ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ใบเตย อาร์สยาม สลัดผ้านุ่งวันพีซสีแดงแรงฤทธิ์ แซ่บสุดๆ

ไม่ว่าจะเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ความสวยของใบเตย อาร์สยามก็ยังคงเป๊ะอยู่เสมอ แม้เธอจะมีลูกสาวแล้ว แต่ความเซ็กซี่ของเธอกลับดูเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ออกมาอวดสไตล์ ล่าสุดเธอกลับมาเซ็กซี่อีกครั้ง แต่คราวนี้แรงกว่าเดิมด้วยวันพีซสีแดงเป๊ะสุดๆ

ใบเตย อาร์สยาม สลัดผ้านุ่งวันพีซสีแดงแรงฤทธิ์

เมื่อพูดถึงชื่อสาวใบเตย สุธีวันหรือที่หลายคนรู้จักในนามใบเตย อาร์สยาม บอกเลยว่าทุกครั้งที่เธอโพสต์ภาพลงโซเชียลมีเดีย แฟนๆ ต้องกดไลก์รัวๆ เพราะเธอมีความเซ็กซี่และมั่นใจในตัวเองแบบเต็มเปอร์เซ็นต์

ล่าสุดเธออวดความแซ่บด้วยการใส่วันพีซสีแดงปักหลักอยู่ในสระว่ายน้ำ ภาพที่สาวใบเตยโพสต์มานั้นต้องบอกว่าสวยจนโดนจับตา เพราะไม่ใช่แค่ชุดที่เข้ารูปจนเห็นทุกเส้นทุกเคอร์ฟของเธอ แต่ยังมีความมั่นใจและมีสไตล์มากที่สุด ดูแล้วฝืนใจไม่ได้ว่าเธอสวยจริงๆ

อารมณ์แรงระดับเซ็กซี่แรงท็อปไม่ใช่เล่น

ภาพที่เธอลงนั้นมีความ奓ำมาก จนหลายคนต้องกลับไปดูหลายรอบ เพราะไม่ใช่แค่ความสวยของเธอ แต่ยังใช้ท่าโพสที่ดูดีสุดๆ ในการดึงดูดสายตา ไม่ใช่แค่ผู้ชายที่มองแล้วถล้ำ แม้แต่ผู้หญิงก็ต้องยอมรับว่าเธอคือแรงบันดาลใจด้านความงาม

จะเห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้แต่งหน้าหนาๆ ออกมาเพื่อความสวย แต่ความมั่นใจและการดูแลตัวเองคือสิ่งที่ช่วยให้เธอสดใสแบบธรรมชาติ แถมยังน่ามองแบบสุดๆ งานนี้แฟนๆคงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงยังมีแฟนคลับเพียบ

  • ความเซ็กซี่ที่ไม่มีตก
  • ใช้สื่อสังคมอวดสไตล์แบบถล่ม
  • ใส่ใจในรายละเอียดการแต่งตัว
  • มั่นใจและมีสไตล์ที่ตัวเองเป็นเลิศ

สำหรับใครที่มองหาแรงบันดาลใจด้านความงามหรือการดูแลตัวเอง บอกเลยว่าใบเตย อาร์สยามคือหนึ่งในผู้หญิงที่ควรให้ความสำคัญ เพราะเธอกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง ใส่ใจในทุกรายละเอียด และแน่นอนว่าภาพที่เธอโพสต์มาจะต้องโดนใจทุกคนอย่างแน่นอน

ทั้งในด้านสุขภาพผิวพรรณ รูปร่าง หรือแม้แต่สไตล์ในการแต่งตัวเองให้เหมาะกับทุกโอกาส เธอยังทำได้ดีอย่างเหนือชั้น การเป็นแม่และยังคงความสุดเซ็กซี่ไม่ไปไหนถือเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงหลายต่อหลายคนเลยทีเดียว

สุดท้ายนี้ หากคุณยังไม่ได้ติดตามเธอ บอกเลยว่าพลาดดิ้นมาก เพราะเธอคือสาวเซ็กซี่ หลายคนต้องกดบอกรักให้เธออย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นในด้านสไตล์หรือเจ้าเสน่ห์ร้ายแรงที่แสดงออกมากับท่าโพสแต่ละครั้ง

ใครที่หลงใหลในสไตล์แบบนี้ไม่ควรพลาดจะตามให้ทัน เพราะเธอจะจบสุดแรงบันดาลใจให้ทุกคนอย่างแน่นอน

ที่มา – “ใบเตย อาร์สยาม” สลัดผ้านุ่งวันพีซสีแดงแรงฤทธิ์ คำว่าแซ่บคงจะน้อยไปต้องใช้คำว่าเซ็กซี่เล่นใหญ่จะเหมาะสมกว่า!

