ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ราคาทองวันนี้ 8 ก.ย. ปรับขึ้น 150 บาท

ราคาทองวันนี้ 8 ก.ย. 68 เมื่อเวลา 09.08 น. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 150 บาท สู่บริเวณ 54,450 บาท สูงสุดใหม่ในรอบ 5 เดือน หลังจากประกาศราคาซื้อขายครั้งเดียวของวันเสาร์เพิ่มขึ้น 250 บาท แตะ 54,300 บาท ส่วนสัปดาห์ที่ผ่านมาทองคำปรับเพิ่มขึ้นมากถึง 1,700 บาท

ส่งผลให้ ราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 54,350 บาท ขายออกบาทละ 54,450 บาท และทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 53,257.08 บาท ขายออกบาทละ 55,250 บาท

ราคาทองวันนี้ 8 ก.ย. ปรับขึ้น 150 บาท

ราคาทองคำ Spot เช้านี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นระดับสูงต่อเนื่องสู่บริเวณแถวๆ 3,593 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากราคาปิดตลาดเมื่อคืนวันศุกร์บริเวณแถวๆ 3,586 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำโคเม็กซ์สหรัฐปิดตลาดเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาพุ่งขึ้นแรง 46.60 ดอลลาร์ สู่บริเวณ 3,653.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องมาจากได้รับปัจจัยหนุนจากความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของปีในการประชุมเดือนนี้ อีกทั้งยังได้เพิ่มความคาดหวังต่อว่าเฟดจะปรับลดตราดอกเบี้ยรวดเดียว 3 ครั้งในปีนี้เริ่มจากการประชุมเดือน ก.ย. นี้ ต่อด้วยการประชุมเดือน ต.ค. และ ธ.ค. หลังการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาซบเซาอย่างหนัก

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองวันนี้ 8 ก.ย.

แนวโน้มตลาดเงินของสหรัฐที่อ่อนค่าลงส่งผลให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ซึ่งรวมถึงทองคำ จึงเริ่มทยอยเข้าซื้อทองคำในกรอบเวลาสั้นถึงกลาง ทำให้ ราคาทองวันนี้ 8 ก.ย. ที่ประกาศจากร้านทองคำของสำนักงานสถิติแห่งชาติสหรัฐ (BLS) ขยับขึ้นตามเทรนด์ที่ตลาดโลกระบุเอาไว้

  • สาเหตุหลักจากการปรับตัวขึ้นของทองคำในช่วงสัปดาห์คือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก
  • ปัจจัยหนุนหลักจากความคาดหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐจะลดดอกเบี้ย
  • แนวโน้มของทองคำอาจยังคงเพิ่มขึ้นหากเศรษฐกิจสหรัฐไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ตลาดหลายคน เห็นว่า ราคาทองวันนี้ 8 ก.ย. เป็นจังหวะที่ดีในการสะสมทองคำ โดยเฉพาะในระยะกลางถึงยาว เนื่องจากมีสัญญาณว่าธนาคารกลางสหรัฐจะต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามความเคลื่อนไหวของจ้างงานในสหรัฐ ซึ่งอาจนำเศรษฐกิจโลกสู่การเปลี่ยนแปลงด้านการเงินในช่วงปลายปีนี้

หากคุณกำลังรอโอกาสในการลงทุน “ทองคำ” วันนี้ถือเป็นจังหวะสำคัญที่ไม่ควรปล่อยผ่าน เพราะนอกจากมีโอกาสเพิ่มมูลค่าแล้ว ยังเป็นทรัพย์สินมั่นคงในยามวิกฤต

ที่มา – ราคาทองวันนี้ 8 ก.ย. ปรับขึ้น 150 บาท

‘เสธหิ’ลาออกผอ.พรรครทสช. ย้ายร่วมงาน ‘ธรรมนัส’พรรคกล้าธรรม

เมื่อวันที่ 8 กันยายน เกิดเหตุการณ์สำคัญในวงการการเมืองไทยเมื่อนายหิมาลัย ผิวพรรณ ผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้ออกมาเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการพรรคแล้ว และเตรียมมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ภายใต้การนำของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

‘เสธหิ’ลาออกผอ.พรรครทสช.แล้ว ย้ายร่วมงาน ‘ธรรมนัส‘พรรคกล้าธรรม

จากข้อความที่เผยแพร่นั้น นายหิมาลัย กล่าวว่า ตนเองได้แจ้งความประสงค์ลาออกจากพรรครวมไทยสร้างชาติให้กับหัวหน้าพรรค คือนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่เกิดขึ้นก่อนที่ข่าวจะถูกเผยแพร่ในสื่อต่างๆ และได้ดำเนินการมอบหมายงานให้กับผู้ช่วยผู้อำนวยการพรรค 2 ท่านเรียบร้อย

