ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ฝนตกหนัก “นายกเบิร์ด” ระดมเจ้าหน้าที่ป้องกันน้ำท่วมเทศเมืองสุพรรณฯ

เข้าสู่ฤดูน้ำ ทำให้หลายพื้นที่ทั่วประเทศต้องเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะในจังหวัดอย่าง สุพรรณบุรี ที่มีความเสี่ยงสูงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

ฝนตกหนัก “นายกเบิร์ด” ระดมเจ้าหน้าที่ป้องกันน้ำท่วมเทศเมืองสุพรรณฯ

นายกเบิร์ด หรือ ดร.เอกพันธุ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี เป็นหนึ่งในผู้นำที่ต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก เนื่องจากต้องรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ซึ่งความพร้อมของทั้งคนและเครื่องมือถือเป็นกุญแจสำคัญต่อการทำงาน

เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อประชาชน

ดร.เอกพันธุ์ กล่าวว่า การเตรียมการอย่างเต็มรูปแบบคือหัวใจสำคัญในการช่วยเหลือประชาชน ทั้งในด้านการจัดสรรงบประมาณ การจัดระเบียบบุคลากร และการเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น

“ถ้าอะไรที่ทำไปแล้วจะบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ ทางเทศบาลจะไม่รีรอ” ดร.เอกพันธุ์ กล่าว และเสริมว่า เมื่อช่วงคืนวันที่ 16 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ฝนได้เทลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืน ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ รวมถึงโรงเรียนหลายแห่ง จนทำให้เด็กนักเรียนไม่สามารถเดินทางไปเรียนได้ ทำให้ต้องระดมเจ้าหน้าที่ออกมาดำเนินการช่วยเหลือทั้งคืน

นอกจากนี้ ดร.เอกพันธุ์ ยังมอบหมายให้ ดร.ปกรณ์ หงษ์สุพรรณ รองนายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี ร่วมกับสมาชิกสภาเทศบาลและเจ้าหน้าที่จากศูนย์บริการสาธารณสุข ลงพื้นที่แจกยาป้องกันยุงกัดและยากันไข้เลือดออกให้แก่ประชาชนในชุมชนวัดศรีบัวบาน รวมถึงชุมชนวัดป่าเลไลยก์อีกด้วย

ในขณะเดียวกัน ดร.ศิริพร อินทร์ใจเอื้อ รองนายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี ได้ร่วมกับ ดร.ปกรณ์ และคณะที่ปรึกษา ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ร่วมวางแนวอุดท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่คูเมืองใต้

นอกจากนี้ ทีมงานยังได้วางแนวกระสอบช่วยกันป้องกันไม่ให้น้ำจากแม่น้ำท่าจีนไหลเข้าท่วมพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว ที่แยกนางพิมพ์ เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำอย่างเต็มที่

ประชาชนต้องเฝ้าระวังและร่วมมือ

เทศบาลเมืองสุพรรณบุรีขอให้ประชาชนในพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางสื่อสารของเทศบาล เพราะจะมีการประกาศเตือนภัยอย่างรวดเร็ว รวมถึงแจ้งสถานการณ์กระแสด้านสาธารณภัยให้ทุกคนได้รับทราบ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เทศบาลทุกฝ่ายจะอยู่เวรเฝ้าระวังสถานการณ์ 24 ชั่วโมง เพื่อให้แน่ใจว่าประชาชนจะได้รับความปลอดภัยอย่างเต็มที่

ในสถานการณ์เช่นนี้ ชุมชนที่เข้มแข็ง คือ ชุมชนที่เตรียมตัวดี ร่วมมือหน่วยงาน และพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ อย่างที่ “นายกเบิร์ด” กับแผนการณ์และการป้องกันน้ำท่วมเทศเมืองสุพรรณฯ ที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและการบริหารจัดการที่เข้มแข็งจากผู้นำชุมชน

ที่มา – ฝนตกหนัก “นายกเบิร์ด” ระดมเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ ป้องกันน้ำท่วมเทศเมืองสุพรรณฯ

Thana Varicosevein Clinic รักษาเส้นเลือดขอดครบวงจร

เส้นเลือดขอดเป็นปัญหาสุขภาพที่หลายคนมองข้าม คิดว่าไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าปล่อยไว้นาน ๆ อาจก่อให้เกิดอาการปวด บวม หรือภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังได้ ดังนั้นการรักษาอย่างถูกต้องกับคลินิกรักษาเส้นเลือดที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ จึงสำคัญมาก

