ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เชลซี จุกโดนข้อหาจ่ายเงินนายหน้าผิดกฎ 74 กระทง

เชลซี สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ เมื่อถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ตั้งข้อหาว่ามีการละเมิดกฎเกี่ยวกับการจ่ายเงินค่านายหน้าถึง 74 กระทง โดยข้อกล่าวหาส่วนใหญ่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2009 ถึง 2022 โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาล 2010/11 ถึง 2015/16 ซึ่งเป็นสมัยที่โรมัน อบราโมวิชยังเป็นเจ้าของสโมสร

เชลซี จุกโดนข้อหาจ่ายเงินนายหน้าผิดกฎ 74 กระทง

การที่เชลซี ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับการซื้อขายนักเตะผ่านคนกลางหรือบุคคลที่สาม ถือเป็นเรื่องสำคัญที่แย่งจุดสนใจวงการฟุตบอลเมืองผู้ดี เพราะในช่วงปีดังกล่าว เป็นช่วงที่เชลซีกำลังรุ่งเรืองในยุคของ อบราโมวิช ที่มีการเซ็นนักเตะดังจำนวนมาก

ความรุนแรงของบทลงโทษขึ้นอยู่กับความร่วมมือ

สำหรับบทลงโทษหากถูกตัดสินว่ามีความผิด เชลซี อาจต้องเผชิญกับความเสียหายหลายประการ เช่น การปรับเงิน การถูกแบนการซื้อขายนักเตะ หรือแม้กระทั่งการถูกตัดคะแนนในตาราง โดยความรุนแรงของบทลงโทษจะขึ้นอยู่กับระดับความร่วมมือในการสอบสวนของสโมสรด้วย

เบื้องต้น เชลซี ยืนยันว่าจะเตรียมยื่นอุทธรณ์ภายในวันที่ 19 กันยายนนี้ ซึ่งถือเป็นการลงมือจัดการอย่างจริงจัง และมีความพร้อมทางกฎหมายเพื่อปกป้องตัวเองจากข้อกล่าวหานี้

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการวางระบบการจัดการในสโมสรฟุตบอลระดับท็อป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎระเบียบหรือการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างโปร่งใส ไม่เพียงแต่เพื่อให้อยู่ในกรอบกฎหมาย แต่เพื่อทำให้สโมสรเติบโตอย่างยั่งยืน

เชลซี ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับต้นตอของกรณีนี้ ยังคงต้องรอดูผลการสอบสวนอย่างใกล้ชิดจากการสำนักงาน เอฟเอ เพราะหากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง อาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของสโมสรอย่างมาก

ในฐานะแฟนเชลซี หรือแฟนฟุตบอลทั่วไป อาจต้องจับตาดูเหตุการณ์นี้ในระยะยาว เพราะนี่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของทีมในช่วงฤดูกาลใหม่ และออกแบบการดำเนินงานของสโมสรในอนาคต

ที่มา – “เชลซี” จุกโดนข้อหาจ่ายเงินนายหน้าผิดกฎ 74 กระทง

ใครว่าตุ๊กแกน่ากลัว? “น้องตุ่น” ป.6 จับมือเปล่าชิล ๆ

ใครจะเชื่อว่าตุ๊กแกที่หลายคนมองว่าน่ากลัว กลับกลายเป็นสัตว์ที่ถูกจับอย่างมั่นใจโดย “น้องตุ่น” เด็กชายชั้น ป.6 ที่ไม่ได้แค่กล้าหาญ แต่ยังมีน้ำใจและจิตอาสามากมาย กลายเป็นที่รักของทั้งเพื่อนและคุณครูที่โรงเรียนบ้านคลองพลูประชาสรรค์

ใครว่าตุ๊กแกน่ากลัว? “น้องตุ่น” ป.6 จับมือเปล่าแบบชิล ๆ

เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา มีคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ผ่าน TikTok สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมมากมาย โดยแสดงถึงความกล้าหาญและน้ำใจของ เด็กชายอนุชัย แต่งตัว อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 จากโรงเรียนบ้านคลองพลูประชาสรรค์ อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งทุกคนรู้จักในนาม “เจ้าตุ่น มือปราบตุ๊กแก”

ไม่ใช่แค่การมาเรียนเหมือนเด็กทั่วไป “น้องตุ่น” ยังมีหน้าที่พิเศษอีกอย่าง คือการปกป้องทั้งเพื่อนและครูจากตุ๊กแกตัวร้าย ที่มักแอบโผล่มาในห้องเรียน ห้องน้ำ หรือแม้แต่ในห้องพักของคุณครู เป็นประจำ

