ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

“ตู้เย็น” อ้างความโปร่งใสถอนตัวไม่ร่วมศึกชิงแชมป์โลก

ในวงการกีฬาวอลเลย์บอลโลก มีประเด็นร้อนแรงเมื่อ “ตู้เย็น” หรือ เหงียน ถิ บิช เตวียน นักวอลเลย์บอลหญิงจากเวียดนามที่มีชื่อเสียงโด่งดังด้วยรูปร่างล่ำ บึ๊ก ชนะใจแฟน ๆ ชาวไทย ได้ประกาศถอยออกจากทีมชาติเวียดนามในศึก ชิงแชมป์โลก 2025 ที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 22 ส.ค. ถึง 7 ก.ย. นี้ โดยอ้างเหตุผลเกี่ยวกับข้อกำหนดใหม่ของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB)

“ตู้เย็น” อ้างความโปร่งใสถอนตัวไม่ร่วมศึกชิงแชมป์โลก

จากข่าวระบุว่า ตู้เย็น มีความกังวลอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับกฎระเบียบและข้อกำหนดใหม่จากองค์กร FIVB ที่ออกมายังไม่มีความชัดเจนเพียงพอ ทำให้นักกีฬาไม่สามารถมีความมั่นใจว่าจะได้รับความยุติธรรมในการแข่งขันอย่างแท้จริง เธอได้เปิดใจผ่านโพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า การตัดสินใจครั้งนี้ผ่านการคิดอย่างรอบคอบและด้วยความเคารพต่อทั้งทีมผู้ฝึกสอนและสหพันธ์วอลเลย์บอลเวียดนาม (VFV)

ไม่ปล่อยให้กฎระเบียบมาจำกัดศักดิ์ศรีนักกีฬา

“สำหรับฉัน กีฬาไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นเรื่องของความเคารพและความยุติธรรม ฉันรู้สึกว่ากฎระเบียบเหล่านี้ขาดความโปร่งใสและไม่ได้ให้ความยุติธรรมตามที่นักกีฬาสมควรได้รับ” ตู้เย็น กล่าว พร้อมเผยว่า “นักกีฬาทุกคนสมควรได้รับการแข่งขันในสภาพแวดล้อมที่ให้ความเคารพและเท่าเทียมกัน เพื่อปกป้องความซื่อสัตย์ของฉันและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นต่อทีม ฉันจึงตัดสินใจถอยออกมา”

แม้จะถอยจากการทำศึกในรายการนี้ แต่ ตู้เย็น ยังยืนยันว่าเธอเต็มใจให้ชัยชนะเป็นของเพื่อนร่วมทีม และจะใช้ช่วงเวลานี้ในการฝึกซ้อมและเตรียมตัวแข่งในรายการอื่น ๆ ให้ดียิ่งขึ้น เธอเป็นนักกีฬาที่มีความสูง 1.88 เมตร ที่โดดเด่นด้วยพลังแห่งการตบและท่าทางที่แข็งแกร่ง ทำให้หลายคนมองเห็นภาพลักษณ์ของเธอแตกต่างจากนักวอลเลย์บอลผู้หญิงทั่วไป

  • ปากกาและรูปร่างที่ถูกสงสัยเป็นเพศชาย
  • เคยให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่ปล่อยให้คำวิจารณ์กระทบฝันของเธอ
  • ทำผลงานโดดเด่นในซีวีลีกสนาม 2 เมื่อช่วยทีมเวียดนามเอาชนะไทยอย่างหวุดหวิด

ถือเป็นประเด็นที่หลายคนจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะในทีมเวียดนามเพิ่งมีกรณีเรื่อง “ตู้แช่” หรือ ดัง ธิ ฮอง ที่ถูกตัดสิทธิ์จากทีมชาติในรายการชิงแชมป์โลก U21 เพียงเพราะมีข่าวลือเกี่ยวกับเพศสภาพที่ไม่ชัดเจน ส่งผลให้หลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและมีความโปร่งใสมากขึ้น

เหตุการณ์รอบตัวนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเป็นนักกีฬาของจริง ไม่ใช่แค่แข่งขันด้วยความสามารถ แต่ยังต้องรู้จักยืนหยัดในความคิดและรักษาคุณธรรมความยุติธรรมไว้ในการเล่นกีฬา ไม่ใช่เพียงจำนวนแต้ม แต่เป็นภาพลักษณ์ของความบริสุทธิ์ใจในการสู้

ที่มา – “ตู้เย็น” อ้างความโปร่งใ实实在ไม่ร่วมศึกชิงแชมป์โลก

พล.อ.ประวิตร ให้กำลังใจทหารบาดเจ็บจากสู้รบไทย-กัมพูชา

เมื่อเวลา 8.30 น. วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และอดีต ผบ.ทบ. ได้เดินทางไปให้กำลังใจทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวน 8 นาย ซึ่งขณะนี้กำลังพักฟื้นตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

พล.อ.ประวิตร ให้กำลังใจทหารบาดเจ็บจากสู้รบไทย-กัมพูชา

พล.อ.ประวิตร ได้แสดงความห่วงใยอย่างใกล้ชิด โดยสอบถามอาการบาดเจ็บของทหารแต่ละราย และกล่าวให้กำลังใจอย่างเป็นพี่เป็นน้อง เหมือนคนในครอบครัว ท่านกล่าวว่าการมาในครั้งนี้ไม่ใช่ในฐานะคนการเมือง แต่เป็นในฐานะพี่ชายที่เคยร่วมงานและร่วมสู้กับเหล่าทหาร

