ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ฮอนด้าส่งมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า

ในยุคที่อุตสาหกรรมรถยนต์เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว บริษัท ฮอนด้า ได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการ ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า อย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมพัฒนาบุคลากรอย่าง Honda Skill Contest 2025 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 35 แล้ว โดยกิจกรรมนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานการขายและการบริการหลังการขาย ผ่านการพัฒนาศักยภาพของพนักงานจากผู้จำหน่ายกว่า 222 แห่งทั่วประเทศ

ฮอนด้าส่งมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าอย่างไร?

กิจกรรม Honda Skill Contest 2025 ครอบคลุมการแข่งขันใน 10 ประเภท ได้แก่ ที่ปรึกษาการขาย, พนักงานบริการ, ช่างซ่อม, พนักงานอะไหล่, และครูฝึกขับขี่ปลอดภัย ฯลฯ ถือเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญในสายงานบริการ เพื่อพัฒนาฝีมือและมอบบริการที่มีคุณภาพสูงสุดให้แก่ลูกค้า

ยกระดับมาตรฐานบริการ

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “บุคลากรคือหัวใจสำคัญของแบรนด์ พวกเขามีบทบาทสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่ลูกค้าในทุกจุดสัมผัส”

ด้วยการจัดกิจกรรมต่อเนื่องอย่าง ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า Honda Skill Contest จึงไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นโอกาสในการเรียนรู้ พัฒนา และเตรียมความพร้อมรองรับยานยนต์กลุ่ม xEV ซึ่งเป็นอนาคตของอุตสาหกรรมในประเทศไทย

  • ส่งเสริมทักษะระดับมืออาชีพ
  • พัฒนาความสามารถของพนักงานทั่วประเทศ
  • เป็นรากฐานของการบริการระดับพรีเมียม

ฮอนด้ายังเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าอย่างรอบด้าน พร้อมให้บริการพิเศษ เช่น การรับประกันคุณภาพรถใหม่ 3 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ที่ทำให้การเป็นเจ้าของรถฮอนด้าเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

กิจกรรม Honda Skill Contest 2025 เริ่มต้นจากการคัดเลือกพนักงานจากผู้จำหน่ายกว่า 2,201 คน จาก 222 สาขาทั่วประเทศ ผ่านการประเมินทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ จนเหลือผู้เข้ารอบสุดท้าย 120 คน ที่ได้แข่งขันในรอบชิงชนะเลิศเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา

การ ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า ของฮอนด้าจึงไม่หยุดอยู่แค่ตอนขาย แต่ขยายต่อไปถึงการบริการและการดูแลหลังการรับรถ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นกลับมาใช้บริการซ้ำ และบอกต่อให้ผู้อื่นได้อย่างต่อเนื่อง

ฮอนด้ายังเตรียมโอกาสในการพัฒนาต่อเนื่องให้กับผู้ชนะ ด้วยการเดินทางทัศนศึกษาไปยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ที่สามารถกลับมายกระดับบริการในประเทศไทยได้ เช่นเดียวกับการจารึกชื่อไว้ในหอเกียรติยศเพื่อเป็นแรงบันดาลใจแก่พนักงานรุ่นใหม่

การให้บริการที่ยอดเยี่ยม ต้องเริ่มจากบุคลากรที่มีความพร้อม และฮอนด้าเชื่อว่า การลงทุนในการพัฒนาศักยภาพพนักงานคือการลงทุนในอนาคตของลูกค้า การ ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า จึงไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นเป้าหมายที่ฮอนด้าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ให้ทั้งคุณภาพและความประทับใจ ลองพิจารณาฮอนด้า ที่มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมดูแลคุณอย่างใกล้ชิด

ที่มา – ฮอนด้าส่งมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า

“ไซเบอร์อรรถ” แจงปมร้อน ปรับเกณฑ์ปลดอายัดบัญชี

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีประชาชนจำนวนมากประสบปัญหาบัญชีธนาคารถูกอายัด ทำให้ไม่สามารถใช้เงินหรือทำธุรกรรมได้ โดยเฉพาะกลุ่มแม่ค้าออนไลน์ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ส่งผลให้กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (บช.สอท.) โดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. ได้ออกมาเปิดเผยว่า การระงับบัญชีเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์

“ไซเบอร์อรรถ” แจงปมร้อน ปรับเกณฑ์ปลดอายัดบัญชี

แนวทางการระงับบัญชีชั่วคราว เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการโอนเงินไปยังผู้ไม่ประสงค์ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของการฟอกเงินผ่านร้านค้าหรือแม้แต่บัญชีของเด็กและเยาวชน ซึ่งคนร้ายเริ่มปรับกลยุทธ์โดยใช้วิธีให้เงินกับผู้อื่นแล้วให้โอนกลับ ทำให้บัญชีถูกระงับไปด้วย

