ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ตะลึง! พบซากฟอสซิลสัตว์ทะเล อายุ 250 ล้านปีในถ้ำเพชรบุรี

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เกิดความตื่นตาตื่นใจในวงการธรณีวิทยาและนักท่องเที่ยวทั่วไป เมื่อมีการค้นพบซากฟอสซิลสัตว์ทะเลที่มีอายุราว 250 ล้านปี ในถ้ำเพชรบุรี โดยเฉพาะภายใน ถ้ำเขาตาจีน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ของอุทยานเขานางพันธุรัตที่เคยมีการค้นพบฟอสซิลอย่างน่าทึ่งมาก่อน

ตะลึง! พบซากฟอสซิลสัตว์ทะเล อายุ 250 ล้านปีในถ้ำเพชรบุรี

การค้นพบครั้งนี้เริ่มต้นจากการสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวโดย นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าวนอุทยานเขานางพันธุรัต ร่วมกับ ผู้เชี่ยวชาญและชุมชนบ้านนายาง ที่มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเดินสำรวจภายในถ้ำเขาตาจีน ได้พบกับสิ่งล้ำค่าทางธรณีวิทยา นั่นคือซากดึกดำบรรพ์ในรูปแบบของฟอสซิลสัตว์ทะเลและเปลือกหอยก้นทะเลจำนวนมาก

คุณค่าทางวิทยาศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยว

เชื่อกันว่าซากฟอสซิลที่พบในถ้ำเพชรบุรี มีอายุอยู่ในยุคเพอร์เมียน ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะมีการเกิดปรากฏการณ์ดับพันธุ์ครั้งใหญ่ที่นำไปสู่ยุคของไดโนเสาร์ การศึกษาฟอสซิลเหล่านี้จึงสามารถช่วยให้เราเข้าใจวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรในอดีตได้มากขึ้นอย่างลึกซึ้ง

ผศ.ดร.ดวงกมล อัศวมาศ ประธานหลักสูตรภาษาและวัฒนธรรมไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้กล่าวเสริมว่า ฟอสซิลที่พบในถ้ำเขาตาจีนมีความหลากหลายมากกว่าที่เคยพบในอุทยานเขานางพันธุรัต นั่นแสดงให้เห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้อาจยังมีแหล่งซากโบราณคดีทางธรณีวิทยาที่น่าสนใจอีกมากมายที่รอการค้นพบ

ทั้งยังเกริ่นอีกว่าหากรับการวิจัยจากนักธรณีวิทยาโดยตรง เขตถ้ำและบริเวณโดยรอบอาจกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิชาการที่โดดเด่น มีคุณค่าทั้งทางธรรมชาติและทางวิทยาศาสตร์

ถ้ำเขาตาจีนซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่เคยพบฟอสซิลในอุทยานเขานางพันธุรัตเพียงประมาณหนึ่งกิโลเมตร จึงกลายเป็นจุดหมายใหม่ที่มีศักยภาพสูงไม่เพียงสำหรับนักวิทยาศาสตร์ แต่ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในการเรียนรู้ธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของโลก

  • พื้นที่ถ้ำตาจีน มีหินงอกหินย้อยงดงาม
  • สามารถมองเห็นวิวธรรมชาติ 360 องศา ได้แบบเต็มตา
  • ใกล้วัดเขาตาจีนซึ่งเป็นพื้นที่ทางศาสนวัฒนธรรม
  • เหมาะสมสำหรับการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

สิ่งที่เกิดขึ้นในถ้ำเพชรบุรีนี้ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงเป็นแผ่นดินที่แฝงไปด้วยความลึกลับของโลกโบราณ หากมีการลงทุนในการวิจัยและอนุรักษ์อย่างเป็นระบบ อาจกลายเป็นทรัพยากรทางวัฒนธรรมและนวัตกรรมที่สำคัญต่ออนาคต

อย่าพลาดโอกาสที่จะได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณในถ้ำเขาตาจีน จ.เพชรบุรี ซึ่งมีซากฟอสซิลสัตว์ทะเลอายุหลายร้อยล้านปีรอให้คุณค้นพบ

ที่มา – ตะลึง! พบซากฟอสซิลสัตว์ทะเล อายุ 250 ล้านปีในถ้ำเพชรบุรี

‘บิ๊กเต่า’ จ่อหมายจับ ‘ทิดจอร์จ’ ลอต 2 เส้นเงินโยงคนใกล้ชิด

ล่าสุดสถานการณ์คดีวัดพระบาทน้ำพุและวัดโสธรยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงในวงสังคม โดยเฉพาะความคืบหน้าการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ได้เปิดเผยว่า การประชุมครั้งแรกเพื่อสรุปการทำงานคดีได้ชี้ให้เห็นถึงความชัดเจนในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องทรัพย์สินของวัดที่คาดว่าจะสรุปได้ในเร็วๆ นี้

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ ‘บิ๊กเต่า’ จ่อหมายจับ ‘ทิดจอร์จ’ ลอต 2 หลังพบเส้นเงินโยงคนใกล้ชิด โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการเรียกตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับวัดมาสอบสวน และพบว่า “ทิดจอร์จ” มีความคืบหน้าในส่วนของการใช้เงินวัดไปซื้อที่ดินและทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมหลายข้อในระยะใกล้

