ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

อยุธยาอ่วมท่วม 7 อำเภอ จมน้ำดับ 2 ราย

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเริ่มเพิ่มความรุนแรงขึ้นมาทุกปี โดยเฉพาะหลังจากเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มระบายน้ำในอัตราสูงถึง 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย รวมถึงคลองสาขาต่าง ๆ มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยประมาณ 10 เซนติเมตร

อยุธยาอ่วมท่วม 7 อำเภอ ประชาชนเดือดร้อนหนัก

สถานการณ์ล่าสุดพบว่า อยุธยาอ่วมท่วม แล้วทั้งหมด 7 อำเภอ ได้แก่ เสนา ผักไห่ บางบาล บางไทร พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และมหาราช รวมถึง 97 ตำบลและ 603 หมู่บ้าน มีประชากรได้รับผลกระทบมากถึง 28,518 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 2 ราย

คนอยุธยาผู้กล้า ปรับตัวอยู่กับน้ำท่วมซ้ำซาก

ในชุมชนต.แคตก อ.บางไทร ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากคลองช่างเหล็ก ทำให้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำที่ล้นตลิ่งเข้าท่วมถนนทางเข้าชุมชน ส่งผลให้ชาวบ้านต้องใช้เรือพายเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง

นายไพโรจน์ ชัยประภา อายุ 55 ปี พนักงานโรงงาน ให้ข้อมูลว่าบ้านหลังนี้ได้ยกขึ้นชั้น 2 และตั้งหลักป้องกันน้ำหลายครั้ง เพราะถูกน้ำท่วมบ่อยมากระหว่างปี 54 ถึงปัจจุบัน โดยในปีนี้เตรียมอิฐบล็อกและทรายไว้ป้องกันน้ำเพิ่มเติม หากน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงกว่านี้ ยิ่งเขื่อนเริ่มระบายน้ำมากขึ้น ๆ จะทำให้การเตรียมพร้อมทางชุมชนคือสิ่งที่จำเป็น้

ส่วนในเขตต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล น้ำท่วมสูงระหว่าง 1–2 เมตร และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะบ้านของ “นายทองหล่อ ทุ่งพฤกษ์” อายุ 72 ปี ที่ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 40–50 เซนติเมตรมาแล้วกว่า 2 สัปดาห์ โดยเขาต้องหาวิธีผลักดันพื้นบ้านหนีน้ำทั้งสิ้นสองครั้ง ปัจจุบันต้องเฮือกของขึ้นที่สูงเพิ่มอีกรอบ เพราะระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก 4–5 เซนติเมตร

อยุธยาที่เคยเป็นเมืองเก่าผู้มีประวัติศาสตร์ยาวนาน กลับกลายเป็น “เมืองที่ต้องรับมือกับภัยน้ำท่วมซ้ำซาก” มาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็เตรียมความพร้อมบูรณาการแผนช่วยเหลือประชาชน ทั้งเรื่องการอพยม และช่วยเหลือเบื้องต้น

แม้ปัญหาจะซับซ้อนและท้าทาย แต่จิตวิญญาณของคนอยุธยาไม่เคยหดหู่ การรับมือกับน้ำท่วมคือชีวิตประจำวัน และสิ่งที่พวกเขาพยายามทำคือ “อยู่รอดอย่างภาคภูมิใจ”

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้มีน้ำใจ อาจลองมองหาวิธีช่วยเหลือชุมชนในพื้นที่อยุธยาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อร่วมเป็นกำลังใจให้พวกเขาต่อสู้กับธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป

ที่มา – ‘อยุธยา’ อ่วมท่วมแล้ว 7 อำเภอ จมน้ำดับ 2 ราย เดือดร้อน 28,518 ครัวเรือน

ทราย สก๊อต เตือนทิ้งบุหรี่ในโบราณสถาน

เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568 กระแสความเคลื่อนไหวของทราย-สิรณัฐ สก๊อต หนุ่มใหญ่ที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ธรรมชาติและโบราณสถาน กลับกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล เจ้าตัวได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอผ่านแฟนเพจ ทราย – Merman Ψ โดยในคลิปเผยให้เห็นเหตุการณ์ที่เจ้าตัวไปถ่ายทำโฆษณาโปรโมตเทศกาลลอยกระทงที่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย และได้พบกับชาวต่างชาติผู้หญิงคนหนึ่งที่ทิ้งก้นบุหรี่ไว้บนพื้นของโบราณสถาน ทรายจึงรีบเข้าไปตักเตือนทันที

ทราย สก๊อต เตือนทิ้งบุหรี่ในโบราณสถาน

เนื้อหาที่ทรายระบุไว้ว่า “วันนี้ทรายมาถ่ายโฆษณาโปรโมตเทศกาลลอยกระทงที่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เห็นมีชาวต่างชาติผู้หญิงดูดบุหรี่และเขี่ยทิ่งบนพื้น เลยเข้าไปตักเตือน” ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่เพียงแต่ไม่เหมาะสมเท่านั้น แต่ยังถือว่าเป็นการละเมิดกฎระเบียบของพื้นที่อนุรักษ์อีกด้วย

