ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ไม่ต้องพูดยาว! ‘ผู้กองอะตอม’ ทหารหญิงกล้า โพสต์ข้อความเดียวจบแต่แรงถึงใจ

จากกรณีที่ได้รับความสนใจอย่างมากบนโลกออนไลน์ ภาพเหตุการณ์ที่ชายแดนช่องอานม้า ที่ทหารหญิงไทยคนหนึ่งยืนอย่างมั่นคงและกล้าหาญ สั่งการให้ทหารจากกัมพูชาถอยกลับไป กลายเป็นกระแสที่ถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนเห็นถึงความเด็ดขาด ความมั่นใจ และความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้กองอะตอม ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของความภูมิใจในการเป็นทหารไทยสตรีที่รักชาติและกล้าหาญ

ไม่ต้องพูดยาว! ‘ผู้กองอะตอม’ ทหารหญิงกล้า โพสต์ข้อความเดียวจบแต่แรงถึงใจ

อย่างไรก็ตาม การเผยแพร่และแชร์ภาพดังกล่าวต้องมีความระมัดระวัง เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ หากไม่มีการตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้อง ทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือตีความผิด ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความขัดแย้งในระดับชาติพันธุ์หรือการเมือง

“ร้อยเอกหญิง ปวิชญา วลีสุขสันต์” หรือ “ผู้กองอะตอม”

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ได้มีการรายงานข่าวว่า “ร้อยเอกหญิง ปวิชญา วลีสุขสันต์” หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ผู้กองอะตอม” ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นนายทหารล่าม กองการภาษาต่างประเทศ กรมข่าวทหาร และเป็นผู้ช่วยโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Atomm Pavichaya” เพื่อสะท้อนถึงมุมมองส่วนตัวเกี่ยวกับการให้เกียรติซึ่งกันและกัน

เธอได้ระบุข้อความไว้ว่า: “การให้เกียรติกันเป็นสิ่งที่สำคัญค่ะ” แม้เป็นเพียงข้อความสั้น ๆ แต่ก็สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ และสมาชิกในสังคมให้มองเห็นความสำคัญของการเคารพและการให้เกียรติแก่ผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตประจำวัน หรือในสถานการณ์ที่สำคัญใด ๆ

ความหมายของคำว่า “การให้เกียรติ” ในบริบทแห่งชาติ

คำว่า “การให้เกียรติ” อาจดูเป็นเพียงคำง่าย ๆ แต่ในความเป็นจริงมันสะท้อนถึงค่านิยม จิตใจ และระเบียบสังคมที่เรายังคงรักษาไว้ ไม่ว่าจะเป็นการให้เกียรติในหน้าที่ การให้เกียรติต่อผู้อื่น หรือแม้กระทั่งการให้เกียรติในค่านิยมของผู้อื่นด้วย ดังนั้นเมื่อ ผู้กองอะตอม ได้นำเสนอแนวคิดนี้ออกมา แม้จะผ่านอินเทอร์เน็ต แต่ก็สร้างการตอบรับเชิงบวกเป็นจำนวนมาก

มีชาวเน็ตหลายรายตอบรับและแสดงความเห็นว่าหากทุกคนเริ่มต้นจากการให้เกียรติกันในระดับบุคคล เราก็จะสามารถสร้างสังคมที่มีความสงบสุข มีความเคารพ และคุณค่าในบริบทของชาติและสังคมได้มากยิ่งขึ้น หลายความคิดเห็นมองว่า ไม่ต้องพูดยาว! แค่หนึ่งประโยคก็สามารถสื่อสารพลังแห่งความคิดและแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ได้มาก ซึ่งก็ตรงกับการกระทำของ ผู้กองอะตอม อย่างแท้จริง

บทสรุปจากคำพูดสั้น ๆ แต่มีพลัง

ในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงและข้อมูลมากมาย การสื่อสารอย่างกระชับและตรงประเด็นจึงกลายเป็นทักษะที่ทรงพลังมาก ทั้งในแง่ของการสื่อสารในเชิงสังคม และในเชิงความเป็นมืออาชีพ ดังนั้นจากเหตุการณ์นี้เราควรได้เรียนรู้ว่า ไม่ต้องพูดยาว! สิ่งที่สำคัญจริง ๆ คือความจริงใจ การมีพลังในคำพูด และจุดเปลวไฟแห่งแรงบันดาลใจที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในใจของคนทั่วไป

ดังนั้นแล้วการใช้คำพูดที่มีคุณค่าในแบบของ ผู้กองอะตอม ไม่เพียงแต่นำเสนอในเชิงความถูกต้อง แต่ยังก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ และส่งเสริมเป็นค่านิยมเชิงบวกในสังคม ถือเป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชม และควรได้รับการส่งต่ออย่างเป็นรูปธรรม

หากคุณได้อ่านบทความนี้จนจบ ลองเปลี่ยนมุมมองในการสื่อสารเพียงเล็กน้อย แล้วคุณจะพบว่าการสื่อสารอย่างกระชับ ก็ยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นพลัง และสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมของเราได้อยู่เสมอ