การเสียสละของทหารคือเกียรติของชาติ

ท่านกล่าวเสริมว่า “ผมรู้ดีว่าการเสียสละแต่ละครั้งมีราคาสูง แต่สิ่งที่ทุกคนทำให้ชาติคือเกียรติยศที่มีค่ามากกว่าคำพูดใด ๆ อยากฝากถึงครอบครัวทหารทุกคนว่า ลูกหลานของท่านไม่ได้เจ็บฟรี ทุกหยดเลือดที่สาดออกไปคือเกียรติของกองทัพและของประเทศชาติ”

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้มอบกระเช้าผลไม้และเงินช่วยเหลือให้กับทหารที่ได้รับบาดเจ็บพร้อมครอบครัว เพื่อเป็นกำลังใจและสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวในช่วงเวลานี้

  • ให้กำลังใจทหารบาดเจ็บ 8 นาย
  • เยี่ยมที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
  • กล่าวถึงความเสียสละและความภาคภูมิใจ
  • มอบของขวัญและเงินช่วยเหลือ

เหตุการณ์การสู้รบระหว่างทหารไทยกับกลุ่มผู้บุกรุกจากด้านฝั่ง กัมพูชานั้น ถือเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง ทั้งในด้านความปลอดภัยและความมั่นคงของชายแดน ซึ่งการให้ความสำคัญและการสนับสนุนจากผู้นำระดับประเทศกับเหล่าทหารที่เสียสละ ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในภารกิจสำคัญที่กองทัพปฏิบัติอยู่

พล.อ.ประวิตร ในฐานะบุคคลที่มีประสบการณ์ในสนามรบมานาน จึงสามารถสื่อสารและให้กำลังใจอย่างแท้จริง ทั้งในเชิงจิตใจและเชิงจริยธรรม

การกระทำครั้งนี้ไม่เพียงแค่เป็นการให้กำลังใจในระดับร่างกาย แต่ยังเพิ่มพลังใจให้กับทั้งครอบครัวของทหารผู้กล้าหาญเหล่านี้ด้วยว่า มีคนคอยแบ่งเบาภาระ ให้เกียรติ และจดจำสิ่งที่พวกเขาเสียสละเพื่อชาติ

ความห่วงใยและการรับฟังจากผู้นำอย่าง พล.อ.ประวิตร ย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้กำลังใจแก่ทหารและประชาชนผู้มีส่วนรักษาความสงบสุขในพรมแดนไทย ซึ่งถือเป็นบทสนับสนุนที่ดีต่อภาพรวมของความมั่นคงในภูมิภาค

การให้สำคัญกับพลังของความสามัคคีและบริการเสียสละของเหล่าทหาร จะเป็นบทนำที่ดีในการสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าในการปกป้องบ้านเมืองอย่างมีความภาคภูมิใจ

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่มีจิตอาสาหรือชื่นชมในความกล้าหาญของทหารไทย เพียงแค่การแพร่ภาพและให้เกียรติในสิ่งที่พวกเขาทำ ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างกำลังใจในช่วงเวลาที่พวกเขาต้องการ

ที่มา – ‘พล.อ.ประวิตร’ห่วงใย รุดให้กำลังใจ ‘ทหาร’บาดเจ็บจากการสู้รบไทย – กัมพูชา

ธีรา-นพธีรา คนไทยคนที่สองร้องเพลง I dreamed about you OST

อีกหนึ่งชื่อที่กำลังโด่งดังในวงการบันเทิงเอเชียอย่างรวดเร็ว นั่นคือ “ธีรา-นพธีรา กุญแจทอง” หรือที่รู้จักกันในชื่อ T-RA เด็กสาววัย 15 ปีที่กลายเป็นคนไทยคนที่สองที่ได้ร้องเพลงประกอบซีรีส์เกาหลีระดับฮิต “I dreamed about you OST. ชาตินี้ฉันจะช่วยชีวิตท่านประธาน” โดยก่อนหน้านี้มีเพียง “มินนี่ (G) I-DLE” เท่านั้นที่ได้คว้าโอกาสแบบนี้

ธีรา-นพธีรา คนไทยคนที่สองร้องเพลง I dreamed about you OST

ธีรา เริ่มต้นเป็นเด็กฝึกที่ประเทศเกาหลีใต้เพียง 5 เดือน ก่อนจะได้รับโอกาสสุดพิเศษในการร้องเพลงประกอบซีรีส์เรื่องดัง ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่งมากสำหรับวัยรุ่นที่ยังไม่ผ่านกรอบมาตรฐานอุตสาหกรรม

ความสามารถด้านเสียงและการแสดงออกของเธอทำให้เธอถูกค่ายเพลงเลือกให้เป็นเสียงหลักของเพลง “I dreamed about you” ซึ่งเป็นเพลงที่สื่อถึงความรักอันบริสุทธิ์และหวานละมุน ภายใต้เรื่องราวของซีรีส์ที่เต็มไปด้วยปาฏิหาริย์และการย้อนเวลากลับมาเพื่อช่วยคนรัก

