ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

สู้กันมันส์! ตุรกี ทุบ สโลวีเนีย 3-0 เซต เข้ารอบ 8 ทีมศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025

ศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 กันยายน ทีมชาติตุรกี พบกับ ทีมชาติสโลวีเนีย ในคู่ที่เต็มไปด้วยความคึกคัก

สู้กันมันส์! ตุรกี ทุบ สโลวีเนีย 3-0 เซต

ผลการแข่งขันคู่นี้ เรียกได้ว่าเป็นการครองสนามอย่างสมบูรณ์แบบจากทางฝั่งทีมชาติตุรกี ที่สามารถเอาชนะทีมชาติสโลวีเนีย ด้วยสกอร์ 3-0 เซต ด้วยเซตที่ 30-28, 25-13 และ 29-27 ทำให้ตุรกีได้ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายของศึกชิงแชมป์โลกปีนี้อย่างน่าประทับใจ

ผลงานโดดเด่นของทีมตุรกี

การชนะของตุรกีในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพวกเขาต้องเจอกับความแข็งแกร่งของทีมสโลวีเนียที่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แต่ทีมตุรกีสามารถตั้งเกมรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเสิร์ฟและการจัดการลูกสูง ที่ทำให้ทีมตรงข้ามตามเก็บแต้มได้ลำบาก

ส่งผลให้ในเซตแรก แม้จะเป็นการเปิดเกมด้วยความกดดันจากทั้งสองทีม แต่ตุรกีก็สามารถรักษาความได้เปรียบไว้ได้ตลอด จนจบเซตแรกด้วยสกอร์ 30-28 จากตัวเลือกสำคัญของกัปตันทีมฝ่ายหญิงตุรกี

อีก 2 เซตที่ตามมา การควบคุมสนามของทีมตุรกีดูชัดเจนมากขึ้น เมื่อพวกเขาราชวงการใช้ลูกถ่ายแม่นยำ โดยเฉพาะในเซตที่ 2 ที่จบลงอย่างรวดเร็วด้วยสกอร์ 25-13 แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นของทีม

ส่วนเซตที่ 3 แม้จะดูสมดุลมากขึ้น แต่ในช่วงท้ายเกม ทีมตุรกียังคงรักษาจังหวะไว้ได้ดีกว่า ส่งผลให้พวกเขาคว้าชัยด้วยสกอร์ 29-27 ปิดฉากการแข่งขันอย่างอลังการ

8 ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบ

นอกจากทีมชาติตุรกีแล้ว ทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายของศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลกปี 2025 ยังมีทีมคุณภาพอีกหลายทีม ได้แก่

  • เนเธอร์แลนด์
  • ญี่ปุ่น
  • อิตาลี
  • โปแลนด์
  • ฝรั่งเศส
  • บราซิล
  • สหรัฐอเมริกา

โดยรอบ 8 ทีมสุดท้ายจะมีการแข่งขันต่อในวันที่ 3-4 กันยายน 2568 ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก เช่นเดิม ซึ่งแฟนบอลสามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ทางช่อง PPTV36

แม้การแข่งขันเพิ่งผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของรอบ 16 ทีม แต่ทีมตุรกีได้สร้างความประทับใจอย่างมากแล้ว ด้วยการเล่นที่มีความสม่ำเสมอและไม่ลุยแค่เอ็นชีเท่านั้น แต่ยังมีการคุมเกมได้อย่างใกล้ชิด

ยิ่งดูแล้ว เหมือนทีมตุรกีจะมีโอกาสสูงมากที่จะเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของศึกชิงแชมป์โลกปีนี้ แฟนบอลจึงต้องจับตาดูผลงานของทีมในอีกไม่กี่นัดข้างหน้าอย่างแน่นอน

หากคุณเป็นแฟนกีฬาชนิดเร้าใจและแม่นยำแบบนี้ การinboxการถ่ายทอดสดในรอบต่อไปจะทำให้คุณไม่พลาดอารมณ์เดือดของสนามเด็ดขาด

ที่มา – สู้กันมันส์! ตุรกี ทุบ สโลวีเนีย 3-0 เซต ทะยานเข้ารอบ 8 ทีมศึกลูกยางหญิงชิงแชมป์โลก 2025

พระพยอมชี้วัดต้องฉลาดรับมือเด็กทำร้ายเจ้าอาวาส

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีเหตุการณ์น่าเศร้าใจเมื่อเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ถูกเด็กวัย 16 ปีทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง หลังจากที่เจ้าอาวาสได้ห้ามไม่ให้เด็กกลุ่มนี้เข้ามาขุดไส้เดือนในบริเวณวัดเพื่อนำไปใช้ตกปลา อาการบาดเจ็บที่ได้รับมีทั้งเลือดออกตามดวงตา คิ้วแตก ปูดบวม และบาดแผลล้มหน้าเย็บกว่า 6 เข็ม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหารุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมในปัจจุบัน

พระพยอมชี้วัดต้องฉลาดรับมือเด็กทำร้ายเจ้าอาวาส

กรณีนี้ได้รับความสนใจจาก พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์อย่างลึกซึ้งว่า เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และเคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะเมื่อเด็กกลุ่มหนึ่งมาช็อตปลาในพระเมรุ แล้วเกิดความขัดแย้งจนทำร้ายร่างกายพระ

พระพยอมเตือนว่า ปัญหานี้ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่เด็กกลุ่มนี้ขาดความเกรงกลัวและศีลธรรม ทางวัดเองก็ไม่ควรมองข้าม พึงเตรียมตนเองให้พร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพบว่ามีผู้เยาว์เข้ามายังพื้นที่วัดอย่างไม่เหมาะสม

วัดควรเตรียมการอย่างไรดี

พระพยอมแนะนำว่า วัดควรใช้กลยุทธ์ในการจัดการเด็กที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอย่างชาญฉลาด ไม่ใช่เพียงแค่การไปต่อว่าไปห้าม เพราะอาจทำให้เกิดความรุนแรงได้ เจ้าหน้าที่ในวัดควรร่วมแรงร่วมใจ ไปด้วยกันอย่างน้อย 2-3 คน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และยังควรแจ้งผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันในพื้นที่ เพื่อให้ได้ร่วมประสานงานให้เกิดความเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น

  • ไม่พูดจาดุด่าหรือก้าวร้าว
  • ไปเป็นกลุ่มเพื่อความปลอดภัย
  • ใช้ความเข้าใจกับเยาวชน
  • ประสานงานกับชุมชนและเจ้าหน้าที่

เรื่องของ พระพยอมชี้วัดต้องฉลาดรับมือเด็กทำร้ายเจ้าอาวาส ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเฉพาะบุคคล แต่เป็นภาพรวมของสังคมไทยที่ต้องตั้งตารอการป้องปรามอย่างจริงจัง

เมื่อศีลธรรมถดถอย วัดจะอยู่ได้อย่างไร

“ยุคนี้ศีลธรรมมันเสื่อม ความเกรงกลัวบาปมันไม่ค่อยเหลือเท่าไหร่” พระพยอมกล่าวอย่างหนักใจว่า บางกลุ่มเด็กอาจได้รับการอบรมจากครอบครัวที่ดี จึงยังยับยั้งชั่งใจตัวเองได้ แต่หากสิ่งแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย ทำให้พวกเขาเติบโตมานอกเหนือจากธรรมเนียม และวัฒนธรรมไทย สิ่งเช่นนี้ก็อาจเกิดขึ้นได้เรื่อย ๆ

ดังนั้น พระภิกษุสงฆ์ รวมถึงคณะสงฆ์ในแต่ละวัดจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเด็ก ๆ จะมีความเคารพและความเกรงอกเกรงใจ ซึ่งถือเป็นสมบัติของผู้ดี อย่าปล่อยให้ชีวิตเดินผิดพลาดเพราะความโวยวายชั่ววูบ

หากเริ่มเห็นเด็กมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือเหมาะสมกับกิจกรรมในวัดอย่างขุดไส้เดือน ตักเตือนอย่างใจเย็นและมีความฉลาดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด อย่าลืมว่า ความรุนแรงเล็กน้อยอาจกลายเป็นปมบานปลายได้ในวันข้างหน้า

เพื่อช่วยลดความขัดแย้งในอนาคต เราต้องพัฒนาและสร้างวัฒนธรรมแห่งความเคารพภายในวัดและสังคมโดยรวม เด็กต้องเข้าใจว่าการเคารพพระภิกษุเป็นศีลที่สำคัญ ไม่ใช่แค่ความเชื่อ แต่เป็นพลังที่ช่วยรักษาสังคมให้อยู่รอดต่อไป

ที่มา – ‘พระพยอม’ ชี้ศีลธรรมเสื่อมเด็กทำร้ายเจ้าอาวาส เตือนวัดต้องฉลาดรู้จักหาวิธีรับมือ

กอ.รมน.สุรินทร์ มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้อพยพกว่า 250 ชีวิต หนีเหตุชายแดนตึงเครียด

เมื่อวันที่ 1 กันยายน พลเรือจิตรกร จันทร์สว่าง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ ได้มอบหมายให้พันเอกหญิงพรพรรณ ทัศนศรณ์ และคณะ เดินทางไปมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภคแก่ประชาชนที่อพยพมาจากพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งมาพักพิงอยู่ภายในวัดเทพสุรินทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์

กอ.รมน.สุรินทร์ มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้อพยพกว่า 250 ชีวิต หนีเหตุชายแดนตึงเครียด