ที่มา – ไม่ต้องพูดยาว! ‘ผู้กองอะตอม’ ทหารหญิงกล้า โพสต์ข้อความเดียวจบแต่แรงถึงใจ

จอนนี่มือปราบ-เมีย โดนฟันข้อหาบุกรุกป่าสร้างรีสอร์ท

สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจสิ่งแวดล้อม (ปทส.) ได้สั่งฟันเพิ่มข้อหาใหม่ให้กับ ด.ต.ยุทธพล ศรีสมพงษ์ หรือ ‘จอนนี่มือปราบ’ พร้อมภรรยากับพวกที่มีการ บุกรุกป่าสร้างรีสอร์ท ที่นิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งถือว่าเป็นกรณีที่สะเทือนวงการตำรวจ และเปิดประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการใช้ตำแหน่งในการกระทำผิดกฎหมาย

จอนนี่มือปราบ-เมีย โดนฟันข้อหาบุกรุกป่าสร้างรีสอร์ท

จากการสอบถามข้อมูลพบว่า เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมาที่ สน.สิรินธร พล.ต.ต.วัชรรินทร์ พูลสิทธิ์ ผู้บัญชาการตำรวจสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเรียกตัว จอนนี่มือปราบ และภรรยา น.ส.จิราพร สีบุระ เข้าพบเพื่อแจ้งข้อหาใหม่ฐาน “ร่วมกันเข้าไปหาประโยชน์ ยึดถือ ครอบครอง ปลูกสร้างทำลายทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 92 แห่งพระราชบัญญัติการป่าไม้ พ.ศ. 2481 อีกทั้งยังมีความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

เบื้องต้นทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2565 เมื่อพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าในเขตนิคมลำโดมน้อย ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ส่วนกลางจำนวน 6 ไร่ เพื่อให้บริการเป็นรีสอร์ท มีการจัดสร้างสิ่งปลูกสร้างอย่างถาวร ทั้งอาคาร ที่จอดรถ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ โดย จอนนี่มือปราบ และฝ่ายหญิงมีบทบาทนำ ซึ่งโดยตลอดนั้นกลุ่มผู้ต้องหามีการแสดงตนว่าเป็นเจ้าของกิจการท่องเที่ยวอย่างถูกต้อง

ขั้นตอนการสอบสวนและการดำเนินคดี

หลังจากมีการแจ้งเหตุเข้าพิสูจน์หลักฐานโดยผู้บ้านในพื้นที่ พนักงานสอบสวน พงส. พสบท. เข้าไปตรวจสอบ และเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเป็นระบบ พบว่า มีการขุดถาง ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และสร้างสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ป่า จึงมีการจับกุมผู้ต้องหาและเรียกตัวเพื่อสอบสวน ตามที่สำนักงานเปิดเผย

ระหว่างการสอบสวน จอนนี่มือปราบ และภรรยาให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาในหลายประเด็น แต่พนักงานสอบสวนมีความเชื่อมั่นว่า เอกสารและพยานหลักฐานที่สะสมมานั้นเพียงพอในการดำเนินคดี และเมื่อวันที่ 9 กันยายนนี้ พวกเขาจะถูกส่งตัวไปยังอัยการจังหวัดอุบลราชธานี ต่อไป

  • การกระทำผิดตามกฎหมายป่าไม้
  • การร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการออกเอกสารเท็จ
  • การใช้ตำแหน่งปลอดภัยในการขโมยประโยชน์
  • ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

กรณีของ จอนนี่มือปราบ-เมีย สะท้อนภาพใหญ่ของปัญหาการบุกรุกป่าในพื้นที่อุทยานและป่าสงวน ซึ่งหลายครั้งมีบุคคลมีอิทธิพลหรือหน่วยงานของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นเรื่องท้าทาย

ผู้สังเกตการณ์มองว่า การดำเนินการของ พงส.วันนี้เป็นสัญญาณว่า หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเริ่มเข้มแข็งมากขึ้น และไม่มีใครปลอดภัยจากการกระทำในลักษณะนี้อีกต่อไป

ทั้งนี้มองว่า พธส.ต้องมีบทบาทที่ชัดเจนในการตรวจสอบเบาะแสก่อนจะลุกลาม และมีการติดตามที่เข้มงวดตั้งแต่ต้นทาง แทนที่จะรอจนกระทั่งมีการสร้างสิ่งปลูกสร้างจนต้องถอดถอนได้ยาก

คดีนี้จึงถือเป็นบทเรียนที่สำคัญทั้งต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน ว่าเมื่อใดก็ตามที่มีการบุกรุกพื้นที่ป่าจะต้องได้รับบทลงโทษที่สอดคล้องกับความผิดจริงเท่านั้น

หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้หรือรายละเอียดเชิงกฎหมาย อย่าลืมกดติดตามข่าวสารจาก Dailynews.co.th เพื่อรับข่าวสารแบบทันทีทันใด

