ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ไล่ล่าผัวเมียค้าไอซ์ซิ่งหนีแหกโค้งซุกยาบ้า

เหตุการณ์ดราม่าที่ระยอง เมื่อสามีภรรยากลายเป็นผู้ค้ายาเสพติด โดยถูกเจ้าหน้าที่ไล่ล่าอย่างหนักหน่วงในคืนวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา จนเกิดเป็นเหตุการณ์รถซิ่งพุ่งชนรถเจ้าหน้าที่ แล้วพยายามหลบหนีด้วยการขับรถอย่างไร้กฎเกณฑ์ จนในที่สุดพลั้งหลงเสียหลักและพลิกคว่ำกลางถนน ท่ามกลางของกลางที่พบภายหลังจากการค้นพบยาเสพติดทั้งไอซ์และยาบ้าซุกซ่อนไว้ในรถยนต์ ข่าวดังกล่าวทำให้หลายคนต่างจับตามองเพราะเหตุการณ์ตื่นเต้นนี้ทั้งความรุนแรงและรายละเอียดมากมายโดยที่ ไล่ล่าผัวเมียค้าไอซ์ ได้กลายเป็นหัวข้อข่าวติดอันดับบนเว็บไซต์ข่าว

ไล่ล่าผัวเมียค้าไอซ์

พ.ต.ท.พันธุ์ธิติ ศิริมูล สว.สอบสวน สภ.แกลง จ.ระยอง นำกำลังหน่วยงานตำรวจและกำลังฝ่ายปกครองตำบลชำฆ้อ อ.เขาชะเมา ออกไปจับกุมกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด นายคมเนตร และ น.ส.นิสารัตน์ ซึ่งมีสถานะเป็นสามี-ภรรยา โดยมีของกลางไอซ์จำนวน 20 กรัม และภายหลังการค้นพบยาบ้า 20 เม็ดซุกซ่อนในระบบเสียงของรถยนต์

ความพยายามหลบหนีและการจับกุม

ในระหว่างการจับกุม นายคมเนตร พยายามถอยรถยนต์ฮอนด้า แอ็กคอรสีแดงทะเบียน 5ขข 2167 กรุงเทพ พุ่งชนรถยนต์เจ้าหน้าที่ซึ่งตรวจจับหมายจับของพวกเขา จนทำให้รถยนต์เสียหายอยู่ 3 คัน โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้การยิงยางเพื่อทำให้รถหยุด แต่แม้จะมีปืนเสียง พวกเขายังคงขับรถหนีต่อ พุ่งพรวดไปตามถนนบ้านหนองไทร-มาบช้างนอน จนกระทั่งไปเสียหลักพลิกคว่ำตรงบริเวณทางโค้ง สุดท้ายถูกควบคุมตัวได้อย่างปลอดภัย แม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่หากไม่ระวังอาจมีอันถึงชีวิตได้

  • เหตุเกิดวันที่ 23 กันยายน
  • สถานที่ ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จ.ระยอง
  • ผู้ต้องหา คือ สามีภรรยา
  • ของกลาง ไอซ์ 20 กรัม และ ยาบ้า 20 เม็ด
  • วิธีหนี ใช้รถพุ่งชนเจ้าหน้าที่

หลังจากควบคุมตัวได้แล้ว เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบภายในรถยนต์ และพบว่ามี ยาบ้า ซุกซ่อนเอาไว้ในระบบเครื่องเสียง ซึ่งเพิ่มความน่าตกใจและประหลาดใจให้กับกรณีนี้ เพราะปรากฏว่าตนเองเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดเลยจากที่เจ้าหน้าที่ตั้งใจจะจับกุมครั้งนี้

กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการค้าเสพติดที่กลายเป็นปัญหาของสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขอให้ทุกคนตระหนักถึงความเสี่ยงของการเสพติด การขายยาเสพติด และการเป็นฝ่ายสนับสนุนหรือเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะไม่เพียงเสียชีวิตเสียทรัพย์ แต่อาจจะได้รับโทษตามกฎหมายอย่างรุนแรง ดังจะเห็นได้จากการไล่ล่า ไล่ล่าผัวเมียค้าไอซ์ ที่กลายเป็นตัวอย่างที่ไม่ควรเลียนแบบ

หากคุณหรือคนรอบข้างมีปัญหาการเสพติด ไม่ว่าจะเป็นไอซ์ ยาบ้า หรืออื่นๆ ควรรีบไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือสายด่วนยาเสพติดเพื่อรับความช่วยเหลือก่อนที่จะสายเกินไป

ที่มา – ไล่ล่า ‘ผัว-เมีย’ ค้าไอซ์ ซิ่งเก๋งหนี พลาดแหกโค้งลงข้างทาง ที่แท้ซุก ‘ยาบ้า’ เอาไว้