Thana Varicosevein Clinic รักษาเส้นเลือดขอดครบวงจร

คลินิกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเส้นเลือด เช่น Thana Varicosevein Clinic จะช่วยให้คุณได้รับการวินิจฉัยที่แม่นยำและการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ เลเซอร์รักษา หรือหัตถการเฉพาะทาง ทุกขั้นตอนถูกดูแลโดย ศัลยแพทย์หลอดเลือด ที่มีประสบการณ์จริง

เหตุผลควรเลือกคลินิกเฉพาะทาง

  • เครื่องมือทันสมัย ได้มาตรฐานระดับสากล
  • แพทย์มีใบอนุญาตและประสบการณ์ตรงด้าน
  • ลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง
  • ดูแลต่อเนื่องหลังการรักษา

การรักษาเส้นเลือดขอดควรเริ่มต้นกับคนที่เข้าใจ “เส้นเลือด” เพราะเป็นเทคนิคเฉพาะทาง หากเลือกผิด อาจเสียเวลา เสียเงิน และยิ่งทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น

เมื่อเข้ารับการรักษา ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาประจำตัวและโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน เพื่อให้แพทย์วางแผนรักษาอย่างปลอดภัย

หลังรักษาควรปฏิบัติตามคำแนะนำ เช่น ใส่ถุงน่องพิเศษ หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนนาน ๆ และเดินบ้างเป็นระยะ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

Thana Varicosevein Clinic หรือที่รู้จักกันในชื่อคลินิกหมอธนา ถือเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับใครที่ต้องการแก้ปัญหาเส้นเลือดขอดถึงราก ด้วยการรักษาโดยตรงจากนายแพทย์ ธนา ศิริเวช ศัลยแพทย์หลอดเลือดมากประสบการณ์ พร้อมทีมงานและอุปกรณ์ครบวงจร

ทั้งยังมีบริการติดตามผลหลังการรักษา ให้ความมั่นใจถึงความต่อเนื่องในการดูแล และป้องกันไม่ให้ปัญหากลับมาอีก

สุขภาพเส้นเลือดคือสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม หากคุณมีอาการเส้นเลือดขอด อย่ารอช้า Thana Varicosevein Clinic คือที่หนึ่งที่คุณมั่นใจได้ทั้งด้านความปลอดภัยและผลงานรักษา

ติดต่อสอบถาม
252 ถนนหมื่นหาญ ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี 72000
เบอร์โทร 085 700 5132
Facebook: คลินิกหมอธนา-หมอขวัญ
Line: @thanakwanclinic

ที่มา – Thana Varicosevein Clinic รักษาเส้นเลือดขอดครบวงจร ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง

‘เอกนิติ’ ลาออกบอร์ดทีทีบี-ปตท.สผ.เตรียมร่วม ครม.อนุทิน

เมื่อเร็วๆ นี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้ประกาศแจ้งลาออกจากตำแหน่งในคณะกรรมการของบริษัทหลายแห่ง เพื่อเตรียมรับตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งคาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังใน ครม.อนุทิน 1

จากข้อมูลที่เผยแพร่ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 นายเอกนิติได้ส่งหนังสือแจ้งลาออกอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กรระดับแนวหน้าของประเทศ โดยบริษัทอย่างธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

‘เอกนิติ’ ลาออกบอร์ดทีทีบี-ปตท.สผ.

ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ได้ส่งหนังสือถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อแจ้งข่าวการลาออกของนายเอกนิติ จากตำแหน่งประธานกรรมการธนาคาร และตำแหน่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2568 เป็นต้นไป การลาออกครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญในกรรมการบริษัทแห่งหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจไทย

การเคลื่อนไหวในด้านปตท.สผ.

ในทำนองเดียวกัน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ PTTEP ก็ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เช่นกันว่า นายเอกนิติ ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการและประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนของบริษัท โดยมีผลในวันเดียวกันกับการลาออกจาก TTB

การเสียบ่าวาการลาออกจากตำแหน่งในบริษัทใหญ่เหล่านี้ อาจส่งผลต่อภาพรวมการบริหารของทั้งสององค์กรในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่ผู้บริหารระดับสูงต้องเคลื่อนไหวตามโอกาสทางการเมืองที่เปิดกว้างในระบอบประชาธิปไตย

ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ความเคลื่อนไหวของบุคคลสำคัญเช่น ‘เอกนิติ’ ลาออกบอร์ดทีทีบี-ปตท.สผ. เพื่อรับตำแหน่งใหม่ในรัฐบาล แสดงให้เห็นว่าการบริหารประเทศและการบริหารองค์กรเอกชนยังคงเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด

หลายฝ่ายมองว่า การลาออกในครั้งนี้ของนายเอกนิติ เป็นการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับบทบาทใหม่ในภาครัฐ และช่วยยกระดับความเชื่อมั่นในความโปร่งใสและความรับผิดชอบในภาครัฐและเอกชน

ทั้งนี้ ตลาดยังจับตาดูว่า ใครจะเข้ามารับตำแหน่งที่ว่างจากนายเอกนิติ ในฐานะกรรมการและประธานกรรมการ ว่าจะสามารถรักษาเสถียรภาพและต่อยอดการเติบโตของ TTB และ PTTEP ได้หรือไม่

การเปลี่ยนผ่านในระดับผู้บริหารสูงสุดจึงไม่เพียงแต่ส่งผลต่อบริษัทนั้นๆ แต่ยังสะท้อนถึงภาพรวมของเศรษฐกิจในระยะยาวด้วย

หากคุณให้ความสนใจต่อการเคลื่อนไหวของบุคคลในแวดวงการเมืองและเศรษฐกิจของไทย ติดตามข่าวสารจากเราเพื่อไม่พลาดการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่น่าจับตาเช่นนี้

ที่มา – ‘เอกนิติ’ แจ้งลาออกบอร์ด ‘ทีทีบี-ปตท.สผ.’ เตรียมร่วม ครม.อนุทิน 1

ชูศักดิ์แจงเตรียมร่างแก้รัฐธรรมนูญย้ำไม่เสี่ยงฮั้วเหมือนเลือก สว.

เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 17 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าของการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ภายหลังจากคณะทำงานพรรคเพื่อไทยมีการหารือกันเรียบร้อยแล้ว

ชูศักดิ์แจงเตรียมร่างแก้รัฐธรรมนูญย้ำไม่เสี่ยงฮั้วเหมือนเลือก สว.

จากการประชุม พรรคเพื่อไทยได้ข้อสรุปว่า จะจัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ซึ่งจะไม่ได้รับเลือกโดยตรง แต่จะใช้ระบบเลือกแบบอ้อม โดยให้สภามาคัดเลือกอีกครั้ง

ทั้งนี้ สสร.จะมาจาก 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนที่หนึ่งคือตัวแทนจาก 77 จังหวัด ซึ่งแต่ละจังหวัดจะเลือกผู้สมัครเพื่อเข้าร่วมเป็น สสร. จำนวน 200 คน จากนั้นจะให้รัฐสภาคัดเลือกเหลือเพียง 100 คน โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องมีอย่างน้อยจังหวัดละ 1 คน

นำองค์กรต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำ สสร.

นอกจากนี้ ยังมีแนวทางที่จะนำตัวแทนจากหลากหลายกลุ่มในสังคมเข้ามามีส่วนร่วม เช่น คณบดีคณะนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ สภาท้องถิ่น สภาทนายความ สื่อมวลชน ตัวแทนนิสิตนักศึกษา และองค์กรต่าง ๆ เข้าเป็น สสร. จำนวน 30-40 คน เพื่อระดมความคิดเห็นและประสบการณ์

ทั้งนี้ การจัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีกรรมาธิการเพื่อช่วยคัดเลือกผู้ที่มีความรู้ความสามารถให้ทำงานร่วมกัน โดยคาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 140 คน ซึ่งจะดำเนินการร่วมกับ สสร. ที่ได้รับคัดเลือก

  • พรรคเพื่อไทยมองว่า การเลือก สสร. แบบมีส่วนร่วมของประชาชนจะช่วยลดความเสี่ยงในการโดน ‘ฮั้ว’ แบบเลือก สว.
  • จัดตั้งวาระเพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนปิดสมัยประชุมวันที่ 30 ตุลาคม 2568
  • มุ่งเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ใช่พรรคการเมืองกำหนดเอง

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังพยายามสร้างความร่วมมือกับพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย เพื่อหารือแนวทางร่วมกันในประเด็นที่มาของ สสร. และจุดยืนในเรื่องการตัดอำนาจของ สว.

