ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

อินโดนีเซียสร้าง “โรงงานก๊าซแอลเอ็นจีลอยน้ำ” ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

อินโดนีเซียก้าวเข้าสู่วงการพลังงานระดับโลกด้วยการเปิดตัว “โรงงานก๊าซแอลเอ็นจีลอยน้ำ” ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทำให้ประเทศนี้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นแบบอย่างของการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดในอนาคต

อินโดนีเซียสร้าง “โรงงานก๊าซแอลเอ็นจีลอยน้ำ” ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่าอินโดนีเซียได้เปิดตัวโครงการโรงงานก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใช้เทคโนโลยีลอยน้ำ ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 963 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 31,100 ล้านบาท โดยโครงการดังกล่าวจะสามารถผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวได้สูงสุดถึง 1.2 ล้านเมตริกตันต่อปี

นี่ถือเป็นโรงงาน LNG แบบลอยน้ำแห่งแรกของอินโดนีเซีย และเป็นแห่งที่ 9 ของโลก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการขับเคลื่อนพลังงานในรูปแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการส่งออกพลังงาน และตอบสนองต่อความต้องการด้านพลังงานที่เติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ที่ตั้งและรายละเอียดโครงการ

โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ที่อำเภอฟักฟัก จังหวัดปาปัวตะวันตก ซึ่งอยู่ใกล้แหล่งก๊าซธรรมชาติสำคัญที่ชื่อว่า อาแซป คิโด เมราห์ (Asap Kido Merah) ในอำเภอเตลุก บินตูนี โดยคาดว่าจะสามารถผลิตก๊าซถึง 330 ล้านลูกบาศก์ฟุตมาตรฐานต่อวัน เริ่มการดำเนินงานอย่างเป็นทางการในปี 2570

การเลือกใช้โครงสร้างแบบเรือหรือลอยน้ำช่วยให้การสร้างโรงงานมีความยืดหยุ่น ใช้เวลาในการก่อสร้างน้อย และสามารถย้ายไปประจำการยังพื้นที่ที่มีแหล่งก๊าซธรรมชาติได้มากขึ้นในอนาคตตลอดแนวชายฝั่งของอินโดนีเซีย ซึ่งเหมือนเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีน้ำเงินของประเทศ

  • ขนาดการลงทุน: 963 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • กำลังการผลิต: 1.2 ล้านเมตริกตัน/ปี
  • แหล่งก๊าซ: อาแซป คิโด เมราห์
  • สถานที่ตั้ง: อ.ฟักฟัก จ.ปาปัวตะวันตก
  • เริ่มดำเนินงาน: ปี 2570

อินโดนีเซียสร้าง “โรงงานก๊าซแอลเอ็นจีลอยน้ำ” ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการพัฒนาพลังงานในยุคใหม่ การลงทุนในครั้งนี้ไม่เพียงลดภาระต้นทุนการขนส่งก๊าซเท่านั้น แต่ยังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในตลาด LNG โลก

นอกจากนี้ คาดว่าโครงการนี้จะสร้างโอกาสทางการทำงานให้กับประชาชนในพื้นที่ และทำให้เศรษฐกิจของพื้นที่บนเกาะพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นส่วนหนึ่งของแผนเศรษฐกิจสีฟ้าของอินโดนีเซียที่เน้นการแปรรูปทรัพยากรทางทะเลอย่างสมดุลกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ไม่ว่าจะมองในแง่เศรษฐกิจ การค้า หรือพลังงานสะอาด อินโดนีเซียสร้าง “โรงงานก๊าซแอลเอ็นจีลอยน้ำ” แห่งนี้เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งสนับสนุนเป้าหมายการเป็นผู้นำทางด้านพลังงานสะอาดระดับภูมิภาคและโลก

หากคุณกำลังติดตามประเด็นโลกพลังงาน การพัฒนาในอินโดนีเซียครั้งนี้คือบทใหม่ของการแปรรูปก๊าซธรรมชาติที่สามารถนำไปสู่อนาคตของพลังงานในเอเชีย อย่าลืมติดตามข่าวสารอัปเดตเกี่ยวกับโครงการนี้ เพราะนี่อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรม LNG ขนาดใหญ่ในภูมิภาคนี้

ที่มา – อินโดนีเซียสร้าง “โรงงานก๊าซแอลเอ็นจีลอยน้ำ” ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ไมเคิล อัลฟาโร เยือนไทย รับฟังมุมมองรัฐบาลไทย-กัมพูชา

ล่าสุด นายไมเคิล อัลฟาโร (Michael Alfaro) บุคคลที่เคยอ้างว่าเป็น “นักข่าวและผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองและความมั่นคงประจำทำเนียบขาวของสหรัฐอเมริกา” ได้ออกมาเปิดเผยถึงภารกิจของเขาในการเยือนประเทศไทย โดยระบุว่าได้รับคำเชิญจากรัฐบาลไทยให้เดินทางเข้าประเทศ เพื่อรับฟังมุมมองจากฝั่งไทยเกี่ยวกับปมขัดแย้งชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา

ไมเคิล กล่าวผ่านโพสต์บนเฟซบุ๊กว่า ขณะนี้เขาอยู่ในกัมพูชา และได้รับคำเชิญอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทยให้เดินทางข้ามไปฟังมุมมองของทางการไทย “ในฐานะนักข่าว ภารกิจของผมคือการเปิดเผยความจริงทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาทั้งสองฝ่าย และรายงานต่อประชาชนชาวอเมริกันและสังคมโลก”