ที่มา – อ่วม! ปทส.สั่งฟัน ‘จอนนี่ มือปราบ-เมีย’ เพิ่มอีกข้อหา ‘บุกรุกป่าสร้างรีสอร์ท’

Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ ICONCRAFT (ไอคอนคราฟต์) จัดนิทรรศการ “Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025” ระหว่างวันที่ 19 – 23 สิงหาคม 2568 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม เพื่อนำเสนอผลงานผ้าทอจากเส้นใยธรรมชาติที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ผสานแนวคิดการออกแบบร่วมสมัยสู่เวทีแฟชั่นในอนาคต

Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025

งานนิทรรศการ Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมแฟชั่นที่สร้างสรรค์จากเส้นใยธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยนำเสนองานผ้าจากวัสดุธรรมชาติหลากหลายประเภท เช่น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าขนแกะ และเส้นใยจากแหล่งท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งผ่านกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

แบรนด์ดังร่วมสร้างสรรค์สู่อนาคต

นิทรรศการนี้ยังเป็นเวทีสำหรับดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่และแบรนด์ชั้นนำของไทย เช่น แบรนด์ TANDT, WISHARAWISH, Chai Gold Label, Irada, Theathe, Panya.me, Vickteerut, Fah chak และ Vatit itthi ที่มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นโดยเฉพาะจากวัตถุดิบธรรมชาติ เน้นการสานต่อภูมิปัญญาไทยผ่านการออกแบบที่ทันสมัย ตอบโจทย์เทรนด์ “Sustainable Fashion” หรือแฟชั่นอย่างยั่งยืน

งานนี้ไม่เพียงแค่ส่งเสริมให้ผู้ชมเห็นคุณค่าของวัตถุดิบธรรมชาติที่ใช้ในแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ชุมชนผู้ผลิตได้เข้าถึงตลาดมากขึ้น พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าต่อทั้งผู้สวมใส่ สังคม และสิ่งแวดล้อม

  • วันที่จัดงาน: 19 – 23 สิงหาคม 2568
  • สถานที่: ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม
  • แนวคิดหลัก: Sustainable Fashion
  • แบรนด์ร่วมแสดง: TANDT, WISHARAWISH, Chai Gold Label, Irada, Theathe, Panya.me, Vickteerut, Fah chak, Vatit itthi

การใช้ เส้นใยธรรมชาติ ในการผลิตเสื้อผ้าหรือสิ่งทอต่าง ๆ กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในยุคที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การเลือกใช้วัตถุดิบที่ลดผลกระทบต่อโลกใบนี้ จึงเป็นเรื่องที่ทั้งแบรนด์ใหญ่และผู้ผลิตรายย่อยต้องให้ความสำคัญ

หากคุณสนใจร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งเส้นใยธรรมชาติในงาน Future Fashion และเห็นศักยภาพของแฟชั่นที่ยั่งยืน ก็อย่าพลาดเยือนงานนิทรรศการที่สายใยดิจิทัลเชื่อมโยงกับสายใยธรรมชาติของชาติไทยได้อย่างลงตัว

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official Account : https://lin.ee/LDYuwsY

ที่มา – Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025

รัสเซียดึงเชิงเจรจายูเครน สวิตเซอร์แลนด์พร้อมเป็นเวที-ให้สิทธิคุ้มกันปูติน

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนยังคงดำเนินต่อไป ล่าสุดรายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีแหล่งข่าวระดับสูงอย่างน้อย 3 คน ซึ่งได้ฟังการสนทนาทางโทรศัพท์ของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า ปูตินได้เสนอให้จัดการเจรจาโดยตรงกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ที่กรุงมอสโก แต่ถูกเซเลนสกีปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวทันที

รัสเซียดึงเชิงเจรจายูเครน สวิตเซอร์แลนด์พร้อมเป็นเวที-ให้สิทธิคุ้มกันปูติน

ทั้งนี้ ทางด้านนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ได้ออกมาชี้แจงว่า การจะจัดการเจรจาสูงสุดระหว่างผู้นำรัสเซียและยูเครน จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากระดับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ และหลังจากนั้นจึงดำเนินตามขั้นตอนที่จำเป็นอย่างครบถ้วน

โอกาสในการเจรจาแบบเปิดกว้าง

น่าสนใจว่านายดมิทรี โปลิอันสกี รองหัวหน้าคณะผู้แทนถาวรรัสเซียประจำสหประชาชาติ เผยว่า ยังไม่มีใครในรัสเซียปฏิเสธความเป็นไปได้ในการเจรจาโดยตรง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป “ไม่ควรเป็นแค่การประชุมธรรมดา” ต้องเป็นการเจรจาเชิงลึกเพื่อผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ได้เสนอให้เจรจาในเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นประเทศที่เป็นกลาง และได้รับการตอบรับอย่างดีจากฝ่ายสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งพร้อมจะมอบสิทธิคุ้มกันพิเศษให้แก่ประธานาธิบดีปูตินจากหมายจับของศาลอาญาความนานาชาติ (ไอซีซี) ที่ออกโดยรัสเซีย ส่วนออสเตรียซึ่งเป็นประเทศนอกนาโต ก็แสดงเจตนารมณ์ว่าจะเป็นสถานที่เจรจาอีกแห่งหนึ่ง และสามารถมอบสถานะคุ้มกันพิเศษให้กับผู้นำรัสเซียได้เช่นกัน