‘บิ๊กเต่า’ จ่อหมายจับ ‘ทิดจอร์จ’ ลอต 2 หลังพบเส้นเงินโยงคนใกล้ชิด

พ.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า “ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการนำเงินวัดไปใช้ในทางที่ไม่ชอบ เช่น ซื้อที่ดิน หรือให้ความช่วยเหลือกับบุคคลบางราย พบว่าเริ่มชัดเจนมากขึ้น และมีบุคคลจากวงในวัดที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพระภคินีและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิของวัด ซึ่งบางรายแม้จะคืนเงินแล้ว แต่ยังไม่สามารถอธิบายที่มาของเงินต้นได้ชัดเจน” ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนลึกเข้าไปอีก

วัดโสธรกับข้อกล่าวหาหลายด้าน

ไม่เพียงแค่เฉพาะวัดพระบาทน้ำพุ วัดโสธรก็ยังอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวดเช่นกัน โดยได้มีการประชุมร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดฉะเชิงเทราและคณะกรรมการที่รัฐบาลแต่งตั้งขึ้นภายใต้การดูแลของนายสุชาติ ตันเจริญ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดย ‘บิ๊กเต่า’ จ่อหมายจับ ‘ทิดจอร์จ’ ลอต 2 หลังพบเส้นเงินโยงคนใกล้ชิด มีบทเรียนอย่างชัดเจนว่าหากไม่มีการตรวจสอบเงินจำนวนมากที่ไหลผ่านวัดเหล่านี้ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในสถาบันศาสนา

เจ้าหน้าที่ยังเปิดเผยว่า สำนักพระพุทธศาสนาได้เดินทางมาหารือเรื่องเอกสารและข้อเท็จจริงบางประการ แม้ว่าจะยังไม่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่ในการพูดคุยแบบนอกรอบก็มีการระบุประเด็นต่างๆ ที่ควรติดตามต่อไป

  • การตรวจสอบเอกสารของวัดพระบาทน้ำพุ
  • ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับเงินบริจาคและทรัพย์สิน
  • พยานหลักฐานจากเจ้าหน้าที่และพระภคินี
  • การสอบสวนที่มีความซับซ้อนร่วมกับหน่วยงานหลายฝ่าย

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า บก.ปปป. กำลังวางแผนเข้าประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เช่น ป.ป.ช., ป.ป.ท., สตง. เพื่อให้การสอบสวนดำเนินไปอย่างถูกต้องและโปร่งใส เนื่องจากวัดที่ถูกกล่าวหาได้รับเงินจำนวนมาก โดยเฉพาะวัดพระบาทน้ำพุมีเงินกว่า 8,000 ล้านบาท และอยู่ในความรับผิดชอบของหลายภาคส่วน

ด้วยสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนสูง การเปิดเผยข้อมูลต้องทำด้วยความระมัดระวัง อย่างไรก็ตามประชาชนทั่วไปต่างหวังว่าผลการสอบสวนจะสามารถนำมาซึ่งแนวทางการบริหารวัดอย่างโปร่งใสและยุติธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องการใช้ทรัพย์สินของวัดให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างแท้จริง

หากคุณเป็นผู้บริจาคหรือให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในกิจกรรมทางศาสนา อย่าลืมติดตามข่าวสารล่าสุดทั้งจากสำนักข่าวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะการตรวจสอบเรื่องราวเหล่านี้จะส่งผลต่ออนาคตของสังคมไทยที่พึ่งพิงหลักคุณธรรม

ที่มา – ‘บิ๊กเต่า’ จ่อหมายจับ ‘ทิดจอร์จ’ ลอต 2 หลังพบเส้นเงินโยงคนใกล้ชิด

ไอคอนสยามรวมขนมมูนเค้กรับเทศกาลไหว้พระจันทร์

เทศกาลไหว้พระจันทร์เป็นเทศกาลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ความอบอุ่น และความหวัง ซึ่งในช่วงเทศกาลนี้ ความอร่อยของ ไอคอนสยามรวมขนมมูนเค้ก ที่มาในหลากหลายสไตล์ จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนรอคอย โดย บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ร่วมกับ ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ และ เมืองสุขสยาม ร่วมจัดงาน “SIAM Takashimaya Moon Cake Festival 2025” และ “สุขสยาม เปี๊ยะไหว้จันทร์” เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลนี้อย่างยิ่งใหญ่

ไอคอนสยามรวมขนมมูนเค้กรับเทศกาลไหว้พระจันทร์

ในปีนี้ ไอคอนสยาม ได้จัดเตรียมขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายแบบจากแบรนด์ดังหลายร้านภายในศูนย์การค้า เช่น Hong Bao, สตาร์บัคส์, TWG Tea และ Kyo Roll En โดยเฉพาะในงาน “SIAM Takashimaya Moon Cake Festival 2025” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 กันยายน – 7 ตุลาคม 2568 ที่สยาม ทาคาชิมายะ ซึ่งมีการนำเสนอ ไอคอนสยามรวมขนมมูนเค้ก จาก 8 โรงแรมและร้านอาหารดังระดับพรีเมียม

โรงแรมต่างๆ ก็ล้วนแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ดหอมกรุ่น ของ โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากหรือ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ที่ออกแบบกล่องแบบแฮนด์เมดในธีมดอกโบตั๋นสีแดงมงคล และ โรงแรมดุสิตธานี ที่นำเสนอ “Heritage Bloom Collection” ที่ผสมผสานความคลาสสิกกับรสชาติเข้มข้นในแบบเฉพาะตัวของตนเอง

