ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

บูม – รวีวิชญ์ มอบเพลง North Star เซอร์ไพรส์ BETUS

ในช่วงเวลาที่หลายคนอาจรู้สึกหลงทาง บูม – รวีวิชญ์ (BXXM RVW) หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “อคิน” จากซีรีส์สุดฮอต “Top Form กอดกันมั้ย นายตัวท็อป” ได้เปิดตัวเพลงใหม่ “North Star” ที่ไม่ใช่แค่บทเพลงรักธรรมดา แต่เป็นของขวัญสุดพิเศษจากหัวใจของบูม 送给ทุก BETUS ด้วยความจริงใจ

บูม – รวีวิชญ์ และความหมายของเพลง North Star

บูม – รวีวิชญ์ ลงมือทำทุกขั้นตอนด้วยตนเอง ตั้งแต่การคิดคอนเซ็ปต์ แต่งทำนอง แต่งเนื้อเพลง ไปจนถึงกำกับมิวสิกวิดีโอ เพื่อให้แน่ใจว่าเพลงนี้สามารถสื่อสารความรู้สึก “ขอบคุณ” ได้อย่างลึกซึ้งต่อแฟนคลับ “BETUS” ผู้ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจและดวงดาวที่นำทางให้เขาอยู่เสมอ

เนื้อเพลงที่พูดถึงความรักที่เป็นแรงนำทาง

เนื้อเพลงของ “North Star” พูดถึง “ดาวเหนือ” ที่เป็นแรงนำทางในวันที่หลงทาง คล้ายกับพละกำลังใจของบูมที่ได้รับจากแฟนๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะเพลงบรรทัด “You’re my North Star, always” กลายเป็นแคมเปญบนโซเชียลมีเดียที่หลายคนใช้โพสต์ติดเทรนด์ในหลายประเทศ

ด้วยพลังรักจาก BETUS ที่เต็มล้น ทำให้งานวันเกิดของบูมในปีนี้กลายเป็นปรากฎการณ์ที่น่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็น:

  • งานวันเกิดสุดน่ารักในประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม
  • แฟนมีตติ้งในเมืองหนานหนิง ประเทศจีน ที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,200 คน
  • ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ ป้ายบิลบอร์ดในหลายเมือง รวมถึงรถตุ๊กตุ๊กกว่า 200 คันในกรุงเทพฯ ที่พากันแสดงความรักผ่านคำอวยพร

อะไรทำให้ North Star เป็นเพลงที่พิเศษ?

ไม่ใช่แค่เพราะว่า “North Star” เป็นผลงานที่บูมใส่ใจทุกรายละเอียด แต่ยังเป็นการแสดงออกของความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างศิลปินกับแฟนคลับ ที่ก้าวพ้นจากอารมณ์เพียงแค่ “แฟนคลับ-ศิลปิน” ไปเป็นครอบครัวเล็กๆ ที่รักกันจริง คอยเติมพลังให้กันเสมอ

ทั้งหมดนี้คือแรงผลักดันให้ “North Star” ไม่เพียงแต่เป็นเพลง แต่เป็นสัญลักษณ์ของความรักและการติดตามอย่างมีความหมายในเส้นทางของ บูม – รวีวิชญ์ ที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ถ้าคุณเป็นหนึ่งใน BETUS ที่ให้ความรักเขาเสมอมา อย่าลืมรับฟังเพลง “North Star” แล้วบอกเราทีหลังว่าคุณมีความรู้สึกอย่างไรกับบทเพลงนี้นะ!

ที่มา – “บูม – รวีวิชญ์”มอบเพลง “North Star” เซอร์ไพรส์เหล่า “BETUS” ขอบคุณทุกพลังรักที่เป็นดั่งดาวนำทาง

พีท-เจ็ง ไฟเขียว เซย่า มีแฟนได้ รับกังวลมากที่สุดในลูกสามคน

ครอบครัวทองเจือเป็นหนึ่งในครอบครัวที่โดดเด่นในวงการบันเทิงและธุรกิจ ด้วยผลงานที่หลากหลายและมีคุณภาพ การใช้ชีวิตของ พีท-เจ็ง และลูกๆ จึงเป็นที่จับตามองของผู้คนมากมาย โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ของลูกสาวคนโตอย่าง เซย่า ซึ่งแม่เจ็งยอมรับว่าเป็นคนที่กังวลและห่วงใยมากที่สุดในบรรดาลูกๆ ทั้งสามคน

พีท-เจ็ง ไฟเขียว เซย่า มีแฟนได้

ท่ามกลางบรรยากาศของการเปิดตัวเทศกาล Thailand International LGBTQ+ Film & TV Festival 2025 (TILFF 2025) พีท ทองเจือ คุณพ่อผู้มีอิทธิพล และ เจ็ง วิไลลักษณ์ คุณแม่ผู้เข้าใจลูกอย่างลึกซึ้ง ได้เปิดใจถึงความเป็นจริงของลูกสาวคนโต เซย่า ที่ยังไม่มีแฟนจนถึงปัจจุบัน ทั้งที่รสนิยมและความนิยมของเธอในวงการบันเทิงถือว่าเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