การรักษาโบราณสถานให้คงความงดงาม

ไม่เพียงแค่การดูดและทิ้งบุหรี่บนพื้น แต่การเขียนข้อความบนภาพถ่ายหรือการทำธุรกิจในพื้นที่อนุรักษ์ก็ถือว่าเป็นการทำลายมรดกทางวัฒนธรรมอย่างรุนแรง ดังนั้นแล้ว การเตือนภัยอย่างทราย สก๊อต จึงไม่ใช่แค่การตักเตือนเล็กๆ แต่เป็นการปลุกจิตสำนึกของทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาโบราณสถานให้คงความงดงาม สะอาด และยั่งยืน

ในคลิปยังแสดงให้เห็นว่าทรายไม่เพียงแค่ตักเตือนตามปกติเท่านั้น แต่ยังพาหญิงสาวชาวต่างชาติไปเก็บก้นบุหรี่ที่เธอทิ้งไว้ โดยระบุข้อความว่า “Don’t litter in Thai Heritage Parks โบราณสถานไม่ใช่ที่ทิ้งบุหรี่ของคุณ” เพื่อเป็นการเตือนใจทั้งผู้ชมท้องถิ่นและชาวต่างชาติให้ตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ในการดูแลแหล่งมรดกโลกของเราให้อยู่คู่กับรุ่นสืบไป

  • อย่าทิ้งบุหรี่หรือขยะในพื้นที่โบราณสถาน
  • เคารพพื้นที่อนุรักษ์และมรดกด้านวัฒนธรรม
  • รักษางดงามของธรรมชาติและโบราณคดี
  • ร่วมมือกันอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ถือเป็นการกระทำที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง จาก ทราย สก๊อต ที่ใช้สถานการณ์จริงเป็นหัวข้อในการตีตื่นสติและความรับผิดชอบของคนทั่วไป ซึ่งเราควรให้ความชื่นชมและสนับสนุนให้มีการเผยแพร่เนื้อหาเชิงบวกแบบนี้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างประเทศตระหนักว่า โบราณสถานนั้นเป็นมรดกที่ควรรักษาไว้ด้วยความเคารพเท่านั้น

หากคุณยังไม่เคยคิดว่าการกระทำเล็กๆ เช่น การทิ้งกุนบุหรี่ อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มรดกทางวัฒนธรรม และความรู้สึกของผู้คนรอบข้าง คงเป็นเวลาแล้วที่คุณควรมองมุมนี้ให้ลึกซึ้งขึ้น

ที่มา – ‘ทราย สก๊อต’ โพสต์คลิปเดือด ตักเตือนฝรั่งทิ้งก้นบุหรี่ในโบราณสถาน

สตีเฟน ดวลแรมบ๊อง คู่เอก ONE ลุมพินี 128

เตรียมพบกับความมันส์ระดับโลกในศึก ONE ลุมพินี 128 ที่จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคมนี้ โดยคู่เอกหนักแน่น คือการดวลกำปั้นระหว่าง “สตีเฟน เออร์วิน” นักชกชาวสกอตแลนด์ผู้หนักแน่นด้วยความรุนแรง และ “แรมบ๊อง ส.เถระพัฒน์” นักชกขาลุยจากลำพูนที่มีท่าทีเด็ดและหมัดหนักชำนาญ

สตีเฟน ดวลแรมบ๊อง คู่เอก ONE ลุมพินี 128

เมื่อพูดถึงทั้งสองนักสู้รายนี้ ต่างถือเป็นนักชกที่ขึ้นชื่อในเรื่องของพลังกำปั้นอันดุเดือดและเทคนิคการลงมวยที่เฉียบคม สตีเฟน เออร์วิน ที่เคยชนะนักชกไทยถึง 3 คนใน 6 ไฟต์ที่ผ่านมา และคว้าเงินรางวัลไปแล้วสูงถึง 700,000 บาท รับบทเป็นมือหินที่เตรียมสอยเป้าหมายทิ้งคาร์ดชัยชนะต่อเนื่องเป็นไฟต์ที่ 5

สตีเฟน เออร์วิน: พลังหายาก พร้อมล่าสัญญา ONE

ด้านอีกฝ่าย แรมบ๊อง ส.เถระพัฒน์ ผู้ผ่านเวที ONE ลุมพินีถึง 11 ไฟต์ มีผลงานน่าทึ่งด้วยการเก็บชัยชนะ 8 ครั้ง และผ่านเกมคู่ต่อสู้ไปได้ถึง 4 ราย พร้อมกวาดเงินรางวัลรวมกว่า 1.4 ล้านบาท ถือเป็นกำปั้นไทยอีกรายที่ใครเห็นแล้วต้องเกร็ง

อย่างไรก็ตาม ฟอร์มของแรมบ๊องเพิ่งแรงกระแทกกับการแพ้น็อกในยก 2 ให้กับ สุริยันต์เล็ก ในศึกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ด้วยความที่เป็นนักสู้วิบูลย์ งานนี้เขาก็ตั้งเป้ากลับมาเอาคืนอย่างสุดแรงโดยการเอาชนะ สตีเฟน เพื่อกลับมาครองบัลลังก์นักสู้ระดับท็อปของสยามอีกครั้ง

