ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ผอ.สลากย้ำเริ่มระบบคิวจองสลากใบใหม่ 19ก.ย.นี้

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเตรียมเปิดตัวระบบใหม่ในการจองสลากใบล่วงหน้าในรูปแบบ ระบบคิว เริ่มตั้งแต่วันที่ 19-20 กันยายนนี้เป็นต้นไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนทั่วไปมีโอกาสในการเข้าถึงสิทธิ์ในการรับสลากใบจำหน่ายอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ตลอดจนช่วยลดปัญหาการใช้เทคโนโลยีโรบอทในการจองล่วงหน้า

ผอ.สลากย้ำเริ่มระบบคิวจองสลากใบใหม่ 19 ก.ย.นี้

พ.ท.หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ระบบการซื้อ-จองสลากใบล่วงหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงโดยสมบูรณ์ใหม่ โดยระบบคิวจะช่วยให้การจองสลากกลายเป็นระบบเดียวกันทั่วประเทศ เป็นระบบที่โปร่งใสและเท่าเทียมกันมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการกดดันและขัดแย้งในช่วงเวลาเปิดจองสลากออนไลน์

เงื่อนไขและขั้นตอนการใช้งานระบบคิว

ผู้สนใจใช้บริการจะต้องดำเนินการ ผูกบัญชีธนาคารกรุงไทย เข้ากับแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ให้เรียบร้อยก่อนทำการจองสลาก เริ่มวันที่ 19 กันยายนนี้เป็นต้นไป เพื่อให้สามารถสั่งซื้อและจ่ายเงินผ่านระบบได้อย่างถูกต้อง โดยมีช่องทางให้เลือกทั้งบัญชีแบบปกติและแบบออนไลน์ (เป๋ามีตัง)

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ลงทะเบียนใช้งานแอปเป๋าตังแล้ว
  • ผูกบัญชีธนาคารกรุงไทยให้เรียบร้อยภายในวันที่ 18 กันยายนนี้
  • เข้าระบบจองสลากผ่าน https://สลาก80.net/portal เพื่อขอรับคิว
  • ชำระเงินผ่านแอปเป๋าตังหลังได้รับคิว

ข้อมูลต่างๆ ของผู้ซื้อจะถูกเก็บรักษาอย่างปลอดภัย และขอให้ทุกท่านเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างพร้อม เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการรับ สลากใบ เนื่องจากระบบใหม่นี้จะจำกัดจำนวนคิวตามความพร้อมของแต่ละรอบ

ดังนั้น การปรับระบบเพื่อเพิ่มความเป็นธรรม ประโยชน์ของประชาชน และการทำงานคล่องตัวของระบบจำหน่ายสลาก จึงเป็นเป้าหมายหลักในครั้งนี้ ทั้งนี้ ผู้ที่ผูกบัญชีกับแอปเป๋าตังเท่านั้นที่มีสิทธิ์ซื้อจองได้

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นความพยายามของสำนักงานสลากฯ ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพของบริการเพื่อความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน รวมถึงลดความแออัดของระบบในช่วงเวลาเปิดจอง

อย่าลืมเตรียมความพร้อมก่อนเวลาจอง ระบบคิวจองสลากใบ เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 กันยายนนี้ เพราะระบบใหม่นี้ตอบโจทย์ทั้งประชาคมทั่วไป รวมถึงกลุ่มผู้ซื้อประจำที่ต้องการความแม่นยำในการเข้าซื้อ

เป็นระบบใหม่ที่เราควรลองและติดตามผลในระยะยาว เพื่อดูว่าสามารถบรรเทาปัญหาเดิมๆ ได้จริงหรือไม่ หรืออาจมีผลกระทบไปในแง่บวกอื่นๆ ก็เป็นได้หากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ

ที่มา – ผอ.สลาก ย้ำเริ่มพรุ่งนี้ ระบบซื้อจองสลากใบ แบบคิว แนะผู้ค้าต้องผู้บัญชีกรุงไทย กับแอพฯ เป๋าตัง

ซีพีเอฟ อวดโฉมนวัตกรรมในงาน CP INNOVATION EXPO 2025

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้เปิดเผยถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการขับเคลื่อนธุรกิจตามพันธกิจของเครือซีพี โดยใช้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีทันสมัยในการผลิตอาหารที่มีคุณภาพและคุณค่าโภชนาการสูง พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถให้กับประเทศ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

ซีพีเอฟ อวดโฉมนวัตกรรมในงาน CP INNOVATION EXPO 2025

ภายในงาน CP INNOVATION EXPO 2025 หรือที่เรียกกันว่า “มหกรรมนวัตกรรมบัวบาน 2025” ซีพีเอฟได้นำเสนอผลงานนวัตกรรมจากพนักงานทั่วโลกกว่า 3,044 ผลงาน ซึ่งเป็นการรวมพลังนวัตกรรมเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมและอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะส่วนที่ได้รับรางวัล Chairman Awards มองเห็นได้ถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ของบริษัทในการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อเชื่อมโยงอนาคตที่ดีกว่า

นวัตกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

หนึ่งในผลงานที่น่าสนใจคือ ถาดไข่ rPET 100% ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้พลาสติก PCR รีไซเคิล 100% เป็นรายแรกในประเทศไทย ช่วยลดขยะพลาสติกและคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้น้อยลง ไม่ว่าจะภายในโรงงาน หรือในห่วงโซ่การผลิต

อีกหนึ่งนวัตกรรมชาลเลนจ์ของซีพีเอฟ คือนวัตกรรม Cage Free ที่เป็นแนวทางการเลี้ยงไก่ไข่แบบอิสระตามหลัก Biosecurity Hi-tech Farming แม้จะมีความเสี่ยงต่อโรคสูงแต่ยังได้รับการรับรอง “ฉลากคาร์บอนนิวทรัล” นับเป็นไข่เคจฟรีปลอดคาร์บอนรายแรกในเอเชีย ซีพีอินโนเวชัน จึงมุ่งให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพภายในห่วงโซ่อาหารอย่างต่อเนื่อง

ยังมี ไข่ดิจิตอลพลัส ที่ติดเซ็นเซอร์วัดแรงกระแทก ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาไข่แตก – ร้าว ขณะขนส่งหรือลำเลียง ซึ่งช่วยลดความสูญเสียประมาณ 2-5% ทั้งในเล้า รถขนส่ง และโรงคัดไข่

นอกจากนี้ยังมี Waste No More ซึ่งเป็นการพัฒนาเพื่อพลิกของเสียให้กลายเป็นทรัพยากร เช่น มูลสัตว์ น้ำเสีย หรือขี้เถ้า แปลงเป็นไบโอแก๊ส ไฟฟ้า น้ำ หรือแม้กระทั่งผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหนัง โดยมีเป้าหมายผสานแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้าไปในกระบวนการการผลิตทุกระดับ

จุดเด่นของงาน CP Innovation Expo 2025

งานครั้งนี้ถือเป็นเวทีใหญ่ระดับองค์กรที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “INNOVATE THE FUTURE FOR A BETTER TOMORROW” พร้อมจัดให้มีพิ้นที่แสดงผลงาน Innovation Showcase สำหรับบริษัทในเครือทั้งหมด 134 ผลงาน รองรับผู้เข้าชมระหว่างวันที่ 18-21 กันยายน 2568 ที่ True Digital Park มุ่งสร้างแรงบันดาลใจด้วยการเชื่อมโยงครีเอเตอร์และนวัตกรตามนโยบายภายในองค์กร

ไม่ใช่แค่การแสดงผลงานเท่านั้น งานนี้ยังคว่ำเขาเน้นเรื่อง Partnership, Digital Trend และการแก้ปัญหาองค์กรอย่างเป็นระบบ นำเสนอการออกแบบนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง เพื่อขับเคลื่อน สายด่วนอนาคต ของไทยท่ามกลาง Digital Age

หากคุณอยากรู้ว่าการต่อยอดความสำเร็จขององค์กรในยุคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร อย่าลืมเข้าชมกิจกรรมหรืองานมหกรรมจากบริษัทในเครือซีพีเพื่อสัมผัสประสบการณ์การใช้นวัตกรรมที่ไม่ธรรมดาที่กำลังเปลี่ยนโลก

หากต้องการเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับนวัตกรรมจากซีพีเอฟ สามารถติดตามเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียภายใต้แพลตฟอร์มต่างๆ ขององค์กร รวมถึงเตรียมตัวร่วมเป็นกำลังใจให้กับเหล่านวัตกรรมรุ่นใหม่ของไทยในปี 2025 และต่อยอดความก้าวหน้าไปสู่อนาคตที่ดีกว่า

ที่มา – ซีพีเอฟ ขนทัพนวัตกรรมอวดโฉมในงาน CP INNOVATION EXPO 2025 สานต่อพันธกิจเครือซีพี

ไมโครซอฟท์เปิดแผนปี 69 ชู 3 กลยุทธ์ดันสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล

ไมโครซอฟท์เปิดแผนปี 69 ด้วยกลยุทธ์สำคัญ 3 ด้าน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน ภายใต้การนำของนายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเน้นย้ำถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการยกระดับศักยภาพของประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

ไมโครซอฟท์เปิดแผนปี 69 ชู 3 กลยุทธ์ดันสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล

กลยุทธ์หลักที่ไมโครซอฟท์วางไว้ในปี 69 ประกอบไปด้วย 3 แกนหลัก คือ 1) ยกระดับทักษะ (Elevate) การขับเคลื่อนการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ให้แพร่หลายแก่กลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย เช่น ครู นักเรียน และแรงงาน 2) เสริมพลัง (Enable) เพื่อสนับสนุนให้องค์กรภาครัฐและเอกชนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงาน และ 3) ร่วมกำหนดกรอบการใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล (Govern) ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการวางแนวทางการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม ปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ

สนับสนุนการเรียนรู้จากโครงการไทย อคาเดมี่

ในการเดินหน้ายกระดับทักษะ AI ไมโครซอฟท์จะสานต่อความสำเร็จของโครงการไทย อคาเดมี่ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการผลักดันทักษะด้านดิจิทัลไปยังทุกระดับของสังคม โดยขยายผลให้ครอบคลุมกลุ่มผู้มีบทบาทสำคัญ เช่น ครูระดับประถม มัธยม และอาชีวศึกษา รวมถึงการทำงานร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อให้แรงงานไทยก้าวทันลมหายใจโลกในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์ได้กำหนดเป้าหมายชัดเจนว่าจะพัฒนาคนไทยให้มีทักษะ AI มากกว่า 10 ล้านคนภายในปี 70 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายระดับชาติที่มุ่งพัฒนาคน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่อนาคตดิจิทัล

สร้างอีโคซิสเท็มการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยี AI

ไมโครซอฟท์มีความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการสร้างแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีที่เปิดกว้างและเข้าถึงได้ง่าย โดยใช้ผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Microsoft Azure, Windows, Copilot และ PC Windows ซึ่งเป็นระบบที่มีผู้ใช้งานกว่า 1,400 ล้านเครื่องทั่วโลก ทั้งยังเน้นว่าการใช้ AI ต้องถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาล โดยร่วมมือกับภาครัฐในการกำหนดนโยบายและแนวทางการใช้ประโยชน์จาก AI อย่างปลอดภัยและมีจริยธรรม

ไมโครซอฟท์ไม่เพียงแค่พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ยังใส่ใจเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความรับผิดชอบในการใช้ AI โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

การวางกลยุทธ์ของไมโครซอฟท์ในปี 69 ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จในอดีต และเปิดทางให้ประเทศไทยเติบโตในยุคดิจิทัลอย่างมั่นคง แม้มีความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่หากมีการวางแผนที่ดีและทุกภาคีร่วมมือกัน ประเทศไทยสามารถเป็นประเทศชั้นนำด้านเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างแน่นอน

ที่มา – “ไมโครซอฟท์”เปิดแผนปี 69 ชู 3 กลยุทธ์ดันสร้างศก.ดิจิทัล

สรุปเงินเดือนข้าราชการ-ลูกจ้าง 2 รอบ ก.ย.68

หากคุณเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำของรัฐ คงต้องให้ความสำคัญกับวัน发放เงินเดือนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในปี 2568 ที่ กรมบัญชีกลาง ได้มีการประกาศกำหนดการจ่ายเงินเดือนและบำนาญ 2 รอบในเดือนกันยายนอย่างชัดเจน เพื่อให้พนักงานภาครัฐได้รับเงินตรงเวลาและสามารถจัดสรรใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปเงินเดือนข้าราชการ-ลูกจ้าง 2 รอบ ก.ย.68

สำหรับเดือนกันยายน 2568 กรมบัญชีกลางได้แจ้งกำหนดการจ่ายเงินเดือน 2 รอบ ดังนี้:

  • รอบที่ 1: วันที่ 16 กันยายน 2568 (จ่ายไปแล้ว)
  • รอบที่ 2: วันที่ 25 กันยายน 2568
  • เงินบำนาญ: วันที่ 23 กันยายน 2568
  • เงินเดือนทหารกองประจำการ: วันที่ 7 กันยายน 2568

การจ่ายเงินเดือน 2 รอบช่วยอะไรได้บ้าง?

การจ่ายเงินเดือนเป็น 2 รอบต่อเดือนนั้นเป็นนโยบายที่ข้าราชการและลูกจ้างสามารถเลือกได้ตามความสมัครใจ ช่วยให้คุณสามารถบริหารการเงินได้ดีขึ้น โดยสามารถแบ่งจ่ายค่าใช้จ่ายในช่วงต้นเดือนและปลายเดือนได้อย่างเหมาะสม

ระบบดังกล่าวเริ่มใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 และตั้งแต่นั้นมาได้รับความนิยมจากพนักงานของรัฐจำนวนมาก ผู้ที่ไม่ได้สมัครขอระบบนี้จะได้รับเงินเดือนแบบปกติในรอบที่ 2 ของเดือน

หากคุณสนใจเข้าร่วมโครงการนี้ ควรทราบว่าสามารถยื่นความประสงค์ได้เพียงปีละครั้งในช่วง วันที่ 1 – 15 ธันวาคม เพื่อให้มีผลใช้บังคับในปีถัดไป

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการใช้จ่ายและบริหารการเงินส่วนตัวให้เป็นระบบ ดังนั้นอย่าลืมเช็กวัน发放เงินเดือนในแต่ละรอบให้ดี เพื่อความพร้อมทางการเงินตลอดทั้งเดือน

ที่มา – สรุปครบจบ! เงินเดือนข้าราชการ-ลูกจ้าง 2รอบเดือนกันยายน68 ได้วันไหนบ้าง?