การอพยพครั้งนี้มีผู้ลี้ภัยมากว่า 250 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็ก ผู้อพยพเหล่านี้มาอยู่ในวัดเทพสุรินทร์มากว่าหนึ่งเดือนแล้ว เนื่องจากยังไม่มั่นใจในสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา คณะยังได้มอบของให้กับผู้ป่วยติดเตียงอีก 6 รายด้วย

นางหมวย เทียวทอง อายุ 60 ปี ชาวบ้านตำบลตะเคียน อำเภอกาบเชิง กล่าวขอบคุณเจ้าอาวาสวัดเทพสุรินทร์ที่เมตตาให้ที่พักพิงและอาหารแก่คนอพยพ ท่านยังเรียกร้องให้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเร่งแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างจริงจัง พร้อมทั้งมีแผนฟื้นฟูและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว

ผู้ลี้ภัยบางส่วนเลือกกลับแล้วย้อนกลับมาที่วัด เนื่องจากยังไม่มั่นใจสถานการณ์

สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชน

พระครูศรีปริยัติ สาทร เจ้าอาวาสวัดเทพสุรินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนพักอาศัยที่วัดประมาณ 250 คน อย่างไรก็ตาม บางคนที่กลับไปเยี่ยมบ้านแล้วต้องกลับมาอาศัยที่วัดอีกครั้ง เนื่องจากยังไม่มั่นใจในความปลอดภัย ทางวัดยังมีสิ่งของที่ได้รับบริจาคเพียงพอใช้ได้อีกประมาณหนึ่งสัปดาห์

ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้ปราสาทตาควาย ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ได้ยินเสียงปืนดังเป็นระยะ แม้เจ้าหน้าที่ทหารจะยืนยันว่าเป็นการซ้อม แต่ก็ส่งผลให้ชาวบ้านเกิดความตื่นตระหนกกังวล และกลุ่มครอบครัวจำนวนมากเลือกเตรียมพร้อมอพยพหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นอีก

  • วัดเทพสุรินทร์ ตั้งอยู่ในตำบลในเมือง เป็นจุดพักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ลี้ภัย
  • มีผู้ลี้ภัยมากกว่า 250 คน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้พิการ และผู้ป่วย
  • ยังมีความกังวลอยู่ในพื้นที่ ทำให้หลายครอบครัวยังไม่กล้ากลับบ้าน

สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการรับมืออย่างเหมาะสมต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในพรมแดน โดยมีหน่วยงานราชการและชุมชนร่วมกันสละน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ ความสามัคคีของคนไทยคือพลังที่ทำให้เราผ่านพ้นวิกฤตไปได้

เมื่อสังคมมีน้ำใจ ความยากลำบากใดก็ผ่านพ้นได้ ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะจากรัฐ ทหาร ชุมชน หรือนักจิตอาสา ทำให้การดูแลผู้อพยพเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งประเมินสถานการณ์และวางมาตรการควบคุมความมั่นคงอย่างยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนที่ต้องอพยพจากเหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดนสามารถกลับสู่ภูมิลำเนาได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง

ที่มา – กอ.รมน.สุรินทร์ มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้อพยพกว่า 250 ชีวิต หนีเหตุชายแดนตึงเครียด

รู้จัก “หมวกฟ้าจีน” กองกำลังรักษาสันติภาพ ที่จะร่วมพิธีสวนสนามวันชัยชนะที่กรุงปักกิ่ง

ในวันที่ 3 กันยายนนี้ กองกำลังรักษาสันติภาพจีน หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “หมวกฟ้าจีน” จะเข้าร่วมพิธีสวนสนามทางทหารครั้งใหญ่ ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและรำลึกถึงชัยชนะครบรอบ 80 ปี ในสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น และสงครามโลกต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์

รู้จัก “หมวกฟ้าจีน” กองกำลังรักษาสันติภาพ

กองกำลังรักษาสันติภาพของจีน หรือ หมวกฟ้าจีน มีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติภารกิจของสหประชาชาติมาตั้งแต่ปี 1990 ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ทหารรักษาสันติภาพจีนมากกว่า 50,000 นาย ได้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในประเทศต่าง ๆ มากกว่า 20 แห่งทั่วโลก ซึ่งรวมถึงพื้นที่ความขัดแย้งสำคัญ เช่น ซูดานใต้ เลบานอน ไลบีเรีย สาธารณรัฐคองโก และมาลี

ภารกิจสำคัญของ “หมวกฟ้าจีน”