เซย่าคนจริงกับเรื่องความรัก

ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุด เซย่าได้ออกมาพูดถึงเรื่องความรักอย่างตรงไปตรงมา โดยบอกว่าตอนนี้เธอยังไม่มีแฟน แม้ว่าแม่เจ็งจะเป็นห่วงจนพยายามจะหาให้ก็ตาม “แต่หนูก็เลยมาเล่นซีรีส์ GL แล้วนะ” เธอเผยด้วยความขำขัน พร้อมยืนยันว่าการไม่มีแฟนไม่ใช่ปัญหาอะไร และยังชื่นชอบการใช้ชีวิตแบบเป็นตัวของตัวเอง

พีท-เจ็ง ให้ความเข้าใจกับความเลือกของ เซย่า เมากว่าความคาดหวัง คุณแม่เจ็งเผยว่า “เราอยากให้ พีท-เจ็ง ไฟเขียว เซย่า มีแฟนได้ เพราะอยากให้เขาเรียนรู้การใช้ชีวิต การพูดคุย และการสื่อสารกับอีกคน เพราะตอนนี้เขาเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนมาก และจริงจัง จนชวนให้เครียดบางครั้ง”

คุณพ่อพีทมองอีกมุมและให้ความอิสระกับลูกสาวอย่างเต็มที่ “เราไม่ได้หวงหรอกนะ แต่สบายใจที่อย่างน้อยเขายังอยู่ใน Safe Zone ของเขา ถ้าเขาอยากมีแฟนก็แล้วแต่เขา”

ความห่วงใยจากครอบครัว

นอกจากจะโดดเด่นในด้านความก้าวหน้าในสายงาน เซย่ายังเป็นคนที่มี Personality ส่วนตัวชัดเจน ซึ่งแม่เจ็งมองว่าเป็นเรื่องที่สร้างความกังวล เพราะในวัยที่ควรเรียนรู้การมีความสัมพันธ์ กับคนที่ไม่ใช่ครอบครัว เธออาจพลาดโอกาสในการเติบโต “เราอยากให้เขา Relax มากขึ้น มีมุมมองที่หลากหลายกว่านี้จากการออกไปเที่ยว เจอกับคนอื่น และมีแฟนก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์นั้น”

เมื่อถามว่าในบ้านมีลูกทั้งสามคน ใครเป็นคนที่ห่วงมากที่สุด แม่เจ็งตอบโดยไม่ลังเลว่า “แน่นอนเลยคือ เซย่า เธอเป็นคนซีเรียส จริงจัง ถ้ามีแฟนหรือคนพูดคุย คิดว่าจะผ่อนคลายได้มากขึ้น ส่วนน้องๆ กับโรเตอร์ก็เป็นคนต่างแบบ แยกเรื่องได้ชัดเจน”

สเปคแฟนในฝันของเซย่า

  • นิสัยดี มีมารยาท
  • จิตใจดีและมีความเข้าใจ
  • ไม่จำเป็นต้องเรียนเก่ง แต่ต้องทำงานเก่ง
  • ไม่ใช่คนเจ้าชู้

เพื่อนอาจมองว่าเธอยัง Single อยู่ค่อนข้างนาน แต่สำหรับ เซย่า แล้วการใช้ชีวิตของตัวเองคือสิ่งสำคัญที่สุด ทว่าทั้งพ่อและแม่ก็เปิดทางให้เธอได้เลือกเส้นทางของตัวเอง แม้จะมีความกังวลบ้าง แต่ไม่เคยกดดัน เฉกเช่นเดียวกับที่เธอกำลังพยายามลดความ Introvert เพื่อสร้างความสมดุลให้ชีวิต

พีท-เจ็ง ไฟเขียว เซย่า มีแฟนได้ นับเป็นอีกหนึ่งภาพ warmth ของความรักในครอบครัว ที่ต่างให้อิสระ แต่ก็ไม่ทิ้งกัน เซย่าเติบโตอย่างมั่นคง ไม่ว่าจะมีแฟนหรือไม่ก็ยังเป็นที่รักของครอบครัวเสมอ

ที่มา – ‘พีท-เจ็ง’ ไฟเขียว ‘เซย่า’ มีแฟนได้ รับกังวลห่วงที่สุดในบรรดาลูกสามคน!