สาเหตุการลาออกและการเคลื่อนไหวทางการเมือง

สำหรับสาเหตุหลักในการตัดสินใจลาออกของ ‘เสธหิ’ เกิดจากปัญหาในการประสานงานกับคีย์แมนคนหนึ่งในพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งบุคคลดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมากภายในพรรค และถูกนายพีระพันธุ์มีความประสงค์ให้รับตำแหน่งผู้นำพรรคในอนาคต ทำให้นายหิมาลัยเห็นว่าการลาออกในครั้งนี้เป็นทางเลือกที่เหมาะสมทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่การจบ แต่เป็นการเริ่มต้น เพราะนายหิมาลัยเผยอีกว่า การมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ตรงกับคำสัญญาเดิมที่ให้ไว้กับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในช่วงแรกของการเข้าสู่การเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ด้วยการที่ร.อ.ธรรมนัสไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองในขณะนี้ และเริ่มมีการเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งทั่วไป นายหิมาลัยจึงพร้อมกลับมาตามคำสัญญาเดิม

  • ลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติแล้ว
  • เตรียมร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมภายใต้ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
  • ลาออกเนื่องจากปัญหาการประสานงานภายในพรรครวมไทยสร้างชาติ

ในการกล่าวลาออกจากพรรครวมไทยสร้างชาติ นายหิมาลัยได้กล่าวชื่นชมนายพีระพันธุ์ ในฐานะผู้มีความเป็นสุภาพบุรุษ มีวุฒิภาวะ และให้ความเคารพต่อการตัดสินใจของสมาชิกที่แยกตัวออกจากพรรค เหมือนเป็นการยอมรับในหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง

ไม่ว่าจะมีข่าวออกมาเช่นใด แต่ต้องขอบคุณนายพีระพันธุ์ในคำแนะนำและการสนับสนุนตลอดช่วงเวลาที่ทำงานด้วยกัน ผมขอขอบพระคุณท่านในฐานะผู้นำพรรคที่มีความเป็นสุภาพบุรุษ และเหมาะที่จะเป็นแบบอย่างในวงการการเมืองต่อไป นายหิมาลัยกล่าวในตอนท้าย

การเคลื่อนไหวของ ‘เสธหิ’ในครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลต่อแผนการจัดตั้งรัฐบาลและทิศทางพรรคกล้าธรรมในระยะต่อไป ทำให้หลายคนตั้งตารอว่า ร.อ.ธรรมนัสจะมีบทบาทอย่างไรในการนำพาพรรคต่อไป

ที่มา – ‘เสธหิ’ลาออกผอ.พรรครทสช.แล้ว ย้ายร่วมงาน ‘ธรรมนัส‘พรรคกล้าธรรม

Sabrina Carpenter กลับมาทวงบัลลังก์ควีนอีกครั้งกับอัลบั้มใหม่ Man’s Best Friend ส่ง “Tears” ในแบบสุดแซ่บ

หลังจากความสำเร็จของอัลบั้ม Short n’ Sweet ที่แซงหน้าทุกคนไปได้อย่างโดดเด่น Sabrina Carpenter กลับมาระเบิดความแซ่บอีกครั้งกับอัลบั้มเต็มชุดที่ 7 ที่มีชื่อว่า Man’s Best Friend โดยนำร่องด้วยซิงเกิล “Tears” ที่ผสมผสานซาวด์ของดนตรีป๊อปเข้ากับดิสโก้ยุค 70 พร้อมเนื้อเพลงที่ยั่วยวนและมิวสิควิดีโอสุดระทึกขวัญที่จัดเต็มให้แฟนๆ ได้จุใจ

Sabrina Carpenter กลับมาทวงบัลลังก์ควีนอีกครั้งกับอัลบั้มใหม่ Man’s Best Friend ส่ง “Tears” ในแบบสุดแซ่บ

อัลบั้มนี้ถือเป็นอีกหนึ่งไมล์สโตนสำคัญในวงการเพลงของ Sabrina Carpenter โดยสาวซูเปอร์สตาร์ได้มีบทบาทอย่างมากในการแต่งเพลงและร่วมโปรดิวซ์ อัลบั้ม Man’s Best Friend ร่วมกับทีมนักแต่งเพลงระดับโลกอย่าง Amy Allen, Jack Antonoff และ John Ryan เธอยังคงความเป็นตัวของตัวเองบนเรคคอร์ด 12 เพลงที่ผสมผสานความขี้เล่น แนวเพลงสุดทันสมัย และความเซ็กซี่ออกมาได้อย่างลงตัว

ความสำเร็จที่ไม่หยุดนิ่ง

ไม่ใช่แค่ซิงเกิล “Tears” ที่มีความโดดเด่น เพราะเพลง “Manchild” จากอัลบั้มเดียวกันก็เพิ่งคัมแบ็คขึ้นโอเวอร์ไลฟ์บน Billboard Hot 100 ได้ในเร็วเวลานับเป็นเพลงที่สองของ Sabrina Carpenter ที่ขึ้นอันดับ 1 ของชาร์ตเพลงชื่อดังนี้ ซึ่งสานต่อความสำเร็จจากเพลง “Please Please Please” อย่างไม่หยุดยั้ง

อัลบั้ม Short n’ Sweet ที่เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 กลายเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของปี ทั้งในด้านสตรีม ยอดขาย และดนตรีที่ทำสถิติเกือบล้านหน้า 3 เพลงจากอัลบั้มนี้ “Espresso”, “Please Please Please” และ “Taste” มียอดสตรีมเกินพันล้านครั้ง และล้วนติด Spotify Billions Club ทั่วโลก