Army Colonel Zuo Song ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาสันติภาพประจำการสวนสนาม V-Day กล่าวว่า การที่กองกำลังรักษาสันติภาพเข้าร่วมพิธีสวนสนามในครั้งนี้ เป็นการแสดงความเคารพและรำลึกถึงความกล้าหาญของผู้ที่เสียสละเพื่อความสงบสุขของโลก นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสให้กำลังพลได้ระลึกถึงภารกิจอันสูงส่งในการรักษาและปกป้องสันติภาพ โดยทหารทุกคนเข้าร่วมฝึกฝนอย่างเข้มงวด และใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอนของพิธี

ในช่วงระยะเวลากว่า 35 ปี ที่ หมวกฟ้าจีน เข้าไปมีบทบาทในหลายภารกิจของสหประชาชาติ พวกเขากลายเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่มีความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติการรักษาสันติภาพ ด้วยความมุ่งมั่นและความสามารถที่พิสูจน์แล้วจากประสบการณ์ในสนามรบต่าง ๆ

กองกำลังนี้ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ปกป้องความสงบสุขในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง แต่ยังมีบทบาทในการช่วยเหลือมนุษยชาติ สร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ และส่งเสริมความเข้าใจระหว่างชนชาติผ่านการปฏิบัติตามหลักการสันติวิธี

ความหมายของการร่วมพิธีในปีนี้

การเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะแล้ว ยังสื่อถึงความยิ่งใหญ่ของจิตวิญญาณการเสียสละและความมุ่งมั่นของกองทัพจีนในการรักษาสันติภาพในเวทีนานาชาติ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่า “หมวกฟ้า” ของจีน ไม่ใช่แค่ทหารรักษาสันติภาพ แต่ยังคือตัวแทนของสันติสุขและแนวร่วมต่อต้านสงคราม

เป็นที่น่าติดตามว่า หมวกฟ้าจีน จะสร้างแรงบันดาลใจให้โลกใบนี้ได้ไปอีกไกลเพียงใด ภายใต้จุดประสงค์อันสูงส่งในการเป็นส่วนหนึ่งของสันติภาพโลก

หากคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจที่ผสมผสานระหว่างภูมิปัญญา ความกล้าหาญ และความเสียสละ แล้วล่ะก็ “หมวกฟ้าจีน” ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนถึงบทบาทของผู้พิทักษ์สันติภาพในยุคปัจจุบัน

ที่มา – รู้จัก “หมวกฟ้าจีน” กองกำลังรักษาสันติภาพ ที่จะร่วมสวนสนามวันแห่งชัยชนะที่กรุงปักกิ่ง (คลิป)

จีนค้นพบอายุแอ่งอะพอลโลบนดวงจันทร์ ย้อนไปกว่า 4 พันล้านปี

นักวิจัยชาวจีนร่วมกับนักวิจัยนานาชาติได้วิเคราะห์ตัวอย่างหินจากด้านไกลของดวงจันทร์ ซึ่งเก็บมาจากการสำรวจของยาน ฉางเอ๋อ-6 และพบความลับสำคัญเกี่ยวกับ แอ่งอะพอลโล บนดวงจันทร์ ซึ่งเป็นแอ่งหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่มีอายุถึง 4.16 พันล้านปี

จีนค้นพบอายุแอ่งอะพอลโลบนดวงจันทร์

การค้นพบรุ่นนี้เปิดเผยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการก่อตัวของ แอ่งอะพอลโล บนดวงจันทร์ ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจช่วง “Late Heavy Bombardment” หรือ “การทิ้งระเบิดหนักช่วงปลาย” ที่เกิดขึ้นในระบบสุริยะยุคแรกเริ่มได้ดียิ่งขึ้น

ช่วงเวลาแห่งการพุ่งชนครั้งใหญ่

ในอดีต นักวิทยาศาสตร์มีความสนใจในช่วงเวลาที่ดาวเคราะห์น้อยจำนวนมากพุ่งชนดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ แต่ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนพอ เรื่องทำให้เกิดการถกเถียงว่า ช่วงเวลาเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือเกิดขึ้นเองในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่มีการพุ่งชนรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ด้วยการนำตัวอย่างหินจากภารกิจ ฉางเอ๋อ-6 มาวิเคราะห์อย่างละเอียด นักวิจัยสามารถยืนยันว่า แอ่งอะพอลโลบนดวงจันทร์ เป็นหลักฐานที่สำคัญยืนยันการเกิดช่วง Late Heavy Bombardment เมื่อประมาณ 4.16 พันล้านปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงสั้น ๆ ที่มีการชนรุนแรง

ข้อมูลใหม่นี้เปิดโอกาสให้โลกได้เข้าใจวิวัฒนาการของดวงจันทร์และระบบสุริยะได้มากขึ้น อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างประเทศของจีนในการทำวิจัยด้านอวกาศและการสำรวจดินแดนไร้ลมหายใจ

ความร่วมมือที่ก้าวหน้า

ผลการวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ชั้นนำ Nature Astronomy ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของวงการอวกาศของจีน และการเปิดพรมแดนการศึกษาเอกภพโดยใช้ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจภาคสนามจริง

ไม่เพียงเท่านั้น นี่ยังเป็นการชี้ให้เห็นถึงบทบาทของมนุษย์ในการเข้าไปสัมผัสและนำตัวอย่างจากอวกาศกลับมายังโลก เพื่อถอดรหัสความลับที่หลับใหลอยู่ในดวงจันทร์มานานนับพันล้านปี

การศึกษาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ข่าวดีของวงการวิทยาศาสตร์ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เราตระหนักว่า ท้องฟ้ายังมีอีกมากมายที่รอการค้นพบ

ที่มา – จีนค้นพบอายุแอ่งอะพอลโลบนดวงจันทร์ ย้อนไปกว่า 4 พันล้านปี (คลิป)

ผู้ว่าฯ สระแก้ว นำทีมชี้แจงปัญหาที่ดินชายแดน คืนสิทธิ์ชาวบ้านทำกินหลังถูกทิ้งร้างกว่า 40 ปี

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ห้องประชุม อบต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วย พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.อรัญประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดประชุมเพื่อชี้แจงปัญหาที่ดินในพื้นที่บริเวณบ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น ซึ่งอยู่ใกล้หลักเขตแดนที่ 46-47 โดยมีผู้ถือครองที่ดิน 8 รายเข้าร่วมรับฟังข้อมูลดังกล่าว

ผู้ว่าฯ สระแก้ว นำทีมชี้แจงปัญหาที่ดินชายแดน

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกนำเสนอ คือ ปัญหาการถือครองที่ดินในแปลง A ของนายสุบิน เที่ยงลาย ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งหมด 50 ไร่ โดยพบว่า มีพื้นที่ราว 14 ไร่อยู่ในเขตที่ถูกกัมพูชายึดถืออยู่ และอีกส่วนหนึ่งยังมีความเสี่ยงสูงจากทุ่นระเบิด เพราะเคยเป็นศูนย์อพยพของเขมรแดงมาก่อน ซึ่งทำให้ยังไม่สามารถออกโฉนดที่ดินได้อย่างสมบูรณ์

เร่งดำเนินการคืนสิทธิ์แก่ชาวบ้าน

ทว่าสำหรับแปลงอื่น ๆ อีก 6 แปลงในพื้นที่นั้น ขณะนี้สามารถเข้าสู่กระบวนการรังวัด เพื่อออกเอกสารสิทธิ์ให้กับชาวบ้าน โดยสามารถทำกินได้แล้ว ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการคืนสิทธิ์ให้แก่เกษตรกรที่ไม่ได้เข้าถึงที่ดินของตนเองมานานนับสิบปี

นายปริญญา ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้กล่าวชี้แจงและย้ำชัดเจนว่าเจ้าของที่ดินสามารถเข้าพื้นที่เพื่อทำกินได้ทันที แต่ต้องประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคง โดยเฉพาะ ฉก.อรัญประเทศ กองบัญชาการบูรพา เพื่อให้มีการจัดกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเร่งรัดขั้นตอนการออกโฉนดในกรณีพิเศษ เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้โฉนดเป็นหลักทรัพย์ในการกู้เงินและพัฒนาอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ทางผู้ว่าราชการฯ ยังได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยจะไม่ปล่อยให้ผู้มีอิทธิพลบางกลุ่มมารบกวนหรือกีดกันชาวบ้านในการเข้าทำกินในที่ดินของตนเอง

ด้านนายลุย เที่ยงลาย เจ้าของที่ดินรายหนึ่ง ได้เปิดใจว่า ดีใจเป็นอย่างมากที่รัฐให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว หลังจากที่ที่ดินถูกทิ้งร้างและอยู่ภายใต้การครอบครองของอีกฝ่ายมานานกว่า 40 ปี พร้อมยืนยันว่าจะเริ่มกลับไปทำไร่ทำนา พัฒนาอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับครอบครัวในเร็ววัน

จากสถานการณ์ในพื้นที่ มีความชัดเจนว่า ความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น หน่วยงานความมั่นคง และประชาชน จะเป็นกุญแจสำคัญในการหมุนวงเศรษฐกิจชุมชนให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

หากคุณเป็นเกษตรกรในพื้นที่ชายแดน อย่าลืมประสานงานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งบนเส้นทางของการคืนสิทธิ์ในที่ดินของคุณ!

