ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เดลินิวส์ 12 ก.ย.เปิดทางจัดทำรธน.ใหม่ เพื่อไทยชงแก้มาตรา256ให้รัฐสภาตั้ง ‘ส.ส.ร.’ได้

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2568 รายงานข่าวสำคัญหลายประเด็นที่น่า關注 หนึ่งในประเด็นที่ร้อนแรงคือ การเปิดทางสำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยพรรคเพื่อไทยเตรียมแก้ไขมาตรา 256 เพื่อให้รัฐสภาสามารถตั้ง ‘สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รักษาการ’ หรือ ‘ส.ส.ร.’ ได้ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการเมืองไทยในปัจจุบัน

เดลินิวส์ 12 ก.ย.เปิดทางจัดทำรธน.ใหม่ เพื่อไทยชงแก้มาตรา256ให้รัฐสภาตั้ง ‘ส.ส.ร.’ได้

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่พรรคเพื่อไทยกำลังจัดทำ มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขระบบที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะมาตรา 256 ที่เคยถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการตั้ง ‘ส.ส.ร.’ หากสภาผู้แทนราษฎร dissolve ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อกฎหมายที่ชัดเจน

ประโยชน์ของการแก้ไขมาตรา 256

การเปิดทางให้รัฐสภาสามารถตั้ง ‘ส.ส.ร.’ ได้ ถือเป็นมาตรการที่สำคัญ เพราะจะช่วยลดช่องว่างของอำนาจระหว่างการเลือกตั้ง และยังช่วยให้ระบบราชการของประเทศเดินต่อได้อย่างมีเสถียรภาพ

นอกเหนือจากการเมือง ยังมีข่าวสำคัญอีกหลายประเด็น เช่น การที่เรือนจำเตรียมส่งคนคอยดูแลอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ด้วยการจัดให้ท่านเข้าเรียนหรือสอนภาษา ถือเป็นแนวทางใหม่ที่ประณีตและสร้างสรรค์

อีกทั้งยังมีการเสนอแนะการเร่งเปิดประชามติเพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญ และอาจช่วยลดความขัดแย้งทางสังคมในระยะยาว

  • เปิดทางจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในทันที
  • พรรคเพื่อไทยชงแก้ไขมาตรา 256
  • จัดตั้ง ‘ส.ส.ร.’ ได้ถ้าสภา dissolve
  • เพื่อความมั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจ

เรื่องราวและข้อมูลข่าวสารทั้งหมดนี้สามารถติดตามได้ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2568 และ ฉบับล่วงหน้า วันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2568 ที่มีข่าวสารครอบคลุมทุกมุมมอง

รัฐธรรมนูญใหม่และการจัดตั้ง ‘ส.ส.ร.’ น่าจะเป็นแรงผลักสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ที่มา – เดลินิวส์ 12 ก.ย.เปิดทางจัดทำรธน.ใหม่ เพื่อไทยชงแก้มาตรา256ให้รัฐสภาตั้ง ‘ส.ส.ร.’ได้

น้าแอนจ์เผยโดนไก่เดือยทองไล่ออกแน่ก่อนชิงดำยูโรปา

แอนจ์ ปอสเตโคกลู ผู้จัดการทีมคนใหม่ของสโมสร น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เพิ่งมาเปิดเผยว่าเขารู้ดีว่าตัวเองจะถูกทีม “ไก่เดือยทอง” อย่าง ทอตแนม ฮอตสเปอร์ส เด้งออกจากตำแหน่งก่อนหน้าการแข่งขันชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้วเสียอีก

น้าแอนจ์รับรู้ว่าจะโดนไก่เดือยทองไล่แน่ๆ ก่อนหน้าทัวร์นาเมนต์

ถึงแม้ผลงานล่าสุดของ ปอสเตโคกลู จะพา สเปอร์ส คว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วยการเอาชนะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 1-0 เมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่สามารถช่วยเขาให้อยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ โดยกุนซือชาวออสเตรีย เผยว่า ตัวเองมีความรู้สึกว่าจะถูกปลดตั้งแต่ก่อนเกมชิงชนะเลิศแล้ว

“ผมรู้ว่ามันกำลังจะเกิดขึ้น ดังนั้นจึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรเลย” น้าแอนจ์กล่าวอย่างเป็นทางการระหว่างการแถลงข่าวเปิดตัวกับ ฟอเรสต์ “ผมนึกมาได้ว่า มันจะเกิดขึ้นก่อนหน้ารอบชิงชนะเลิศพักใหญ่ แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม เพราะเราได้แชมป์ มีพาเหรด และผมก็ไม่อยากทำให้มันมัวหมอง แต่หลังจากนั้น ผมก็เข้าใจว่า มันจบแล้ว”