Sabrina Carpenter ทวงบัลลังก์ควีนในบ้านเรา

สำหรับแฟนไทยจะได้ใกล้ชิดกับผลงานใหม่ล่าสุดอย่าง Sabrina Carpenter กลับมาทวงบัลลังก์ควีนอีกครั้งกับอัลบั้มใหม่ Man’s Best Friend ส่ง “Tears” ในแบบสุดแซ่บ ได้อย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะในงาน Sabrina Carpenter – Man’s Best Friend Thailand Pop-Up Event ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม – 7 กันยายน 2568 ที่ Siam Center โซน Atrium 1

  • มุมถ่ายรูปธีม Man’s Best Friend
  • Photobooth เฉพาะในงานเท่านั้น
  • เมนูพิเศษจาก Molto, The Rolling Pinn และ Pacamara
  • ลุ้นรับ Official Merchandise สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

กิจกรรมจัดเต็มให้แฟนเพลงชาวไทยได้สัมผัสพฤติกรรมอันบริสุทธิ์ของเธอผ่านดนตรีและมุมภาพที่เต็มไปด้วยฟีลคิ้งมากมาย หากคุณเป็นแฟนเพลงตัวยง ห้ามพลาดเด็ดขาด!

ฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเก่าหรือแฟนใหม่ Sabrina Carpenter ก็พร้อมเสิร์ฟความเก๋าแบบเจี๊ยบจี๊ฟให้คุณได้ฟังและชมจนต้องติดใจแน่นอน เพียงแค่เปิดหูเปิดตาให้เธอครองใจคุณแบบเดิมๆ

ที่มา – “Sabrina Carpenter” กลับมาทวงบัลลังก์ควีนอีกครั้งกับอัลบั้มใหม่ Man’s Best Friend ส่ง “Tears” ในแบบสุดแซ่บ

จีนเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬา ตั้งเป้ามูลค่า 31 ล้านล้านบาท

จีนเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายมูลค่าการเติบโตของอุตสาหกรรมดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นกว่า 31 ล้านล้านบาทภายในปี 2573 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาวต่อไป ประเทศจีนได้วางกลยุทธ์เพื่อบ่มเพาะกลุ่มบริษัทกีฬาและงานกีฬาที่มีอิทธิพลระดับโลก

จีนเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬา

ภายใต้ความริเริ่มจากสำนักงานข่าวซินหัว ซึ่งระบุว่าปักกิ่งได้ออกชุดนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจด้านกีฬาอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายในการขยายการผลิตสินค้าและบริการด้านกีฬา การสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนบริโภคในกลุ่มนี้ และเพิ่มการสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

ชุดนโยบายที่เปิดเผยว่ามีทั้งหมด 20 มาตรการที่ดำเนินการใน 6 มิติหลัก ได้แก่ การขยายอุปทานของสินค้ากีฬา รวมถึงกิจกรรมการแข่งขันหรือเฉลิมฉลอง ส่งเสริมเศรษฐกิจหิมะและน้ำแข็ง ปรับปรุงเทคโนโลยีในการออกแบบอุปกรณ์กีฬา รวมถึงสร้างโอกาสให้กับหน่วยงานเอกชนในการลงทุนและพัฒนาบริการด้านกีฬา

กลยุทธ์สำคัญในการสร้างภูมิปัญญาในการเติบโต

เพื่อให้เป้าหมายของการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาเป็นจริง รัฐบาลจีนยังได้กำหนดกรอบการสนับสนุนอย่างชัดเจน เช่น การลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกีฬา ทั้งการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ในการจัดกิจกรรม การสื่อสารกับผู้บริโภค และการแจ้งข่าวสารด้านความเคลื่อนไหวของธุรกิจ

นอกจากนี้ยังมีแนวทางการส่งเสริมสำหรับบริษัทท้องถิ่นโดยเฉพาะ โดยให้ความสนับสนุนในด้านเงินทุน ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้เข้าข่ายองค์กรผู้นำระดับโลก

  • จีนวางแผนเพิ่มการผลิตแรงงานทางไกลกีฬาภายในประเทศ
  • สร้างสภาพแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐานให้เหมาะสมกับการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬา
  • ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลร่วมกับอุตสาหกรรมกีฬาในทุกด้าน

หากมองภาพรวมแล้ว การเดินหน้าของจีนในเรื่องอุตสาหกรรมกีฬานั้นแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่จะปลูกฝังความคิดและวิถีการดำรงชีพที่ส่งเสริมการออกกำลังกาย เป็นการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน คนในไทยเราคงเรียนรู้ได้ไม่น้อยจากการขับเคลื่อนนี้ว่า แท้จริงแล้วกีฬาไม่ใช่แค่เรื่องของสุขภาพ แต่คือโอกาสทางเศรษฐกิจเช่นกัน

ที่มา – จีนเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬา ตั้งเป้ามีมูลค่าโตกว่า 31 ล้านล้านบาท

สพม.บุรีรัมย์ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการผลิตสื่อสร้างสรรค์ ด้วยนวัตกรรม AI