จุดเริ่มต้นที่เกิดจากความกล้าและแรงบันดาลใจ

น้องตุ่นเล่าให้ฟังว่า เขาเริ่มสนใจจับตุ๊กแกหลังจากได้ดูคลิปในโทรศัพท์ที่มีคนจับงูและตุ๊กแก ความกล้าที่ไม่ได้เกิดพร้อมกันเมื่อแรกเริ่ม แต่ถูกสร้างขึ้นผ่านความระมัดระวังและการฝึกฝน แม้จะเคยถูกตุ๊กแกกัดมาก่อน แต่เจ้าตุ่นก็ไม่ยอมแพ้ กลับใช้เทคนิคการง้างปากตุ๊กแกแล้วนำไปปล่อยในที่ปลอดภัยอย่างมืออาชีพ

“ผมภูมิใจที่ได้ช่วยคนอื่น และยังสนุกกับการจับตุ๊กแกด้วยครับ โตขึ้นอยากเป็นกู้ภัย คอยช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนจากงูหรือตุ๊กแกต่อไป” น้องตุ่นกล่าวอย่างมั่นคงและไม่อ่อนข้อ

ผู้อำนวยการโรงเรียนถึงความสามารถของ “น้องตุ่น”

ด้านนายไพบูลย์ วงค์เมืองคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองพลูประชาสรรค์ เปิดเผยว่า เด็กชายอนุชัยเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบ มีจิตอาสา และพัฒนาทักษะการใช้ชีวิตจากการช่วยเหลือครอบครัวรับจ้าง สร้างให้เขามีความกล้าหาญ มีประสบการณ์จริง และพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ

  • เป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียนคนอื่น
  • มีความกล้าหาญและระมัดระวัง
  • ใช้ความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ช่วยเหลือสังคม
  • มีความตั้งใจจะเป็นกู้ภัยในอนาคต

ความสามารถในการทำสิ่งที่บางคนอาจมองว่ายาก และการมีจิตสาธารณะของ “น้องตุ่น” ทำให้เขาเป็นที่ชื่นชมของทั้งครูและนักเรียนในโรงเรียน โดยหลายคนมองว่าความกล้าหาญและความมีน้ำใจนี่แหละคือคุณสมบัติของฮีโร่ตัวจริงในวัยเด็ก

ใครว่าตุ๊กแกน่ากลัว “น้องตุ่น” พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่น่ากลัวอาจแฝงความเข้าใจผิด และเมื่อมีเด็กดี ๆ อย่างน้องตุ่น ก็สามารถล้มล้างความกลัวนั้นลงได้ด้วยน้ำใจและทักษะที่เพียบพร้อม

หากคุณเคยกลัวตุ๊กแก ลองเรียนรู้จากน้องตุ่นสักหน่อย อาจจะได้ค้นพบว่าความกลัวบางอย่างอาจถูกแทนที่ด้วยความกล้าแทน

ที่มา – ใครว่าตุ๊กแกน่ากลัว? “น้องตุ่น” ป.6 จับมือเปล่าแบบชิล ๆ กลายเป็นขวัญใจทั้งโรงเรียน

กคช.เปิดงาน NHA HOMES & Enablers Day 2025

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา พลเอก สุพจน์ มาลานิยม ประธานกรรมการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “NHA HOMES & Enablers Day 2025” ซึ่งจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารสันทนาการ สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ โดยมีคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติ ผู้บริหาร รวมไปถึงเจ้าหน้าที่และบุคลากรของหน่วยงานร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

NHA HOMES & Enablers Day 2025

งาน “NHA HOMES & Enablers Day 2025” ถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีในการส่งเสริมความรู้และค่านิยมภายในองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนแนวคิด HOMES ซึ่งเป็นค่านิยมหลักขององค์กรกคช. ตลอดจนปลูกฝังแนวคิดการสื่อสารผ่าน Core Business Enablers ทั้ง 8 ด้าน ที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนภารกิจขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

พิธีมอบรางวัล Enablers สร้างแรงบันดาลใจ

ภายในงาน NHA HOMES & Enablers Day 2025 ได้มีการมอบรางวัลแก่บุคลากรที่มีส่วนร่วมอย่างโดดเด่นในแต่ละด้านของ Enablers จำนวน 8 รางวัล โดยมีนายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงร่วมเป็นเกียรติในการมอบรางวัล ทำให้บรรยากาศของงานเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความภาคภูมิใจในความสำเร็จของทีมงาน

  • ส่งเสริมค่านิยมองค์กร HOMES
  • สื่อสาร Core Business Enablers ทั้ง 8 ด้าน
  • ปลูกฝังความรู้สึกเป็นเจ้าของในภารกิจองค์กร
  • สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากร

นอกจากพิธีเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการบูธกิจกรรมที่ใช้เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงานให้สามารถนำหลักค่านิยมไปใช้ในการดำเนินงานในแต่ละหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมภายในงานยังสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมโดยตรงในการพัฒนาและขับเคลื่อนองค์กร ผ่านการจัดแสดงผลงานที่แสดงให้เห็นถึงการนำแนวคิด Enablers และค่านิยม HOMES ไปปรับใช้ในชีวิตจริง ทั้งในเชิงกลยุทธ์และการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม

NHA HOMES & Enablers Day 2025” จัดเป็นกิจกรรมที่สำคัญขององค์กรที่ช่วยสร้างความสามัคคีและศักยภาพของทีมงาน พร้อมเป็นขวัญและกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรในการทำงานเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายร่วมกันในการให้บริการที่ดีแก่ประชาชนผู้มีความประสงค์จะซื้อบ้านจากหน่วยงานกคช.

