ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ไฮเซ่นส์ อัดงบ 4,700 ล้านบาท ตั้งนิคมอุตฯการผลิตอัจฉริยะในไทย

นายโทมัส เทา ผู้จัดการทั่วไป นิคมอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะ เอชเอชเอ ภายใต้แบรนด์ไฮเซ่นส์ จากประเทศจีน เปิดเผยว่า บริษัทได้อัดงบประมาณจำนวน 4,700 ล้านบาท เพื่อจัดตั้ง นิคมอุตฯการผลิตอัจฉริยะในไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ อำเภอ บ้านบึง จังหวัดชลบุรี โดยครอบคลุมพื้นที่กว่า 400 ไร่

ไฮเซ่นส์ อัดงบ 4,700 ล้านบาท ตั้งนิคมอุตฯการผลิตอัจฉริยะในไทย

นิคมแห่งนี้จะเป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยมีการผลิตทั้งตู้เย็นและเครื่องซักผ้า และมีเป้าหมายรองรับการขยายตัวของตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศ

“ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ประเทศไทยสามารถสร้างสถิติยอดขายภายในประเทศเพิ่มขึ้นถึง 20% โดยเฉพาะกลุ่มตู้เย็นตามข้อมูลกราฟิกเส้นทางขยายตัวถึง 27% และ เครื่องซักผ้าที่เติบโตสูงถึง 61%” โทมัส กล่าว

แผนพัฒนาในระยะต่าง ๆ

แผนระยะแรก (ปี 2025-2026) มีเป้าหมายผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าได้มากถึง 2.6 ล้านเครื่องต่อปี เพื่อรองรับตลาดในประเทศและ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม)

ในระยะที่สอง (ปี 2027-2028) แผนดังกล่าวจะขยายกำลังการผลิตสินค้าแบบพรีเมียม รวมถึงตู้แช่แข็ง และเครื่องปรับอากาศจากส่วนกลาง

ส่วนในระยะสุดท้าย (ปี 2029-2030) บริษัทเตรียมลงทุนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต ที่จะช่วยยกระดับให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กลยุทธ์ระดับโลกของไฮเซ่นส์

นอกระบบการผลิต ไฮเซ่นส์ อัดงบ 4,700 ล้านบาท ตั้งนิคมอุตฯการผลิตอัจฉริยะในไทย เป็นส่วนหนึ่งของแผนการสำรวจอีโคซิสเต็มทั่วโลก โดยการวางศูนย์ปฏิบัติการ 7 แห่ง, ศูนย์วิจัยและพัฒนา 30 แห่ง และนิคมอุตสาหกรรม 36 แห่งทั่วโลก

การเลือกไทยเป็นประเทศยุทธศาสตร์ลำดับต้น ๆ มาจากศักยภาพและความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคอาเซียนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หนุนให้แบรนด์เดิมทางสู่การออกสู่ตลาดระดับโลกได้อย่างยั่งยืน

หนึ่งในเป้าหมายหลักของบริษัทคือการสร้างนวัตกรรมและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในอนาคตได้มากยิ่งขึ้น

ด้วยอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นของนวัตกรรมจาก ไฮเซ่นส์ อัดงบ 4,700 ล้านบาท ตั้งนิคมอุตฯการผลิตอัจฉริยะในไทย นี้ ไม่เพียงแค่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิตเท่านั้น แต่จะสร้างความหวังในการเติบโตของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศอย่างจริงจัง

สรุปแล้ว การลงทุนเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะยกระดับประเทศไทยสู่วิถีแห่งอุตสาหกรรมโฉมใหม่ของเอเชีย

ที่มา – ไฮเซ่นส์ อัดงบ 4,700 ล้านบาท ตั้งนิคมอุตฯการผลิตอัจฉริยะในไทย

คดีวัดนาป่าพงยังรอสเตตเมนต์ก่อนออกหมายจับ

เมื่อวันที่ 23 กันยายน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีวัดนาป่าพง หลังจากทนายความของวัดได้เดินทางมาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า ทนายได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับยอดเงินของวัดในช่วงปี 2556-2559 ซึ่งมีวงเงินประมาณ 500 ล้านบาท ที่มีการถูกฟ้องร้อง

ข้อมูลเบื้องต้นยังไม่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า ข้อมูลชุดนี้ยังเป็นเพียงการชี้แจงพื้นฐานที่ไปที่มาของเงินภายในวัด ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน และพนักงานสอบสวนรับข้อมูลไว้เป็นหลักฐานก่อนดำเนินการต่อไป ขณะเดียวกัน สีกาชาวนิยมประเทศเยอรมนีได้ประสานเข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ในวันที่ 2 ตุลาคมนี้

คดียังอยู่ระหว่างรอเอกสารสำคัญ

แม้ว่าสำนวนคดีวัดนาป่าพง จะถูกส่งไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. แล้ว แต่ตำรวจ บก.ปปป. ยังคงมีอำนาจในการสอบสวนและเรียกคู่กรณีให้ให้ข้อมูลต่อ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอเอกสารสำคัญ เช่น เอกสารประกอบจากธนาคาร เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและยุติธรรมกับทั้งสองฝ่าย