อย่างไรก็ตาม ทีมบริหารพรรคเพื่อไทยกังวลในเรื่องเสียง สว. ที่อาจจะไม่เพียงพอในการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก็ยืนยันว่าจะดำเนินการต่ออย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่สะท้อนเสียงประชาชน

เมื่อถามถึงไทม์ไลน์ พรรคเพื่อไทยระบุว่า คาดว่าจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ภายในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ และหากเป็นไปได้จะส่งให้กรรมาธิการร่วมพิจารณาก่อนปิดสมัยประชุม เพื่อให้สามารถดำเนินการต่อเมื่อเปิดสมัยประชุมใหม่

สุดท้าย นายชูศักดิ์กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรเป็นของประชาชนทั้งประเทศ และควรให้ทุกภาคส่วนมีโอกาสแสดงออกและมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

หากคุณเห็นว่าการให้ประชาชนมีเสียงสำคัญในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญนั้นควรได้รับการสนับสนุน เราก็ควรให้กำลังใจและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเรียกร้องสิ่งดี ๆ นี้ด้วย

ที่มา – ‘ชูศักดิ์’ แจง เตรียมร่างแก้รัฐธรรมนูญ ย้ำ ไม่เสี่ยงฮั้วเหมือนเลือก สว.

ชูศักดิ์ เผย เพื่อไทย ตั้งคณะทำงานเตรียมอภิปรายนโยบายรัฐบาล อนุทิน

เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 17 กันยายน ที่รัฐสภา นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าการเตรียมอภิปรายการแถลงนโยบายต่อรัฐสภารัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าพรรคเพื่อไทยได้ตั้งคณะทำงานเตรียมการเรียบร้อยแล้ว และกำลังติดตามว่าร่างคำแถลงนโยบายของรัฐบาลจะออกมาเป็นอย่างไร

ชูศักดิ์ เผย เพื่อไทย ตั้งคณะทำงานเตรียมอภิปรายนโยบายรัฐบาล อนุทิน

ทั้งนี้ นายชูศักดิ์ ได้ชี้แจงว่า การอภิปรายในครั้งนี้ไม่น่าจะใช้เวลานาน เพราะรัฐบาลที่นำโดยพรรคก้าวไกลจะอยู่ในอำนาจเพียงแค่ 4 เดือน จึงไม่คาดว่าจะมีการอ่านคำแถลงยาวนานถึง 2-3 ชั่วโมงเหมือนรัฐบาลในอดีต

แนวทางการขับเคลื่อนพรรคเพื่อไทยในระยะต่อไป

นอกจากนี้ เมื่อถามถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยเมื่อวานนี้ (16 กันยายน 2568) ว่าได้มีการหารือถึงแนวทางการขับเคลื่อนพรรคในอนาคตอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีรายงานว่าคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ได้เดินทางมายังที่ประชุมเพื่อให้กำลังใจสมาชิกพรรค นายชูศักดิ์ กล่าวว่า แกนนำพรรคได้จัดประชุมกันทุกวันเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางการเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ได้มีการพูดคุยและวางแผนไว้ล่วงหน้าถึงแนวทางการทำงานของพรรค และการบริหารจัดการองค์กรเพื่อสร้างความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

เมื่อถามถึงข่าวลือที่ว่าอาจจะมีการเสนอชื่อนางสาวพินทองทา ชินวัตร หรือคุณากรวงศ์ ให้เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย นั้น นายชูศักดิ์ ได้ระบุอย่างชัดเจนว่ายังไม่ได้ถึงขั้นตอนนั้น โดยพรรคฯ จะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบด้านก่อนลงข้อสรุปใด ๆ

  • พรรคเพื่อไทยตั้งคณะทำงานเตรียมอภิปรายนโยบาย
  • ไม่คาดว่าการอภิปรายครั้งนี้จะใช้เวลานาน
  • การประชุมภายในพรรคเป็นประจำเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์
  • ยังไม่มีการเสนอชื่อพินทองทาเป็นแคนดิเดตนายกฯ

สรุปได้ว่า ในขณะนี้พรรคเพื่อไทยมุ่งเน้นเตรียมตัวร่วมอภิปรายการแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทินอย่างจริงจัง โดยให้ความสำคัญกับการวางแผนเพื่อแสดงจุดยืนและนโยบายของพรรค ทั้งในภาพระยะสั้นและระยะยาว

การเปิดเผยว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมเผชิญหน้ากับบททดสอบทางการเมืองในครั้งนี้ สื่อให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของพรรคในการขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าต่อไปอย่างมีเสถียรภาพ แม้จะอยู่ในช่วงเวลานานไม่มากก็ตาม