ทหารเกณฑ์คลุ้มคลั่งใช้เอ็ม16กราดยิงชาวบ้านสุรินทร์

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุระทึกขวัญในจังหวัดสุรินทร์ บริเวณร้านค้าใกล้เขื่อนแก้ว ต.กาบเชิง เมื่อทหารเกณฑ์คนหนึ่งเกิดอาการ คลุ้มคลั่ง และใช้ปืนเอ็ม16กราดยิงชาวบ้านที่กำลังจับกลุ่มดื่มสุรา จนมีผู้บาดเจ็บหลายราย หลังจากนั้นทหารเกณฑ์รายดังกล่าวได้หลบหนีเข้าป่าอย่างรวดเร็ว

ทหารเกณฑ์คลุ้มคลั่งใช้เอ็ม16กราดยิงชาวบ้าน

จากข้อมูลของพนักงานสอบสวนพบว่า ทหารเกณฑ์ที่ก่อเหตุชื่อว่า พลทหารรัฐภูมิ เทพศิริ อายุ 25 ปี ชาวอำเภอเมืองสุรินทร์ ซึ่งขณะเกิดเหตุสวมเสื้อยืดสีดำ ใส่เสื้อเกราะและพกกระสุนติดตัว 5 แม็กกาซีน เกิดอาการอารมณ์ไม่เสถียรจนใช้ปืนเอ็ม16กราดยิงใส่กลุ่มชาวบ้านที่อยู่ห่างจากเขาประมาณ 50 เมตร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือ นายนวุฒนา อายุ 35 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณน่องขวา และอีกคนคือนายอนุวัตน์ อายุ 32 ปี ที่มีแผลบริเวณท้องใต้ชายโครงขวาและไหล่ซ้าย

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.คำพล โนนุช ผู้กำกับตำรวจ สภ.กาบเชิง ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันทีพร้อมทั้งจัดการรักษาผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน ทั้งยังสั่งการให้จัดตั้งจุดตรวจสกัด ค้นหาผู้ก่อเหตุอย่างเข้มงวด ขณะนี้ทหารเกณฑ์รายดังกล่าวได้หลบหนีเข้าบริเวณป่าใกล้เคียง ตำรวจและทหารร่วมกันรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นอีก

การสืบสวนและการตั้งด่านล่า

จากการตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนจากปืนเอ็ม16 จำนวน 18 นัด ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของทหารเกณฑ์รายดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อนผู้บาดเจ็บให้การว่า ก่อนเกิดเหตุพวกเขานั่งดื่มสุรากันประมาณ 5-6 คน จากนั้นค่อยแยกย้ายกันกลับ จนเหลือเพียง 2 คน ก่อนที่ทหารเกณฑ์คลุ้มคลั่งจะปรากฎตัวและเปิดฉากยิงอย่างไม่คาดฝัน

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีความตึงเครียดสูงและมีทหารจำนวนมากประจำการอยู่ในพื้นที่ การที่ทหารเกณฑ์บางคนมีอาการของความเครียดสะสม อาจนำไปสู่การกระทำที่พลั้นแล่นได้ เหมือนเหตุการณ์ครั้งนี้

ประชาชนผู้เสียหายและผู้ที่ได้รับอิทธิพลจากเหตุการณ์ครั้งนี้ยังไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเป็นทางการ ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดความไม่สงบในพื้นที่ และเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและประชาชนโดยรอบ

ในทางสังคม เหตุการณ์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของสุขภาพจิตในหมู่กำลังพลในหน่วยงานทหาร ซึ่งหากไม่มีการดูแลอย่างใกล้ชิด อาจนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรงทางจิตใจและร่างกายต่อชุมชนโดยรอบได้

หากคุณรู้จักใครในพื้นที่หรือมีข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับทหารเกณฑ์รายนี้ ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่อย่างทันท่วงทีเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ที่มา – ‘ทหารเกณฑ์’ คลุ้มคลั่งฉวยเอ็ม16 กราดยิงชาวบ้าน ก่อนเผ่นเข้าป่า

ทรัมป์ต่อสายถึงรัฐมนตรีคลังนอร์เวย์ คุยเรื่องภาษีและรางวัลโนเบล

ไม่นานมานี้ สื่อต่างประเทศรายงานเกี่ยวกับการสนทนาที่น่าสนใจระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และ รัฐมนตรีคลังนอร์เวย์ เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก ซึ่งสร้างกระแสในวงการการเมืองระหว่างประเทศ รายงานระบุว่า ทรัมป์ได้โทรศัพท์ถึงสโตลเทนเบิร์กโดยตรงขณะที่เขาเดินอยู่ในกรุงออสโล เพื่อพูดคุยเรื่อง มาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีผลต่อนอร์เวย์ภายใต้อัตราภาษี 15% ที่เพิ่งเริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา

ทรัมป์ต่อสายถึงรัฐมนตรีคลังนอร์เวย์ คุยเรื่องภาษีและรางวัลโนเบล

ช่วงการสนทนานี้ยังมีประเด็นที่ตอกย้ำความน่าสนใจ เมื่อทรัมป์ใช้โอกาสพูดถึงรางวัลโนเบล ซึ่งสโตลเทนเบิร์กเคยได้รับการกล่าวถึงในอดีตเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงที่เขายังดำรงตำแหน่งเลขาธิการนาโต ในสมัยรัฐบาลของทรัมป์ในรอบแรก ด้านสโตลเทนเบิร์กยืนยันว่าการโทรศัพท์ของทรัมป์เกิดขึ้นจริง แต่กล่าวว่าไม่มีการกล่าวถึงรางวัลโนเบลโดยตรง อย่างไรก็ตาม สื่อนอร์เวย์รายงานว่าหลังการสนทนาดังกล่าว ทรัมป์ยังได้โทรศัพท์ถึงนายกรัฐมนตรีโยนาส การ์ สเตอร์ เพื่อพูดคุยเพิ่มเติม