เมื่อถูกถามถึงการฟ้องร้องที่เกิดขึ้นทั้งในไทยและต่างประเทศ พล.ต.ต.จรูญเกียรติชี้ว่า ทั้งหมดล้วนเป็นข้อหาที่ยังไม่ได้สรุปว่าเป็นความจริงหรือความเท็จเจ้าหน้าที่ต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยมุ่งเน้นที่บัญชีของวัดว่ามีการยักยอกทรัพย์หรือไม่ เจ้าอาวาสมีการนำเงินไปใช้จ่ายจริงหรือไม่ และการร้องเรียนจากทางเยอรมนีว่ามีการทุจริตหรือไม่

เตรียมพิจารณาออกหมายจับในไม่ช้า

พล.ต.ต.จรูญเกียรติยืนยันว่า ขณะนี้ทีมสืบสวนคดีวัดนาป่าพง ไม่ได้นิ่งนอนใจ และภายในสัปดาห์นี้จะมีการประชุมเพื่อกำหนดทิศทางการสืบสวน เพื่อดำเนินการทางกฎหมายอย่างเหมาะสม เมื่อได้รับเอกสารจากธนาคารและพยานหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว

  • สืบสวนบัญชีวัดและธุรกรรมทางการเงิน
  • เรียกคู่กรณีให้ให้คำให้การ
  • เตรียมดำเนินคดีบุคคลที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม เอกสารที่ได้ร้องขอจากธนาคารจะช่วยให้การสอบสวนเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยจะไม่ใช่การกล่าวหาจากข้อมูล片面 แต่ต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนจากการสอบสวนของตำรวจก่อน จากนั้นอาจมีการพิจารณาการออกหมายจับต่อไป

คดีนี้ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจสูงจากประชาชนและสื่อมวลชน ด้วยความโปร่งใสในการดำเนินคดี และความเป็นธรรมที่ประชาชนต้องการเห็น

หากคุณติดตามความเคลื่อนไหวของคดีนี้อย่างใกล้ชิด คุณควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ

ที่มา – ‘บิ๊กเต่า’ ชี้คดี ‘วัดนาป่าพง’ อยู่ระหว่างรอสเตตเมนต์ ก่อนออกหมายจับ

‘นายกฯอนุทิน’เผยร่างนโยบายรัฐบาลเสร็จแล้ว 100% ปกน้ำเงิน

เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมพรรคว่า วันนี้มีการประชุมพรรคตามปกติ และมีกลุ่มแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลบางส่วนมาร่วมพบปะกัน ซึ่งถือเป็นกิจวัตรธรรมดา

‘นายกฯอนุทิน’เผยร่างนโยบายรัฐบาลเสร็จแล้ว 100% ปกน้ำเงิน

ประเด็นสำคัญที่เป็นจุดสนใจของสาธารณชน คือ นายอนุทิน เปิดเผยว่า ร่างนโยบายรัฐบาล ที่เตรียมแถลงต่อรัฐสภาเสร็จสมบูรณ์แล้ว 100% โดยใช้คำว่า “ปกน้ำเงิน” ซึ่งหรูหราและมีนัยหมายถึงความสมบูรณ์แบบของงาน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงกำหนดการแถลงนโยบายต่อ 국회ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานงานกับประธานรัฐสภาเพื่อระบุวันที่แน่นอน โดยมีแนวโน้มอยู่ระหว่างวันที่ 29-30 กันยายน หากได้กำหนดการเร็ว รัฐบาลก็จะสามารถเริ่มขับเคลื่อนงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพทันที

การประชุม ครม. และการพิจารณาร่างนโยบาย

ภายหลังจากการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณในวันที่ 24 กันยายน จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่า ร่างนโยบายรัฐบาล จะถูกนำเสนอเพื่อให้ที่ประชุมรับทราบ จากนั้นจะถูกส่งต่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ศึกษาและเตรียมอภิปรายตามระเบียบวาระปกติ

เรื่องระยะเวลาที่ใช้ในการอภิปรายนั้น โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 2 วัน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้มาอย่างยาวนานและมีประสิทธิภาพ ในเรื่องนี้ วิป 3 ฝ่ายจะร่วมกันหารือและทำข้อตกลงร่วมกันอย่างรอบคอบ

ขณะที่มีคำถามเกี่ยวกับความเห็นของพรรคประชาชนที่คาดว่าไม่เห็นด้วยกับโมเดลในการจัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ของพรรครัฐบาล ทางด้านนายกฯ อนุทินได้ชี้แจงว่า กระบวนการนี้เป็นไปตามระบบอย่างถูกต้องและโปร่งใส

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่พรรคประชาชนต้องการให้กำหนดไทม์ไลน์การแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในร่างแถลงนโยบาย นายอนุทินยืนยันว่า เรื่องนี้มีอยู่แล้วในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOA) ที่ได้ข้อตกลงร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล ดังนั้นก็เป็นเรื่องที่อยู่ในขอบเขตของความร่วมมือ