กรมอุตุฯ ประกาศพายุรากาซาส่งฝนตกหนัก 23-26 ก.ย.68

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 3 (251/2568) เรื่อง พายุ รากาซา และฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากแก่ประชาชนในระยะเวลานี้

กรมอุตุฯ ประกาศพายุรากาซาส่งฝนตกหนัก 23-26 ก.ย.68

พายุไต้ฝุ่น รากาซา กำลังเคลื่อนตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ตอนบน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 19.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 118.9 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะเข้าใกล้และผ่านทางตอนใต้ของประเทศจีนภายในวันที่ 25 กันยายน 2568

ผลกระทบจากพายุรากาซาในไทย

การเคลื่อนตัวของพายุ รากาซา ทำให้ร่องมรสุมที่ผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกรวมทั้งกรุงเทพมหานครมีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 23–26 กันยายน 2568

  • ฝนตกหนักหลายพื้นที่
  • เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
  • เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก
  • น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่เสี่ยง

กรมอุตุฯ ขอเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ทางน้ำ และพื้นที่ลาดเชิงเขา ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้แหล่งน้ำในช่วงนี้

สถานการณ์ทะเลในช่วงพายุ

คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยเฉพาะทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร และในบางพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงกว่า 3 เมตร ชาวเรือและเรือเล็กควรระมัดระวัง และงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24–26 กันยายนนี้

สำหรับพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความเสี่ยงสูงต่อฝนตกสะสมและฝนตกหนัก ขอให้ทุกคนเตรียมความพร้อม ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง และรักษาความปลอดภัยเป็นสำคัญ

พายุ รากาซา อาจดูห่างไกลแต่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประเทศไทย อย่าปล่อยใจให้คลายเคร่งระวัง เพราะความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด

ที่มา – ‘กรมอุตุฯ’ ประกาศฉบับ 3 ไต้ฝุ่น ‘รากาซา’ ส่งผลทำไทยฝนตกหนัก 23-26 ก.ย.68

จิมมี คิมเมล ไลฟ์ เตรียมกลับมาออนแอร์อีกครั้ง

รายการทอล์กโชว์ดังของสหรัฐฯ “จิมมี คิมเมล ไลฟ์” เตรียมกลับมาออนแอร์อีกครั้งหลังจากถูกถอดออกอากาศเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ด้วยการเปิดใจจากผู้บริหารดิสนีย์และเอ็นบีซี ที่ระบุว่ามีการหารือกับจิมมี คิมเมลอย่างรอบคอบเกี่ยวกับแนวทางและเนื้อหาที่จะนำเสนอในอนาคต

จิมมี คิมเมล ไลฟ์ คืออะไร

“จิมมี คิมเมล ไลฟ์” หรือ Jimmy Kimmel Live เป็นรายการทอล์กโชว์ช่วงดึกของสหรัฐฯ ที่มีจิมมี คิมเมลเป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งเป็นที่รู้จักจากความตลกขบขันร่วมกับการวิจารณ์ปัญหาสังคมและการเมือง ทำให้รายการกลายเป็นหนึ่งในรายการที่มีเรตติ้งสูงต่อเนื่อง

เหตุการณ์ที่ทำให้รายการหยุดชั่วคราว

ซึ่งก่อนหน้านี้ รายการถูกระงับการออกอากาศชั่วคราว หลังจากคิมเมลแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเสียชีวิตของนายชาร์ลี เคิร์ก ที่ถูกลอบสังหาร ซึ่งในช่วงเวลานั้นถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ในความอ่อนไหว จึงมีการประเมินว่าเนื้อหาอาจเสี่ยงต่อการกระตุ้นความตึงเครียดในสังคม

บริษัทดิสนีย์และเอ็นบีซีระบุว่า ในการประชุมร่วมกับทีมงานของคิมเมล ทุกฝ่ายตกลงร่วมกันว่าจะมีการแก้ไขเนื้อหาและใช้เวลาในการสะท้อนเสียงต่อเหตุการณ์อย่างรอบด้าน รวมทั้งจัดเตรียมกรอบการทำงานที่เหมาะสมที่จะยกระดับการสื่อสารและลดผลกระทบเชิงลบ

ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

หลังจากหยุดเวลานานกว่าหนึ่งสัปดาห์.Programme อย่าง “จิมมี คิมเมล ไลฟ์” กลับมาออกอากาศวันอังคารที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา โดยเนื้อหาได้รับการปรับปรุงให้มีความหลากหลายและเหมาะสมกับบริบทสังคมมากยิ่งขึ้น