เมื่อวันที่ 7 กันยายน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการผลิตสื่อสร้างสรรค์ประเภทวิดีโอและภาพยนตร์สั้น ณ ห้องประชุมศรีสว่างรัตน์ โดยมีนางสาววรินทร ปัดกอง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแม่ฮ่องสอน ช่วยราชการ สพม.บุรีรัมย์ เป็นประธานในพิธีเปิด

นางสาววรินทร ปัดกอง ประธานพิธี กล่าวว่า คณะกรรมการดำเนินการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมทักษะการผลิตสื่อสร้างสรรค์แก่ครูผู้สอน ให้สามารถสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อสังคม สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ฝึกปฏิบัติการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ผลิตสื่อวิดีทัศน์อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างเครือข่ายครูผู้ผลิตสื่อในชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน พัฒนาทักษะด้านการผลิตสื่อที่มีคุณภาพ เพื่อเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้เรียน ตลอดจนเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและต่อยอดการจัดการเรียนการสอนให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคดิจิทัล

สพม.บุรีรัมย์ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการผลิตสื่อสร้างสรรค์ ด้วยนวัตกรรม AI

นางณัฐพร นะราณรัมย์ ผู้อำนวยการกลุ่มอำนวยการ กล่าวว่าภายในงานได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ นายบุญไทย แสนอุบล ข้าราชการบำนาญ และนายชาตรี ทวีนาท ผู้อำนวยการกลุ่มอำนวยการ สพม.ชัยภูมิ พร้อมทีมวิทยากรผู้ช่วย ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์แก่ผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 100 คน ซึ่งประกอบด้วยคณะศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้รับผิดชอบงานประชาสัมพันธ์ จากโรงเรียนในสังกัดทั้ง 66 โรงเรียน

ประโยชน์ของการอบรมสื่อสร้างสรรค์ด้วย AI

การอบรมในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยยกระดับศักยภาพของครูผู้สอนในสังกัด สพม.บุรีรัมย์ ให้มีความสามารถในการสร้างสรรค์สื่อที่มีคุณค่า สร้างประโยชน์ทั้งต่อผู้เรียน โรงเรียน และสังคมในภาพรวม โดยมีการเน้นย้ำถึงการนำนวัตกรรม AI เข้ามาช่วยในการออกแบบและผลิตสื่ออย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ

  • เพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยีให้กับครู
  • สร้างกระบวนการเรียนรู้ที่ทันสมัย
  • ส่งเสริมการใช้ AI ในการสร้างสื่อการสอน
  • ปลูกฝังความคิดสร้างสรรค์ในหมู่นักเรียนและครู

กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงช่วยเสริมความรู้ทางวิชาการ แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือที่รองรับการทำงานด้วยเทคโนโลยี AI ซึ่งเป็นทิศทางแห่งอนาคตในการจัดการศึกษา

หากคุณเป็นครูหรือผู้ที่สนใจการผลิตสื่อการสอนด้วยนวัตกรรมทันสมัย การเริ่มต้นเรียนรู้การใช้ AI กับการสร้างสื่อการสอนนั้นเป็นก้าวแรกสู่การเป็นครูแห่งอนาคตได้อย่างแน่นอน

ที่มา – สพม.บุรีรัมย์ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการผลิตสื่อสร้างสรรค์ ด้วยนวัตกรรม AI

เลิกทางด่วนขั้นที่3สายเหนือตัดเหลือ6.7กม.แปะด่วนฉลองรัช

โครงการทางด่วนฉลองรัช-วงแหวนรอบนอกฯ สายเหนือที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของ “ทางด่วนขั้นที่3สายเหนือ” ตอน N2 ได้รับการปรับแผนใหม่จากเดิมที่มีระยะทาง 11.3 กิโลเมตร เหลือเพียง 6.7 กิโลเมตร พร้อมเปลี่ยนรูปแบบโครงสร้างเป็นทางยกระดับ 4 ช่องจราจร ด้านละ 2 ช่องทาง โดยมีวงเงินการลงทุนประมาณ 13,000 ล้านบาท ซึ่งแผนดังกล่าวเป็นการตัดทอนข้อโต้แย้งที่เคยมีต่อการสร้างอุโมงค์ฯ และลดต้นทุนในการดำเนินโครงการ

เลิกทางด่วนขั้นที่3สายเหนือตัดเหลือ6.7กม.แปะด่วนฉลองรัช

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เร่งดำเนินการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานเดิม โดยเฉพาะฐานราก (ตอม่อ) เนื่องจากได้ว่าจ้าง บริษัท เอส ที เอส เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ ด้วยวงเงินกว่า 8.4 ล้านบาทเพื่อตรวจสอบจำนวน 7 ต้นในบริเวณถนนประเสริฐมนูกิจเพื่อความพร้อมในการก่อสร้างทางด่วนสายใหม่นี้ ทั้งยังมีการปิดช่องทางจราจร 2 ช่องทาง ระหว่างเวลา 22.00 น.– 05.00 น. ของทุกวัน เพื่อดำเนินการสำรวจจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568