ความน่าสนใจในสนามเวที

มวยไทยกติกา 130 ป. ที่จะใช้ในการผสมคู่ต่อสู้ครั้งนี้ เป็นการทดลองใหม่ที่เพิ่มความท้าทายให้กับทั้งสองนักชก เพราะน้ำหนักนี้ส่งผลต่อสมรรถภาพและความแข็งแกร่ง ใครจะเป็นฝ่ายควบคุมจังหวะได้ดีกว่ากัน ถือเป็นคำถามใหญ่ที่แฟนมวยทั่วประเทศลุ้นกันเป็นพิเศษ

สำหรับใครที่พลาดการดูสดในสนาม ระบบถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD กด 35 เริ่มเวลา 20.30 น. จะเป็นอีกทางเลือกให้แฟนกีฬาได้ติดตามความมันส์ในทุกท่วงท่าของการปะทะนี้ได้แบบใกล้ชิดอีกด้วย

อย่าพลาดชมการะเก็บ สตีเฟน ดวลแรมบ๊อง ในศึก ONE ลุมพินี 128 วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคมนี้ ณ ลุมพินี อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นเตอร์เทนเมนต์ สเตเดียม บัตรเข้าชมสามารถซื้อได้ผ่าน THAI TICKETMAJOR นัดนี้จะมันระดับตำนานแน่นอน!

ที่มา – “สตีเฟน” ดวลพลังกำปั้น “แรมบ๊อง” คู่เอกอินเตอร์ศึก ONE ลุมพินี 128

ดินสไลด์ทับทางหลวง12 หล่มสัก-ชุมแพ ปิดทั้ง2เลน

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 19 กันยายน 2568 เกิดเหตุดินสไลด์ขนาดใหญ่บน ทางหลวงหมายเลข 12 ช่วง อำเภอหล่มสัก – อำเภอชุมแพ บริเวณห่างจากสะพานห้วยตองไปประมาณ 1 กิโลเมตร ทำให้ผิวจราจรทั้งสองเลนถูกดินโคลนและหินกลบปกคลุมอย่างหนัก ส่งผลให้รถทุกประเภทไม่สามารถผ่านเส้นทางนี้ได้ เจ้าหน้าที่จากกรมทางหลวงจึงเร่งนำเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการขจัดดินสไลด์อย่างเร่งด่วน

ดินสไลด์ทับทางหลวง12 หล่มสัก-ชุมแพ ปิดทั้ง 2 เลน

เกิดเหตุดินสไลด์บน ทางหลวงหมายเลข 12 ทำให้ผู้ใช้รถต้องเลี่ยงเส้นทาง หรือผ่านเส้นทางอ้อม ซึ่งสถานที่ใกล้เคียงและมีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุ ก็คือแถบที่ประชาชนใช้เดินทางประจำอย่าง ดินสไลด์ทับทางหลวง12 หล่มสัก-ชุมแพ ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างจังหวัดเพชรบูรณ์และขอนแก่น

สาเหตุของดินสไลด์

สาเหตุของดินสไลด์ในครั้งนี้เกิดจากระยะฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่อำเภอหล่มเก่า น้ำหนาว และหล่มสัก ติดต่อกันหลายวัน จนทำให้ชั้นดินอุ้มน้ำและไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนตัวของดินจนหลุดลื่นลงมาทับถนน

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา ได้มีเหตุการณ์ดินสไลด์และหินร่วงเกิดขึ้นแล้ว ณ บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 12 ตอนน้ำดุก-ห้วยซำมะคาว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เข้าเก็บกวาดและเปิดทางให้ใช้การได้ แต่ยังคงมีส่วนที่ไม่ปลอดภัยอยู่บ้าง

วิธีเลี่ยงเส้นทางและแนวทางแก้ไข

กรมทางหลวงได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้รถยนต์ที่จะเดินทางผ่าน ดินสไลด์ทับทางหลวง12 หล่มสัก-ชุมแพ ให้หลีกเลี่ยงเส้นหลัก โดยแนะนำให้ใช้เส้นทางอ้อม ได้แก่

  • ใช้ถนนสาย 2216 ตอนห้วยสนามทราย – โคกมน – กกกะทอน
  • หรือเลี่ยงผ่านอำเภอหล่มเก่า แยกกกกะทอน ผ่านบ้านศิลา ต.ตาดกลอย เข้าสู่อำเภอ น้ำหนาว แล้วลงเขาไปแยกห้วยสนามทราย

ทั้งนี้ ผู้พากลับใช้วิจารณญาณในการเดินทาง และปฏิบัติตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ รวมถึงป้ายเตือนที่ติดตั้งไว้รอบพื้นที่

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

หากคุณต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางหรือแจ้งเหตุด่วน สามารถติดต่อได้ที่สายด่วน กรมทางหลวง 1586 หรือโทรศัพท์ 0 5671 1443 กด 2 ต่อ 5 (เฉพาะวันและเวลาราชการ)

ดินสไลด์ครั้งนี้เป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและภูมิประเทศ ซึ่งเป็นอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หากคุณวางแผนเดินทางผ่านอาณาเขตภาคเหนือหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ควรเตรียมแผนสำรองและตรวจสอบข้อมูลเส้นทางล่วงหน้า เพื่อความปลอดภัยของคุณและครอบครัว

ที่มา – ดินสไลด์ทับ ‘ทางหลวง12’ หล่มสัก-ชุมแพ ปิดทั้ง 2 เลน รถผ่านไม่ได้เร่งแก้ไข!