แนวทางใหม่ช่วยประหยัดเวลา

ในอดีต การระงับบัญชีม้าจำเป็นต้องกรอกข้อมูลด้วยมือ ทำให้เกิดความล่าช้า จึงเปลี่ยนมาใช้ระบบอัตโนมัติ เพื่อติดตามเส้นทางเงินที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับผู้ไม่ประสงค์ดี การใช้ระบบอัตโนมัตินี้ทำให้สามารถไล่ตามเงินได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ถึงแม้ว่าผู้ประสบภัยจะเพิ่งรู้ตัวหลังจากรับเงินมานานแล้วก็ตาม

ทั้งนี้ ประชาชนสุจริตที่มั่นใจได้ว่าการทำธุรกรรมของตนเองเป็นไปตามปกติ หากมีกรณีความผิดในบัญชีของตนเอง สามารถยืนยันตัวตนได้ที่ธนาคารของตนเอง หรือติดต่อ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการอายัดบัญชีของ บช.สอท. โทร. 095-425-7478 หรือ 1441 เพื่อสอบถามข้อมูลและขั้นตอนการปลดอายัดบัญชี

  • ตรวจสอบว่าเงินที่คุณได้รับมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้
  • สำหรับร้านทอง ควรตรวจสอบเอกสารประชาชนของผู้ชำระเงิน
  • หากเกิดปัญหา รีบติดต่อธนาคารหรือ บช.สอท.

เพื่อลดความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น บช.สอท. ได้หารือกับสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับแนวทางการระงับและปลดอายัดบัญชีให้ชัดเจนและรวดเร็วมากขึ้น ตอบโจทย์ทั้งในด้านความปลอดภัยและสิทธิของประชาชน

แนวทางเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การต่อสู้กับอาชญากรรมออนไลน์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อกลุ่มสุจริตที่อาจได้รับความไม่สะดวก การร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ ธนาคาร และประชาชน คือกุญแจสำคัญสู่ระบบการเงินที่ปลอดภัย

ที่มา – “ไซเบอร์อรรถ” แจงปมร้อน เร่งหารือสถาบันการเงินแก้ปัญหา ปรับเกณฑ์ ปลดอายัดบัญชี

เพื่อไทยเรียกร้องภูมิใจไทยใช้นโยบายรถไฟฟ้า40บาทตลอดทั้งวัน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายดนุพร ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของพรรคเพื่อไทย โดยระบุว่า แม้รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้พรรคภูมิใจไทยจะมีสิทธิ์ในการตัดสินใจว่าจะสานต่อนโยบายเก่าหรือไม่ แต่พรรคเพื่อไทยยังคงเชื่อว่านโยบายที่มุ่งลดค่าใช้จ่ายและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เช่น รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เป็นเรื่องจำเป็นที่ควรดำเนินต่อ

เพื่อไทยเรียกร้องภูมิใจไทยใช้นโยบายรถไฟฟ้า40บาทตลอดทั้งวัน

นายดนุพร กล่าวว่า แม้ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล จะมองว่าการให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นภาระของรัฐ และมีแนวโน้มที่จะยกเลิกโครงการต่างๆ เพื่อชดเชยเอกชน แต่หากย้อนดูข้อมูลจากช่วงการหาเสียงปี 2566 ของพรรคภูมิใจไทย จะพบว่าพรรคดังกล่าวเคยเสนอแนวคิดรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็นนโยบายที่ในการช่วยลดภาระค่าเดินทางให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวันส่งเสริมคุณภาพชีวิต

ภายใต้แนวคิดรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดทั้งวัน ผู้ใช้บริการสามารถเดินทางได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยวเพียงเสียค่าโดยสาร 40 บาทต่อวัน ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ได้รับเสียงตอบรับดีจากประชาชนมากในช่วงการหาเสียง ด้วยความที่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเป็นหนึ่งในภาระค่าใช้จ่ายสำคัญของคนเมือง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมต่อกันในหลายสาย

อย่างไรก็ตาม แม้พรรคภูมิใจไทยจะไม่มี ส.ส. ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่นโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดทั้งวันยังคงเป็นแนวทางที่สามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้บริการในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอเรียกร้องให้รีบฟื้นฟูและปรับใช้นโยบายดังกล่าวอีกครั้ง