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่สนใจในโครงการเคหะต่าง ๆ จากหน่วยงานนี้ การติดตามกิจกรรมและแนวคิดใหม่ ๆ อย่างงาน NHA HOMES & Enablers Day ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเข้าใจวิสัยทัศน์ขององค์กร

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน!

ที่มา – กคช. จัดกิจกรรมเปิดงาน “NHA HOMES & Enablers Day 2025”

เอกอัครราชทูตจีนจัดเสวนากับสื่อไทย ผู้บริหาร “เดลินิวส์” ร่วมแสดงวิสัยทัศน์

เมื่อวันที่ 11 กันยายน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายจ้าว เจี้ยนเว่ย ได้จัดการเสวนาระหว่างเอกอัครราชทูตกับสื่อมวลชนไทย ณ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย โดยมีผู้บริหารและตัวแทนจากองค์กรสื่อชั้นนำของไทยเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างคับคั่ง

เอกอัครราชทูตจีนจัดเสวนากับสื่อไทย เพื่อสร้างความร่วมมือ

การเสวนาดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีในการสร้างความเข้าใจอันดี เสริมสร้างความร่วมมือ และเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานทูตจีนกับสื่อมวลชนไทย โดยปีนี้ยังถือเป็นปีแห่งความสำคัญ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สำคัญสำหรับความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและการสื่อสาร

เอกอัครราชทูตจีนซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา กล่าวในตอนหนึ่ง ว่าเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้รับมอบหมายจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้ดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยคนที่ 14 ด้วยความเชื่อมั่นที่ได้รับจากผู้นำจีน

สื่อมวลชนไทยมีบทบาทสำคัญในความสัมพันธ์ไทย-จีน

ปีนี้เป็นปีครบรอบ 50 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ซึ่งสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดเรื่องราวของความสัมพันธ์ที่อยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน สถานเอกอัครราชทูตจีนได้ย้ำถึงความพร้อมในการส่งเสริมความร่วมมือกับสื่อมวลชนไทยทุกแขนง เพื่อให้เกิดความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นในอนาคต

นายจาง เจี้ยเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย

คุณสิริวรรณ พันธุ์ปรีชากิจ กรรมการบริหารเดลินิวส์ ได้ร่วมกิจกรรมในฐานะตัวแทนองค์กรสื่อไทย และได้มีโอกาสแสดงมุมมองภายใต้หัวข้อ “ข้อเสนอแนะต่อสถานเอกอัครราชทูตในการส่งเสริมความร่วมมือไทย–จีน และความร่วมมือด้านสื่อ” โดยเน้นบทบาทของสื่อมวลชนในการเป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างประชาชนไทยกับจีน

  • การเผยแพร่ข่าวสารที่เที่ยงตรง เพื่อส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประชาชน
  • การผลิตเนื้อหาคุณภาพ ที่สะท้อนความใกล้ชิดทางวัฒนธรรม
  • การสนับสนุนความร่วมมือด้านเทคโนโลยี และทรัพยากรบุคคลในวงการสื่อ
คุณสิริวรรณ พันธุ์ปรีชากิจ

“สื่อมวลชนมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ เดลินิวส์พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่รอบด้าน เที่ยงตรง และสร้างสรรค์ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนในทุกมิติ” คุณสิริวรรณกล่าว

เดลินิวส์มุ่งเป็นพันธมิตรด้านสื่อในความร่วมมือไทย-จีน

นอกจากนี้ คุณสิริวรรณได้แสดงความเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือด้านสื่อระหว่างไทยกับจีนยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก ทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสื่อ การฝึกอบรมบุคลากร และการผลิตเนื้อหาร่วมกันที่สะท้อนถึงความเข้าใจทางวัฒนธรรม

เดลินิวส์ยืนยันถึงความพร้อมในการร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตจีน และสื่อพันธมิตรจากจีน เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านสื่อสารมวลชนให้ก้าวหน้า เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยและจีน ตลอดจนประชาคมโลกในอนาคต

จากซ้ายไปขวา : นายเจ้า เมิ่งเทา ที่ปรึกษา นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูต และนายอู๋ จื้ออู่ อัครราชทูต

การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้แทนสื่อมวลชนไทยและฝ่ายสถานเอกอัครราชทูตจีนถือเป็น “ก้าวสำคัญ” ในการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–จีน และส่งเสริมความร่วมมือด้านสื่อสารมวลชนให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป

การเชื่อมโยงระหว่างสื่อและสถานทูตยังมีเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มใหม่ ๆ อยู่เสมอ เหตุการณ์เช่นนี้คือพื้นที่ที่สื่อไทยอย่าง “เดลินิวส์” สามารถแสดงศักยภาพในการรับมือยุคสมัย และนำไปสู่ความร่วมมือในหลากหลายด้าน

ที่มา – เอกอัครราชทูตจีนจัดเสวนากับสื่อไทย ผู้บริหาร “เดลินิวส์” ร่วมแสดงวิสัยทัศน์

การเคหะฯ จัดประกวดนวัตกรรม NHA Innovation Challenge 2025

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ได้เปิดเผยถึงการจัดโครงการประกวดนวัตกรรมภายใต้ชื่อ “การเคหะฯ จัดประกวดนวัตกรรม NHA Innovation Challenge 2025” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ บริการ หรือกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย และยกระดับคุณภาพชีวิตที่อยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้น

ในพิธีเปิดงาน ได้มอบหมายให้นายมงคล จันทษี รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยการมาร่วมแสดงผลงานนวัตกรรมจากบุคลากรภายในองค์กร ซึ่งนำเสนอแนวคิดและแนวทางสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพ อาทิ ผลิตภัณฑ์และบริการที่เพิ่มทางเลือกในการอยู่อาศัย บริการดิจิทัลที่เปิดโอกาสอาชีพใหม่ให้กับชุมชน และกระบวนการใหม่ ๆ ที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน

การเคหะฯ จัดประกวดนวัตกรรม NHA Innovation Challenge 2025 เสริมศักยภาพด้านที่อยู่อาศัย

งานดังกล่าวยังได้รับเกียรติจาก ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะ ผศ.ดร.อำนาจ จำรัสจรุงผล กรรมการการเคหะแห่งชาติ ร่วมประเมินผลงานของผู้เข้าประกวดอย่างเข้มงวดและเป็นธรรม อีกทั้งยังมีการจัดนิทรรศการเผยแพร่ผลงานที่โดดเด่น เพื่อเป็นโอกาสให้บุคลากรภายในและภายนอกได้เรียนรู้ ต่อยอด และสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนานวัตกรรมเชิงสังคมในอนาคต

เป้าหมายของการเคหะฯ จัดประกวดนวัตกรรม NHA Innovation Challenge 2025 เพื่ออนาคตที่อยู่อาศัย

การเคหะฯ จัดประกวดนวัตกรรม NHA Innovation Challenge 2025 เพื่อเป็นเวทีสำคัญที่ค้นหาแนวทางใหม่ ๆ ที่สามารถขยายผลนำไปใช้จริงในระบบงานขององค์กร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน สร้างโอกาสที่เท่าเทียม และเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มเปราะบางในสังคม ไม่ว่าจะเป็นผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ ให้เข้าถึงที่อยู่อาศัยและบริการสาธารณะอย่างมีคุณภาพ

โครงการนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์หลักขององค์กรที่มุ่งชี้ไปสู่ “องค์กรนวัตกรรมด้านที่อยู่อาศัย” ซึ่งมิใช่เพียงการสร้างบ้าน แต่ยังตอกย้ำแนวคิดการ “อยู่ดี กินดี มีคุณภาพ” อย่างแท้จริง ผ่านนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี บริการ และระบบบริหารงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในยุคปัจจุบัน

การส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบเช่นนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรรัฐที่ทันสมัยและเป็นเลิศ ด้วยการทำงานที่เน้นความเป็นเลิศ และการใส่ใจในคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ใส่ใจในนวัตกรรมเพื่อสังคม การเคหะฯ จัดประกวดนวัตกรรม NHA Innovation Challenge 2025 คือแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ ที่สามารถลงมือทำเพื่อชุมชนและประเทศชาติในระยะยาว

ที่มา – การเคหะฯ จัดโครงการประกวดนวัตกรรม “NHA Innovation Challenge 2025”

เช็กโปรแกรมที่นี่! ‘ไทยลีก 3’ เปิดฤดูกาล ชมฟรี

ฟุตบอลไทยลีก 3 หรือที่แฟนๆ หลายคนเรียกกันว่า ‘บีวายดี ดอลฟินส์ ลีก 3’ กำลังจะกลับมาอีกครั้งอย่างเป็นทางการในฤดูกาลใหม่ โดยการเตะ-official match จะเริ่มขึ้นในสุดสัปดาห์นี้แล้ว ซึ่งจะแบ่งการแข่งขันออกเป็น 6 โซนทั่วประเทศ ได้แก่ เหนือ, ใต้, ตะวันออก, ตะวันตก, ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง

ใครที่ติดตามความเคลื่อนไหวของ ไทยลีก 3 ต้องห้ามพลาด เพราะในปีนี้การรับชมจะง่ายขึ้นกว่าที่เคย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณใช้ AIS PLAY เพราะสามารถรับชมได้ฟรีๆ ทันที ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้ การถ่ายทอดสดจะมีให้ติดตามตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2568 เวลา 15.30 น. เป็นต้นไป

เช็กโปรแกรมที่นี่! ‘ไทยลีก 3’ เปิดฤดูกาล มีถ่ายทอดสดชมฟรี

นางสาวรุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ AIS เปิดเผยว่า ในฤดูกาลนี้ AIS ได้เตรียมการร่วมกับสโมสรทุกทีมใน ไทยลีก 3 อย่างครอบคลุม เพื่อวางระบบถ่ายทอดสดให้มีความพร้อมในระดับเดียวกันในทุกสนาม โดยเฉพาะระบบกล้องที่จะต้องมีไม่น้อยกว่า 3 ตัวต่อหนึ่งสนาม

ภาพและเสียงคมชัดด้วย 5G & Fiber

นอกจากนี้ AIS ยังมีแผนเสริมความเร็วและคุณภาพของเครือข่ายโดยใช้เทคโนโลยี 5G และไฟเบอร์ออฟติก เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ชมทั้งหลายที่ติดตามผ่าน AIS PLAY จะได้เห็นภาพและเสียงคุณภาพสูง จากสนามบอลตรงหน้าจอของตัวเองแบบไร้สะดุด

  • 6 โซนการแข่งขันครอบคลุมทั่วประเทศ
  • ชมฟรีผ่าน AIS PLAY
  • ใช้เทคโนโลยี 5G และไฟเบอร์ออฟติก
  • ระบบกล้องไม่ต่ำกว่า 3 ตัวต่อสนาม

สำหรับแฟนบอลที่อยากติดตามความเคลื่อนไหวของ ไทยลีก 3 อย่างใกล้ชิด หรือใครที่กำลังตามหาช่องทางชมฟรี ต้องบอกเลยว่า AIS PLAY คือคำตอบ เพราะนอกจากจะรับชมบอลได้ไม่พลาดทุกคู่แล้ว ยังมีภาพคมชัดระดับ HD พร้อมเสียงที่ใสกริ่งเหมือนอยู่ในสนามจริงๆ

โปรแรกที่หลายคนอาจมองข้าม แต่จริงๆ แล้วเป็นโอกาสที่ดี เพราะในระดับนี้มีนักเตะหลายคนที่กำลังขยันพัฒนาฝีเท้าเพื่อฝันอันไกลโพ้นในการขึ้นสู่ลีกระดับสูง เชื่อเลยว่าทุกการแข่งขันใน ไทยลีก 3 จะเต็มไปด้วยอารมณ์และความตื่นเต้น ไม่แพ้ลีกชั้นแนวหน้าแน่นอน

ดังนั้น ถ้าคุณคือแฟนฟุตบอลแท้ ๆ อย่าลืมเปิด AIS PLAY พร้อมเช็กโปรแกรมการแข่งขันให้ดี เพราะปีนี้สามารถดูบอลในลีกได้ง่ายและฟรีไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอีกแล้ว

ที่มา – เช็กโปรแกรมที่นี่! ‘ไทยลีก 3’ เปิดฤดูกาล มีถ่ายทอดสดชมฟรี

เผยคลิปนาทีระทึก นักพารามอเตอร์หวิดโหม่งพสุธาดับเพราะลูกโป่งใบเดียว

เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดเกิดขึ้นกับหนุ่มวัย 27 ปี ชื่อไมเคิล ที่กำลังเพลิดเพลินกับกิจกรรมการบินด้วยพารามอเตอร์ เมื่อไม่กี่วันก่อน จนกลายเป็นเรื่องราวที่น่าหวาดเสียวซึ่งคนดูคลิปต่างพูดถึงกันอย่างล้นหลาม

เผยคลิปนาทีระทึก นักพารามอเตอร์หวิดโหม่งพสุธาดับเพราะลูกโป่งใบเดียว

ไมเคิลแชร์คลิปบนติ๊กต็อกซึ่งมียอดวิวเกิน 4.4 ล้านครั้ง คลิปนี้บันทึกภาพช่วงเวลาที่เขาบินอยู่กลางอากาศด้วยพารามอเตอร์ และลูกโป่งขนาดใหญ่รูปตัวเลข 6 ลอยเข้ามาระหว่างทาง

ไมเคิลเล้ายังคงสะเทือนใจถึงเหตุการณ์นั้นว่า “หลังจากขึ้นบินได้ไม่นาน ผมเห็นสิ่งบางอย่างลอยอยู่ข้างหน้า ตอนแรกนึกว่านักเล่นคนอื่นหรือแม้กระทั่งนกขนาดใหญ่ แต่เมื่อเข้าใกล้รู้ว่าเป็นลูกโป่งวันเกิดตัวเลข 6 ที่ลอยหลุดขึ้นมาจากพื้น”