โครงสร้างยกระดับแทนอุโมงค์ลดต้นทุน

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ เกิดจากการเจรจาและศึกษาแนวทางที่เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อม ความขัดแย้งกับหน่วยงานต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) และผลกระทบกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล (แคราย–มีนบุรี) ที่มีเส้นทางทับซ้อนกันในช่วง 6.7 กม. ทำให้รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลต้องปรับแบบการออกแบบด้วย ซึ่งส่งผลให้แผนการเสนอขึ้นบอร์ด รฟม. ล่าช้าประมาณ 6 เดือน

แผนการใหม่นี้ยังเตรียมเชื่อมโยงระบบทางพิเศษระหว่าง ฝั่งเหนือกับฝั่งตะวันออก ของกรุงเทพฯ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของการเชื่อมต่อ ทางด่วนฉลองรัช กับ วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตาม แม้มองจะมีความพร้อมทางเทคนิค แต่จะต้องรอความเห็นชอบอีกหลายหน่วยงาน รวมถึงrellasión นโยบายรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้กระทรวงคมนาคม

นอกจากนี้ การใช้ฐานรากเดิมซึ่งสร้างเมื่อปี 2543 มีอายุมากกว่า 25 ปีแล้ว กทพ. จึงต้องมีการตรวจสอบความทนทานอย่างละเอียด โดยเลือกสุ่มตรวจสอบจำนวน 7 ต้น ครอบคลุมทุกกลุ่มตัวอย่าง เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างสามารถรองรับการจราจรสูงสุดตามแผนได้อย่างปลอดภัย

หากทุกขั้นตอนดำเนินไปตามแผน คาดว่าจะสามารถประกวดราคาหาผู้รับเหมาภายในปีนี้ และเริ่มก่อสร้างได้ภายในไม่เกิน 3 ปี โดยเปิดใช้บริการได้ในปี 2572 โดยมีค่าผ่านทางสำหรับรถยนต์ 4 ล้อ อยู่ที่ 30 บาท และจำกัดเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเมืองยังคงต้องการความประสานงานอย่างใกล้ชิดทั้งในมิติของโครงสร้างพื้นฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดปัญหาและสนับสนุนให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทางมากยิ่งขึ้น

ที่มา – เลิกทางด่วนขั้นที่3สายเหนือตัดเหลือ6.7กม.แปะด่วนฉลองรัชเช็กตอม่อร้างเตรียมก่อสร้างรถไฟฟ้าน้ำตาลวุ่นปรับแบบ

อิมแพ็คเปิดฉาก BCT Expo 2025 ชูศักยภาพไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมโลก

เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ได้เปิดฉากงาน BCT Expo 2025 หรือ Building Construction Technology Expo 2025 งานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติในอุตสาหกรรมอาคาร การก่อสร้าง และเหมืองแร่ ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้เข้าร่วมทั้งในและต่างประเทศ ชูนวัตกรรมล้ำสมัยที่สะท้อนศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมในภูมิภาค

อิมแพ็คเปิดฉาก BCT Expo 2025

งาน BCT Expo 2025 ดึงดูดแบรนด์ชั้นนำกว่า 150 ราย จากทั้งในและต่างประเทศ เข้าร่วมแสดงสินค้าและเทคโนโลยีล่าสุดในด้านการออกแบบอาคารอัจฉริยะ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องจักรกลหนักสำหรับเหมืองแร่ และนวัตกรรมทางวิศวกรรมสมัยใหม่ โดยคาดการณ์ดึงดูดผู้เข้าชมรวมกว่า 4,000 คน และสามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้กว่า 100 ล้านบาท

ผลักดันภาพลักษณ์ไทย สู่เวทีโลก

ในพิธีเปิดงาน นายลอย จูน ฮาว ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า “งาน BCT Expo 2025 ไม่ใช่เพียงแค่เวทีสินค้า แต่ถือเป็นจุดเชื่อมโยงเพื่อผลักดันกลยุทธ์ในอุตสาหกรรม ก่อสร้าง อาคาร และเหมืองแร่ของไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนภาพลักษณ์ของไทยให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมในภูมิภาคอาเซียน”

งานในครั้งนี้จึงถูกออกแบบให้เป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่ครอบคลุมทุกมิติของอุตสาหกรรม โดยจัดให้มีการเสวนาเชิงลึกจากผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 45 ท่าน ในกว่า 30 หัวข้อสำคัญ ที่สะท้อนถึงแนวโน้มและแนวทางการเติบโตในอนาคต เช่น การสร้างเมืองอัจฉริยะ การใช้วัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืน การนำ AI และ IoT มาใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ฯลฯ

กิจกรรมสำคัญที่น่าสนใจ

  • การเสวนาและความร่วมมือระหว่างประเทศ
  • การสาธิตเทคโนโลยีล้ำสมัย
  • การเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค
  • แพลตฟอร์มเชิงโต้ตอบเพื่อเสริมขีดความสามารถให้ธุรกิจ

ด้านคุณกาน เหมิงเฟย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซูมไลออน เฮฟวี่ อินดัสทรี (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของการจัดงาน กล่าวเสริมว่า “ซูมไลออนมีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในงาน BCT Expo 2025 เนื่องจากเป็นโอกาสสำคัญในการถ่ายทอดแนวคิด “วิสัยทัศน์สร้างอนาคต” ผ่านการนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการในอุตสาหกรรมก่อสร้างในระดับโลก”