ศึกยัดห่วงมหาวิทยาลัย ซีซั่น 2! est Cola 3X3 U-League 2025

การกลับมาอีกครั้งของ “est Cola 3X3 Basketball U-League 2025” ซีซั่นที่ 2 ถือเป็นความตื่นเต้นที่แท้จริงสำหรับวงการกีฬาบาสเกตบอลระดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย โดยการแข่งขันในครั้งนี้ไม่เพียงแค่เป็นเวทีสำหรับนักกีฬาแสดงฝีมือ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาตัวนักกีฬาอย่างมีระบบ ด้วยรูปแบบการแข่งขัน 3 คนที่เน้นความรวดเร็วและยุทธวิธี

est Cola 3X3 U-League 2025 จัดเต็ม 3 สนาม

การแข่งขันในครั้งนี้จัดขึ้น ณ 3 สนามหลัก คือ สนามบาสเกตบอลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 23 กันยายน ณ สนามบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพ รังสิต เมื่อวันที่ 26 กันยายน และสนามสุดท้ายคือรอบชิงแชมป์ ณ สนามบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยศรีปทุม เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่จะเป็นเวทีชิงชัยครั้งยิ่งใหญ่ของเหล่านักบาสเกตบอลรุ่นใหม่

15 มหาวิทยาลัยส่งทีมลุยชิงแชมป์

มีมหาวิทยาลัยจากทั่วประเทศเข้าร่วมส่งทีมแข่งขันทั้งในประเภทชายและหญิงรวมทั้งสิ้น 24 ทีม โดยแต่ละประเภทแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ทีม แข่งแบบพบกันหมด เพื่อคัดโยน 2 ทีมต่อกลุ่มเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ แล้วค่อยแข่งแบบน็อกเอาต์จนได้แชมป์

ทีมที่ได้รับชัยชนะเลิศในแต่ละประเภทจะได้รับถ้วยรางวัล พร้อมทั้งทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 122,000 บาท ซึ่งนอกจากจะเป็นการสนับสนุนให้กับนักกีฬาแล้ว ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยหันมาใส่ใจในการพัฒนาด้านกีฬาและสุขภาพมากยิ่งขึ้น

พัฒนาทักษะและคุณค่าผ่านบาสเกตบอล 3 คน

ไม่เพียงแค่การแข่งขัน “est Cola 3X3 U-League 2025” ยังมุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้คุณค่าต่างๆ อย่าง ความมีวินัย การทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ และความมุ่งมั่น ผ่านการเล่นบาสเกตบอล ซึ่งช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และจิตใจเข้มแข็ง สอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ที่พร้อมสำหรับอนาคต

ร่วมสนับสนุนการเติบโตของวงการกีฬาไทยไปกับการแข่งขันที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจอย่าง “est Cola 3X3 U-League 2025” และติดตามการแข่งขันในแต่ละสนามได้ที่นี่

ที่มา – ศึกยัดห่วงมหาวิทยาลัยซีซั่น 2 เดือด! “est Cola 3X3 U-League 2025” จัดดวล 3 สนาม ชิงทุนกว่า 1.2 แสนบาท

เพจดังเผย ‘กองกัมพูชา’ มอบรางวัลพิเศษให้ทหารเจ็บจากกระสุนยาง

จากเหตุการณ์ปะทะรุนแรงที่เกิดขึ้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งมีการใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตาเพื่อสลายฝูงชนชาวกัมพูชาที่พยายามบุกรื้อรั้วชายแดนและก่อการ激起ความตึงเครียดอย่างหนัก ทำให้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้รับบาดเจ็บ ประเด็นนี้ได้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชนและสื่อมวลชน ทั้งในและต่างประเทศ

เพจดังเผย ‘กองกัมพูชา’ มอบรางวัลพิเศษให้ทหารเจ็บจากกระสุนยาง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2568 แฟนเพจ “Army Military Force” ได้ออกมาเปิดเผยข่าวที่น่าสนใจผ่านโลกโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่ากองทัพกัมพูชาได้มอบรางวัลชื่นชมให้แก่ทหารหนึ่งราย ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกระสุนยางเข้าที่เบ้าตาขวา 1 แผล

รางวัลที่มอบให้นั้นประกอบไปด้วยอาหารและเครื่องดื่มจำพวก ข้าวแกง ไก่ย่าง และชาเขียวนม ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงการยอมรับและเชิดชูยศแก่ความกล้าหาญที่ทหารรายนั้นแสดงให้เห็นในช่วงเหตุการณ์ดังกล่าว หลายคนมองว่าการมอบรางวัลเช่นนี้เป็นการปลุกเร้าขวัญกำลังใจให้กับกำลังพลในกองทัพกัมพูชาอีกด้วย

การตอบสนองจากฝ่ายทหารไทยกับเหตุการณ์ชายแดน

สำหรับพื้นที่ชายแดนบริเวณจังหวัดสระแก้ว ได้มีการประกาศ กฎอัยการศึก ซึ่งหมายความว่าฝ่ายทหารมีอำนาจในการตัดสินใจและการดำเนินการในพื้นที่ จึงเป็นหน้าที่ของผู้บัญชาการทหารในพื้นที่ในการบริหารจัดการสถานการณ์อย่างเป็นระบบ และทันท่วงที เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรงที่อาจลุกลามสู่การเผชิญหน้าโดยตรงในวงกว้าง