ชีวิตง่ายขึ้น! รัฐเปิดจ่ายภาษีรถผ่าน ‘เป๋าตัง’ เตรียมต่อยอดปี 69 ‘ใบขับขี่-จดทะเบียน’

ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญต่อการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คน รัฐบาลไทยก็ไม่ตกขบวนในการพัฒนาบริการด้านสาธารณะด้วยการนำนวัตกรรมมาใช้ประโยชน์ หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่เพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนคือ แอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งไม่เพียงแค่สนับสนุนการชำระเงินและรับสิทธิประโยชน์จากรัฐเท่านั้น แต่ยังถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ในด้านอื่น ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยล่าสุดมีการเปิดตัวให้สามารถจ่ายภาษีรถผ่านเป๋าตังได้อย่างง่ายดาย

ชีวิตง่ายขึ้น! รัฐเปิดจ่ายภาษีรถผ่าน ‘เป๋าตัง’ เตรียมต่อยอดปี 69 ‘ใบขับขี่-จดทะเบียน’

กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก และธนาคารกรุงไทย ร่วมกันพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ใน เป๋าตัง เพื่อรองรับการชำระภาษีรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชันอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ใช้งานอาจต้องเดินทางไปยังสำนักงานขนส่งหรือไปรษณีย์ เพื่อดำเนินการเหล่านี้ แต่ตอนนี้เพียงแค่มีสมาร์ทโฟนและแอปเป๋าตัง ก็สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา

ขั้นตอนง่าย ๆ จ่ายภาษีผ่านเป๋าตัง

ผู้ที่ต้องการชำระภาษีรถประจำปีผ่านแอปพลิเคชันสามารถทำได้โดยไม่ต้องยุ่งยาก ดังนี้:

  • เปิดแอปพลิเคชันเป๋าตัง
  • เลือกบริการ “ชำระภาษีรถประจำปี”
  • เลือกรถที่ต้องการชำระ หรือชำระแทนผู้อื่นได้
  • หากยังไม่ได้ซื้อ พ.ร.บ. ยังสามารถซื้อผ่านแอปได้ในขั้นตอนเดียวกัน
  • ชำระเงิน และรอรับเครื่องหมายการเสียภาษีผ่านระบบไปรษณีย์ หรือแสดงแบบดิจิทัลได้ 15 วัน

นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ช่วยลดเวลาในการเดินทาง ลดปัญหาคิวยาว และทำให้ทุกคนสามารถบริหารจัดการรถได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เตรียมต่อยอดในปี 2569

รัฐบาลมีแผนขยายการให้บริการผ่านแอปเป๋าตังในปี 2569 ด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์ต่ออายุใบขับขี่ดิจิทัล และการจดทะเบียนรถยนต์ผ่านระบบออนไลน์ โดยใช้เทคโนโลยี e-Service ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถยื่นเอกสารและทำเรื่องได้เองทางออนไลน์ คาดว่าจะเริ่มนำร่องในประเภทรถส่วนบุคคล (รย.1) และรถจักรยานยนต์ (รย.12) ก่อน แล้วจึงขยายไปยังรถประเภทอื่น ๆ

การใช้ e-Service ในการจดทะเบียนจะช่วยลดการใช้ป้ายแดง การรอคอย และเพิ่มความเร็วในการดำเนินการ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการมากขึ้นในเวลาเดียวกัน

การพัฒนาแอปเป๋าตังให้ครอบคลุมทั้งจ่ายภาษีรถ ต่ออายุใบขับขี่ และการจดทะเบียนนั้น เป็นการกระตุ้นให้รัฐบาลเข้าสู่ยุครัฐบาลดิจิทัลอย่างแท้จริง โดยให้บริการที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา และง่ายต่อการใช้งาน อย่างไรก็ตาม การใช้งานแอปอย่างต่อเนื่องก็จำเป็นต้องมีความพร้อมทั้งระบบ และการสนับสนุนจากประชาชนด้วย

หากคุณเป็นเจ้าของรถยนต์หรือมีความจำเป็นต้องจัดการเรื่องภาษีรถ การใช้งานแอปเป๋าตังจะช่วยให้ชีวิตคุณสะดวกสบายขึ้นเป็นอย่างยิ่ง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาที่สูญเปล่า และยังรองรับบริการใหม่ ๆ ที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

ที่มา – ชีวิตง่ายขึ้น! รัฐเปิดจ่ายภาษีรถผ่าน ‘เป๋าตัง’ เตรียมต่อยอดปี 69 ‘ใบขับขี่-จดทะเบียน’

สงครามเศรษฐกิจ! ฮุน เซน เตือนบอยคอตต์โค้กอาจทำลายกัมพูชา

ล่าสุด ฮุน เซน รองนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับกระแสการบอยคอตต์ผลิตภัณฑ์โคคา-โคลา ซึ่งมีการเชื่อมโยงกับกรณีศิลปินดังของกัมพูชาอย่าง VannDa ถูกยกเลิกสัญญา โดยเขาได้ระบุว่า การเรียกร้องให้บอยคอตต์นั้นอาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศมากกว่าที่คิด

สงครามเศรษฐกิจ! ฮุน เซน เตือนบอยคอตต์โค้กอาจทำลายกัมพูชา

ฮุน เซน ระบุว่าประชาชนควรมีสติในการตัดสินใจ โดยเฉพาะเมื่อเรื่องนี้มีมิติทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์โคคา-โคลาไม่ได้เป็นเพียงของต่างชาติเท่านั้น แต่มีการผลิตในกัมพูชาโดยใช้แรงงานท้องถิ่น มีการจ่ายภาษีเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ พร้อมสร้างรายได้และงานให้กับประชาชน

“หากเราหยุดซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในกัมพูชา ก็เหมือนกับเรากำลังทำลายคนของตนเอง” ฮุน เซน เตือนอย่างจริงจัง

ความขัดแย้งทางการเมืองหลังกรณี VannDa

ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทโคคา-โคลาในกัมพูชาได้ยกเลิกสัญญากับศิลปินชื่อดังอย่าง VannDa ซึ่งถูกมองว่าเป็นมุมมองที่ “เข้าข้าง” รัฐบาลไทย สร้างความไม่พอใจในวงกว้าง และนำไปสู่การเรียกร้องให้ประชาชนชาวกัมพูชาบอยคอตต์แบรนด์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม อีกมุมหนึ่งมองว่า นี่อาจเป็นกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจที่ใช้เบื้องหลัง ด้วยเป้าหมายคือสร้างแรงกดดันต่อกัมพูชา ไม่ใช่เพียงการทำให้งานของศิลปินคนหนึ่งหายไป

  • การบอยคอตต์อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น
  • แรงงานชาวกัมพูชากำลังต้องพึ่งพางานจากบริษัทต่างชาติ
  • การตัดสินใจควรผ่านการวิเคราะห์และไม่เผื่อ_ffหรือตกเป็นเหยื่อทางการเมือง

ฮุน เซน ย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องถูกพิจารณาเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะการตัดความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางเศรษฐกิจและการทูตของกัมพูชา

“บางทีการฉวยโอกาสใช้เรื่องศิลปินเป็นตัวกระตุ้น อาจเป็นกับดักที่ออกแบบมาเพื่อให้เศรษฐกิจของเราล่ม” ฮุน เซน เตือน

เขาย้ำด้วยว่า แม้จะมีเสียงเรียกร้องให้ออกมาแสดงจุดยืน แต่สุดท้ายแล้วอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องเช่นนี้ควรคำนึงถึงผลกระทบระยะยาวต่อประเทศด้วย

อย่างไรก็ตาม การตัดสินค้าจากแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งอาจสะท้อนถึงจิตสำนึกของฝ่ายประชาชน แต่หากไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน การลงมือควรมีความระมัดระวัง ห้ามปล่อยให้กลายเป็นช่องโหว่ให้กับรัฐอื่นที่แอบหวังให้เศรษฐกิจกัมพูชาร่วง

ในขณะนี้ หลายฝ่ายในกัมพูชายืนยันว่ากำลังเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เอาจริงเอาจังเรื่องนี้กลายเป็นศึกใหญ่ในสังเวียนเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

เหตุการณ์นี้ยังอีกหนึ่งบททดสอบให้ใครๆ ได้คิดว่า เมื่อเผชิญกับความดันทางการเมืองจะรักษาระดับการเติบโตของเศรษฐกิจและน้ำเสถียรภาพต่อประเทศตัวเองได้อย่างไร

ที่มา – สงครามเศรษฐกิจ! ‘ฮุน เซน’ ชี้บอยคอตต์โค้กคือกับดัก ‘ไทย’ เตือนประชาชนอย่าตกหลุมพราง

T&B Media เปิดโปรเจกต์ Chicks N Shell รวมคาแรกเตอร์ดังสู่เพลงเด็กคุ้นหู

T&B Media Global บริษัทชั้นนำด้าน Media Entertainment ที่มีพันธกิจ “Vibrate Happiness” ได้เปิดตัวโปรเจกต์ Chicks N Shell อย่างเป็นทางการ โดยโปรเจกต์นี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างประสบการณ์ความบันเทิงที่ผสมผสานระหว่างคาแรกเตอร์ยอดนิยมของ T&B เข้ากับบทเพลงเด็กคุ้นหูในรูปแบบ Nursery Rhymes เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กอย่างครบวงจร

Chicks N Shell รวมคาแรกเตอร์เพื่อเพลงเด็ก

โปรเจกต์ Chicks N Shell เป็นหนึ่งในช่องทางที่ T&B Media Global ใช้ในการสร้างการเชื่อมโยงทางอารมณ์ระหว่างเด็กกับคาแรกเตอร์ที่พวกเขาชื่นชอบ ผ่านบทเพลงที่สามารถร้องตามได้ง่ายและกระตุ้นการเรียนรู้ เช่น เพลง Baa Baa Black Sheep หรือ ABC Song ที่ถูกออกแบบใหม่ให้เข้ากับคาแรกเตอร์จาก T&B IPs ได้แก่ Shelldon, FriendZSpace, Food Truckers และ The Meeps

คุณภาพระดับสากลจากทีม In-House

ทุกบทเพลงใน Chicks N Shell ได้รับการออกแบบและพัฒนาโดยทีมงาน In-House ของ T&B Media Global ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการออกแบบคาแรกเตอร์, การสร้างแอนิเมชัน และการผลิตดนตรี ทุกขั้นตอนคำนึงถึงความปลอดภัยและความเหมาะสมกับเด็กเล็ก โดยเน้นโทนสีที่อ่อนโยน จังหวะภาพที่ช่วยกระตุ้นจินตนาการ และดนตรีที่มีแนวโน้มสร้างสมาธิ เช่น การผสมผสานเสียง Pink Noise ลงในเพลง Baa Baa Black Sheep