ในขณะเดียวกัน นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ระบุอย่างชัดเจนว่า สหรัฐจะไม่ส่งทหารภาคพื้นดินเข้าไปในยูเครน อย่างไรก็ตาม ทางเลือกในการสนับสนุนทางอากาศยังถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่จะใช้เพื่อเสริมเสถียรภาพและความปลอดภัยให้กับยูเครนในอนาคต

สถานการณ์นี้แสดงถึงความซับซ้อนทางการเมืองที่ไม่อาจคลี่คลายได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ถ้าหากยูเครนและรัสเซียมีความพร้อมจริง ๆ การใช้พื้นที่เป็นกลางเช่นสวิตเซอร์แลนด์หรือออสเตรีย อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสันติภาพในภูมิภาค

หากคุณติดตามสถานการณ์ครบรอบวันต่อวัน เราขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์นี้มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ และมีผลต่อภาพรวมระดับโลก

ที่มา – รัสเซียดึงเชิงเจรจายูเครน สวิตเซอร์แลนด์พร้อมเป็นเวที-ให้สิทธิคุ้มกันปูติน

เลขาบอยโอดข่าวปลอมเพียบ การเมืองอึมครึม

สถานการณ์การเมืองไทยช่วงนี้กำลังเป็น焦点 ท่ามกลางข่าวลือและความไม่แน่นอนมากมาย โดยเฉพาะหลังจากศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยกรณีคลิปเสียงระหว่างนายกฯ อิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร กับฮุน เซน ประธานองคมนตรีกัมพูชา ที่ถูกตั้งข้อหาว่าขาดคุณธรรมจริยธรรม ส่งผลให้อาจต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี

เลขาบอยโอดข่าวปลอมเพียบ การเมืองอึมครึม

“เลขาบอย” สรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมทั้งเป็นเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนเกี่ยวกับข่าวลือที่ว่าพรรคเพื่อไทยจะกลับไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ “บิ๊กตู่” ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ถึงแม้จะมีกระแสข่าวเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย แต่เลขาบอยยืนยันว่าทั้งหมดเป็นข่าวปลอม

“เราไม่มีแผนใดในการสนับสนุนบิ๊กตู่ หรือการจับมือกับพรรคภูมิใจไทยแน่นอน ขอร้องให้ทุกคนอย่าเชื่อข่าวลือ พรรคเราจะมั่นใจว่านายกฯ แพยังสามารถทำงานต่อได้” เลขาบอยกล่าว

สถานการณ์การเมืองไม่แน่นอน

ท่าทีของ “เลขาบอย” นี้ชัดเจน เพราะสถานการณ์ปัจจุบันเต็มไปด้วยความหม่นหมอง งานราชการก็ชะงัก เพราะไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลจะอยู่หรือไป “ผลักดันอะไรต่อไม่ไหวแล้ว เพราะข่าวลือเยอะเหลือเกิน ทั้งโหวกย้ายตำแหน่ง หรือกระทั่งงบประมาณที่สภาถกกันมานาน” เขาเผยว่า

“ขอฝากให้ข้าราชการทุกคนยังคงทำงานเต็มที่ อย่ามึน อย่าลังเล ไม่ว่าจะมีนักการเมืองอยู่-ไป ต้องยึดมั่นมาตรฐานในการบริการประชาชน”

  • พรรคประชาชนเรียกร้องให้นายกฯ ลาออกหากยังต้องผิดจริยธรรม
  • พรรคภูมิใจไทยจัดการนักการเมืองที่โหวตสวนพรรคอย่างเด็ดขาด
  • ครม.มีมติโยกย้ายข้าราชการของหลายกระทรวง

ด้านพรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งมี “สส.เอิร์ธ” ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล เป็นตัวแทน ยังยืนยันว่าเราไม่เห็นด้วยกับการที่องค์กรอิสระเข้ามาตัดสินคดีนามธรรมเช่นนี้ “หากนายกฯ ไม่ลาออก ก็ต้องมีการสืบสวนให้ถึงที่สุด”

ขณะที่พรรคภูมิใจไทยก็เผชิญกับปัญหาภายใน จากกรณีที่ ส.ส.บางคนคอย “งูเห่า” เหตุผลในการออกนอกพรรค หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล เปิดเผยว่าพวกเราไม่ต้องรอสอบสวนแล้ว เพราะพฤติกรรมชัดเจน