ไมเคิล อัลฟาโร เยือนไทย รับฟังมุมมองรัฐบาลไทย-กัมพูชา

ภายหลังการเยือนใหญ่ของเขาในพื้นที่ชายแดนบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับดินแดนจังหวัดបันทายมีชัยของกัมพูชา ไมเคิลได้กลายเป็นจุดสนใจของสาธารณะชนภายหลังที่มีการกล่าวอ้างว่าเขาเป็น “นักข่าวทำเนียบขาว” อย่างไรก็ตาม ภายหลังมีการตรวจสอบกลับพบว่าเขาเป็นเพียงคนทั่วไปที่เข้าไปเกี่ยวข้องในวงการล็อบบี้ฯ ไม่ได้เป็นข้าราชการหรือตัวแทนทางการของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาแต่อย่างใด

เป้าหมายก้าวต่อไปของไมเคิล

เขาชี้แจงเพิ่มเติมอีกว่า “หลังจากได้พบกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยแล้ว ผมจะนำข้อมูลที่ได้รับไปวิเคราะห์ และรายงานให้ประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อที่ท่านจะได้ตัดสินใจอย่างรอบด้านว่าจะก้าวต่อไปอย่างไร เพื่อไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างกัมพูชากับไทย”

ท่าทีนี้ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าเขาจะนำข้อมูลนี้ไปใช้เพื่อจุดประสงค์ใด และจะได้รับการตอบรับจากฝ่ายสหรัฐฯ อย่างไร เพราะการกระทำของเขาถูกมองว่าอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

  • ชาวเน็ตแห่ตั้งข้อสงสัยต่อความน่าเชื่อถือของการรายงานข่าว
  • พบความคลาดเคลื่อนจากคำกล่าวอ้างตัวตนของ “ไมเคิล อัลฟาโร”
  • ประชาชนในไทยและกัมพูชาร่วมติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด

จากกรณีที่เกิดขึ้น นับเป็นบทพิสูจน์ว่าสื่อมีบทบาทสำคัญทั้งในแง่ของการรายงานข่าวอย่างมีจริยธรรม และความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ เพราะคำพูด และภาพลักษณ์ของบุคคลหนึ่ง อาจสร้างความเข้าใจผิดต่อการทูต หรือต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ง่ายนัก

หากไมเคิลจะสามารถรับฟังมุมมองจากทั้งสองฝ่าย และสร้างผลงานที่เป็นกลางและเปิดเผยความจริงแก่สาธารณชนโลกจริงหรือ คงต้องลุ้นรายงานของเขาในอนาคตอย่างต่อเนื่อง

อยากรู้ข่าวสารอื่นๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ติดตามเราได้ที่นี่

ที่มา – ‘ไมเคิล’ เปิดภารกิจเยือนไทย รับฟังมุมมองรัฐบาล ปมขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา

ไห่หนาน แอร์ไลน์ส นำสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องระหว่างบินปักกิ่ง-กทม.

สายการบิน ไห่หนาน แอร์ไลน์ส แห่งประเทศจีนได้เปิดตัวบริการพิเศษสำหรับผู้โดยสารที่ต้องการนำ สัตว์เลี้ยงนั่งห้องโดยสาร ระหว่างการเดินทาง โดยเฉพาะในเส้นทางระหว่างประเทศอย่างปักกิ่ง – กรุงเทพฯ

ไห่หนาน แอร์ไลน์ส นำสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องระหว่างบินปักกิ่ง-กทม.

ตามรายงานจากสำนักข่าวซินหัว ประจำเมืองไห่โข่ว แห่งประเทศจีน เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ระบุว่า สายการบิน ไห่หนาน แอร์ไลน์ส ได้อนุญาตให้ผู้โดยสารสามารถพา สัตว์เลี้ยง ขึ้นเครื่องได้ แต่จำกัดเฉพาะสุนัขและแมวที่ผ่านการตรวจสอบและตรงตามข้อกำหนดของสายการบิน โดยผู้โดยสารหนึ่งรายสามารถพา สัตว์เลี้ยง ได้คนละ 1 ตัว เท่านั้น

ข้อกำหนดและเอกสารที่จำเป็น

หากคุณต้องการพา สัตว์เลี้ยงนั่งห้องโดยสาร กับเที่ยวบินนี้ ต้องเตรียมเอกสารต่าง ๆ ให้ครบถ้วน โดยต้องมีใบรับรองสุขภาพของสัตว์เลี้ยง หลักฐานการฉีดวัคซีน บัตรประจำตัวสัตว์เลี้ยง รวมถึงเอกสารสำหรับการนำเข้าสัตว์ และต้องลงนามในข้อตกลงการขนส่งด้วย

ปัจจุบัน สายการบินนี้เปิดให้บริการนำ สัตว์เลี้ยงนั่งห้องโดยสาร ได้เฉพาะในชั้นประหยัดเท่านั้น และจำกัดจำนวนสัตว์เลี้ยงที่สามารถนำขึ้นเครื่องในแต่ละเที่ยวบิน เพื่อรักษาความปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้โดยสารทุกคน

จุดเด่นของบริการนี้

บริการที่เสนอนี้ไม่ใช่แค่การพัฒนางานด้านการบินเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในความต้องการของผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางไปพร้อมกับเพื่อนสี่ขาอย่างปลอดภัย สายการบิน ไห่หนาน แอร์ไลน์ส ได้เปิดตัวบริการนี้มาตั้งแต่ปี 2561 และสามารถรองรับ สัตว์เลี้ยงนั่งห้องโดยสาร ได้มากกว่า 10,000 ตัว ในเที่ยวบินที่ครอบคลุม 27 เมืองใหญ่ของจีน เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น