ไฮไลต์ของไอคอนสยามรวมขนมมูนเค้ก

หนึ่งในไฮไลต์คือความร่วมมือระหว่าง Kyo Roll En กับเชฟชาวสิงคโปร์และเชฟขนมหวานในประเทศไทย เพื่อสร้างสรรค์ ไอคอนสยามรวมขนมมูนเค้ก สุดพิเศษในแนว “Collaboration Mooncake with 3 Michelin-Star Chefs” โดยไอคอนสยามมุ่งเน้นความหลากหลายทั้งในด้านรสชาติและวัตถุดิบ ตั้งแต่ Sweet Potato-Oolong Tea ไปจนถึง Yuzu Lava

มีหลากหลายแบรนด์ที่เข้าร่วมงาน เช่น MX Cakes & Bakery ที่มี ไอคอนสยามรวมขนมมูนเค้ก ชนิดลาวาเยิ้มๆ ที่รสชาติอร่อยจนได้รับการการันตีระดับโลก ส่วน Bakery Hut เสนอไส้มูนเค้กกว่า 100 ชนิด เช่น เมี่ยงคำหรือแมคคาเดเมียดำทรัฟเฟิล สุดพรีเมียม และกอกใจก็ไม่ตกเทรนด์ด้วยชุด “ทรัพย์อนันต์” ที่รวมไส้สุดคลาสสิกไว้ครบจบทุกความอร่อย

ร้านในเมืองสุขสยามที่น่าจับตามอง

เทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ ทางเมืองสุขสยามก็มีกิจกรรม “สุขสยาม เปี๊ยะไหว้จันทร์” ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน – 6 ตุลาคม 68 ที่บริเวณประตูสุขสุวรรณศาลา โดยมีร้านเด็ดๆ เช่น ภัตตาคารเชียงการีล่าที่มาพร้อมชุดมังกรทอง และ Kyo Roll En ที่ประยุกต์ใช้สไตล์แป้งเพสตี้อร่อยกรอบ ผสมกับลาวารสชาติหลากหลายรสดั้งเดิม

รวมถึงร้าน Tempao Mooncake ที่มาในแบบทันสมัย สอดแทรกลาวาจากชาไทย กาแฟ และทุเรียนไข่เค็ม พร้อมกับ S&P ที่รักษาสูตรดั้งเดิมด้วย “S&P MOON PALACE COLLECTION” มูนเค้กสูตรลับรสชาติเก่าแก่กว่า 30 ปี เต็มสูบด้วยความคลาสสิกและ persuasiveness ในการสร้างอารมณ์ดีๆ ให้กับเทศกาลสำคัญปีนี้

ไม่ว่าจะเป็น ไอคอนสยามรวมขนมมูนเค้ก แบบใด ต่างก็สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการออกแบบที่ไม่ใช่แค่ขนมธรรมดา แต่เป็นของขวัญการกินที่บอกเล่าเรื่องราวและเสริมเสน่ห์ให้กับเทศกาลไหว้พระจันทร์อย่างแท้จริง อย่าลืมไปลองลิ้มรสความอร่อยเหล่านี้เพื่อเติมเต็มความสุขของช่วงเทศกาลที่ใครๆ ก็รอคอย

ที่มา – ไอคอนสยาม รวมทัพขนมมูนเค้กรับเทศกาลไหว้พระจันทร์

DAY6 ฉลอง 10 ปี สุดอลังกับคอนเสิร์ตระดับสเตเดียม

วงดนตรีสุดโปรด DAY6 ฉลองครบรอบ 10 ปีด้วยคอนเสิร์ตสุดอลังการในสเกลสเตเดียมที่ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมกับเตรียมความมันส์ระดับเดียวกันมาส่งถึงแฟนๆในประเทศไทยอีกด้วย

DAY6 ฉลอง 10 ปี สุดอลังกับคอนเสิร์ตระดับสเตเดียม

ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตธรรมดา แต่การฉลองอย่างเต็มตัวที่ไม่เคยมีมาก่อนของวง DAY6 ตั้งแต่ก่อตั้งวงจนมาถึงครบรอบ 10 ปีในปีนี้ โดยเปิดฉากที่สนามโกยาง สเตเดียม เกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 30 และ 31 สิงหาคม ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามไปทั้ง 2 รอบการแสดง สร้างความประทับใจให้แฟนๆอย่างเต็มที่

เบาๆแล้วนี้เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของวง DAY6 เพราะถือเป็นคอนเสิร์ตระดับสเตเดียมครั้งแรกระหว่างประวัติศาสตร์ของวง และต่อจากนี้ DAY6 ฉลอง 10 ปี สุดอลังกับคอนเสิร์ตระดับสเตเดียม จะบินตรงมาเสิร์ฟความมันส์แบบจัดเต็มที่ประเทศไทยในวันเสาร์ที่ 27 กันยายนนี้ ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

เนื้อหาคอนเสิร์ตอลังการ สุดกว้างยาวกว่า 30 เพลง

ถ้าคุณเป็นแฟนเพลง DAY6 อย่าพลาดคอนเสิร์ต “DAY6 10th Anniversary Tour ” เพราะภายในงานจะมีการร้องเพลงที่คุณรักกว่า 30 เพลง ทั้งฮิตติดหูและซ่อนฮิตเล็กๆที่ไม่ค่อยได้ยินบ่อยๆ รวมถึงการจัดแสดงที่ล้ำสมัย ฉากหลังขนาดใหญ่ และเทคโนโลยีแสงสุดล้ำแฝงความหมายลึกซึ้งตลอดทั้งคอนเสิร์ต