ด้วยการสนับสนุนจากผู้ให้การสนับสนุนหลักอย่าง บริษัท ซูมไลออน เฮฟวี่ อินดัสทรี (ประเทศไทย) บริษัท Odoo Hk Limited และ บริษัท ไทยทาเคนาคา สากล ก่อสร้าง จำกัด รวมถึงหน่วยงานภาครัฐชั้นนำ ได้แก่ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฯลฯ ทำให้BCT Expo 2025 เป็นเวทีที่ตอบโจทย์ในทุกแง่มุม

โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://eventpassinsight.co/el/to/BCT15
โทร. +66 (0) 2-833-5198 อีเมล [email protected] หรือ LINE @bctexpo
Facebook: เว็บไซต์งาน Building Construction Technology Expo https://bct-construction.com/

งาน BCT Expo 2025 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนภาพลักษณ์ของไทยในสายตาโลกให้ก้าวไกลไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมก่อสร้าง–อาคาร–เหมืองแร่ในระดับนานาชาติอย่างแท้จริง

ที่มา – อิมแพ็ค เปิดฉาก BCT Expo 2025 เวทีชูศักยภาพไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมก่อสร้าง–อาคาร–เหมืองแร่โลก

‘สุภโชค’ รับไม่ได้ ‘ชนาธิป’ โดนเตะน่าเกลียด

หลังจากที่ ทีมชาติไทย พ่ายให้กับ อิรัก 0-1 ในรอบชิงชนะเลิศ ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน หรือ “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 51 ที่สนามกีฬากลาง จังหวัดกาญจนบุรี ส่งผลให้แชมป์ในรอบ 4 ปีที่แล้วต้องกลับมากับมือเปล่า แม้จะมีความพยายามอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้

‘สุภโชค’ รับไม่ได้ ‘ชนาธิป’ โดนเตะน่าเกลียด

ภายหลังการแข่งขัน “เช็ค” สุภโชค สารชาติ นักเตะทีมชาติไทย เปิดใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในเกม โดย坦言ว่า ทีมเล่นได้ดีตามเกมรูปแบบและไม่ได้แย่อย่างที่หลายคนมอง แต่สิ่งที่ทำให้เขาไม่พอใจคือ จังหวะที่ “ชิบะ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ โดน โมฮานัด อาลี เตะจนต้องออกจากการบาดเจ็บ

เหตุการณ์กระตุ้นความรู้สึกของ ‘เช็ค’ สุภโชค

สุภโชค เผยว่า หลังจากเห็นเพื่อนร่วมทีมโดนเตะแบบรุนแรง ภาพการณ์ต่างทำเอาอารมณ์พลุกพล่านขึ้นมา จนต้องเข้าไป “ปรี่” ขอเคลียร์กับฝ่ายตรงข้าม ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นจังหวะเกมปกติ

  • การเคลื่อนไหวของสุภโชคได้รับการยอมรับจากหลายคนว่าเป็นการแสดงออกทางสันติวิธี
  • ซึ่งก็มองว่า อิรักเล่นไม่เป็นเกมบอลในจังหวะดังกล่าว
  • รอยแดงที่ปรากฏบนใบหน้าของสุภโชค ก็เกิดจากเหตุการณ์ในช่วงนั้นเช่นกัน

แม้ว่าการเข้าไปต่อว่าอาจไม่ได้เปลี่ยนผลของการแข่งขัน แต่นี่คือสิ่งที่ “เช็ค” สุภโชครู้สึกว่าต้องทำมันออกมา เพื่อความยุติธรรม และเป็นการดูแลสมาชิกทีมคนหนึ่งที่ถูกเล่นแบบไม่เป็นเรื่อง

ด้านความคิดเห็นของแฟนบอลยังฝากความคิดเห็นไว้หลากหลายว่า การเล่นของทั้งสองทีมต่างเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายทำประตูได้ แต่สำหรับ ชนาธิป แล้ว จังหวะที่หายไปจากระยะเวลานาน ทำให้หลายคนเสียดายความลุ้นเพราะคิวของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากเขาอยู่ในสนาม

ในขณะที่ คิงส์คัพ 2025 จบลงด้วยน้ำตาของทีมชาติไทย แต่ความพยายามของนักเตะแต่ละคนก็ยังได้รับการยอมรับจากการสนับสนุนของแฟนบอลทั้งในและนอกสนาม

ทั้งนี้ แฟนบอลหลายรายยังคงตั้งตารอ期待การกลับคืนมาของทีมชาติไทยในทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่าการเตรียมความพร้อมของทั้งนักเตะและทีมงานจะช่วยยกระดับของ “ช้างศึก” ให้กลับมาอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

ไม่ว่าจะเป็น “ชนาธิป” ที่มีผลงานโดดเด่นหรือนักเตะรุ่นใหม่ที่เริ่มเผยความสามารถ ทุกคนล้วนมีบทบาทสำคัญในอนาคตของทีมชาติไทย

ติดตามข่าวสารวงการฟุตบอลไทยตลอด 24 ชั่วโมงได้ที่นี่!

