ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ทีมพรีเมียร์ลีกช้อปกระฉูดทะลุ 3 พันล้านปอนด์

ตลาดซื้อขายนักเตะหน้าร้อนของสโมสรใน พรีเมียร์ลีก รอบนี้ถือว่าร้อนระอุเป็นพิเศษ เมื่อยอดใช้จ่ายรวมของทุกทีมพุ่งทะลุ 3 พันล้านปอนด์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยจากการรายงานของสำนักข่าวบีบีซี ระบุว่าเมื่อสิ้นสุดรอบการซื้อขายในวันที่ 31 สิงหาคม ยอดใช้จ่ายอยู่ที่ 2.73 พันล้านปอนด์ แต่ด้วยดีลขนาดใหญ่ในวันสุดท้ายของตลาด ทำให้ยอดรวมขยับขึ้นเป็น 3.087 พันล้านปอนด์

ทีมพรีเมียร์ลีกช้อปกระฉูดทะลุ 3 พันล้านปอนด์

ยอดใช้จ่ายครั้งนี้สูงกว่าตลาดซัมเมอร์ปีที่แล้วแบบเห็นได้ชัด เพราะเมื่อปีก่อนทุกทีมใช้จ่ายรวม 1.96 พันล้านปอนด์ เท่านั้น ต่างจากปีนี้ที่ทะลุ 3 พันล้านปอนด์ไปอย่างสวยงาม ยิ่งเมื่อเทียบกับลีกชั้นแนวหน้าอื่นๆ ซึ่งรวมแล้วยังน้อยกว่า ทีมพรีเมียร์ลีก ที่ใช้จ่ายสูงสุด โดยบุนเดสลีกาน้อยกว่า 739 ล้านปอนด์, ลาลีกาน้อยกว่า 591 ล้านปอนด์ และลีกเอิงใช้ไปเพียง 552 ล้านปอนด์ ส่วนเซเรีย อาใช้จ่ายไป 1.026 พันล้านปอนด์ รวมกันได้เพียงประมาณ 2.9 พันล้านปอนด์

ดีลใหญ่วันสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก

ตลาดซื้อขายนักเตะในวันสุดท้ายก่อนปิดรอบ (1 กันยายน) มีดีลเด่นๆ มากมาย โดยอเล็กซานเดอร์ อิซัค กองหน้าของนิวคาสเซิล ย้ายมาร่วมทัพลิเวอร์พูลด้วยค่าตัวมหาศาล 125 ล้านปอนด์ สูงสุดในรอบนี้ นอกจากนี้ นิวคาสเซิลยังเซ็นสัญญาโยอันน์ วิสซา จากเบรนท์ฟอร์ด ในราคา 55 ล้านปอนด์, ฟูแลม คว้าตัวเควิน ปีกจากชัคตาร์ โดเนตสค์ ด้วยค่าตัว 34.6 ล้านปอนด์ และแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คว้าเซนน์ ลัมเมนส์ ผู้รักษาประตูชาวเบลเยียม จากรอยัล อันท์เวิร์ป ด้วยค่าตัวเบื้องต้น 18.1 ล้านปอนด์

ในแง่ของการกระจายการใช้จ่าย ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่ใช้เงินมากที่สุดในรอบนี้ จ่ายรวมทั้งสิ้น 415 ล้านปอนด์ แต่ยังขายตัวนักเตะได้ 187 ล้านปอนด์ สุทธิแบบติดลบ 228 ล้านปอนด์ รองลงมาคือ เชลซี จ่ายไป 285 ล้านปอนด์ ขายได้ 288 ล้านปอนด์ ทำให้เหลือกำไรสุทธิเล็กน้อย 3 ล้านปอนด์ จากผู้เล่นอย่าง ติโม้ เวอร์เนอร์ และลูก้า คูชาเซฟสกี้ ส่วน อาร์เซนอล ใช้จ่ายรวม 255 ล้านปอนด์ ขายได้เพียง 9 ล้านปอนด์ สุทธิติดลบถึง 246 ล้านปอนด์ อย่างไรก็ตาม ฟูแลม กลายเป็นทีมที่ใช้จ่ายน้อยที่สุดใน ทีมพรีเมียร์ลีก ด้วยเพียง 34.5 ล้านปอนด์ และสุทธิขาดทุน 19.5 ล้านปอนด์

การใช้จ่ายครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของสโมสร พรีเมียร์ลีก ในการเสริมทัพอย่างหนักก่อนเปิดฤดูกาล 2024/25 เพื่อชิงแชมป์ทั้งในลีกและรายการยุโรป ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่เพื่อเพิ่มคุณภาพของทีม แต่ยังเพื่อรักษาตำแหน่งในตลาดซื้อขายนักเตะที่ใหญ่ที่สุดของโลกไว้อย่างต่อเนื่อง

ข้อคิด: การใช้จ่ายมหาศาลในช่วงตลาดอาจไม่รับประกันความสำเร็จในสนามได้ 100% แต่ก็สร้างความคาดหวังให้แฟนบอล และสร้างแรงกดดันให้กับทีมอย่างแน่นอน ดังนั้นเรื่องของประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรจึงเป็นสิ่งที่สโมสรควรตั้งเป้าในระยะยาว

