ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

จากผู้ป่วยสู่จำเลย! สาวอ้างมะเร็งระดมเงิน 1.6 ล้าน

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. เกิดปรากฏการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจในโลกออนไลน์ เมื่อ “จากผู้ป่วยสู่จำเลย” กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างมาก หลังจากมีหญิงสาวรายหนึ่งอ้างว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมระยะ 3 และได้โพสต์ขอความช่วยเหลือเงินบริจาคในวงกว้าง ระบุว่าต้องการเงิน 520,000 บาทสำหรับค่ารักษาพยาบาล โดยเฉพาะค่ายาเคมีบำบัดและยามุ่งเป้าถึง 18 เข็ม ซึ่งอยู่นอกเหนือสิทธิประกันสังคม

จากผู้ป่วยสู่จำเลย

บทกลับมาของเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรมีแถลงการณ์ชี้แจงอย่างเป็นทางการว่าผู้ป่วยรายนี้ได้รับการรักษาตามมาตรฐานแล้ว และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ เหมือนกันกับโรงพยาบาลกรุงเทพพิษณุโลกในเครือ BDMS ที่ยืนยันอีกครั้งว่าผู้ป่วยสิทธิประกันสังคมไม่ถูกเรียกเก็บเงินใดๆ ทั้งสิ้น

ความรู้สึกไม่พอใจของผู้บริจาค

ความสงสัยในทันทีจึงเกิดขึ้นในสังคม เพราะหากผู้ป่วยได้รับการรักษาเต็มรูปแบบอยู่แล้ว แล้วเงินบริจาคกว่า 1.6 ล้านบาทที่รวมตัวกันมากจากผู้ใจบุญ จะถูกใช้ไปเพื่อทำอะไรกันแน่ คำถามนี้ยิ่งเพิ่มความเสียหายทางจิตใจให้กับผู้บริจาค โดยเฉพาะ “นายกร (นามสมมุติ)” หนึ่งในผู้บริจาครายใหญ่ ซึ่งออกมาเปิดเผยว่าตนเองตัดสินใจโอนเงินเพราะ “เชื่อว่าไม่มีใครเอาความเจ็บป่วยมาหลอก” แต่เมื่อทราบว่าเรื่องจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น เขากลับรู้สึกถูกใช้ความบริสุทธิ์ใจอย่างแรง

การที่ใครบางคนอ้างป่วยด้วยโรคหนักเพื่อระดมเงินจากสาธารณะชน จนรวมยอดได้มากถึง 1.6 ล้านบาทในช่วงเวลาสั้นๆ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของสังคมต่อผู้ที่เผชิญอุบัติเหตุหรือป่วยหนัก แต่ในขณะเดียวกัน หากปรากฏว่าเป็นการหลอกลวง ก็ย่อมส่งผลกระทบทั้งต่อความเชื่อมั่นของผู้บริจาค และระบบที่สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยจริงๆ

ดำเนินคดีแล้วจากผู้บริจาค

จากการรวบรวมข้อมูลชุดใหม่ ทำให้ผู้บริจาคหลายคนเกิดความผิดหวังและถึงขั้นโกรธแค้น ล่าสุด เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 17 ส.ค. นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้นำผู้บริจาครวมทั้งนายกร เจ้าของอาชีพช่างภาพวัย 27 ปี ไปแจ้งความ ณ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี ต่อผู้หญิงที่โพสต์ขอความช่วยเหลือในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

  • หญิงอ้างป่วยระดมเงินบริจาคสูงถึง 1.6 ล้านบาท
  • โรงพยาบาลชี้แจงว่าไม่มีการเรียกเก็บเงินเพิ่มจากผู้ป่วย
  • ผู้บริจาคระบุรู้สึกถูกหลอกลวง เงินควรใช้กับผู้ป่วยจริงแทน
  • มีการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว คาดพัฒนาการทางกฎหมายในเร็ววัน

นายกร กล่าวหลังการแจ้งความว่า “การระดมเงินผ่านสื่อออนไลน์นั้นถือว่ามีความรับผิดชอบต่อสาธารณะสูง แต่หากมีการใช้ช่องทางเหล่านี้ในทางที่ไม่เหมาะสม ก็จะทำลายความเชื่อมั่นของคนที่ต้องการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และหากเรื่องแบบนี้ยังคงเกิดขึ้น จะทำให้ผู้คนไม่กล้าให้ความช่วยเหลืออีกต่อไป”

ด้านทนายรณณรงค์ เสริมว่า กรณีนี้มีความเข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างชัดเจน และความผิดที่ส่งผลกระทบไม่เพียงแค่เป็นการเสียผลประโยชน์แก่บุคคล แต่ยังกระทบจิตใจของผู้บริจาค และน่าจะเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลของผู้ขอรับความช่วยเหลือจากสังคมอย่างรอบคอบ

หากยังมีเงินบริจาคเหลืออยู่ การใช้มันไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่เดือดร้อนจริง ๆ น่าจะเป็นทางออกระบายความผิดและสร้างคุณประโยชน์ให้กับทุกฝ่าย

ที่มา – จากผู้ป่วยสู่จำเลย!ผู้บริจาคโร่เอาผิดสาวอ้างป่วยมะเร็ง ระดมเงิน 1.6 ล้านบาท สุดท้ายรพ.แจงไม่จริง