โครงการฟื้นฟูความเชื่อมั่นในตัวรายการยังรวมถึงการเปิดพื้นที่ให้แขกรับเชิญมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งการเพิ่มหัวข้อที่ไม่ใช่การเมืองเพื่อให้ผู้ชมได้ยังติดตามรายการได้อย่างต่อเนื่อง

ข้อถกเถียงเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออก

น่าสนใจว่า ประเด็นนี้ยังถูกจับตามองร่วมกันโดยคณะกรรมการกำกับกิจการสื่อสารกลาง (FCC) ซึ่งมีรายงานว่าอาจดำเนินการกับรายการหากเนื้อหาเกินขอบเขต ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาประท้วงว่าสื่อ主流มีอคติทางการเมืองต่อดาราอนุรักษ์นิยม

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหลายรายยืนยันว่ารัฐธรรมนูญข้อแก้ไขที่ 1 คุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และผู้ออกอากาศไม่ควรถูกเพิกถอนใบอนุญาตเพียงเพราะมีมุมมองทางการเมืองที่แตกต่าง

การกลับมาของ “จิมมี คิมเมล ไลฟ์” นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทั้งในทางการสื่อและสังคม ที่แสดงให้เห็นว่าองค์กรยักษ์ใหญ่อย่างดิสนีย์เข้าใจความสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างเสรีภาพในการสื่อสารและการใช้ความรับผิดชอบในการนำเสนอข่าวสารต่อประชาชน

การใช้หลักคิดในการควบคุมเนื้อหาโดยไม่ละเมิดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น อาจกลายเป็นแนวทางต้นแบบของหลายสถานีในสหรัฐฯ หากสามารถใช้แนวทางนี้ได้ในระยะยาว อาจกระตุ้นให้เกิดการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ระหว่างคนรุ่นต่างๆ และสังคมมากขึ้น อีกทั้งยังคงความเป็นทอล์กโชว์ดังไว้อย่างมั่นคงตลอด 15 ปีที่ผ่านมา

ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่กับมุมมองของคิมเมล แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นว่า การฟังมากกว่าการตัดสิน และการเคารพในความหลากหลายของเสียง เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้สังคมขยับตัวไปในทิศทางที่ดีมากกว่า

หากต้องการติดตามข่าวล่าสุดเกี่ยวกับจิมมี คิมเมล ไลฟ์ เยี่ยมชมเว็บไซต์ทางการของเอ็นบีซีได้เลย

ที่มา – ทอล์กโชว์ดังของสหรัฐ “จิมมี คิมเมล ไลฟ์” เตรียมกลับมาออนแอร์

ระทึกกลางดึก! รถบรรทุกเสียหลักพุ่งบ้าน สัตหีบ-ชลบุรี ไม่มีผู้บาดเจ็บ

เหตุการณ์ระทึกขวัญกลางดึกเกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่ง รถบรรทุก 6 ล้อ ได้เสียหลักและพุ่งชนบ้านของประชาชนในพื้นที่อำเภอสัตหีบ โชคดีที่ไม่มีผู้อยู่ในบ้านขณะเกิดเหตุ ทำให้ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ

ระทึกกลางดึก! รถบรรทุกเสียหลักพุ่งบ้าน สัตหีบ-ชลบุรี

ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจสัตหีบได้รับแจ้งเกิดเหตุจากประชาชนว่า มี รถบรรทุก 6 ล้อ พุ่งชนบ้านเลขที่ 53/1 ริมถนนสุขุมวิท ขาเข้าสัตหีบ ซอยสัตหีบ-สุขุมวิท 41 ม.3 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านไม้สองชั้นที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะบริเวณหลังคาและคานไม้ที่ถล่มยาวกว่า 10 เมตร

จากแจ้งข่าวทราบว่า รถบรรทุก ยี่ห้ออีซูซุ ฟอร์เวิร์ด สีขาว ทะเบียน 84-5063 ชลบุรี บรรทุกสินค้าอาหารสดเต็มคัน พุ่งชนบริเวณหน้าบ้านอย่างรุนแรง เสาไฟฟ้า ป้ายชื่อทาง และเสาป้ายบอกทางเข้าโรงแรมก็ได้รับความเสียหายด้วย

โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

หลังเกิดเหตุ ผู้ขับรถมีชื่อว่านายนฤมิตร อายุ 40 ปี ได้รีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุภายหลัง โดยมีพนักงานขนถ่ายสินค้าเข้าแจ้งว่า นายนฤมิตร ขับรถอีกคันเพื่อขนส่งสินค้าต่อไปยังลูกค้าภายในตลาดเช้าสัตหีบ ซึ่งมีแผนจะเข้าพบพนักงานสอบสวนในภายหลัง