ทั้งนี้ ในวันประชุมพรรควันนี้ ยังมีการหารือและพูดคุยเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางในการดำเนินการด้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการปรับปรุงโดยละเอียดในระดับไหน แต่แน่นอนว่าเป็นส่วนหนึ่งในแวดวงนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญ

การที่ ‘นายกฯอนุทิน’ เผยให้เห็นว่า ร่างนโยบายรัฐบาลเสร็จสมบูรณ์ 100% บ่งบอกถึงการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ของรัฐบาลชุดใหม่ในการขับเคลื่อนประเทศ ภายใต้กรอบงานที่มีความชัดเจน

ติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมเพื่อดูว่าร่างนโยบายฉบับนี้จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนชาติอย่างไร

อ่านต่อ: ติดตามข่าวการเมือง ทุกความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมรัฐบาล

ที่มา – ‘นายกฯอนุทิน’เผยร่างนโยบายรัฐบาลเสร็จแล้ว 100% ปกน้ำเงิน

รองผู้ว่าฯ เพชรบุรี เปิดเวทีบูรณาการ “สานพลังคนเมืองเพ็ชร์เข้มแข็ง” ผนึก 14 องค์กรภาคี ขับเคลื่อนจังหวัด

เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้เป็นประธานในการเปิดเวทีบูรณาการภายใต้แนวคิด “สานพลังคนเมืองเพ็ชร์เข้มแข็ง” ณ The PBRU Heritage ซึ่งเป็นอาคารปฏิบัติการท่องเที่ยวและโรงแรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี โดยมีผู้แทนจากหลายภาคส่วนร่วมรับฟัง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน

นายชัยพล กล่าวต้อนรับผู้มาร่วมงานอย่างเป็นทางการ และได้แสดงความเห็นว่า เวทีในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายของคนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และสิ่งแวดล้อม

รองผู้ว่าฯ เพชรบุรี เปิดเวทีบูรณาการ “สานพลังคนเมืองเพ็ชร์เข้มแข็ง”

“การพัฒนาจังหวัดจะเกิดขึ้นได้อย่างมั่นคง ต้องเริ่มจากประชาชนที่เข้าใจพื้นที่อย่างแท้จริง และต้องอาศัยการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน” รองผู้ว่าฯ เพชรบุรี กล่าวขับเคลื่อนภายใต้แนวทางที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและข้อเสนอเชิงนโยบายจากทุกภาคส่วน

ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด

งานดังกล่าวได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง 14 องค์กรภาคีเครือข่าย ซึ่งเป็นข้อตกลงเพื่อพัฒนาแผนร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยเน้นที่การพัฒนาจาก “ฐานราก” และมุ่งสร้างกลไกความร่วมมืออย่างยั่งยืน โดยนำความเชี่ยวชาญจากภาคประชาชน เอกชน ภาครัฐ และภาคการศึกษาเข้ามามีบทบาทในการออกแบบนโยบาย

เวทีนี้ไม่ใช่เพียงเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ผ่านแนวคิด “ประชาชนมีส่วนร่วม” และการนำพื้นที่เป็นตัวตั้งในการวางกลยุทธ์พัฒนา ซึ่งนับเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้สาธารณูปโภค การศึกษา และเศรษฐกิจในจังหวัดเพชรบุรีเติบโตอย่างมีคุณภาพ

  • เชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน
  • ส่งเสริมบทบาทของภาคประชาชนในการพัฒนาจังหวัด
  • วางรากฐานจังหวัดผ่านนโยบายที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน
  • ขับเคลื่อนการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม

จากผลการดำเนินงานในเวทีดังกล่าว ถือว่าเป็นการปลุกพลังของคนในพื้นที่ให้ตื่นตัวมามีบทบาททางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจอย่างแท้จริง การสร้างเครือข่ายระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ จึงเป็นการวางรากฐานการพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

หากทุกภาคส่วนเดินเคียงข้างกันด้วยเป้าหมายเดียวกัน จังหวัดเพชรบุรีจะก้าวทันโลกสมัย สร้างอัตลักษณ์ผ่านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างแท้จริง

ที่มา – รองผู้ว่าฯ เพชรบุรี เปิดเวทีบูรณาการ “สานพลังคนเมืองเพ็ชร์เข้มแข็ง” ผนึก 14 องค์กรภาคี ขับเคลื่อนจังหวัด

ผู้นำซีเรียคนใหม่เยือนสหรัฐ ปัดฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอิสราเอล

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้นำซีเรียคนใหม่ได้เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติ พร้อมทั้งมุ่งเน้นการฟื้นฟูสถานการณ์ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างอิสราเอล ภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ในซีเรียเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

ผู้นำซีเรียคนใหม่เยือนสหรัฐฯ

ในการเยือนครั้งสำคัญนี้ ชารา ผู้นำแห่งรัฐซีเรีย ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับ นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเน้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงในตะวันออกกลาง รวมถึงวางแผนให้มีคำปราศรัยต่อที่ประชุมยูเอ็นจีเอ ซึ่งถือเป็นโอกาสแรกในรอบหลายสิบปีที่ผู้นำซีเรียจะได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อเวทีระดับโลก