“นฤมล” ฝากทบทวนเกณฑ์ให้ทุน ODOS เปิดทางเด็กได้สิทธิ์เรียนต่อทุกสาขา ไม่ตีกรอบความยากจน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกมากล่าวถึงแนวทางการพัฒนาโครงการทุน ODOS ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทางที่เปิดโอกาสให้นักเรียนไทยได้ศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 และประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 2

ท่านย้ำว่า โครงการทุน ODOS มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างโอกาสให้เด็กไทยได้มีโอกาสเรียนต่อ ไม่ว่าจะมาจากพื้นฐานครอบครัวที่มีรายได้ต่ำหรือปานกลาง เพราะเป็นการส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษาที่แท้จริง

“นฤมล” ฝากทบทวนเกณฑ์ให้ทุน ODOS เปิดทางเด็กได้สิทธิ์เรียนต่อทุกสาขา ไม่ตีกรอบความยากจน

อย่างไรก็ตาม ท่านได้ฝากข้อคิดสำคัญไว้ว่า หากต้องการให้โครงการนี้ยั่งยืนและครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแท้จริง ควรมีการทบทวนเกณฑ์การให้ทุน โดยเรื่องหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ “เส้นความยากจน”

บางพื้นที่อย่างกรุงเทพมหานคร แม้ว่าครอบครัวจะมีรายได้เกินกว่าเกณฑ์ความยากจนมาตรฐาน แต่เมื่อพิจารณาจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าเช่าที่อยู่อาศัย ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ฯลฯ กลับพบว่าเด็กกลุ่มนี้จำเป็นต้องแบกรับภาระค่าครองชีพสูงมาก จึงควรได้รับโอกาสจาก โครงการทุน ODOS เช่นเดียวกับเด็กจากต่างจังหวัด

เปิดทางอาชีพและทักษะหลากหลาย ไม่จำกัด STEM เท่านั้น

อีกประเด็นสำคัญที่ท่านรัฐมนตรีฯ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา คือ การเลือกสาขาหรือทางเลือกในการเรียนต่อของผู้ได้รับทุน ซึ่งในอนาคต ไม่ควรเน้นเพียงวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM) เท่านั้น

ทั้งนี้ เพราะทักษะที่จำเป็นต่ออนาคตอาจเกิดขึ้นจากหลายสาขา เช่น ด้านกีฬา ด้านจิตวิทยาสังคม หรือแม้แต่ศิลปะ นอกจากนี้ ควรตั้งระบบติดตามผลนักเรียนที่จบจากโครงการ เพื่อดูเส้นทางการทำงานและรายได้ในอนาคต ว่ามีความเชื่อมโยงกับวิชาที่เรียนหรือไม่

ท่านย้ำว่าเป้าหมายสำคัญของทุน ODOS คือ ไม่ใช่เพียงให้โอกาสในการเรียนรู้ แต่ต้องช่วยขับเคลื่อนประเทศในระยะยาว ผ่านการทำงานและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการนำกลับนักเรียนที่เรียนต่อต่างประเทศมาทำงานในประเทศไทย

ในปีที่ผ่านมา มีผู้สมัครให้เข้าร่วม“นฤมล” ฝากทบทวนเกณฑ์ให้ทุน ODOS รุ่นที่ 2 จำนวน 1,200 คน โดยคัดเลือกสำเร็จเพียง 100 คนให้ไปศึกษาต่อต่างประเทศ ส่วนที่เหลือได้ทุนศึกษาต่อในประเทศ อีกทั้งผู้เข้าร่วมยังผ่านการฝึกทักษะภาษาอังกฤษอย่างเข้มงวด โดยได้คะแนนสอบระดับนานาชาติไม่ต่ำกว่า 5.5 จาก 9 คะแนน

โครงการเช่น “นฤมล” ฝากทบทวนเกณฑ์ให้ทุน ODOS จึงเป็นต้นแบบที่ดีในการวางแนวทางพัฒนาเด็กไทยอย่างรอบด้าน ทั้งในแง่ของโอกาส การเรียนรู้ และการกลับมามีส่วนร่วมพัฒนาประเทศต่อไป

หากคุณคือเด็กที่มีความสามารถและฝันอยากเรียนต่อ อย่าลืมศึกษาโครงการทุน ODOS และเตรียมตัวให้พร้อม เพราะโอกาสอาจอยู่ใกล้ตัวคุณ!

ที่มา – “นฤมล” ฝากทบทวนเกณฑ์ให้ทุน ODOS เปิดทางเด็กได้สิทธิ์เรียนต่อทุกสาขา ไม่ตีกรอบความยากจน

เปิดใจ ‘เจ๊ปอง’ ยอมรับคำตัดสินคดีบุก NBT

เมื่อวันที่ 19 กันยายน น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก หรือที่ทราบจักกันในชื่อ ‘เจ๊ปอง’ หนึ่งในจำเลยคดีบุกสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ปี 2551 ได้ออกมาเปิดใจก่อนรับฟังคำตัดสินของศาลในชั้นฎีกา ว่าตนเองพร้อมรับฟังผลพิพากษา ไม่ว่าจะเป็นคำตัดสินเชิงลบหรือไม่ เพราะพวกเขาได้ต่อสู้เต็มที่แล้ว และไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ทำด้วยความเชื่อเพื่อสาธารณะประโยชน์