บช.น.สอบภาพบ่อนไร้จัดตั้งใน กทม. เชื่ออาจเป็นขบวนการแบล็กเมล์โพสต์เรียกเก็บเงิน

จากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพบรรยากาศภายในบ่อนการพนันแห่งหนึ่ง ที่อ้างว่าตั้งอยู่ในพื้นที่หทัยราษฎร์ กทม. โดยภาพดังกล่าวมาจากกล้องวงจรปิด และระบุข้อความว่าเป็นบ่อนพนันของเฮียตี๋ มีนักพนันเข้าใช้บริการจำนวนมาก มีลูกน้องชื่ออ้วน (เสื้อเขียว) เป็นคนดูแล และการ์ดบ่อนพนันยังพกปืนไว้ด้วย ทำให้เน็ตไอดอลและประชาชนต่างแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก

บช.น.สอบภาพบ่อนไร้จัดตั้งใน กทม.

ล่าสุด พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการ บช.น. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการ น.3 เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการมีอยู่จริงของบ่อนดังกล่าวในพื้นที่เขตหทัยราษฎร์ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นของ บก.น.3 ยืนยันว่า ไม่มีบ่อนการพนันลักษณะดังกล่าวอยู่ในเขตที่รับผิดชอบแต่อย่างใด

เชื่ออาจเป็นขบวนการแบล็กเมล์โพสต์เรียกเก็บเงิน

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลใหม่ ๆ ชี้ให้เห็นว่าภาพดังกล่าวระบุว่าตั้งอยู่ที่คลอง 15 ซึ่งเป็นเขตที่ต่างจากพื้นที่ของ บช.น.โดยตรง เจ้าหน้าที่จึงมีความเชื่อว่า การเผยแพร่ภาพและข้อความนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการแบล็กเมล์ที่มีเจตนาใช้คลิปหรือภาพถ่ายบ่อนพนัน ไปเรียกรับสินบนจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หากไม่มีการจ่ายเงินก็จะนำคลิปไปแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการ

เมื่อมีการ-pane ภาพดังกล่าวออกไปอย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดีย จึงทำให้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างรอบด้านเพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นช่องทางที่ผู้ไม่หวังดีนำข้อมูลเท็จไปใช้ประโยชน์เพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัว

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 และภาค 2 ได้รับการประสานงานเพื่อทำการตรวจสอบต้นตอของภาพดังกล่าว และตรวจสอบว่ามีบ่อนใดอยู่จริงในพื้นที่หรือไม่ หากระบบพบการกระทำผิด จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

  • ภาพจากกล้องวงจรปิดถูกแชร์อย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดีย
  • ไม่มีการยืนยันการมีอยู่จริงของบ่อนที่กล่าวถึงในพื้นที่ กทม.
  • สงสัยว่าอาจมีเจตนาเรียกเก็บเงินจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่รับผิดชอบ
  • กำลังสืบสวนเพื่อหาผู้นำภาพไปโพสต์และตรวจสอบสถานที่จริง

จากเหตุการณ์นี้ ควรคำนึงถึงผลกระทบจากการแชร์ภาพข่าวลือที่อาจสร้างความเข้าใจผิดและกระทบต่อภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ รวมถึงอาจเป็นเครื่องมือในการก่ออาชญากรรมได้ ประชาชนควรพึงระวังข้อมูลที่แชร์บนโลกออนไลน์โดยไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน ซึ่งอาจเป็นเพียงกลยุทธ์เพื่อหว่านความไม่มั่นคงเข้าสู่สังคม

หากคุณได้เห็นข้อมูลที่น่าสงสัยเช่นนี้ ลองตรวจสอบจากช่องทางตรงของเจ้าหน้าที่ก่อนเชื่อถือ เพื่อไม่ให้ตนเองกลายเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข่าวลือ

ที่มา – บช.น.สอบภาพบ่อนไร้จัดตั้งใน กทม. เชื่ออาจเป็นขบวนการแบล็กเมล์โพสต์เรียกเก็บเงิน

ป้าสอด เต่าตนุหายดีแล้ว กลับสู่ทะเลลันตา

เรื่องราวดี ๆ ที่หลายคนรอคอย เมื่อ “ป้าสอด” เต่าตนุเพศเมียที่ป่วยและถูกช่วยเหลือ มีสุขภาพดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนถูกปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่หาดบ้านหลังสอด หมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ระหว่างการฟื้นฟูซึ่งใช้เวลานานกว่า 2 เดือน เจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาและศูนย์วิจัยทรัพยากรฯ ได้ดูแล ป้าสอด อย่างใกล้ชิด

ป้าสอด เต่าตนุหายดีแล้ว กลับสู่ทะเลลันตา

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีเต่าตนุว่ายน้ำผิดปกติบริเวณหาดหลังสอด ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ หลังตรวจสอบพบว่าเป็นเต่าตนุเพศเมีย มีขนาดความยาว 101 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 140 กิโลกรัม ไม่มีบาดแผลฉกรรจ์แต่ไม่สามารถว่ายน้ำได้ จึงรีบนำส่ง ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง เพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม

ชื่อว่า “ป้าสอด” เพราะความสัมพันธ์ที่อบอุ่นกับชุมชน

ชื่อ “ป้าสอด” เป็นชื่อที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ตั้งขึ้นด้วยความรักและความปรารถนาดี เพื่อแสดงถึงความผูกพันที่มีต่อสิ่งมีชีวิตตัวนี้ ซึ่งหลังจากได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ใกล้ช่วงปลายเดือนสิงหาคมปี 2025 ป้าสอด ก็ฟื้นตัวจนมีสุขภาพแข็งแรง โดยได้กลับมาปล่อยคืนธรรมชาติที่หาดบ้านหลังสอด ซึ่งเจ้าหน้าที่และชาวบ้านต่างมาร่วมเป็นสักขีพยานให้กำลังใจ

การปล่อย ป้าสอด คืนสู่ธรรมชาติในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการให้โอกาสใหม่แก่ชีวิตของสัตว์น้ำที่ใกล้สูญพันธุ์เท่านั้น ยังเป็นแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์และปกป้องสิ่งแวดล้อมทางทะเล และสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ องค์กรวิชาชีพ และชุมชนท้องถิ่น

ถ้อยความของเจ้าหน้าที่ระบุว่า สิ่งเหล่านี้เป็นบทพิสูจน์ถึงภารกิจสำคัญในการอนุรักษ์พันธุ์เต่าตนุ ที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง ดังนั้นทุกความร่วมมือ ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ ล้วนมีความหมายและมีผลต่อการรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล

หากคุณชื่นชอบธรรมชาติและสัตว์น้ำ อย่าลืมร่วมอนุรักษ์และปกป้องชั้นทรายชายหาด อย่าทิ้งขยะลงทะเล และเข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์สัตว์น้ำที่จัดขึ้นในพื้นที่ใกล้ตัวคุณ

ที่มา – ใจฟู! ‘ป้าสอด’ เต่าตนุหายป่วยแล้ว ส่งกลับบ้านสู่ท้องทะเลลันตา กระบี่

“ปืนใหญ่” บุกถล่ม “ผีแดง” นายทวาร “บายินดีร์” เสียบานอีกครั้ง

ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดฉากฤดูกาลใหม่ด้วยการปะทะกันระหว่าง “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และผลปรากฏว่า “ปืนใหญ่” สามารถบุกมาคว้าชัยชนะได้สำเร็จด้วยสกอร์ 1-0 ในเกมที่ “บายินดีร์” พลาดจังหวะใส่บอลให้ “ปืนใหญ่” พังประตูขึ้นนำไปตั้งแต่ครึ่งแรก

“ปืนใหญ่” บุกถล่ม “ผีแดง” เปิดฤดูกาลได้สำเร็จ

ตั้งแต่นาทีแรกของเกม ทั้งสองทีมต่างก็เริ่มเกมด้วยความกระตือรือร้น โดยเฉพาะทางฝั่งแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ครองบอลได้มากกว่า แต่กลับเป็น “ปืนใหญ่” ที่สามารถสร้างความเสียหายได้ก่อน เมื่อในนาทีที่ 13 จากจังหวะลูกเตะมุม อัลตาย บายินดีร์ พลาดจังหวะรับบอล ส่งผลให้บอลหลุดมาเข้าทาง ริคคาร์โด คาลาฟิออรี ที่หลุดเข้าไปโขกพังประตูให้อาร์เซนอลขึ้นนำไป 1-0

ครึ่งหลัง “ผีแดง” เริ่มขยับเกมส์บุกอีกครั้ง โดยมีโอกาสลุ้นตีเสมอจากลูกโหม่งของ ไบรอัน เอ็มเบอโม ในนาทีที่ 74 แต่น่าเสียดายที่ ดาบิด รายา นายทวาร “ปืนใหญ่” โชว์ฟอร์มเทพพุ่งตัดบอลไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยทีมรักษาสกอร์ได้จนหมดเวลาเตะ

การแสดงของ บายินดีร์ ที่เปิดโอกาสให้ “ปืนใหญ่” เก็บ 3 แต้มได้

หากพูดถึงฟอร์มการเล่นของ อัลตาย บายินดีร์ ในเกมนี้ บอกได้เลยว่ากุนซือ “ผีแดง” คงต้องพิจารณาโหวกเขาอีกครั้ง เนื่องจากศูนย์หน้าก็พลาดลูกเตะมุมที่ชัดเจน ทำให้ “ปืนใหญ่” ได้ประตูขึ้นนำไปตั้งแต่ครึ่งแรก แม้ว่าตัวผู้เล่นจะมีความเร็วและความสามารถในการจบสกอร์สูง แต่ในเกมนี้กลับเป็นจุดบกพร่องที่ทำให้ “ผีแดง” แพ้เกมสำคัญนี้ไป

ส่วนทาง “ปืนใหญ่” ก็ดูจะพร้อมเป็นอย่างมากสำหรับฤดูกาลใหม่ เก็บ 3 คะแนนแรกได้ในฐานะทีมเยือน กับผลงานการเล่นทั้งด้านการรับและการบุกที่น่าประทับใจ โดยเฉพาะการเล่นของ ริคคาร์โด คาลาฟิออรี ที่ฟอร์มอันตรายทำให้แนวรุกของทีมจัดเต็ม

เป็นอีกหนึ่งเกมที่แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนในศึก พรีเมียร์ลีก ที่การเตรียมตัวเพียงดีไม่เพียงพอหากผู้เล่นมีฟอร์มหลุด หรือพลาดจังหวะสำคัญ เช่นเดียวกับในเกมนี้ มันชัดเจนว่า “ผีแดง” เสียเปรียบในช่วงเวลาสำคัญ ส่วน “ปืนใหญ่” ทำได้ดีกว่าเมื่อได้โอกาส