เป้าหมายในการบรรลุข้อตกลง

เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลซีเรียเผยว่า พวกเขามีเป้าหมายชัดเจนในการบรรลุข้อตกลงด้านทหารและความมั่นคงกับอิสราเอลภายในปีนี้ โดยเฉพาะหลังจากที่กองทัพอิสราเอลได้เข้าโจมตีซีเรียหลายครั้งนับแต่การล่มสลายของอดีตผู้นำบาชาร์ อัล-อัสซาด เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

ชารา กล่าวระหว่างการประชุมสุดยอดคอนคอร์เดียที่นครนิวยอร์กว่า “ผมหวังว่าสิ่งนี้จะนำเราไปสู่ข้อตกลงที่รักษาอำนาจอธิปไตยของซีเรีย และคลายความกังวลด้านความมั่นคงของอิสราเอลอย่างมีประสิทธิภาพ”

มุมมองต่อข้อตกลงอับราฮัม

อย่างไรก็ตาม แม้สหรัฐจะสนับสนุนให้ประเทศในภูมิภาคค่อย ๆ แก้ไขความขัดแย้งกับอิสราเอล แต่ชารายังยืนยันว่าซีเรียจะไม่เข้าร่วม “ข้อตกลงอับราฮัม” ซึ่งเคยทำให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน และโมร็อกโกกลับมายืนอยู่ข้างอิสราเอลอีกครั้งในปีพ.ศ. 2563 เพราะเขาเชื่อว่าประเทศเหล่านั้นไม่ใช่เพื่อนบ้านโดยตรงเช่นเดียวกับซีเรีย

เขาชี้ให้เห็นว่า ซีเรียกลายเป็นเป้ารุกรานจากอิสราเอลมาแล้วกว่าพันครั้ง ซึ่งต่างจากชาติอื่นที่มีแตะเนียนสัมพันธ์กับกิจการของอิสราเอลในเชิงเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

ความไม่ไว้วางใจและความขัดแย้งในอดีต

ไม่เพียงเท่านั้น ผู้นำซีเรียคนใหม่ยังแสดงความสงสัยต่อความตั้งใจแท้จริงของอิสราเอล โดยตั้งคำถามว่าประเทศเพื่อนบ้านถูกใช้เป็นแค่ฉากหลังในแผนการขยายอิทธิพลของอิสราเอลหรือไม่ เขายังกล่าวอีกด้วยว่า อิสราเอลเคยละเมิดข้อตกลงสันติภาพกับอียิปต์และจอร์แดน ซึ่งสร้างความไม่มั่นใจ และทำให้ซีเรียไม่กล้าไว้วางใจประเทศดังกล่าว

  • การโจมตีอย่างต่อเนื่องจากอิสราเอลต่อซีเรียกว่า 1,000 ครั้ง
  • ความล้มเหลวในการสร้างความร่วมมือกับอิสราเอลภายใต้ข้อตกลงอับราฮัม
  • ข้อจำกัดทางภูมิรัฐศาสตร์และการเมืองในภูมิภาค

แม้จะยังมีหลายอุปสรรค แต่ชารายืนยันว่าแนวนโยบายของรัฐบาลซีเรียในปัจจุบันยังเปิดโอกาสให้มีการเจรจาอย่างเป็นทางการ หากอิสราเอลบ่งชี้ถึงความจริงใจและเคารพอธิปไตยของซีเรียอย่างแท้จริง

ในที่สุด ผู้นำซีเรียคนใหม่เยือนสหรัฐฯ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญต่ออนาคตของประเทศ แต่การก้าวข้ามอดีตที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งนั้น ยังคงต้องอาศัยความอดทนและการเจรจาอย่างรอบคอบ

ร่วมติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ซีเรียและอิสราเอลได้ที่นี่

ที่มา – ผู้นำซีเรียคนใหม่เยือนสหรัฐ ปัดฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอิสราเอล

พาไปรู้จัก “เจ้าเฉิน” มิดฟิลด์ตัวรับสายคลาสสิค แห่ง “อัสสัมชัญธนบุรี” ดีกรีทีมชาติไทยชุดยู 17

หากพูดถึงนักเตะเยาวชนในวงการฟุตบอลไทย คงจะหนีไม่พ้นชื่อของ “เจ้าเฉิน” ดนุพล บุบผา นักเตะตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับสายคลาสสิคของทีมโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ที่มีดีกรีเล่นให้กับทีมชาติไทยชุดยู 17 และปัจจุบันก้าวขึ้นเล่นในทีม อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด ในไทยลีก 3 อย่างเต็มตัว

พาไปรู้จัก “เจ้าเฉิน” มิดฟิลด์ตัวรับสายคลาสสิค แห่ง “อัสสัมชัญธนบุรี” ดีกรีทีมชาติไทยชุดยู 17