เส้นทางของเด็กฝึกที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

ธีรา เป็นเด็กกิจกรรมตัวจริงที่มากไปด้วยความรักในวงการบันเทิง เธอเริ่มต้นจากการเข้าร่วมการแสดง เต้นรำ และร้องเพลงตั้งแต่อายุน้อย ครอบครัวเป็นผู้สนับสนุนเต็มที่ จนเธอได้มีโอกาสเข้าแข่งขันและแสดงตัวอย่างต่อเนื่อง จนได้เข้าร่วมโปรแกรมเด็กฝึกในประเทศไทย และถูกคัดเลือกไปเทรนนิ่งต่อที่เกาหลีใต้

เธอเล่าถึงประสบการณ์ด้วยความตื่นเต้นว่า “หนูได้ฝึกมาประมาณ 5 เดือนแล้ว ได้รับประสบการณ์มากมายจากการเข้าห้องอัด ได้เรียนรู้จากการดูคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลี และได้ทำงานกับคนในวงการตั้งแต่ยังเด็ก” ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้เธอผ่านพ้นอุปสรรค์ต่างๆ และก้าวขึ้นแท่นร้องเพลงประกอบซีรีส์ได้สำเร็จ

คุณสมบัติที่ทำให้เธอโดดเด่น

  • ความสามารถด้านการร้อง — เสียงใสและอารมณ์ที่แนบแน่นในน้ำเสียง
  • ความมุ่งมั่น — ใช้เวลาเพียง 5 เดือนในการพัฒนาและคว้าโอกาส
  • ความขยัน — ซ้อมเพลงแค่ 2-3 วันก่อนเข้าห้องอัด
  • ทักษะการแสดงออก — สามารถถ่ายทอดความรู้สึกผ่านเพลงได้อย่างไร้ที่ติ

เพลง “I dreamed about you” เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความสามารถในการ “สื่ออารมณ์” ที่เธอมี เพราะเพลงนี้ต้องถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครนำที่ต้องย้อนเวลากลับมาเพื่อช่วยคนรัก ซึ่งเป็นแนวเพลงที่ต้องอาศัยการเข้าใจลึกซึ้ง

ความท้าทายคือการเริ่มต้นก่อนที่ซีรีส์จะออนแอร์ ทำให้เธอต้องจินตนาการภาพและ MV ในหัวเพื่อกำหนดอารมณ์ให้ตรงกับบริบทของเรื่อง ซึ่งถือเป็นทักษะขั้นสูงในวงการอินดัสเตรีย

เมื่อถามถึงเป้าหมายในอนาคต เธอกล่าวอย่างมั่นใจว่า “หนูอยากเป็นศิลปินมืออาชีพที่คนรู้จัก มีผลงานเพลงออกมาเยอะๆ และจะไม่หยุดฝึกฝนเสมอ” ซึ่งแน่นอนว่าเหตุการณ์นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่ยิ่งใหญ่

แฟนๆ และผู้ติดตามสามารถติดตามผลงานล่าสุดของเธอได้ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ รวมถึงช่องทางทางการของค่ายเพลงและซีรีส์ “I dreamed about you”

อย่าลืมให้กำลังใจ “ธีรา-นพธีรา คนไทยคนที่สองร้องเพลง I dreamed about you OST” ซึ่งกำลังสร้างชื่อเสียงให้คนไทยในวงการบันเทิงโลก

ที่มา – “ธีรา-นพธีรา” คนไทยคนที่สองที่ได้ร้องเพลง “I dreamed about you OST. ชาตินี้ฉันจะช่วยชีวิตท่านประธาน”

จับหนุ่มวัย 19 รับ 300 เปิดบัญชีม้าหลอกเหยื่อสูญกว่าครึ่งล้าน

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าวร้อยตชด.437 นำโดย ร.ต.อ.พิจิตร รักทอง หัวหน้าผู้สืบสวนร้อยตชด.437 หรือที่เรียกกันว่า “ชุดช้างศึกสองเล” ได้จับกุม นายณัฐฐากร อายุ 19 ปี ขณะกำลังทำงานในโรงงานเจียวหอม ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่บ้านนารังนก ตำบลแม่ทอม อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา

จับหนุ่มวัย 19 รับ 300 เปิดบัญชีม้าหลอกเหยื่อสูญกว่าครึ่งล้าน

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่สืบสวนและตรวจสอบข้อมูล จนทราบว่านายณัฐฐากร เป็นเจ้าของบัญชีม้าที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์นำไปใช้ในการโอนเงินจากเหยื่อที่ตกเป็นผู้เสียหาย โดยมีวงเงินการโอนผ่านบัญชีของเขาเพียงบัญชีเดียวสูงถึง 300,000 บาท

จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า เงินที่ถูกโอนออกมาจากการฉ้อโกงรวมเป็นจำนวนกว่า 500,000 บาท โดยผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกให้เชื่อว่าเป็นการลงทุนผ่านทางโทรศัพท์หรือแชท ซึ่งสุดท้ายกลายเป็นช่องทางให้กับคนกลางในการเอาเงินไปใช้ในทางที่ผิด

มีหมายจับติดตัวก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ ตรวจสอบประวัติเบื้องต้น ยังพบว่า นายณัฐฐากร มีหมายจับติดตัวก่อนหน้านี้ถึง 2 หมาย คือ หมายจับจากศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2557 และอีก 1 หมายจากศาลเช่นเดียวกัน เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ด้วยข้อหาเดียวกัน คือ ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนเอง

นอกจากนี้ ยังถูกกล่าวหาในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์และนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ซึ่งเป็นการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น

เมื่อสอบสวนเบื้องต้น นายณัฐฐากร ยอมรับว่าเคยรับจ้างเปิดบัญชีม้า และได้เงินเพียง 300 บาท โดยผู้ติดต่อแจ้งว่าจะใช้บัญชีเพื่อโอนเงินการค้าขายปกติ ไม่รู้ว่าจะถูกนำไปใช้ในการหลอกลวงผู้อื่นในระบบออนไลน์

หลังจับกุม เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว him ส่งตัวไปที่สถานีตำรวจโชคชัย กรุงเทพฯ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

อย่า轻易เปิดบัญชีให้ผู้อื่น

กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างชัดเจนว่า การเปิดบัญชีให้ผู้อื่นสามารถนำมาใช้ในทางที่ผิดได้ และแม้จะมีอายุไม่มาก แต่ก็ไม่ได้เป็นข้ออ้างให้รอดพ้นความผิด เพราะอย่างไรก็ตามหากกระทำผิดกฎหมายก็จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายเช่นกัน

ดังนั้น ทุกคนควรระมัดระวังในการจัดการบัญชีธนาคารของตนเอง และไม่ควรยอมให้บัญชีของตนเองไปอยู่ในมือของบุคคลอื่นไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน รายได้งานเสริม หรือแม้แต่ความรู้จักกันดี สิ่งเหล่านี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการถูกใช้เป็นเครื่องมือในการฉ้อโกง

สรุป: การระมัดระวังตัวเองในการใช้บัญชีธนาคารถือเป็นวิธีง่ายๆ แต่มีประโยชน์สูง ที่ทุกคนควรปฏิบัติเพื่อป้องกันตนเองจากการที่อาจกลายเป็นเครื่องมือในการฉ้อโกง โดยเฉพาะกับวัยเยาว์ที่อาจเข้าใจผิดเรื่องกฎหมาย

หากคุณคืออีกหนึ่งคนที่เคยได้รับข้อเสนอในการ “รับจ้างเปิดบัญชี” ให้ระวังเพราะนั่นอาจคือระบบคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังตามหา “ชื่อ” ของคุณอยู่

ที่มา – จับหนุ่มวัย 19 รับ 300 เปิดบัญชีม้า แก๊งคอลฯหลอกเหยื่อสูญกว่าครึ่งล้าน

กรมปศุสัตว์เปิดตัว ‘VaxHub-IBH’ ยกระดับการควบคุมโรคสัตว์ด้วยดิจิทัล

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมปศุสัตว์ ได้จัดงานเปิดตัวระบบ VaxHub แพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่สำหรับการจัดการวัคซีน และแนะนำ วัคซีนออโตจีนัสป้องกันโรคอินคลูชันบอดี เฮปาไตติส (IBH) เพื่อยกระดับมาตรฐานการควบคุมโรคสัตว์ในประเทศไทย ให้ทันสมัยและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น

กรมปศุสัตว์เปิดตัว ‘VaxHub-IBH’ ยกระดับการควบคุมโรคสัตว์ด้วยดิจิทัล

ในการเปิดตัวครั้งนี้ นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้กล่าวว่า ระบบที่พัฒนาขึ้นมาอย่าง VaxHub-IBH ถือเป็นก้าวสำคัญในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการวัคซีนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐในการยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพสัตว์และเสริมความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

เทคโนโลยีเพื่อเกษตรกรไทย

แพลตฟอร์ม VaxHub ช่วยให้เกษตรกรสามารถจองวัคซีนออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟน ตรวจสอบสถานะการจัดส่ง และรับวัคซีนที่สำนักงานปศุสัตว์ใกล้บ้าน โดยทุกขั้นตอนมีความโปร่งใส รวดเร็ว ลดความยุ่งยากในการเดินทางไปจองวัคซีนที่สถานที่ราชการ

นอกจากนี้ ระบบยังเปิดโอกาสให้สามารถจัดสรรวัคซีนตามความต้องการของพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะวัคซีน IBH ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันโรคที่แพร่ระบาดในไก่พ่อพันธุ์ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจของเกษตรกรโดยตรง

วัคซีนออโตจีนัส IBH เสริมความแข็งแกร่งให้การป้องกันโรค

อีก亮点สำคัญของงานคือการเปิดตัว วัคซีนออโตจีนัสป้องกันโรค IBH ซึ่งพัฒนาโดยใช้สายพันธุ์เชื้อที่แพร่ระบาดในประเทศไทย ช่วยให้วัคซีนมีความเข้ากันได้และได้ผลดีกว่ากับเชื้อที่มีอยู่จริงในท้องถิ่น

ทั้งนี้ วัคซีนตัวนี้ได้รับการวิจัยและพัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์กับมหาวิทยาลัยชั้นนำ อย่าง มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านสัตวแพทย์และพัฒนาภัณฑ์ทางชีวภาพรายแรง

  • ระบบจองวัคซีนออนไลน์สะดวก รวดเร็ว
  • วัคซีนผลิตในประเทศ ราคาประหยัด
  • ป้องกันโรคเฉพาะพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ
  • สนับสนุนระบบเกษตรกรรมยั่งยืน