ที่มา – ‘ชูศักดิ์’ เผย ‘เพื่อไทย’ ตั้งคณะทำงานเตรียมอภิปรายนโยบายรัฐบาล ‘อนุทิน’ ลั่น อยู่ 4 เดือนคงแถลงไม่ยาว

อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์จีนเติบโตแรง 7 เดือนแรกยอดขาย 8.3 ล้านล้านหยวน

อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์จีนมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 ซึ่งมีรายงานว่ารายได้รวมสูงถึง 8.32 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 37.44 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 12.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดกำไรจากบริษัทซอฟต์แวร์ยังเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 12.4% และมูลค่าการส่งออกซอฟต์แวร์ก็แตะ 3.398 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.2% แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของภาคส่วนนี้

อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์จีนเติบโตแรงเป็นอันดับสองของโลก

ปัจจุบันจีนได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน ประเทศที่มีอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ใหญ่ที่สุดในโลก อันดับสองรองจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าในปี 2567 รายได้จากธุรกิจซอฟต์แวร์ของจีนจะทะลุ 12 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 54 ล้านล้านบาท) โดยรักษาระดับการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่เลขสองหลักอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยหลักด้านเทคโนโลยีขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์จีน

หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ผลักดันให้ อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์จีนเติบโต อย่างก้าวกระโดด คือการลงทุนในด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีที่สำคัญ ซึ่งประกอบด้วย:

  • การพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมดิจิทัล
  • การนวัตกรรมในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
  • การแพร่กระจายของระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง
  • การส่งออกซอฟต์แวร์ไปยังตลาดต่างประเทศ
  • ข้อกำหนดทางนโยบายที่ส่งเสริมการลงทุนในเทคโนโลยี

การแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ทรงพลังของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในประเทศจีน สะท้อนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการวางแผนเชิงกลยุทธ์ของรัฐบาลจีน ผู้ให้การสนับสนุนด้านนโยบายและการเงินอย่างเข้มแข็ง

สำหรับประเทศไทย การติดตามแนวโน้มการเติบโตของ อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์จีน เป็นสิ่งสำคัญในการวางแผนเพื่อร่วมเติบโตในตลาดโลก และใช้โอกาสที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์จีนโตแรง 7 เดือนแรกปี 2568 รายได้ทะลุ 8.3 ล้านล้านหยวน (คลิป)

ชี้ 8 เดือนร้องเรียนออนไลน์พุ่ง 2.7 หมื่นเคส “สินค้าออนไลน์–เว็บเถื่อน”แชมป์มากที่สุด

ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 รายงานจาก “1212 เอ็ตด้า” เปิดเผยให้เห็นว่า เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาออนไลน์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 27,332 เรื่อง ซึ่งหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วจำนวนเรื่องร้องเรียนเพิ่มขึ้นถึง 20.1% สะท้อนถึงมิจฉาชีพออนไลน์ที่แสวงหาช่องทางหลอกลวงได้ทุกรูปแบบ

ชี้ 8 เดือนร้องเรียนออนไลน์พุ่ง 2.7 หมื่นเคส “สินค้าออนไลน์–เว็บเถื่อน”แชมป์มากที่สุด

ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ระบุว่าใน 5 อันดับปัญหาร้องเรียนที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ:

  • ปัญหาซื้อขายสินค้าออนไลน์ (10,306 เรื่อง/41.79%)
  • เว็บไซต์ผิดกฎหมาย (9,090 เรื่อง/36.87%)
  • ปัญหาด้านเอกสารและการปรึกษา (2,460 เรื่อง/9.98%)
  • การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (1,421 เรื่อง/5.76%)
  • ธุรกิจไม่เป็นธรรม (1,382 เรื่อง/5.60%)

การเติบโตของภัยออนไลน์ที่ต้องเฝ้าระวัง

แม้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมายอดรวมการร้องเรียนออนไลน์จะมีแนวโน้มลดลง แต่เมื่อดูเฉพาะในช่วง 8 เดือนปัจจุบัน พบว่าจำนวนผู้ร้องเรียนที่ใช้บริการ 1212 เอ็ตด้า กลับเพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของกลยุทธ์มิจฉาชีพที่นำเอเทคโนโลยีอย่าง AI และ Deepfake มาใช้ในการหลอกลวงประชาชน เช่น การหลอกลงทุนออนไลน์ ปลอมเสียง หรือภาพหน้าปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ เพื่อก่อให้เกิดความเชื่อมั่นเท็จ