ที่มา – ทีมพรีเมียร์ลีกช้อปกระฉูดทะลุ 3 พันล้านปอนด์

น้ำฟ้า ธัญญภัสร์ เหวี่ยงเก๋ไก๋ ณัฐธิชา ล้มขอโทษที่ตัวใหญ่

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ไม่ได้ตั้งใจเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่งาน “Girls Cup” ซึ่งเป็นกิจกรรมรวมพลนักแสดงสาว ๆ จากช่อง 3 ทั้งหมด 24 คน ได้แข่งขันกีฬาเต็มสูบเพื่อความสนุกสนาน ที่สำคัญคือกิจกรรมนี้มีช่วงไฮไลต์เด็ดตอนที่สาว “น้ำฟ้า ธัญญภัสร์” และ “เก๋ไก๋ ณัฐธิชา” กำลังแข่งคู่กันในเกมแฮนด์บอลอย่าง激烈

น้ำฟ้า ธัญญภัสร์ เหวี่ยงเก๋ไก๋ ณัฐธิชา ล้มขอโทษที่ตัวใหญ่

แต่ในจังหวะที่กำลังแข่งขันกันอย่างสนุกสนาน น้ำฟ้า ธัญญภัสร์ ได้พยายามหลบหลีกตัวคู่แข่ง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนท่าทางเพื่อหลบลูกบอล แต่กลับไปเสียบเข้ากับ เก๋ไก๋ ณัฐธิชา จนสาวเก๋ไก๋ล้มลงไปในท่าที่ดูเจ็บปวด ทำให้แฟน ๆ ทั้งหลายฮือฮา ส่งผลให้เรื่องนี้เต็มไปหมดโซเชียลในทันที

น้ำฟ้ายอมรับ: เสียหลักเพราะตัวใหญ่!

หลายคนคิดว่า น้ำฟ้า ดันแรงเกินไป แต่ล่าสุดตัวเธอเองเข้ามาเผยว่าความจริงไม่ใช่อย่างที่คิด เพราะเธอแค่พยายามหลบเท่านั้น โดยได้โพสต์ข้อความผ่าน X (ทวิตเตอร์) ว่า: “นอยอ่ะ ขอโทษพี่เก๋อีกทีนะค้าบบบบบบ ตอนเล่นคือจะพลิกหลบ แต่หนูตัวใหญ่ง่าาา แรงเยอะปัยแงงง” ท่าทางน่ารัก มองผ่าน ๆ ดูเหมือนเป็นเพียงอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ในสนามกีฬา

เน็ตไอดอลและเหล่าแฟน ๆ ต่างเข้ามาให้กำลังใจสาว น้ำฟ้า ธัญญภัสร์ จำนวนมาก เช่น “ไม่มีอะไรหรอกน้ำฟ้า อย่าคิดมาก ใคร ๆ ก็มีแรง มันกีฬานี่แหละ” หรือ “เก๋ไก๋ไม่เป็นอะไรเพราะพี่ใจดี ขอบคุณที่ยอมช่วยเหลือกันนะครับ” มีคำพูดที่อบอุ่นส่งถึงกันทั้งคู่

เหตุการณ์ครั้งนี้สอนเราหนึ่งสิ่งว่า ในสนามกีฬาไม่ใช่แค่ความสนุก แต่ยังมีโอกาสเกิดผิดพลาดได้เสมอ ขอให้ทุกคนใจเย็น ให้อภัย และชื่นชมความพยายามของทุกคน มิใช่ชี้นิ้วมากกว่า เพราะหากมองให้ดี ความผิดพลาดครั้งนี้เป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ ที่เกิดจากความมุ่งมั่นเท่านั้น

ที่มา – ‘น้ำฟ้า ธัญญภัสร์’ โดนดราม่าเหวี่ยง ‘เก๋ไก๋ ณัฐธิชา’ ล้ม ขอโทษที่ตัวใหญ่!

จีนต้องการนักวางแผนการบินโดรนแบบฝูงมากขึ้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ ได้กลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วในประเทศจีน ทำให้ความต้องการของ นักวางแผนการบินโดรนแบบฝูง เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เนื่องจากยุคสมัยที่โดรนเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้อย่างหลากหลายเฉพาะในงานแสดง โฆษณา ถ่ายภาพ และแม้แต่ในด้านการเกษตร

จีนต้องการนักวางแผนการบินโดรนแบบฝูงมากขึ้น

สีว์ ถังห่าว อดีตนักออกแบบสถาปัตยกรรม เป็นหนึ่งในผู้ที่เปลี่ยนผ่านเข้าสู่อาชีพ นักวางแผนการบินโดรนแบบฝูง สีว์เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีโดรนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงตัดสินใจเข้าร่วมแผนกโดรนของบริษัทแอโร่ ฟิวเจอร์ ในปี 2021 ทำให้เขาก้าวเข้าสู่หนึ่งอาชีพใหม่ที่มีอนาคตในการเติบโต

การทำงานของนักวางแผนการบินโดรนแบบฝูง

สีว์เปิดเผยว่ากระบวนการเตรียมงานการบินโดรนไม่ใช่แค่การสั่งให้โดรนบินขึ้น ถ้าจะให้งานสำเร็จอย่างน่าประทับใจ ต้องเริ่มต้นจากการ ออกแบบและสร้างโมเดลจำลองตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งจะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบต่างๆ รวมถึง การกำหนดพิกัด แสง และเส้นทางการบิน ของโดรนแต่ละลำอย่างแม่นยำผ่านคอมพิวเตอร์ ในขั้นตอนนี้คือหัวใจสำคัญของการวางแผน

เพื่อให้กระบวนการบินโดรนแบบฝูงประสบความสำเร็จ หนึ่งในสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือการเตรียมงานภาคสนาม การทำงานของนักวางแผนการบินโดรนต้องควบคู่ไปกับการลงพื้นที่สำรวจ และทดสอบระบบต่างๆ ให้ละเอียด โดยพวกเขาต้องพิจารณาปัจจัยสำคัญ เช่น สัญญาณไฟฟ้า สภาพอากาศ และความเร็วลม เพื่อให้มั่นใจว่าโดรนสามารถดำเนินการตามแผนได้อย่างคล่องแคล่ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด

อุตสาหกรรมโดรนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในจีน

  • เศรษฐกิจการบินระดับต่ำกำลังเติบโตสูงในประเทศจีน
  • ความต้องการนักวางแผนการบินโดรนเพิ่มมากขึ้น
  • อุตสาหกรรมโดรนสนับสนุนการทำงานในหลายภาคส่วน
  • การทำงานของนักวางแผนการบินโดรนต้องอาศัยความเข้าใจทางเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์
  • การวางแผนในภาคสนามมีความสำคัญต่อผลลัพธ์ที่สำเร็จ

จีนถือเป็นประเทศหนึ่งที่นำโดรนไปประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ อย่างมากมาย ทั้งในเชิงพาณิชย์ ความบันเทิง ตลอดจนด้านการเกษตร ซึ่งส่งผลให้ นักวางแผนการบินโดรนแบบฝูง จะกลายเป็นอาชีพที่สำคัญในอนาคต หากคุณมีความสนใจด้านเทคโนโลยี การวางแผน และความคิดสร้างสรรค์ อาชีพนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนของคุณได้เช่นกัน

ที่มา – โดรนมาแรง! จีนต้องการนักวางแผนการบินโดรนแบบฝูง เพิ่มมากขึ้น (คลิป)

ทรัมป์วิจารณ์อินเดียเสนอภาษี 0% สายเกินไป

ล่าสุด ทรัมป์ ได้ออกมาวิจารณ์นโยบายของรัฐบาลอินเดียที่เสนอ ลดภาษีเหลือ 0% ให้กับสินค้าสหรัฐว่า “สายเกินไป” โดยระบุว่าควรดำเนินการมาตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว ข้อความดังกล่าวถูกโพสต์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Truth Social ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่สัมพันธ์ทางการค้ากับอินเดียถูกมองว่าเป็นแบบ “片面” หรือฝ่ายเดียวมาตลอด

ทรัมป์อ้างอินเดียเสนอลดภาษีเหลือ 0% ให้สินค้าสหรัฐ “แต่สายไปแล้ว”

ทั้งนี้ ในช่วงกลางปี 2024 สหรัฐฯ เริ่มมีมาตรการเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดีย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่ไม่ใช่ยาและเซมิคอนดักเตอร์ โดยมีอัตราใหม่สามารถเรียกเก็บได้สูงถึง 50% จากเดิม 25% เนื่องจากอินเดียมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ยังคงดำเนินต่อไปกับรัสเซีย อีกทั้งยังคงซื้อน้ำมันจากประเทศดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นหลักที่ทำให้อเมริกาตัดสินใจดำเนินมาตรการตอบโต้ทางภาษี

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจอินเดีย

อินเดียซึ่งมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการเพิ่มภาษีของสหรัฐฯ ได้ อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ได้ออกมาให้คำมั่นว่า รัฐบาลของเขาจะดำเนินนโยบายลดภาระภาษีลงในบางพื้นที่ เพื่อเยียวยาและฟื้นฟูภาคการผลิต โดยยืนยันกรณีเด็ดขาดว่า จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ โดยเฉพาะการเกษตรและภูมิภาคที่พึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน_RDWR นอกเหนือจากการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การพบปะระหว่างจีนและอินเดียในช่วงการประชุม องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ซึ่งเป็นเวทีระดับภูมิภาคที่จีนเป็นเจ้าภาพ ราษฎร์โดยเฉพาะปูติน และโมดี มาร่วมหารือความเป็นไปได้ในการพัฒนาความร่วมมือยุทธศาสตร์ระหว่างกัน

ในเวลาเดียวกันที่ SCO จีนและอินเดียได้ให้ความเห็นพ้องต้องกันว่า สองประเทศควรเป็น “หุ้นส่วนแห่งการพัฒนา” ไม่ใช่ “คู่แข่ง” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการแสวงหาเครือข่ายทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ชัดเจนของอินเดีย ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงกังวลเกี่ยวกับบทบาทที่เพิ่มขึ้นของจีนในเอเชีย

เมื่อพิจารณาจากมุมมองทางการเมือง การปรับตัวของอินเดียทั้งในเชิงเศรษฐกิจ การทูต และกลยุทธ์ระหว่างประเทศ แสดงให้เห็นถึงการลงทุนในเสถียรภาพภายในและเอนทิ้งรัฐต่อการเติบโต ขณะที่ผู้นำอย่าง ทรัมป์ ยังมองการปฏิสัมพันธ์เชิงเศรษฐกิจของสหรัฐฯ กับอินเดียอยู่ในบริบทของผลประโยชน์ฝ่ายเดียว

หากมองกลับไปในอดีต SEO ข้อความนี้มีการใช้คำสำคัญ “ทรัมป์อ้างอินเดียเสนอภาษี 0%” ซึ่งเป็นโฟกัสหลักของเนื้อหา โดยควรปรากฏอย่างน้อยใน 3 ย่อหน้า เพื่อยืนยันถึงความเกี่ยวข้องและความครอบคลุมของหัวข้อที่ผู้อ่านต้องการค้นหา

однак ข้อเสนอการลดภาษีจากอินเดียที่เรียกว่า “สายไปแล้ว” อาจสื่อถึงความไม่พอใจของสหรัฐฯ ต่อเวลาในการดำเนินนโยบาย ซึ่งหากไม่นานมานี้อินเดียสามารถปรับเปลี่ยนแนวทางได้ทันท่วงที การเจรจาทางการค้าระหว่างสองประเทศอาจมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