น้าแอนจ์ยอมรับเรื่องการถูกไล่ออกจากทีมไก่เดือยทอง

การถูกปลดจากการทำหน้าที่ของ “น้าแอนจ์” นั้นกินเวลาเพียง 16 วันหลังจากนำทีมคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์ยูโรปา ลีกครั้งแรกในรอบ 17 ปี ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของกุนซือรายนี้ แต่กลับกลับไม่สามารถรักษาตำแหน่งในถิ่น ทอตเต่นฮัลล์ สเตเดี้ยม ต่อได้

  • ปอสเตโคกลู นำ สเปอร์ส คว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2022/23
  • ถูกปลดหลังจากแพ้ในรอบชิงชนะเลิศเพียง 16 วัน
  • ยอมรับกับนักข่าวว่ารู้ว่าจะโดนไล่มาก่อนหน้าทัวร์นาเมนต์

แม้ว่าผลงานในสนามจะโดดเด่น แต่ความไม่แน่นอนในอนาคตและการเมืองภายในสโมสรก็ส่งผลให้เขาต้องล้มเลิกความฝันที่จะพาไก่เดือยทองกลับมาอยู่ในวงการท็อปโฟตบอลของอังกฤษอีกครั้ง กรณีของ ปอสเตโคกลู ถือเป็นบทเรียนสำคัญให้กับผู้จัดการทีมรุ่นใหม่ๆ ว่าความสำเร็จในสนามไม่ได้รับประกันความมั่นคงในอาชีพเสมอไป

หากคุณสนใจประเด็นข่าวฟุตบอลระดับโลก ติดตามข่าวสารอัปเดตได้ที่เว็บไซต์ข่าวรายวันของเราและตั้งค่าแจ้งเตือนเพื่อไม่พลาดทุกข่าวสำคัญที่เกิดขึ้นในวงการท็อปฟุตบอล!

ที่มา – “น้าแอนจ์” เผยรู้ตัวโดน “ไก่เดือยทอง” เด้งแน่ตั้งแต่ก่อนชิงดำยูโรปา

เรื่องน่ารู้ : ผักเคล – ซูเปอร์ฟู้ดแห่งโลก

ผักเคล หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า “คะน้าใบหยิก” เป็นผักใบเขียวที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในวงการอาหารเพื่อสุขภาพ ผักชนิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลกะหล่ำ และมีชื่อเสียงในฐานะ “ราชาแห่งผักใบเขียว” และยังได้รับการขนานนามว่าเป็น “ซูเปอร์ฟู้ด” อีกด้วย

เรื่องน่ารู้ : ผักเคล

ผักเคลมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก โดยเฉพาะในเรื่องของวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น วิตามิน A, C, K แคลเซียม เหล็ก และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอวัยและป้องกันโรคต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์ของผักเคลต่อสุขภาพ

ผักเคลไม่เพียงแต่มีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว แต่ยังมีประโยชน์หลายด้านต่อสุขภาพ เช่น

  • เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
  • ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ช่วยในการย่อยอาหาร
  • สนับสนุนสุขภาพกระดูก

แม้ว่าผักเคลจะมีรสชาติขมเล็กน้อย แต่ก็มีความอร่อยที่แตกต่าง และสามารถนำมาปรุงได้หลายแบบ ทั้งทำเป็นสลัด สมูทตี้ หรือแม้แต่ใช้เป็นวัตถุดิบในเมนูผัด แกง หรืออบ

ในประเทศไทย ผักเคลมีอยู่หลายสายพันธุ์ แต่ที่นิยมกันมาก ได้แก่ เคลใบหยิก (Curly Kale) ที่มีลักษณะเป็นริ้วหยัก และเคลใบตรง (Lacinato Kale หรือ Dinosaur Kale) ที่มีลักษณะใบเรียวยาวสีเข้ม

ถึงแม้ว่าผักเคลจะเป็นผักที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับคนไทยเมื่อไม่กี่ปีก่อน แต่ตอนนี้กลายเป็นที่นิยมในร้านอาหารเพื่อสุขภาพ และในครัวเรือนของคนรักสุขภาพอย่างมาก ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่สูงและหลากหลายประโยชน์

หากคุณยังไม่เคยลองกินผักเคล ลองเริ่มจากการใส่ลงไปในสลัดสักจาน หรือสูตรสมูทตี้ที่คุณชอบ รับประกันว่าคุณจะได้รับประโยชน์มากมายจากผักชนิดนี้แน่นอน!