ความใฝ่ฝันรางวัลโนเบลของทรัมป์

การพูดถึงรางวัลโนเบลครั้งนี้ดูเหมือนจะสะท้อนแรงผลักดันภายในของทรัมป์ที่หวังให้ตนเองได้รับรางวัลสาขาสันติภาพระดับโลก ซึ่งมีผู้นำสหรัฐฯ อย่างประธานาธิบดีที่ผ่านมามากมายเคยได้รับรางวัลนี้ เช่น ธีโอดอร์ รูสเวลต์, วูดโรว์ วิลสัน, จิมมี คาร์เตอร์ และบารัค โอบามา แม้การได้รับรางวัลนี้จะเป็นเรื่องของคณะกรรมการโนเบลนอร์เวย์ แต่ความตั้งใจของทรัมป์ในการพูดถึงรางวัลในเชิงบวกกับผู้นำต่างประเทศ แสดงให้เห็นถึงแรงผลักดันทางการเมือง

  • ทรัมป์มีความฝันอยากได้รางวัลโนเบล
  • พูดคุยกับรัฐมนตรีคลังนอร์เวย์ เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก
  • หารือเรื่องมาตรการภาษีสหรัฐฯ กับนอร์เวย์
  • เคยพูดถึงรางวัลนี้ในการสนทนาครั้งก่อน

สถานการณ์นี้สะท้อนภาพของการเมืองโลกที่การสนทนาไม่เพียงแค่เกี่ยวกับนโยบาย แต่ยังสอดแทรกความคาดหวังส่วนตัวของผู้นำในระดับโลก ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีวันคลี่คลาย หากยังมี ทรัมป์ต่อสายถึงรัฐมนตรีคลังนอร์เวย์ คุยเรื่องภาษีและรางวัลโนเบล เป็นเครื่องพิสูจน์

สำหรับใครที่สนใจติดตามความเคลื่อนไหวระดับโลก การพูดคุยครั้งนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในวงการการเมืองระหว่างประเทศ ที่ยังเต็มไปด้วยพลังแห่งความทะเยอทะยานและการปรับตัวเพื่อเผชิญหน้ากับอิทธิพลใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ภาษี หรือแม้กระทั่ง รางวัลโนเบล ที่เป็นเป้าหมายระดับโลก

ที่มา – ทรัมป์ต่อสายถึงรัฐมนตรีคลังนอร์เวย์ คุยเรื่องภาษีและรางวัลโนเบล

แห่ขอเลขเด็ด! อิทธิฤทธิ์แม่ตะเคียนผุดลอยน้ำ พระ-ชาวบ้านอัญเชิญไว้วัดขอโชคลาภ

เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลดอนลำโพง อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี เกิดความฮือฮาเมื่อมีรายงานว่าพบ “แม่ตะเคียน” ลอยมาจอดติดตลิ่งบริเวณแม่น้ำตากแดด น้ำท่วมมากันเป็นพวงเมื่อแม่น้ำช่วงฤดูฝนมีน้ำหลาก จนต้นตะเคียนอายุนับร้อยปี ขนาดความยาว 12 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร ลอยขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

แห่ขอเลขเด็ด! อิทธิฤทธิ์แม่ตะเคียนผุดลอยน้ำ

หลังจากที่ชาวบ้านพบต้นไม้ตระกูลพญาไม้ผุดแสง คือ “ต้นตะเคียน” ที่ลอยมาจอดติดริมฝั่ง จึงได้รีบแจ้งเจ้าอาวาสวัดท่ามะขามป้อม ซึ่งเป็นพระที่มีชื่อเสียงเรื่องดวงจิตและโบราณคดี มารับทราบ ต่อมาในวันที่ 13 สิงหาคม ได้มีพิธีอัญเชิญต้นตะเคียนขึ้นจากน้ำ โดยใช้เรือและรถไถนาลากต้นไม้อันศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาบนคานไม้ พร้อมมุงสแลนป้องกันแดดเป็นพิธี

อัญเชิญไว้วัด พระ-ชาวบ้านแห่ขอโชค

ในวันที่ 14 สิงหาคม ได้มีพิธีบวงสรวงต้นตะเคียนอย่างเป็นทางการ โดยมีทั้งพระและชาวบ้านมาร่วมทำพิธี เหตุการณ์ที่ผิดฤดูกาล ที่ต้นไม้เหล่านี้ลอยมาเมื่อวันดีคืนดีนั้น เรียกได้ว่ามีความลึกลับ ที่แม่น้ำตากแดด ซึ่งปกติแห้งในช่วงฤดูแล้ง กลับมีต้นตะเคียนลอยขึ้นมาในฤดูฝน