ที่มา – ผู้ว่าฯ สระแก้ว นำทีมชี้แจงปัญหาที่ดินชายแดน คืนสิทธิ์ชาวบ้านทำกินหลังถูกทิ้งร้างกว่า 40 ปี

รมว.นฤมล สั่งเร่งฟื้นฟู รร.บ้านน้ำเพียงดิน หลังพายุถล่ม

เมื่อวันที่ 1 กันยายน ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานสถานการณ์จากนายปกรณ์ จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน ว่าพื้นที่ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ได้รับผลกระทบจากพายุคาจิกิอย่างหนัก โดยเฉพาะโรงเรียนบ้านน้ำเพียงดินที่ถูกน้ำท่วมฉับพลัน ส่งผลให้เส้นทางเข้าออกถูกตัดขาด และอุปกรณ์การเรียนการสอนเสียหายจำนวนมาก

รมว.นฤมล สั่งเร่งฟื้นฟู รร.บ้านน้ำเพียงดิน

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ได้สั่งการให้สพฐ.และ สอศ. เข้าพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อดำเนินการช่วยเหลือครู นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ พร้อมจัดทีมจากศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix It Center) เข้าตรวจสอบและซ่อมแซมระบบไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์การสอน เพื่อให้โรงเรียนสามารถกลับมอใช้งานได้โดยเร็วที่สุด

การฟื้นฟูโรงเรียนบ้านน้ำเพียงดินนี้ถือเป็นความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากส่งผลต่อการเรียนการสอนของนักเรียนในพื้นที่อย่างมาก การเร่งดำเนินการทั้งด้านโครงสร้างและอุปกรณ์จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เด็กๆ ได้กลับมาเรียนได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ขาดหาย

ย้ำว่าเด็กจะต้องได้กลับมาเรียนเร็วที่สุด

“กระทรวงศึกษาธิการจะเร่งฟื้นฟูโรงเรียนให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วที่สุด เพื่อให้เด็ก ๆ กลับมาเรียนหนังสือได้อย่างต่อเนื่อง“ ศ.ดร.นฤมล กล่าวอีกครั้งว่า ทางกระทรวงจะเร่งสรุปและประเมินความเสียหายทั้งหมดเพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อขออนุมัติงบประมาณเยียวยาอย่างเป็นทางการ

  • สถานการณ์ที่เกิดขึ้น: โรงเรียนบ้านน้ำเพียงดินได้รับความเสียหายจากพายุคาจิกิ
  • การตอบสนอง: รัฐมนตรีสั่งให้สพฐ.และ สอศ.เข้าพื้นที่โดยเร็ว
  • เป้าหมาย: สนับสนุนให้นักเรียนได้กลับมาเรียนต่ออย่างปลอดภัย

เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่สำคัญของการวางแผน müdahaleฉุกเฉินในสถานศึกษา เพื่อลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด การประสานงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและชุมชนจึงเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหานี้

ที่มา – ‘รมว.นฤมล’ สั่งเร่งฟื้นฟู รร.บ้านน้ำเพียงดิน หลังเจอพายุคาจิกิถล่ม ย้ำเด็กจะต้องได้กลับมาเรียนเร็วที่สุด

CPF ส่งแคมเปญ ‘สารทจีน’ ตอบโจทย์คนยุคใหม่ไหว้บรรพบุรุษ

เทศกาลสารทจีนหรือเทศกาลจงหยวนกำลังเข้าใกล้มาถึงในวันที่ 6 กันยายน 2568 ซึ่งถือเป็นเทศกาลที่ลูกหลานจะแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษผู้ล่วงลับผ่านการทำพิธีเซ่นไหว้ที่พร้อมด้วยสิ่งของมงคลต่างๆ ทว่าในยุคปัจจุบัน เทศกาลนี้ได้จะกลายเป็นช่วงเวลาสำคัญที่บริษัทและแบรนด์ต่างๆ ร่วมสร้างประสบการณ์แห่งความสัมพันธ์ในครอบครัว พร้อมส่งแคมเปญ สารทจีน ที่ชูความสะดวก สะอาด และอร่อยตอบโจทย์คนยุคใหม่ไหว้บรรพบุรุษได้อย่างครบถ้วน

CPF ร่วม CP Axtra ส่งแคมเปญ ‘สารทจีน’ ไหว้ได้ดีไม่ยาก

ล่าสุด บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ร่วมกับบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP Axtra จัดแคมเปญพิเศษภายใต้ชื่อ “ไหว้ให้ได้ดี” ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม – 6 กันยายน 2568 ที่ร้าน Makro และ Lotus’s ทุกสาขา โดยลูกค้าที่ซื้อสินค้าที่ร่วมรายการมากกว่า 40 รายการ จะได้รับ คู่มือไหว้มหามงคล สุดพิเศษ

โปรโมชั่นเด็ด ไหว้แบบมีสไตล์

ในช่วงเทศกาล สารทจีน นี้ CPF และ CP Axtra ยังเตรียมโปรโมชั่นสุดพิเศษไว้ให้ลูกค้า เช่น