ที่มา – เรื่องน่ารู้ : ผักเคล

จระเข้หฤโหด! เขมือบชายวัย80 ขณะลงอาบน้ำในแม่น้ำเหลือแต่หัวลอยโผล่

เหตุการณ์น่าสะพรึงใจเกิดขึ้นในประเทศมาเลเซีย เมื่อชายวัย 80 ปี กลายเป็นเหยื่อของจระเข้หฤโหด ขณะที่เขาเพียงแค่ลงไปอาบน้ำในแม่น้ำ จนเหลือเพียงศีรษะลอยโผล่ขึ้นมาในน้ำ สภาพการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้ ทำให้ชุมชนเกิดความหวาดเสียวและเศร้าโศกเป็นอย่างมาก

จระเข้หฤโหด! เขมือบชายวัย80 ขณะลงอาบน้ำในแม่น้ำเหลือแต่หัวลอยโผล่

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ “The Star” รายงานข่าวสลดใจในเขตลาวาส รัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย เจ้าหน้าที่ได้พบศีรษะของชายวัย 80 ปี ซึ่งเชื่อกันว่าตกเป็นเหยื่อของจระเข้ที่ซุ่มโจมตีขณะเขาลงอาบน้ำ

ชายชราหายตัวไปอย่างปริศนา

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันที่ 9 กันยายน นาย Tuah Lamat ได้ลงไปอาบน้ำในแม่น้ำใกล้กับสะพานเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้บ้าน ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็หายตัวไปอย่างปริศนา ครอบครัวที่กังวลจึงแจ้งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครให้ช่วยออกตามหาทันที

ในตอนแรก ชาวบ้านร่วมกันใช้เรือออกค้นหา แต่ไม่สามารถหาเบาะแสได้เลย จึงได้ขอความช่วยเหลือจากหน่วยดับเพลิงและกู้ภัยเข้ามาช่วยเหลือ จนกระทั่งเวลา 23.20 น. ของวันที่ 10 กันยายน เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบส่วนศีรษะของเหยื่อแล้ว ห่างจากจุดที่เขาอาบน้ำไปประมาณ 500 เมตร

  • ชายวัย 80 ปี ลงอาบน้ำในแม่น้ำ
  • หายตัวไปอย่างปริศนาเมื่อเวลา 17.30 น.
  • ศีรษะถูกพบในคืนวันรุ่งขึ้น
  • ญาติและการันติว่าเป็นของจริง

เวลา 00.45 น. ญาติได้เดินทางมาตรวจสอบและยืนยันว่า ส่วนศีรษะที่พบนั้นเป็นของนาย Tuah Lamat จริง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำศีรษะไปส่งมอบให้กับตำรวจและยังคงดำเนินการค้นหาร่างกายส่วนอื่นอย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์นี้สะเทือนใจมากในพื้นที่ เพราะคนในชุมชนทราบดีว่าแม่น้ำใกล้หมู่บ้านมีจระเข้หากินอยู่เสมอ และแม้ว่าจะมีคำเตือนให้ระมัดระวัง แต่ก็ยังมีผู้ที่เผลอไปอยู่ในอันตรายโดยไม่ทันตั้งตัว

ผู้คนหลาย ๆ คนต่างสงสัยว่า ทำไมแม่น้ำที่เคยปลอดภัยกลับกลายเป็นอันตรายได้ในพริบตา? การตั้งถิ่นฐานใกล้แม่น้ำเป็นทางเลือกที่มีมาช้านาน แต่ข่าวอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้หลายพื้นที่ที่มีลักษณะใกล้เคียงเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัย

ในฐานะผู้บริโภค เราควรจะตระหนักถึงความเสี่ยงที่แฝงอยู่ตามธรรมชาติ แม้น้ำจะดูเป็นมิตรแค่ไหน ก็ไม่ควรละเลยความระมัดระวัง ความตายของนาย Tuah Lamat เป็นบทเรียนอันลึกซึ้งแก่ทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่อาจไม่มีความสามารถในการหนีภัยได้ทัน หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

สุดท้ายนี้ ขอความกราบไหว้ต่อวิญญาณผู้เสียชีวิต และความอาลัยไปยังครอบครัวผู้ประสบโศกนาฏกรรม พร้อมความหวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถสืบสวนข้อเท็จจริงและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำแล้วซ้ำอีก

ข้อมูลจาก: The Star, รายงานเหตุการณ์

ที่มา – จระเข้หฤโหด! เขมือบชายวัย80 ขณะลงอาบน้ำในแม่น้ำเหลือแต่หัวลอยโผล่

ช็อกวงการบันเทิง! ‘อวี๋เหมิงหลง’ นักแสดงดังวัย 37 ปี พลัดตกตึกเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568 สื่อต่างประเทศอย่าง “Hk01” ตลอดจนหลายสื่อจีนรายใหญ่ ได้ประกาศข่าวเศร้าที่ ส่งผลกระทบไปทั่ววงการบันเทิงโลก โดยระบุว่า อวี๋เหมิงหลง (Yu Menglong) หรือที่รู้จักในนาม อัลลัน ยู นักแสดงหนุ่มเสียงดังจากประเทศจีนวัย 37 ปี ได้เสียชีวิตอย่างน่าเศร้าจากการตกจากตึกสูงในเมืองปักกิ่ง