ที่มา – ‘สุภโชค’ รับไม่ได้ ‘ชนาธิป’ โดนเตะน่าเกลียด

ทรัมป์เตือนบริษัทต่างชาติ หลังจับชาวเกาหลีลับทำงานกว่า 300 คน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สหรัฐอเมริกาเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตื่นในวงกว้าง เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเตือนบริษัทต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในสหรัฐ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐ (ICE) กวาดจับแรงงานผิดกฎหมายจำนวน 475 คน ซึ่งมีมากกว่า 300 คนเป็นชาวเกาหลีใต้ ที่โรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของบริษัทฮุนได-แอลจี ตั้งอยู่ที่เมืองเอลลาเบล รัฐจอร์เจีย.

ทรัมป์เตือนบริษัทต่างชาติ

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวชี้แจงอย่างชัดเจนว่า สหรัฐเปิดกว้างให้ต่างประเทศเข้ามาลงทุน แต่ต้องดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายของสหรัฐ โดยเฉพาะเรื่องแรงงานต่างด้าว ห้ามใช้วิธีลัดหรือกระทำผิดกฎหมายหาแรงงานเข้ามาทำงาน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐได้ตรวจสอบสถานที่กล่าวข้างต้น และพบแรงงานผิดกฎหมายจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเกาหลีใต้ที่สัญจรเข้ามายังสหรัฐเพื่อทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม.

ผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้

กรณีการจับกุมแรงงานลับในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้ เนื่องจากเกาหลีใต้มีสถานะเป็นหนึ่งในประเทศใหญ่ที่ลงทุนในสหรัฐอย่างมากมาย โดยมีแผนขยายธุรกิจเพิ่มในอนาคต ทว่ารัฐบาลทรัมป์ได้ย้ำเสมอว่า จะไม่ยอมให้มีการละเมิดกฎหมายต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องแรงงานหน้าด่านานาชาติ สิ่งนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงนโยบายที่เข้มงวดของสหรัฐต่อปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย.

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำกรุงวอชิงตัน ได้ออกแถลงการณ์หลังทราบข่าวการจับกุมแรงงานดังกล่าว โดยระบุว่า พลเมืองเกาหลีใต้ที่ถูกควบคุมตัวเกือบ 350 คน จะเดินทางกลับประเทศอย่างเร็วที่สุดในวันพุธที่ผ่านมา โดยใช้เที่ยวบินเช่าเหมาลำ ส่งผลให้สถานการณ์คลี่คลายลงบ้างระดับหนึ่ง.

ด้านบริษัทฮุนไดยืนยันว่า พนักงานชาวเกาหลีใต้ที่ถูกจับกุมทั้งหมด ไม่ได้เป็นพนักงานโดยตรงของบริษัท ขณะที่แอลจีเปิดเผยว่า มีพนักงาน 47 คนของบริษัทถูกจับกุม โดยหนึ่งในนั้นเป็นชาวอินโดนีเซีย และส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างของบริษัทสัญญาจ้าง ซึ่งสามารถสื่อให้เห็นถึงการแบ่งแยกความรับผิดชอบในระดับธุรกิจ.

สิ่งที่น่าสนใจคือ การกระทำของรัฐบาลทรัมป์ครั้งนี้สะท้อนถึงนโยบายต่อต้านแรงงานต่างประเทศที่ไม่ได้มาตรฐาน และสร้างแรงกดดันให้บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในสหรัฐต้องคำนึงถึงประเด็นด้านกฎหมายการเข้าเมืองและการใช้แรงงานอย่างจริงจัง เพราะหากผิดพลาดเพียงครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของโรงงานหรือผู้รับเหมาช่วง ล้วนมีความเสี่ยงในการเผชิญคดีและการดำเนินธุรกิจของตน.

คุณผู้อ่านควรรับรู้ถึงความสำคัญของกฎหมายการใช้แรงงานในต่างประเทศ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่หรือรายย่อย หากคิดจะขยายกิจการไปยังต่างประเทศ จำเป็นต้องเข้าใจองค์ประกอบด้านกฎระเบียบของประเทศนั้น ๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.

ที่มา – ทรัมป์เตือนบริษัทต่างชาติ หลังกวาดจับชาวเกาหลีลอบทำงานกว่า 300 คน

สวยหลอนสมมงควีน! เลดี้ กาก้า ปล่อย The Dead Dance เพลงประกอบซีรีส์ Wednesday Season 2

ความโดดเด่นของซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง Lady Gaga กลับมาอีกครั้งในสไตล์ที่ไม่ธรรมดาด้วยเพลงใหม่ล่าสุดในชื่อว่า “The Dead Dance” เพลงประกอบซีรีส์ Wednesday Season 2 ผลงานระดับ Netflix ที่คุณจะได้พบกับแนวดนตรีอิเล็กโทรป็อปเมโลดี้แซ่บ พร้อมพลุ่งพล่านภาพสวยหลอนจากมืออาชีพ