ด้วยการผสมผสานดิจิทัลเข้ากับนวัตกรรมการผลิตวัคซีนไทยแท้ ‘VaxHub-IBH’ เกิดขึ้นเพื่อช่วยเกษตรกรไทยในทุกระดับ โดยเฉพาะกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ขนาดกลางและขนาดย่อมที่มักประสบปัญหาขาดแคลนวัคซีนหรือเข้าถึงบริการไม่ทั่วถึง

ทั้งนี้ หากคุณเป็นเกษตรกรหรือเจ้าของฟาร์มที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่ หรือผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

การพัฒนานี้ไม่เพียงยกระดับการให้บริการด้านสัตวแพทย์เท่านั้น แต่ยังช่วยสนับสนุนนโยบายประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวผ่านการเกษตรที่มีเทคโนโลยีและมีความยั่งยืน

ที่มา – กรมปศุสัตว์เปิดตัว ‘VaxHub-IBH’ ยกระดับการควบคุมโรคสัตว์ด้วยดิจิทัล

“สาลิกาดง” ผิดหวังแถลงโต้ “อิซัค” ไม่เคยให้สัญญาไว้

ล่าสุด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากกรณีของ “อิซัค” หรือ อเล็กซานเดอร์ อิซัค นั้นถือเป็นประเด็นร้อนแรงที่หลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขามีโพสต์บนโซเชียลมีเดียที่สร้างความปั่นป่วนให้กับแฟนบอลของสโมสร “สาลิกาดง” อย่าง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นทีมที่เขาค้าแข้งอยู่ในปัจจุบัน

“สาลิกาดง” ผิดหวังแถลงโต้ “อิซัค” ไม่เคยให้สัญญาไว้

จากข่าวที่ถูกเปิดเผยออกมาว่า “อิซัค” ได้แสดงความไม่พอใจและประกาศบนโซเชียลมีเดียว่าสัญญาของเขาไม่ได้รับการเคารพ และต้องการย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ทำให้ทางสโมสร “สาลิกาดง” จำเป็นต้องออกมาเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

นิวคาสเซิลยืนยันไม่เคยมีข้อตกลงใดๆ ทั้งสิ้น

ในแถลงการณ์ของสโมสร นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ระบุอย่างชัดเจนว่า “เราผิดหวังที่ได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับโพสต์บนโซเชียลมีเดียของอเล็กซานเดอร์ อิซัค เมื่อค่ำนี้ เรายืนยันอย่างชัดเจนว่าอเล็กซ์ยังคงมีสัญญา และสโมสรไม่เคยให้คำมั่นสัญญาใดๆ ว่าอเล็กซ์สามารถย้ายออกจากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์นี้”

ข้อความที่พวกเขาต้องการสื่อออกไปชัดเจนคือ ไม่มีการพูดคุยหรือข้อตกลงใดที่สามารถทำให้ “อิซัค” มีสิทธิในการย้ายทีมได้ในตอนนี้ และแม้จะมีข่าวนอกสนามอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับตัวเขา แต่สโมสรก็ยังมีความตั้งใจที่จะรักษาตัวเขาไว้ช่วยทีม

“เราต้องการรักษาผู้เล่นที่ดีที่สุดของเราไว้ แต่เราก็เข้าใจดีว่าผู้เล่นแต่ละคนมีความต้องการของตัวเอง และเรารับฟังความคิดเห็นของพวกเขา” อีกทั้ง “สาลิกาดง” ยืนยันว่า ไม่เคยมีข้อตกลงในการขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์นี้

  • ไม่มีข้อตกลงใดที่ทำให้ อิซัค ย้ายได้
  • สโมสรยังต้องการรักษานักเตะที่ดีที่สุดไว้
  • ตอบโต้ข่าวลือและสร้างความชัดเจนแก่แฟนบอล

สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือ ว่า “อิซัค” จะมีปฏิกิริยาอย่างไรหลังจากที่ “สาลิกาดง” ออกมาชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงจะมีทีมใดที่ยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจให้กับนักเตะรายนี้อีกหรือไม่

สำหรับแฟนบอล “สาลิกาดง” นั้นคงต้องคาดหวังว่าจะได้เห็น “อิซัค” กลับมาร่วมทีมอีกครั้ง เพื่อมาเคลียร์ปมข่าวลือต่างๆ และพิสูจน์ฝีเท้าให้ทุกคนได้เห็นถึงความสามารถของเขาต่อไป

ที่มา – “สาลิกาดง” ผิดหวังแถลงโต้ “อิซัค” ไม่เคยให้สัญญาไว้

ค่าเงินบาทอ่อนค่า 32.60 บาท ปรับตัวตามราคาทอง

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม เวลา 9:17 น. เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าอยู่ที่ระดับ 32.58-32.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยเทียบกับช่วงเย็นวานนี้ที่ปิดที่ 32.51 บาท ปรับตัวลงตามแนวโน้มของราคาทองคำในตลาดโลก และสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย

ค่าเงินบาทอ่อนค่า 32.60 บาท ปรับตัวตามราคาทอง

น.ส.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าในช่วงเช้าวันนี้ โดยได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก ยกตัวอย่างเช่น ราคาทองคำที่ปรับตัวลดลง รวมถึงทิศทางสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีแนวโน้มอ่อนค่าเช่นกัน