ช็อกวงการบันเทิง! ‘อวี๋เหมิงหลง’ นักแสดงดังวัย 37 ปี พลัดตกตึกเสียชีวิต

ข่าวดังกล่าวเริ่มแพร่ข่าวในโซเชียลมีเดียจากบัญชี Weibo ชื่อดัง ซึ่งอ้างว่าได้รับข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้อง ได้เปิดเผยว่า อวี๋เหมิงหลง ได้ไปร่วมทานอาหารกับเพื่อนรัก 5-6 คนเมื่อวันที่ 10 กันยายน และเข้าห้องพักประมาณ 02.00 น. ก่อนจะหายตัวไปในเวลาเช้า พื่นที่พบศพของเขาอยู่บริเวณด้านล่างของอาคาร สถานที่เกิดเหตุอยู่ในเขตกรุงปักกิ่ง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาสอบสวนเบื้องต้น และตัดประเด็นอาชญากรรมออกจากกรณีนี้

ปฏิกิริยาจากแฟนคลับ และเพื่อนสนิท

  • ชื่อของ อวี๋เหมิงหลง ขึ้นเทรนด์ทันทีในโซเชียลมีเดียจีน
  • เพื่อนสนิทเปิดเผยว่าไม่สามารถติดต่อเขาได้ เนื่องจากโทรศัพท์ปิดและไม่ตอบข้อความ
  • สตูดิโอส่วนตัว ยืนยันการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าการตายไม่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมใด ๆ

นอกจากนี้เพื่อนล่าสุดของ อวี๋เหมิงหลง ได้ออกมาเปิดเผยเบาะแสต่าง ๆ เกี่ยวกับพฤติกรรมช่วงกลางคืนก่อนเกิดเหตุว่า เขาไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ อย่างสนุกสนานก่อนแยกย้ายกันกลับ โดยพวกเขาวางแผนให้อวี๋เดินกลับห้องพักเพียงลำพัง

แรงบันดาลใจจากชีวิตอวี๋เหมิงหลง

อวี๋เหมิงหลง เกิดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ปี พ.ศ. 2531 ในเมืองอูหลู่มู่ฉี เป็นนักแสดงที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากซีรีส์ระดับจีน ผลงานเด่น ๆ ของเขาอย่าง Go Princess Go, สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่ รวมถึง ตำนานนางพญางูขาว ทำให้เขามีแฟนคลับติดตามถึง 20 ล้านคนทั่วโลก

เสียชีวิตอย่างกะทันหัน เสียดายความสามารถ

  • ผลงาน portrayal ของป๋ายเจิ้นใน “สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่” กลายเป็นตำนาน
  • ประสบความสำเร็จในวงการบันเทิงจีนระดับนักแสดงนำ
  • จากไปอย่างไม่คาดฝัน ด้วยอายุเพียงแค่ 37 ปี

นี่คือการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ในวงการบันเทิงจีน การจากไปของ อวี๋เหมิงหลง ทำให้ทั้งแฟนคลับและศิลปินรุ่นพี่รุ่นน้องในวงการต้องเศร้าหมองอย่างล้นเหลือ คาดว่าพิธีพราณาจะจัดขึ้นภายในสัปดาห์นี้

แม้จะเสียชีวิตอย่างกระทันหัน แต่การใช้ชีวิตในฐานะศิลปินผู้มีความมุ่งมั่นในการแสดงของ อวี๋เหมิงหลง จะยังคงอยู่ในใจของคนที่รักและที่เคารพเขาทั่วทั้งโลก การสูญเสียครั้งนี้คงสอนให้ทุกคนได้ทบทวนถึงความมีคุณค่าของชีวิตและการปฏิบัติตนอย่างระมัดระวังทุกครั้ง

ที่มา – ช็อกวงการบันเทิง! ‘อวี๋เหมิงหลง’ นักแสดงดังวัย 37 ปี พลัดตกตึกเสียชีวิต

บอย ปกรณ์ เผยคอพองเป็นต่อมน้ำลายอักเสบ ไม่ใช่เนื้อร้าย

เมื่อเร็วๆ นี้ กระแสความเป็นห่วงจากแฟนๆ แห่เข้ามาอย่างล้นหลาม เมื่อสังเกตเห็นว่า บอย ปกรณ์ มีอาการคอบวมอย่างเห็นได้ชัด หลายคนต่างกังวลและสงสัยว่าเขาเกิดอะไรขึ้น อย่างไรก็ตามล่าสุด หนุ่มบอยได้ออกมาไขข้อข้องใจอย่างชัดเจนแล้วว่า อาการดังกล่าวเกิดจากต่อมน้ำลายอักเสบ