สำหรับใครที่พลาดชมในเกาหลีก็ควรรีบจองตั้วเข้าชมในรอบที่ประเทศไทย เพราะโอกาสที่จะเจอคุณภาพการผลิตในระดับนี้ถือว่ายากมากทีเดียว อยู่ในโรงแสดงขนาดใหญ่และมีนักแสดงเกือบ 100 ชีวิตพร้อมกันบนเวที เพื่อให้แฟนเพลงได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในชีวิต ทั้งการเต้น เสียงร้อง Live และ Interaction ผ่านคำพูดที่อบอุ่นโดยตรงจากสมาชิกวง

งานนี้ยังเป็นโอกาสที่ร่วมสร้างตำนานของภาพรวมวงการเพลง ว่าวงดนตรีสไตล์แบนด์เกาหลีใต้นั้นยังคงเผาทุกอย่างไว้ในสายตา และผสานความฝันของผู้ที่ติดตาม

อัลบั้มใหม่ ‘The DECADE’ ส่งถึงมือแฟนเพลง

  • เมโลดี้หัวใจที่เต้นได้ตลอดAlbum: อัลบั้ม “The DECADE” เป็นสะสมผลงานทั้งหมด 10 เพลงในครั้งนี้ ด้วยเพลงใหม่สุดพิเศษอย่าง “Dream Bus” และ “Inside Out” ที่เพิ่งออกอากาศเป็นเพลงโปรโมตแรก จนกลายเป็นฮิตอันดับต้นๆในหลายประเทศ
  • เนื้อเพลงที่ลึกซึ้งและมีความหมาย: ทำให้เสียงเพลงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่มีคนรักสมัยก่อนพูดว่า “ไม่ว่าจะของเก่าหรือใหม่ก็ยังเหมือน ของ DAY6 เสมอเลย”
  • ผลิตภัณฑ์มากกว่าชิ้นดนตรี: รูปลักษณ์รวมหน้ารวมตานี้กลายเป็นสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดนักสะสมมือใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z หรือวัยผู้ใหญ่ตอนแก่

ไม่ว่าจะเป็นฟังהמלצותจากเอดิเตอร์ตัวจริงลมหายใจของวงการเพลง หรือสนับสนุนการจำแนกสาระสำคัญต่างๆที่ต้องมาจากทีมงานโดยตรง ทุกความเคลื่อนไหวของ DAY6 ล้วนมีน้ำหนักอย่างแรงกล้า

ซื้อบัตรเข้าชมได้ทาง: thaiticketmajor.com

ถ้าคุณเคยเป็นแฟน DAY6 มาตั้งแต่อัลบั้มแรก หรือเพิ่งรู้จักวงนี้จากเพลง “Zombie” ก็ใช่ว่าจะสาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวใหญ่ที่กำลังจะเริ่มต้น “The DECADE” เราเชื่อว่ามึงมันคือแรงบันดาลใจ และการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่สามารถสังเคราะห์ความเป็นมาทั้งหมดให้กลายเป็นบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

ที่มา – “DAY6” ทำถึงจัดเต็มสุดอลังสมศักดิ์ศรีวง 10 ปีกับคอนเสิร์ตสเกลสเตเดียมครั้งแรกที่เกาหลีใต้และเตรียมมาไทย

ชายแดนปะทะเดือด! ตชด.สระแก้ว ใช้ LRAD-กระสุนยาง สกัดกลุ่มวัยรุ่นเขมร

สถานการณ์ร้อนระอุณฑ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา เวลา 17.28 น. ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว ได้เกิดเหตุปะทะรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยกับกลุ่มวัยรุ่นชาวกัมพูชา ซึ่งมีการโจมตีอย่างดุเดือด โดยขว้างปาท่อนไม้ ก้อนหิน และขวดน้ำใส่แนวป้องกันของไทย

ชายแดนปะทะเดือด! ตชด.สระแก้ว ใช้ LRAD-กระสุนยาง สกัดกลุ่มวัยรุ่นเขมร

จากสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความตึงเครียดอย่างมาก กองกำลังบูรพา และเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) จึงได้ใช้มาตรการตอบโต้เพื่อควบคุมสถานการณ์ โดยเปิดใช้เครื่องส่งคลื่นความถี่สูงปราบฝูงชน (LRAD) พร้อมกับยิงกระสุนยาง และใช้แก๊สน้ำตาเป็นอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน เพื่อสกัดและขับไล่กลุ่มวัยรุ่นเขมรที่พยายามบุกรุกพื้นที่

ภาพรวมเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

การปะทะในครั้งนี้มาภายหลังจากที่มีรายงานว่าทหารกัมพูชาอยู่เบื้องหลังให้การสนับสนุนกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งมีพฤติกรรมก่อความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง โดยมีการใช้คำพูดปลุกระดม และให้สื่อสารกับสาธารณชนเพื่อกระตุ้นให้มีการข้ามแดนเข้ามายังพื้นที่ของไทย โดยกลุ่มดังกล่าวได้เข้าโจมตีอย่างดุดัน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์และมาตรการที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของตนเองและประชาชนในพื้นที่

เครื่อง LRAD ซึ่งถูกนำมาใช้ในการตอบโต้นั้น มีความสามารถในการส่งเสียงความถี่สูงที่สามารถทำลายทิศทางการฟังของผู้รับ จนเกิดความสับสนชั่วคราว โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายถาวร ใช้ร่วมกับกระสุนยางที่มีแรงผลักเพื่อขับไล่ฝูงชน จัดเป็นอุปกรณ์ปราบปรามแบบไม่ใช้อาวุธอันตรายถึงชีวิต มีบทบาทสำคัญในสถานการณ์ที่ต้องควบคุมฝูงชนได้อย่างรวดเร็ว