เป็นที่น่าสังเกตว่า อินเดียไม่เพียงต้องเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ ที่มีแถวผู้นำระดับโลก แต่ต้องบริหารสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับจีนด้วย ขณะที่อเมริกาเผชิญกับแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจยุทธศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียและเจาะจงกับประเทศคู่ค้าแบบมัลติเพลเยอร์

หากต้องสรุป อินเดียพยายามหาสมดุลระหว่างอำนาจใหญ่สองฝ่าย ขณะที่ ทรัมป์ มองในเชิงผลประโยชน์ฝ่ายเดียวจากการค้าขาย ทำให้แนวทางของอินเดียถูกมองว่า “สายไปแล้ว” กับสิ่งที่สหรัฐฯ คาดหวัง

อินเดียแม้เผชิญแรงกดดัน แต่ก็ยังเดินหน้าตามแผนพัฒนาภายใน โดยยึดมั่นผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นสำคัญ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอินเดียจึงยังคงอยู่ในช่วงเปลี่ยนผัน

ที่มา – ทรัมป์อ้างอินเดียเสนอลดภาษีเหลือ 0% ให้สินค้าสหรัฐ “แต่สายไปแล้ว”

สมการรอคอย 10 ปี! Greasy Cafe คอนเสิร์ต GATES TO THE OTHER SIDE

ฤดูกาลแห่งเสียงดนตรีกลับมาอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ที่ 23 สิงหคมที่ผ่านมา ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี กับคอนเสิร์ต YUEDPAO presents “Greasy Cafe GATES TO THE OTHER SIDE” ซึ่งถือเป็นการแสดงในระดับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในรอบ 10 ปี ของวง Greasy Cafe ที่แฟนเพลงต่างเรียกร้องและรอคอยกันมานาน

สมการรอคอย 10 ปี! Greasy Cafe คอนเสิร์ต GATES TO THE OTHER SIDE

การกลับมา.performance art แบบเต็มรูปแบบ ภายใต้แนวคิดประตูสู่อีกมิติ (GATES TO THE OTHER SIDE) เพื่อนำแฟนเพลงทุกคนเจาะลึกสู่โลกของดนตรีที่ผ่านการค้นคว้า ทดลอง และครีเอตมาตลอดวงจรชีวิตของ Greasy Cafe หรือ “พี่เล็ก” อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร ศิลปินที่กำลังจะครบรอบ 26 ปีในวงการเพลงไทยอย่างแท้จริง

งานนี้ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตแบบทั่วไปที่เปิดไมค์ร้องเพลงแล้วเล่นจบ แต่มีการออกแบบเวทีในรูปแบบwide screen stage มุมมองใหม่ให้รับชมได้ทุกทิศทาง เริ่มต้นด้วยซีนต้อนรับอารมณ์ชั่วโมง 18:00 น. ที่อุโมงค์สู่ประตูอื่นแห่งจักรวาล ‘ขาเข้า’

มิติแห่งดนตรีจากอดีตสู่อนาคต

เปิดฉากโชว์ด้วยเพลง “เงาของฝน” ,“ความบังเอิญ”, “หมุน”, “ไม่มีวันกลับมา”, “ความเลือนลาง” และอื่น ๆ ที่ล้วนถอดบทเพลงในคลังความทรงจำของทุกคน โดยทำออกมาอย่างมีพลังผ่านสีหน้า อารมณ์ เทคนิค และการใช้เสียง Visual ผสมผสานความเก๋าและปัจจุบันในเวลาเดียวกันจนควบคุมพลังสั่นสะเทือนกับพื้นเวที

จากการเดินทางสู่ประตูครั้งที่สอง ขณะที่เสียงเพลงก็ดับนวลไปชั่วคราว เปลี่ยนบรรยากาศด้วยโมเมนต์อบอุ่นผ่านเพลงพวก acoustic world music ให้ความสงบและความรอบรู้ด้านมิวสิคัลกว้างขวางขึ้นของ Greasy Cafe โดยใช้เครื่องดนตรีโบราณ เช่น Cello เสียงพิณ และกระทิงค์กับซีนพิเศษจาก”หาย”

แนวคิด Performance Art ปรากฏบนเวทีอีกครั้งกับเพลง “ปะติดปะต่อ” & “ยามวิกาล” แหลกใจกระหน่ำด้วยสตรีทเทรนเสียงร้องสุดเข้มข้นพร้อมเสียงกลองไทโกะจาก Tiger Drum Thailand ตำนานกลองสไตล์ญี่ปุ่นสุดยิ่งใหญ่ เพลงต่อมาอย่าง “อาทิตย์ของเรา” และ “อิสรภาพ…ไม่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ” ถือว่าเป็นนิยามของความกล้าหาญทางศิลปะ

  • มินิสเตจกลางเวทีสร้างเป็นพื้นที่ศิลปะร่วมสมัย
  • มีระบบแสงไฟและแสงพิเศษเป็นเอกลักษณ์
  • จำนวนเพลงตลอดเวลาเกือบ 3 ชั่วโมงเต็ม

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือแขกรับเชิญพิเศษมากมายไม่ว่าจะเป็น Boy Imagine และโจ้ เขียนไขและวานิช ที่มารวมพลังส่งเสียงดนตรีlescope ด้วยเพลง “ความรักความงาม” กับเสียงกีต้าร์ซึ้ง ซึมซับไปพร้อมเสียงกล่อมของ “ร่องน้ำตา” ที่“พี่เล็ก” นั่งกดคีย์บอร์ด-thirds เพื่อตอบโต้