การใช้มาตรการป้องปรามของฝ่ายทหารไทย แม้จะช่วยเสริมความมั่นคงให้กับพรมแดนได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็อาจนำไปสู่การเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้าม สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีความละเอียดอ่อน เช่นเดียวกับความปลอดภัยของพลเมืองทั้งสองฝ่าย

  • ข่าวดังกล่าวได้รับการแชร์อย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดีย
  • ชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็นหลากหลายรูปแบบ
  • บางคนมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการให้กำลังใจที่ดี
  • ขณะที่อีกจำนวนหนึ่งมองว่าดูเหมือน nods ให้กับความรุนแรง

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ความเป็นไปได้ของเรื่องราวที่ว่า “เพจดังเผย ‘กองกัมพูชา’ มอบรางวัลพิเศษให้ทหารเจ็บจากกระสุนยาง” เป็นภาพสะท้อนหนึ่งของความตึงเครียดที่ยังคงอยู่ในแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และยังสะท้อนให้เห็นถึงการตอบสนองที่ต่างกันในเชิงวัฒนธรรมการให้ความสำคัญกับพลเมือง-centric ของแต่ละฝ่าย

เช่นเดียวกับผลกระทบที่อาจตามมาในระยะยาวทั้งในมิติทางการทูต ความปลอดภัย และภาพลักษณ์ของกองทัพต่อสังคม การติดตามและวิเคราะห์เหตุการณ์เหล่านี้จึงถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยให้เห็นมุมมองที่ครบถ้วนและสามารถลดอุปสรรคในการสร้างสันติภาพร่วมกันได้ในอนาคต

หากคุณต้องการทราบข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาหรือข่าวความเคลื่อนไหวรอบโลก สามารถติดตามได้บนเว็บไซต์ข่าวที่เชื่อถือได้และทันเหตุการณ์อยู่เสมอ

ที่มา – เพจดังเผย ‘กองกัมพูชา’ มอบรางวัลพิเศษให้ทหารเจ็บจากกระสุนยาง

บอย พิษณุ 20 ปี วิกฤตคิดจบชีวิตแต่ยืนหยัดเป็นพ่อที่ดี

ในวงการบันเทิงของไทย “บอย พิษณุ” เป็นหนึ่งในนักแสดงที่มีความยืดหยุ่นและอดทนต่อวิกฤตอย่างน่าทึ่ง ตลอด 20 ปีที่อยู่ในวงการ เขาเผชิญกับความท้าทายหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวในยุคเปลี่ยนแพลตฟอร์ม การใช้ชีวิตหลังหย่า และการดูแลลูกอย่างหนักหน่วง จนมีช่วงเวลาที่เขาคิดว่า “จบชีวิตไปเสียหน่อยคงจะดี” แต่สุดท้ายเขากลับยืนหยัดสู้ต่อ และกลายเป็นพ่อที่ดีที่สุดของลูกได้สำเร็จ

บอย พิษณุ กับบทเรียนชีวิต 20 ปีในวงการ

จากการเริ่มต้นจากการเข้าร่วม AF (Academy Fantasia) จนกลายเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง บอย พิษณุ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของวงการบันเทิงอย่างใกล้ชิด เขาเล่าให้ฟังว่าในช่วงแรกๆ การทำงานในวงการทีวียังมีโอกาสเยอะ ละครผลิตเพียบ แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ความนิยมของละครทีวีลดลง คนหันไปดูเนื้อหาดิจิทัลแทน

การปรับตัวในยุคที่โลกเปลี่ยน

เมื่อรายได้จากงานเดิมเริ่มลดลง บอย พิษณุ เริ่มเปลี่ยนแนวทาง เขาเริ่มทำ YouTube แต่ก็พบว่ายอดวิวลดลงเรื่อยๆ “ตอนนั้นรู้สึกว่าต้องทำไม่ให้ตกยุค ต้องทำให้มาก ทำให้ทัน อย่างน้อยก็ไม่ให้ชีวิตหลุดมือ” เขากล่าว

ไม่เพียงแค่ YouTube เท่านั้น เขายังหันไปลองทำ TikTok ด้วย แม้จะไม่เป็นที่ถนัดในตอนแรก แต่เขารู้ว่าต้องทำ เพราะถ้าอยู่เฉย ชีวิตก็จะไม่มีหนทางไปต่อ

ครั้งที่คิดว่าจะจบชีวิต

“ผมเคยคิดว่าจบแค่นี้ก็พอ ชีวิตมันไปต่อไม่ไหวแล้ว” บอย พิษณุ เผยว่า การที่ต้องหางานทำ กะเงินกันทุกบาททุกสตางค์ พร้อมกับการดูแลลูกและต้องจัดการธุรกิจที่มีปัญหา ทำให้เขาหมดกำลังใจมาก

  • ความหนักหน่วงทางการเงิน
  • ความสัมพันธ์กับภรรยาไม่ลงรอย
  • ความรับผิดชอบเป็นพ่อของลูก

“ตอนนั้นผมรู้สึกว่า เอาจริงๆ มันหนักมาก เพราะว่า เราเป็นหัวหน้าครอบครัว และการใช้เงินเก่ามันเป็นสัญญาณที่ไม่ดีเลย” เขากล่าวอย่างซื่อตรง

จุดเปลี่ยนจาก “คิดจะจบชีวิต” เป็น “ยืนหยัดเพื่อลูก”

การแยกทางกับภรรยาอาจเป็นความพ่ายแพ้ทางใจ แต่สำหรับ บอย พิษณุ กลับเป็นแรงผลักดันใหม่ๆ “พอได้ลูกแล้ว ความคิดมันเปลี่ยนไป ผมห้ามตัวเองเจ็บ ห้ามป่วย ห้ามตาย เพราะมีลูกต้องดูแล”

แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวเหมือนเดิม แต่เขาไม่ทิ้งความรับผิดชอบ “สิ่งสำคัญคือให้ลูกได้เห็นพ่อแม่ที่คุยกันได้ ไม่ทะเลาะกัน สิ่งนี้สำคัญที่สุดสำหรับลูก”

เป้าหมายในวันนี้: ทำอาชีพที่รัก สู้เพื่อลูก

แม้วงการบันเทิงจะเปลี่ยนไปมาก แต่ บอย พิษณุ ยังเดินหน้าทำงานอย่างไม่ยอมแพ้ เพราะเขารู้ว่าสิ่งที่ได้มาไม่ใช่แค่เงิน แต่คือความสุขจากการทำสิ่งที่รัก และความรับผิดชอบต่อผู้อื่น

การเดินทางของ บอย พิษณุ ผ่าน 20 ปีในวงการ เป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่าชีวิตไม่มีอะไรมั่นคงเสมอไป แต่ถ้ามีความแข็งแกร่ง ความรัก และความรับผิดชอบ เราสามารถยืนหยัดได้ แม้ในวันที่ยากที่สุด คุณก็ยังสามารถเดินต่อไปได้เช่นกัน ขอเพียงแค่ไม่放弃 (ไม่ยอมแพ้)

ที่มา – “บอย พิษณุ” บทเรียนชีวิต 20 ปีในวงการวิกฤตถึงขั้นเคยคิดจบชีวิต แต่สู้ยืนหยัดเป็นพ่อที่ดี!

เชียงใหม่-ลำพูน นำประเทศคำขอใช้พื้นที่ป่าไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อวันที่ 18 กันยายน นายปิยะพงษ์ ประพันธ์วัฒนะ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 (เชียงใหม่) เปิดเผยว่า ภายหลังจากการเปิดโอกาสให้หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่เคยใช้ พื้นที่ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถยื่นคำขอใช้สิทธิ์ตามมติ ครม. ทั้ง 2 ครั้งในปี 2563 และ 2564 นั้น ขณะนี้พบว่า จังหวัดเชียงใหม่และลำพูนมีจำนวนคำขอใช้พื้นที่ป่าไม่ได้รับอนุญาตสูงสุดของประเทศ

เชียงใหม่-ลำพูน นำประเทศคำขอใช้พื้นที่ป่าไม่ได้รับอนุญาต

จากข้อมูลที่รวบรวมได้ มีคำขอใช้พื้นที่ป่ารวมทั้งสิ้น 9,725 คำขอ โดย เชียงใหม่อยู่อันดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดเชียงใหม่จำนวน 8,396 คำขอ และลำพูน 1,329 คำขอ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 อย่างละเอียด

จนถึงปัจจุบัน มีเพียงประมาณ 744 คำขอจากพื้นที่ป่าสงวนฯ และ 14 คำขอจากกฎหมายป่าไม้ปี 2484 ที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้น แต่เพียง 146 คำขอสำหรับพื้นที่ป่าสงวน และเพียง 29 คำขอจาก พ.ร.บ. เดิมเท่านั้นที่ออกใบอนุญาตเรียบร้อยแล้ว ขณะที่อีกส่วนต้องรอการตรวจสอบเพิ่มเติม และยังมีบางรายที่พลาดส่งเอกสารครบถ้วน

ประเด็นสำคัญของคำขอใช้พื้นที่ป่า

หนึ่งในปัญหาที่ทำให้คำขอล่าช้า คือ ความไม่ครบถ้วนของเอกสารรวมถึงความล่าช้าในการส่งข้อมูลจากผู้ยื่นคำขอ ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถส่งต่อไปยังคณะกรรมการระดับกรมและกระทรวงฯ ได้ตามกำหนดเวลา

อย่างไรก็ตาม ด้วยความพยายามแก้ไขปัญหา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีมติ ครม. ครั้งใหม่เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อขยายระยะเวลาให้หน่วยงานและองค์กรที่ยังไม่ได้ส่งเอกสารครบถ้วนสามารถส่งเพิ่มเติมได้อีก 180 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป

ด้วยมาตรการผ่อนปรนนี้ หน่วยงานที่มีการยื่นคำขอภายในกรอบเวลาที่กำหนด แม้ใบอนุญาตจะยังไม่ออก ก็สามารถนำไปใช้งบประมาณในการปรับปรุงพื้นที่ได้ทันที ถือเป็นแนวทางที่สร้างประโยชน์ต่อประชาชนและองค์กรอย่างแท้จริง

ขณะนี้มีคำขอที่ยื่นเข้ามาเพิ่มเติมภายใต้มติครั้งที่ 3 จำนวน 5,025 คำขอ โดย จังหวัดเชียงใหม่นั้นมีมากถึง 3,255 คำขอ ซึ่งถือเป็นอันดับต้นของประเทศ ทำให้ เชียงใหม่และลำพูนปิดอันดับหนึ่งในเรื่องคำขอนี้

หน่วยงานยังไม่ควรประมาทกับต้นแบบและเอกสาร!

หน่วยงานที่มีโครงการสาธารณูปโภคเช่น ถนน ไฟฟ้า รวมถึงวัดและที่พักสงฆ์ในพื้นที่ ควรรีบส่งเอกสารเพิ่มเติมภายในเวลาที่กำหนด (ภายใน 30 วัน) อย่าปล่อยให้สิทธิและความช่วยเหลือล่าช้า เพื่อประโยชน์ของพื้นที่และประชาชนในเขตพื้นที่โดยตรง

หากต้องการใช้ประโยชน์จาก คำขอใช้พื้นที่ป่าไม่ได้รับอนุญาต อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หน่วยงานควรตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องเพื่อให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่น

อย่าลืมว่า กิจกรรมใดๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่า ต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนใกล้เคียง ความไม่รีบเร่งในตอนนี้อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตได้

ที่มา – ผอ.ป่าไม้ฯ พบคำขอใช้พื้นที่ป่าจากหน่วยงานและองค์กรเชียงใหม่ ลำพูน ไม่ได้รับอนุญาต สูงอันดับ 1 ของประเทศ

ศิษยานุศิษย์อาลัย ‘พระบวรปริยัติกิจ’ เจ้าอาวาสวัดไตรภูมิ มรณภาพแล้ว

วันที่ 18 กันยายน 2568 เว็บไซต์วัดไตรภูมิ อ.เซกา จ.บึงกาฬ ได้ประกาศข่าวเศร้าให้ทราบว่า พระบวรปริยัติกิจ (ประเวศ จนฺทสาโร) เจ้าอาวาสวัดไตรภูมิ รองเจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ ได้เสด็จถึงแก่มรณภาพเมื่อเวลา 02.40 น. ณ โรงพยาบาลเซกา อ.เซกา จ.บึงกาฬ โดยมีอาการสงบ พระท่านมีวัย 70 พรรษา ครบพรรษา 55 ปี เป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทสำคัญในวงการพระพุทธศาสนาของจังหวัดบึงกาฬ

ศิษยานุศิษย์อาลัย ‘พระบวรปริยัติกิจ’ เจ้าอาวาสวัดไตรภูมิ มรณภาพแล้ว

“พระบวรปริยัติกิจ” เป็นผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ลูกศิษย์ ตลอดจนประชาชนทั่วไป ด้วยการสอนและเผยแพร่พระธรรมคำสอนอย่างลึกซึ้ง จากการดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดไตรภูมิ รวมถึงการรักษาการบริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาวัดไตรภูมิ พระท่านมีวัฒนธรรมทางศาสนาที่สูงส่ง และเปี่ยมด้วยความเมตตา

ประวัติโดยย่อ

พระท่านก่อตั้งและดำรงตำแหน่งสำคัญภายในคณะสงฆ์มาอย่างยาวนาน แทบจะตลอดช่วงพระชีวิต พระบวรปริยัติกิจ เริ่มมีหน้าที่การงานในทางพระพุทธศาสนาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นโท จากนั้นเมื่อปี พ.ศ. 2546 ได้รับตำแหน่งพระครูสัญญาบัตร รองเจ้าคณะอำเภอ ชั้นเอก และหากย้อนไปในประวัติศาสตร์ระหว่าง พ.ศ. 2555 ถึง พ.ศ. 2557 พระท่านเคยดำรงตำแหน่งพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่รักษาการในตำแหน่งพระบวรปริยัติกิจ ซึ่งจะเห็นถึงความชำนาญและมีประสบการณ์อย่างลึกซึ้งทั้งในแง่การบริหารและการสอน

ด้วยพระคุณบางอย่างที่พระท่านสร้างไว้ให้แก่สถานศึกษาและชุมชน ทำให้ ศิษยานุศิษย์อาลัย ‘พระบวรปริยัติกิจ’ ต่างพากันสละเวลาเข้าร่วมพิธีถวายพระเพลิงศพ ในวันที่ 20 กันยายน 2568 เวลา 14.00 น. ที่วัดไตรภูมิ ต.เซกา อ.เซกา จ.บึงกาฬ พร้อมให้เกียรติแก่ผู้มีพระคุณที่เสียไป