ซึ่งก็มีการดำเนินการอย่างเข้มข้นจาก ชี้ 8 เดือนร้องเรียนออนไลน์พุ่ง 2.7 หมื่นเคส “สินค้าออนไลน์–เว็บเถื่อน”แชมป์มากที่สุด โดยให้ความสำคัญกับกรณีการหลอกลวงที่มีวิวัฒนาการ เช่น สินค้าปลอมที่ขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ การระดมทุนผ่านแชร์ลูกโซ่ หรือการให้กู้ออนไลน์แต่ก็เก็บค่าธรรมเนียมแบบยักยอก โดยหน่วยงานได้ให้ความช่วยเหลือเสร็จสิ้นแล้วกว่า 98.03% จากเรื่องร้องเรียน และสร้างความพึงพอใจสูงถึง 95.14%

จากการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว การเพิ่มขึ้นของ ชี้ 8 เดือนร้องเรียนออนไลน์พุ่ง 2.7 หมื่นเคส “สินค้าออนไลน์–เว็บเถื่อน”แชมป์มากที่สุด แสดงให้เห็นว่าแม้เทคโนโลยีจะพัฒนาไปมากเพียงใด แต่อุปสรรคภัยต่างๆ ก็ยังตามมาเสมอ หากผู้ใช้งานไม่มีความรู้และความระมัดระวังเพียงพอ ประชาชนควรเข้ารับรู้ และใช้บริการ 1212 เพื่อป้องกันตัวจากอาชญากรรมออนไลน์และเพิ่มความมั่นคงทางดิจิทัลร่วมกัน

ที่มา – ชี้ 8 เดือนร้องเรียนออนไลน์พุ่ง 2.7 หมื่นเคส “สินค้าออนไลน์–เว็บเถื่อน”แชมป์มากที่สุด

สุดตื่นตา! ทะเลหมอกปกคลุมวัดธารน้ำตกหลังฝนซา

เมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาอย่างหนักในหลายพื้นที่ใน อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะบริเวณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งหลังฝนซา ทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าทึ่ง นั่นคือ “ทะเลหมอก” ปกคลุมผืนป่าและภูเขาโดยรอบ สวยจนชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต้องตะลึงกับภาพทิวทัศน์เหนือคำบรรยาย

สุดตื่นตา! ทะเลหมอกปกคลุมวัดธารน้ำตกหลังฝนซา

บริเวณที่ ทะเลหมอกโผล่ ออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน คือ วัดธารน้ำตก (หลังเหว) ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลปากช่อง อำเภอนาครายการที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ วัดธารน้ำตก ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่สงบเงียบ แต่ยังเป็นจุดชมวิวที่ใครมาแล้วต้องหลงใหลในธรรมชาติเขียวขจี ผสานกับไหล่เขาและหุบเขาอย่างลงตัว

ทะเลหมอกเจ้าเสน่ห์ที่ไม่ใช่ของเล่น

หลังฝนตกชุกในคืนวันก่อน หมอกหนาแน่นแผ่กระจายปกคลุมพื้นที่ยอดนิยมของจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะบริเวณ วัดธารน้ำตก ที่เงียบสงบร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ และ ลำธารน้ำที่ไหลต่อเนื่องผ่านหน้าผาสูงกว่า 50 เมตร ขณะนี้ถูกห่มคลุมด้วยเมฆขาวพลุ้งพล่าน เหมือนทะเลที่ยื่นขึ้นมาจากหลุมเวลา เป็นภาพที่เคยปรากฏเฉพาะบนเทือกเขาหรือภูเขาสูง กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ทั้งน่าตื่นตาและแปลกใหม่สำหรับผู้ได้ชม

ลำธารที่ไหลลงมาจาก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีชื่อว่า “ลำตะคอง” เป็นเส้นทางของน้ำที่ผ่าน “หมู่บ้านมอดินแดง” ซึ่งล้อมรอบด้วยธรรมชาติเขียวขจี ท่ามกลางของไหลผ่านลงไปสู่ เขื่อนลำตะคอง จุดนี้จึงกลายเป็นที่นิยมของคนรักธรรมชาติ ทั้งแคมป์ปิ้ง ทัศนจร และการถ่ายภาพธรรมชาติอย่างแท้จริง