นอกจากนี้ ระหว่างทำพิธี ยังมีชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวอ้างว่าได้สัมผัสกับ “แม่ตะเคียน” โดยบอกว่าต้นนี้มีชื่อว่า “แม่แก้วพิกุล” และอายุเพียง 18 ปี สร้างความแปลกใจและฮือฮาให้กับแม่ค้าแม่ขายลอดต่อเนื่อง

หลายรายตั้งใจเดินทางจากหลายอำเภอเพื่อมา “ขอเลขเด็ด” จากต้นตะเคียน ซึ่งใช้แป้งโรยลงบนเปลือกไม้แล้วใช้มือลูบไล้ใคร่ขอโชค ทำให้เลขที่ได้ออกมาในแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่มีหลักหลายเลขซ้ำกัน เช่น 80, 75, 775 และเลขในขันน้ำมนต์คือเลข 60 นอกจากนี้ เลขท้ายป้ายรถไถนาที่ใช้ลากต้นไม้อันศักดิ์สิทธิ์ขึ้นจากน้ำคือเลข 453 ก็ถูกหยิบยกมาใช้เสี่ยงโชคเช่นกัน

แห่ขอเลขเด็ด! อิทธิฤทธิ์แม่ตะเคียนผุดลอยน้ำ

ซึ่งช่วยวางใจให้พ่อค้าลอตเตอรี่รายย่อยหลายรายต่างขายหวยได้อย่างดี โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้เคียงวัด กลายเป็นจุดนัดหมายของผู้ที่ศรัทธาและความเชื่อว่า “แม่ตะเคียน” สามารถทำนายโชคชะตาให้ได้ เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์เชิงจิตวิญญาณที่แพร่หลายไปอย่างรวดเร็วทั่วพื้นที่อุทัยธานีและพื้นที่ใกล้เคียง

ในการอัญเชิญต้นไม้นี้มาไว้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความยึดมั่นทางศาสนาและจิตใจของชาวบ้านที่มีต่อพิธีกรรม รวมทั้งสร้างแรงจูงใจให้ร่วมกันช่วยดูแลวัดและอนุรักษ์ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้ให้อยู่กับท้องถิ่น

สุดท้าย แม้ว่าหลายคนอาจมองด้วยความสงสัยว่า “แห่ขอเลขเด็ด! อิทธิฤทธิ์แม่ตะเคียนผุดลอยน้ำ” เป็นเพียงเชื่อถือกันตามอบริบูรณ์ แต่ก็ถือเป็นความสามารถในการรวมพลังจิตและสร้างความเชื่อมโยงทางจิตใจของชุมชนได้เป็นอย่างดี

หากคุณมีโอกาสไปอุทัยธานี ลองแวะไปสักการะ “แม่ตะเคียน” คนดีโอกาสได้ “เทพเด็ด” ที่อาจพาคุณลุ้นถูกหวยในงวดต่อไปก็ได้!

ที่มา – แห่ขอเลขเด็ด! อิทธิฤทธิ์แม่ตะเคียนผุดลอยน้ำ พระ-ชาวบ้านอัญเชิญไว้วัดขอโชคลาภ

กองทัพบกแจงเหตุพลทหารใช้อาวุธปืนพื้นที่อ.กาบเชิง

เมื่อเวลา 00.45 น. วันที่ 15 สิงหาคม พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ได้เกิดเหตุใช้อาวุธปืนในพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ โดยกำลังพลกองร้อยทหารราบที่ 1623 ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นชุดรวมทั้งสิ้น 10 นัด บริเวณถนนข้างวัดบ้านเขื่อนแก้ว จากนั้นเวลา 00.54 น. ได้ยินเสียงปืนเพิ่มขึ้นอีก 2 นัด ซึ่งหลังจากการตรวจสอบพบว่า มีพลทหารรัฐภูมิ เทพศิริ ซึ่งสังกัดกองร้อยทหารราบที่ 1623 ได้ออกจากที่ตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนแบบยาวพร้อมกระสุนจำนวนมาก

กองทัพบกแจงเหตุพลทหารใช้อาวุธปืนพื้นที่อ.กาบเชิง

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์นี้ 2 ราย ได้แก่ 1. นายอนุวัฒน์ สิงห์ชัย อายุ 32 ปี เป็นชาวบ้านในพื้นที่บ้านเขื่อนแก้ว ถูกกระสุนปืนเข้าปอดข้างขวาส่งผลให้มีอาการสาหัส แต่ยังคงรู้สึกตัว และได้ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลสุรินทร์เพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน และ 2. นายวุฒนา นาประโคน อายุ 35 ปี ได้รับบาดเจ็บจากการถูกสะเก็ดกระจกเข้าที่เท้าซ้าย อย่างไรก็ตามได้คุยอาการปลอดภัย สถานะอาการผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายนี้ยังพ้นขีดอันตรายแล้วและได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสม

การร่วมมือของเจ้าหน้าที่และตำรวจ

พ.อ.ริชฌา กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจร่วมกับกำลังพลจากกองร้อยทหารราบที่ 1623 ได้เคลื่อนกำลังตรวจสอบพื้นที่ สอบถามพยาน เบื้องต้นมีความเชื่อว่าพลทหารรัฐภูมิ เทพศิริ น่าจะเป็นผู้ก่อเหตุโดยตรง เหตุการณ์ในครั้งนี้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ ทางกองทัพบกจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนโดยรอบพื้นที่เพื่อค้นหาตัวผู้ต้องสงสัย แต่ยังไม่สามารถจับกุมได้ในขณะนี้

  • พลทหารออกนอกที่ตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • พกพาอาวุธปืนและกระสุนออกจากแผนก
  • ยิงปืนเป็นชุดภายในช่วงดึกของวันที่ 15 สิงหาคม
  • ผู้บาดเจ็บ 2 รายส่งตัวรักษาในโรงพยาบาลพื้นที่

กองทัพบกขอแจ้งขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารทันที โดยจะมีการรายงานข่าวสารเพิ่มเติมหากมีความคืบหน้าในภายหลัง. ในฐานะพลเมืองที่ดี สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาความปลอดภัยของตนเองและชุมชน เราควรเฝ้าระวังพฤติกรรมที่ผิดปกติ และเป็นพยานเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการระบุข้อมูลให้แม่นยำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในเฟรมเดียว

ที่มา – ‘กองทัพบก’แจงเหตุพลทหารใช้อาวุธปืนพื้นที่อ.กาบเชิง บาดเจ็บ 2 รายพ้นขีดอันตรายแล้ว

ขนุน มีดีทั้งเนื้อทั้งเม็ด ชะลอวัย บำรุงร่างกาย

ขนุน เป็นผลไม้ที่หลายคนชื่นชอบ ทั้งรสชาติหวานฉ่ำและประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อในสีเหลืองอร่อย หรือแม้แต่ เม็ดขนุน ที่สามารถรับประทานได้และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ผลไม้ชนิดนี้มีชื่อเสียงว่า “สุดยอดพลังงานธรรมชาติ” ที่ให้สารอาหารครบถ้วนแก่ร่างกาย

ขนุน มีดีทั้งเนื้อทั้งเม็ด ชะลอวัย บำรุงร่างกาย

เนื้อขนุนสุกนั้นอุดมไปด้วยพลังงาน ช่วยเติมความสดชื่นและให้ความอิ่มนาน สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญกล่าวว่า ขนุน มีสารอาหารสำคัญหลายชนิดที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น ซูโครส ฟรุกโตส วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี และสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง ฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยชะลอวัยและลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง

ขนุนสุก

สรรพคุณของเนื้อขนุน

เนื้อขนุนมีประโยชน์มากมาย เช่น ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงผิวพรรณ และยังช่วยในการทำงานของระบบย่อย การกินเนื้อขนุนเป็นประจำสามารถช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เยื่อบุภายในเจริญ และยังป้องกันโรคมะเร็งได้ในระดับหนึ่ง

  • วิตามินเอ ช่วยให้ผิวหนัง และเยื่อบุต่างๆ แข็งแรง
  • วิตามินซี ต้านเชื้อโรคและช่วยฟื้นฟูร่างกาย
  • วิตามินบี ที่พบไม่มากในผลไม้อื่น ช่วยเสริมระบบประสาท
  • ช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

หากพูดถึงเมล็ดขนุน ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง “สมบัติ” ที่มีประโยชน์ไม่แพ้กัน เมล็ดขนุน เป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูง ให้พลังงานแบบค่อยเป็นค่อยไป และยังมีแร่ธาตุสำคัญหลายชนิด

เม็ดขนุน
  • โปรตีนสูง ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
  • วิตามินบี 1, บี 2 และวิตามินซี
  • แคลเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และซิงค์
  • โพแทสเซียม ช่วยควบคุมความดันโลหิต
  • ฟลาโวนอยด์และพอลิฟีนอล ช่วยชะลอวัย ต้านอนุมูลอิสระ

การรับประทานเมล็ดขนุนจึงช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต อีกทั้งยังช่วยรักษาสุขภาพหัวใจ สมอง และระบบประสาทได้ดี แต่ควรระวังเรื่องการต้มหรือปรุงให้สุกเสียก่อน เพราะเมล็ดดิบอาจมีสารที่เป็นพิษได้

ขนุนในมุมของการแพทย์แผนจีน

ในมุมมองของแพทย์แผนจีน ขนุน ถูกนำมาใช้เพื่อบำรุงร่างกาย แก้กระหายน้ำ และช่วยคลายเมาสุรา ส่วนเมล็ดขนุนช่วยขับน้ำนม ส่วนแก่นขนุนใช้ต้มกินเพื่อแก้เครียดและบำรุงเลือดลม

การเลือกรับประทานขนุนอย่างเหมาะสมจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการดูแลสุขภาพทั้งในด้านภูมิคุ้มกัน การเมตาบอลิซึม และระบบทางเดินอาหาร ทั้งนี้ควรกินเฉพาะเมื่อสุก ควบคุมปริมาณให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดผลเสีย

ถ้าคุณยังไม่เคยลองรับประทานขนุนทั้งเนื้อทั้งเม็ดอย่างสม่ำเสมอ ก็ถึงเวลาแล้วที่จะเริ่มต้นดูแลสุขภาพจากธรรมชาติ ด้วยผลไม้ที่พื้นเมือง แต่มีคุณค่าสูง แบบขนุนนี้แหละ

ที่มา – ‘ขนุน’ มีดีทั้งเนื้อทั้งเม็ด ชะลอวัย บำรุงร่างกาย

RSP NEXT: ก้าวใหม่อุทยานวิทยาศาสตร์สู่ศูนย์กลางเทคโนโลยี

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ได้มีการเปิดตัวโครงการ RSP NEXT: ก้าวใหม่อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค – พลังวิทย์สู่อนาคตไทยเท่าเทียม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธี

RSP NEXT: ก้าวใหม่อุทยานวิทยาศาสตร์สู่ศูนย์กลางเทคโนโลยี

แนวคิดของ RSP NEXT เกิดจากความต้องการขับเคลื่อนภูมิภาคให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับพื้นที่ ช่วยสร้างแรงผลักดันให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทยมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมปลดล็อคโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างเท่าเทียม

สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม

อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคได้ร่วมงานกับพันธมิตรภายในมหาวิทยาลัยและเอกชนมามากกว่า 10 ปี จนประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีผู้ประกอบการกว่า 28,000 รายได้รับการสนับสนุน และเกิดการจ้างงานมากถึง 15,674 ตำแหน่ง ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจเพิ่มขึ้นกว่า 62,813 ล้านบาท

  • ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ
  • เชื่อมโยงองค์ความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ
  • ส่งเสริม Deep Tech Startup และธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก (SMEs)

ปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า “RSP NEXT” จะขยายบทบาทไปเป็น “ศูนย์กลางธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับพื้นที่” ด้วยการเชื่อมโยงระบบบริการในรูปแบบ National Platform ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสทางอาชีพและการจ้างงานในแต่ละภูมิภาคอย่างมีคุณภาพ

เพื่อสร้างอนาคตไทยที่เท่าเทียม การเชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักวิจัย หน่วยงานรัฐ และเอกชน ผ่านเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศที่มีจำนวน 44 แห่ง จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการกระจายศักยภาพทั่วประเทศ

เชื่อได้ว่า หากเราให้โอกาสเท่าเทียมกับทุกภูมิภาค ก้าวใหม่ของอุทยานวิทยาศาสตร์จะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน และช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจที่เข้มแข็งและสร้างสรรค์

ที่มา – RSP NEXT:‘ก้าวใหม่’อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคสู่‘ศูนย์กลางธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับพื้นที่’

เดลินิวส์ 15 ส.ค. มทภ.2 ลั่นปิดด่านยาว อย่าฟังอินฟลูฯข่าวมั่ว-ให้เชื่อรบ.

หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ฉบับวันศุกร์ที่ 15 ส.ค. 2568 นำเสนอข่าวเด่นที่สะท้อนถึงสถานการณ์ในประเทศอย่างรอบด้าน โดยเน้นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ความมั่นคง และความยุติธรรม ที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้

เดลินิวส์ 15 ส.ค. มทภ.2 ลั่นปิดด่านยาว อย่าฟังอินฟลูฯข่าวมั่ว-ให้เชื่อรบ.

หนึ่งในประเด็นหลักของวันนี้คือ การที่ มทภ.2 ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่าจะปิดด่านทหารให้แน่นอน เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนฟังข่าวลือหรือข่าวอินฟลูเอนเซอร์ที่ไร้คุณภาพ แต่ให้เชื่อหน่วยบัญชาการแทน ที่มีความพร้อมในการป้องกันภัยทางทหารในพื้นที่

นอกจากนี้ยังมีการส่งทูตทหารไปเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น จังหวัดอุบลราชธานี และศรีสะเกษ พร้อมกับมีการเผยแพร่คลิปที่พบว่ากลุ่มผู้ก่อการร้ายข้ามแดนมาวางระเบิดฝั่งไทย ซึ่งเป็นหลักฐานที่ยืนยันถึงความจำเป็นในการรักษาความมั่นคง

ปิดด่านจะเกิดผลกระทบอย่างไร

การปิดด่านทหารในครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนที่จำเป็นของหน่วยบัญชาการเพื่อยุติสถานการณ์ที่ซับซ้อนในการตรวจสอบข้อมูลข่าวกรองจากหลายช่องทาง การจัดการอย่างเข้มงวดจะช่วยลดช่องโหว่ในการโจมตีจากภายนอก และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

อย่างไรก็ตามก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนอาจได้รับจากอินฟลูเอนเซอร์หรือสื่อมวลชนบางสำนักที่ออกข่าวแบบมั่ว ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิด และความตื่นตระหนกในสังคม