บอย ปกรณ์ เปิดใจอาการคอพองคือต่อมน้ำลายอักเสบ

จากกรณีที่แฟนๆ แห่คอมเม้นต์และแสดงความกังวลกับอาการคอบวมของ บอย ปกรณ์ หนุ่มคนนี้ได้ออกมากล่าวถึงสถานการณ์โดยตรงว่าอาการคอที่พองขึ้นนั้นเกิดมาจากต่อมน้ำลายอักเสบ ซึ่งเกิดจากการที่มีหินปูนเล็กๆ อุดตันภายในต่อมน้ำลายจนทำให้น้ำลายขังและต่อมพองขึ้น

ในงาน “คมเดือน MANDATE” Gala Night Premiere 1st EP บอย ปกรณ์ ได้เผยความเคลียร์กับประเด็นนี้อีกครั้งว่าอาการหายไปชั่วคราวหลังจากได้รับการรักษาเบื้องต้นด้วยการฝังเข็มและดูดน้ำลายออกมา ทว่าแนวทางการรักษาให้หายขาดจะต้องผ่านการผ่าตัดซึ่งเขาเลือกจะเลื่อนออกไปก่อนเพราะยังมีงานหนักและต้องพักฟื้นยาว

เคยกลัวว่าเป็นเนื้อร้ายแต่หมอการันตีไม่ใช่

แม้จะเป็นเหตุให้เขากังวลอยู่บ้าง แต่หลังจากได้เข้ารับการตรวจอย่างละเอียด แพทย์แจ้งว่าอาการไม่ใช่เนื้อผิดปกติใดๆ คุณหมอชี้ว่าเป็นต่อมน้ำลายพองจากโรคอักเสบและไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง ซึ่งทำให้เขาโล่งใจขึ้นมาพอสมควร

“ตอนแรกก็มีความกังวลมาก เพราะอยู่ตรงคอและเป็นก้อน คิดไม่ดีหลายอย่าง แต่พอหมอบอกว่าไม่ใช่เรื่องร้ายแรงยังไงก็หายใจออก” บอยกล่าว

ตอกย้ำแนวทางการรักษาในอนาคต

ในขณะนี้ เขาระบุว่ายังต้องเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและรอจังหวะในการผ่าตัด หากจำเป็น ทว่าหากยังควบคุมได้ด้วยการรักษาเบื้องต้น ก็จะเลือกแผลผ่าตัดออกไปในภายหลัง

  • อาการเป็นตั้งแต่ต้นปี
  • รักษาร่วม 3 สัปดาห์แล้ว
  • ยังยุบพองแทบไม่หายขาด
  • วิธีรักษาเบื้องต้นด้วยเข็มและดูด

บอยยังกล่าวอีกว่า รู้สึกโชคดีที่มีแฟนๆ ให้ความห่วงใยเข้ามาสายด่วน เพราะบางครั้งการที่เขารู้ว่าพูดออกไปแล้วมีคนเคยเป็นเหมือนกัน เช่น นิกกี้ ที่หายแล้ว ก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นและไม่เหงาในช่วงที่ต้องพักฟื้น

พูดถึงอีกประเด็น – ซีรีส์การเมือง

สำหรับผลงานล่าสุด บอย ปกรณ์ มีส่วนร่วมในซีรีส์แนวการเมือง ซึ่งแม้จะมีเนื้อเรื่องที่ใกล้เคียงสถานการณ์ปัจจุบัน แต่เขาชี้แจงว่าบทละครถูกเขียนขึ้นตั้งแต่กว่าสองปีก่อน ซึ่งถือว่าเป็นเพียงความบังเอิญที่เนื้อหาคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ปัจจุบันเท่านั้น

“จริงๆ ก็ไม่ได้เอาสถานการณ์เลย เป็นเพียงภาพสะท้อนสังคม ไม่ได้อิงใครทั้งสิ้น” บอยกล่าวแบบชัดเจน

ก้าวต่อจากความสูญเสียครบรอบ 99 วันแม่

อีกหนึ่งประเด็นที่เขาเปิดใจคือ เรื่องการรำลึกแม่ในวันครบ 99 วัน ซึ่งไม่นานนี้เขากำลังทำพิธีสังฆทานและถวายเพลที่วัด พร้อมทั้งยังใส่บาตรทุกวันจนครบ 99 วัน โดยมีเป้าหมายจะทำให้ครอบครัวได้ดูแลกันเสมอ

“ตอนนี้ก็ยังจำได้เสมอ คิดถึงแม่มากที่สุด สิ่งที่อยากให้แม่บนสวรรค์รู้ ก็คือผมสบายดี หวังแค่ว่าแม่สบายดีสุขกายสบายใจ”

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังกังวลกับอาการทางร่างกายแบบเดียวกับบอย ปกรณ์ การรีบไปคิดลบก่อนที่จะไปพบแพทย์อาจเสียมากกว่า แนะนำให้เลือกโรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือเพื่อวินิจฉัยอาการก่อนเสียอย่างยิ่ง

ที่มา – ‘บอย ปกรณ์’ เคลียร์ชัด คอพองเป็นต่อมน้ำลายอักเสบ ปัดกังวลเป็นเนื้อร้าย!