ลูกโป่งพันเข้ากับอุปกรณ์

ขณะที่พยายามหลีกเลี่ยง สายของลูกโป่งกลับพันเข้ากับอุปกรณ์ควบคุมในพารามอเตอร์ ทำให้เขาพบกับความอันตรายอย่างหนัก ณ ความสูงประมาณ 1,500 ฟุต (ราว 457 เมตร)

ความพยายามทุกอย่างในการคลายลูกโป่งล้มเหลว เขากล่าวว่า “มันติดแน่นมากจนแกะไม่ออกในอากาศ มันไม่ได้แค่วีโรจน์ แต่มันเป็นอันตรายต่อชีวิตจริง ๆ”

ไมเคิลเล่นพารามอเตอร์มาแล้ว 6 ปี แต่เขาเผยว่า “นี่คือครั้งแรกที่เกือบตายเพราะลูกโป่งใบเดียว เราเคยเจอวัวที่มาขโมยอุปกรณ์แล้ววิ่งไล่มันเกือบสองไมล์ แต่อันนี้ยิ่งกว่าทั้งหมด”

ภัยสิ่งแวดล้อมที่มองข้าม

ด้วยความลี้ภัยในการลงจอด ลูกโป่งใบนั้นสุดท้ายก็กลับมาพร้อมกับเขา ไมเคิลยังหยิบมันไปประดับไว้ในห้องนั่งเล่น โดยเขียนสัญลักษณ์ ‘ลูกโป่งสังหาร’ ข้างของพารามอเตอร์เป็นความทรงจำที่น่าสะพรึง

เขาได้พูดเพิ่มเติมว่า “หลายคนบอกว่าเรื่องแบบนี้ปกติ แต่เมื่อดูแล้วจริง ๆ ลูกโป่งฮีเลียมนั้นอาจสร้างปัญหาใหญ่ และก่อให้เกิดผลกระทบต่อสัตว์และสิ่งแวดล้อม หลายคนแสดงความเห็นบน TikTok ว่าเคยเห็นลูกโป่งพันกับสายไฟหรือติดอยู่ตามไร่นาพื้นที่ชนบท”

  • เตรียมชุดอุปกรณ์สำรองเสมอ
  • ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนบิน
  • ติดตั้งระบบติดตามตำแหน่ง GPS

แม้ไมเคิลจะรอดชีวิตจากเหตุการณ์อันตรายนี้ แต่ก็มีนักพารามอเตอร์อีกหลายคนที่สูญเสียชีวิตในลักษณะใกล้เคียง เช่น การชนกันของนักดิ่งพสุธาในอุบัติเหตุร้ายแรงในรัฐจอร์เจีย เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

เหตุการณ์นี้เตือนเราว่าแม้การบินด้วยพารามอเตอร์จะดูสงบ แต่ไวรัสเล็ก ๆ เช่นลูกโป่ง อาจก่อให้เกิดผลลัพธ์รุนแรงได้

ประสบการณ์ของไมเคิลเป็นหนังสือสอนที่เยี่ยงใหญ่ให้ทั้งนักกีฬากล้าหาญและผู้ใช้สินค้าใกล้ตัว เช่นลูกโป่งลอยฟ้า ให้ตระหนักถึงความปลอดภัยและผลกระทบต่อธรรมชาติ

รู้หรือไม่ว่า? ลูกโป่งฮีเลียมทิ้งขยะได้มากกว่า 100,000 ตันต่อปีในโลก ซึ่งขยะส่วนใหญ่นั้นไม่สามารถย่อยสลายได้ โดยเสื่อมสภาพภายในธรรมชาติค่อย ๆ แยกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วกลายเป็นมลพิษในดินและแหล่งน้ำ

ให้คุณเคยมีประสบการณ์แปลก ๆ กับลูกโป่งบ้างไหม? รีวิวหรือแชร์ประสบการณ์ของคุณให้เราได้รู้กันดีกว่า!

ที่มา – เผยคลิปนาทีระทึก นักพารามอเตอร์หวิดโหม่งพสุธาดับเพราะลูกโป่งใบเดียว

อดีตภริยานายกฯ เนปาลยังไม่เสียชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 11 กันยายน ว่าสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของเนปาลเคยรายงานข่าวผิดว่านางราชยลักษมี จิตรกร ภรรยาของ นายจาลา นาถ คานาล อดีตนายกรัฐมนตรีเนปาล เสียชีวิตแล้ว หลังจากถูกผู้ประท้วงจับกุมและจุดไฟเผาทั้งเป็น ระหว่างการจลาจลในช่วงต้นสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตามข่าวล่าสุดได้รับการแก้ไขแล้วว่า นางราชยลักษมี จิตรกร ยังไม่เสียชีวิต และยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