วุ่น! วาระของ ครม. กับการแต่งตั้ง-โยกย้าย

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังมีมติแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำแหน่งบริหารระดับสูงเป็นจำนวนมาก รวมทั้งหมด 25 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตามยังมีพรรคฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจล่าสุด เช่น กรณีผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีความสำคัญต่อพรมแดนไทย-กัมพูชา

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเรื่องการแต่งตั้งและงบประมาณ อาจส่งผลให้บรรยากาศทางการเมืองไม่แน่นอนต่อเนิ่ง โดยเฉพาะหากสภาไม่ผ่าน ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปีงบประมาณ 2569 ที่กำลังเป็นประเด็นเข้มข้น

ความวุ่นวายของสถานการณ์การเมืองในช่วงนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของพรรคการเมือง ผู้บริหารราชการแผ่นดิน หรือแม้แต่ประชาชนทั่วไปต่างต้องเห็นภาพรวมในท่าทีการบริหารประเทศในช่วงเวลาที่ยังเต็มไปด้วยคำถาม“เลขาบอยโอดข่าวปลอมเพียบ การเมืองอึมครึม” สะท้อนว่าทุกฝ่ายต้องกลับมามองปัญหาในเชิงสร้างสรรค์ ไม่ใช่ปล่อยให้ข่าวปลอมสับสนต่อมูลเหตุและผล

ทิศทางของประเทศในช่วงนี้ขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของประชาชนไปจนถึงการที่รัฐบาลยังสามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ผ่านขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย นับเป็นภารกิจที่ท้าทาย แม้จะต้อง “ไขว้เขวอยู่ตรงนี้”

ที่มา – ‘เลขาบอย’ โอดข่าวปลอมเพียบ การเมืองอึมครึม! ปัดดีลลับหนุน ‘บิ๊กตู่’

ไข่สุก-ไข่ดิบ ควรกินอย่างไรให้ประโยชน์สูงสุด

ไข่ เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่หลายคนนิยมบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่การเลือกกินไข่สุกหรือไข่ดิบ ต่างก็มีผลต่อการดูดซึมสารอาหารและสุขภาพของร่างกาย โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่าง “ไข่ขาว” และ “ไข่แดง” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

ไข่สุก-ไข่ดิบ ความแตกต่างที่ต้องรู้

ไข่ 1 ฟองประกอบด้วยไข่แดงและไข่ขาว ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยไข่ขาวจะให้โปรตีนบริสุทธิ์แทบทั้งหมด ส่วนไข่แดงจะมีไขมันและสารอาหารอื่น ๆ เช่น วิตามิน และแร่ธาตุ

ในการบริโภคไข่สุกๆ หรือไข่ดิบ มีความเสี่ยงต่อการย่อยยาก เนื่องจากไข่ขาวดิบมีโปรตีนชนิด “อัลบูลมิน” ซึ่งหากไม่ผ่านการปรุงสุกจะย่อยได้ยาก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือคนที่ระบบย่อยต่ำ

ไข่แดง กับ ไข่ขาว ควรกินอย่างไร

หากผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับคอเลสเตอรอลในไข่แดง และเลือกกินแต่ไข่ขาว อาจเสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร โดยเฉพาะ “ไบโอติน” ที่ถูก “อะวิดิน” ในไข่ขาวจับตัว ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพผิวและเส้นผม

ดังนั้น ควรรับประทานทั้งไข่แดงและไข่ขาว พร้อมปรุงสุก เช่น ไข่ต้ม ไข่ยัดไส้ ไข่ลวก หรือไข่ดาว ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์อย่างครบถ้วน และปลอดภัยจากเชื้อโรค เช่น ซาโมเนลลา

ใครควรกินไข่เท่าไร

การเลือกกินไข่ควรพิจารณาจากสภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล หากไม่มีปัญหาเรื่องไขมันในเลือด ความดันโลหิต หรือเบาหวาน ผู้ใหญ่สามารถกินไข่ได้สัปดาห์ละ 3-4 ฟอง ส่วนคนไขมันในเลือดสูง ควรปรึกษาแพทย์ และแนะนำให้กินเฉพาะไข่ขาว ซึ่งไม่มีคอเลสเตอรอล

  • เด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไป: กินไข่ได้วันละ 1 ฟอง สัปดาห์ละ 7 ฟอง
  • ผู้ใหญ่สุขภาพดี: 3-4 ฟองต่อสัปดาห์
  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ: แนะนำให้กิน 1 ฟองต่อสัปดาห์ หรือเลือกเฉพาะไข่ขาว

ไข่เป็นอาหารราคาถูก ใช้ง่าย และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ไม่ใช่แค่แหล่งโปรตีนเท่านั้น แต่ยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของเด็ก และการบำรุงร่างกายผู้ใหญ่ ดังนั้น การเลือกกินไข่สุกในรูปแบบที่เหมาะสม คือทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ

สรุปแล้ว ไข่สุก-ไข่ดิบ หากต้องกิน ควรเลือกแบบไข่สุกทั้งฟอง และกินวันละ 1 ฟองเพื่อประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงสภาวะร่างกายของเราด้วย