สกุลเงินโลกและตลาดรอข้อมูลสำคัญ

ขณะนี้ เงินดอลลาร์สหรัฐยังอยู่ในช่วง sideways trading หรือการเคลื่อนไหวแบบแกว่งตัวเป็นช่วง เนื่องจากนักลงทุนต่างจับตาดูข้อมูลสำคัญจากสหรัฐ โดยเฉพาะคำปราศัยของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในการสัมมนาประจำปี Jackson Hole ซึ่งคาดว่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต

ฝ่ายวิจัยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 32.45-32.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ ถัดไป จะมีปัจจัยสำคัญหลายด้านที่ต้องติดตาม ได้แก่

  • ฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างประเทศ
  • ทิศทางของราคาทองคำในตลาดโลก
  • ประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR จากธนาคารกลางจีน
  • รายงานการประชุม FED (29-30 ก.ค.)

สกุลเงินบาทในวันนี้มีแนวโน้มอ่อนค่าตามสภาวะตลาดโลก และราคาสินทรัพย์สำคัญ เช่น ทองคำ ซึ่งได้รับผลกระทบจากความคาดหวังเกี่ยวกับนโยบายการเงินของสหรัฐเป็นหลัก

แนวทางการติดตาม

หากคุณเป็นนักลงทุนระยะสั้น ควรติดตามข้อมูลข่าวสารเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มการลงทุนในตลาดเงินตราอย่างถูกต้อง และเพิ่มโอกาสในการบริหารความเสี่ยง

ที่มา – ค่าเงินบาทอ่อนค่า 32.60 บาท ปรับตัวตามราคาทอง ทิศทางสกุลเงินในเอเชีย

ยอดผู้ป่วยชิคุนกุนยาในเมืองฝอซานลดต่อเนื่อง ไร้ผลข้างเคียง

จากข่าวรายงานของสำนักข่าวซินหัว เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ระบุว่าในเมืองฝอซาน ประเทศจีน ซึ่งกำลังเผชิญกับการระบาดของโรคชิคุนกุนยาอย่างหนัก ซึ่งเชื้อโรคนี้มียุงเป็นพาหะนำโรค ได้เห็นแนวโน้มที่ค่อนข้างน่าปลื้มใจเมื่อพบว่าจำนวนยอดผู้ป่วยชิคุนกุนยาในเมืองฝอซานมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคมเป็นต้นมา ซึ่งในวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมามีรายงานผู้ป่วยรายใหม่เพียง 84 รายเท่านั้น

ยอดผู้ป่วยชิคุนกุนยาในเมืองฝอซาน

เหรินตงเซิง นักวิจัยจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติจีน ได้เปิดเผยว่า ในช่วงนี้มีรายงานยอดผู้ป่วยชิคุนกุนยาในเมืองฝอซานลดลงอย่างชัดเจน และในขณะนี้มาตรการควบคุมโรคก็ถูกพัฒนาให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเพิ่มเติมภายในชุมชน

อาการของโรคชิคุนกุนยา

ด้านเฉินจื้อไห่ ผู้อำนวยการศูนย์โรคติดเชื้อในโรงพยาบาลปักกิ่งตี้ถาน ซึ่งอยู่ในเครือมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์นครหลวง ได้อธิบายว่า ผู้ติดเชื้อชิคุนกุนยา มักมีอาการที่ชัดเจน เช่น ไข้สูง ขึ้นผื่น และปวดข้อ ซึ่งเหล่านี้เป็นอาการหลักที่พบได้บ่อยในยอดผู้ป่วยชิคุนกุนยาในเมืองฝอซาน ทว่าที่น่าทึ่งคือ ไม่มีรายงานถึงผลข้างเคียงจากโรคในผู้ป่วยรายใดเลย

สำหรับการลดลงของยอดผู้ป่วยชิคุนกุนยาในเมืองฝอซานนี้ อาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นักวิชาการระบุว่า สภาพแวดล้อมในมณฑลกวางตุ้งนั้นใช่จะเอื้อต่อการอยู่รอดของยุง โดยเฉพาะยุงโตเต็มวัยที่สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานถึง 1-2 เดือน หรือแม้แต่มากกว่านั้นหากมีแหล่งน้ำเหมาะสม

ในมุมนี้ หน่วยงานสาธารณสุขจึงเน้นย้ำว่า การกำจัดยุงโตเต็มวัยในพื้นที่ ถือเป็นวิธีการที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการควบคุมและป้องกันโรคชิคุนกุนยาอย่างมีประสิทธิภาพ

  • การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
  • ปิดภาชนะที่กักเก็บน้ำไว้
  • ใช้ยาฆ่าแมลงอย่างสม่ำเสมอ
  • สวมเสื้อผ้าที่ปกป้องผิวหนัง

ความก้าวหน้าของยอดผู้ป่วยชิคุนกุนยาในเมืองฝอซานในช่วงนี้ถือเป็นข่าวดีที่สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชนในชุมชน แม้โรคจะส่งผลกระทบครั้งใหญ่ในช่วงต้น แต่การดำเนินการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพทำให้สถานการณ์เบาบางลงไป