อดีตภริยานายกฯ เนปาลยังไม่เสียชีวิต

ความเชื่อมโยงของข่าวดังกล่าวเกิดจากการจลาจลที่เกิดขึ้นในกรุงกาฐมาณฑุ ซึ่งผู้ประท้วงต้องการเรียกร้องสิทธิและแสดงความไม่พอใจต่อการเมืองในประเทศ การเผาผลาญสถานที่สาธารณะ ส่งผลให้เหยื่อโดยตรงหลายคนได้รับบาดเจ็บ รวมถึงนางราชยลักษมี จิตรกร ซึ่งเป็นอดีตภริยานายกรัฐมนตรีที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

สถานการณ์ปัจจุบัน

ตามรายงานของสื่อต่างๆ หลังจากมีการรายงานข่าวผิดเกี่ยวกับสถานะของนางราชยลักษมี จิตรกร ว่า ยังไม่เสียชีวิต ทำให้สื่อหลายสำนักได้ออกมาแก้ไขข่าว ระบุว่าแม้ว่าเธอจะยังมีชีวิตอยู่ แต่มีอาการวิกฤติ แพทย์ทีมดูแลยังคงพยายามรักษาอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาชีวิตของเธอไว้

ปัจจุบันมีการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสำนวนและดูแลเหยื่อที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน

  • หัวข้อข่าวได้รับการอัปเดตเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง
  • ผู้บาดเจ็บยังอยู่ระหว่างการรักษาอย่างใกล้ชิด
  • การจลาจลมีผลกระทบต่อสังคมในประเทศเนปาลอย่างมาก

ข่าวล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงและการรายงานข่าวที่ยังขาดความแม่นยำ ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบที่รุนแรงต่อสังคมและความรู้สึกของครอบครัวผู้ประสบเหตุ

ทั้งนี้ ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากช่องทางอย่างเป็นทางการ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนนำไปเผยแพร่ต่อ

ที่มา – สื่อเนปาลแก้ข่าว ยืนยันอดีตภริยานายกรัฐมนตรีที่ถูกเผาทั้งเป็น “ยังไม่เสียชีวิต”

บาติสตูตา นำทัพตำนานนักเตะโลกดวลกอล์ฟที่ไทย

แฟนฟุตบอลทั่วโลกเตรียมตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง เมื่อ บาติสตูตา นำทัพตำนานนักเตะระดับโลก กลับมารวมตัวกันเพื่อแข่งขันกอล์ฟในงาน “เรนวูด ไอคอนส์ ออฟ ฟุตบอล 2026” ที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 31 มกราคม ถึง 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ณ โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ จังหวัดปทุมธานี

บาติสตูตา นำทัพตำนานนักเตะโลกดวลกอล์ฟที่ไทย

อีเวนต์นี้ประกอบด้วยนักเตะระดับตำนาน 24 คน แบ่งออกเป็น 2 ทีม ได้แก่ ทีมอังกฤษ และทีมโลก ทีมละ 12 คน โดยพวกเขาจะดวลกันในรูปแบบแมตช์เพลย์ 10 หลุม การแข่งขันจะมีการถ่ายทอดสดไปยังทั่วโลกถึง 100 ประเทศ

รายชื่อนักเตะระดับตำนาน

ในทีมอังกฤษมีนักเตะดัง เช่น จอห์น เทอร์รี สุดแกร่งอดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ และ ธีโอ วัลคอตต์ เจ้าของความเร็วจากอาร์เซนอล

ในอีกฝ่าย ทีมโลกนำทัพโดย “บาติโกล” กาเบรียล บาติสตูตา กองหน้าขวัญใจแฟนอาร์เจนตินา และ จิอันฟรังโก โซลา สัญลักษณ์ของเชลซีในยุคเก่า

ซึ่งกัปตันทีมและรายชื่อนักเตะอื่น ๆ จะได้รับการเปิดเผยอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ ทำให้ทั้งแฟนบอลและผู้ชื่นชอบกีฬากอล์ฟต่างก็เร้าใจและลุ้นติดตาม

งานอีเวนต์ระดับโลก ที่รวมความบันเทิงไว้ครบถ้วน

งาน “เรนวูด ไอคอนส์ ออฟ ฟุตบอล 2026” นี้ไม่ใช่แค่การแข่งขันกอล์ฟเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่แฟน ๆ จะได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษผ่านเทศกาลอาหาร และการแสดงความบันเทิงจากเหล่าตำนานฟุตบอลระดับโลกอีกด้วย

นางสาววรพนิต รวยรุ่งเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เรนวูด กรุ๊ป กล่าวว่า งานนี้มีเป้าหมายในการสร้างมาตรฐานใหม่ของอีเวนต์สปอร์ต และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ในภูมิภาคเอเชีย