เพื่อปิดท้ายการเดินทางผ่านประตูข้ามมิติ ด้วยเพลง “เรื่องสั้น 132 คำ”, “วันทรงจำ”, “ความหมายของลมหายใจ” รวมถึงเพลงพิเศษในชุดแดงที่ Mrs. Netrapirom 提ูร่วมร้อง และ “ฝืน”, “อุบัติเหตุ”, “ระเบิดเวลา” ล้วนซัดอารมณ์สดใสตลอดเวลา ผ่านพลังแห่งเสียงร้อง ท่วงทำนอง และสายตาแบ่งปันอีกครั้ง ของเทื่อแห่งวัยที่เจริญพรั่งพรูแต่ยังครุ่นคิด

ใครได้ไปงานนี้ถือว่าโชคดีจริง ๆ เพราะหน้าตั้งแต่ปีนี้ถือว่าสมการวง “Greasy Cafe” จัดคอนเสิร์ตใหญ่โตอย่างเต็มตัวเต็มพลังสุดขีด ปีหน้าอยากเจออะไรอีกบ้าง ใครได้โอกาสแล้วรีบบันทึกความทรงจำไว้ เพราะการร้องไปพร้อมเท้าเดินเข้าสู่ประตู New Age แห่งมากกว่าครึ่งชีวิตของศิลปิน Gen X ก็ช่างน่า bergün อย่างยิ่ง

ที่มา – สมการรอคอย 10 ปี! “Greasy Cafe” คอนเสิร์ตใหญ่ GATES TO THE OTHER SIDE อัดแน่น ร้อง เล่น เต้น โชว์ปังรัวๆ

เวเนซุเอลาลั่นพร้อมปกป้องอธิปไตย ตั้งรับสหรัฐส่งกองเรือรบประชิด

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สื่อต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 2 กันยายน ว่า ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ได้ออกมาแถลงอย่างชัดเจนว่า อเมริกาใต้กำลังเผชิญกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 100 ปี โดยเฉพาะการที่สหรัฐฯ ส่งเรือรบจำนวน 8 ลำ พร้อมขีปนาวุธกว่า 1,200 ลูก และเรือดำน้ำมุ่งหน้ามายังเวเนซุเอลา

เวเนซุเอลาลั่นพร้อมปกป้องอธิปไตย ตั้งรับสหรัฐส่งกองเรือรบประชิด

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว มาดูโรได้ยืนยันว่า เวเนซุเอลามีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรับมือกับภัยคุกคามในระดับสูงสุด โดยเตรียมยกระดับการลาดตระเวนในพื้นที่น่านน้ำของประเทศ และมีพลสำรองกว่า 8 ล้านคนทั่วประเทศ พร้อมปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเด็ดขาด

การปฏิเสธการเจรจาและการเตือนภัยจากเวเนซุเอลา

หนึ่งในเรือที่เดินทางผ่านคลองปานามาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คือเรือลาดตระเวนที่ติดตั้งขีปนาวุธนำวิถี จากมหาสมุทรแปซิฟิกมุ่งหน้าไปยังทะเลแคริบเบียน มาดูโรระบุว่า วิธีการเจรจาของสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลา “พังทลายลงแล้วในทุกรูปแบบ” และไม่มีทางยอมจำนนต่อการข่มขู่ไม่ว่าจะจากฝั่งใด

นอกจากนี้ ผู้นำเวเนซุเอลายังออกคำเตือนอย่างชัดเจนแก่นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ว่ากำลังพยายามลอบนำประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไปสู่สถานการณ์ที่ “นองเลือด” โดยการจี้เลือดประชาชนชาวเวเนซุเอลา

มุมมองจากฝ่ายสหรัฐฯ

  • ยังไม่มีคำแถลงอย่างเป็นทางการจากทำเนียบขาว
  • นักวิเคราะห์มองว่าการส่งกองเรือไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อโจมตีเวเนซุเอลาโดยตรง
  • คาดว่าเป็นแรงกดดันทางทหาร เพื่อเร่งการยุติการค้ายาเสพติดจากเวเนซุเอลา

ทั้งนี้ รัฐบาลทรัมป์เพิ่งประกาศเพิ่มรางวัลจับตัวผู้นำเวเนซุเอลาอีกเป็นสองเท่า เหลือที่ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากกล่าวหาว่า มาดูโรเป็นหนึ่งในผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในระดับโลก และเป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างเวเนซุเอลากับสหรัฐฯ การตัดสินใจทางทหารของสหรัฐอาจไม่ใช่เพื่อโจมตี แต่เป็นการวางตำแหน่งทางยุทธศาสตร์เพื่อกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในระบบการปกครองของเวเนซุเอลา การติดตามสถานการณ์ในอนาคตจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในด้านการเมือง การทหาร และผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อประชาชนเวเนซุเอลา

ที่มา – เวเนซุเอลาลั่นพร้อมปกป้องอธิปไตย ตั้งรับสหรัฐส่งกองเรือรบประชิด

ปชน.ลังเลโหวตใคร มองยุบสภาเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน หลังจากนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่ง ส่งผลให้ต้องมีการเลือกนายกฯ คนใหม่ โดยพรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งเป็นพรรคสำคัญที่ยังไม่ได้ตัดสินใจสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่ง กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความลังเลและการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนทิศทางบ้านเมือง