ด้วยปัจจัยภูมิอากาศและการเปลี่ยนแปลงของลมมรสุม ทำให้หลายจุดในประเทศไทยมีโอกาสเกิดปรากฏการณ์ ทะเลหมอก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงและอุณหภูมิแตกต่างกันระหว่างกลางคืนกับเช้า ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน หรือจุดสูงในภาคใต้ เพราะฉะนั้น การไปเที่ยวในช่วงที่มีฝนตกตกค้างมักจะเพิ่มโอกาสให้คุณได้เห็น “ท้องทะเลบนดิน” ด้วยตาของตนเอง

สุดท้ายนี้ หากคุณเป็นคนรักธรรมชาติและนิยมแสวงหาความสงบ การไปเที่ยว วัดธารน้ำตก ในช่วงเช้าหลังฝนตกถือเป็นโอกาสทองที่คุณจะได้สัมผัสกับệmท์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ และเก็บภาพ “ทะเลหมอก” เก็บเป็นความทรงจำที่ใครเห็นแล้วต้องอิจฉา

อย่าลืมวางแผนการเดินทาง ตรวจสอบสภาพอากาศ และเตรียมอุปกรณ์ถ่ายภาพให้พร้อม เพราะ “ทะเลหมอก” ก็เหมือนกับความฝันที่ไม่นอนแน่นอนว่าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่

ที่มา – สุดตื่นตา! ทะเลหมอกโผล่เหนือ ‘วัดธารน้ำตก’ หลังฝนซา ปกคลุมผืนป่า-ภูเขา

‘เอกนัฏ’ ลาออกเลขาฯ พรรครวมไทยฯ จับตา 11 สส.กลุ่มก๊วนเอกนัฏ

การเมืองไทยกำลังจับตามองสถานการณ์สำคัญจากพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรคได้ยื่นใบลาออกอย่างเป็นทางการ หลังกระแสข่าวลือว่าจะลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค ซึ่งตามมาด้วยการลาออกของผู้ช่วยเลขาธิการและโฆษกพรรคอย่างนายนอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ และรองหัวหน้าพรรคนายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง อย่างต่อเนื่อง ท่าทีนี้ทำให้ประชาชนและนักวิเคราะห์ต่างจับตาดูผลสะท้อนที่อาจเกิดขึ้นกับพรรคและส.ส.ในกลุ่ม เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ มากขึ้น

‘เอกนัฏ’ ลาออกเลขาฯ พรรครวมไทยฯ และการเคลื่อนไหวของ ส.ส.

การลาออกของ‘เอกนัฏ’พร้อมพันธุ์ ไม่ใช่แค่สิ้นสุดในตัวตนในฐานะเลขาธิการพรรคเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อพรรคในหลายๆ ด้าน ทั้งการบริหารจัดการภายในพรรครวมไทยสร้างชาติ และความเคลื่อนไหวทางการเมืองในอนาคต especially ท่าทีล่าสุดของ 11 สส.กลุ่มก๊วนเอกนัฏ ที่รวมถึง ส.ส.ทั้งจากสุราษฎร์ธานี เช่น น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ, น.ส.กานต์สินี โอภาสรังสรรค์ และนายธานินทร์ นวลวัฒน์ รวมไปถึงผู้แทนจากชุมพร พิษณุโลก และบัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีน้ำหนักทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร

จับตา ‘11 สส.กลุ่มก๊วนเอกนัฏ’

รายงานข่าวเผยว่า 11 สส.กลุ่มก๊วนเอกนัฏ ได้นัดพบกันในมื้อค่ำในวันเดียวกัน เพื่อหารือกันเกี่ยวกับแนวทางและทิศทางการทำงานในอนาคต หลังจากที่พวกเขาต้องเผชิญกับความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในพรรค เช่น การพลิกพรรค และการเข้าร่วมของลูกหมี ชุมพล จุลใส ซึ่งเป็นหนึ่งในส.ส.ชุมพร ที่ได้นำทีมพลังชุมพรและสมาชิก อบจ. สมัครเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

  • นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ – ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  • นายนอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ – ส.ส.ราชบุรี
  • นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล – ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค
  • น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ – ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 3
  • น.ส.กานต์สินี โอภาสรังสรรค์ – ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1
  • นายธานินทร์ นวลวัฒน์ – ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 7
  • นายวิชัย สุดสวาสดิ์ – ส.ส.ชุมพร เขต 1
  • นายสุพล จุลใส – ส.ส.ชุมพร เขต 3
  • นายพงษ์มนู ทองหนัก – ส.ส.พิษณุโลก เขต 3
  • นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู – ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  • นายจุติ ไกรฤกษ์ – ส.ส.บัญชีรายชื่อ