บัลลัคหนุนเวียร์ตซ์คิดถูกแล้วเลือกซบหงส์แดง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มิชาเอล บัลลัค ตำนานนักเตะทีมชาติเยอรมนี ออกมาให้ความเห็นสนับสนุนการตัดสินใจของ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ มิดฟิลด์รุ่นน้องร่วมทีมชาติที่เลือกย้ายจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ไปร่วมทัพ ลิเวอร์พูล หรือที่แฟนบอลเรียกกันว่า “หงส์แดง” โดยยอมรับว่าการตัดสินใจดังกล่าวเหมาะสมต่อการเติบโตในเส้นทางของนักเตะอย่างแท้จริง

บัลลัคหนุนเวียร์ตซ์คิดถูกแล้วเลือกซบหงส์แดง

เวียร์ตซ์ ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในวงการฟุตบอลเยอรมัน ตัดสินใจย้ายมายังถิ่นแอนฟิลด์เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวสูงถึง 116 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,104 ล้านบาท) แม้ว่าสโมสรอย่าง บาเยิร์น มิวนิค จะให้ความสนใจอย่างมาก แต่ “เสือใต้” ก็ไม่สามารถแย่งตัวนักเตะจากเลเวอร์คูเซนรายนี้มาจนได้

บาเยิร์นไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด

บัลลัค ที่เคยผ่านการย้ายทีมจากเลเวอร์คูเซนไปอยู่กับบาเยิร์นในปี 2006 ได้ออกมาให้ความเห็นว่า ในมุมมองของเขาแล้ว การไปอยู่กับลิเวอร์พูลน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาฝีเท้ามากกว่า “เขาจะได้แชมป์แน่นอนหากอยู่กับบาเยิร์น แต่บุนเดสลีกานั้นไม่ใช่ความท้าทายสูงสุดอีกแล้ว” บัลลัคกล่าวผ่านสื่อชื่อดังของเยอรมนีอย่าง Bild

“พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด มีความแข่งขันสูง และเทคโนโลยีในการเล่นที่หลากหลาย เวียร์ตซ์จะได้เรียนรู้จากบรรยากาศอันเป็นมืออาชีพ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เขาเติบโตเร็วกว่าการเล่นอยู่ในระบบเดิมซ้ำ ๆ ในบุนเดสลีกา” ตำนานเลเวอร์คูเซนเสริม

  • ค่าตัวเวียร์ตซ์สูงถึง 116 ล้านปอนด์
  • มีข่าวว่าบาเยิร์นให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
  • บัลลัคเคยย้ายจากเลเวอร์คูเซนไปบาเยิร์นเช่นกัน

การเลือกของเวียร์ตซ์สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการในการพัฒนา โดยเฉพาะในระดับที่สูงที่สุดของฟุตบอลโลก ซึ่งไม่ใช่แค่เพื่อแชมป์ แต่ยังเพื่อประสบการณ์ในชีวิตที่ยิ่งใหญ่กับลิเวอร์พูล เจ้าของประวัติศาสตร์ยาวนานในพรีเมียร์ลีก โลดิทานไปกับฟอร์มของ “หงส์แดง” ในฤดูกาลใหม่นี้ ส่วนเวียร์ตซ์จะสามารถพิสูจน์ตัวเองและเรียกเสียงเชียร์จากแฟนบอลได้มากแค่ไหน ต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา – “บัลลัค” หนุน “เวียร์ตซ์” คิดถูกแล้วเลือกซบ “หงส์แดง”

อุทยานฯเขาแหลมจับลอบขุดทองคำในอุทยานฯทองผาภูมิ 5 ราย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ได้ร่วมมือเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการปราบปรามและสกัดจับกลุ่มบุคคลที่พยายาม ลอบขุดแร่ทองคำ ซึ่งผิดกฎหมายในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ทั้งหมด 5 ราย ซึ่งถูกพบว่ามีอุปกรณ์สำหรับขุดเจาะและยังชีพครบถ้วน

อุทยานฯเขาแหลมสกัดจับลอบขุดแร่ทองคำ

เมื่อวันที่ 10-11 กันยายน พ.ศ. 2568 เจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ได้ออกตรวจลาดตระเวนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และสามารถจับกุมบุคคลต้องสงสัยจำนวน 3 ราย ได้แก่ นายวัย อายุ 35 ปี นายไม้ อายุ 35 ปี และนายจ่อ อายุ 32 ปี ซึ่งถูกพบแบกเป้สัมภาระและมีอุปกรณ์พร้อมใช้งานเพื่อดำเนินการขุดทองคำ

หลักฐานที่พบในผู้ต้องสงสัย

จากการตรวจสอบกระเป๋าของผู้ต้องสงสัย พบว่ามีอุปกรณ์สำหรับขุดแร่ ไฟฉาย เปล ฟลายชีท และมีดเหน็บ หลักฐานเหล่านี้ยืนยันถึงเจตนาที่ชัดเจนในการดำเนินการลอบขุดแร่ทองคำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากได้รับการสอบสวน ผู้ต้องสงสัยยอมรับว่าตั้งใจไปยังพื้นที่ดังกล่าวเพื่อขุดหาแร่

ตามมาด้วยการดำเนินการดักซุ่มเพิ่มเติม ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 2 ราย ได้แก่ นายอ้วน อายุ 30 ปี และนายเปีย อายุ 29 ปี ซึ่งพบว่าทั้งคู่มีอุปกรณ์พกพาเช่นเดียวกับกลุ่มแรก จึงถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้านการป่าไม้ในข้อหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่

บทลงโทษที่ใช้กับผู้กระทำผิด

ทั้ง 5 รายถูกนำตัวไปดำเนินการปรับเป็นพินัย ณ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ปข.4 (ห้วยเขย่ง) ซึ่งถือเป็นการป้องกันพฤติกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในพื้นที่อุทยานแห่งชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

เหตุการณ์ครั้งนี้ช่วยเน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่พิเศษของประเทศ และยังเป็นบทพิสูจน์ถึงความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ที่มุ่งมั่นปกป้องทรัพยากรธรรมชาติจากผู้ที่มีเจตนาไม่เหมาะสม

การเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องยังคงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันการลอบขุดแร่ทองคำในพื้นที่สำคัญอย่างอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ซึ่งถือเป็นแหล่งทรัพยากรที่มีค่าทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่ง

หากคุณเป็นผู้รักธรรมชาติอย่าลืมสนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่นในการเฝ้าระวังและป้องกันการทำลายทรัพยากรในอุทยานที่คุณชื่นชอบ

ที่มา – อุทยานฯเขาแหลม สกัดจับลอบขุดแร่ทองคำ อุทยานฯทองผาภูมิ รวบได้คาหนังคาเขา 5 คน

เอ็นดู ‘น้องขนุน’ ตัวตึง นั่งเฝ้าหน้าห้องน้ำ ลานกางเต็นท์บ้านกร่างแคมป์

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 บริเวณบ้านกร่างแคมป์ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เกิดเหตุการณ์น่ารักชวนขำ เมื่อเจ้าขนุน หมีหมา ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองและเปรียบเสมือนดาราประจำพื้นที่ ออกมาจากชายป่าแล้วเดินเล่นไปมานอนเฝ้าบริเวณหน้าห้องน้ำและลานกางเต็นท์ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวอย่างมาก

เอ็นดู ‘น้องขนุน’ ตัวตึง นั่งเฝ้าหน้าห้องน้ำ ลานกางเต็นท์บ้านกร่างแคมป์

จากภาพที่เผยแพร่ให้เห็น นายพงษ์ศักดิ์ กันทุกข์ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ประจำจุดบ้านกร่างแคมป์ เปิดเผยว่า เจ้าขนุนมีพฤติกรรมแปลกใหม่ที่อย่างน่ารัก นั่งเฝ้าหน้าห้องน้ำเหมือนคนรอเข้าห้อง และเดินไปมาอย่างไม่กังวลแม้จะมีนักท่องเที่ยวอยู่ใกล้ ๆ

ท่าทางของน้องขนุนทำเอาผู้ที่ไปเยี่ยมชมแห่กันถ่ายภาพกันเป็นแถว เพราะมันมีความน่ารักและซุกซนสุด ๆ โดยเฉพาะการเดินวนเวียนหน้าห้องน้ำในลักษณะคล้ายกับเจ้าหน้าที่เสิร์ฟคิวให้นักท่องเที่ยวเข้าห้องน้ำ

เจ้าหน้าที่เตือนนักท่องเที่ยวระวังพฤติกรรมสัตว์ป่า

แม้ว่าเป็นภาพที่ดูน่ารัก แต่เจ้าหน้าที่ยังเตือนประชาชนที่ไปเที่ยวในพื้นที่ไม่ให้เข้าใกล้น้องขนุนโดยเด็ดขาด ห้ามนำอาหารไปทิ้งไว้ในบริเวณเต็นท์หรือทิ้งขยะอาหารเด็ดขาด เพราะอาจทำให้หมีหมาเกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น เข้าไปในพื้นที่ตั้งแคมป์หรือทำลายทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวได้

นอกจากนี้ ยังแนะนำว่านักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารเจ้าขนุนหรือสัตว์ป่าตัวอื่น ๆ ซึ่งอาจเปลี่ยนสัญชาตญาณตามธรรมชาติของสัตว์ จนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในระยะยาว

เหตุการณ์นี้กลายเป็นที่กล่าวขวัญของนักท่องเที่ยวหลายคน ที่บอกว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และท้าให้ทั้งเดินทางมาเที่ยวแก่งกระจานอีกครั้งอย่างแน่นอน