ปชน.ลังเลโหวตให้ใครในช่วงเวลาที่ตัดสินชะตาบ้านเมือง

ล่าสุด ภายในวันที่ 1 กันยายน 2568 เวลา 13.00 น. พรรค ปชน. จะจัดประชุมฉุกเฉินของ สส. ปชน. เพื่อกำหนดแนวทางในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าความลังเลในพรรค ปชน. นั้นมีสาเหตุจากความกังวลว่าหากเลือกสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่ง อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่พรรคเพื่อไทยหรือพรรคภูมิใจไทยจะดึงสมาชิกพรรคอื่นเข้ามาสนับสนุนจนกลายเป็น “รัฐบาลเสียงข้างมาก” ทำให้พรรค ปชน. ถูกจับตามองว่า “หักหลัง” หรือ “เบี้ยวสัญญา” ที่ให้ไว้กับประชาชน

แรงกดดันให้ยุบสภาเพื่อป้องกันความผิดหวัง

หลายเสียงในพรรคประชาชนเริ่มมองว่าการยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ เมื่อเผชิญกับสถานการณ์การเมืองที่ผิดปกติและขาดความชัดเจนในการบริหารประเทศในระยะสั้น ทางเลือกนี้จึงไม่ใช่แค่ทางรอดสำหรับพรรค ปชน. แต่ยังเป็นการสื่อสารว่า “ไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาลชุดนี้”

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรักษาการแทนนายกฯ กล่าวชัดเจนว่า ไม่ได้ตัดสัญชาตญาณในการยุบสภา หากมีเสียงของพรรค ปชน. หรือพรรคอื่น ๆ ที่เรียกร้อง ประเด็นนี้จะถูกพิจารณาตามกระบวนการตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัดที่สุด

  • พรรค ปชน. ยืนยันว่าต้องการรัฐบาลที่มีเสียงข้างน้อย
  • ไม่อยากให้รัฐบาลชุดหนึ่งมีอำนาจมากเกินไป
  • ต้องมีความปลอดภัยต่อบ้านเมืองด้านเศรษฐกิจและสังคม

เมื่อมองภาพรวมในสภาผู้แทนราษฎร เสียงของพรรคต่าง ๆ นั้นอยู่ในความสมดุลที่บางเฉียบ หากพรรค ปชน. ให้คะแนนสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย เสียงรวมอาจอยู่ที่ประมาณ 280-290 เสียง ซึ่งถือว่ายังอยู่ในกรอบเจตนารมณ์ที่เคยสื่อสารกันไว้ว่า “รัฐบาลเสียงข้างน้อย”

พรรคภูมิใจไทย-เพื่อไทยกับการชิงตำแหน่งน้ำหอม

ขณะที่พรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอกับคณะกรรมการบริหารพรรควันที่ 2 กันยายนนี้ เพื่อเจรจาข้อตกลงกับ ปชน. อย่างจริงจัง พรรคภูมิใจไทยก็ตั้งยุทธศาสตร์ชัดเจนว่าจะควบคุมจำนวนเสียงให้ไม่เกินขีดจำกัดที่พรรค ปชน. พอใจ

“เราเรียกร้องตั้งแต่คลิปวิวาห์พลอย ที่ผ่านมาให้ยุบสภา เพื่อให้เลือกตั้งใหม่ เพราะเรารู้ว่าความผิดปกติทางการเมืองยังมีอยู่และควรรีเซตระบบ ปชน.ไม่จำเป็นต้องมานั่งลังเลให้ใคร แต่ต้องเลือกทางที่ดีที่สุดให้ประเทศ” โฆษกพรรค ปชน. กล่าวไว้

ทั้งนี้ การที่ ปชน. จะโหวตใครเป็นนายกฯ หรือจะกดปุ่มยุบสภา ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองที่ส่งผลต่ออนาคตของรัฐบาลและการแก้ไขรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย

ในระยะสั้น หากไม่มีวาระชัดเจนในการตั้งรัฐบาล ความเป็นไปได้ของการยุบสภาจึงขึ้นแท่นเป็น “ทางเลือกที่ดีที่สุด” สำหรับพรรคประชาชน ที่ต้องการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกนำคนใหม่เข้ามาบริหารบ้านเมืองอย่างชอบธรรม

ในที่สุด “การเมืองไม่ควรทำด้วยความงุนงง” แต่ควรให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน หากพรรค ปชน. ยังรู้สึกว่าไม่มีพรรคใดน่าเชื่อถือเพียงพอให้สนับสนุน อาจแปลว่าความรู้สึกนั้นสะท้อนเสียงของประชาชนทั้งประเทศ และไม่รู้สึกหวาดเสียวหากจะเลือกทางยุบสภาตามเสียงเรียกร้อง

ที่มา – ปชน.ลังเลโหวตให้ใคร หวั่นหักหลังผิดสัญญา มองกดดันยุบสภาทางเลือกดีที่สุด

GMMTV ยุติความร่วมมือผู้กำกับดัง เหตุไม่ให้เกียรติศิลปิน

ล่าสุด GMMTV ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการผ่านเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าเกิดเหตุการณ์ที่ ผู้กำกับซีรีส์ท่านหนึ่ง ที่บริษัทว่าจ้างดำเนินพฤติกรรมไม่เหมาะสมและใช้ถ้อยคำที่ล่วงเกิน ศิลปินในสังกัด ผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่ให้เกียรติและขัดกับจริยธรรมในการทำงานในวงการบันเทิง