ในอนาคต สายการบินวางแผนจะขยายบริการนี้ไปยังเส้นทางอื่น ๆ มากขึ้น ตามความต้องการของผู้โดยสาร ใครที่มีแผนเดินทางไปจีนหรือต้องการพาเพื่อนสี่ขาไปด้วย บริการนี้น่าสนใจอย่างยิ่ง

บริการนี้เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเดินทางอย่างสะดวกสบายไปพร้อมกับผู้伴侣ที่ใจดีและซื่อสัตย์ อย่ารอช้า หากคุณมีแพลนเที่ยวจีนในเร็ว ๆ นี้ ลองตรวจสอบเงื่อนไขกับ ไห่หนาน แอร์ไลน์ส เพื่อวางแผนให้พร้อม

ยิ่งเดินทางอย่างสุขสบาย คือการเริ่มต้นของความทรงจำดี ๆ ที่แท้จริง

ที่มา – “ไห่หนาน แอร์ไลน์ส” นำร่องพา “สัตว์เลี้ยงนั่งห้องโดยสาร” บนเที่ยวบินปักกิ่ง-กทม.

Mercury Goldfish เสิร์ฟมินิอัลบั้ม Short-term Memory

วง Mercury Goldfish วงดนตรีที่แฟนๆ เรียกกันว่า ‘วงปลาทอง’ จากค่าย CHASE สังกัด TERO MUSIC ล่าสุดเปิดตัวมินิอัลบั้มชุดแรก “Short-term Memory” ที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ในทุกมิติอย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นซาวด์ดนตรี การออกแบบ หรือภาพลักษณ์โดยรวม ซึ่งเปรียบเสมือนการเดินทางสู่โลกของความรู้สึก ความทรงจำ และความลืมผ่านสายตาของศิลปิน

มินิอัลบั้มนี้นำเสนอเพลง 5 เพลง ที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็น Lyric Video ซึ่งแต่ละเพลงสะท้อนอารมณ์และภาพนิ่งของช่วงเวลาต่าง ๆ ในชีวิตมนุษย์ เริ่มจากเพลง ‘ว้าวุ่น’ ที่ได้รับการกำกับเสียงจนกลายเป็นเพลงสนุกเต้นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ด้วยความช่วยเหลือของโปรดิวเซอร์อย่าง “พี่คิด-ศุภกิจ ฟองธนกิจ” ส่วนเพลง ‘คนขี้ลืม’ เพลงซึ้งทรงพลังที่เคยถูกทิ้งไว้ในคอมพิวเตอร์ขณะยังเป็นเดโม่ ก็ได้ชีวิตใหม่ภายใต้มืออันฉลาดของ “พี่เบนซ์ BNZ”

Mercury Goldfish เสิร์ฟมินิอัลบั้ม Short-term Memory

แต่ละเพลงใน Short-term Memory ถูกเก็บเกี่ยวผ่านความทรงจำแบบดิจิทัลยุคต้น ผสมกับความรู้สึกในแบบ ‘Frutiger Aqua’ ที่ดูทั้งว้าวุ่นและ มินิมอล จนได้อารมณ์เหมือนอยู่ทั้งในตู้ปลาและโฟลเดอร์ในคอมพิวเตอร์พร้อมกัน คำว่า “Short-term Memory” ไม่ได้เป็นแค่ชื่ออัลบั้ม แต่เป็นแนวคิดที่(manager of Mercury Goldfish) ใช้เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของมนุษย์กับการจดจำ ความลืม และความรู้สึกที่ตามมา

ความใส่ใจในทุกขั้นตอนของ Mercury Goldfish

จุดขายอีกหนึ่งด้านของงาน Mercury Goldfish เสิร์ฟมินิอัลบั้ม Short-term Memory คือ ความสร้างสรรค์ด้าน.Visual และ Lyric Video ที่วงผลิตขึ้นเองทั้งหมด ตั้งแต่การวาดภาพประกอบ การออกแบบกราฟิก ไปจนถึงการกำกับ เรียกได้ว่า “ปลามีตัวตน” จัดเต็มทุกส่วน นับว่าเป็นจุดเด่นบอกเกิดของวง นอกจากนี้ยังมี Merchandise ที่สะท้อน concept ของมินิอัลบั้มอย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นโปสการ์ด พวงกุญแจ เสื้อยืด และกล่องซีดีเท่ๆ ที่แฟนเพลงคงอดไม่ไหวที่จะไม่สะสม

  • ‘ว้าวุ่น’: เพลงที่เล่าถึงอาการโลเวอร์ในยุคดิจิทัล ใช้ภาพวุ่นวายในสมองในการถ่ายทอดความรู้สึก
  • ‘เพิ่งรู้’: เพลงแอบชอบเพื่อนแบบน่ารัก ๆ ที่สื่อผ่านภาพง่ายๆ และมี “จี ปุณยพร” ร่วมก่อสร้างความอรรถรสให้เพลงนี้
  • ‘คนขี้ลืม’: ใช้สัญลักษณ์ของปลาทองในการสื่อถึงความสามารถในการจดจำและความลืม
  • ‘ลบ’: เพลงที่สวมรอยเป็นบันทึกที่เพิ่งถูกลบจากมือถือ ใช้แนวคิดของ Recently Deleted สร้าง atmosphere แห่งความทรงจำ
  • ‘อย่าลืม’: เพลงบอกรักอบอุ่น ที่ใช้เนื้อเพลงท่อนฮุคเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบ Lyric Video