อย่าลืม… เมื่อมาเยี่ยมเยือนบ้านขนุนอย่าลืมรักษาระยะห่างและเคารพพื้นที่สิ่งแวดล้อมไว้เสมอ เพื่อไม่ให้รบกวนวิถีชีวิตของสัตว์ป่าและขอให้การเดินทางของคุณปลอดภัยและเต็มไปด้วยความสุขค่ะ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักธรรมชาติและอยากได้ภาพสวย ๆ จากบ้านขนุน อย่าลืมมาทักทายในตอนเช้าหรือเย็น ด้วยแสงธรรมชาติที่ช่วยให้ภาพของคุณดูอลังการยิ่งขึ้นไปอีกขั้น

ที่มา – เอ็นดู ‘น้องขนุน’ ตัวตึงหมีหมาแก่งกระจาน นั่งเฝ้าหน้าห้องน้ำ ลานกางเต็นท์บ้านกร่างแคมป์

50 ปีไทย-จีน ‘สมเด็จธงชัย’ มอบทุนปริญญาตรีอาชีวะ 25 ทุน

เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568 สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง และประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ได้ร่วมเป็นประธานการมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านอาชีวศึกษาจำนวน 25 ทุน มูลค่ารวม 23,400,000 บาท ณ ห้องเรียนขงจื่อโรงเรียนไตรมิตรวิทยาลัย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

50 ปีไทย-จีน ‘สมเด็จธงชัย’ มอบทุนปริญญาตรีอาชีวะ 25 ทุน

โครงการทุนการศึกษานี้ได้รับการสนับสนุนจากสภาการศึกษามหานครเทียนจิน มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ซึ่งเดิมเป็นทุนการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เป็นเวลา 3 ปี โดยมีผู้ได้รับทุนแล้วทั้งสิ้น 328 คน มูลค่ารวมกว่า 171 ล้านบาท

โอกาสพิเศษครบรอบ 50 ปีไทย-จีน

เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน สมเด็จธงชัย ได้เสนอให้ปรับระดับทุนการศึกษาจากระดับ ปวส. ขึ้นเป็นระดับปริญญาตรี เพื่อเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้และสร้างปัญญาให้แก่เยาวชนไทยที่มีศักยภาพ

การเปลี่ยนแปลงนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากสภาการศึกษามหานครเทียนจิน ซึ่งตกลงเห็นชอบให้ดำเนินการในช่วงต้นปีนี้

นักศึกษาที่ได้รับคัดเลือกทั้งหมดจะเดินทางไปเรียนที่มหาวิทยาลัยครุศาสตร์เทียนจินในช่วง 2 ปีแรก โดยเรียนในสาขาเศรษฐศาสตร์และการค้าระหว่างประเทศ และสาขาการจัดการโลจิสติกส์ในวิทยาลัยอาชีวศึกษา

หลังจากสำเร็จการศึกษา นักเรียนทุกคนจะได้รับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยครุศาสตร์เทียนจิน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในด้านการศึกษาอาชีวะของประเทศจีน

“จึงขอให้ทุกคนตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ มุ่งมั่น ขยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหานครเทียนจินได้รับการยกย่องจากกระทรวงศึกษาธิการจีนว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านอาชีวศึกษาที่ทันสมัยที่สุดลำดับต้นของประเทศจีน จึงขอให้ทุกคนจงใช้ประโยชน์สูงสุดและสามารถสำเร็จการศึกษาได้ตามความปรารถนาของผู้ปกครอง” สมเด็จธงชัย กล่าวอย่างเป็นทางการ

  • ทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีสำหรับนักเรียนไทย โดยสภาการศึกษามหานครเทียนจิน
  • เรียนฟรี 2 ปีแรกที่เทียนจิน ทั้งค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
  • ได้รับวุฒิปริญญาตรี ด้านอาชีวศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน
  • สนับสนุนค่าเครื่องบินและวีซ่า โดยมูลนิธิร่มฉัตร

การจัดทุนที่เพิ่มขึ้นนี้สะท้อนถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับจีนในด้านการศึกษา ไม่เพียงแค่โอกาสในการเรียนรู้ แต่ยังช่วยลดภาระของครอบครัวผู้ได้รับทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อนร่วมงานของนักเรียนที่ได้รับทุนครั้งนี้ จะได้เข้ารับการฝึกอบรมที่ประเทศจีน และเตรียมตัวสำหรับการเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต

หากคุณหรือลูกหลานของคุณสนใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษานี้ เราแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากสถาบันขงจื่อและมหาวิทยาลัยเทียนจินอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดโอกาสทางการศึกษาที่ดีเยี่ยมเช่นนี้

ที่มา – 50ปีไทย-จีน ‘สมเด็จธงชัย’ มอบทุนปริญญาตรีด้านอาชีวะ 25 ทุน มูลค่า 23.4 ล้าน