ไม่ใช่แค่ด้านผลงานในสนาม เจ้าเฉินยังเป็นนักเตะที่มีบุคลิกน่ารัก นิสัยดี และทำตัวเป็นกันเอง เป็นที่รักของแฟนบอลอย่างแท้จริง หลายคนอาจรู้จักเขาจากผลงานการเล่นในสนาม ที่มีสไตล์คล้ายกับ เซอร์คิโอ บุสเกตส์ กองกลางตัวเก่งของบาร์เซโลน่า เจ้าเฉินคือโจรสลัดที่รายล้อมด้วยสกิลและความฉลาดในการเล่นบอล

ร่วงรอยอดีตกาล ชีวิตวัยเด็กของเจ้าเฉิน

เจ้าเฉิน เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบ โดยได้ฝึกซ้อมจากคุณพ่อและพี่น้อง ด้วยการดูคลิปวีดีโอของลิโอเนล เมสซี่ ทำให้เขาหลงใหลในงานนี้อย่างสุดตัว วัย 7 ขวบ เขาเริ่มเข้าระบบใน “อคาเดมี วานร คะนองหัวหิน” ภายใต้การดูแลของโค้ชเชน พิทยอาจ สถาพรดำรงค์

เมื่ออายุได้ 8 ขวบ เฉินได้เริ่มเล่นรอบกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เขากล่าวว่า “ในวัยนั้นมันยากมาก ผมต้องติดรถของพ่อแม่เพื่อนคนอื่นไปแข่งขัน จนพ่อบังคับซื้อรถใหม่เพื่อพาผมตามฝัน” และเมื่ออายุได้ 10 ขวบ เขาได้โอกาสจากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี สู่เส้นทางแห่งความฝัน

ความยากลำบาก และบทฝึกหัดแห่งชัยภูมิ

เจ้าเฉินเล่าว่า “ในปีแรก เคยร้องไห้เกือบทุกคืน กว่าจะมาถึงจุดนี้ ต้องขอบคุณพ่อแม่ที่ไม่เคยยอมแพ้” เขาเรียนและซ้อมอย่างหนัก ตื่นแต่เช้าเพื่อซ้อมบอลก่อนเรียน และกลับมาฝึกเพิ่มในช่วงเย็น

  • เป็นทีมชาติชุด U-14, U-16 และ U-18
  • เล่นในทีมอัสสัมชัญยูไนเต็ดในไทยลีก 3
  • ได้รับโอกาสจากโค้ชในทีมชาติชุดยู 17

แม้ในวัยเพียง 16-17 ปี เขาจะต้องเผชิญหน้ากลับความวิพากษ์วิจารณ์จากแฟนบอลหลังทีมชาติไทยชุดยู 17 无缘โลก แต่เจ้าเฉินไม่ได้ตอบโต้ กลับใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อก้าวไปอีกระดับหนึ่ง

นิสัยดี…สำนึกดี…นักเตะอนาคตไกล

นอกสนาม เจ้าเฉินมีชื่อเสียงว่าเป็นนักเตะ “ไม่ถือตัว” ทุกคนสามารถเข้าถึง และขอถ่ายรูปได้อย่างง่ายดาย นิสัยนี้ได้เกิดจากคำสอนของคุณพ่อที่ว่า “ต่อให้เราไปได้ไกลแค่ไหน ก็อย่าลืมตัวเดิมไว้เลย แล้วทุกคนจะรักเรา” คติชีวิตของเจ้าเฉินคือสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดในตัวเขา

อนาคตของเขาเต็มไปด้วยความหวังไปสู่การเป็นนักเตะอาชีพตัวเป็น และเป็นสนามเดินทางไปเจลีก หรือแม้แต่ยุโรป ด้วยแรงบันดาลใจจากลูกปืนอย่าง ไอดอล พี่ตั้ม ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และคนอื่น ๆ ในทีมชาติ

อยากให้ทุกคนรู้จักและให้กำลังใจเจ้าเฉิน ไม่ใช่แค่นักเตะที่มีเทคนิคเท่านั้น แต่ยังมีจิตใจที่เข้มแข็งและน่าชื่นชมในทุกแง่มุม

หากคุณสนใจฟุตบอลเยาวชนไทย อย่าลืมติดตามและเชียร์ “เจ้าเฉิน” อย่างต่อเนื่อง เพราะเขาคือหนึ่งในสัญลักษณ์ของความขยัน ความฝัน และความสุขของผู้คนในวงการฟุตบอลไทย

ที่มา – พาไปรู้จัก “เจ้าเฉิน” มิดฟิลด์ตัวรับสายคลาสสิค แห่ง “อัสสัมชัญธนบุรี” ดีกรีทีมชาติไทยชุดยู 17

ผู้ว่าฯแปดริ้ว พบปะสื่อมวลชนฉะเชิงเทรา เสริมความร่วมมือด้านการสื่อสารในพื้นที่

เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่ร้านกาแฟ “หับเผย” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา นายสันติ รังษิรุจิ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เป็นประธานในการพบปะกับ สื่อมวลชนฉะเชิงเทรา ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่าย สื่อมวลชนฉะเชิงเทรา เพื่อสนับสนุนการพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทรา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