เปิดใจ ‘เจ๊ปอง’ ยอมรับคำตัดสินคดีบุก NBT

“เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา คนเห็นได้ชัดว่าเราต่อสู้ด้วยความเชื่อและตั้งใจจริง” เจ๊ปองกล่าวพร้อมยอมรับว่าตัวเองได้เตรียมตัวอย่างดีหากต้องเข้าเรือนจำ เนื่องจากทราบมาล่วงหน้าถึงวันฟังคำพิพากษา deja vu จึงได้จัดเตรียมเรื่องสุขภาพและศึกษาวิธีการใช้ชีวิตในเรือนจำจากเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่เคยต้องเข้าคุกมาก่อน

การกระทำไม่มีเจตนาสร้างความเสียหาย

เจ๊ปองยืนยันว่าบทบาทของตนคือเพียงคนหนึ่งในกลุ่มคนที่เชื่อในความถูกต้อง ไม่มีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์ และใช้ชีวิตภายใต้กรอบของกฎหมาย แม้บางตอนอาจดูล้ำละเมิดกว่าขอบเขต แต่ก็รับผิดชอบในสิ่งที่ทำเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ คดีนี้ลากยาวตั้งแต่ชั้นต้นจนถึงฎีกา เจ้าตัวไม่ได้แย้งคดี แม้จะมีสิทธิ์ขอเลื่อนพิจารณาตามกฎหมาย

ไม่หวั่นผลกระทบจากการตัดสินของศาล เพราะเธอไม่มองว่าหน้าที่ของตนเองได้สิ้นสุดเมื่อศาลพิพากษา แต่หากได้กลับบ้าน ก็จะยังคงทำต่อในสิ่งที่เชื่อว่าถูกต้องเพื่อประเทศชาติอยู่เสมอ

  • ไม่บิดเบือนความจริง ยอมรับทุกข้อกล่าวหา
  • เตรียมตัวรับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะจำคุกหรือพ้นผิด
  • ยืนยันทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนตน

การเปรียบเทียบว่าเธอมีความ “แมน” มากกว่าอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่ยังไม่เข้าคุกจริง เจ๊ปองกล่าวว่า “ถ้าศาลเรียก พวกเราก็จะเข้าศาล เราไม่ได้กลัว ไม่ว่าจะแย่แค่ไหน เราพร้อมรับทุกอย่างอย่างเต็มที่” ทั้งนี้เธอยังยื่นคำของกล่าวในชั้นฎีกาอย่างสั้นกระชับ โดยไม่มีการยื่นเอกสารใหม่ใดๆ เน้นเพียงความบริสุทธิ์ใจและความจงรักภักดีต่อประเทศชาติแทนผู้ใด

เจ๊ปองไม่ท้อ ขอทำเพื่อชาติถึงแม้ต้องเข้าเรือนจำ

“คำพิพากษาไม่ว่าจะออกมาอย่างไร เราไม่เปลี่ยนความเชื่อ และหากสาธารณะอยากให้บ้านเมืองดีขึ้น เราจะยังคงต่อสู้ต่อไปเช่นเดิม” เจ๊ปองกล่าวกับสื่ออย่างมั่นคง พร้อมทั้งขอบคุณผู้คนที่มายืนให้กำลังใจด้วยเสียงตะโกน “สู้ๆ” “ขอให้โชคดี” และ “รักเจ๊ปองเสมอ” ซึ่งเธอตอบกลับด้วยรอยยิ้มและสัญลักษณ์มือสองนิ้วอย่างมั่นใจ

สุดท้าย เจ๊ปองได้ทิ้งท้ายไว้ดีว่าไม่ว่าคำตัดสินจะออกมาเช่นไร ความพยายามและการต่อสู้ของเธอจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวเพื่อสังคม หากมีโอกาส รายการเข้าคุก ก็จะกลับออกมาอีกครั้งเพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้องอย่างตั้งใจเช่นเคย

หากคุณสนใจติดตามประเด็นการเมืองหรือบทเรียนจากผู้หญิงที่มีกล้าหาญในครั้งนี้ เราเชื่อว่า เรื่องราวของ ‘เจ๊ปอง’ คือหนึ่งแรงบันดาลใจที่สร้างแรงหมุนให้สังคมตระหนักว่า การรักษาความเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจ สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง

ที่มา – เปิดใจ ‘เจ๊ปอง’ น้อมรับคำตัดสินคดีบุก NBT ยันทำเพื่อชาติเตรียมตัวเข้าเรือนจำ

โฆษกทบ. เตรียมแถลงด่วนบ่ายนี้ ยืนยันบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้วเป็นพื้นที่อธิปไตยไทย

เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (สปท.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (โฆษกทบ.) ให้ข้อมูลว่าในช่วงบ่ายของวันนี้จะมีการแถลงข่าวสถานการณ์เกี่ยวกับพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว โดยเน้นย้ำว่า บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้วเป็นพื้นที่อธิปไตยของไทย อย่างชัดเจน และพื้นที่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นพื้นที่ที่มีการอ้างสิทธิ์

บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้วเป็นพื้นที่อธิปไตยไทย

โฆษกทบ. ระบุว่า พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้วและบ้านหนองจานนั้นอยู่ภายใต้กระบวนการของคณะกรรมธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) และมีการรอการพิจารณาอย่างเป็นทางการในเวทีดังกล่าวอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม พล.ต.วินธัย ยืนยันว่า ที่ผ่านมาฝ่ายกัมพูชามีการละเมิดบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ปี 2543 มาอย่างต่อเนื่อง และประเทศไทยมีหลักฐานภาพทางอากาศชัดเจน จากกรมแผนที่ทหารเป็นเครื่องพิสูจน์

ใช้กระบวนการเจบีซี และยืนยันการรักษาพื้นที่

สำหรับการวางรั้วหนามและกิจกรรมรักษาความปลอดภัยในบริเวณดังกล่าว พล.ต.วินธัย กล่าวว่า เป็นการดำเนินการที่อยู่ในพื้นที่อธิปไตยของไทย อย่างแท้จริง โดยวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องกำลังพลและหน่วยทหารในพื้นที่จากการบุกรุกหรือกิจกรรมที่อาจเกิดขึ้น

“ในวันนี้ฝ่ายกัมพูชาได้มีการเคลื่อนไหวให้ประชาชนเข้ามายังพื้นที่ประมาณ 200 เมตร ซึ่งเราเห็นว่ามีแนวโน้มทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง จึงจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อให้ความชัดเจนกับประชาชนทั้งในประเทศและนานาชาติว่า บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้วเป็นพื้นที่อธิปไตยไทย” โฆษกทบ. กล่าวเพิ่มเติม

  • วันที่ 19 ก.ย. ที่ สปท. พล.ต.วินธัย สุวารี แถลงข่าวสถานการณ์
  • ยืนยันว่า บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้วเป็นพื้นที่อธิปไตยของไทย
  • ย้ำการใช้กระบวนการเจบีซี ตามบันทึกความเข้าใจ
  • มีการวางรั้วหนามเพื่อป้องกันการบุกรุกในพื้นที่ไทย
  • ฝ่ายกัมพูชามีการเคลื่อนไหวที่น่าสังเกต ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ใครหลายเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในอดีตที่มีการตึงเครียดในบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ แต่ครั้งนี้หน่วยงานทหารไทยมีการจัดเตรียมและวางแนวทางชัดเจน โดยใช้พื้นฐานกฎหมายและหลักฐานที่มีอยู่ แสดงให้เห็นว่าไทยมีความพร้อมในการปกป้องพรมแดนอย่างสันติ

ทั้งนี้ประชาชนชาวไทยหลายคนต่างจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ที่มีชุมชนใกล้ชิดกับชายแดน ผู้คนจึงต้องการทราบว่าการเคลื่อนไหวนี้จะนำไปสู่ผลกระทบอย่างไร

หากคุณสนใจติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง ควรให้ความสำคัญกับข้อมูลอย่างเป็นทางการจากกระทรวงกลาโหมและกรมแผนที่ทหาร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในเรื่องหลักฐานและขอบเขตเขตแดน

พื้นที่อธิปไตยคือความมั่นคงของชาติ เราควรตระหนักว่าทุกตารางวาที่ทหารไทยปกป้องนั้นมีคุณค่าเท่าชีวิต การสนับสนุนจากประชาชนคือพลังสำคัญที่ทำให้ผู้ปกป้องประเทศสามารถทำงานได้อย่างมั่นใจ

ที่มา – โฆษกทบ. เตรียมแถลงด่วนบ่ายวันนี้ปมบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้วเป็นพื้นที่อธิปไตยไทย

“เซอร์จิม” ขึ้นฮ.บินคุย “อโมริม”ผ่าวิกฤติ “แมนฯ ยูไนเต็ด”

สถานการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ถือว่าเลวร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ หลังจากเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างผิดหวัง และมีผลงานที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในศึกพรีเมียร์ลีกที่เพิ่งชนะเพียงนัดเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ยังตกรอบ คาราบาว คัพ ไปอย่างน่าผิดหวังอีกด้วย

นี่คือเหตุผลที่ทำให้ “เซอร์จิม” แรตคลิฟฟ์ เจ้าของร่วมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินมายังเมืองแมนเชสเตอร์ เพื่อหารือกับ รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกสโดยตรง โดยหวังจะหาทางออกวิกฤตให้กับสโมสรในสถานการณ์ที่เรียกได้ว่า “ใกล้จุดวิกฤติ”

“เซอร์จิม” ขึ้นฮ.บินคุย “อโมริม”ผ่าวิกฤติ “แมนฯ ยูไนเต็ด”

ตามรายงานจากสำนักข่าว “ดิ แอธเลติก” เปิดเผยว่า แรตคลิฟฟ์ มีกำหนดการประชุมหลายรายการที่ศูนย์ฝึกซ้อมแคร์ริงตัน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการพูดคุยกับ รูเบน อโมริม อย่างใกล้ชิด แม้ว่านัดหมายนี้จะถูกวางไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว แต่ผลการแข่งขันที่ย่ำแย่ของทีมก็ถูกจัดให้อยู่ในการประชุมด้วย