“เราอยากให้เด็กๆ รู้จักและผูกพันกับคาแรกเตอร์ของ T&B ผ่านเสียงเพลงที่คุ้นเคย ทั้งสนุก เพลิดเพลิน และได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน” คุณอัครวัฒน์ เรืองกิตต์อัคร Group Chief Investment Officer บริษัท T&B Media Global กล่าว

  • เจาะลึกด้านเนื้อหา: ทุกเพลงถูกออกแบบให้สนับสนุนการเรียนรู้ในหลากหลายมิติ
  • ระดับสากล: สำเนียงภาษาอังกฤษแบบสากลช่วยให้เด็กเรียนรู้ได้ง่ายในบริบทวัฒนธรรมต่างๆ
  • ปลอดภัยต่อพัฒนาการ: เนื้อหาทุกส่วนผ่านกระบวนการคัดเลือกที่เน้นประโยชน์ต่อสุขภาพจิตของเด็ก

T&B Media Global ตั้งเป้าก้าวสู่เวทีระดับโลกด้วยแนวคิด “Vibrate Happiness” โดย Chicks N Shell ไม่ใช่แค่โปรเจกต์เพลงเด็ก แต่เป็นรากฐานสำคัญในการเดินหน้าส่งต่อคุณค่าผ่านคอนเทนต์คุณภาพจากไทยสู่ครอบครัวทั่วโลก

สามารถติดตามและรับชมโปรเจกต์ Chicks N Shell ได้ทางช่อง YouTube: T&B Kids เพื่อให้ความบันเทิงและความรู้แก่ลูกน้อยของคุณผ่านมุมมองใหม่ ๆ

ที่มา – T&B Media Global เปิดตัวโปรเจกต์ “Chicks N Shell” รวมคาแรกเตอร์ดังสู่เพลงเด็กคุ้นหู

ซินเจียงเปิดบินส่งผลไม้ถึงดูไบภายใน 6 ชั่วโมง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เมืองอุรุมชี ประเทศจีน ได้มีการเปิดตัวเส้นทางขนส่งทางอากาศใหม่ที่เชื่อมระหว่าง ซินเจียง และ ดูไบ ด้วยเที่ยวบินตรงสำหรับสินค้าเกษตร ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการขนส่งสินค้าลงอย่างมาก โดยเฉพาะ ผักและผลไม้ ที่มีคุณภาพสูงจาก ซินเจียง ที่สามารถเดินทางไปถึง ดูไบ ได้ภายในเวลาเพียง 6 ชั่วโมงเท่านั้น

ซินเจียงเปิดเส้นทางบินตรงขนส่งผัก-ผลไม้สู่ดูไบ

รายงานจากสำนักข่าวซินหัวระบุว่า เที่ยวบินขนส่งสินค้าเที่ยวแรกมีการบรรทุกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรกว่า 18 ตันจาก ซินเจียง ได้แก่ เมลอน ผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศ องุ่น รวมถึงแอปเปิลอบแห้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าเอกลักษณ์ของพื้นที่

“การขนส่งสินค้าผ่านอากาศเป็นแนวทางที่สำคัญสำหรับการส่งออกสินค้าเกษตรที่เน้นคุณภาพและความสดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดต่างประเทศที่มีความต้องการสูง เช่น ตะวันออกกลาง”

การเปิดเส้นทางบินตรงนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาที่ผ่านมากับการขนส่งทางทะเลหรือทางรถไฟที่ใช้เวลานาน และอาจส่งผลให้สินค้าไม่คงคุณภาพได้

เป้าหมายการส่งออกเกษตรภายใต้เส้นทางใหม่

จูซื่อเฉียง ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผลไม้ซินเจียง เปิดเผยว่า ตลาด ดูไบ ถือเป็นตลาดหนึ่งที่มีศักยภาพสูง สำหรับสินค้าเกษตรจาก ซินเจียง เนื่องจากผู้บริโภคในพื้นที่นี้ชอบความหวานและคุณภาพของผลไม้จากภูมิภาคแห่งนี้

นอกจากนี้ ปัจจุบัน ซินเจียง มีการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ มากกว่า 10 แห่ง ได้แก่ ไทย คาซัคสถาน รัสเซีย และกำลังวางแผนขยายเส้นทางการส่งออกทางอากาศไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และยุโรปในอนาคตอันใกล้

  • ซินเจียง: แหล่งผลิตผลไม้และผักคุณภาพเยี่ยม
  • ความต้องการตลาดใน ดูไบ ที่สูงต่อผลไม้จากภูมิภาคเอเชียกลาง
  • การขนส่งทางอากาศช่วยรักษาความสดใหม่ของผลผลิตได้ดีที่สุด
  • ลดระยะเวลาเดินทางเพียง 6 ชั่วโมงต่อเส้นทางระหว่าง ซินเจียง และ ดูไบ