  • ลดภาระค่าเดินทางประจำวันของประชาชน
  • ส่งเสริมโอกาสในการเดินทางของคนทุกกลุ่ม
  • ยกระดับคุณภาพชีวิตด้านคมนาคมในเมือง

ทั้งนี้ แม้รัฐบาลในปัจจุบันจะมีอายุไม่ยาวนัก แต่นโยบายเชิงสาธารณะที่มีความชัดเจนด้านคุณค่า เช่น นโยบายรถไฟฟ้า40บาทตลอดทั้งวัน มีศักยภาพในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน และเป็นพลังสนับสนุนคุณภาพชีวิตในช่วงต้นปีของทุกคน

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าในกรุงเทพ คุณเห็นด้วยกับนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวันไหม? ขอให้คุณร่วมแสดงความเห็นเพื่อเป็นเสียงสะท้อนที่ทำให้รัฐบาลฟังถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน

ที่มา – ‘เพื่อไทย’ จี้ ‘ภูมิใจไทย’ ปัดฝุ่นนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดทั้งวัน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน

‘ดนุพร’ ย้อนถาม ‘พรรคประชาชน’ มั่นใจ ‘ภูมิใจไทย’ทำประชามติทันกรอบ 4 เดือนหรือไม่

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 กันยายน นายดนุพร ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้ความเห็นหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำประชามติในกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา โดยหลายฝ่ายเริ่มกังวลเกี่ยวกับกรอบเวลาที่พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยตกลงกันไว้ว่าจะสามารถทำประชามติให้ทันภายใน 4 เดือนหรือไม่

‘ดนุพร’ ย้อนถาม ‘พรรคประชาชน’ มั่นใจ ‘ภูมิใจไทย’ทำประชามติทันกรอบ 4 เดือนหรือไม่

พรรคเพื่อไทยได้เตรียมแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อาจเป็นทางออกหนึ่งในการเปิดทางให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีแผนเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มหมวด 15/1 ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการจัดตั้ง ส.ส.ร. หรือกรรมาธิการที่สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนมากที่สุด

ความกังวลเกี่ยวกับความเร็วในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม ความกังวลยังคงมีอยู่ว่ากระบวนการดังกล่าวจะสามารถทำได้ภายในระยะเวลา 4 เดือนตามข้อตกลงของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ขณะที่กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องผ่านการพิจารณา 3 วาระ และต้องได้รับการเห็นชอบจาก ส.ว. ซึ่งในแต่ละขั้นตอนล้วนมีความซับซ้อนและต้องใช้เวลาพอสมควร

  • คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันกับทุกองค์กร
  • การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องได้รับการยอมรับจาก ส.ว.
  • กระบวนการทั้งหมดต้องทำเสร็จภายใน 4 เดือนตามข้อตกลง

นายดนุพรกล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยกังวลว่า ‘พรรคประชาชน’ ยังมั่นใจอยู่หรือไม่ว่า ‘ภูมิใจไทย’ จะสามารถทำประชามติได้ทันตามกรอบเวลา 4 เดือน การตั้งคำถามนี้จึงเปิดโอกาสให้หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามต่อความจริงจังของข้อตกลงดังกล่าว และบทบาทของพรรคประชาชนที่อาจเปลี่ยนไปจากการเป็นพรรคในฝ่ายรัฐบาล เป็นการเป็น “ฝ่ายค้าน” อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม หากต้องการให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญดำเนินไปอย่างราบรื่น พรรคประชาชนควรมีบทบาทในการติดต่อประสานงานกับพรรคเพื่อไทยและนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อให้แน่ใจว่า ส.ว. ส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดทางให้ประชาชนได้ออกเสียงประชามติอีกครั้ง

ในที่สุด ทุกพรรคควรร่วมมือกันเพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง หากทุกฝ่ายมีความจริงใจและมุ่งเน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก จะสามารถทำได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด

ที่มา – ‘ดนุพร’ เผย ‘เพื่อไทย’ย้อนถาม ‘พรรคประชาชน’ มั่นใจ ‘ภูมิใจไทย’ทำประชามติทันกรอบ 4 เดือนที่ตกลงกันหรือไม่

ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุรถนักเรียนต้องมีแผนปลอดภัยระดับพื้นที่

ในแต่ละเดือนจะมีรายงานข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถนักเรียนที่ส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง ซึ่งชวนให้เราต้องหยุดคิดว่าควรทำอย่างไรเพื่อให้การเดินทางของเด็กนักเรียนไปโรงเรียนปลอดภัยมากขึ้น ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุรถนักเรียน จึงเป็นเรื่องที่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญและออกนโยบายรับมืออย่างจริงจัง

ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุรถนักเรียน ต้องเริ่มที่พื้นฐาน

ตามข้อมูลจาก นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) ระบุว่า ปัจจุบันอุบัติเหตุรถนักเรียนที่เกิดขึ้นนั้น มีสาเหตุเกือบครึ่งหนึ่งมาจากคนขับรถนักเรียนเอง เช่น ขับเร็ว ง่วงนอน หรือมีอายุที่มากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อสมรรถนะในการขับขี่

ปัญหารถเก่าและอุปกรณ์ความปลอดภัยไม่เพียงพอ

อีกครึ่งหนึ่งของอุบัติเหตุรถนักเรียนเกิดจากถูกรถคันอื่นชน โดยเฉพาะรถใหญ่ ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการที่รถนักเรียนวิ่งร่วมกับช่องทางรถบรรทุกในช่วงเวลาเร่งด่วน อีกทั้งหลายกรณียังมีสาเหตุเพิ่มเติมจากการที่รถนักเรียนมีอายุมาก เครื่องจักรยนต์สึกหรอ และขาดอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น เข็มขัดนิรภัย ทำให้เวลาเกิดปะทะ เด็กนักเรียนอาจกระเด็นออกมานอกรถ หรือถูกรถคันอื่นทับจนเสียชีวิต

ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุรถนักเรียน ต้องมีแนวทางทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยในระยะสั้นควรกำหนดให้ทุกคันติดตั้งเข็มขัดนิรภัย และให้ความรู้แก่ผู้โดยสารทุกคนเกี่ยวกับการคาดเข็มขัดอย่างถูกวิธี เพื่อลดความรุนแรงเมื่อเกิดการชน

สำหรับระยะยาว ควรมีแผนพัฒนาระบบการศึกษาที่กระจายโอกาสการเรียนรู้มากขึ้น ลดความจำเป็นในการเดินทางไกลของนักเรียน ตัวอย่างเช่น การสร้างโรงเรียนมัธยมที่มีคุณภาพในแต่ละอำเภอ เพื่อไม่ให้เด็กต้องเดินทางข้ามพื้นที่เป็นระยะทางไกลทุกวัน

ความร่วมมือระดับท้องถิ่นเป็นกุญแจสำคัญ

บทบาทของ อนุกรรมการด้านความปลอดภัยทางถนนในเด็กและเยาวชน ในแต่ละจังหวัดถือเป็นเสาหลักในการถอดรหัสปัญหาและการออกแบบแนวทางที่เหมาะสม

  • ส่งเสริมให้มีการจัดทำแผนความปลอดภัยรถนักเรียนเฉพาะพื้นที่
  • กำกับดูแลให้รถนักเรียนมีอุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วน
  • สร้างความตระหนักรู้ในหมู่ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนเกี่ยวกับการใช้รถอย่างปลอดภัย

หากทำได้จริง ปัญหาอุบัติเหตุนักเรียนจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด และแม้ในอนาคตจะมีแนวโน้มให้เด็กหันมาใช้รถจักรยานยนต์มากขึ้น ก็สามารถยับยั้งแนวโน้มที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ในระดับหนึ่ง

แผนความปลอดภัยระดับจังหวัดจึงไม่ใช่เพียงข้อเสนอแนะ แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่คำพูด ในฐานะผู้ดูแลสังคมเราต้องมีส่วนร่วมในการผลักดันเพื่อความปลอดภัยของวันพรุ่งนี้

ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุรถนักเรียน ควรเป็นภารกิจร่วมของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ โรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน เพราะเมื่อวันหนึ่งเด็กปลอดภัย ทุกคนก็สุข

ที่มา – ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ’รถนักเรียน’ ต้องมีแผนปลอดภัยระดับพื้นที่

โรมาเนียไม่พอใจ ‘โดรนรัสเซีย’ ละเมิดน่านฟ้าระหว่างโจมตียูเครน

รายงานจากกรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย เมื่อวันที่ 14 กันยายน ระบุว่า กระทรวงกลาโหมได้ออกแถลงการณ์เพื่อแสดงความกังวลหลังตรวจพบอากาศยานไร้คนขับ หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า โดรนรัสเซีย ล้ำเข้าสู่น่านฟ้าของประเทศในช่วงเวลาที่รัสเซียได้ใช้โดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของยูเครน ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านกับโรมาเนียอย่างใกล้ชิด