อโมริมประสบปัญหาสูงสุดในรอบ 80 ปี

ดูเหมือนว่า อโมริม จะยังไม่สามารถทำผลงานได้ดีนัก สถิติการคุมทีมของเขาระบุว่า ใน 25 นัดแรกที่คุม แมนฯ ยูไนเต็ด เขาชนะเพียง 36.2% เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่แย่ที่สุดเมื่อเทียบกับผู้จัดการทีมคนอื่นในช่วง 80 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ เอริค เทน ฮาก ที่มีอัตราชนะถึง 54.7% และ เดวิด มอยส์ ที่ชนะถึง 52.9%

อย่างไรก็ตาม บอร์ดผู้บริหารของแมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงให้ความมั่นใจและยืนยันว่า อโมริม จะสามารถนำทีมกลับมาอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องได้

ยูไนเต็ดจับตาดู “รูเบน เนเวส” มาเสริมทัพ

แม้จะมีการประชุมเพื่อแก้ปัญหาภายในทีม แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็พร้อมเดินหน้าเสริมทัพในตลาดซื้อขายนักเตะ โดยมีข่าวว่า สโมสรกำลังให้ความสนใจ รูเบน เนเวส กองกลางตัวเก่งของ อัล-ฮิลาล ในลีกซาอุดีอาระเบีย ซึ่งดาวเตะวัย 28 ปีต้องการกลับมาเล่นในยุโรปอีกครั้ง และด้วยค่าตัวที่คาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 17 ล้านปอนด์ จึงถือว่าคุ้มค่าอยู่ไม่น้อย

  • แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มฤดูกาลได้แย่กว่าที่เคย
  • เซอร์จิม ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปคุยกับอโมริม
  • อโมริม เผชิญกับสถิติเลวร้ายสุดในรอบ 80 ปี
  • ยูไนเต็ด สนใจเซ็นรูเบน เนเวส จากซาอุดิอาระเบีย

จากสถานการณ์ที่ทุกอย่างดูเหมือนจะคลุมเครือไม่ชัดเจน แฟนบอลอาจต้องอดทนอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้เห็นภาพการปรับตัวของทีมในระยะยาว อย่างไรก็ตาม หากมีการปรับเปลี่ยนจากผู้บริหารหรือทีมงานโค้ชจริง ๆ การเริ่มต้นครั้งใหม่อาจเอื้อให้แมนฯ ยูไนเต็ดกลับมาอยู่ในเกมได้ตามที่หวังไว้

ที่มา – “เซอร์จิม” ขึ้นฮ.บินคุย “อโมริม”ผ่าวิกฤติ “แมนฯ ยูไนเต็ด”

หุ้นไทยเช้านี้เปิดบวก 1.50 จุด ตลาดเริ่มพักตัว

ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าของวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568 เริ่มต้นด้วยจุดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 1.50 จุด ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยเปิดที่ระดับ 1,298.51 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายในช่วงเช้าอยู่ที่ 2,069.40 ล้านบาท นักลงทุนจับตาดูความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่เริ่มมีแนวโน้มอ่อนค่าอีกครั้ง ซึ่งส่งผลต่อจิตวิทยาของนักลงทุนต่างชาติที่เคยขายสุทธิสูงก่อนหน้านี้

หุ้นไทยเช้านี้เปิดบวก 1.50 จุด ตลาดเริ่มพักตัว

บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ ได้ให้ความเห็นว่าตลาดหุ้นไทยในขณะนี้อยู่ในช่วงของการแกว่งตัวแบบไซด์เวย์ หรือที่เรียกว่าแนวโน้มแนวนอน โดยมีแรงซื้อขายของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อดัชนีต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวของตลาดจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมของนักลงทุนต่างชาติที่กลับมายังตลาดขายสุทธิ รวมถึงค่าเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่าอีกครั้ง ซึ่งส่งผลต่อภาพรวมของภาครวมถึงตลาดหุ้นไทยในเชิงลบ

ทิศทางตลาดหุ้นไทยระยะสั้น

ทางเทคนิคแล้ว ดัชนีตลาดหุ้นไทยในตอนนี้มีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ระดับ 1300 ถึง 1303 จุด หากสามารถ突破ได้ จะเป็นสัญญาณว่าตลาดมีแนวโน้มที่จะกลับมาแกว่งตัวขึ้นอีกครั้ง แต่หากระดับดังกล่าวไม่สามารถยืนได้ ก็อาจหมายถึงตลาดจะยังมีโอกาสพักตัวต่อ และลงมาทดสอบแนวรับที่ระดับ 1287 ถึง 1280 จุด ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดช่วงชะลอการลงทุนจากกลุ่มนักลงทุนระยะสั้น

  • ดัชนีเปิดที่ 1,298.51 จุด +1.50 จุด
  • มูลค่าซื้อขาย 2,069.40 ล้านบาท
  • แนวต้านสำคัญ: 1300-1303 จุด
  • แนวรับสำคัญ: 1287-1280 จุด

นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้าจากฝั่งภาครัฐเกี่ยวกับแผนการแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าเกินไป โดยมีข่าวว่า ว่าที่รัฐมนตรีการคลังเตรียมดำเนินการได้หลังจากเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งหากมีมาตรการออกมาจริง จะส่งผลเชิงบวกต่อภาคเศรษฐกิจโดยรวม และเป็นปัจจัยหนุนแคชฟลอว์ในระยะยาว

สรุปทิศทางในเช้านี้ ตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงพักตัว เริ่มมีแรงซื้อคืนหลังจากเจอแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ ทำให้ดัชนียังไม่สามารถ突破แนวต้านหลักได้ การกลับมายืนเหนือระดับ 1300 จุดอย่างชัดเจน จะเป็นสิ่งสำคัญที่นักลงทุนควรจับตา ณ ตอนนี้ การประเมินภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศ การเมือง จิตวิทยาตลาด และประเด็นภายนอก จะช่วยให้การตัดสินใจลงทุนมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น

ที่มา – หุ้นไทยเช้านี้เปิดบวก 1.50 จุด ตลาดเริ่มพักตัว

จำกันได้ปะ? MV สร้างเรื่องเล่าใหม่ ของ ไผ่-เบียร์-แบม มีใครมาแจม?