ทั้งนี้เป็นการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่อย่างมั่นคงของอันดับที่ “ปืนใหญ่” ที่แสดงให้เห็นถึง野心ในการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ ส่วน “ผีแดง” มีหนทางอีกยาวในการกลับมายืนอยู่จุดสูงของตาราง

ติดตามพวกเราเพื่อติดตามวิเคราะห์เกมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตลอดทั้งฤดูกาล และติดตามเสวนาการเมืองในวงการลูกหนัง

ที่มา – “ผีแดง” ซึมโดน “ปืนใหญ่” บุกเชือดคาบ้าน “บายินดีร์” แจกอีกแล้ว

ทนไม่ไหวแล้ว! น้องชายฟิวส์ขาด แทงพี่ดับคาบ้านหลังถูกด่าซ้ำๆ

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์เศร้าสะพรึงใจที่อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ หลังจากเกิดโศกนาฏกรรมในครอบครัว เมื่อน้องชาย ฟิวส์ขาด จนถึงขั้น แทงพี่ชายเสียชีวิต เพราะทนความรุนแรงทางวาจาไม่ไหว

ทนไม่ไหวแล้ว! น้องชายฟิวส์ขาด แทงพี่ดับคาบ้าน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 17 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอำนาจเจริญ ได้รับแจ้งเหตุและรีบเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุในตำบลบุ่ง ที่บ้านหลังหนึ่ง

เมื่อไปถึงพบว่า นายธานินทร์ โสภะบุญ อายุ 33 ปี ผู้ก่อเหตุ ยังถือมีดในมืออยู่ กับกองเลือดขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล ส่วนเหยื่อคือ นายอมรเทพ โสภะบุญ อายุ 47 ปี พี่ชายของนายธานินทร์ ซึ่งถูกแทงที่ไหปลาร้าและชายโครง 2 แผล

แม้เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะรีบนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลทันที แต่นายอมรเทพก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากบาดแผลสาหัส

ฟิวส์ขาดที่ทนด่าซ้ำๆ นานนับเดือน

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายธานินทร์ยอมรับว่าก่อเหตุจริง สาเหตุเกิดจากความรู้สึกอึดอัดที่ถูกด่าทอโดยพี่ชายเป็นประจำ ซึ่งแบกมานานหลายปี

ต้นเหตุเริ่มต้นจากตอนที่ทั้งสองยังนั่งกินข้าวรวมกับหลานชาย แต่นายอมรเทพเข้ามาด่าทอนายธานินทร์อย่างรุนแรง จนไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ จึงคว้ามีดที่อยู่ใกล้ตัว และลงมือทำร้ายจนถึงขั้นเสียชีวิต

  • เกิดจากการใช้ความรุนแรงทางวาจาอย่างต่อเนื่อง
  • ความคับแค้นใจที่สะสมมานาน
  • ไม่มีพยานหลักฐานว่ามีอาวุธอื่นนอกจากมีด

หลานชายที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนในบ้านหลายคนกำลังกินข้าว ทันใดนั้น น้าอมร เข้ามานั่งและเริ่มใช้ถ้อยคำดูแคลนใส่นายธานินทร์ จนเกิดการทะเลาะกัน เมื่อความรู้สึกถึงจุดหนึ่ง นายธานินทร์จึงเหมือน ฟิวส์ขาด และลงมือแทงพี่ชายตายทันที

เหตุการณ์นี้สะเทือนจิตใจครอบครัวและชุมชนอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับเด็กในบ้านที่ต้องเป็นพยานต่อเหตุการณ์รุนแรง

โทษที่ตามมาและบทเรียนจากความรุนแรงในครอบครัว

หลังเกิดเหตุ ตำรวจแจ้งข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย” กับนายธานินทร์ และอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหารุนแรงทางจิตใจในครอบครัว ซึ่งอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ผิดพลาดอย่างไม่อาจคาดคิดได้ การสื่อสารภายในครอบครัวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนไม่ควรละเลย

ในสังคมปัจจุบัน ความเข้าใจและการดูแลสุขภาพจิตกับคนในครอบครัวสำคัญยิ่ง หากคุณหรือคนรอบข้างมี signs ที่จะทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น ควรถามไถ่และหันไปหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอความช่วยเหลือทันท่วงที

อย่าให้ถ้อยคำทำลายคนที่คุณรักไว้จนสายเกินไป

ที่มา – ทนไม่ไหวแล้ว!” น้องชายฟิวส์ขาด แทงพี่ดับคาบ้าน หลังถูกด่าซ้ำๆ

คำขอสุดท้ายจากญี่ปุ่นเผยความเสียหายจากทุ่นระเบิด

เมื่อวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568 นายนิชิโอะกะ ทัตสึชิ รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต และอัครราชทูตแห่งประเทศญี่ปุ่นประจำประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้แทนทางการทูตได้เดินทางไปยังพื้นที่ใกล้เขตชายแดนกัมพูชาที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเข้าสังเกตการณ์สถานการณ์ความเสียหายจากเหตุ ทุ่นระเบิด และให้ความสำคัญต่อการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