สาเหตุเบื้องต้นมีการแจ้งว่าระหว่างที่รถลงจากสะพานข้ามทางยูเทิร์น ได้เกิดการเสียหลักเบนซ้ายเข้าข้างทาง และพุ่งชนฟุตบาท ก่อนจะพุ่งชนเข้าหานบ้านของประชาชน โชคดีที่บริเวณที่รถวิ่งผ่านมีช่องว่างระหว่างเสาไฟฟ้ากับป้ายชื่อทาง พอดีกับขนาดตัวรถ ทำให้รถสามารถพุ่งเข้าชนบ้านได้โดยไม่กระทบเสาหลัก ซึ่งหากล้มจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลได้

  • รถยี่ห้อ อีซูซุ ฟอร์เวิร์ด
  • ทะเบียน 84-5063 ชลบุรี
  • ตำแหน่งที่เกิดเหตุ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
  • สถานการณ์ พุ่งชนบ้าน-ไม่มีผู้อยู่
  • สถานะผู้ขับ ปลอดภัย-จะเข้าพบตำรวจภายหลัง

ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัย เผยว่า “หากมีเหตุการณ์ลักษณะนี้ในพื้นที่อื่น ย่อมมีความเสี่ยงสูงต่อการได้รับบาดเจ็บหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน แต่ในครั้งนี้เป็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่บ้านไม่มีผู้อยู่” ทั้งนี้ทางผู้ประกอบการได้ยืนยันว่าจะรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับบ้านและทรัพย์สินของประชาชน

เหตุการณ์นี้เตือนให้ทุกคนใส่ใจในเรื่องของความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะในเวลากลางดึกที่อาจเกิดความล้าหรือทัศนวิสัยลดน้อยลง ควรควบคุมความเร็ว และใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ทุกครั้ง

ที่มา – ระทึกกลางดึก! ‘รถบรรทุก’ เสียหลักพุ่งเข้าบ้าน ‘สัตหีบ-ชลบุรี’ โชคยังดีไม่มีใครอยู่

เวียดนามเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด รับมือซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา”

สถานการณ์จากซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ที่มีแนวโน้มจะพัดถล่มพื้นที่ตอนกลางของเวียดนาม ทำให้รัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านต้องประกาศความพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ ล่าสุดวันที่ 23 กันยายน สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า รัฐบาลเวียดนามได้สั่งการให้หน่วยงานท้องถิ่นในเขตชายฝั่งทะเลตั้งแต่จังหวัดกว๋างนิญไปจนถึงจังหวัดกว๋างหงาย ยกเลิกการประชุมที่ไม่จำเป็น และนำทรัพยากรทั้งหมดมาใช้รับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจาก ซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซา

เวียดนามเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด รับมือซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา”

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการหลายมาตรการ เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและทรัพย์สิน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจาก ซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซา ทั้งในด้านการเดินเรือ การขนส่ง และความปลอดภัยของประชาชน

มาตรการป้องกันในระดับการศึกษา

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการและการฝึกอบรมยังได้สั่งการให้โรงเรียนในพื้นที่เสี่ยงต้องเตรียมแผนการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ รวมถึงมีมาตรการป้องกันความปลอดภัย และหากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย ให้ดำเนินการหยุดเรียนทันที เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับนักเรียนนักศึกษา

ขณะเดียวกัน ศูนย์พยากรณ์อุทก-อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติเวียดนาม ได้เผยข้อมูลว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในช่วงวันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายนนี้ บริเวณระหว่างจังหวัดกว๋างนิญกับจังหวัดห่าติ๋ญ โดยมีความเร็วลมสูงสุดที่อาจเกิดขึ้นอยู่ที่ประมาณ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้หน่วยงานด้านวิทยุอุตุนิยมเผยคำเตือนแก่ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในเรื่องของคลื่นสูง น้ำท่วมฉับพลัน และลมกระหน่ำที่อาจทำลายสิ่งปลูกสร้างได้

ทั้งนี้ การเตรียมความพร้อมของเวียดนามไม่เพียงแค่ในเชิงมาตรการทางกายภาพ แต่ยังรวมถึงการให้ข้อมูลกับประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันตัว การอพยพหากจำเป็น และการจัดเตรียมสถานที่ปลอดภัยสำหรับผู้ประสบภัย ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแสดงถึงการรับมือช่วงวิกฤตจาก ซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซา อย่างรอบด้าน

การต่อสู้กับภัยธรรมชาติอย่างซูเปอร์ไต้ฝุ่นถือเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเตรียมตัวล่วงหน้าและการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ คือกุญแจสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของประชาชน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