สุดท้ายนี้ ทุกคนควรระมัดระวังและมีส่วนร่วมในการป้องกันตนเองและชุมชนจากการแพร่ระบาดของโรคชิคุนกุนยา เพราะการป้องกันยังดีกว่าการรักษาเสมอ

ที่มา – ยอดผู้ป่วย “ชิคุนกุนยา” ในเมืองฝอซานลดต่อเนื่อง ไร้รายงานผลข้างเคียง

ราคาทองวันนี้ 20 ส.ค. ลดลง 150 บาท

ราคาทองวันนี้ 20 ส.ค. 68 เมื่อเวลา 09.02 น. ปรับตัวลดลง 150 บาท สู่บริเวณ 51,200 บาท เมื่อเทียบกับประกาศราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายของเมื่อวาน (อังคาร) ที่ระหว่างวันมีการประกาศราคาทองคำทั้งหมด 4 ครั้ง รวมราคาปรับตัวลดลง 100 บาท

ราคาทองคำในวันนี้ยังคงได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการชะลอตัวของการซื้อขายก่อนที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล ในช่วงสุดสัปดาห์นี้

ราคาทองวันนี้ 20 ส.ค. ลดลง 150 บาท

ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 51,100 บาท ขายออกบาทละ 51,200 บาท และทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 50,073.48 บาท ขายออกบาทละ 52,000 บาท

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองวันนี้ 20 ส.ค. ลดลง 150 บาท

ราคาทองคำ Spot เช้าวันนี้ปรับตัวลดลงสู่บริเวณแถวๆ 3,316 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำโคเม็กซ์สหรัฐปิดตลาดเมื่อคืนที่ผ่านมาร่วงลง 19.30 ดอลลาร์ สู่บริเวณ 3,358.70 ดอลลาร์

การเคลื่อนไหวของราคาทองในวันนี้สะท้อนถึงวิตกกังวลของตลาดเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนในนโยบายการเงินของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

  • แรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า
  • การชะลอการซื้อขายก่อนฟังคำปราศรัยของchairman เฟด
  • ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

แม้ว่าราคาทองวันนี้ 20 ส.ค. จะปรับตัวลดลง 150 บาท แต่ผู้ลงทุนบางส่วนมองว่าเป็นจังหวะในการสะสมทองคำเพื่อใช้เป็นสินทรัพย์คงทนและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากเงินเฟ้อในระยะยาว

หากคุณกำลังติดตามราคาทองคำเพื่อวางแผนการลงทุน ควรให้ความสำคัญต่อปัจจัยเศรษฐกิจระดับโลก เช่น นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ และสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่อาจกระทบตลาดการเงิน

ราคาทองวันนี้ 20 ส.ค. ลดลง 150 บาท เป็นสัญญาณของความไม่แน่นอนในตลาด ซึ่งอาจเป็นโอกาสหรือความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

ที่มา – ราคาทองวันนี้ 20 ส.ค. ลดลง 150 บาท

เปิดโผ 10 อันดับ ซุปตาร์เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ตัวท็อปแห่งวงการ งานปังที่สุดปี 2568!

ปี 2568 เรียกได้ว่าเป็นปีที่วงการบันเทิงไทยยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง แม้วงการละครจะมีอากาศซบเซาเล็กน้อย แต่ซุปตาร์ตัวท็อปของเมืองไทยกลับยังคงรักษาความฮอตแรงไว้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งในเรื่องของผลงานการแสดง ไปจนถึงจำนวนงานโฆษณาและอีเวนต์ที่แน่นเป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้ “บันเทิงเดลินิวส์ออนไลน์” จึงขอรวบรวมรายชื่อนักแสดงชาย-หญิงที่อยู่ในตำแหน่งหนึ่งของความโด่งดังและจำนวนงานที่มากมาย พร้อมกันนี้ก็คือ “เปิดโผ 10 อันดับ ซุปตาร์เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ตัวท็อปแห่งวงการ งานปังที่สุดปี 2568!”

เปิดโผ 10 อันดับ ซุปตาร์เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ตัวท็อปแห่งวงการ งานปังที่สุดปี 2568!

งานนี้เว็บไซต์บันเทิงจะพาแฟนๆ ชมกันแบบใกล้ชิดว่าใครบ้างที่นับว่าเป็นผู้ครองตำแหน่งซุปตาร์อันดับหนึ่งของเมืองไทยในปีนี้

นักแสดงชาย…งานแน่นอันดับต้นๆ ของวงการ

อันดับ 1: ณเดชน์ คูกิมิยะ

ยังคงเป็นหนึ่งในซุปตาร์ชายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากประชาชนและแบรนด์สินค้าแบบต่อเนื่อง ผลงานการแสดงละครแนวแนวโรแมนติกดราม่าตลอดจนงานพรีเซนเตอร์ที่กวาดครองอยู่ทั่วทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคด้านอาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแบรนด์ระดับโลก อีกทั้งยังมีงานอีเวนต์ต่างๆ ที่ปรากฏตัวอย่างต่อเนื่อง