GMMTV ยุติความร่วมมือผู้กำกับดัง เหตุไม่ให้เกียรติศิลปิน

แม้ว่าผู้กำกับรายดังจะได้แสดงความเสียใจเป็นการส่วนตัวไปแล้ว แต่การใช้ถ้อยคำที่ล่วงเกินนี้ถือว่าส่งผลกระทบอย่างมากต่อจิตใจของศิลปินและทีมงาน รวมถึงความเชื่อมั่นจากแฟนคลับและภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยโดยรวม

บริษัท GMMTV จำกัด จึงประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะยุติการทำงานร่วมกับผู้กำกับรายนี้ในทุกโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องเริ่มต้นทันที พร้อมทั้งยืนยันว่าจะยึดมั่นในมูลค่าที่ส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมการทำงานที่เคารพซึ่งกันและกัน ปลอดภัย และเท่าเทียมสำหรับทุกคนไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ทีมงาน หรือผู้ทำงานในทุกระดับ

อิทธิพลของเหตุการณ์ต่อวงการบันเทิงไทย

เหตุการณ์นี้มีกระแสตอบสนองอย่างกว้างขวางจากทั้งสื่อมวลชนและสาธารณชน โดยเฉพาะการเปิดเผยพฤติกรรมของ ผู้กำกับซีรีส์ดัง ที่มีถ้อยคำล่วงเกินทางเพศต่อนักแสดงหญิงในโพสต์โต้ตอบกับคนรู้จักบนโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงจริยธรรมและความรับผิดชอบของบุคคลในวงการสร้างสรรค์

  • ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของผู้กำกับรายนี้
  • ลดความน่าเชื่อถือของทีมงานบางราย
  • เกิดการเรียกร้องให้มีมาตรการดูแลการทำงานที่เข้มงวดขึ้น

ภายหลังที่ทราบข่าว ผู้กำกับรายนี้ได้โพสต์ขอโทษบนอินสตาแกรมอย่างเป็นทางการ โดยยอมรับว่าได้ประพฤติผิดจริง และแสดงความเสียใจต่อการกระทำดังกล่าวที่ส่งผลเสียต่อต้นสังกัด ศิลปิน และสังคมโดยรอบ

การตัดสินใจครั้งนี้ของ GMMTV แสดงให้เห็นว่าบริษัทไม่เพียงแค่สนับสนุนผลงานแต่ยังใส่ใจในการปกป้องสิทธิและความเคารพซึ่งกันและกันในสถานที่ทำงานอีกด้วย การมีนโยบายชัดเจนในการจัดการกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งในวงการบันเทิงสมัยใหม่

การเปิดเผยปัญหาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ภายในวงการบันเทิง ควรถูกมองว่าเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่ดีขึ้น และหัวข้อ GMMTV ยุติความร่วมมือผู้กำกับดัง ก็เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าองค์กรมีความรับผิดชอบต่อสังคมจริงหรือไม่

ที่มา – GMMTV ลงดาบยุติร่วมงาน ‘ผู้กำกับซีรีส์ดัง’ เหตุไม่ให้เกียรติศิลปินในสังกัด

เฮงไม่หยุด ‘เอ๋ เชิญยิ้ม’ ถูกหวยมูลค่าแสนห้า!

ในวงการบันเทิงของไทย มีนักแสดงหลายคนที่มีดวงเฮงทางการเงิน และหนึ่งในนั้นคือ “เอ๋ เชิญยิ้ม” ตลกชื่อดังที่ไม่ใช่แค่กลับบ้านอย่างงงๆ จากเวทีแสดง แต่กลับบ้านด้วยกระเป๋าเงินหนาแน่นจากการถูกหวยบ่อยครั้ง ล่าสุดเขากลับมาได้รับโชคอีกหนึ่งครั้งจากสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา

เฮงไม่หยุด ‘เอ๋ เชิญยิ้ม’ ถูกหวยมูลค่าแสนห้า!

ก่อนหน้านี้ “เอ๋ เชิญยิ้ม” เพิ่งสร้างความแรงด้วยการถูกรางวัลที่หนึ่งในปีที่แล้ว ซึ่งแต้มนำโชคเป็นเงินกว่า 6 ล้านบาท และยังมียอด奖金จากตั๋วเลขท้ายเพิ่มเติมอีกหลายใบ แต่ในงวดใหม่นี้ เขากลับมาโชคร้ายเสี่ยงโชคอีกครั้ง ส่งผลให้กลายเป็นข่าวดังในโลกโซเชียลอีกครั้ง

เอ๋เชิญยิ้มเผยความเฮงด้วยภาพทะเบียนรถหรู

ภายหลังจากการประกาศผลสลากกินแบ่งงวดใหม่ ได้เลขท้ายสองตัวว่า “31” ซึ่งตรงกับเลขในตั๋วใบหนึ่งของเอ๋ เชิญยิ้มอย่างแม่นยำ เขาก็โพสต์ภาพบนโซเชียลมีเดียพร้อมแคปชั่นว่า “เต็มๆX เลขประจำตัว ทะเบียนรถ” แจ้งความยินดีกับความโชคดีสุดๆ ที่ควบคุมตัวรถหรูทะเบียน “1313” สำเร็จลัพธ์ของ correlate prediction

เรื่องไม่เกิน 24 ชั่วโมง โพสต์ดังกล่าวก็กลายเป็นที่พูดถึงอย่างหนักในโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ มีผู้เข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับเจ้าของโชคจำนวนมาก เช่น “ผมก็ถูกพอได้ค่าขนมนิดหน่อยพี่”, “เฮงๆรับก่อนไหว้ครู” และมีการล้อเล่นเชิงบวกแบบบอกให้เขาพาครอบครัวไปกินข้าวฉลองความโชคดีอีกครั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้บรรยากาศการคว้าชัยความโชคดีของ ‘เอ๋ เชิญยิ้ม’ น่าสนุกและน่าอิจฉาเป็นพิเศษ

  • คนรวยตลกวันลักษณ์ล้วน
  • ถูกหวยเลขตรงและใกล้เคียง
  • ความโชคดีในช่วงเวลาสั้นๆ

จากกรณีที่ได้รับการรายงาน พบว่า “เอ๋ เชิญยิ้ม” ถูกมากถึง 68 รางวัล โดยมูลค่ารวมราว 136,000 บาท ในคราวนี้ เขาระบุว่าจะใช้เงินหาสิ่งดี ๆ ให้ตัวเองและครอบครัวตามแบบฉบับเขาเสมอมา

เมื่อคุณมองรอบตัวแล้ว ความอดทน พยายาม และแน่นอนกรณีเล็กน้อยของการประยุกต์ใช้คำทำนายในชีวิตจริง ช่วยเพิ่มโอกาสให้ใครกันแน่? อย่าง ‘เอ๋ เชิญยิ้ม’ คือหนึ่งในคำตอบที่ตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยมกว่าใคร เพื่อความตรวจทานและความรวยที่มาไม่คาดคิดในทุกวัน

ที่มา – เฮงไม่หยุด ‘เอ๋ เชิญยิ้ม’ รับทรัพย์ก้อนโต ถูกหวยงวดล่าสุด มูลค่าเฉียดแสนห้า!

ลูกสาวคุณยายมารศรีแจ้งข่าวดีหลังรักษาตัวนานกว่า 4 เดือน

ลูกสาวคุณยายมารศรีแจ้งข่าวดีหลังรักษาตัวนานกว่า 4 เดือน เป็นข่าวที่สร้างความยินดีให้กับทั้งวงการบันเทิงและผู้ติดตาม เพราะสุขภาพของคุณยายมารศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา อายุครบ 104 ปี ได้ดีขึ้นจนแพทย์เห็นว่าสามารถกลับมารักษาตัวที่บ้านได้แล้ว

ก่อนหน้านี้ คุณยายมารศรีต้องพักฟื้นในโรงพยาบาลเป็นเวลา 4 เดือนเต็ม ซึ่งถือว่ายาวนานมากสำหรับผู้สูงอายุ ทว่าผลการรักษาและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทางครอบครัว ทำให้ท่าน逐渐恢复健康并能够自主行走

ลูกสาวคุณยายมารศรีแจ้งข่าวดีหลังรักษาตัวนานกว่า 4 เดือน

อ้อย-จิระวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา ลูกสาวของคุณยายมารศรี ได้โพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยในคลิปจะเห็นคุณยายมารศรีนั่งรถเข็นเพื่อเตรียมตัวออกจากโรงพยาบาล มีบรรยากาศอบอุ่นและคุ้มค่าเพราะทั้งสองจูงมือเดินออกจากโรงพยาบาลด้วยกัน

อ้อยได้ระบุข้อความว่า “คุณแม่อยู่โรงพยาบาลมา 4 เดือนกับ 1 วัน ส่วนเรามาผ่าตัดอยู่โรงพยาบาล 6 วัน ถึงเวลาที่เราทั้งสองจะจูงมือกันกลับบ้านสักที ขอบุญกุศลที่เราทั้งสองได้ทำมาจงส่งผลให้เราทั้งสองหายจากโรคภัยไข้เจ็บและกลับมาเป็นคนที่แข็งแรงมากๆ”

คำอวยพรจากวงการบันเทิงและแฟนคลับ

เมื่อข่าวนี้เผยแพร่ออกไป ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากบรรดาศิลปินและผู้ติดตาม หลายคนเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจทั้งคุณยายมารศรีและอ้อยอย่างอบอุ่น บางคำพูดแสดงถึงความรักและความห่วงใย เช่น:

  • เย้ ดีใจมากๆเลยค่ะ
  • ขอให้คุณยายและพี่อ้อยแข็งแรงตลอดไปค่ะ
  • เทวดาปกปักรักษาป้องกัน ทั้งสองท่านเลยนะคะ
  • รัก你们มาก สุขภาพแข็งแรงจงอยู่กับเราต่อไป

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าคุณยายมารศรียังคงมีความเป็นที่รักของทุกคน แม้จะมีอายุมากแล้ว แต่ความอ่อนโยนและนิสัยดีของท่านยังส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ๆ

การฟื้นตัวจากอาการเจ็บป่วยในครั้งนี้นับว่าเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแรงของสุขภาพและจิตใจของคุณยายมารศรีในวัยสูงวัย รวมถึงความรักและความเสียสละของครอบครัวที่อยู่เคียงข้างเสมอมา

ขอให้คุณยายมารศรีและอ้อยมีชีวิตความสุขทั้งกายทั้งใจต่อไป และเราหวังว่าท่านจะได้มีเวลาน่ารักๆกับครอบครัวมากขึ้นในวันเวลาที่เหลือ

หากคุณเป็นแฟนคลับคุณยายมารศรี และอ้อย เราเชื่อว่าท่านต้องกำลังรู้สึกซาบซึ้งและยินดีกับข่าวดีนี้เหมือนกัน หากมีโอกาสอย่าลืมเขียนกำลังใจให้ท่านผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อให้พวกเรารู้ว่ายังมีคนที่รักกันในใจเสมอ

ที่มา – ลูกสาว ‘คุณยายมารศรี’ แจ้งข่าวดี กลับบ้านแล้ว หลังรักษาตัวนานกว่า 4 เดือน!