เพลงฮีลใจความหมายดี “สร้างเรื่องเล่าใหม่” จาก 3 ศิลปินดัง ไผ่ พงศธร, เบียร์ พร้อมพงษ์ และ แบม พิชญานิน ที่ร่วมกันส่งเสียงร้องและถ่ายทอดเนื้อหาความรักผ่านบทเพลงอย่างน่าประทับใจ จนทำให้มิวสิกวิดีโอเพลงนี้พุ่งทะลุยอดวิวเกิน 2 ล้านวิวไปแล้ว!

จำกันได้ปะ? MV สร้างเรื่องเล่าใหม่ ของ ไผ่-เบียร์-แบม มีใครมาแจม?

เพลงนี้เป็นผลงานจากอัลบั้ม “ปลายปากกาตราครูบ้านนอก” ซึ่งได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงอย่างล้นหลาม หลายคนต่างยกให้เพลงจำกันได้ปะ? MV สร้างเรื่องเล่าใหม่ ของ ไผ่-เบียร์-แบม มีใครมาแจม?นี้เป็นอีกหนึ่งเพลงที่มีความหมายลึกซึ้งและเหมาะกับการส่งต่อในช่วงเวลาแห่งความทรงจำที่ดี

ศิลปินรับเชิญเพิ่มสีสันในมิวสิกวิดีโอ

ไม่ใช่แค่ 3 ศิลปินหลักเท่านั้นที่โดดเด่นในมิวสิกวิดีโอ จำกันได้ปะ? MV สร้างเรื่องเล่าใหม่ แต่ยังมีอีก 4 ศิลปินจากค่ายเยาวชนรุ่นใหม่ร่วมแจมทีมด้วยคือ เจมส์ จตุรงค์, กีต้าร์ นิภาพร, เฟิร์น กัญญารัตน์ และ ปีใหม่ เยาวพา ซึ่งพวกเขาได้รับบทบาทเป็นครูในโรงเรียนที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและยังเป็นเพื่อนของคู่รักที่เป็นตัวละครหลัก ทางด้านแอคติ้งต่างก็มีความน่ารักสมวัยนักเรียนอย่างเต็มตัว!

ด้วยเนื้อเรื่องที่น่ารักและภาพรวมของมิวสิกวิดีโอที่ถูกพัฒนาอย่างไร้ที่ติ ส่งผลให้ผู้ชมรู้สึกอบอุ่นไปกับความสัมพันธ์ของตัวละครและเสียงเพลงที่บรรเลงไปพร้อมกัน การกำกับโดยทีมงานผู้มีประสบการณ์ช่วยปั้นให้ทั้งเรื่องละครและเพลงสื่อสารออกมาได้อย่างลงตัว

  • 3 ศิลปินหลักประกอบด้วย ไผ่ พงศธร, เบียร์ พร้อมพงษ์ และ แบม พิชญานิน
  • มีศิลปินรับเชิญร่วม出演 เพิ่มความสดใสในเรื่องราว
  • มิวสิกวิดีโอออกอากาศบน YouTube Grammy Gold Official
  • เป็นส่วนหนึ่งของอัลบั้ม “ปลายปากกาตราครูบ้านนอก”

ถ้าคุณกำลังมองหาเพลงที่จะช่วยให้หัวใจเย็นลงและมอบความหวังในวันที่เหนื่อยล้า “จำกันได้ปะ? MV สร้างเรื่องเล่าใหม่” จะช่วยเติมพลังให้คุณแน่นอน อีกทั้งยังเป็นธรรมชาติในการย้อนคิดถึงเรื่องราวเก่าๆ และลองสร้างเรื่องใหม่ให้น่าจดจำอีกครั้งในแบบฉบับของตัวคุณเอง

บอกเลยว่า MV นี้เต็มไปด้วยความสนุก ทั้งด้านเพลงและการแสดง ถ้ามีโอกาสอย่าลืมกดดูแล้วอย่าลืมปล่อยความรู้สึกในคอมเมนต์บอกเราทีว่าคุณชอบบทบาทของใครที่สุด!

ติดตามชม MV สร้างเรื่องเล่าใหม่ ได้แล้ววันนี้บนทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง และช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อรับประสบการณ์ความรู้สึกสุดพิเศษผ่านเสียงเพลงและเรื่องราวที่หนุ่มๆ ทั้ง 3 และศิลปินรุ่นน้องสร้างขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่

ที่มา – จำกันได้ปะ? MV “สร้างเรื่องเล่าใหม่” ของ “ไผ่-เบียร์-แบม” มีใครมาแจมเสริมทัพบอกเลยฟิลดีทั้งเรื่อง!