โรมาเนียไม่พอใจ ‘โดรนรัสเซีย’ ละเมิดน่านฟ้าระหว่างโจมตียูเครน

ในทันทีที่มีรายงานการเข้าสู่น่านฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต กองทัพอากาศโรมาเนียได้ส่งเครื่องบินขับไล่เอฟ-16 สองลำขึ้นไปสังเกตการณ์และติดตามการเคลื่อนไหวของ โดรนรัสเซีย ลำดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เครื่องบินไร้คนขับนี้กลับหายไปจากจอเรดาร์ก่อนที่จะมีความชัดเจนว่าสัญชาติของมันคืออะไร แม้ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่หลายฝ่ายในโรมาเนียเชื่อว่าเป็นฝีมือของรัสเซียซึ่งมีประวัติการรุกล้ำอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้านอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ความกังวลที่เพิ่มขึ้นในโซนยุโรป

การที่โดรนรัสเซียล้ำเข้าสู่พื้นที่ของโรมาเนีย ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกนาโต้ ถือเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความตึงเครียดอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อมันเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับการโจมตียูเครนอย่างต่อเนื่อง ด้านรัสเซียในขณะนี้ยังไม่ได้ให้ความเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ประเทศเพื่อนบ้านอีกแห่งอย่างโปแลนด์ก็เพิ่งออกมาประณาม โดรนรัสเซีย ที่เข้าสู่พื้นที่ของตนไม่นานมานี้ โดยระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดหรือเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ แต่ถือเป็นพฤติกรรมยั่วยุที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่ใหญ่กว่าเดิม

  • โรมาเนียใช้เครื่องบินเอฟ-16 ขับไล่และติดตามโดรน
  • ไม่มีการประกาศอย่างชัดเจนว่าโดรนเป็นของรัสเซีย แต่มีความเชื่อมั่นสูง
  • โปแลนด์ก่อนหน้านี้ก็ออกมาประณามเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน

กับความเคลื่อนไหวของรัสเซียที่น่ากังวล เช่น กรณี โดรนรัสเซีย ล้ำพื้นที่ของเพื่อนบ้าน อาจส่งผลให้ประเทศสมาชิกนาโต้ต้องเตรียมตัวป้องกันภัยคุกคามจากอากาศยานไร้คนขับอย่างจริงจังมากขึ้น รวมถึงต้องมีการปรับแผนรักษาความมั่นคงในภูมิภาคให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงเรื่องของยูเครนเท่านั้น แต่เป็นการเตือนโลกว่าความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับประเทศตะวันตกกำลังปะทุขึ้นทุกวัน และอาจลุกลามได้ทุกเมื่อหากไม่ได้รับการควบคุมอย่างจริงจัง

ที่มา – โรมาเนียไม่พอใจ “โดรนรัสเซีย” ละเมิดน่านฟ้าระหว่างโจมตียูเครน

ลั่น! เขมรไว้ใจไม่ได้ ชาวบ้านค้านเปิดด่านชายแดน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน มีกระแสข่าวว่า ประเทศไทยอาจเปิดด่านชายแดนกับกัมพูชาในพื้นที่ “ระดับสาม” ซึ่งหมายถึงพื้นที่ที่ไม่มีความตึงเครียด เช่น จังหวัดจันทบุรีและตราด โดยจะเริ่มจากการขนส่งสินค้า และไม่รวมการอนุญาตให้บุคคลข้ามแดน อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนกลับออกมายกข้อกังวลว่าการเปิดด่านในตอนนี้ ลั่น! เขมรไว้ใจไม่ได้ และยังไม่ใช่时机ที่เหมาะสม

ลั่น! เขมรไว้ใจไม่ได้ ชาวบ้านยังไม่เห็นด้วย

ที่หมู่บ้านเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายสายัณห์ เมืองอินทร์ อายุ 49 ปี ซึ่งเคยได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดของกองทัพกัมพูชาเปิดเผยว่า ตนเองไม่อยากให้มีการเปิดด่าน เพราะยังมีพื้นที่หลายแห่งที่ยังไม่ได้รับการเคลียร์อย่างชัดเจน รวมถึงพื้นที่บ้านหนองจานที่ยังไม่สามารถกู้คืนได้

“กัมพูชาไว้ใจไม่ได้เลย ตนไม่เชื่อใจกัมพูชาเลย” นายสายัณห์กล่าว พร้อมระบุว่า หากมีการเปิดด่านโดยที่ปัญหาพื้นที่ยังไม่จบ ก็จะทำให้เกิดความขัดแย้งและปัญหาใหม่ ๆ ตามมาอีก