หากคุณมีครอบครัวหรือเพื่อนฝูงในพื้นที่เสี่ยงของเวียดนาม ควรติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่าปล่อยให้ความประมาทมาเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยของชีวิต

ที่มา – เวียดนามเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด รับมือซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา”

เดลินิวส์ 23 ก.ย. อนุทินแจงร่างนโยบายเจ๋ง ชูศก.ปากท้อง-มั่นคง-สังคม

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันอังคารที่ 23 กันยายน 2568 นำเสนอข่าวเด่นที่สะท้อนภาพรวมสถานการณ์ในประเทศ โดยเฉพาะข่าวด่วนที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อาทิ นโยบายรัฐบาลภายใต้การขับเคลื่อนของพลเอก อนุทิน ฉาปปิกุล ที่เตรียมนำเสนอร่างแถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยเน้นย้ำการพัฒนาประเทศใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ, ความมั่นคง, สังคม และอาหาร

เดลินิวส์ 23 ก.ย. อนุทินแจงร่างนโยบายเจ๋ง ชูศก.ปากท้อง-มั่นคง-สังคม

ในวันที่ 23 กันยายนนี้ ร่างนโยบายที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือแผนปฏิรูปประเทศในทุกมิติ โดย พลเอก อนุทิน ได้อธิบายชัดเจนว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเน้นเรื่อง “ปากท้อง-มั่นคง-สังคม” อย่างเต็มตัว เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพที่ชัดเจนถึงแนวทางการบริหารประเทศในทุกด้าน

ระบบที่ครอบคลุม รับมือปัญหาและโอกาสได้ทันที

ข่าวสำคัญอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกกล่าวถึงร่วมกันทั้งในและนอกรัฐสภา คือ ความเคลื่อนไหวของพรรคก้าวไกล โดยมีน.ส.วันนอร์ ที่ถูกคาดการณ์ว่าจะได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานสภาฯ อย่างไรก็ตาม พลเอก อนุทิน ได้ชัดเจนว่า แม้จะมีความคิดเห็นต่าง แต่ร่างนโยบายเป็นผลงานที่ผ่านการหารือและพิจารณาอย่างรอบด้าน ไม่มีเหตุผลให้อ้างว่ารัฐบาลถูกบีบคั้นจากพรรคการเมืองใด

หนึ่งในเนื้อหาสำคัญในร่างแถลงนโยบายนั้น ครอบคลุมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน โดยคำนึงถึงความยั่งยืนในระยะยาว รวมถึงการเสริมสร้างความมั่นคงในระดับชาติ การคุ้มครองชาติปัญญา และการสร้างสังคมแห่งความยุติธรรมที่ทุกคนเข้าถึงได้

พร้อมกับนั้นยังมีความเคลื่อนไหวจากภาคเอกชนและผู้มีชื่อเสียง เช่น นักแสดง นักธุรกิจ และผู้มีอิทธิพลด้านต่าง ๆ ที่มาร่วมเสวนาในหัวข้อ ‘สร้างสุขให้ยั่งยืน’ ภายใต้งาน ‘Sustain Daily Talk 2025’ ที่ผลักดันให้เกิดแนวทางพร้อมดำเนินการจริง ไม่ใช่เพียงแค่ข้อเสนอที่ฟังดูดี

สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นชัดว่า ‘เดลินิวส์ 23 ก.ย.’ ไม่ใช่แค่หนังสือพิมพ์ที่รายงานข่าว แต่เป็นผู้นำเสนอกลุ่มข่าวที่มีคุณค่า สะท้อนภาพของการเมือง สังคม และเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างครบวงจร หากคุณต้องการปลดล็อกภาพรวมวันนี้อย่างลึกซึ้ง ห้ามพลาด หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับที่ 23 กันยายน และฉบับล่วงหน้า 24 กันยายน 2568 ที่มีข่าวครบทุกมุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

ความเคลื่อนไหวบนเวทีการเมืองและการเตรียมแผนลุยงานของพลเอก อนุทิน จะเป็นรากฐานสำคัญต่อพรรคภูมิใจไทย และเป็นกุญแจไขปัญหาของประเทศในระยะต่อไป รอติดตามได้ในฉบับเต็มของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

อย่าพลาดติดตามข่าวแบบเจาะลึกทุกมิติใน “เดลินิวส์ 23 ก.ย.” ได้ทุกวัน อ่านเพิ่มเติมในหนังสือพิมพ์ฉบับเต็ม