ที่มา – ‘ไข่สุก-ไข่ดิบ’…ควรกินเลือกกินอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

อิซัคตัดสัมพันธ์สาลิกาดงหลังสโมสรผิดสัญญา

อเล็กซานเดอร์ อิซัค หัวหอกชาวสวีเดนของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับต้นสังกัดในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างเป็นทางการ โดยระบุชัดเจนว่า ไม่สามารถร่วมงานกับสโมสรได้อีกต่อไป หลังจากที่มีการผิดสัญญาระหว่างฝ่ายบริหารสโมสรกับตัวนักเตะเอง

อิซัคตัดสัมพันธ์สาลิกาดงหลังสโมสรผิดสัญญา

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก อิซัค พยายามย้ายทีมตลอดช่วงซัมเมอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ “ดิ้นรน” เพื่อ加盟กับ ลิเวอร์พูล อย่างต่อเนื่อง นิวคาสเซิลได้สั่งให้อิซัคมานั่งหัวหอแยกฝึกอย่างเป็นทางการ ซึ่งก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างมากในตัวนักเตะ

สุดท้าย อิซัค ได้ออกมาเปิดใจผ่านอินสตาแกรม โดยกล่าวว่า “ผมเงียบมานานแล้ว ขณะที่ที่คนอื่นพูดมาตลอด การเงียบอยู่อย่างนั้นทำให้คนอื่นได้ออกมาเล่าเรื่องในเวอร์ชันของตัวเอง ถึงแม้พวกเขาจะรู้ดีว่า มันไม่ใช่เรื่องที่พูดกันจริง ๆ และมีการตกลงกันเอาไว้หลังไมค์”

ความขัดแย้งหลังผิดสัญญา

อิซัค เผยว่า สโมสรเคยให้คำมั่นเกี่ยวกับอนาคตของเขา ทั้งในเชิงการเล่นและการวางแผนทางทีม แต่กลับไม่ระบุชัดเจนเมื่อเกิดปัญหา หรือเมื่อถึงจุดวิกฤต ส่งผลให้นักเตะเริ่ม “สูญเสียความไว้วางใจ” และไม่อาจกลับมาทำงานร่วมกันได้อีกต่อไป

“ความจริงก็คือมีการให้สัญญา และสโมสรก็รู้ถึงจุดยืนของผมมานานแล้ว แต่ทำเหมือนกับว่า ปัญหาเหล่านี้มันเป็นการเข้าใจผิด เมื่อมีการผิดสัญญาเกิดขึ้น และเมื่อเราสูญเสียความไว้เนื้อเชื่อใจ ความสัมพันธ์มันก็ไปต่อไม่ได้ สำหรับผมเรื่องมันก็เป็นอย่างนั้น และเป็นเหตุผลที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่สำหรับผมเท่านั้น” หัวหอกวัย 24 ปี กล่าว

เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ นิวคาสเซิล ที่เพิ่งเคยประสบความสำเร็จในฤดูกาลที่ผ่านมา และอาจกระทบแผนการเสริมทัพของทีมในอนาคตอย่างมาก

  • สาเหตุหลัก: สโมสรผิดสัญญาและทำให้นักเตะเสียความไว้วางใจ
  • สถานการณ์: อิซัคแยกซ้อมและยื่นใบตัดสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ
  • ผลลัพธ์: โอกาสโยกย้ายทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะปีนี้เพิ่มสูงขึ้น

ในขณะนี้มีข่าวลือจำนวนมากว่าทีมใหญ่ในยุโรปโดยเฉพาะ ลิเวอร์พูล ยังคงตาม อิซัค อย่างต่อเนื่อง และโครงการย้ายทีมอาจเกิดขึ้นจริงหากทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงภายในระยะเวลาที่กำหนด

อิซัคตัดสัมพันธ์สาลิกาดงหลังสโมสรผิดสัญญา ถือเป็นประเด็นที่จับตาได้จากวงการฟุตบอลทั้งในนิวคาสเซิลและอบจักรยานใหญ่อื่น ๆ ต่อไป

ทั้งหมดนี้อาจสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความโปร่งใสและความซื่อสัตย์ภายในสโมสรฟุตบอล และว่า หากขาดองค์ประกอบเหล่านี้ สิ่งที่ตามมาอาจเป็นความเสียหายทั้งในเชิงผู้เล่น สโมสร และแฟนบอล

ที่มา – “อิซัค” ประกาศตัดสัมพันธ์ “สาลิกาดง” หลังสโมสรผิดสัญญา

เดลินิวส์ 20 ส.ค. ถวายรักษาพระองค์ภา ใช้อุปกรณ์แทนพระวักกะ

หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ฉบับวันพุธที่ 20 ส.ค.2568 นำเสนอข่าวเด่นเกี่ยวกับการแพทย์ธิดาในพระองค์ โดยระบุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงถวายพระโอสถแก่พระองค์ภาอย่างต่อเนื่อง