ประเทศที่ 3 ไม่ได้รู้ปัญหาจริง

นอกจากนี้ นายสายัณห์ ยังชี้ว่า ประเทศที่ 3 ที่เข้ามาเจรจาขอเปิดด่านอาจจะมองว่าเป็นเรื่องดีเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่พวกเขา “ไม่ได้รู้ปัญหาจริง” ที่ชาวบ้านในพื้นที่ต้องเผชิญ และไม่เข้าใจว่าความไม่มั่นคงของชายแดนมีผลกระทบต่อชีวิตอย่างไร

“ถ้าไม่เกิดเหตุยิงปะทะกัน ประชาชนชาวไทยเราคงไม่รู้ว่ากัมพูชาได้เข้ามายึดพื้นที่ไทย” เขาอธิบายว่า การเปิดด่านในตอนนี้คือการเปิดโอกาสให้ความขัดแย้งกลับมาเกิดขึ้นอีก ขอให้ทั้งไทยและกัมพูชามานั่งคุยกันอย่างตรงไปตรงมา และยึดดินแดนของเรากลับมาก่อนจะดีกว่า

ประสบภัยจากระเบิด ชาวบ้านยืนยันไม่อนุมัติการเปิดด่าน

ด้านนางกมลรัตน์ พลเศรษฐเลิศ เจ้าของปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ ที่เคยประสบเหตุระเบิดจากกัมพูชาซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 รายภายในร้านสะดวกซื้อ เผยว่า ตนเองคัดค้านการเปิดด่านอย่างเด็ดขาด เนื่องจากยังไม่มีความมั่นคงในพื้นที่ และการใช้ชีวิตอยู่ใกล้ชายแดนเป็นเรื่องที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง

“อยากให้คนที่เรียกร้องเรื่องการเปิดด่านลองมาใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ติดชายแดนดูสัก 2 อาทิตย์ จะได้รู้ว่าความเสี่ยงมันอยู่ตรงไหน” นางกมลรัตน์กล่าว

นางย้ำ ещеครั้งว่า ถ้าจะให้มีการเปิดด่านจริง ๆ ประเทศไทยต้องเคลียร์เรื่องพื้นที่กับกัมพูชาก่อน ไม่ว่าจะเป็นปราสาทตาควาย หรือพื้นที่บ้านหนองจาน หากยังปล่อยให้สถานการณ์คลุมเครือ การเปิดด่านจะเป็นเพียงปัญหาที่รอเกิดขึ้นเท่านั้น

ความมั่นคงเริ่มต้นที่ดินแดนเรา

จากเรื่องราวยาวนานของความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา การเปิดด่านไม่ใช่แค่เรื่องของรัฐบาลเท่านั้น แต่เป็นชีวิตและปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ การดูไม่เห็นผลกระทบเหล่านี้จากสายตาของ “ประเทศที่ 3” อาจส่งผลให้ภาพรวมผิดเพี้ยน และชะตัดชีวิตชาวบ้านโดยที่ไม่ตั้งใจ

ความมั่นคงของประเทศเริ่มจากการดูแลดินแดนของเราอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่จากการเปิดรับสิ่งที่ไม่พร้อม หากใช้คำว่า “เขมรไว้ใจไม่ได้” เป็นเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ เป็นสัญญาณว่า เรื่องชายแดนยังไม่จบ และการเปิดด่านไม่ใช่ทางออกในเวลานี้

ที่มา – ลั่น! เขมรไว้ใจไม่ได้ ชาวบ้านค้านเปิดด่าน ชี้ประเทศที่ 3 ไม่ได้รู้ปัญหาจริง

โตโยต้า รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแห่งปี 2568

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้รับเกียรติจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ด้วยการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณประจำปี 2568 ซึ่งเป็นการยอมรับในความร่วมมืออันมีคุณภาพที่โตโยต้าได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาภายใต้โครงการ T-TEP

โตโยต้า รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ

พิธีมอบโล่เกิดขึ้นในวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ที่ห้องประชุมปทุมมาศ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี โดยมีนายยศพล เวลุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้มอบโล่ให้กับตัวแทนบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด คือนายนโภช แซ่อุ่ย ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้า

ความร่วมมือที่ยั่งยืน

โครงการ T-TEP หรือ Toyota Technical Education Program เป็นความร่วมมือที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2533 ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนในสถาบันอาชีวศึกษา ผ่านการจัดหาอุปกรณ์ฝึกอบรม การอบรมครู และการจัดการแข่งขันทักษะวิชาชีพสำหรับนักศึกษา เพื่อให้พวกเขาได้เตรียมพร้อมสำหรับการทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์