ที่มา – เดลินิวส์ 23 ก.ย. อนุทินแจงร่างนโยบายเจ๋ง ชูศก.ปากท้อง-มั่นคง-สังคม

เรื่องน่ารู้ : ปูเล่

ปูเล่ เป็นพืชที่มีลำต้นสวยงาม ใบมีลักษณะคล้ายกับใบคะน้าแต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก โดยเรียงซ้อนกันเป็นวงกลม ขอบใบหยักเว้าเว้เป็นห่าง ๆ หรือถี่ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ใบมีหลากหลายสีสัน ทั้งเขียว เขียวอมแดง แดงเข้ม หรือม่วงเข้ม ทำให้ปูเล่ดูเหมือนดอกไม้ขนาดใหญ่ ถึงแม้จะไม่มีดอก แต่ก็มีความสวยงามโดดเด่นไม่แพ้ดอกไม้เลย

เรื่องน่ารู้ : ปูเล่

ปูเล่มีความโดดเด่นในการเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่จำกัด จึงเหมาะมากที่จะปลูกไว้เป็นไม้ประดับในกระถาง หรือวางไว้ในแปลงเล็ก ๆ ด้านข้างบ้าน ช่วยให้พื้นที่ดูเขียวชอุ่มและน่าอยู่ ปูเล่เป็นพืชที่ไม่มีดอก แต่เจริญเติบโตได้รวดเร็ว โดยสามารถตัดใบด้านล่างขึ้นมาเรื่อย ๆ เพื่อรับประทานเป็นผักสด ซึ่งช่วยให้พืชแตกยอดใหม่ออกมาได้อีก

ประโยชน์ด้านโภชนาการของปูเล่

การเลือกใช้ปูเล่เพื่อรับประทานนั้น มีประโยชน์ทางอาหารหลากหลายชนิด ซึ่งรวมถึง พลังงาน โปรตีน ไขมัน แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต โพแทสเซียม ไรโบฟลาวิน วิตามินซี และไทอะมิน และยังมีเบต้าแคโรทีนสูงที่มีคุณค่าต่อร่างกาย

  • ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
  • ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง
  • ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด
  • ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง
  • บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
  • ช่วยลดความเสี่ยงของโรคลักปิดลักเปิดและโรคหวัด

นอกจากนี้ การใช้ปูเล่ในอาหารยังช่วยเพิ่มความอร่อยให้กับจาน เพราะมีเนื้อใยกรอบๆ และไม่มีกลิ่นฉุนเหม็นเขียว เหมาะกับการทำอาหารหลากหลายชนิด ทั้งในรูปแบบผักลวก สลัด หรือยำ

กรอบ หอม หวาน อ่อนนุ่มกระฉับกระเฉง เหมาะแก่การดำรงชีวิตที่เน้นสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะใช้เป็นส่วนประกอบในมื้ออาหาร หรือขนมว่าง มื้อเสริม พืชอย่างปูเล่ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของคุณอย่างแท้จริง

หากคุณมีพื้นที่จำกัดและต้องการมีพืชที่สวยงามและมีประโยชน์ ก็เหมาะสมแก่การเลือกปลูกปูเล่ไว้ในบ้านของคุณมากที่สุดแล้ว นี่คือตัวเลือกที่เจริญง่ายและคุ้มค่าในทุก ๆ เหตุผล

ที่มา – เรื่องน่ารู้ : ปูเล่

“นาโปลี” เปิดรังเชือด “ปิซา” คว้าชัย 4 นัดรวด

ในเกมล่าสุดของศึกกัลโช เซเรีย อา อิตาลี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทีมแชมป์เก่าอย่าง นาโปลี ยังคงรักษาฟอร์มแกร่งไว้อย่างต่อเนื่อง หลังจากเปิดสนาม “ซาน ปาวโล สเตเดียม” ต้อนรับการมาเยือนของ “ม้าลาย” ปิซา และสามารถเอาชนะไปได้อย่างสุดมันส์ 3-2

“นาโปลี” เปิดรังเชือด “ปิซา” คว้าชัย 4 นัดรวด

ชัยชนะในนัดนี้ทำให้ นาโปลี เก็บชัยชนะติดกันมาแล้ว 4 เกมรวด เตะไป 4 นัด ชนะ 4 เกมเต็ม ๆ และกระชากตำแหน่งจ่าฝูงของตารางไปครองด้วย 12 แต้มเต็ม แสดงให้เห็นว่าแม้จะเป็นฤดูกาลใหม่ แต่ทีมของ อ็อตตาวิโอ กัสตัลดินี่ ยังคงมีความสม่ำเสมอและน่าเกรงขามอยู่มาก