  • โปรเป็ดพะโล้ เพียง 419 บาท – ปลอดภัยทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะบินกลางอากาศหรือลอยในน้ำ
  • ไก่ต้ม เพียง 359 บาท – เริ่มต้นวันใหม่ด้วยพลังบวก เหมือนไก่ที่ตื่นเช้า
  • ขาหมูและคากิพะโล้ เหลือกินเหลือใช้ พร้อมความอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี ราคา 355 บาท

นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถรับ “การ์ดแดงเฮงปัง” ที่มีการ์ดมูดวงเฮง ปักหมุด 5 ศาลเจ้าดัง และการ์ดส่งพรมหารวย สำหรับเขียนคำขอพรส่งต่อผ่านพิธีศักดิ์สิทธิ์ เมื่อซื้อครบ 899 บาท

ห้าดาวส่งชุดไหว้แซ่บ ตอบโจทย์สายไหว้สายแซ่บ

แบรนด์ Five Star ก็เข้าร่วมส่งแคมเปญ ‘สารทจีน’ โดยจัดเตรียมเมนูไหว้เจ้าหลากหลายให้เลือก ได้แก่

  • เป็ดพะโล้พร้อมเครื่องในราคา 380 บาท
  • ไก่ต้มน้ำปลาพร้อมเครื่องในราคา 199 บาท
  • ไก่ย่างพร้อมเครื่องในราคา 199 บาท
  • ไก่จ๊อสูตรต้นตำรับราคา 20 บาท/ไม้

ลูกค้าสามารถสั่งจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 9 กันยายน 2568 ที่ร้านห้าดาวทุกสาขา อย่าลืมว่าสินค้ามีจำนวนจำกัด!

Chester’s เสิร์ฟความสะดวก ทันสมัยสไตล์ GEN Z

สำหรับสายไหว้แบบมินิมอล เชสเตอร์ส์ (Chester’s) มีแคมเปญ สารทจีน ที่ตอกย้ำความสะดวก ด้วยชุดไหว้ครบจบในกล่องเดียว พร้อมด้วย 4 ซอสดิปให้เลือก 다양 เช่น

  • ชุดไหว้ไก่ย่าง ลดเหลือ 359 บาท จากปกติ 390 บาท
  • ชุดไหว้ไก่ย่าง & ไก่ทอด ราคา 369 บาท จากปกติ 498 บาท

โปรโมชั่นนี้มีตั้งแต่วันนี้ – 6 กันยายน 2568 และสามารถสั่งทานได้เฉพาะที่ร้านหรือนำกลับเท่านั้น

จะเห็นว่าเทศกาล สารทจีน ปัจจุบันไม่เพียงเป็นโอกาสขายสินค้าไหว้เท่านั้น แต่เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการสื่อสารแบรนด์ สร้างความรักและความหมายที่เชื่อมโยงกับผู้บริโภคในทุกยุคสมัย

อย่าลืมเตรียมความพร้อมให้ร่วมแรงร่วมใจกับเทศกาล สารทจีน ปีนี้ผ่านสินค้าคุณภาพจากหลายแบรนด์ใหญ่ ที่พร้อมต้อนรับเทศกาลสำคัญนี้อย่างเต็มรูปแบบ

ที่มา – CPF ส่งสินค้า-แคมเปญ ‘สารทจีน’ ชูความสะดวก สะอาด อร่อยตอบโจทย์คนยุคใหม่ไหว้บรรพบุรุษ

เงินเฟ้อลาวลดลงเหลือ 5% เดือนส.ค. รัฐบาลยังคงจับตาใกล้ชิด

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) อยู่ที่ 254.5 ในเดือนส.ค. ปี 2025 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 242.5 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2024 และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 252.6 เมื่อเทียบกับเดือนก.ค. ของปีนี้

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า เงินเฟ้อลาวลดลงเหลือ 5% เป็นสัญญาณบวกที่บ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อเริ่มควบคุมได้ แม้จะยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าเป้าหมายของรัฐบาล

เงินเฟ้อลาวลดลงเหลือ 5% เดือนส.ค. รัฐบาลยังคงจับตาใกล้ชิด

นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลลาวให้ความสำคัญกับสถานการณ์เศรษฐกิจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการควบคุมราคาสินค้าและบริการที่มีผลต่อค่าครองชีพของประชาชน

กลุ่มสินค้าที่มีอัตราเงินเฟ้อสูงสุด

กลุ่มหมวดสินค้าที่มีอัตราเงินเฟ้อสูงสุดในปีนี้ยังคงเป็น หมวดที่อยู่อาศัย น้ำประปา ไฟฟ้า และเชื้อเพลิงประกอบอาหาร ซึ่งเพิ่มขึ้น 15.3% เมื่อเทียบรายปี