  • มีรายงานว่าทหารกัมพูชามีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์
  • เจ้าหน้าที่ใช้ LRAD ควบคุมฝูงชนอย่างมีประสิทธิภาพ
  • กลุ่มวัยรุ่นเขมรขว้างหิน ไม้ และขวดใส่แนวไทย
  • การตอบโต้ด้วยกระสุนยางและแก๊สน้ำตาจึงเป็นทางเลือก

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ประชาชนในพื้นที่ชายแดนต่างก็ต้องประสบกับความหวาดกลัวและไม่มั่นคง เนื่องจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่าย นำไปสู่ความต้องการที่หน่วยงานรัฐจะต้องเข้ามาดูแลและจัดการอย่างรอบคอบระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับพลเมืองมากไปกว่านี้

การป้องกันชายแดนในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่เจ้าหน้าที่เผชิญ โดยเฉพาะในเรื่องของการรักษาความสงบและรักษาผลประโยชน์ของประเทศเมื่อเผชิญกับภัยภิบัติในรูปแบบความขัดแย้งชายแดน ทำให้เราเห็นถึงบทบาทสำคัญของเหล่าทหารและตำรวจ ที่ต้องยืนหยัดเพื่อปกป้องประเทศอย่างไร้ข้อแม้

ที่มา – ชายแดนปะทะเดือด! ตชด.สระแก้ว ใช้ LRAD-กระสุนยาง สกัดกลุ่มวัยรุ่นเขมร

ด่วน! บ้านหนองหญ้าแก้วเดือด เจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตา-กระสุนยาง สกัดชาวกัมพูชาบุกรื้อลวดหนาม

สถานการณ์ร้อนระอุในพื้นที่หมู่บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากมีชาวกัมพูชาบุกรื้อลวดหนามที่เจ้าหน้าที่ไทยสร้างขึ้นเพื่อป้องกันพรมแดน ทำให้เกิดแรงดึงดูดและไม่สงบในพื้นที่ โดยเริ่มต้นเมื่อเวลา 15.53 น. กองกำลังบูรพาได้รับรายงานจากตำรวจควบคุมฝูงชนจังหวัดสระแก้ว ว่ามีประชาชนชาวกัมพูชามากถึง 200 คน เดินทางมายังพื้นที่บริเวณรั้วลวดหนาม พร้อมอาวุธไม้ยาวประมาณ 3 เมตร ซึ่งเป็นอาวุธประจำกาย และได้เข้ามาทำลายรั้วกั้นภูมิแดนของทางการไทย

ด่วน! บ้านหนองหญ้าแก้วเดือด เจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตา-กระสุนยาง สกัดชาวกัมพูชาบุกรื้อลวดหนาม

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามเจรจากับกลุ่มชาวกัมพูชา รวมทั้งแจ้งให้ทราบถึงบทบาทและความเสี่ยงในการรื้อลวดหนาม แต่กลุ่มดังกล่าวไม่ให้ความร่วมมือ แม้จะเจรจาไปถึง 30 นาทีก็ยังคงดำเนินการรื้อทำลายต่อ เหตุผลที่เกิดความรุนแรงขึ้นเมื่อเวลา 16.20 น. เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการควบคุมฝูงชน โดยเริ่มจากการยิงแก๊สน้ำตาเพื่อเตือน แต่ก็ไม่สามารถยับยั้งกลุ่มชาวกัมพูชาได้

การใช้กระสุนยางเพื่อควบคุมสถานการณ์

เมื่อสถานการณ์เริ่มคุกคามความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ ทางเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจใช้ กระสุนยาง ในการควบคุมฝูงชน ซึ่งเป็นมาตรการสุดท้ายเพื่อป้องกันการรุกรานของชาวกัมพูชา ขณะนี้มีผู้ได้รับผลกระทบจากแก๊สน้ำตา และมีการล่าถอยของชาวกัมพูชาบางส่วน แต่สถานการณ์ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจากแหล่งข่าวด้านความมั่นคงเผยว่า ก่อนที่ชาวกัมพูชามาสร้างความไม่สงบในครั้งนี้ ทางไทยได้วางลวดหนามเพื่อชดเชยรั้วที่ถูกทำลาย หลังจากคณะผู้สังเกตการณ์ (ไอโอที) ของกัมพูชากลับไปแล้ว ถือเป็นการป้องกันเขตแดนอย่างเป็นระบบ แต่ชาวกัมพูชาพยายามแทรกซึมเข้ามาจัดการพื้นที่แบบผิดกฎหมาย ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินมาตรการป้องกัน รวมถึงการใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางในขณะนี้

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ระหว่างไทยและกัมพูชาในเรื่องของพรมแดน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังไม่มีการระบุเขตแดนอย่างชัดเจน รวมถึงการที่ฝ่ายกัมพูชามีการขนส่งประชาชนเข้ามายังบริเวณดังกล่าวอย่างเป็นระบบ ทำให้ชาวบ้านไทยตกอยู่ในความหวาดกลัวและความไม่มั่นคง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารยังคงควบคุมสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการประเมินสถานการณ์ รวมถึงใช้กลไกทางการทูตและกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและบุคลากรในพื้นที่เป็นหลัก