สวยหลอนสมมงควีน! เลดี้ กาก้า ปล่อย The Dead Dance เพลงประกอบซีรีส์ Wednesday Season 2

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่แฟนๆ ต้องห้ามพลาดเลยก็คือ Lady Gaga ได้มีโอกาสแสดงฝีมือในการกำกับมิวสิควิดีโอครั้งแรกกับเพลงนี้ โดยร่วมงานกับผู้กำกับภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง Tim Burton และจากการผลิตของ Andrew Watt และ Cirkut ทั้งยังมีช่วงพิเศษในมืดของเขาที่สะท้อนถึงโลกของความตายอย่างเต็มตื้นผ่านแนวเพลงที่สร้างสรรค์ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมจนกลายเป็นขวัญใจผู้ชมและนักวิจารณ์จากสื่อชั้นนำทั่วโลก

The Dead Dance เรียกความสนใจด้วยสถาปัตยกรรมของเสียง

The Dead Dance ถูกวางคอนเซ็ปต์แบบป๊อปแนวฟังก์ผสมกลิ่นอายดนตรียุค 80’s ด้วยคีย์บอร์ดสนุกๆ เสียงกลองชัดเจนจังหวะเท่ ทำให้เพลงนี้มีทั้งความหลากหลายและจังหวะที่กระตุ้นสิริอารมณ์ การร้องของ Lady Gaga ยังได้ถ่ายทอดอารมณ์แผ่วไหวของเนื้อหาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเธอเผยให้สื่อทราบว่าเพลงนี้มีแรงบันดาลใจมาจากความรู้สึกหลังจากความรักจบลง ซึ่งต่อให้ฟังราวกับหนังสยองขวัญแต่มีประโยคความหมายบางอย่างที่ชวนให้นึกย้อนกลับไปถึงความอร่อยของรสนิยมของคนรุ่นเก่าได้เป็นอย่างดี

มิวสิควิดีโอของเพลง The Dead Dance ถูกถ่ายทำในสถานที่ลึกลับอย่าง เกาะ Isla de las Muñecas ประเทศเม็กซิโก ซึ่งมีตำนานว่าตุ๊กตาที่แขวนอยู่รอบๆ เกาะนี้มีความซึ้งจิตและเซอร์เรียล แต่งานนำเสนอของ Lady Gaga เพิ่มความเร้าใจขึ้นเยอะเมื่อเป็นภาพขาวดำเริ่มต้นจนไปถึงความสดใส และสีสันชัดในตอนท้าย โดยมีบทบาทแสดงตัวแทนของเธอในฐานะนักร้องที่ดูเหมือนเป็นร่างไร้ชีพชีวิตรวมไปถึงการแต่งท่าเต้นแบบแปลกตาและมีเอกลักษณ์ร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญกว่า Colleen Atwood และ Parris Goebel เพื่อให้ทุกวินาทีดูเต็มตาเวที

สำหรับเนื้อหาของเพลง The Dead Dance ไม่ได้เน้นไปแค่ในเรื่องของความรู้สึกส่วนตัว บางคนอาจมองว่าเนื้อหาส่งเสริมความสัมพันธ์ และการปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงหลังจากหมดเรื่องคบกับใครบางคน เพลงนี้จึงเหมาะกับทุกเพศทุกวัยที่ต้องการฟังเพลงแบบใหม่ที่สื่อถึงพลังและศักยภาพทางดนตรีของนักร้องคนนี้มากกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก

เพิ่มเติม อีกไฮไลต์ของภารกิจครั้งนี้คือ Lady Gaga ได้มีโอกาสดำรงตำแหน่งในซีรีส์ตามที่คาดการณ์ไว้อย่าง Wednesday Season 2 และเธอรับบทเป็น Rosaline Rotwood จากบทบาทสุดท้ายในเวทีที่ถามถึงหน้าที่ของศิลปินทรานส์ฟอร์เมอร์ เราคาดว่าคุณจะได้พบกับเธอในบทใหม่บนแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง Netflix แล้วเช่นเดียวกัน

หากคุณยังไม่มีเวลาฟังเพลงนี้ ก็สามารถไปชมวิดีโอได้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ตามแต่ละประเทศได้เลย ตอนนี้ยังถือว่าเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการสร้างกระแสเพื่อเปิดฉากหน้าใหม่ทางวงการบันเทิงของเธอเท่านั้น เพราะหากมองย้อนกลับ Lady Gaga เคยคว้ารางวัลแกรมมี 14 รางวัลรวมเดือนทองอย่างรางวัลออสการ์ และเอ็มมี่ในสายงานเดียวก็เพียงพอให้เห็นความน่าติดตามรายการใดก็ตามที่มีเธอเกี่ยวข้องทั้งสิ้น

พบกับเพลง The Dead Dance ที่สร้างความตื่นเต้นขอใครหลายคนใน Wednesday Season 2 เพลงแนวใหม่ของ Lady Gaga ที่ชวนทุกคนเต้นรำอารมณ์ระทึกท่ามกลางดินแดนแห่งความตายหรรษา

ที่มา – สวย หลอน สมมงควีน “Lady Gaga” ปล่อย “The Dead Dance” เพลงประกอบซีรีส์ Wednesday Season 2