กิจกรรมในครั้งนี้มีการเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงจากสื่อมวลชนหลากหลายแขนง ทั้งสื่อออนไลน์ สื่อวิทยุ และสื่อพิมพ์ พร้อมด้วยผู้บัญชาการเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา ผู้แทนจากหน่วยงานราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มาร่วมสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยความร่วมมือ

ผู้ว่าฯแปดริ้ว พบปะสื่อมวลชนฉะเชิงเทรา

วัตถุประสงค์หลักของการพบปะในครั้งนี้ คือ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้บริหารราชการจังหวัดกับ สื่อมวลชนฉะเชิงเทรา ตลอดจนเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแนวทางในการพัฒนาระบบการสื่อสารข่าวสารให้มีประสิทธิภาพ ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง

สร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนา

นายสันติ ได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง และย้ำยืนถึงบทบาทสำคัญของ สื่อมวลชนฉะเชิงเทรา ในการขับเคลื่อนสังคม โดยเป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาครัฐกับประชาชนให้เข้าใจซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมคณะได้มีโอกาสเยี่ยมชมร้านกาแฟ “หับเผย” ซึ่งเป็นหนึ่งในผลผลิตจากการฝึกอาชีพของผู้ต้องขังเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา สอดคล้องกับแนวทางส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตภายใต้คอนเซ็ปต์ “คืนคนดีสู่สังคม” ที่มุ่งหวังให้ผู้ต้องขังมีโอกาสเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพื่อกลับไปมีชีวิตที่ดีหลังปล่อยตัว

กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นโอกาสในการพูดคุยแลกเปลี่ยน แต่ยังเป็นการสร้างความเข้าใจและการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ระหว่างหน่วยงานรัฐและวงการสื่อ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา

การมีสื่อมวลชนที่มีความรับผิดชอบและมีจริยธรรมในรายงานข่าว ย่อมส่งผลดีต่อการสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสของภาครัฐ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประชาธิปไตย

หากเรามีผลงานคุณภาพเพื่อผู้คน สื่อสารได้อิงข้อมูล สร้างสังคมที่มีความเข้าใจ เป็นเมืองไทยที่ก้าวทันโลกจริงๆ

ที่มา – ผู้ว่าฯแปดริ้ว พบปะสื่อมวลชนฉะเชิงเทรา เสริมความร่วมมือด้านการสื่อสารในพื้นที่

ทีมซิ่งสัญชาติไทยสนั่นถ้ำเสือเหลือง

สนามชี้ชะตาสุดท้ายของฤดูกาล TSS The Super Series By B-Quik 2025 เริ่มเข้มข้นขึ้นทุกครั้งเมื่อถึงช่วงโค้งสุดท้าย และในรอบนี้ นักแข่งซูเปอร์คาร์สัญชาติไทยก็เตรียมปล่อยเต็มที่ในรายการ TSS The Super Series By B-Quik 2025 ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเพิ่งผ่านช่วงเรซที่ 7 และ 8 มาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทีมซิ่งสัญชาติไทยสนั่นถ้ำเสือเหลือง

การแข่งขันในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 4 รุ่นหลัก ได้แก่ Supercar GT3, Supercar GTM, Supercar GT4 และ Supercar GTC ดาวรุ่งและนักขับฝีมือดีจากทั่วประเทศได้ร่วมแสดงความสามารถเพื่อชิงแชมป์ในแต่ละคลาส ซึ่งไม่ว่าจะเป็นนักแข่งที่มีประสบการณ์หรือมือใหม่หัดขับ ก็ต่างใส่ใจในทุกรายละเอียดของการขับขี่เพื่อคว้าชัยไปให้ได้

ผลการแข่งขันแต่ละรุ่น

ในรุ่น Supercar GT3 เรซที่ 7 ได้แชมป์โดยคู่หู ปิติ ภิรมย์ภักดี และ กันตศักดิ์ กุศิริ จาก สิงห์ มอเตอร์สปอร์ต ทีม ไทยแลนด์ และเรซที่ 8 แชมป์ตกเป็นของ วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ และ โดเรียน บอคโคลัชชี จากทีม AAS Motorsport By EBM

สำหรับรุ่น Supercar GTM แชมป์ทั้งสองเรซตกเป็นของ สราวุธ เสรีธรณกุล และ อะฟิก อิกวาน จากทีม PSC MOTORSPORT โดยแสดงฟอร์มที่ยอดเยี่ยมจนไม่พลาดแม้แต่ตาเดียว

ในรุ่น Supercar GT4 ได้แก่ ทอดด์ เจมส์ คิงส์ฟอร์ด จากทีม FEYNLAB Racing คว้าแชมป์เรซที่ 7 และเรซที่ 8 ตกเป็นของ แดเนียล บิลส์กี และ เฮย์เดน ไฮคาล จากทีม RACING AURORA

สำหรับรุ่น Supercar GTC มีการสลับตำแหน่งแชมป์ โดยในเรซที่ 5 ได้แก่ อัครพงศ์ อัคนีนิโรธ และ กฤษฏิ์ วสุรัตน์ จากทีม Toyota Gazoo Racing Thailand ส่วนเรซที่ 6 แชมป์เป็นของ กีกี เอียน รอสส์ จากทีม B-Quik Absolute Racing

ในรายการ B-Quik Thailand Super Series 2025

เรซที่ 5 ได้แชมป์โดย ฐนโรจน์ ธนาสิทธิ์นิธิเกตุ และ ณัฐนิช ลีวัฒนาวรากุล จากทีม YK Motorsports ที่โชว์ความสามารถได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนเรซที่ 6 แชมป์เป็นของ ชนกนันท์ นันทมานพ และ ฐนภัทร สุทธิสว่าง จากทีม M&M Shop Pattaya

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการปลุกเร้าก่อนที่จะมีการชิงแชมป์ประจำปีซึ่งตัดสินกันอย่างเด็ดขาดที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 2568 แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามความเคลื่อนไหวแบบ Live สด ได้ทางเว็บไซต์ www.thailandsuperseries.net และแฟนเพจ Facebook ThailandSuperSeries

ยิ่งใกล้วันชิงแชมป์ ความเข้มข้นก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น แต่ละทีมจะต้องลุ้นกันอย่างหนัก นี่คือเวลาของความเร็ว และทีมซิ่งสัญชาติไทยพร้อมแล้วจะสนั่นถ้ำเสือเหลือง เพื่อคว้าแชมป์กลับมาครองให้ได้

ตามติดและเชียร์ทีมโปรดของคุณได้ในสนามสุดท้าย แม้หน้าหนาวจะมาถึง แต่หัวใจคนรักเรซซิ่งยังคงร้อนแรงอยู่เสมอ

ที่มา – ทีมซิ่งสัญชาติไทยสนั่นถ้ำเสือเหลือง ก่อนชี้ชะตาสนามสุดท้าย

ณวัฒน์ ลั่นถึง หนุ่ม กรรชัย ถ้าอยากให้โอกาส เบบี้ สุพรรณี จะลองพิจารณาอีกครั้ง

เรื่องราวของ เบบี้ สุพรรณี น้อยโนนทอง อดีตมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2026 ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงที่ผู้คนต่างจับตามองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากเธอถูกปลดจากตำแหน่งอย่างกะทันหันเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา วงการบันเทิงดอมิแนนท์ถึงวิกฤตครั้งใหญ่นี้อย่างไม่รู้จบ ไม่ว่าจะเป็นความสงสัยเกี่ยวกับเหตุผลในการปลด และการสะท้อนของสื่อและแฟนคลับที่ต่างออกมาแสดงความเห็นอย่างตื่นตัวต่อเหตุการณ์ครั้งนี้

ณวัฒน์ ลั่นถึง หนุ่ม กรรชัย ถ้าอยากให้โอกาส เบบี้ สุพรรณี จะลองพิจารณาอีกครั้ง

เมื่อล่าสุด บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานและผู้ก่อตั้งมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ออกมาผ่านโพสต์บนสตอรี่อินสตาแกรมส่วนตัวของเขาโดยระบุข้อความอย่างน่าสนใจว่า “ถ้าหนุ่มกรรชัยเห็นว่าอยากให้โอกาสน้องแล้วอยากให้กลับไปดำรงตำแหน่ง ผมก็อาจจะลองพูดคุยพิจารณากันอีกครั้ง เพราะฉะนั้นเหตุการณ์นี้อยู่ที่คุณหนุ่มกรรชัยแล้วครับ” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเปิดกว้างและให้โอกาสที่ยังมีอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ดูเผาไหม้

เบบี้ สุพรรณี ได้โอกาสอีกครั้ง?

ขอบเขตของผลลัพธ์ว่าจะเป็นไปในทางใด นั้นขึ้นอยู่กับบทบาทของ หนุ่ม กรรชัย ผู้ดำเนินรายการโหนกระแส ซึ่งเป็นสื่อกลางระหว่างประชาชนผู้ชมกับผู้บริหารเวทีสำคัญของกิจกรรมอย่าง มิสแกรนด์ อย่างไรก็ตาม คำพูดนี้ตอกย้ำอย่างชัดเจนว่าการให้โอกาสผู้คนนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ หากผู้ตัดสินใจแรงใจ ความคิดเห็นต้นทางกลับมายังมุมของ เบบี้ สุพรรณี เอง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้แสดงความรู้สึกผ่านรายการ “โหนกระแส” ว่าเธอรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากต่อการถูกปลด พร้อมรับฟังความจริงทุกอย่างโดยคว้าทุกข้อเท็จจริงและวิจารณ์ด้วยความยืดหยุ่น

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของการพิจารณาครั้งใหม่นี้ยังไม่ชัดเจน ทั้งในแง่ของข้อเท็จจริงที่อาจถูกตรวจสอบ หรือพิธีกรรมในการตั้งคำถามใหม่ๆ ต่อicator ทางจริยธรรม สังคม และมุมมองความยุติธรรม หลายเสียงเริ่มมองว่า เบบี้ สุพรรณี นั้นอาจเป็นเหยื่อของความเข้าใจผิดที่ล้วนมีผลในเชิงวงกว้าง และแตะต้องต่อมเสพติดของความบันเทิงในสังคมไทยที่ต้องชั่งน้ำหนักหลายมิติอย่างทันที