  • สินค้าและบริการอื่น ๆ เพิ่มขึ้น 14.9%
  • บริการสุขภาพและยาเพิ่มขึ้น 13.6%
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบเพิ่มขึ้น 7.9%
  • สินค้าครัวเรือนเพิ่มขึ้น 7.8%
  • การศึกษาเพิ่มขึ้น 7.6%
  • เสื้อผ้าและรองเท้าเพิ่มขึ้น 7.5%
  • ร้านอาหารและโรงแรมเพิ่มขึ้น 6.6%
  • อาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น 3.1%

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลลาวยังระบุว่าแม้ เงินเฟ้อลาวลดลงเหลือ 5% ในเดือนส.ค. แต่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และอัตราแลกเปลี่ยนยังอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ดัชนี CPI ที่อยู่ที่ระดับ 254.5 ถือเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของราคาในระยะสั้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าพื้นฐานที่ส่งผลโดยตรงต่อประชาชน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องวางแผนเพื่อรับมือกับปัจจัยภายนอกที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจ เช่น ราคาพลังงานโลกที่เปลี่ยนแปลง และอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน

ดังนั้น การเฝ้าสังเกตการณ์และออกแบบนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในภาพรวมจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้

หากคุณเป็นนักลงทุนหรือผู้สนใจเศรษฐกิจลาว การติดตามแนวโน้ม เงินเฟ้อลาวลดลงเหลือ 5% อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ตัดสินใจทางเศรษฐกิจได้อย่างมีข้อมูลรองรับ

ที่มา – เงินเฟ้อลาวลดลงเหลือ 5% เดือนส.ค. รัฐบาลยังคงจับตาใกล้ชิด

ปภ. ติดตามผลกระทบจาก ‘พายุหนองฟ้า’ เร่งช่วยผู้ประสบภัย

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 1 กันยายน 2568 ที่ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ร่วมประชุมเอสเอที เพื่อ ติดตามผลกระทบจาก ‘พายุหนองฟ้า’ อย่างใกล้ชิด โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เสี่ยงภัยร่วมประชุมทั้งทางกายภาพและผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ปภ. ติดตามผลกระทบจาก ‘พายุหนองฟ้า’

ตามรายงานจาก ปภ. พายุหนองฟ้าได้เคลื่อนตัวกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและเข้าสู่ประเทศเมียนมา ทำให้ปริมาณฝนในประเทศไทยลดลงโดยรวม อย่างไรก็ตาม ด้วยอิทธิพลของร่องมรสุม หลายพื้นที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปภ. ได้กำชับจังหวัดที่อยู่ในเส้นทางลมมรสุมและลุ่มน้ำโขงให้เฝ้าระวังระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง เตรียมเสริมความแข็งแรงของแนวคันกั้นน้ำ และสร้างแนวป้องกันในพื้นที่ฟันหลอ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อประชาชน

เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

สำหรับพื้นที่ที่ยังคงประสบกับสถานการณ์อุทกภัย ปภ. ติดตามผลกระทบจาก ‘พายุหนองฟ้า’ และเร่งระดมทรัพยากรให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง ทั้งในด้านการส่งถุงยังชีพ อาหารปรุงสุก น้ำดื่มสะอาด และการดูแลด้านการแพทย์และสุขภาพจิตของผู้ประสบภัย การจัดเตรียมสุขอนามัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวก็ถูกวางเป็นแผนเพื่อป้องกันการระบาดของโรคต่างๆ

นอกจากนี้ ปภ.ยังกำชับให้หน่วยงานท้องถิ่นตรวจสอบวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด หากคาดว่าจะไม่เพียงพอต่อสถานการณ์ในพื้นที่ ให้ดำเนินการขยายวงเงินเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

  • ระดมทรัพยากรจากภาคส่วนต่าง ๆ
  • ตรวจเช็คความพร้อมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร ตลอดจนแผนสับเปลี่ยน
  • สนับสนุนด้านอาหาร น้ำ ถุงยังชีพ
  • ดูแลสุขภาพจิตและสิ่งแวดล้อมในศูนย์พักพิง
  • ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

ในภาพรวม ปภ. ได้มอบหมายให้ปภ.เขตทำงานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ ปภ. เขต 8 กำแพงเพชร, ปภ. เขต 9 พิษณุโลก, ปภ. เขต 10 ลำปาง, ปภ. เขต 2 สุพรรณบุรี และ ปภ. เขต 16 ชัยนาท ที่ส่งเครื่องจักรกลกว่า 103 รายการ เจ้าหน้าที่ระดับภาคพื้นที่มากกว่า 57 คน และเฮลิคอปเตอร์ KA-32 จำนวน 1 ลำ เข้าไปปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่

เหตุการณ์จากพายุหนองฟ้าสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที ประชาชนควรติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – ปภ. ติดตามผลกระทบจาก ‘พายุหนองฟ้า’ กำชับจังหวัดเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง