fondue ซึ่งจะช่วยส่งต่อเรื่องราวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว

  • ร้องเรียนผ่าน Traffy Fondue
  • ตรวจสอบกับหน่วยงานท้องถิ่น
  • ใช้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2542

คณะกรรมการยังได้กระจายอำนาจการ受理เรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานในท้องถิ่น เช่น อนุกรรมการประจำจังหวัด สำนักงานเขต และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสิทธิได้ง่ายขึ้นทั่วทุกพื้นที่

สำหรับกรณี “เจ๊ไฝ” นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างพฤติกรรมของร้านอาหารที่ “ใช้ป้ายราคาหลอกลวง” โดยหวังผลกำไรจากความคลุมเครือในการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของภาคเอกชน และก่อให้เกิดควาไม่เชื่อมั่นจากผู้บริโภค

สิ่งสำคัญสำหรับผู้บริโภค คือต้องเลือกซื้อสินค้าหรือใช้บริการอย่างรอบคอบ ตรวจสอบป้ายราคาให้ชัดเจน และขอรับบิลหรือใบกำกับภาษีเสมอ เพื่อป้องกันการโดนหลอกในอนาคต

ที่มา – “เจ๊ไฝ” งานเข้า! สคบ.เตรียมลงร้าน ขาย “ไข่เจียวปู” ราคา 4,000 บาท

หนีไม่รอด! จับโจรไรเดอร์บุกชิงทอง 5 นาทีกวาด 6 ล้าน

คดีดราม่าที่สมุทรปราการ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568 มีชายสวมเสื้อไรเดอร์ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บุกเข้าชิงทองรูปพรรณจากห้างดังในอำเภอบางบ่อ จ.สมุทรปราการ สิ้นเพียง 5 นาทีเท่านั้น เขาได้ทองรวม 49 เส้น น้ำหนักรวม 123 บาท มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท ถือเป็นเหตุการณ์ หนีไม่รอด บุกบ้านจับโจรไรเดอร์ ที่สร้างความตื่นตระหนกในพื้นที่ เนื่องจากคนร้ายมีอุปกรณ์ครบพร้อมปืน และใช้ความชำนาญในการหลบหนีเส้นทางที่ไม่มีกล้องวงจรปิด ทำให้เจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามยาก

หนีไม่รอด บุกบ้านจับโจรไรเดอร์

ต่อมา วันที่ 19 สิงหาคม ฝ่ายสืบสวนตำรวจได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว โดยติดตามเบาะแสจนทราบว่ารถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุนั้นถูกขโมยทิ้งไว้บ่อปลาในซอยวัดคอลลาด จากนั้น ก็พบว่าคนร้ายหลบซ่อนตัวในหมู่บ้านหนึ่งที่ตำบลบ้านระกาศ อำเภอบางบ่อ

ดำเนินการขอหมายค้น-จับกุมสำเร็จ

หลังรวบรวมพยานหลักฐานเพียงพอ ตำรวจได้ยื่นขอหมายค้นจากศาลจังหวัดสมุทรปราการ หลังจากได้รับอนุมัติ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นที่บ้านพักของ “นายวีรวัฒน์” อายุ 31 ปี ซึ่งกลายเป็นผู้ต้องสงสัยหลักในเหตุการณ์ดังกล่าว โดยขณะนั้นนายวีร์ยังปฏิเสธบทบาทของตนในการก่อเหตุ

ถึงกระนั้น เจ้าหน้าที่ไม่ยอมง่ายๆ เพราะมีหลักฐานชัดเจน จึงแสดงให้เห็นว่านายวีร์คือผู้ก่อเหตุ ภายหลังเขายอมรับความผิด และเผยแหล่งซุกซ่อนทองคำบางส่วนไว้ในตู้ลำโพงที่หน้าบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ไปยึดคืนได้สำเร็จ

ปิดคดี!

หลังจากได้รับการสารภาพและการยึดของกลางกลับมาได้จำนวนมาก ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องสงสัยและของกลางทั้งหมดส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ย้ำว่าความพยายามหลบหนีของคนร้ายครั้งนี้ “หนีไม่รอด บุกบ้านจับโจรไรเดอร์” เพราะเจ้าหน้าที่เตรียมรับมือและสืบสวนจนสามารถจับกุมได้อย่างแม่นยำ

หากคุณเป็นผู้ประกอบการหรือคนทั่วไป อย่าละเลยความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัยในสถานประกอบการ และการติดตั้งระบบเฝ้าระวังสามารถช่วยป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้ได้

ที่มา – หนีไม่รอด บุกบ้านจับโจรไรเดอร์ ควงปืนบุกเดี่ยวชิงทอง 5 นาทีกวาด 6 ล้านบาท

ไก่เดือยทองคว้า เอเซ เสริมแนวรุก จ่าย 60 ล้านปอนด์

“ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ประกาศข่าวดีสำหรับแฟนบอลเมื่อพวกเขาสามารถบรรลุข้อตกลงคว้าตัว เอเบเรชี เอเซ หัวหอกจากทีมคู่แข่งอย่าง คริสตัล พาเลซ มาเสริมแกร่งแนวรุกได้สำเร็จในราคาสูงถึง 60 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,640 ล้านบาท)

ทีมจากลอนดอนเหนือเตรียมจ่ายเงินก้อนแรกไป 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,320 ล้านบาท) ส่วนที่เหลือจะผ่อนจ่ายตามระยะเวลาที่กำหนด โดยนี่ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่ช่วยเติมเต็มตำแหน่งแนวรุกซึ่งขาดความคมชัดหลังจากที่ เจมส์ แมดดิสัน เจออาการเจ็บหนักที่เอ็นไขว้และคาดว่าจะพักยาวในช่วงเวลาที่สำคัญของฤดูกาล

ไก่เดือยทองคว้า เอเซ เสริมแนวรุก จ่าย 60 ล้านปอนด์

สื่อดังอย่าง “เดอะ ซัน” รายงานว่า สเปอร์ส ต้องการให้ เอเซ เข้ามาเป็นแกนสำคัญของการสร้างสรรค์เกมรุก โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่บางครั้งทีมยังขาดตัวเลือกที่มีความหลากหลายในแดนหน้า การได้ตัว เอเซ จึงถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก นักเตะวัย 24 ปีมีผลงานโดดเด่นในฤดูกาลนี้ สตาร์จากฝรั่งเศสสามารถยิงไปแล้วกว่า 20 ประตูในทุกรายการ โดยมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ คริสตัล พาเลซ มีสิทธิ์ลุ้นท็อปโฟร์

แนวรุกเต็มพิกัดหลังซัมเมอร์

ในอีกด้านหนึ่ง คริสตัล พาเลซ อาจอยู่ในสถานะไม่เสียเปรียบหลังจากการขายดังกล่าว โดยพวกเขาเตรียมเชิญตัว บิลาล เอล คานนุส มิดฟิลด์จอมเทคนิคของ เลสเตอร์ ซิตี เข้ามาปั้นคู่เกมใหม่ รวมถึงมีแผนสำรองอยู่ในตัว คริส โซลิส ของ คลับ บรูช ที่จะเข้ามาเติมเต็มจังหวะที่ วิลเลียน เฟรเดอริส ไม่สามารถก้าวขึ้นสู่ระดับความคาดหวังของแฟนบอลได้อย่างเต็มตัว

เรียกได้ว่าการซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ปีนี้ของเรือใบสีเหลือง-น้ำเงิน กับท็อตแนม ถือว่าเข้มข้นมาก ทั้งสองทีมได้ตัวผู้เล่นที่เชี่ยวชาญในสาขาของตนเองในราคาที่คุ้มค่า พร้อมช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับแผนการเล่นรวมไปถึงโอกาสในการลุ้นแชมป์ลีกในอนาคตอันใกล้

ด้วยการเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบของ “ไก่เดือยทอง” เป็นไปได้ว่าซีซั่นหน้าเราจะได้เห็นผลงานที่หนักแน่นของ เอเบเรชี เอเซ ในการเผชิญกับแนวรับระดับท็อปอย่างในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำคัญในการพิสูจน์ตัวเองบนเวทีระดับโลกอีกครั้ง

หากคุณเป็นแฟนบอล “ไก่เดือยทอง” ต้องติดตามพัฒนาการครั้งสำคัญนี้อย่างใกล้ชิด เพราะนี่อาจเป็นจังหวะเปลี่ยนชีวิตที่จะพาท็อตแนมกลับมายืนในจุดสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษอีกครั้ง

ที่มา – “ไก่เดือยทอง” ตีปีกบรรลุข้อตกลงคว้า “เอเซ” เสริมแนวรุก

สลดชายวัย 42 ปี ดื่มเหล้าลงบ่อลึกงมหาหอย จมน้ำดับ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ได้รับแจ้งเหตุชายจมน้ำสูญหายหนึ่งราย บริเวณบ่อน้ำใหญ่ หลัง 4 แยกช้างแทงกระจาด ริมถนนสายบายพาสชะอำ-ปราณบุรี เขตบ้านช้างแทงกระจาด ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เจ้าหน้าที่จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และประสานชุดประดาน้ำมูลนิธิสว่างสรรเพชกุล แพทย์เวรโรงพยาบาลชะอำ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบ

สลดชายวัย 42 ปี ดื่มเหล้าลงบ่อลึกงmaxcdnหอย จมน้ำดับ

จุดเกิดเหตุเป็นบ่อน้ำขุดขนาดกลาง มีความลึกประมาณ 4-5 เมตร ชุดประดาน้ำได้เตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อดำน้ำค้นหาผู้จมน้ำ โดยใช้เวลาในการค้นหาประมาณ 3 ชั่วโมง จนสามารถพบศพของผู้เสียชีวิตจมน้ำอยู่กลางบ่อ ลึกประมาณ 4-5 เมตร ก่อนจะนำร่างขึ้นมาจากน้ำ ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบอาการบาดเจ็บหรือร่องรอยการต่อสู้ แต่อย่างใด

บนขอบบ่อน้ำยังพบ ขวดเหล้าเปล่า ซึ่งคาดว่าน่าจะดื่มหมดแล้ว หมวกสีดำ รองเท้า และเชือกของผู้เสียชีวิตวางอยู่ หลังจากตรวจสอบเบื้องต้นทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายประสาท แก้วสีรัง อายุ 42 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 ตำบลโพนงาม อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร มีอาชีพเป็นคนงานก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ตอนบน

เพื่อนบอก…ลำบากตามหาจนพบหมวกลอย

จากการสอบถามเพื่อน ๆ ของผู้เสียชีวิต ทราบว่า ผู้เสียชีวิตมีแผนจะมาหาหอยทำอาหารกินหลังเลิกงาน จึงชวนเพื่อนมาร่วมเดินทางไปด้วยกัน หลายคน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พวกเขานั่งดื่มสุราพักหนึ่งก่อนจะแยกกันลงไปงมหาหอยในบ่อน้ำ เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 40 นาที เพื่อน ๆ เริ่มขึ้นมาจากบ่อ และเริ่มมองหายกับเพื่อน แต่ไม่พบผู้เสียชีวิต

หลังจากเดินตามหากันอย่างหนัก พวกเขาพบหมวกของผู้เสียชีวิตลอยอยู่ในน้ำ ส่งผลให้เพื่อน ๆ เริ่มกังวลและคาดการณ์ว่าอาจเกิดอุบัติเหตุจมน้ำ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบ

สาเหตุแรกเริ่มที่เป็นไปได้

เจ้าหน้าที่คาดว่า สาเหตุเบื้องต้นที่นำไปสู่เหตุการณ์นี้ เกิดจากการดื่มสุราหนักก่อนลงไปงมหาหอย ส่งผลให้เกิดอาการเป็นตะคริวในขณะที่เพื่อน ๆ แยกกันไปทำงาน ทำให้ไม่มีใครเห็นหรือช่วยเหลือ จนนำไปสู่อุบัติเหตุครั้งนี้

ร่างของผู้เสียชีวิตได้นำส่งโรงพยาบาลชะอำเพื่อดำเนินการชันสูตรและพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดต่อไป

เหตุการณ์ครั้งนี้เตือนให้ทุกคนรู้ถึงอันตรายจากการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความระมัดระวัง แม้จะดูเป็นเรื่องปกติแต่ก็อาจนำไปสู่อันตรายร้ายแรงได้ อย่าปล่อยให้ความบันเทิงกลายเป็นความเสียใจ

ที่มา – สลดเพื่อนๆตามหาชายวัย 42 ปี ดื่มเหล้าลงบ่อลึกงมหาหอย สุดท้ายพบจมน้ำดับ

อโมริม ตกใจบอร์ดผีไม่อนุมัติงบซื้อมาร์ตีเนซ

รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงความผิดหวังอย่างมากหลังจากที่บอร์ดผู้บริหารของสโมสรปฏิเสธที่จะอนุมัติ งบประมาณซื้อตัวผู้เล่น โดยเฉพาะในตำแหน่งผู้รักษาประตู ซึ่งเขาต้องการดึง เอมิเลียโร มาร์ตีเนซ นายทวารทีมชาติอาร์เจนตินาจาก แอสตัน วิลลา มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

อโมริม ตกใจบอร์ดผีไม่อนุมัติงบซื้อมาร์ตีเนซ

ความต้องการผู้รักษาประตูตัวใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นประเด็นร้อนหลังจากที่ทั้ง อองเดร โอนานา และ อัล不停ดีร์ ทำผลงานได้ไม่ค่อยน่าประทับใจ โดยเฉพาะ อัล不停ดีร์ ที่พลาดในการเล่นบอลลูกเตะมุม ส่งผลให้ เรด เดวิลส์ พ่าย อาร์เซนอล 1-0 ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดเมื่อเร็วๆ นี้

เหตุใดบอร์ดถึงไม่อนุมัติงบ?

จากข่าวที่เผยแพร่โดย เหยี่ยวข่าวระดับดวงในฟุตบอลอังกฤษ ระบุว่า อโมริม เคยยื่นข้อเสนอเพื่อดึง มาร์ตีเนซ มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ โดยมีค่าตัวประมาณ 40 ล้านปอนด์ (ราว 1,760 ล้านบาท) แต่ถูกปัดตกจากบอร์ดผู้บริหารที่มองว่าสโมสรยังมีผู้รักษาประตูในสังกัดเพียงพอใช้งาน รวมถึงยังมีข้อเสนอให้ยืมตัว แต่ วิลลา เคลียร์เงื่อนไขการปล่อยตัวออกมาอย่างชัดเจน ทำให้ดีลไม่สามารถปิดได้จริง

  • สถานการณ์ผู้รักษาประตูของแมนยูปัจจุบัน
  • อโมริมต้องการแก้ปัญหาด่วน
  • บอร์ดผีมีมุมมองต่างกับโค้ช
  • ข้อจำกัดจากแอสตัน วิลลาในกรณียืมตัว

พบว่าอโมริมไม่สามารถโน้มน้าวให้บอร์ดเชื่อในความสำคัญของการซื้อตัว มาร์ตีเนซ เข้ามาเสริมแนวรับและในขณะเดียวกันก็ยังมีความคาดหวังจากฝ่ายบริหารให้นำ โอนานา มาใช้งานในตำแหน่งนี้แทน ซึ่งอาจจะเป็นจุดที่ทำให้แผนการเสริมทัพของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ล่าช้าและส่งผลกระทบต่อศักยภาพในฤดูกาลใหม่

เราเชื่อว่าหาก หงส์แดง ต้องการกลับมาแข่งขันในระดับสูงจริงๆ การเสริมแบ็คผู้เล่นอย่างมีคุณภาพในทุกตำแหน่งถือเป็นกุญแจสำคัญ ซึ่งในคราวนี้การตัดสินใจที่ยังลังเลอาจสะท้อนให้เห็นถึงสไตล์การบริหารที่เปลี่ยนไปของสโมสร ลองมองว่าในอนาคตเขาอาจต้องปรับแนวทางใหม่ทั้งหมดเพื่อเรียกฟอร์มกลับคืน

ที่มา – “อโมริม” คอตกบอร์ดผีไม่อนุมัติงบซื้อ “มาร์ตีเนซ” เฝ้าเสา

กองกำลังบูรพา ผลักดันทหารกัมพูชาล้ำแดนสำเร็จ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากแหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงว่า กองกำลังบูรภาคใต้ภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ได้เข้าดำเนินการผลักดันทหารชาวกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ชายแดนไทยตามมาตราส่วน 1:50,000 ซึ่งมีการปฏิบัติอย่างรอบคอบรอบด้าน โดยเฉพาะในระหว่างวันที่ 26-28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทางทหาร และผลักดันครอบครัวทหารชาวกัมพูชาจำนวน 6 หลังคาเรือนออกนอกพื้นที่ โดยไม่มีการใช้ความรุนแรงหรืออาวุธใดๆ เพื่อป้องกันความสูญเสียทั้งในด้านกำลังพลและประชาชนในพื้นที่

กองกำลังบูรพา ผลักดันทหารกัมพูชาล้ำแดนสำเร็จ

ภายหลังการปฏิบัติการ ทางทหารไทยได้นำรั้วลวดหนามไปวางป้องกันในบางจุด เพื่อใช้เป็นแนวป้องกันเชิงยุทธวิธีสำหรับกำลังพลทหาร โดยระบุชัดเจนว่าไม่ได้ตั้งใจกำหนดเขตแดนถาวร แต่มุ่งเน้นเพื่อเสริมความมั่นคงในพื้นที่ทหาร และป้องกันการลักลอบเข้าเมืองหรือกระทำความผิดทางกฎหมาย

ความร่วมมือข้ามชาติเพื่อความปลอดภัย

แหล่งข่าวกล่าวว่า ในพื้นที่ชนบทที่มีชุมชนชาวกัมพูชาวัติถึง 200 หลังคาเรือน การปฏิบัติการจึงต้องระมัดระวังสูง เพื่อลดความเสี่ยงต่อทั้งกำลังพลไทยและผู้คนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีการวางเครื่องกีดขวางในจุดสำคัญเพื่อป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น คอลเซนเตอร์ หรือกลุ่มผู้ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย

กองกำลังบูรพา มองว่าการอยู่ในพื้นที่ยิ่งมีความซับซ้อนเมื่อเกี่ยวข้องกับการตั้งถิ่นฐานของชาวบ้านต่างชาติ และในระยะยาวต้องอาศัยการพูดคุยในระดับสูง ผ่านคณะกรรมการชายแดนร่วม (JBC) และเจรจาต่อรัฐบาลด้วยกัน เพื่อหาข้อสรุปเชิงนโยบายแทนการใช้มาตรการทางทหารเพียงอย่างเดียว

  • ไม่มีการใช้อาวุธ ในการปฏิบัติการในครั้งนี้
  • รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ที่ใช้โดยทหารกัมพูชาในพื้นที่ไทย
  • ประสบความสำเร็จ ในการผลักดันกำลังพลต่างด้าวออกจากพื้นที่
  • เตรียมหารือระดับรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

ขณะนี้ความเคลื่อนไหวทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการกำกับจากกองทัพบกและรัฐบาล โดยมีการรอผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมก่อนหน้า ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของแนวทางใหม่ในการจัดการกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในระยะยาว

ความมั่นคงของพรมแดนไทยควรอยู่บนความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทยผ่านกลยุทธ์ที่เข้มแข็ง รอบคอบ และรักษาผลประโยชน์ของประเทศไว้เป็นสำคัญ

ที่มา – กองกำลังบูรพา ผลักดัน “ทหารกัมพูชา” ล้ำแดนสำเร็จ! เตรียมหารือระดับรัฐบาลแก้ปัญหาระยะยาว

จีน-อินเดียจับมือรักษาเสถียรภาพสายสัมพันธ์

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีนและอินเดียเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาความร่วมมือระหว่างสองประเทศในหลากหลายมิติไม่เพียงแค่ส่งผลต่อประชากรกว่า 2,800 ล้านคน แต่ยังส่งผลต่อเสถียรภาพในเอเชียและระดับโลกด้วย

จีน-อินเดียจับมือรักษาเสถียรภาพสายสัมพันธ์

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงนิวเดลีว่า หวัง ซึ่งเป็นกรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้กล่าวถึงบทบาทของจีนและอินเดียในเวทีนานาชาติว่า โลกในปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การค้าเสรีและระบบระหว่างประเทศก็กำลังเผชิญกับความท้าทายที่รุนแรง ทั้งสองประเทศจึงควรแสดงบทบาทผู้นำในระดับโลก โดยการสร้างความเข้าใจร่วมกันเพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืน

รักษาความมั่นคงระดับภูมิภาค

มุมมองร่วมของจีน-อินเดียในระดับผู้นำได้ช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นในความสัมพันธ์ทวิภาคี การแลกเปลี่ยนในด้านต่าง ๆ ได้เดินหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป แทบจะทุกภาคส่วน รวมถึงกิจกรรมเชิงศาสนา ซึ่งมีการอำนวยความสะดวกจากจีนให้กับผู้แสวงบุญชาวอินเดียที่เดินทางไปยังทิเบต

ทั้งสองประเทศยังมีความร่วมมือในเวทีระดับโลก เช่น องค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) และกลุ่มประเทศบริกส์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการร่วมกันสร้างโลกหลายขั้วที่เป็นธรรมและเท่าเทียม

  • เพิ่มพูนความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า
  • ส่งเสริมความเข้าใจทางวัฒนธรรมและความเชื่อ
  • ยกระดับความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน
  • ส่งเสริมการทูตเพื่อสันติภาพในภูมิภาค

ในโอกาสที่ครบรอบ 75 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต จีนและอินเดียมีความพร้อมที่จะทบทวนเส้นทางร่วมกันอย่างลึกซึ้ง เพื่อเป็น_ENSURE_ ความมั่นคงและเสถียรภาพระยะยาวให้กับประชาชนและภูมิภาค