ทอมัส บรูคส์ ซีอีโอของ Icons Series กล่าวเสริมว่า หลังจากความสำเร็จในครั้งแรกเมื่อปี 2025 การกลับมาในปีนี้จะยิ่งใหญ่และน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม

ทั้งแฟนฟุตบอลชาวไทยและผู้ชื่นชอบกีฬากอล์ฟเตรียมพร้อมร่วมสัมผัสความมันส์นี้ได้แล้ววันนี้ โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียด และซื้อบัตรได้ที่ www.icons-series.com

ถ้าคุณเป็นแฟนฟุตบอลคนหนึ่งที่ติดตามผลงานเหล่าตำนาน งานนี้คือโอกาสสุดท้ายในรอบปีที่คุณจะได้เห็นพวกเขาใช้แรงบันดาลใจลงมือออกมาในสนามกอล์ฟ อย่าพลาด!

ที่มา – คอนเฟิร์มแล้ว 4 คน! ‘บาติสตูตา’ นำทัพตำนานนักเตะโลกดวลกอล์ฟที่ไทย

เสนาฯ ส่งแคมเปญ’อยู่ก่อนกู้ทีหลัง’เจาะโซนรังสิต

ในช่วงเวลาที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดตัวแคมเปญการตลาดที่น่าจดจำภายใต้แนวคิด “เฮ้ยยย!! อยู่ก่อน กู้ทีหลัง” ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อจับตาคนรุ่นใหม่และครอบครัวที่ต้องการมีบ้าน แต่มีข้อกังวลเกี่ยวกับเรื่องการกู้สินเชื่อ แคมเปญนี้ครอบคลุมทั้งช่องทางออนไลน์และการร่วมกิจกรรม On Ground ที่ศูนย์การค้า โดยเชื่อมโยงกับโครงการจริงและการสร้างประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดียอย่างเต็มตัว

เสนาฯ ส่งแคมเปญ’อยู่ก่อนกู้ทีหลัง’เจาะโซนรังสิต

นางสาวอุมาพร ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการบริษัท เสนาฯ กล่าวว่า ปัจจุบันการตลาดไม่ใช่แค่การสื่อสาร แต่ต้องสร้างความประทับใจและประสบการณ์ที่แท้จริงให้กับลูกค้า ซึ่งแคมเปญนี้ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกเรื่อง ตั้งแต่การเลือกทำเล การเข้าถึงโครงการ การเปรียบเทียบราคา ไปจนถึงเรื่องการเงินและสิ่งแวดล้อม ด้วยการวางกลยุทธ์ที่ครบวงจร ทำให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

ผลตอบรับที่ชัดเจนจากแคมเปญ

จากแคมเปญที่ผ่านมา ทางเสนาฯ ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ที่ศูนย์การค้าเมกา บางนา ภายในเวลาแค่หนึ่งสัปดาห์ มียอดจองมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท และสร้างยอด Leads ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งหมดกว่า 2,000 ราย อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของแคมเปญนี้เกิดจากคีย์เน้นที่พิเศษคือ “LivNex” ซึ่งเป็นคอนเซปต์ที่เปลี่ยนค่าเช่าให้กลายเป็นเงินออม เพื่อต่อยอดสู่การกลายเป็นเจ้าของบ้านอย่างแท้จริง

สำหรับการต่อยอดในโซนรังสิต เสนาฯ เตรียมเปิดตัวโครงการบ้านและคอนโดหลากหลายรูปแบบ มากกว่า 13 โครงการ อาทิ SENA VILLAGE บางกะดี – ติวานนท์, SENA VILLAGE รังสิต – ติวานนท์ สำหรับลูกค้าที่ต้องการบ้านเดี่ยวหรือบ้านแฝด รวมถึงSENA KITH พหลโยธิน – นวนคร และ SENA KITH รังสิต – ติวานนท์ ซึ่งเป็นคอนโดราคาประหยัดสำหรับคนเริ่มต้นทำงาน และยังมี SENA ECO TOWN รังสิต สเตชั่น โครงการที่คำนึงถึงความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ เสนาฯ ยังเปิดตัวแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ COZI ที่เน้นการออกแบบคอนโดมิเนียมสำหรับคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ เช่น COZI BTS สะพานใหม่ และ COZI รามอินทรา – คู้บอน ที่น่าสนใจมากสำหรับกลุ่มผู้บริโภคเมือง

แคมเปญ “อยู่ก่อนกู้ทีหลัง” ถือเป็นการขับเคลื่อนความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และการตลาดที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยไม่เพียงแค่นำเสนอการขายบ้าน แต่ยังเปิดโอกาสให้ทุกคน “ก้าวสู่ความเป็นเจ้าของ” ได้จริง ๆ

ที่มา – เสนาฯ ส่งแคมเปญ’อยู่ก่อนกู้ทีหลัง’เจาะโซนรังสิต