เหตุการณ์นี้ยังเป็นบททดสอบเพื่อความพร้อมของเจ้าหน้าที่ภาคสนามในการรับมือกับสถานการณ์ฉับพลันในบริบทของประเด็นพรมแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งต้องอาศัยการประสานงานระหว่างหน่วยงานหลายฝ่าย และมีการบริหารจัดการอย่างชาตริกลมือ

ท้ายที่สุดเราควรติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการอย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมกันตั้งคำถามถึงแนวทางการบริหารด้านความมั่นคงของรัฐ ที่ต้องคำนึงถึงการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ขณะที่ต้องเคารพสิทธิและความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสมดุล

ที่มา – ด่วน ! บ้านหนองหญ้าแก้วเดือด เจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตา-กระสุนยาง สกัดชาวกัมพูชาบุกรื้อลวดหนาม

จุดแข็งเมืองรอง สุพรรณ ชัยนาท อุทัยธานี “River Route”

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในเมืองรองของประเทศไทยกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในจังหวัดอย่าง สุพรรณบุรี ชัยนาท และ อุทัยธานี ที่มีเสน่ห์โดดเด่นผ่านกิจกรรม “Routes to Roots : River Route” ซึ่งจัดขึ้นโดย ทรูคอร์ป และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับวิถีชีวิตริมน้ำและภูมิปัญญาท้องถิ่น

จุดแข็งเมืองรอง สุพรรณ ชัยนาท อุทัยธานี “River Route”

เส้นทาง “River Route” ถูกออกแบบมาเพื่อพาผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์วัฒนธรรมในเชิงลึก โดยใช้ข้อมูลจริงจากการเดินทางของนักท่องเที่ยว (True Mobility Data) เพื่อให้เข้าใจความต้องการและพฤติกรรมของนักเดินทางอย่างแท้จริง

เส้นทางวัฒนธรรมและชุมชน

เริ่มต้นที่ บ้านแม่พระประจักษ์ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ชุมชนเล็ก ๆ ที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตริมน้ำไว้อย่างสมบูรณ์ เพราะที่นี่ ผักตบชวาและด้ายถูกร้อยเป็นเปลญวนซึ่งเป็นของใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่อดีต จนกลายเป็น “เปลญวนชิงช้าชมทุ่ง” ที่เพิ่มความน่าสนใจในการพักผ่อนแบบสบาย ๆ คู่กับการสัมผัสธรรมชาติ

หนึ่งในภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าทึ่ง คือ “ปลาหมำ” เมนูอาหารหมักพื้นบ้านที่สะท้อนความภาคภูมิใจของคนท้องถิ่น และเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอนี้จนปัจจุบัน

มรดกวัฒนธรรมผ่านพิพิธภัณฑ์

ต่อยอดจากชุมชนจุฬาลงกรณ์ถนนเจริญกรุงพาคณะเดินทางสู่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องราวเมืองสุพรรณอย่างครบถ้วน ตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรม มรดก และความกล้าหาญของเจ้าเมืองอย่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราช รวมถึงบทกวีใน “นิราศสุพรรณ” ของสุนทรภู่

จากนั้นคณะเดินทางมุ่งหน้าสู่ ตำบลบ้านแหลม อ.บางปลาม้า ชุมชนริมน้ำเก่าแก่ที่ยังคงบ้านเรือนไทยเรียงรายอยู่สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีบรรยากาศเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ เป็นจุดสิ้นสุดของเส้นทางที่สุพรรณบุรี ที่ทุกคนได้สัมผัสพลวัตทั้งอาหาร ประวัติศาสตร์ และการพักผ่อนแบบโฮมสเตย์ริมสายน้ำ

ต่อเนื่องที่ตลาดปลาและวัดชัยนาท

ข้ามจังหวัดมายัง จังหวัดชัยนาท ที่นี่ถือเป็นศูนย์กลางปลาสดจากระบบแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะ “ตลาดปลาน้ำจืดเขื่อนเจ้าพระยา” ซึ่งเป็นแหล่งรวมปลาท้องถิ่นหลากหลายชนิด เช่น ปลาตะเพียน ปลาสวาย และปลาบึก

  • ได้สัมผัสภูมิปัญญาสุดล้ำ
  • เมนูอาหารพื้นบ้านอย่าง “ปลาแดดเดียว” หรือ “ปลามะนาว”
  • แวะกราบสักการะ “หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า” ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ

บรรยากาศสงบ พร้อมเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ ซึ่งได้มาเสริมอารมณ์แห่งการเดินทางทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และวิญญาณ

กลยุทธ์การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน

ผู้เชี่ยวชาญจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ชี้ให้เห็นว่า การจัด “Routes to Roots” เป็นการเปิดโอกาสให้เมืองรองได้เผยรอยยิ้ม มีรายได้ และมีชีวิตชีวาเท่ากับเมืองใหญ่ผ่านกลยุทธ์การท่องเที่ยวเชิงชุมชนและข้อมูลจริงจาก True Mobility Data

กลยุทธ์นี้ไม่เพียงช่วยลดปัญหา overtourism แต่ยังจูงใจนักท่องเที่ยวให้ออกนอกเส้นทางเดิม และเข้าสู่พื้นที่ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตอย่างแท้จริง

สมัยก่อน แม่น้ำจัดเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงเมือง แต่ในปัจจุบัน “River Route” กลายเป็นเส้นทางแห่งความรู้ ความผูกพัน และความยั่งยืนในวงการท่องเที่ยวไทย