ณ ปัจจุบัน โตโยต้าได้ขยายความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจด้านอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีในปี 2567 ซึ่งช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะจริงในสถานประกอบการ ได้รับรายได้ ได้รับการรับรองทักษะ และเป็นกำลังคนที่ตรงต่อความต้องการของอุตสาหกรรม

  • การพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถาบันอาชีวศึกษา
  • จัดหาทรัพยากรและอุปกรณ์ฝึกอบรม
  • สนับสนุนการแข่งขันทักษะวิชาชีพ
  • เปิดโอกาสให้นักศึกษาฝึกงานและได้รับรายได้

การที่ โตโยต้า รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการลงทุนเพื่ออนาคตของเยาวชนไทย และช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาอาชีวะให้สอดรับกับอนาคตของอุตสาหกรรม

ไม่เพียงแค่เป็นพันธมิตรในการศึกษา โตโยต้ายังมุ่งหวังให้ความร่วมมือนี้ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมสู่ความยั่งยืนในระยะยาว โดยมีแนวคิดหลักอยู่ภายใต้หัวข้อ “โตโยต้า ร่วมขับเคลื่อนอนาคต”

หากคุณเป็นผู้ที่สนใจด้านการศึกษา หรือมองหาโอกาสในอุตสาหกรรมยานยนต์ งานนี้คือแรงบันดาลใจที่คุณไม่ควรมองข้าม!

ที่มา – โตโยต้า รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ

กามา เผย 2 นักเตะท่าเรือขอเปลี่ยนตัวออกช่วงพักครึ่ง

อเล็กซานเดร กามา โค้ชทีมท่าเรือ เอฟซี ได้ออกมาเปิดเผยหลังเกมที่ทีมบุกแพ้ ราชบุรี เอฟซี 0-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ในช่วงพักครึ่งเวลา มีนักเตะ 2 คนของท่าเรือ ขอเปลี่ยนตัวออกจากการลงสนาม

กามา เผย 2 นักเตะท่าเรือขอเปลี่ยนตัวออกช่วงพักครึ่ง

ในเกมดังกล่าว ท่าเรือ เอฟซี เปิดฤดูกาลได้ไม่_smooth_อย่างที่หวัง โดยหลังจากเปิดบ้านชนะ อยุธยา ยูไนเต็ด 3-1 นัดแรก แต่หลังจากนั้นพวกเขาไม่สามารถเก็บชัยชนะใด ๆ ได้เลย ทำให้หลังจาก 4 นัด มีเพียง 4 คะแนนเท่านั้น

กามา กล่าวว่า “ผลการแข่งขันในเกมนี้น่าผิดหวัง เพราะเราตั้งเป้าจะลุ้นแชมป์ แต่พอมาเล่นผ่าน 4 นัดแล้ว ฟอร์มทีมแย่มาก ครึ่งแรกเราเล่นไม่ได้节奏 ราชบุรี เล่นดีกว่า และเสียประตูเร็ว แม้ครึ่งหลังจะปรับปรุงได้บ้าง แต่ก็ยังไม่เพียงพอ”

ปัญหานักเตะใหม่ไม่ฟิตเต็มที่

โค้ชของท่าเรือ เปิดเผยว่าในเกมนี้มีการลองใช้นักเตะใหม่ 2 คน ที่เพิ่งได้รับโอกาสลงสนาม แต่เมื่อถึงช่วงพักครึ่ง ก็มีการขอเปลี่ยนตัวออก เพราะแม้จะมีศักยภาพ แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่พร้อมเต็มร้อย

  • นักเตะบางคนยังขาดความมั่นใจหลังจากแพ้ สุโขทัย 0-1
  • ฟอร์มการเล่นยังคงไม่แน่นอนตั้งแต่เกมที่สองเป็นต้นมา
  • ต้องกลับไปทบทวนและคุยกับนักเตะให้เข้าใจภาพรวมทีมอีกครั้ง

ท่าเรือ เอฟซี กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในช่วงต้นฤดูกาล โดยทีมต้องเร่งแก้ไขจุดบกพร่องทั้งเรื่องจังหวะการทำประตู ความสามารถในการควบคุมเกม และความเข้าใจในระบบการเล่นของนักเตะใหม่

หากท่าเรือ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาภายในได้ในเร็ววัน สถานการณ์ในทаблиц์คะแนนอาจเลวร้ายลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อมีทีมรุ่นใหม่ ๆ ที่แข็งแกร่งเข้ามาแย่งชิงตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม โค้ชกามา ยังแสดงความมั่นใจว่า นักเตะของทีมมีศักยภาพมาก และเชื่อว่าหากกลับมาทบทวนและตั้งสติได้ การฟื้นตัวของทีมจะเกิดขึ้นในเร็ววัน