ด้วยการวางกลยุทธ์ที่ชัดเจนและการลงทุนในด้านโลจิสติกส์ทางอากาศ ซินเจียง กำลังเดินหน้าส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าเกษตรของตนบนเวทีโลก

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การขนส่งสินค้าเกษตรทางอากาศจาก ซินเจียง ไปยัง ดูไบ เป็นภาพสะท้อนของความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคเอเชียกลางและตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในระยะยาวยังขึ้นอยู่กับคุณภาพที่สม่ำเสมอและระบบที่รองรับความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – “ซินเจียง” เปิดเส้นทางบินตรง ขนส่งผัก-ผลไม้สู่ “ดูไบ” ภายใน 6 ชั่วโมง

LANY กลับมาพร้อมเพลง Know You Naked และอัลบั้มใหม่ Soft

วงดนตรี LANY กลับมารอบใหม่อีกครั้ง กับซิงเกิลล่าสุดที่ชื่อว่า Know You Naked ที่เรียกความคิดถึงแฟนเพลงได้อย่างล้นหลาม เพลงนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการคัมแบ็กของวงในสไตล์อันคุ้นเคย แต่ยังทำหน้าที่เป็นเพลงนำทางสู่อัลบั้มใหม่ Soft ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ ด้วยเสียงเพลงที่เบาหวานทะลุหัวใจ เรียกได้ว่าทั้งเก๋าและหวาน แบบ LANY เต็มตัวแน่นอน

LANY กลับมาพร้อมเพลง Know You Naked

การกลับมาของ LANY ด้วยเพลง Know You Naked ถือเป็นการเปิดโหมดความรู้สึกอย่างลึกซึ้งผ่านเนื้อเพลงที่ดูเหมือนจดหมายรักฉบับซึ้งที่สุด ร้องโดยเสียงของ Paul Klein ที่ยังเปราะบางแต่กลับดูเข้มแข็งขึ้น มาพร้อมกับเสียงดนตรีที่ทำเลเยอร์ไว้อย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นกีตาร์อินดัสเทรียล เสียงซินธ์ที่บาดหู หรือเสียงสแนร์ที่ให้ความหนักแน่น เรียกว่าทุกรายละเอียดถูกขัดเกลาจนเงางาม เพลงนี้สร้างความทรงจำให้กับแฟนเพลงเก่า ๆ และเปิดใจต้อนรับพวกเขาอย่างอบอุ่นสำหรับแฟนใหม่ ๆ ด้วย

อัลบั้ม Soft คือการเติบโตอย่างมีความหมาย

จะเห็นได้ว่าอัลบั้ม Soft ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเพลงใหม่ ๆ เท่านั้น แต่มันเป็นการพัฒนาของวงทั้งในเชิงดนตรีและอารมณ์ โดยเฉพาะในมุมมองของเนื้อเพลงที่นำเสนอมิติใหม่ของความเป็นมนุษย์ อัลบั้มนี้เปรียบเสมือนกระบวนการเสาะแสวงค้นจิตใจ ซึ่งนำเสนอความอ่อนโยนที่ยังคงไว้ภายใต้เปลือกภายนอกที่แข็งแกร่งขึ้น บอกเล่าเรื่องราวของคนที่ต้องโตขึ้นแต่ไม่อยากลืมสิ่งสำคัญที่อยู่ภายใน

  • เสียงที่คุ้นเคย – กีตาร์อินดี้สไตล์ West Coast
  • ความละเอียดอ่อน – เปียโนบอลลาดที่ใช้ในหลายแทร็ก
  • วิวัฒนาการ – การจัดวางแต่ละเสียงอย่างเท่าเทียม
  • แนวเพลงที่เป็นตัวตน – Bedroom pop และแนวอินดี้ป็อปคลาสสิก

LANY เลือกที่จะก้าวเดินข้างหน้าในทางของตัวเอง เช่นเดียวกับ Know You Naked ที่พาแฟนเพลงย้อนไปสู่ความคุ้นเคย ขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้เพลิดเพลินกับเสียงเพลงยุคใหม่ที่เติมเต็มความสัมพันธ์ระหว่างวงและแฟนเพลงได้อย่างลงตัว

ถ้าคุณเป็นแฟนของเสียงเพลงที่อ่อนโยนแต่ไม่ล้าหายจนเกินไป หรือเคยตกหลุมรักกับอารมณ์ของ LANY แล้วล่ะก็ อัลบั้ม Soft เล่มนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของคุณในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่จะมาถึง อีกทั้งยังเป็นอัลบั้มที่เหมาะกับการฟังท่ามกลางความเงียบ หรือใคร่ครวญถึงความรักที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี

ติดตามข่าววงการเพลงและศิลปินดังทั้งไทยและต่างประเทศได้ที่ Dailynews ทุกวัน ขอบคุณที่ยังรักและคอยติดตาม LANY แบบไม่มีเปลี่ยน

ที่มา – “LANY” กลับมาพร้อมสไตล์เพลงที่คุ้นเคยกับ “Know You Naked”เตรียมปล่อยอัลบั้มใหม่ Soft พร้อมซาวด์ที่คิดถึง