เกมเข้มข้นตั้งแต่ครึ่งแรก

ในช่วงครึ่งเวลาแรก กองหน้าของ ปิซา พยายามลุ้นบุก แต่ระบบเกมของนาโปลีเชื่อมโยงกันได้ดีมาก โดยเฉพาะในช่วงนาทีที่ 39 บิลลี กิลมอร์ ชาร์จจากทางขวาเข้าเขตโทษ ก่อนจะได้โอกาสเลี้ยงเข้าไปยิงบอลเข้ามุมซ้ายของประตูแบบเฉียบขาด เจ้าบ้านขึ้นนำไปก่อน 1-0

ก่อนที่จะตามมาในช่วงครึ่งหลัง เอ็มบาลา เอ็นโซลา ได้โอกาสชกจุดโทษในนาทีที่ 60 เพื่อช่วยปิซาตีเสมอสกอร์เป็น 1-1 ส่งผลให้เกมกลับมามีชีวิตมากขึ้นอีกครั้ง

นาโปลี ออกสตาร์ทแซงนำอีกครั้ง

  • นาทีที่ 73: เลโอนาร์โด สปินาซโซลา ซัดไกลจากคูหาด้านขวาแบบไม่มีผู้เล่นคนใดเคลื่อนไหวทัน เปลี่ยนสกอร์เป็น 2-1
  • นาทีที่ 82: สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ฟื้นฟูพลังงานสำหรับหลังเริ่มเกมล่าสุด ส่งบอลให้กับ ลอเรนโซ ลุชกา ซึ่งผู้เล่นรายนี้จ่ายเพดานตาข่ายได้อย่างแม่นยำ เปลี่ยนสกอร์เป็น 3-1

อย่างไรก็ตาม ปิซาไม่ยอมยอมแพ้ง่าย ๆ และสามารถลดช่องว่างเหลือแค่ 1 ประตูได้อีกครั้งในช่วงนาทีท้าย ๆ จากลูกยิงของ ลอร์รัน ในนาทีที่ 90 แม้จะออกแรงหนักแต่ก็ทำอะไรเพิ่มเติมไม่ได้อีกแล้ว

ในภาพรวม นาโปลี กำลังแสดงฟอร์มที่ยอดเยี่ยมทั้งในแง่ของระบบป้องกัน กองกลาง รวมถึงการFinish ในหน้าจอบอล ซึ่งผู้เล่นอย่าง สปินาซโซลา และ ลุชกา ถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมขณะที่ผลงานของมือกาวรุ่นเก่งอย่าง โอเลก อูติเยนก็มีความน่าเชื่อถือ

หากพวกเขายังสามารถรักษารูปแบบเดิมต่อไปได้ ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะผ่านเข้าสู่ตอนท้าชิงสำหรับตำแหน่งแชมป์ต่อไปอีกครั้งในฤดูกาลปีนี้

หากคุณชื่นชอบฟุตบอลสไตล์แอคชั่นจี้เหลี่ยมครบเครื่อง การติดตามผลงานของนาโปลีในศึกเซเรียอาในปีนี้ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมากเลยทีเดียว มาคอยรับชมพลิกผันตื่นเต้นของพวกเขาควบคู่ไปกับดนตรีคัมแบ็กลาสิกด้วยเหรอ!

ที่มา – “นาโปลี” เปิดรังเชือด “ปิซา” คว้าชัย 4 นัดรวด

ระทึก!กลางดึก ‘น้ำป่าหลาก’ แม่ริม-เชียงใหม่ กู้ภัยลุยช่วยประชาชนติดในบ้าน

เมื่อค่ำคืนวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568 ได้เกิดเหตุ น้ำป่าหลาก ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบริเวณลำน้ำแม่สา ที่มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้มวลน้ำหลากล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ราบตอนล่าง และไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อไม่น้อยกว่า 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านแม่แรม บ้านป่าม่วง ตำบลแม่แรม และบ้านห้วยโจ้ ตำบลริมใต้

ระทึก!กลางดึก ‘น้ำป่าหลาก’ แม่ริม-เชียงใหม่ กู้ภัยลุยช่วยประชาชนติดในบ้าน

จากสถานการณ์ดังกล่าว ได้มีการรายงานสถานการณ์ผ่าน X (เดิมทวิตเตอร์) ของ @fm91trafficpro หรือ สวพ.FM91 ว่า เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลแม่ริม ร่วมกับงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และทีมกู้ภัยแม่โจ้ ได้รีบเข้าไปช่วยเหลือประชาชนกลุ่มหนึ่งที่ติดอยู่ในบ้านบริเวณสวนดอกไม้บ้านห้วยโจ้ หลังจากเกิดน้ำป่าหลากอย่างรุนแรง โดยในครั้งนี้ สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกมาได้ทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วยผู้ใหญ่ 4 คน และเด็ก 1 คน