สรุป: ท่าเรือ เอฟซี ต้องกลับไปค้นหาจุดแข็งของทีมอีกครั้ง พร้อมปรับจุดอ่อนเฉพาะบุคคลที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในการลงสนามช่วงต้นฤดูกาล ทั้งด้านจิตใจและการเตรียมพร้อมของนักเตะใหม่ ๆ

หากคุณเป็นแฟนบอลท่าเรือ หรือติดตามข่าววงการฟุตบอลไทย ต้องจับตาดูว่าทีมจะปรับตัวอย่างไรในเกมที่เหลือของฤดูกาลนี้

ที่มา – ‘กามา’ เผยช่วงพักครึ่ง มี 2 นักเตะท่าเรือขอเปลี่ยนตัวออก

เวเนซุเอลาโวยสหรัฐฯ ยึดเรือในเขตเศรษฐกิจจำเพาะผิดกฎหมาย

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างเวเนซุเอลากับสหรัฐอเมริกายิ่งทวีคูณ เมื่อสำนักข่าวรายงานว่า นาวีเรือ “ยูเอสเอส เจสัน ดันแฮม” ได้บุกรุกพื้นที่น่านน้ำของเวเนซุเอลาในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEC) เพื่อเข้ายึดเรือประมงของเวเนซุเอลา และส่งเจ้าหน้าที่ติดอาวุธจำนวน 18 นายขึ้นเรือ ซึ่งทางเวเนซุเอลาถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายและเป็นการยั่วยุโดยตรง

เวเนซุเอลาโวยสหรัฐฯ ยึดเรือในเขตเศรษฐกิจจำเพาะผิดกฎหมาย

นายอีวาน กิล รัฐมนตรีต่างประเทศของเวเนซุเอลา เผยว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการ “พยายามสร้างเหตุการณ์” เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการขยายการแทรกแซงทางทหารในภูมิภาคแคริบเบียน โดยมีเป้าหมายเพื่อโค่นล้มรัฐบาลเวเนซุเอลา ซึ่งเขาเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการกระทำดังกล่าวทันที เพราะก่อให้เกิดความไม่มั่นคงในทะเลแคริบเบียน

สถานการณ์ยืดเยื้อ

ความขัดแย้งระหว่างเวเนซุเอลากับสหรัฐฯ เริ่มลุกลามขึ้นเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศรางวัลนำจับตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา เป็นจำนวนเงิน 50 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากกล่าวหาว่ามาดูโรเป็นหัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติด

ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอีก เมื่อสหรัฐฯ สังหารผู้โดยสารทั้ง 11 รายบนเรือโดยสารที่ผ่านการตรวจสอบว่าเดินทางมาจากเวเนซุเอลา ซึ่งสหรัฐฯ อ้างว่าเรือลำนั้นบรรทุกยาเสพติด และผู้โดยสารคือสมาชิกของแก๊ง “เตรน เดอ อารากัว” ซึ่งถูกจัดให้เป็นองค์กรก่อการร้าย แต่เวเนซุเอลาปฏิเสธข้อกล่าว accusation นี้อย่างสิ้นเชิง

การโจมตีที่ถูกโต้กลับ

สัปดาห์ที่ผ่านมา เรือรบสหรัฐฯ พิฆาต “ยูเอสเอส เจสัน ดันแฮม” ถูกเครื่องบินรบเวเนซุเอลาแบบ เอฟ-16 จำนวน 2 ลำ บินตรวจวงขึ้นเหนือเรือ ซึ่งทรัมป์ตอบโต้ว่า หากเวเนซุเอลาก้าวร้าวอีก เรือรบสหรัฐฯ จะยิงเครื่องบินเวเนซุเอลาให้ตก ทำให้ฝ่ายเวเนซุเอลาร้องขอเจรจา และยืนยันการปกป้องอธิปไตย์ของประเทศอย่างเด็ดขาด

การเผชิญหน้าล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นความไม่มั่นคงในภูมิภาคแคริบเบียน และความเสี่ยงในการยุติความขัดแย้งโดยไม่มีการเจรจาอย่างจริงจัง ผู้มีอำนาจควรหยุดยั้งการกระทำรุนแรง และให้โอกาสแก่การเจรจาอย่างเท่าเทียมกัน

ที่มา – เวเนซุเอลาโวยสหรัฐ “ทำผิดกฎหมาย” ยึดเรือในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