เดลินิวส์ 20 ส.ค. ถวายรักษาพระองค์ภา ใช้อุปกรณ์แทนพระวักกะ

ต่างจากเดิม ครั้งนี้พระองค์ทรงใช้ ‘อุปกรณ์ทางการแพทย์’ แทนพระวักกะในการรักษา เนื่องจากสถานการณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในขณะปฏิบัติงาน

แพทย์เฝ้าใกล้ชิด

ทั้งนี้ มีแพทย์จำนวนหนึ่งเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งกระตุ้นความดันโลหิตและช่วยให้พระทัยทรงคลายกังวล ยืนยันว่าทุกมาตรการทางการแพทย์มีความเหมาะสม

ในส่วนของรายงานฉบับล่วงหน้าประจำวันที่ 21 ส.ค.2568 ข่าวสำคัญยังคงเน้นการดำเนินงานของรัฐบาลภายใต้สถานการณ์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาย้ายผู้บริหารระดับสูงกว่า 26 รายรวมถึงต่ออายุผู้ว่าราชการ

ขณะเดียวกัน ประเด็นความตึงเครียดทางการเมืองในภูมิภาคก็ยังคงเป็นห่วง โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เขมรแสดงอาการไม่พอใจต่อคณะสังเกตการณ์อาเซียนซึ่งไปปฏิบัติงานที่พรมแดนใกล้ช่องอานม้า

อีกทั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดรายงานสถานการณ์ติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทยที่เพิ่มสูงถึง 550,000 คนแล้ว แพทย์เร่ง呼吁ให้ประชาชนเข้ารับการตรวจและการรักษาอย่างรวดเร็ว เพราะรัฐบาลมีระบบบริการรักษาฟรีให้บริการ

สุดท้าย ราคาสินค้าเกษตรโดยเฉพาะ ‘ราคาหมู’ ที่ราคาตกต่ำเหลือเพียง 50-55 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้หลายฟาร์มประสบความยากลำบาก วอนให้รัฐบาลเร่งเข้าช่วยเหลือด่วน

ดังนั้น การติดตามข่าวสารทั้งหมดในฉบับเต็มของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ทุกคนได้รับข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาและแม่นยำ

อย่าลืมอ่านข่าวด่วนในเดลินิวส์ฉบับวันพุธและฉบับล่วงหน้าเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญที่อาจกระทบกับชีวิตของคุณ!

ที่มา – เดลินิวส์ 20 ส.ค.ถวายรักษาพระองค์ภา กระตุ้นความดัน ใช้อุปกรณ์แทนพระวักกะ

“ราชันชุดขาว” เชือด “โอซาซูนา” เก็บ 3 แต้มประเดิมซีซั่นใหม่

ศึกฟุตบอลลา ลีกา สเปน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เป็นฉากเปิดฉากใหม่ของฤดูกาล 2025-26 ที่สนามซานติอาโก เบร์นาเบว ซึ่ง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ภายใต้การคุมทีมของ ชาบี อลอนโซ่ คุมบังคับนัดแรกในลา ลีกา ได้เปิดรังเจ๊า “โอซาซูนา” ด้วยสกอร์ 1-0

“ราชันชุดขาว” เชือด “โอซาซูนา” เก็บ 3 แต้มประเดิมซีซั่นใหม่

แมตช์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของทีมแชมป์เก่า ซึ่งพวกเขาครองเกมได้อย่างมั่นใจ และสร้างโอกาสอันตรายหลายครั้ง แต่ก็ต้องรอจนถึงนาทีที่ 51 เท่านั้นจึงได้ประตูชัยจากจุดโทษอันทรงพลังของ คีลิยัน เอ็มบัปเป หัวหอกทีมชาติฝรั่งเศส ที่ช่วยพาทีมชนะไปแบบไร้ขาดเหลี่ยม

ผลงานเล่นแนวรุกแกร่ง

ในเกมนี้ ราชันชุดขาว ถือบอลบุกเป็นเวลาเกือบทั้งแมตช์ และแทบไม่ให้โอกาสฝั่งตรงข้ามได้สัมผัสบอลในแดนกลาง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกที่เกมเป็นของ รีล มาดริด เต็มๆ

อย่างไรก็ตาม โอซาซูนา ก็ยังจัดการตอบโต้ได้บ้าง และยังทิ้งเกมรุกไว้อย่างไม่หวาดเสียว แต่ความผิดพลาดของพวกเขาในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+4 ถือเป็นจุดเปลี่ยน กับใบแดงที่ได้รับของ อาเบล เบราโตเนส แบ็คซ้าย ส่งผลให้ทีมต้องเล่นเหลือแค่ 10 คน และโดนควบคุมเกมอย่างสิ้นเชิง

  • รีล มาดริด ครองเกมได้ดีกว่า
  • เอ็มบัปเป ซัดจุดโทษผ่าน keeper ได้ไม่ต้องสงสัย
  • โอซาซูนา เหลือผู้เล่น 10 คน