สถานการณ์น้ำลด คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ

ทั้งนี้ ในช่วงเวลา 23:30 น. ของวันเดียวกัน ได้มีรายงานว่า หลังจากฝนหยุดตก ระดับ “น้ำในลำน้ำแม่สา” ที่เกิดจาก น้ำป่าหลาก ได้เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง และอยู่ในระหว่างเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนในพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินในค่ำคืนนั้น

การเกิด น้ำป่าหลาก เช่นนี้ ส่งผลให้หลายคนต้องนอนหลบในบ้าน ลุ้นกันทั้งคืน ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็ต้องเข้าไปปฏิบัติภารกิจกลางดึกเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงความเสียหายที่ไม่อาจประเมินได้ทางด้านทรัพย์สินและจิตใจของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

เหตุการณ์น้ำป่าหลากในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งบททดสอบให้ทั้งชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ทั้งการเฝ้าระวังสภาพอากาศ การเตรียมความพร้อมในพื้นที่เสี่ยง ตลอดจนการประสานงานระหว่างหน่วยกู้ภัยกับชุมชน เพื่อให้การตอบสนองต่อสถานการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด

จากประสบการณ์นี้ ขอเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมสำหรับอพยพหากจำเป็น รวมทั้งติดตั้งระบบแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – ระทึก!กลางดึก ‘น้ำป่าหลาก’ แม่ริม-เชียงใหม่ กู้ภัยลุยช่วยประชาชนติดในบ้าน

อาหารดีต่อสุขภาพช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อมตามวัย

ผลศึกษาชี้ให้เห็นว่า อาหารดีต่อสุขภาพ มีบทบาทสำคัญในการชะลอภาวะ สมองเสื่อมตามวัย โดยเฉพาะอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ซึ่งสามารถช่วยปกป้องสมองจากการเสื่อมสภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองเยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 22 กันยายน ว่ามีการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาเกี่ยวกับผลกระทบของอาหารต่อสมอง ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Clinical Nutrition โดยนักวิจัยได้ทำการติดตามผู้เข้าร่วมศึกษาจำนวนเกือบ 300 คน เป็นเวลา 18 เดือน โดยมีการสแกนสมองและการตรวจเลือดอย่างละเอียด

ผู้เข้าร่วมศึกษาถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ตามลักษณะการรับประทานอาหาร โดยกลุ่มหนึ่งได้รับการจัดโภชนาการแบบกรีน-เมดิเตอร์เรเนียน (Green-Mediterranean) ซึ่งเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยชาเขียว วอลนัท และพืชชนิดพิเศษอย่าง Mankai ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

อาหารดีต่อสุขภาพช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อมตามวัย

สมองเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และมักเกิดการเสื่อมสภาพเร็วกว่าอวัยวะอื่น ๆ โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือมีระดับการอักเสบสูง ซึ่งส่วนใหญ่มักเชื่อมโยงกับโรคเกี่ยวกับความจำ เช่น อัลไซเมอร์

ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารแบบกรีน-เมดิเตอร์เรเนียน มีอัตราการเสื่อมของสมองช้าลงกว่ากลุ่มอื่น สมองของพวกเขาดูเหมือน “ฟุ่นเฟือย” น้อยลง มีระดับโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบซึ่งเชื่อมโยงกับความเสื่อมของความทรงจำลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

แนวทางการป้องกันสมองเสื่อมตามวัยด้วยอาหาร

การรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เช่น อาหารดีต่อสุขภาพ สามารถเปลี่ยนแปลงสุขภาพของสมองในระยะยาวได้ อาหารกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่ให้พลังงานแก่ร่างกาย แต่ยังช่วยลดการอักเสบที่ส่งผลต่อระบบประสาทด้วย

อาหารแนะนำที่ควรใส่อยู่ในเมนูประจำวัน ได้แก่:

  • วอลนัท ซึ่งอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3
  • ชาเขียว ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ EGCG
  • Mankai หรือไข่ผำ ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนสูงและมีวิตามินมากมาย
  • ผักใบเขียว ที่มีโฟเลตและสารต้านอนุมูลอิสระ

รายงานนี้ตอกย้ำว่า อาหารดีต่อสุขภาพ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่มีบทบาทใหญ่หลวงในการปกป้องสมองจากภาวะเสื่อมตามวัย

จากข้อมูลเหล่านี้ ควรเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านโภชนาการอย่างจริงจัง การเริ่มกินอาหารดี ๆ สักอย่างในแต่ละวัน อาจเป็นกุญแจสู่สมองที่แข็งแรงในวัยชรา

ที่มา – ผลศึกษาชี้ “อาหารดีต่อสุขภาพ” ช่วยชะลอภาวะ “สมองเสื่อมตามวัย”