  • พระท่านเสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 เวลา 02.40 น.
  • บุคคลสำคัญทางพระพุทธศาสนาและชุมชน
  • เคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดไตรภูมิ
  • รองเจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ
  • พิธีถวายน้ำหลวงสรงศพวันที่ 20 กันยายน 2568

“พระบวรปริยัติกิจ” มิใช่เพียงชื่อสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าอาวาส แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจและค่านิยมให้กับผู้ที่ศึกษาในวงกว้าง ท่านน่าจงนับถืออย่างยิ่ง พระท่านจะยังคงมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของลูกศิษย์และลูกหลานตลอดไป ขอแสดงความเสียใจและอาลัยอย่างสิ้นซึ้งต่อครอบครัวและคณะสงฆ์วัดไตรภูมิ

หากคุณมีโอกาสผ่านไปทางวัดไตรภูมิในระหว่างช่วงเวลานี้ ขอเชิญร่วมพิธีบูชาถวายความเคารพ และแสดงความสุศีลให้กับพระท่าน หากไม่สะดวกขอให้คุณรำลึกถึงความดีงามที่พระท่านได้ทิ้งไว้ในสังคมของเรา

ที่มา – ศิษยานุศิษย์อาลัย ‘พระบวรปริยัติกิจ’ เจ้าอาวาสวัดไตรภูมิ มรณภาพแล้ว

บิ๊กเล็กเผยสร้างรั้วชายแดนสระแก้วต้องรอสมช.เคาะ

เมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการ สร้างรั้วชายแดนสระแก้ว โดยระบุว่าขณะนี้ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ 2 ฝ่าย

บิ๊กเล็กเผยสร้างรั้วชายแดนสระแก้วต้องรอสมช.เคาะ

โดยเฉพาะในบางพื้นที่ที่มีคลองคั่นกลาง ทำให้เขตแดนไม่ชัดเจน เพราะหากฝ่ายไทยสร้างรั้วขึ้นบนตลิ่ง อาจถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งอาจกระทบต่อประเด็นด้านอธิปไตย

“เราอยากให้เกิดการพัฒนาความมั่นคงชายแดน ด้านจังหวัดสระแก้ว อย่างไร้ข้อโต้แย้ง ปัญหานี้จึงต้องรอบคอบ เพราะมีหลายฝ่ายเข้ามาแสดงความเห็นทั้งสนับสนุนและคัดค้าน” พล.อ.ณัฐพล กล่าว

ความกังวลเรื่องอธิปไตย

จากการสำรวจพื้นที่ พบว่าการ สร้างรั้วชายแดนสระแก้ว อาจกระทบต่อการครอบครองพื้นที่แล้วดิน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นกลาง ทำให้รัฐบาลต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก

โดยพลเอกฯ ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า บางพื้นที่ที่มีพรมแดนอยู่กลางคลอง หากฝ่ายไทยสร้างรั้วขึ้นมาฝั่งใดฝั่งหนึ่ง อาจถูกตีความว่าเป็นการยึดพื้นที่ในลักษณะที่ไม่เป็นกลาง

  • ต้องพิจารณาผลกระทบทางการทูต
  • ต้องคำนึงถึงมุมมองของชุมชนในพื้นที่
  • ต้องหารือกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

ทั้งนี้ พล.อ.ณัฐพล ได้ย้ำว่า รัฐบาลยังไม่หยุดการวางแผน สร้างรั้วชายแดนสระแก้ว เพียงแต่ต้องรอเวลาที่เหมาะสม และมีข้อสรุปจากสมช. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประเมินความมั่นคงของประเทศ

“เมื่อเราก้าวไปข้างหน้าในประเด็นใด ย่อมมีเสียงตอบโต้ เราจึงจำเป็นต้องสร้างมติร่วมของทุกฝ่ายให้มากที่สุดก่อนดำเนินการจริง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวอีกครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยระหว่างคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่กับนายกรัฐมนตรีเพื่อกำหนดทิศทางในเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ โดย散热器ในก

การสร้างรั้วชายแดนสระแก้ว จะต้องมีการจัดทำแนวทางที่เป็นระบบ และปลอดพ้นข้อถกเถียงในมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยรัฐบาลมองว่านี่เป็นบททดสอบหนึ่งในการบริหารความมั่นคงภายใต้กรอบของหลักอธิปไตย

ข้อคิดเห็น: แม้ประเด็น สร้างรั้วชายแดนสระแก้ว จะมีความซับซ้อน แต่หากสามารถจัดการอย่างรอบคอบและโปร่งใส จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – ‘บิ๊กเล็ก’ เผย สร้างรั้วชายแดนสระแก้วต้องรอ สมช. เคาะ หลังเจอเสียงค้านหวั่นกระทบอธิปไตย