เขียว กันหะริด ชี้ขาดความน่าเชื่อถือ หลังจิรายุเชิญแล้วปฏิเสธ Michel Alfaro

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา เขียว กันหะริด อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศของกัมพูชา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับกรณีที่โฆษกรัฐบาลไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ มีพฤติกรรมที่ถูกมองว่าขาดความน่าเชื่อถือ หลังจากที่เชิญ Michel Alfaro ให้มาเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทย แต่กลับเปลี่ยนท่าทีและปฏิเสธไม่ให้เขาเดินทางเข้าประเทศในเวลาต่อมา

เขียว กันหะริด ชี้ขาดความน่าเชื่อถือ หลังเกิดเหตุการณ์

ในโพสต์ของเขา เขียว กันหะริด แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจนกับวิธีการสื่อสารของทางรัฐบาลไทย โดยเฉพาะทางฝั่งโฆษกรัฐบาลที่แสดงพฤติกรรมที่ไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของไทยในสายตาสาธารณชนเสียหายอย่างไม่น่าเกิดขึ้นมาก่อน

ความช้ำของภาพลักษณ์ไทยในเวทีนานาชาติ

เขียว เผยว่า เหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายให้กับภาพลักษณ์ของประเทศไทยอย่างหนัก โดยเฉพาะในแง่ของ “ความน่าเชื่อถือ” ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญขององค์กรหรือรัฐใด ๆ บนเวทีนานาชาติ เขากล่าวว่า “อย่ามาโกหกฉันแบบไทยๆ” ซึ่งเป็นการเสียดสีว่า พฤติกรรมแบบนี้ไม่น่าเกิดจากประเทศที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือในเวทีโลก

นอกจากนี้ เขียว ยังชี้ให้เห็นว่า การจัดการกับกรณีนี้ของรัฐบาลไทยไม่ได้มีลักษณะของความรับผิดชอบ กลับออกมาวิพากษ์ผู้อื่นอย่างไม่เป็นกลาง โดยไม่ยอมรับจุดบกพร่องที่ชัดเจนบนเวทีสาธารณะ ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วยิ่งทำให้ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลลดลงมากกว่าเดิม

  • ความไม่สม่ำเสมอในการสื่อสารทำให้เกิดความสับสน
  • การเชิญผู้เชี่ยวชาญหลังถูกวิจารณ์ สะท้อนให้เห็นถึงการตรากตรำ
  • ข้อกล่าวหาไม่มีหลักแหล่งที่ชัดเจน และยังสร้างความไม่ไว้วางใจระหว่างประเทศ

การแสดงความเห็นของ เขียว กันหะริด สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่ตรงไปตรงมาจากฝั่งเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะความคาดหวังที่มีต่อรัฐบาลไทยในแง่ของความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความมืออาชีพในด้านการสื่อสารกับสื่อมวลชนต่างประเทศ

สิ่งสำคัญที่รัฐบาลไทยควรได้เรียนรู้จากกรณีนี้คือ ความจริงใจและมืออาชีพในการจัดการกับปัญหา มากกว่าการตอบโต้เชิงอารมณ์ หรือกลับตีความสถานการณ์ใหม่อย่างทันทีทันใด

ทั้งนี้ ความเห็นของ เขียว กันหะริด ยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้นในเวลานี้ เนื่องจากความเชื่อมโยงและผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านที่อาจได้รับผลกระทบในระยะยาวหากยังไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของรัฐบาลไทยอย่างจริงจัง

ในที่สุดแล้ว ความน่าเชื่อถือต้องสร้างขึ้นด้วยการกระทำที่ยืดหยุ่นและมีหลักการ ไม่ใช่แค่คำพูดที่เปล่าๆ แล้วเปลี่ยนแปลงตามลมเอาช่วงได้

ที่มา – “เขียว กันหะริด” เย้ยโฆษกรัฐบาลไทย! ชี้ขาดความน่าเชื่อถือปมเชิญแล้วปฏิเสธ ‘Michel Alfaro’

ทำเนียบขาวเผย กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิในวอชิงตัน “อาจติดอาวุธ”

จากข่าวล่าสุดที่รายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา สื่อหลายสำนักได้อ้างอิงจากแหล่งข่าวภายในทำเนียบขาว ว่ากองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิได้รับคำสั่งจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้เดินทางมายังพื้นที่กรุงวอชิงตัน โดยมีข่าวลือว่าเจ้าหน้าที่ของหน่วยดังกล่าว “อาจติดอาวุธ” ในการปฏิบัติหน้าที่

ทำเนียบขาวเผย กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิในวอชิงตัน “อาจติดอาวุธ”

แม้จะมีการคาดการณ์ว่าเจ้าหน้าที่อาจติดอาวุธ แต่แหล่งข่าวได้ยืนยันว่า หน่วยนี้จะไม่เข้าไปมีบทบาทโดยตรงในการจับกุมผู้ต้องสงสัย แต่หน้าที่หลักคือ “การอารักขาทรัพย์สินของรัฐบาลกลาง” พร้อมทั้งให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางในการรักษาความสงบและปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่กรุงวอชิงตัน

คำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉินตามมาตรา 740

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยอ้างอิงอำนาจตามมาตรา 740 ของรัฐบัญญัติจัดการการปกครองตนเองของเขตปกครองตนเองโคลัมเบีย ซึ่งเป็นกฎหมายที่ควบคุมสถานะของกรุงวอชิงตัน โดยตามกฎหมายนี้ ประธานาธิบดีสามารถขอรับอำนาจในการควบคุมสำนักงานตำรวจนครบาลกรุงวอชิงตันได้เป็นเวลา 48 ชั่วโมง หากเกิด “สถานการณ์ฉุกเฉินพิเศษ”

หากต้องการใช้อำนาจนานกว่า 48 ชั่วโมง ประธานาธิบดีจะต้องแจ้งให้นายกเทศมนตรีและสภาเทศบาลกรุงวอชิงตันทราบ และหากต้องการขยายเวลานานถึง 30 วันขึ้นไป จะต้องขอให้สภาคองเกรสออกกฎหมายรับรอง

การเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่วอชิงตัน

ภายใต้บทบัญญัติดังกล่าว ทำให้กรณีครั้งนี้ถือเป็นการใช้อำนาจขั้นสูงสุดที่ประธานาธิบดีสามารถกระทำได้ในสถานการณ์ที่ต้องการรักษาความมั่นคง อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความกังวลในแวดวงสังคมเกี่ยวกับความเข้มงวดของมาตรการในการควบคุมพื้นที่ และการใช้สถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบังคับใช้กฎหมาย

ภาพจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนบริเวณอนุสรณ์สถานลินคอล์น ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางสำคัญของเมืองวอชิงตัน

แม้จะมีการอ้างว่าเป็นการสนับสนุนงานด้านความมั่นคง แต่การที่กองกำลังทหารกลางมาอยู่ในพื้นที่เมืองหลวงอาจยังคงมีประเด็นทางการเมืองและสิทธิพลเมืองที่ต้องได้รับการตรวจสอบอีกครั้ง

การกระทำของทำเนียบขาวในครั้งนี้จึงถือเป็นประเด็นสำคัญที่ทั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งและประชาชนทั่วไปควรจับตามอง เพราะมีผลต่อวิถีชีวิตและการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานในเมืองหลวงของสหรัฐอเมริกาอย่างมาก

ที่มา – ทำเนียบขาวเผย กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิในวอชิงตัน “อาจติดอาวุธ”

เบียร์ เดอะวอยซ์ สวยแซ่บ อวดลุคเซ็กซี่พิชิตใจแฟนๆ

เมื่อพูดถึงนักร้องสาวสวยและมีเสน่ห์ เรื่องของ “เบียร์ เดอะวอยซ์” ต้องยกให้เธอเลย เพราะเธอไม่ได้โดดเด่นแค่ด้วยเสียงที่ไพเราะเท่านั้น แต่ยังมีความสดใส น่ารัก ตามสไตล์สายแซ่บอีกด้วย

ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็เป็นที่จับตามองของหลายคน และล่าสุดเธอกลับมาเซอร์ไพรส์แฟนๆ อีกครั้งด้วยภาพชุดบิกินี่สุดแซ่บ ทั้งลุคผู้หญิงเก่งขับรถจนถึงการเดินเล่นริมทะเลอย่างชิลๆ พร้อมสไมล์หวานที่ทำเอาหนุ่มๆ ใจเต้นแรง

เบียร์ เดอะวอยซ์ สวยแซ่บ อวดลุคเซ็กซี่

ใครได้เห็นภาพล่าสุดของ เบียร์ ก็บอกเลยว่าอดใจไม่อยู่ เพราะเธอออกมาเผยลุคใหม่ในชุดว่ายน้ำที่กระชากสายตาแฟนๆ ได้เป็นอย่างดี เธอดูมั่นใจ ดูเป็นตัวของตัวเอง และเต็มไปด้วยพลังบวกที่ทำให้หลายคนต้องกดไลก์รัวๆ

ลุคเซ็กซี่ที่สร้างกระแสแรง

ความโดดเด่นของเบียร์คือการผสมผสานระหว่างความน่ารักและความเซ็กซี่เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นชุดนี้หรือชุดอื่นๆ ที่เธอเคยอวด ทุกลุคคือความปังระเบิดสเกลไม่ไหวเลย หลายคนถึงขั้นตั้งคำถามว่า “เธอสวยแบบนี้ได้ยังไง?” และเราก็ต้องยอมรับว่า ความมั่นใจเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เธอโดดเด่น

  • ภาพล่าสุดของเธอในชุดว่ายน้ำ
  • ลุคเซ็กซี่ทั้งในน้ำและบนหาดทราย
  • การจัดท่าโพสที่ดูเป็นธรรมชาติและมีสไตล์

ไม่ใช่แค่เรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่บรรยากาศการถ่ายแบบของเบียร์ เดอะวอยซ์ ยังมีเสน่ห์ในตัวเอง เผยให้เห็นความฉลาดและความสามารถในการสื่อสารกับ镜头 ด้วยสายตาและรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยพลัง

นอกจากจะได้รับคำชมจากเน็ตไอดอลและศิลปินวงการบันเทิงแล้ว เธอยังได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะการที่เธอไม่เคยทำตัวเก่งเกินไป แต่ยังคงความเป็นตัวเองไว้เสมอ

หากคุณยังไม่ได้ติดตามเธอ ล่ะก็ช้าไปแล้ว เพราะเธอคงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนในปีนี้อย่างแน่นอน การเปรียบเธอให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นใจและหญิงเก่ง ทำให้หลากหลายแบรนด์ต่างต้องการตัวเธอเป็นพรีเซนเตอร์ในอนาคตแน่นอน

เรียกได้ว่า เบียร์ เดอะวอยซ์ ไม่ใช่แค่นักร้องที่ร้องได้เพราะ แต่เธอยังคือผู้หญิงที่พร้อมจะส่องแสงของตัวเองให้ทุกคนได้เห็น และนั่นคือเหตุผลที่เธอยังคงครองใจแฟนๆ อยู่เสมอ

ที่มา – “เบียร์ เดอะวอยซ์” สวย แซ่บ ซ่าอวดลุคเซ็กซี่พิชิตใจแฟนๆ ทำหลายคนอดไม่ได้ต้องชมและเมนต์กันรัวๆ

เปิด PPP ให้บีทีเอสเดินรถต่อ 6 สถานีเชื่อมสายสีแดง

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 สำนักงานการจราจรและขนส่ง (สจส.) กรุงเทพมหานคร ได้จัดประชุมสัมมนาประชาสัมพันธ์โครงการและรับฟังความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้โครงการศึกษาและวิเคราะห์ระบบขนส่งมวลชนฯ ส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 ช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน ที่ราชพฤกษ์ฮอลล์ พร้อมการประชุมออนไลน์ผ่าน Zoom Cloud Meetings เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย PPP พ.ศ. 2562

เปิด PPP ให้บีทีเอสเดินรถต่อ 6 สถานีเชื่อมสายสีแดง

เส้นทางช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน เป็นหนึ่งใน 6 เส้นทางของกลุ่ม A2 ตามแผนพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนฯ (M-MAP 2) ที่เตรียมความพร้อมก่อนปี 2572 โดย สจส. กำลังศึกษาและทบทวนรูปแบบ PPP ที่ทำกับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสซี ซึ่งมีสัมปทานสายสีเขียวเพื่อร่วมทุนกับ กทม.

รายละเอียดโครงการเปิด PPP ให้บีทีเอสเดินรถต่อ 6 สถานีเชื่อมสายสีแดง

วงเงินลงทุนคาดการณ์อยู่ที่ประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท (รวมโครงสร้างทางวิ่งและระบบเดินรถ) การรถไฟฟ้าช่วงนี้ จะใช้ทางวิ่งยกระดับ 2 เลน ความยาว 7.5 กิโลเมตร แบ่งเป็น 6 สถานีหลัก ตั้งแต่สถานีบางแวก ไปจนถึงสถานีตลิ่งชัน ซึ่งเป็นจุดเชื่อมกับ สายสีแดง โดยหนึ่งในความใส่ใจของโครงการคือการสะท้อนเสียงจากประชาชนและภาคเอกชนในการออกแบบ.

  • สถานีบางแวก
  • สถานีบางเชือกหนัง
  • สถานีบางพรม
  • สถานีอินทราวาส
  • สถานีบรมราชชนนี
  • สถานีตลิ่งชัน

เส้นทางจะเริ่มจากจุดเชื่อมต่อกับโรงจอดรถของสายสีเขียว ส่วนต่อขยายตอนที่ 2 (ช่วงตากสิน-เพชรเกษม) แล้วไปตามแนวเกาะกลางถนนราชพฤกษ์ ระยะทางและแนวเส้นทางได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงจุดเชื่อมต่อสำคัญ เช่น ทางแยกบางแวก และทางด่วนกาญจนาภิเษก โดยทางรถไฟฟ้าจะสูงที่สุดแทนจุดห้าแยกลาดพร้าวเดิม ทำให้มีการเดินรถที่ปลอดภัยและคล่องตัวยิ่งขึ้น

เมื่อโครงการเสร็จสิ้นคาดว่าจะมีผู้โดยสารไม่ต่ำกว่า 8 หมื่นคนต่อวัน ซึ่งถือว่ามีศักยภาพสูง โดยการศึกษารายละเอียดโครงการจะแล้วเสร็จภายในปี 2569

โครงการเปิด PPP ให้บีทีเอสเดินรถต่อ 6 สถานีเชื่อมสายสีแดง ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในกทม. และเตรียมความพร้อมสำหรับเมืองอัจฉริยะในอนาคต

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการเดินรถต่อสายสีลม ได้ที่ Daily News และเช็กอัพเดตล่าสุดเกี่ยวกับสถานที่ตั้งและความคืบหน้าของโครงการฯ

ที่มา – เปิด PPP ให้ “บีทีเอส” เดินรถต่อ 6 สถานี เชื่อม “สายสีแดง” 19 ส.ค. ฟังเสียง “บางหว้า-ตลิ่งชัน”