อันดับ 2: เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข

จากพระเอกหนุ่มที่มีทั้งความน่ารักและแท้จริงในความสามารถทางด้านการแสดง ได้กวาดความนิยมจากแฟนๆ และจำนวนมากจากสื่อแบรนด์สินค้าต่างๆ ให้มาอยู่กับเขา ทั้งเรื่องของภาพลักษณ์ตัวละคร และในการรับงานอีเวนต์เปิดตัวสินค้าต่างๆ ที่เหล่านักแสดงทั่วไปมองว่ามีโอกาสสูงมาก

อันดับ 3: ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวารี

ไม่น้อยไปกว่าพระเอกคนอื่นๆ เลย โดยเฉพาะในตลาดระดับ-international เพราะหากแต่นักแสดงหนุ่มทำโฆษณาแบบมีกิจกรรมหรือ campaigns ที่จะได้ร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นระดับโลก พูดง่ายๆ ว่า สมองคิดเลยว่าเขาอาจจะได้ไปปรากฏตัวที่ Asian Red Carpet อย่างชัวร์ๆ เพราะการเลือกใช้ภาพลักษณ์เขา

อันดับ 4: มาริโอ้ เมาเร่อ

ᱚักษณ์ที่มีชีวิตชีวาและภาพลักษณ์ที่เข้าถึงผู้ชมในทุกกลุ่ม อีกทั้งยังเรียกความความน่าเชื่อถืออย่างต่อเนื่องจากแบรนด์มากมาย โดยเป็นแบบก้านเดียวรอให้งานเขาเข้ามาอย่างไม่หยุดนิ่ง เพราะหนุ่มโอ้เป็นมิตรกับสิ่งเจ้าของงานที่เข้าใจถึงความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

อันดับ 5: หมาก-ปริญ สุภารัตน์

ทำหน้าที่ครองหัวใจคนดูและการรักษาความนิยม เแต่ว่าเรื่อหมอหมาก ในการรับบทบาทละครที่มีแสงส่อง และการรับงานพรีเซนเตอร์ที่เข้ามามีมูลค่า ในหลายๆ รูปแบบ

นักแสดงหญิง…เจ้าแม่พรีเซนเตอร์แห่งยุค

อันดับ 1: ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์

สร้างความประทับใจให้คนทั่วไปด้วยความสามารถในการใส่บทบาทต่างๆ และมีคุณค่าในด้านของการเป็นพรีเซนเตอร์ สำหรับ //รูปแบบนี้:: นางเอกสาวเคยร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำหลายองค์กร ดังนั้นจึงสามารถเรียกได้ว่าเธอคือเธอคือ_SUPERTAR ที่พร้อมลุกขึ้นรถยนต์ไป

อันดับ 2: เบลล่า-ราณี แคมเปน

ตามกระแสและการทำงานของเธอ garanti พบว่าเธอสามารถรับบทและแสดงออกได้ดีที่สุด และเพิ่มเติมอีกว่า เธอเติมเต็มช่องว่างแบบ pull-up market โดยเฉพาะในกลุ่ม of young generations สูตรผสมกับความมีสไตล์ ความสามารถ และพรีเซนเตอร์โอกาสที่น่าความมารู้มาประชาสัมพันธ์ไอเดีย

อันดับ 3: อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ

จากญ่าอีกคนที่แม้ในทางของเนื้อหา จากละคร เธอยังเป็นที่ต้องการมากATIVE brand เพราะภาพคุณธรรมให้ผู้บริโภคผู้บริโภคในแนวทาง นอกจากสิ่งเหล่านี้ ยัง示范แนวตัวอย่างหนึ่งใน LEVELUP RETREATMENT moral โดยเฉพาะเมื่อเธอเสนอ Market Concept สุดใหม่

อันดับ 4: ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์

แม้จะได้รับบทบาท มาก็ยังให้ Region ที่สงบคือ extremity เธอเข้าถึงบทบาทเสอยโฉม นักแสดงฬารสามารถสร้างความเชื่อมโยงระหว่างตัวละครและจิตวิญญาณของเธอ ดังนั้นการมีบทบาทของเธอ ถือเป็น Future ที่ต้องหยิบ

อันดับ 5: โบว์-เมลดา สุศรี

ผู้ที่อยู่ในใจหลายๆ คน มากบน القضמעות และยังคงอยู่ในสายลมต่ำๆ สีขาวแสงเย็นๆ บนคอนเทนต์อย่าง “บันเทิง” รับบนโต๊ะ และไม่ว่าจะทำให้บริเวณไหน ก็มีแสงประกายใสๆน่ารักจริงๆ เพราะบางครั้ง ความเก่งบางครั้งต้องตามด้วยหัวใจที่สบาย

จากข้อมูลดังกล่าว เป็นที่ประจักษ์ว่าทั้ง 10 อันดับนี้แท้จริงแล้วอยู่ในระดับผู้นำของวงการบันเทิง ซึ่งเป็นตัวแทนของความสำเร็จในทุกด้านและยังปั้นชื่อเสียงโดยหลากหลายสเกล เช่น ทางด้านการแสดง จนไปถึงงานพรีเซนเตอร์ที่สำคัญมากกว่าใดก็ ทำให้ซุปตาร์เหล่านี้แตกครึ่งครึ่งจริง!

ใครที่ชื่นชอบและติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของพวกเขา ก็ต้องเตรียมหูฟังสาย—who-knows?

ที่มา – เปิดโผ 10 อันดับ ซุปตาร์เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ตัวท็อปแห่งวงการ งานปังที่สุดปี 2568!