คำขอสุดท้ายจากแดนอาทิตย์อุทัยเกี่ยวกับทุ่นระเบิด

หลังจากการลงพื้นที่ นายนิชิโอะกะได้เปิดเผยถึงความเสียหายอย่างหนักที่เกิดขึ้นจากการบูรณะ ทุ่นระเบิด พร้อมทั้งส่ง คำขอสุดท้าย ให้ความร่วมมือต่อเนื่องกับองค์กรที่เกี่ยวข้องในการลดผลกระทบจาก ทุ่นระเบิด และปรารถนาอย่างยิ่งว่าจะไม่มีรายงานอีกครั้งเกี่ยวกับผู้ประสบอันตรายจากเหตุการณ์ลักษณะนี้

ความมุ่งมั่นระดับนานาชาติ

ญี่ปุ่นในฐานะประธานการประชุมรัฐภาคีตามอนุสัญญาออตตาวา ปี พ.ศ. 2568 ได้ตอกย้ำว่าจะส่งเสริมการเจรจาและหารืออย่างจริงจังกับประเทศสมาชิก เพื่อยืนยันการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพในการกำจัด ทุ่นระเบิด ซึ่งยังคงเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน

ทั้งนี้จากการติดตามการปฏิบัติจริงในพื้นที่ยังพบว่า ยานพาหนะและอุปกรณ์ที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นได้มอบให้แก่หน่วยงานเก็บกู้ ทุ่นระเบิด มีการนำมาใช้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ โดยมีเจ้าหน้าที่รายงานว่าการสนับสนุนดังกล่าวช่วยเร่งกระบวนการทำงานในพื้นที่ได้ดีมาก

  • เยี่ยมชมสถานที่ที่ได้รับผลกระทบจาก ทุ่นระเบิด
  • แลกเปลี่ยนข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เก็บกู้ ทุ่นระเบิด
  • ยืนยันความร่วมมือในการดำเนินงานด้านมนุษยธรรม
  • สนับสนุนยานพาหนะและอุปกรณ์แก่หน่วยเก็บกู้

นายนิชิโอะกะกล่าวในตอนท้ายว่า “เราทุกคนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่มีเหตุการณ์อันตรายจากทุ่นระเบิดเกิดขึ้นอีก และเราหวังว่าการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างจริงจังจะช่วยให้สภาพแวดล้อมในพื้นที่กลับคืนสู่ความสงบและความปลอดภัยภายในเร็ววัน”

ก้าวสำคัญในการแก้ปัญหาของภัยคุกคามจากทุ่นระเบิดที่ยังคงมีอยู่ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนนั้นต้องการทั้งความร่วมมือและความรับผิดชอบจากทุกภาคส่วน เป็นบทพิสูจน์ถึงพลังของความเป็นมนุษยธรรมที่สามารถลดผลกระทบและทำให้สถานการณ์ดีขึ้นได้

ที่มา – คำขอสุดท้าย’ จากแดนอาทิตย์อุทัย ญี่ปุ่นเผยความเสียหาย ‘ทุ่นระเบิด’ วิงวอนให้ความสูญเสียสิ้นสุด

ชายกระโดดสะพานนนทบุรีเสียชีวิตหลังค้นหาร่างนานกว่า 2 ชม.

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา เหตุการณ์ความเศร้าโศกได้เกิดขึ้นที่สะพานเจษฎาบดินทร์ บริเวณโรงเรียนศรีบุณยานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อมีชายคนหนึ่งกระโดดลงจากสะพานและจมน้ำเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีที่พ witness เหตุการณ์ และได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ประดาน้ำชุดนทีร่วมกตัญญูเข้าตรวจสอบทันที

ชายกระโดดสะพานนนทบุรี เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่น่าเศร้า

ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ประดาน้ำจำนวน 5 นาย พร้อมอุปกรณ์จำเป็นได้ลงเรือท้องแบนเพื่อค้นหาร่างผู้สูญหายในบริเวณน้ำใต้สะพาน ใช้เวลาในการค้นหานานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนจะพบร่างของชายวัย 32 ปี ซึ่งทำงานเป็นพนักงานการท่องเที่ยว ขณะพบมีการสวมเสื้อยืดสีแดงและกางเกงยีนขายาว ไม่พบบาดแผลภายนอก แต่พบทรัพย์สินภายในตัวครบถ้วน เช่น กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ นาฬิกา กำไล และไฟแช็ค

รถยนต์ถูกทิ้งไว้ใต้สะพาน

รถยนต์ของผู้เสียชีวิตเป็นรถจักรยานยนต์ Yamaha Nouvo สีดำ ทะเบียน วรม 446 กทม. ถูกทิ้งจอดอยู่บริเวณใต้สะพานจากข้อมูลการสอบถามพยาน ซึ่งระบุว่าชายคนดังกล่าวกระโดดลงมาจากสะพานโดยไม่ร้องขอความช่วยเหลือ และจมหายไปหลังลอยคออยู่สักครู่

จากคำให้การของญาติและเพื่อนฝูง ทราบว่าผู้เสียชีวิตมีนิสัยเงียบ ไม่ค่อยพูด และมีความเครียดจากปัญหาคดีความเรื่องหนี้สินที่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุการเสียชีวิตอย่างแท้จริง และจะได้นำข้อมูลไปใช้ในการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