นอกจากนี้ อินเดียยังได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า “ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน” ซึ่งถือเป็นการยืนยันการเคารพอธิปไตยของจีน เช่นเดียวกัน จีนก็ยืนยันหลัก “สัมพันธไมตรี, ความจริงใจ, ผลประโยชน์ร่วมกัน และความครอบคลุม” ในการพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน

หากต้องการติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวระหว่างจีนและอินเดีย รวมถึงการพัฒนาความสัมพันธ์ในภูมิภาคเอเชียอย่างลึกซึ้ง ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม หากมองในระยะยาว ความร่วมมือระหว่างจีน-อินเดียไม่ใช่เพียงแค่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของโลกในอนาคต

ที่มา – “จีน-อินเดีย” จับมือมุ่งรักษา เสถียรภาพสายสัมพันธ์สองประเทศ

หอสมุด มธ. เจ๋ง! คว้ารางวัลชนะเลิศระดับโลก

รศ.ดร.อัญณิฐา ดิษฐานนท์ ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับโลก 1st Place WINNER จากเวที IFLA Green Library Award 2025 สาขา Best Green Library Project ด้วยโครงการ “From Waste to Wealth: Green Library through Circular Economy” โดยการประกาศผลและมอบรางวัลจัดขึ้นภายในงาน IFLA World Library and Information Congress 89th IFLA General Conference and Assembly ซึ่งเป็นการประชุมวิชาการนานาชาติด้านห้องสมุดและสารสนเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดโดยสหพันธ์สมาคมห้องสมุดและสถาบันสารสนเทศระหว่างประเทศ หรือ IFLA (International Federation of Library Associations and Institutions) ระหว่างวันที่ 18-22 สิงหาคม 2568 ณ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถาน

หอสมุด มธ. เจ๋ง! คว้ารางวัลชนะเลิศระดับโลก

รศ.ดร.อัญณิฐา กล่าวต่อว่า การคว้ารางวัลชนะเลิศระดับโลก จากโครงการ “From Waste to Wealth: Green Library Through a Circular Economy” สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของหอสมุดในฐานะ “Library of Life” ไม่เพียงแค่เป็นแหล่งความรู้เท่านั้น แต่ยังขับเคลื่อนชุมชนสู่ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริงด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เปลี่ยนของเสียให้มีคุณค่า ทั้งสร้างรายได้ เสริมคุณภาพชีวิต และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมดีๆ ที่เกิดขึ้นจริง

  • One Day with Green: ลดการใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ใช้ครั้งเดียว
  • Eco-Workshops: เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นของใช้สร้างสรรค์
  • Little Eco-Hero: ปลูกฝังความรู้เรื่องการจัดการขยะให้เด็กเล็ก
  • From Dates to Dots: แปลงปฏิทินเก่าเป็นอักษรเบรลล์กว่า 30,000 หน้า
  • From Waste to Forest & Green Barrier: นำพลาสติกผลิตเป็นเสาเพาะปลูกป้องกันช้างป่า

ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจจาก หอสมุด มธ. เจ๋ง! คว้ารางวัลชนะเลิศระดับโลก คือ การเก็บขยะรีไซเคิลกว่า 6,100 กิโลกรัม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 20,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพาะปลูกต้นไม้ได้กว่า 200 ต้น และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเกือบ 14,000 บาท พร้อมระบบ Dashboard ดิจิทัลรายงานผลแบบเรียลไทม์

“โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงการส่งเสริมพฤติกรรมและความตระหนักรู้ด้านความยั่งยืนในชุมชนและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม และยังสะท้อนบทบาทของหอสมุดฯ ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมหอสมุดเพื่อความยั่งยืน และเป็นแบบอย่างระดับโลกที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)” ผู้อำนวยการหอสมุดมธ. กล่าวย้ำอีกครั้ง

การได้รับรางวัลนี้เป็นการยอมรับในความพยายามและนวัตกรรมที่ยั่งยืนของ หอสมุด มธ. เจ๋ง! คว้ารางวัลชนะเลิศระดับโลก และสะท้อนให้เห็นว่า มหาวิทยาลัยไทยสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมได้อย่างแท้จริง

หากคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจในการสร้างโลกที่ยั่งยืนมากขึ้น หอสมุดธรรมศาสตร์คือตัวอย่างที่น่าศึกษาและติดตาม เพราะเราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่เริ่มต้นจากแรงผลักดันเล็กๆ ในชุมชน

ที่มา – หอสมุด มธ. เจ๋ง! คว้ารางวัลชนะเลิศระดับโลก