  • มทภ.2 เผยแผนปิดด่านทหารเหมาะสม
  • หน่วยบัญชาการห้ามรับข่าวมั่วจากอินฟลูฯ
  • ยืนยันการรักษาความมั่นคงภาคพื้น
  • ฝากถึงประชาชนให้เชื่อในข้อมูลอย่างเป็นทางการ

สถานการณ์เช่นนี้ต้องการให้ทุกฝ่ายมีบทบาทในการสร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง โดยหน่วยงานรัฐควรเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และประชาชนควรถามข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถืออย่างหน่วยงานราชการ มากกว่า เดลินิวส์ 15 ส.ค. ที่เปล่าๆ หรือข่าวลือในโซเชียลมีเดีย

สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจของ มทภ.2 เป็นการยืนยันถึงการวางกลยุทธ์ระยะยาวอย่างรอบคอบ และเรียกร้องให้สังคมไทยรวมพลังกันแยกแยะข้อมูล เพื่อก้าวผ่านวิกฤตในช่วงเวลาที่มีความท้าทายสูงสุด

ที่มา – เดลินิวส์ 15 ส.ค. มทภ.2 ลั่นปิดด่านยาว อย่าฟังอินฟลูฯข่าวมั่ว-ให้เชื่อรบ.

แทร็ฟฟอร์ดเซ็งอาจตกเป็นตัวสำรองหากซิตีคว้าจีโจ้

เจมส์ แทร็ฟฟอร์ด มือกาวป้ายแดงของ แมนเชสเตอร์ ซิตี กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ หลังมีข่าวว่า เรือใบสีฟ้า อาจควักเงินยื่นมือกาวจอมหนึบจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง อย่าง จานลุยจิ ดอนนารุมมา มาเฝ้าเสาแทน ซึ่งหากดีลนี้ไปได้จริง แทร็ฟฟอร์ดอาจต้องตกเป็นตัวสำรองอย่างแท้จริง

แทร็ฟฟอร์ดเซ็งอาจตกเป็นตัวสำรองหากซิตีคว้าจีโจ้

รายงานจากสื่อดังของอังกฤษอย่าง “เดอ เทเลกราฟ” เปิดเผยว่า เปป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี เริ่มมอง เจมส์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นตัวเลือกมือ 1 คนใหม่หลังเพิ่งดึงตัวกลับมาจาก เบิร์นลีย์ ในช่วงซัมเมอร์ปีนี้ แต่ทุกอย่างอาจเปลี่ยนแปลง หากข่าวการย้ายทีมของ จานลุยจิ ดอนนารุมมา กลายเป็นจริง

กลยุทธ์การเสริมทัพของซิตี

ดอนนารุมมา ถือเป็นหนึ่งในมือกาวระดับท็อปในยุโรป เขาประสบความสำเร็จมากมายกับ เปแอสเช และหากเขาย้ายมาร่วมทีมกับ เรือใบสีฟ้า จะเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งในแนวรับประตูให้ทีมมีทีมชาติทันที ซึ่งตามข่าวระบุว่า เขายื่นมือออกจากทีมแล้วหลังไม่สามารถต่อสัญญากับ เปแอสเช ได้ และยังถูกตัดชื่อออกจากทีมในศึก ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ด้วย

แมนเชสเตอร์ ซิตี กลับมาพร้อมความแข็งแกร่งอีกครั้งในฤดูกาล 2024/25 โดยเฉพาะในแนวรับ หลังทยอยรับสมัครนักเตะใหม่เพื่อเสริมความมั่นคง แต่ด้วยสถานการณ์ทั้งของ เอแดร์ซอน และโอกาสที่ ดอนนารุมมา จะมาร่วมทีม จึงทำให้ แทร็ฟฟอร์ด ต้องรอลุ้นในแบบไร้สัญญาณแน่นอน

  • ดอนนารุมมา เป็นนักเตะฟรีเอเยนต์หลังหมดสัญญากับ เปแอสเช
  • ค่าตัวคาดว่าไม่เกิน 43 ล้านปอนด์
  • เปปฯ ชื่นชอบแนวเล่นของ ดอนนารุมมา
  • แทร็ฟฟอร์ดกำลังฝึกฝนเพื่อคว้าโอกาสเป็นมือ 1

ขณะนี้ แทร็ฟฟอร์ด มีเวลาในการพิสูจน์ตัวเอง แต่การแข่งขันในตำแหน่งมือกาวของ แมนเชสเตอร์ ซิตี จะยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหาก จีโจ้ เดินทางมาร่วมทีมจริง ขณะที่แทร็ฟฟอร์ด คงต้องพิสูจน์ศักยภาพส่วนตัวและใจในแบบตัวต่อไป

หากคุณเป็นแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี ต้องติดตามความเคลื่อนไหวของทีมในช่วงซัมเมอร์นี้อย่างใกล้ชิด เพราะทุกความเคลื่อนไหวอาจเปลี่ยนแผนการเล่นไปโดยสิ้นเชิง

ที่มา – “แทร็ฟฟอร์ด” เซ็งส่อแววตกกระป๋องหากเรือใบคว้า “จีโจ้” เฝ้าเสา