ความเศร้าสลบของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นควรเป็นบทเรียนให้เรามองแล้วเห็นใจครอบครัวผู้เสียชีวิต และใคร่ครวญถึงปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามในสังคมปัจจุบัน

หากคุณรู้สึกเครียดหรือมีความทุกข์ใจ อย่าลังเลที่จะหาผู้ให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัว หรือผู้เชี่ยวชาญด้านจิตใจ เพราะการพูดคุยอาจเป็นสิ่งที่ช่วยคุณผ่านพ้นวันที่มืดมนเหล่านั้นได้

ที่มา – ชายกระโดดสะพานนนทบุรี เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ค้นหาร่างใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง

เป้ MVL ยันไม่ใช่คนเดิม ชีวิตเปลี่ยนเพราะลูกแฝด

เคยเป็นหนุ่มเจ้าชู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการบันเทิงไทย สำหรับ เป้-บดินทร์ เจริญราษฎร์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ เป้ MVL แต่ตอนนี้เจ้าตัวยอมรับว่าตัวเองไม่ใช่เป้คนเดิมอีกแล้ว ทุกอย่างในชีวิตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลังมีลูกแฝดสองคนเข้ามาเติมเต็มชีวิต จนทำให้สไตล์การทำงาน ลักษณะนิสัย และความรับผิดชอบเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เป้ MVL ยันตัวเองไม่ใช่คนเดิม ทุกสิ่งในชีวิตเปลี่ยนเพราะถูกลูกแฝดกำราบเสือ!

ล่าสุด เป้ MVL ได้มีโอกาสเปิดใจถึงการเปลี่ยนแปลงในชีวิตทั้งในด้านส่วนตัวและงานอาชีพ โดยเฉพาะบทบาทใหม่ในฐานะ Show Director และ Music Director ในคอนเสิร์ต “ลิเกออนแอร์ ตอน ซี๊ดแน่ แม่จ๋า” ซึ่งถือเป็นโปรเจกต์ระดับท็อปที่เขาไม่เคยทำมาก่อน “กับบทบาทใหม่ในครั้งนี้ก็ตื่นเต้นครับ เพราะส่วนใหญ่เวลาทำอยู่เบื้องหลังจะเป็นโปรดิวเซอร์อยู่ในสตูดิโอ แต่ว่าคราวนี้รู้สึกว่าเราได้มีโอกาสใช้ประสบการณ์ ได้ใช้ความสามารถในอีกเชิงหนึ่งที่เราไม่เคยได้ทำมาก่อน”

“จริงๆ แล้วผมมองว่ามันเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมเพราะว่าเราอยู่ในวงการนี้มาประมาณเกือบ 20 ปี การที่เราจะเอาประสบการณ์เหล่านี้มาช่วยมาผลักดันให้เกิดสิ่งใหม่ๆ กับวงการบ้านเราก็ถือว่าเป็นเรื่องดี” เป้ MVL เผยต่อ

การเป็นพ่อทำให้เขามองโลกอย่างมีลอจิก

ลูกแฝดวัย 4 ขวบสองคนของ “เป้” กลายเป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้เขาพัฒนาตัวเอง มีความละเอียดอ่อน และเข้าใจสิ่งต่างๆ อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น “เด็กๆ เขาเหมือนเป็นกระจกเงาสะท้อนตัวเรา ไม่ว่าเราจะเป็นแบบไหนเขาก็จะเป็นแบบนั้น เราอยากให้ลูกเป็นเด็กที่ใจเย็น เราต้องใจเย็น อยากให้ลูกเป็นคนมีเหตุผล เราก็ต้องมีเหตุผลกับลูกด้วย”

เขาเปรียบเสมือน “ถูกลูกแฝดกำราบเสือ” อย่างแท้จริง การใช้ชีวิตในวัยหนุ่มที่เคยเน้นความสนุกสนาน ไม่ต้องกังวลพรุ่งนี้จะเป็นยังไง ต้องเปลี่ยนเป็นคนที่ขับรถช้าลง ปลอดภัยมากขึ้น มีเหตุผลมากขึ้น และมีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น “ทุกๆ วันทำงานเสร็จก็รู้สึกอยากรีบกลับบ้านเพื่อไปชาร์จแบตให้ชีวิตตัวเอง กลับไปกอดลูก”

มุมมองใหม่แห่งการเป็นพ่อในยุคปัจจุบัน

“การเลี้ยงลูกในยุคนี้มันยากขึ้นเยอะครับ” เป้ ยอมรับ “เรื่องโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ออดๆ แอดๆ อยู่ตลอด เคยคิดว่าน่าจะป่วยเพราะไวรัสนี้มันใหม่เลย แต่ว่าพออยู่กับลูก ก็ทำให้เราเข้าใจโลกมากขึ้น มีความละเอียดอ่อนมากขึ้น”

สำหรับบทเรียนชีวิตที่ได้จากลูกนั้น เขาบอกว่า “ประสบการณ์ของลูกเป็นสิ่งที่ลูกต้องสร้างเอง เราไม่สามารถเอาเรื่องของเราไปสอนเขาได้ หน้าที่ของเราคือมีบ้านเป็นเซฟโซน และซัพพอร์ตเขาให้ไปในทางที่ถูกต้อง”