สิ่งที่ทำให้ Short-term Memory มีมิติมากยิ่งขึ้นคือการร่วมมือของโปรดิวเซอร์ระดับหัวแถวหลายคน ทั้ง “พี่คิด” “พี่เบนซ์” “จี ปุณยพร” และสุดยอดโค้ชเสียงอย่าง “วิน วศิน” ที่ช่วยแต่งจูนเสียงในเพลง ‘ลบ’ ให้วางอารมณ์ตรงเป้าอย่างเฉียบคม

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในความฉะหลาดฉลาดของเสียงดนตรี หรือเพียงแค่ชื่นชอบความแปลกใหม่ของศิลปะ เราก็ขอเชิญคุณมาร่วมเรื่องเล่าแห่งความทรงจำสั้น ๆ กับ Mercury Goldfish เสิร์ฟมินิอัลบั้ม Short-term Memory งานศิลป์เสียงที่รวมทุกคนเข้าไปอยู่ในบทกวีของ “คำที่เคยจำ” และ “รูปที่เพิ่งลบ”

อย่าลืมติดตามฟังเพลงครบทั้ง 5 เพลง และตามหาผลงานของ Mercury Goldfish ได้แล้ววันนี้!

ที่มา – “Mercury Goldfish” เสิร์ฟมินิอัลบั้ม “Short-term Memory”ลุยเองทุกพาร์ตตั้งแต่ซาวด์ดนตรีถึงดีไซน์ปก

เยอรมนีเสนอใช้ยุโรปเป็นเวทีหารือสามฝ่าย “ทรัมป์-ปูติน-เซลเนสกี”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ว่านายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ผู้นำเยอรมนี เสนอความเห็นว่า การประชุมไตรภาคีระหว่างผู้นำสหรัฐ รัสเซีย และยูเครน ที่ประกอบด้วย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เป็นสิ่งที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังเพื่อยุติสงครามในยูเครน

เยอรมนีเสนอใช้ยุโรปเป็นเวทีหารือสามฝ่าย “ทรัมป์-ปูติน-เซลเนสกี”

การนำเสนอนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเจรจาสันติภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสถานการณ์ยังคงตึงเครียดอย่างมาก ทั้งในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และสถานะของศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ (ICC) ที่ยังคงดำเนินคดีกับผู้นำรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม แม้ฮังการีจะเป็นประเทศที่ยังคงมีท่าทีเป็นมิตรต่อรัสเซีย และอยู่ระหว่างการถอนตัวจาก ICC แต่สถานการณ์ในแวดวงยุโรปยังคงไม่เอื้ออำนวยต่อการจัดเวทีหารือเช่นนี้มากนัก

การเสนอหลักประกันความมั่นคงคล้ายกับมาตรา 5 นาโต

ข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวสหรัฐกล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันมีการเสนอ “หลักประกันด้านความมั่นคง” ให้แก่ยูเครนในลักษณะที่คล้ายกับมาตรา 5 ของนาโต โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ นี่ถือเป็นประเด็นที่น่าจับตามอง และอาจเป็นหัวใจสำคัญของข้อเสนอที่ทรัมป์เห็นพ้องกับปูตินระหว่างการประชุมที่รัฐอะแลสกาเมื่อเร็วๆ นี้

  • การผลักดันให้ประเทศอื่นๆ เข้ามาเป็นพันธมิตรในกลุ่มนาโต
  • การสร้างแนวทางใหม่ในการปกป้องความมั่นคงของประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิก
  • การสนับสนุนของสหรัฐฯ อย่างแข็งขันในด้านทหารและการทูต

มาตรา 5 ของนาโต ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า หากสมาชิกใดถูกโจมตี ถือว่าเป็นการโจมตีสมาชิกทั้งหมด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือด้านการป้องภัยอย่างแข็งแกร่ง ข้อเสนอในครั้งนี้อาจเปิดแนวทางใหม่ในการจัดการความขัดแย้งในระดับนานาชาติ

ความสำคัญของการเจรจาที่พึ่งพากรอบภูมิศาสตร์ยุโรป

ทว่าการกำหนดสถานที่จัดการประชุมครั้งสำคัญนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นที่ใดในยุโรป โดยเฉพาะเมื่อมีข้อจำกัดหลายประการที่เกี่ยวข้องกับผู้นำรัสเซีย แม้บางประเทศบางอาจมีท่าทีเอื้ออาทร แต่ศักยภาพในการจัดเวทีระหว่างประเทศยังคงต้องใช้เวลาในการพิจารณาอย่างรอบคอบ

สุดท้ายนี้ การเปิดเวทีหารือระหว่างผู้นำสหรัฐ รัสเซีย และยูเครน ถือเป็นความหวังหนึ่งที่อาจเปลี่ยนแปลงเส้นทางความขัดแย้งในยุโรปตะวันออกให้เข้าสู่ทางออกที่สงบสุขมากขึ้น ด้วยการสื่อสารและความเข้าใจร่วมกันในกรอบของการเคารพสากล

สำหรับประชาชนทั่วไป การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดในครั้งนี้ถือเป็นการแสดงพลังของประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแนวทางที่นำไปสู่สันติภาพ

ที่มา – เยอรมนีเสนอใช้ยุโรปเป็นเวทีหารือสามฝ่าย “ทรัมป์-ปูติน-เซลเนสกี”