ภายใต้การคุมทีมของ ชาบี อลอนโซ่ ผู้จัดการทีมวัยหนุ่งเตรียมแผนทัพให้ลงตัว เริ่มต้นฤดูกาลด้วยชัยชนะที่กำชับความมั่นคงภายในทีมอย่างชัดเจน และถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการพาทีมลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้

матчนี้ไม่เพียงแค่ชัยชนะครั้งแรกของทัพราชันชุดขาวในฤดูกาล แต่ยังเปิดฉากสร้างความเชื่อมั่นให้กับแฟนบอลได้เป็นอย่างดี หากสามารถรักษารูปเกมในลักษณะนี้ไว้ในเกมถัดๆ ไป ทีมมีสิทธิ์ลุ้นท็อปโฟร์อีกครั้งอย่างแน่นอน

ที่มา – “ราชันชุดขาว” เชือด “โอซาซูนา” เก็บ 3 แต้มประเดิมซีซั่นใหม่

หัวหน้าอุทยานฯภูสอยดาว เปิดใจ ภารกิจท้าทาย ช่วยนักท่องเที่ยวบนยอดเขา

เมื่อเร็วๆ นี้ เพจ “สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)” ได้โพสต์เรื่องราวจาก หัวหน้าอุทยานฯภูสอยดาว ที่เปิดเผยถึงภารกิจท้าทายในการดูแลนักท่องเที่ยวที่มาพิชิตยอดเขาสูงตระหง่าน ความท้าทายในการรักษาความปลอดภัยบนยอดเขาที่สูงถึง 1,633 เมตรจากระดับน้ำทะเลนั้น ถือเป็นงานที่ต้องอาศัยทั้งฝีมือ ความรับผิดชอบ และหัวใจที่เต็มไปด้วยความใส่ใจ

หัวหน้าอุทยานฯภูสอยดาว เปิดใจ ภารกิจท้าทาย ช่วยนักท่องเที่ยวบนยอดเขา

นายฟารุต ใจทัศน์กุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว กล่าวว่า ภารกิจหลักของเจ้าหน้าที่ในอุทยานคือ “การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในสถานการณ์ฉุกเฉิน” ซึ่งเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การป่วยกะทันหัน หรือแม้แต่ความเหนื่อยล้าที่เกินขีดจำกัด ซึ่งอาจนำไปสู่อันตรายต่อชีวิตได้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที

การทำงานหนักเพื่อความปลอดภัย

การลำเลียงผู้ป่วยจากยอดเขาลงมายังจุดที่ปลอดภัยถือเป็นภารกิจที่ต้องใช้ทั้งพลังกายและทักษะเฉพาะทางอย่างมาก โดยเจ้าหน้าที่ต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและมีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ใดๆ ทุกเวลา

ไม่เพียงแต่ช่วยเหลือเท่านั้น เจ้าหน้าที่ยังอยู่ประจำตามจุดสำคัญต่างๆ เพื่อบอกเล่าความรู้ด้านเส้นทาง ให้คำแนะนำ และเตือนภัยที่อาจเกิดขึ้นแก่นักท่องเที่ยว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุใดๆ ที่ไม่พึงประสงค์

หนึ่งในเรื่องที่ หัวหน้าอุทยานฯภูสอยดาว เน้นย้ำ คือ ความสำคัญของการเตรียมตัวก่อนเดินทางขึ้นภู โดยให้คำแนะนำดังนี้:

  • เตรียมร่างกายให้พร้อม ก่อนออกเดินทาง โดยควรออกกำลังกายล่วงหน้าเพื่อความฟิต
  • ประเมินสมรรถภาพตนเอง หากเหนื่อยง่ายหรือมีโรคประจำตัว ควรพิจารณางดเดินทาง
  • แจ้งโรคประจำตัว ให้เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า เพื่อประเมินความเหมาะสม
  • พกพายุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น รองเท้าลุยเขา เสื้อกันหนาว และยาประจำตัว
  • ใช้เบอร์ฉุกเฉิน ที่อุทยานฯ จัดเตรียมไว้ หากเกิดเหตุจำเป็นในระหว่างเดินทาง

ทีมงานอุทยานฯ ทุ่มเททำงานอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนที่มาเยือนสามารถผจญภัยได้อย่างปลอดภัยและยังคงความสวยงามของธรรมชาติไว้ให้กับคนรุ่นต่อไป

หากคุณมีแผนจะมา พิชิตภูสอยดาว อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมทั้งกายและใจ เพราะการเดินทางไปยังยอดเขานั้นเต็มไปด้วยความท้าทายที่ไม่ควรมองข้าม อย่าลืมติดตามข้อมูลจากอุทยานฯ และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและผู้อื่น

ที่มา – หัวหน้าอุทยานฯภูสอยดาว เปิดใจ ภารกิจท้าทาย ช่วยนักท่องเที่ยวบนยอดเขา