ในวัยของลูกที่เต็มไปด้วยความซน ท้าทายความปลอดภัยทุกสิ่ง มือพ่อต้องลองปรับโลกทั้งใบให้ปลอดภัยกว่าที่จะปรับตัวเด็ก “เปลี่ยนลูกเป็นสิ่งที่ยากที่สุด เปลี่ยนโลกน่าจะง่ายกว่า” เป้กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ

ดูเหมือน “เป้ MVL” จะไม่ได้เป็นแค่ศิลปินที่มีความเข้มแข็งต่อหน้าหมื่น แต่เป็นพ่อที่เต็มที่ เต็มร้อย สำหรับลูกสองคนในวัยซน ที่เปลี่ยนเขากลายเป็น “เป้คนใหม่” ของทุกวันนี้อย่างแท้จริง

การเป็นพ่อไม่เพียงแต่ทำให้เขามีทักษะชีวิตใหม่ แต่มันยังเป็นแรงผลักให้เขาเรียนรู้ ปรับตัว และเติบโตในทุกบทบาท ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน หรือแม้แต่เป็นสายหลังในการนำทีมของคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่นี้

ถ้าคุณมีลูก ไม่ใช่แค่ “เลี้ยงดู” แต่คุณต้อง “เป็นพ่อที่พร้อมเติบโตไปด้วย”

ที่มา – ‘เป้ MVL’ ยันตัวเองไม่ใช่คนเดิม ทุกสิ่งในชีวิตเปลี่ยนเพราะถูกลูกแฝดกำราบเสือ!

เจ้าป่า เปิดรังเด็ดปีกผึ้งน้อย วูด แข้งร้อนรัว 2 ตุง

น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ หรือ “เจ้าป่า” เปิดรัง ซิตี กราวด์ เอาชนะ เบรนท์ฟอร์ด หรือ “ผึ้งน้อย” อย่างสุดมันส์ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ รอบเปิดฤดูกาล 2025/26 ด้วยสกอร์ 3-1 ถือเป็นชัยชนะที่จัดเต็มและประเดิม 3 แต้มได้อย่างอลังการ

เจ้าป่า เปิดรังเด็ดปีกผึ้งน้อย วูด แข้งร้อนรัว 2 ตุง

ในเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “เจ้าป่า” ขึ้นแท่นเจ้าบ้านและทิ้งความคาดหวังไว้ข้างหลัง ด้วยการพัฒนาแนวรุกให้เฉียบคมสุดขีด พวกเขาสามารถแย่งประตูขึ้นนำไปก่อนถึง 3 ลูกในครึ่งแรกจากผลงานจ้าโจ๋ของ มาร์CUS วูด และ ดาน เอ็นดอย ส่วน มิดฟิลด์ “ปีกผึ้งน้อย” กลับทำได้ไม่ค่อยเป็นท่าเลย

ครึ่งแรกยังไม่ทันหายอาย เจ้าบ้านฟอร์มสุดแรงเมื่อ คริสวูด ยิงดังระเบิดไป 2 ครั้งในนาทีที่ 5 และ 45+2 ก่อนหน้านั้น 10 นาทีให้เหล่าปีกฟอร์มสวยล้ำหน้าป้องกันหนักเกาะแนวรับยืดเยื้อของ เบรนท์ฟอร์ด โดยในนาทีที่ 42 ปีกตัวใหม่อย่าง ดาน เอ็นดอย ก็มาช่ย้ำสกอร์ให้เป็น 3-0 อย่างจัดจ้าน

วูด รัวเข้าตา ฟอร์มแรงระดับพรีเมียร์ลีก

นับว่าเป็นการแสดงผลงานเกินคาดของ มาร์cus วูด นักเตะตัวเก่งของทีม ที่ช่วยบุกทำประตูถึง 2 ตุง และยังมีส่วนสำคัญในการแบกทีมให้ได้ชัยชนะนัดเปิดฤดูกาลอย่างยิ่งใหญ่ ฟอร์มของเขาในนัดนี้ถูกกล่าวถึงอย่างมาก ว่าเป็นตัวเต็งหนึ่งเดียวที่จะเป็นผู้ทำประตูสูงสุดของทีมในฤดูกาลนี้

แม้ว่าครึ่งหลังจะเป็นข่าวเศร้าบ้างสำหรับ “เจ้าป่า” เมื่อ เบรนท์ฟอร์ด ตีไข่แตกคืนโดย อิกอร์ ติอาโก ที่จบในนาทีที่ 78 จากลูกจุดโทษ ช่วยย่อสกอร์เหลือ 1-3 แต่ไม่สามารถพลิกเกมกลับมาได้ จบเกม “เจ้าป่า” ก็คว้า 3 แต้มสำคัญที่บ้านได้สำเร็จ และขยับขึ้นเป็นอันดับ 5 ของตารางคะแนนชั่วคราว

  • คริสวูด ทำประตู 2 ลูก (นาทีที่ 5 และ 45+2)
  • ดาน เอ็นดอย เสริมเกม 1 ลูก (นาทีที่ 42)
  • อิกอร์ ติอาโก เก็บตุงต่อ (ลูกจุดโทษ นาทีที่ 78)

ในขณะที่อีกคู่ที่น่าจับตามองของวันนั้นคือ เซลซี เสมอ คริสตัล พาเลซ 0-0 อย่างตื่นเต้น ทำให้ทุกทีมยังคงมีลุ้นในการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่นี้