สถานการณ์นี้จึงถือเป็นบทใหม่ของพรรคในช่วงเวลานี้ และความเคลื่อนไหวของ11 สส.กลุ่มก๊วนเอกนัฏ จะเป็นปัจจัยสำคัญว่าพวกเขาจะเลือกเส้นทางใดต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติต่อ หรือมีทางเลือกใหม่ที่จะย้ายพรรคเพื่อหาที่อยู่ที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของแพลตฟอร์มทางการเมือง แนวทาง และทิศทางอนาคต

ไม่ว่าจะเป็นผู้นำพรรค ผู้แทนราษฎร หรือกลุ่มสนับสนุน การลาออกของเอกนัฏถือเป็นจุดเปลี่ยนหนึ่งจุดในพรมแดนการเมืองไทย ที่ต้องจับตาต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้สามารถส่งผลต่อสมดุลทางการเมืองในอนาคต

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตตลอด 24 ชั่วโมง ได้ที่ของเรา

ที่มา – ‘เอกนัฏ’ยื่นลาออกเลขาพรรคแล้วจับตาท่าที ‘11 สส.ก๊วนเอกนัฏ’

แบงก์ชาติจีนซื้อคืนพันธบัตร 2.6 ล้านล้านบาท เพื่อรักษาสภาพคล่อง

ธนาคารกลางจีนหรือพีบีโอซี (PBOC) ได้ประกาศดำเนินการซื้อคืนพันธบัตรในวงเงิน 2.6 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 370,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อรักษาสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจและตลาดการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

แบงก์ชาติจีนซื้อคืนพันธบัตร 2.6 ล้านล้านบาท เพื่อรักษาสภาพคล่อง

ขั้นตอนนี้มีกำหนดระยะเวลา 182 วัน และจะดำเนินการโดยใช้วิธีการเสนอราคาหลายราคา รวมถึงการใช้แนวทาง “ปริมาณคงที่ อัตราดอกเบี้ยคงที่” ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยให้ตลาดสามารถคาดเดาจำนวนเงินที่จะฉีดและราคาที่เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ

นายหวัง ชิง นักวิเคราะห์มหภาคอาวุโสจากบริษัทโกลเดน เครดิต เรตติ้ง ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อฉีดสภาพคล่องให้แก่ตลาด ช่วยลดแรงกดดันด้านการเงิน และสร้างเสถียรภาพในความคาดหวังของนักลงทุนและสถาบันการเงินต่างๆ

ความสำคัญของการซื้อคืนพันธบัตร

การดำเนินการซื้อคืนพันธบัตรแบบย้อนกลับโดยตรง (Outright reverse repo) เป็นเครื่องมือใหม่ที่ธนาคารกลางจีนเริ่มใช้ในเดือนตุลาคม 2567 โดยวัตถุประสงค์คือเพื่อควบคุมสภาพคล่องในระบบธนาคารแห่งชาติอย่างตรงจุด

  • บริหารสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เพิ่มความโปร่งใสด้านนโยบายการเงิน
  • สร้างความเชื่อมั่นในตลาดการเงิน

การดำเนินการนี้จะเกิดขึ้นเดือนละครั้ง โดยมีระยะเวลานานไม่เกินหนึ่งปี และจะเป็นการเสริมกลยุทธ์ที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ เช่น การขายคืนชั่วคราว, การขายคืนย้อนกลับชั่วคราว และการซื้อขายพันธบัตรกระทรวงการคลัง เพื่อปรับปรุงวงจรการเงินให้มีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้การป้อนสภาพคล่องผ่านการซื้อคืนพันธบัตรในวงเงินมหาศาลของธนาคารกลางจีน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพการเงินและส่งเสริมเศรษฐกิจในช่วงที่เผชิญกับความไม่แน่นอนทั้งในและต่างประเทศ

จากมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์หลายคน เห็นว่ามาตรการเช่นนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและการค้าซึ่งได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

หากคุณติดตามข่าวเศรษฐกิจและการเงินโลกอย่างใกล้ชิด การเข้าใจบทบาทของธนาคารกลางในประเทศต่างๆ เช่น จีน ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยให้คุณวางแผนการลงทุนได้อย่างเหมาะสม

ที่มา – แบงก์ชาติจีนซื้อคืนพันธบัตร 2.6 ล้านล้านบาท เพื่อรักษาสภาพคล่อง