ทรัมป์สนับสนุนเงื่อนไขของปูติน ยูเครนยอมเสียดอนบาส

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สื่อต่างประเทศรายงานข่าวสำคัญเกี่ยวกับการประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และรัสเซีย ซึ่งระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงการสนับสนุนหนึ่งในเงื่อนไขของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่ต้องการให้ยูเครน ยอมเสียดินแดนดอนบาส เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนในการยุติสงคราม

ทรัมป์สนับสนุนข้อเสนอของรัสเซีย

รายงานจากสำนักข่าวระดับโลกระบุว่า ในการพบปะกันที่ฐานทัพร่วมเอลเมนดอร์ฟ-ริชาร์ดสัน ในเมืองแองคอราจ รัฐอะแลสกา ทรัมป์ได้แสดงท่าทีเข้าข้างข้อเสนอของรัสเซีย โดยมองว่าการที่ยูเครนต้องถอนกองกำลังออกจากภูมิภาคดอนบาส อาจเป็นทางเลือกเพื่อสิ้นสุดสงครามอย่างถาวร

ขอบเขตการรบและแผนพักรบในยูเครน

ข้อมูลจากแหล่งข่าวชั้นสูงระบุเพิ่มเติมว่า ปูตินอาจพิจารณาหยุดการขยายอำนาจทางทหาร หากรับประกันได้ว่ายูเครนจะไม่ปล่อยทหารเข้าไปในพื้นที่ภาคใต้ เช่น เคียร์ซอน และซาโปริซเซีย ส่วน ดอนบาส จะถือเป็นเขตที่รัสเซียควบคุม

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายทำเนียบขาวยังไม่ได้ให้คำแถลงอย่างเป็นทางการ แต่ทรัมป์กลับโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า ทุกฝ่ายควรเร่ง “ข้อตกลงสันติภาพ” แทนที่จะพูดถึงเพียง “ข้อตกลงหยุดยิง” ซึ่งอาจเป็นเพียงช่วงพักเบรกก่อนรุกต่อ

การกลับลำของทรัมป์ในวิกฤตยูเครน

ข่าวดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางครั้งสำคัญของทรัมป์ ซึ่งเคยเรียกร้องเพียงหยุดยิงในสงครามยูเครน-รัสเซีย แต่ขณะนี้เขากลับเปิดพื้นที่ให้ปูตินโดยอ้างว่า ดอนบาส เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสันติภาพ

  • ถ้อยแถลงของทรัมป์บนโซเชียลมีเดีย
  • สถานะของดินแดนดอนบาสภายใต้รัสเซีย
  • การต่อรองด้านการทหารของรัสเซียและยูเครน
  • บทบาทของสหรัฐฯ ในการเป็นผู้กลางในข้อตกลง

ในขณะที่ฝ่ายเซเลนสกี และยูเครนยังไม่แสดงท่าทียอมรับข้อเสนออย่างเป็นทางการ แต่จากการเจรจาทางโทรศัพท์กับทรัมป์ ก็ดูจะมีสัญญาณว่าอาจมีการถอยที่อยู่บ้าง

ไม่ว่าอย่างไร สถานการณ์ในยุโรปรัสเซียยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก นโยบายพลังงาน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระดับสูง โดยเฉพาะบทบาทของสหรัฐฯ และผู้นำรัสเซียในฉากทูตสงคราม

การตัดสินใจครั้งนี้ของทรัมป์ อาจเปลี่ยนหน้าที่ของสงครามยูเครนในอนาคต ทั้งในทางการเมืองและด้านสันติภาพยุติความขัดแย้ง ดังนั้น ทุกฝ่ายควรพิจารณาแนวทางอย่างรอบด้านเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นธรรมแก่ทุกประเทศ

ที่มา – ทรัมป์สนับสนุนเงื่อนไขปูติน ยูเครนต้องยอมเสียภูมิภาคดอนบาส

“วันใหม่-เฟย์-บอย-หน่อง-ภัทร์” ถ่ายทอดความทรงจำที่สวยงามส่งถึง”คุณแม่งามทิพย์”ผ่าน I’m OK//Not OK

ถึงแม้จะจากกันไปแล้ว แต่ความรักและความคิดถึงที่มีต่อ “คุณแม่งามทิพย์” ของสี่หนุ่มสาวบ้านฉัตรบริรักษ์ ยังคงเต็มเปี่ยมอยู่เสมอ โดยเฉพาะ วันใหม่ ที่ร่วมกับ เฟย์ พรปวีย์ และ บอย-หน่อง-ภัทร์ มาถ่ายทอดความรู้สึกผ่านบทเพลง I’m OK//Not OK เพื่อเป็นกำลังใจและระลึกถึงคุณแม่คนสำคัญในชีวิต

“วันใหม่-เฟย์-บอย-หน่อง-ภัทร์” ใส่ใจทุกรายละเอียด

เพลงนี้เป็นบทเพลงที่ “วันใหม่” ชอบฟังและชอบร้องเล่นกับพี่สาว “เฟย์” อยู่เสมอ จนนำไปสู่ความคิดที่ต้องการแปลงเป็นเพลงโคฟเวอร์ร่วมกัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยความหมาย จึงมีความตั้งใจอยากให้เพลงนี้เป็นการมอบให้ “คุณแม่งามทิพย์” เพื่อถ่ายทอดความคิดถึงและรักที่มี โดยมีพี่ชายทั้งสามคนเป็นซัพพอร์ตเตอร์อย่างเต็มที่ ทำให้ผลงานชิ้นนี้ออกมาได้อย่างลงตัว

ชีวิตในความทรงจำ ถ่ายทอดผ่านเสียงเพลง

บอย ปกรณ์ เผยให้ทราบว่า ความคิดในการสร้างมิวสิควิดีโอนี้เริ่มต้นจากการที่ วันใหม่ ชอบฟังเพลง I’m OK//Not OK และอยากโคฟเวอร์เพลงนี้กับเฟย์ จึงเข้าไปช่วยสนับสนุนการอัดเสียง และขออนุญาต บอย โกสิยพงษ์ พี่ชายผู้แต่งเพลง เพื่อ rearrange เพลงให้เหมาะกับเสียงของทั้งวันใหม่และเฟย์

ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นผู้เขียนสตอรี่เส้นเรื่องของมิวสิควิดีโอแห่งนี้ด้วยตัวเอง โดยได้นำเอาคลิปและบรรยากาศของ “คุณแม่งามทิพย์” มาใส่ไว้ใน MV เพื่อให้ทุกภาพเป็นการระลึกถึงแม่จริง ๆ และเลือกสถานที่ถ่ายทำที่สุดพิเศษ คือ “สตูดิโอคุณแม่” ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความหมายต่อทุกคนในครอบครัวอย่างมาก

  • วันใหม่ ร้องนำเพลงร่วมกับเฟย์ พรปวีย์
  • เฟย์ ให้เสียงประสานที่ลงตัวกับวันใหม่
  • บอย-หน่อง-ภัทร์ ทำหน้าที่เป็นซัพพอร์ตเตอร์และผู้ผลิตมิวสิควิดีโอ
  • บอย โกสิยพงษ์ เป็นผู้ประพันธ์เพลงอันทรงความหมาย

ความร่วมมือของทั้งสี่คนในครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่เป้าหมายในการบันทึกเสียง แต่ทุกอย่างคือความรัก ความคิดถึง และความตั้งใจอยากให้ “คุณแม่งามทิพย์” ได้รับฟังสิ่งที่ดีที่สุดจากร่างกายของลูก ๆ แม้จะไม่อยู่กับเราแล้ว แต่ความทรงจำดี ๆ นั้นยังคงไม่มีวันหายไปจากหัวใจของทุกคน

ผลงานชิ้นนี้เป็นตัวแทนของความรัก ความทรงจำ และความหมายดี ๆ ที่ทุกคนอยากถ่ายทอด ถ้าคุณต้องการฟังเสียงร้องของ วันใหม่ และ เฟย์ ที่เต็มไปด้วยความจริงใจ ต้องห้ามพลาดเพลง I’m OK//Not OK ที่เพิ่งเปิดตัวออกมาใหม่ และอย่าลืมเปิดใจให้ความหมายลึกซึ้งในเพลงนี้ด้วยนะครับ

ที่มา – “วันใหม่-เฟย์-บอย-หน่อง-ภัทร์” ถ่ายทอดความทรงจำที่สวยงามส่งถึง”คุณแม่งามทิพย์”ผ่าน I’m OK//Not OK

คุ้มไหม?ฉก.ลาดหญ้าจับขนยาบ้า349เม็ดค่าจ้าง500บาท

เมื่อคืนวันที่ 16 สิงหาคม พล.ต.อัษฎาวุธ ปันยารชุน ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ ได้รับรายงานข่าวลับว่ามีกลุ่มคนวางแผนลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านพื้นที่ชายแดนจังหวัดกาญจนบุรี จึงสั่งการให้ พ.อ.พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า ประสานกำลังร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดน ฝ่ายปกครอง และตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ จัดตั้งจุดสกัด-ตรวจคนเข้าเมืองหน้าเขื่อนวชิราลงกรณ เพื่อดักจับกลุ่มผู้ที่มีความน่าสงสัย

คุ้มไหม?ฉก.ลาดหญ้าจับขนยาบ้า349เม็ดค่าจ้าง500บาท

เวลาประมาณ 22.40 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถจักรยานยนต์ไม่มีป้ายทะเบียน ซึ่งตรงกับคำชี้แนะในข่าวลับ โดยมีชายหนุ่มใหญ่อายุ 39 ปีขี่มา คนขี่มีพฤติกรรมพิรุธชัดเจน หลังจากได้รับการตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบว่ามีเม็ด ยาบ้าจำนวน 349 เม็ด ถูกซ่อนไว้ภายในตัวกรองอากาศของรถจักรยานยนต์

จากการสอบสวนแผนกสืบสวนระบุว่า ชายคนนี้รับงานจากชายรายหนึ่งชื่อว่านายเม้น (งดนามสกุล) โดยถูกว่าจ้างให้ขนยาเสพติดจากตำบลสหกรณ์นิคม ไปยังตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ และได้รับค่าตอบแทนเพียงแค่ 500 บาท

คุ้มไหมกับการเสี่ยงชีวิต

ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในกฎหมายไทยเป็นอาชญากรรมที่มีโทษหนักมาก หนึ่งในสถานการณ์แบบนี้อาจไม่ใช่ครั้งแรกและคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่หน่วยลาดหญ้าสามารถสกัดและจับกุมยาเสพติดขนาดใหญ่ได้จากการรับจ้างเล็กๆ น้อยๆ ที่เสี่ยงต่อชีวิต โดยที่ผู้กระทำอาจมองว่าเสี่ยงเพียงเล็กน้อยแต่กำไรก็ยังน้อยมาก

  • ผู้กระทำอาจมีความเสี่ยงต่อชีวิตสูง
  • พูดง่ายๆ ว่าหาค่าจ้างเล็กน้อยแต่เสี่ยงทั้งชีวิต
  • หน่วยปฏิบัติการสามารถคาดเดาเส้นทางและเวลาได้แม่นยำ

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์ของความพยายามและความแม่นยำในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่พร้อมเผชิญหน้ากับภัยคุกคามตลอดเวลา

การจับกุมหนุ่มใหญ่ขนยาบ้าครั้งนี้ไม่ใช่เพียงคดีอาชญากรรมธรรมดา แต่เป็นการเตือนตัวของคนที่อาจหวังกำไรจากการกระทำผิดกฎหมายในระดับอันตราย โดยไม่รู้เลยว่าตนเองอาจเสี่ยงกับสิ่งเลวร้ายมากเพียงใด เพราะการรับจ้างทำผิดกฎหมายแม้จะได้เงินน้อยแต่ผลกระทบทางกฎหมายกลับหนักหน่วง

สถานการณ์เช่นนี้เรียกร้องให้สังคมรับรู้และเข้าใจว่ายาเสพติดส่งผลเสียต่อทั้งกับตัวผู้เสพเอง สังคม และลูกหลาน ซึ่งหน่วยงานต่างๆ จำเป็นต้องร่วมมือกันทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการบานปลายของปัญหาในอนาคต

เมื่อเห็นผลสำเร็จเช่นนี้แล้ว คุ้มไหมกับการเสี่ยงชีวิตเพียง 500 บาท?

ที่มา – คุ้มไหม?ฉก.ลาดหญ้า สกัดจับหนุ่มใหญ่ขนยาบ้า 349 เม็ด ค่าจ้าง 500 บาท

เกาะประเด็นการเมืองวันนี้ จับตา หลังที่ประชุมสภาฯ ‘งบผ่าน 257 ต่อ 230’

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งมีวงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท โดยภายหลังการอภิปรายร่วมเป็นเวลา 3 วัน ได้มีการลงคะแนนเสียงจนออกผลว่า มีเสียงเห็นด้วย 257 เสียง ไม่เห็นด้วย 230 เสียง และงดออกเสียง 1 เสียง จากนั้นร่างกฎหมายดังกล่าวจึงถูกส่งไปยังวุฒิสภาเพื่อดำเนินการพิจารณาต่อ

เกาะประเด็นการเมืองวันนี้ จับตา หลังที่ประชุมสภาฯ ‘งบผ่าน 257 ต่อ 230’

ภายหลังการประชุม สภาผู้แทนราษฎร นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ให้ความร่วมมือในการพิจารรงบประมาณครั้งนี้ โดยระบุว่า รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน

การจัดสรรงบประมาณที่โปร่งใส

ทั้งนี้ ท่านรมว.คลังได้เน้นย้ำว่า งบประมาณที่ผ่านการพิจารณาแล้วจะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์อย่างเคร่งครัด ภายใต้มาตรการที่มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้

ผลการลงคะแนนครั้งนี้เสียงเห็นชอบจากพรรคร่วมรัฐบาลเป็นฝ่ายที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุด โดยมีเสียงของ สส.งูเห่าจากพรรคร่วมฝ่ายค้านหลายพรรคที่เปลี่ยนแนวทางการลงคะแนน ซึ่งรวมถึง สส.จากพรรคประชาชน, พลังประชารัฐ, และภูมิใจไทย ที่ได้ลงมติเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ

  • น.ส.กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สส.ชลบุรี พรรคประชาชน
  • น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ
  • น.ส.ประภา เฮงตระกูล สส.กาฬสินธุ์ พรรคภูมิใจไทย

อย่างไรก็ตาม เสียงไม่เห็นด้วยจำนวน 230 เสียง ส่วนใหญ่มายังจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน และมีบางกรณีที่ สส. พarti ร่วมรัฐบาลบางรายไม่มีการลงคะแนนเสียง ได้แก่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง (เพื่อไทย) และนางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ (รวมไทยสร้างชาติ)

กรณีคลิปเสียงซื้อโหวตในสภาฯ

ในประเด็นคลิปเสียงการซื้อโหวตที่เกี่ยวข้องกับ สส.พรรคประชาชน นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องได้รับการสอบสวนอย่างเปิดเผย เพื่อความถูกต้องในการดำเนินคดี และเพื่อป้องกันการตีความผิดในวงการการเมือง

นอกจากนี้ “เลขาบอย” สรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้เปิดเผยว่า นายกฯ พรรคเพื่อไทย อย่างนายแพทองธาร ชินวัตร มีแผนที่จะเข้าฟังคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่า กรณีนี้อาจนำไปสู่ความเสียหายทั้งในเชิงการเมืองและต่อตัวนายกฯ เอง

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าหากเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในตำแหน่งนายกฯ จะมีแคนดิเดตสำรองอย่างนายชัยเกษม นิติสิริ ซึ่งพร้อมจะรับหน้าที่หากถึงจุดวิกฤติ

ด้านคดีฮั้ว สว.

ด้านหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่าง ดีเอสไอ ได้เตรียมออกหมายเรียกผู้สมัคร สว. อีกกว่า 1,200 ราย หลังพบความเกี่ยวข้องของกลุ่มพลีชีพที่เกี่ยวข้องกับการบิดเบือนการเลือก ส.ว. โดยพบธุรกรรมการเงินที่สัมพันธ์กับนักการเมืองใน 45 จังหวัด

พยานหลักฐานที่รวบรวมไว้ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับการโอนเงิน, การรับจ้างเป็นโหวตเตอร์ และความเชื่อมโยงกับกลุ่มในพื้นที่ ส่งผลให้หน่วยงานสอบสวนเตรียมดำเนินการสอบปากคำอย่างละเอียดต่อไป

ในทางการเมือง ยังมีความเคลื่อนไหวอีกด้านเมื่อมีการประกาศแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภา เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม โดยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568

การผ่าน งบประมาณพ.ศ.2569 ด้วยคะแนน 257 ต่อ 230 ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองที่น่าจับตา ไม่ว่าจะเป็นในมุมของความสัมพันธ์ภายในพรรคร่วมรัฐบาล หรือผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลในสายตาสาธารณชน

หากคุณกำลังติดตามสถานการณ์การเมืองในไทยในปัจจุบัน เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นหลักที่คุณต้องไม่พลาด ใช่ไหม?

ที่มา – เกาะประเด็นการเมืองวันนี้ จับตา หลังที่ประชุมสภาฯ ‘งบผ่าน 257 ต่อ 230’

หมอเตือน ! เหงื่อออกมากผิดปกติ อาจส่งสัญญาณโรคร้าย

“โรคเหงื่อมือ-เท้า” เป็นปัญหาสุขภาพที่อาจยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในประเทศไทยนัก โดยปกติเมื่อถึงฤดูร้อน หรือเมื่ออากาศเริ่มร้อนจัด ร่างกายของเรามักจะขับเหงื่อออกมาเป็นธรรมชาติ เพื่อควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย แต่หากพบว่าเหงื่อออกมากเกินความจำเป็น และเกิดขึ้นตลอดเวลาโดยไม่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิภายนอก นั่นอาจเป็นสัญญาณของเหงื่อออกมากผิดปกติ หรือที่เรียกว่า Hyperhidrosis

ในหลายกรณี อาการเหงื่อออกมากผิดปกติ อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอึดอัด ไม่มั่นใจ และกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก วันนี้ “เดลินิวส์” ได้นำบทความจากสำนักข่าวเพจสสส. มาช่วยให้กำลังใจและแนะนำแนวทางสำหรับใครที่กำลังเผชิญกับปัญหานี้ โดยได้รับความรู้จาก รศ.นพ.ศิระ เลาหทัย ศัลยแพทย์ทรวงอกจากศูนย์ผ่าตัดส่องกล้อง โรงพยาบาลวชิรพยาบาล

หมอเตือน ! เหงื่อออกมากผิดปกติ อาจส่งสัญญาณโรคร้าย

จากคำอธิบายของแพทย์ ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ นี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ แบบปฐมภูมิ (Primary Focal Hyperhidrosis) ซึ่งมักเกิดขึ้นเองที่เฉพาะบริเวณของร่างกาย เช่น มือ รักแร้ เท้า หรือหน้า โดยไม่มีโรคอื่นร่วมเป็นสาเหตุ และอีกประเภทคือ แบบทุติยภูมิ (Secondary Hyperhidrosis) ที่อาจเกิดจากโรคทางการแพทย์ เช่น ความดันโลหิตสูง หรือไทรอยด์เป็นพิษ ซึ่งแพทย์มักจะเน้นย้ำว่า หากมีอาการเหงื่อออกมากผิดปกติ ควรได้รับการวินิจฉัยจากผู้เชี่ยวชาญอย่างถูกต้อง

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อ “โรคเหงื่อมือ-เท้า”?

พบว่าผู้ที่มีเหงื่อออกมากผิดปกติ แบบปฐมภูมิ มีประมาณ 1-3% ของประชากรทั่วไป โดยมักเริ่มแสดงอาการตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยรุ่น สัญญาณแรกที่เจอมักคือความชื้นหรือเหงื่อที่มือหรือเท้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต เช่น ไม่สามารถจับกระดาษ จับโทรศัพท์ เขียนหนังสือ หรือปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ได้อย่างปกติ อาการมักจะแย่ลงเมื่ออยู่ในที่ร้อนหรือเมื่อพบความเครียด ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจของเด็กและวัยรุ่นเป็นอย่างมาก

ทางเลือกในการรักษาโรคเหงื่อมือ-เท้า

  • การใช้ยาทาหรือยาพ่นลดเหงื่อ
  • การฉีดยาบูต็อกซ์ (Botox) ที่บริเวณที่มีเหงื่อออกมากเกินปกติ
  • การทำอิออนโทโฟเรซิส (Iontophoresis) ซึ่งใช้ไฟฟ้าเล็กน้อยในการลดการหลั่งเหงื่อ
  • การผ่าตัดในกรณีที่รุนแรง เช่น การตัดเส้นประสาบที่ควบคุมต่อมเหงื่อ

อย่างไรก็ตาม การรักษาเหงื่อออกมากผิดปกติสามารถทำได้ตั้งแต่เด็ก และหากคุณหรือคนในครอบครัวมีอาการดังกล่าว อย่าลืมไปพบแพทย์เพื่อให้ได้รับคำแนะนำและวิธีรักษาที่เหมาะสม อย่าปล่อยให้อาการเหล่านี้กระทบคุณภาพชีวิตโดยไม่รับการรักษา

อย่าลืมสังเกตตัวเองและคนที่คุณรัก เพราะ “โรคเหงื่อมือ-เท้า” ไม่ได้เป็นเรื่องเล็ก และรู้เร็ว รักษาได้ทัน

ที่มา – หมอเตือน ! เหงื่อออกมากผิดปกติ อาจส่งสัญญาณโรคร้าย