สรุปได้ว่า “เจ้าป่า” น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ รีสตาร์ทในฤดูกาลใหม่ได้อย่างพิเศษ และหากพวกเขาสามารถรักษารูปเกมนพ้นผู้เล่นที่มีประสบการณ์อย่าง วูด และเพิ่มความสามารถเชิงกลยุทธ์ให้กับทีมได้ จะเป็นโอกาสดีที่ทีมจะสามารถแซงหน้าทีมใหญ่ๆ ในลีกนี้ได้จริง

หากคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจจากวงการฟุตบอลอังกฤษ บอกเลยว่า “เจ้าป่า” คือทีมที่ต้องติดตามในฤดูกาลนี้

ที่มา – “เจ้าป่า” เปิดรังเด็ดปีกผึ้งน้อย “วูด” แข้งร้อนรัว 2 ตุง

แซ่บใจขาด! เอื้อย พรสวรรค์ เซ็กซี่ท้าแดดท้าลม

ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ เอื้อย พรสวรรค์ จะกลายเป็น话题เด็ดของแฟนคลับทุกครั้งที่เธอเผยโฉมออกมา ล่าสุดสาวเอื้อยกลับมาอีกครั้งและสร้างความฮือฮาไม่น้อยเมื่อเธอโพสต์ภาพจากทริปไปทะเลที่เต็มไปด้วยความเซ็กซี่และความเป๊ะของเธอด้วยบิกินี่ตัวจิ๋วสีฟ้าสดใส

แซ่บใจขาด! เอื้อย พรสวรรค์ เซ็กซี่ท้าแดดท้าลม

ใครได้เห็นภาพ这次ก็อดใจละลายกันเลยเต็มที เพราะเอื้อยแต่งตัวดูดีจนต้องยอมรับว่า “โดน” ทั้งในแง่สไตล์และการเลือกเสื้อผ้าที่เข้ากับบรรยากาศทะเลสุดล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นภาพเธอที่กำลังนั่งจิบน้ำเปล่าพร้อมกางร่ม นอนพักบนผ้าเช็ดตัว หรือแม้กระทั่งยืนอยู่กลางหน้าผาสัมผัสลมทะเล ก็ยังดูเซ็กซี่พริ้งแบบจัดเต็ม

ท้าลมทะเลให้แฟนๆ ตาเบิกใหญ่

ในโพสต์ครั้งนี้ เอื้อยเลือกแต่งบิกินี่ที่เน้นรูปร่างที่เพรกเพรียว อีกทั้งยังเลือกเฉดสีฟ้าอ่อนที่ทำให้ผิวขาวใสของเธอโดดเด่นเป็นพิเศษ เมื่อรวมเข้ากับท่าโพสต่างๆ ไม่ว่าจะยืน สลัดผม เล่นน้ำทะเล หรือกำลังคลุมผ้ากางร่มก็ยังคงความแซ่บที่เปี่ยมพองามไว้อย่างลงตัว

  • บิกินี่ตัวจิ๋วทำให้เธอดูเพรียวบาง
  • แฟนๆ ต่างใจบรรเจิดต้องแชร์รัวๆ
  • ถ่ายทอดความมั่นใจได้อย่างเต็มเปอร์เซ็นต์
  • รูปร่างสมส่วนครบรส ไม่ต้องแต่งเพิ่ม

นอกจากเอื้อยจะมีดวงตาโตคมชัดแล้ว ยังมีใบหน้าที่ดูน่ารักและเร้าใจอีกด้วย ทั้งรอยยิ้มแฝงเสียงหัวเราะแห่งความสดใสและความมั่นใจที่แผ่ออกมาในแต่ละเฟรมทำให้หลายคนอดใจไหวยากขึ้นมาอีกระดับ และในโลกโซเชียลบ้างคอมเมนต์ก็แห่แหกไกลบอกว่า “อิจฉาหนุ่มอาร์”, “สวยเกินต้าน” หรือ “อยากอยู่ในตำแหน่งฉันบ้างสักครั้ง”

สัญชาตญาณความเซ็กซี่ของ เอื้อย พรสวรรค์ กลับมาอีกครั้งพร้อมพลังแห่งแรงบันดาลใจที่ทำเอาหลายคนรู้สึกหวิวใจสั่นเปล่าๆ ไม่แปลกเลยที่ภาพชุดนี้จะกลายเป็นกระแสที่หลุดพ้นจากโซเชียลและกลายเป็นแรงกระตุ้นให้สาวๆ ทั่วประเทศอยากเที่ยวทะเลไกลถึงขอบทะเลแล้วปรับลุคเหมือนเธอ

กับทริปทะเลสุดฮอตครั้งนี้ของ เอื้อย พรสวรรค์ เรียกได้ว่าท้าลม ท้าแดด และยิ่งท้าความสัมพันธ์ระหว่างใจแฟนๆ ไดวางตัวลงได้เลย เพราะเธอถ่ายทอดให้เห็นถึงพลังแห่งความมั่นใจและสไตล์ที่ไม่มีพลาดเลยสักภาพเดียว ใครได้ดูคงต้องยกนิ้วให้รัวๆ อย่างแน่นอน

ที่มา – แซ่บใจขาด หวิวใจสั่น! “เอื้อย พรสวรรค์” จัดหนักความเซ็กซี่ ท้าแดดท้าลมจนต้องยกนิ้วไลก์ให้รัวๆ