  • ปัจจัยสำคัญเกี่ยวกับโอกาสของ เบบี้ สุพรรณี มีความนับถือจากผู้บริหารด้านการเวที
  • หนุ่ม กรรชัย มียอดผู้ชมสูงและส่งผลต่อภาพลักษณ์กลุ่มเป้าหมายของมิสแกรนด์
  • เบบี้ ยังไม่ได้ปิดโอกาสในการกลับมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความกตัญญู

หากพิจารณาในแง่ของแรงบันดาลใจและความยุติธรรมในพื้นที่สาธารณะ การเปิดโอกาสให้ เบบี้ สุพรรณี ได้แสดงใจกลางเวทีอีกครั้งไม่ใช่แค่เรื่องของความเมตตาหรือทางเลือกเชิงอารมณ์ แต่มันคือการฉีกพรมแดนของความเป็นธรรม ความเท่าเทียม และการให้เวทีลดทอนพลังบทวิจารณ์ที่เป็นขั้นตอนจากการขัดแย้งเมื่อโลกออนไลน์กำลังเป็นขบวนการเคลื่อนไหวของความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง หากการตัดสินใจอยู่ที่ หนุ่ม กรรชัย ก็ขออวยพรให้เขาตัดสินตามความถูกต้องมากกว่าความพึงพอใจของฝูงชน

ที่มา – ‘ณวัฒน์’ ลั่นถึง ‘หนุ่ม กรรชัย’ ถ้าอยากให้โอกาส ‘เบบี้ สุพรรณี’ จะลองพิจารณาอีกครั้ง

พริษฐ์ แจงแผนส่งแคนดิเดตนายกฯ 3 คนเป็นความเห็นส่วนตัว

เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่รัฐสภา นายวัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงประเด็นที่ว่า พรรคประชาชนมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คนนั้น เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของเพชร กรุณพล สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคประชาชน ซึ่งต่อมาเพชร ก็ได้ออกมาชี้แจงว่าเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับทางเลือกที่เป็นไปได้

พรรครวบรวมข้อมูลและยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ ส่วนแนวทางที่ว่าอาจเสนอแคนดิเดตเกินหนึ่งราย ก็เป็นข้อความที่ให้ความชัดเจนกับประชาชนว่าผู้บริหารพรรคจะมาทำหน้าที่เป็น สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ขณะที่รายอื่นๆ อาจมีการสรรหาต่อไปจากบุคลากรภายในพรรค

พริษฐ์ แจงแผนส่งแคนดิเดตนายกฯ 3 คนเป็นความเห็นส่วนตัว

ต่อประเด็นข่าวที่มีการกล่าวอ้างว่าพรรคประชาชนเตรียมส่งแคนดิเดตนายกฯ จำนวน 3 คน นายพริษฐ์​ อธิบายว่าข้อมูลนี้มาจากความเห็นส่วนตัวของเพชร กรุณพล และในภาพใหญ่ของพรรค ยังไม่มีข้อตกลงอย่างชัดเจน สิ่งที่พรรคประชาชนให้ความสำคัญในตอนนี้คือเรื่องความบริสุทธิ์ของ สส.44 คน ที่อาจเผชิญคดีความจากการเสนอกฎหมาย รวมทั้งสิบสี่คนของพรรคประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ

ดูแลผู้แทนของประชาชน

ในส่วนของคณะกรรมการพรรคและผู้นำพรรค มีการเตรียมแผนรับมือหากมีการตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม เวลานี้ยังเป็นเวลาของการต่อสู้ เราต้องยืนยันถึงความบริสุทธิ์และจำเป็นต้องทำงานอย่างเข้มแข็งเพื่อให้สส.ทั้ง 44 คนไม่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง

ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงโทษเฉพาะรายบุคคล แต่เป็นกรณีที่ควรได้รับการพิจารณาและทบทวนเกณฑ์การตัดสินอย่างรอบด้าน ทางพรรคประชาชนขอแสดงจุดยืนว่าจะไปต่อแน่นอน และมีแผนรองรับเพื่อให้สามารถเป็นเสียงของพี่น้องประชาชนต่อไปได้

สุดท้าย สมาคมผู้แทนของประชาชนและทุกพรรคการเมืองควรมาร่วมกันทบทวนกฎกติกาอย่างคร่าวโฉม เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ และทำให้ประชาชนสูญเสียตัวแทนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

หากคุณเป็นประชาชนผู้ติดตามการเมืองในบ้านเมือง ไม่ควรละเลยประเด็นนี้ เพราะเป็นการต่อสู้เพื่ออนาคตของการเลือกตั้งและความยุติธรรมในสังคมไทย อย่าให้ใครครองอนาคตของเราโดยเราไม่รู้ตัว

ที่มา – ‘พริษฐ์’แจง แผนส่งแคนดิเดตนายกฯ 3 คนเป็นความเห็นส่วนตัวของ ‘เพชร กรุณพล’