เพราะฉะนั้น หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่างออกไปจากปกติ การเดินทางผ่าน “Routes to Roots : River Route” ใน สุพรรณบุรี หรือ ชัยนาท ถือเป็นอีกทางเลือกที่คุ้มค่า น่าสนใจ และสร้างความหมายให้กับชีวิต

ที่มา – จุดแข็งเมืองรอง สุพรรณ ชัยนาท อุทัยธานี  “River Route” คลัสเตอร์เมืองน่าเที่ยวผ่าน True Mobility Data

ทำเนียบรัฐบาลจัดสถานที่ตึกสันติไมตรี พร้อมรับ ครม.ชุดใหม่

เมื่อวันที่ 17 กันยายน เจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เร่งจัดเตรียมสถานที่ภายในตึกสันติไมตรี หลังนอก เพื่อรองรับคณะรัฐมนตรีพักรอ เนื่องจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศเปิดเผยว่าได้นำรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขึ้นทูลเกล้าฯ เรียบร้อยแล้ว

ทำเนียบรัฐบาลจัดสถานที่ตึกสันติไมตรี พร้อมรับ ครม.ชุดใหม่

ขั้นตอนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนปกติที่ต้องดำเนินการล่วงหน้า ก่อนที่จะมีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการของรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ได้เตรียมห้องสีเหลืองในตึกสันติไมตรีไว้ให้ใช้ในการถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวรัฐมนตรีก่อนจะมีการนำครม.เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตามระเบียบขั้นตอนที่กำหนด

บรรยากาศรอบตึกสันติไมตรี

ขณะที่บรรยากาศโดยทั่วไปในบริเวณทำเนียบรัฐบาล รวมถึงสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า มีเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดและคนสวนเร่งตัดแต่งต้นไม้ จัดระเบียบพื้นที่อย่างเป็นระบบ เพื่อความพร้อมในการถ่ายภาพหมู่ของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งเป็นภาพสำคัญที่ประชาชนต่างจับตามองอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์สำคัญที่ควรติดตาม ได้แก่ การเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งจะต้องผ่านพระราชการโปรดเกล้าโปรดกระหมื่นแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเสียก่อน หลังจากนั้นจึงจะมีการประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อสาธารณชน และเริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่ตามกระทรวงที่ได้รับมอบหมาย

  • เตรียมพื้นที่ภายในตึกสันติไมตรี
  • จัดห้องถ่ายรูปติดบัตรรัฐมนตรี
  • ตัดแต่งสนามหน้าตึกไทยคู่ฟ้า
  • ทำความสะอาดพื้นที่ทั่วบริเวณ

การเตรียมความพร้อมอย่างละเอียดในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของระบบราชการไทยในการรับมือกับการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างมีเสถียรภาพ เป็นภาพที่สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนและนักการเมืองทั้งหลาย

ไม่เพียงเท่านั้น บรรยากาศที่ดูเป็นทางการแต่ใช่เลยก็สะท้อนให้เห็นถึงการวางรากฐานของการบริหารประเทศภายใต้รัฐบาลชุดใหม่อย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ

ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองที่น่าจับตาในช่วงเวลานี้ของประเทศไทย

หากคุณกำลังติดตามการเมืองไทย ต้องไม่พลาดการติดตามข่าวการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในนโยบายและทิศทางการบริหารประเทศในอนาคต

ที่มา – ทำเนียบรัฐบาลจัดสถานที่ตึกสันติไมตรี พร้อมรับครม.ชุดใหม่

พีระพันธุ์ปัดดีลเก้าอี้นายกฯ ยันข่าวไม่จริง

เมื่อวันที่ 17 กันยายน เว็บไซต์ข่าวการเมืองรายงานกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวข้องกับ "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่อาจเกี่ยวข้องกับการเจรจาตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ล่าสุด พีระพันธุ์ ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ข่าวนี้ไม่เป็นความจริง และอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดของสังคมได้

พีระพันธุ์ปัดดีลเก้าอี้นายกฯ

พีระพันธุ์กล่าวว่า ตนไม่เคยมีส่วนในข่าวดังกล่าว และยืนยันว่า ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ไม่มีความเป็นความจริง มิได้มีการพูดคุยหรือมีส่วนร่วมในดีลเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตนมีการแสดงความคิดเห็นโดยชัดเจนในการประชุมพรรคร่วมรัฐบาลที่ผ่านมา

ในที่ประชุม เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่โรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส หลานหลวง นายภูมิธรรม เวชยชัย หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าจะเสนอชื่อ นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นผู้สมัครนายกฯ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพีระพันธุ์ไม่ได้อยู่ในสมการใดๆ ในการเลือกผู้นำประเทศ ไม่ว่าจะในฐานะผู้สมัคร หรือเป็นคนกลางในการต่อรอง

ข่าวลืออาจนำไปสู่ความเสียหาย

พีระพันธุ์ย้ำว่า การนำชื่อตนเองเข้าไปเกี่ยวโยงกับการเจรจาตำแหน่งสูงสุดในประเทศถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และก่อให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพรรคของตนเองยังมีบุคคลในบัญชีผู้สมัคร เรื่องเหล่านี้อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของพรรค

  • ข่าวไม่มีความเป็นความจริง
  • ไม่มีการเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาล
  • เน้นทำงานเพื่อประชาชน
  • ไม่สมัครเป็นนายกฯ และไม่สนับสนุนผู้อื่น

นายพีระพันธุ์กล่าวอีกว่า ตนมุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชน และไม่เคยคาดหวังที่จะได้รับตำแหน่งด้านการเมืองใด ๆ ตลอดจนยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในสมการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเลือกนายกฯ

จากกรณีนี้ ประชาชนควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลจากแหล่งข่าวต่าง ๆ เพราะอาจเป็นเพียงข่าวลือที่สร้างความสับสนในวงการการเมือง ภายใต้แรงจูงใจบางประการ

หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องและตรงประเด็น ควรติดตามจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ส่วนพีระพันธุ์ก็ยังคงเน้นย้ำว่าได้ทำหน้าที่ส่งเสริมภาพรวมของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพในสายงานที่ตนเองรับผิดชอบ

ท้ายที่สุดนี้ เป็นเรื่องที่สื่อและสาธารณชนควรตั้งคำถามว่า ทำไมถึงมีกระแสข่าวลือเกิดขึ้นในเวลาแบบนี้ หากไม่มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนภาพลักษณ์ใครบางอย่าง

หากต้องสรุป ข่าวนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ว่า หากไม่มีส่วนร่วมในเรื่องใด ๆ แม้จะถูกกล่าวถึงแต่ก็ไม่วายส่งผลกระทบ ความโปร่งใสจึงเป็นสิ่งสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชน

ที่มา – ‘พีระพันธุ์’ปัดดีลเก้าอี้นายกฯ บอกข่าวไม่จริงสร้างความเข้าใจผิด

Gymnastika by PP club คว้า 3 แชมป์ ศึกเชียร์ลีดดิ้ง ครบรอบ 30 ปี

การแข่งขันกีฬาเชียร์ลีดดิ้งและเพอร์ฟอร์มานซ์เชียร์ รายการ “CHEER ASSOCIATION OF THAILAND AND THE MALL LIFESTORE PRESENT.. 30TH ANNVERSARY CHEER GRAND” ในโอกาสครบรอบ 30 ปีของเชียร์ลีดดิ้งในประเทศไทย ได้เกิดความตื่นเต้นต่อเนื่องด้วยผลงานที่น่าประทับใจจากนักเชียร์ทั่วประเทศ หนึ่งในสโมสรที่โดดเด่นคือ Gymnastika by PP club จากจังหวัดปทุมธานี ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยคว้าเหรียญทองมาได้ถึง 3 เหรียญ รวมถึงเงิน 1 เหรียญ และทองแดงอีก 2 เหรียญ

Gymnastika by PP club คว้า 3 แชมป์ ศึกเชียร์ลีดดิ้ง ครบรอบ 30 ปี

Gymnastika by PP club สามารถครองตำแหน่งแชมป์ใน 3 ประเภทสำคัญ ได้แก่ Team Cheer All Girl Intermediate Level2 ชิงแชมป์ประเทศไทย, Coed Group Stunt Median International และ Coed Group Stunt Median Lv.3 ชิงแชมป์ประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้รับเหรียญเงินจากประเภท Primary Team Pom รุ่นอายุ 8-12 ปี ชิงแชมป์ประเทศไทย อีกทั้งยังได้เหรียญทองแดงจาก Team cheerleading all girl international Level 2 และ Primary Team Pom รุ่นอายุ 8-12 ปี ชิงแชมป์ประเทศไทย

ความสำเร็จของสโมสร Gymnastika by PP club

ความสำเร็จของ Gymnastika by PP club นี้เกิดจากความร่วมมือของทีมงานผู้ฝึกสอนที่มีความเชี่ยวชาญ โดยมีนางสาววรภรณ์ พรสิริจรรยา, นายอนุชา พรสิริจรรยา และนายวิศวะ หอมขจร เป็นผู้ฝึกสอน และให้คำปรึกษาแก่นักเชียร์อย่างใกล้ชิด ทำให้ทีมสามารถแสดงผลงานได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกรอบของการแข่งขัน

การแข่งขัน “CHEER ASSOCIATION OF THAILAND AND THE MALL LIFESTORE PRESENT.. 30TH ANNVERSARY CHEER GRAND” จัดขึ้นโดยสมาคมกีฬาเชียร์แห่งประเทศไทย CAT ภายใต้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นองค์กรเดียวที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ผ่านสหพันธ์กีฬาเชียร์นานาชาติ (International Cheer Union) ทำให้รายการนี้เป็นเวทีระดับนานาชาติที่นักเชียร์แดนไทยต้องขึ้นแท่น

  • ทอง: Team Cheer All Girl Intermediate Level2
  • ทอง: Coed Group Stunt Median International
  • ทอง: Coed Group Stunt Median Lv.3
  • เงิน: Primary Team Pom (8-12 ปี)
  • ทองแดง: Team Cheer All Girl International Level 2
  • ทองแดง: Primary Team Pom (8-12 ปี)

ผลงานที่โดดเด่นของ Gymnastika by PP club ถือเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเชียร์รุ่นใหม่ที่ฝันอยากขึ้นแท่นแชมป์เชียร์ลีดดิ้ง ไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมความแข็งแรง ความสามัคคี แต่ยังสร้างภาพลักษณ์เชียร์ไทยในสายตาโลกได้อย่างต่อเนื่อง

หากคุณเป็นแฟนกีฬาหรือนักเชียร์ อย่าพลาดติดตามผลงานของ Gymnastika by PP club ที่กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าฝีมือไทยไม่แพ้ชาติไหนในโลก!

ที่มา – “Gymnastika by PP club” คว้า 3 แชมป์ ศึกเชียร์ลีดดิ้ง ฉลองครบรอบ 30 ปี ในไทย